ค่าเริ่มต้น
- เลื่อนอัตโนมัติ
- ฟอนต์ THSarabunNew
- ฟอนต์ Sarabun
- ฟอนต์ Mali
- ฟอนต์ Trirong
- ฟอนต์ Maitree
- ฟอนต์ Taviraj
- ฟอนต์ Kodchasan
- ฟอนต์ ChakraPetch
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #1 : บทที่ 1 ปีศาจยั่วยุ
คุยกันก่อนอ่าน
สวัสดีนักอ่านที่ติดตามกันมานานแล้วหรือเพิ่งจะมารู้จัก LongKlin(หลงกลิ่น) ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนของทุกคนนะคะ
จุดเริ่มต้นของการเขียน เจตน์(นา)ไร้รัก ขึ้นมาเป็นเพราะปกติไรท์จะทำงานในโน๊ตบุ๊คเป็นหลักแล้วเกิดอาถรรพ์ครั้งที่สองเมื่อไรท์กลับมารีไรท์ โรมรันพันกลิ่น อยู่ดีๆ โน๊ตบุ๊คจอหักจนเห็นสายไฟเลยเอาไปซ่อมแค่พอใช้ได้เพราะไม่มีอะไหล่รุ่นนี้แล้ว ระหว่างนั้นไรท์เกิดไอเดียเรื่องสั้นขึ้นมาจากการเห็นปกนี้ขึ้นมาพล็อตเรื่องก็ไหลมาเอง ไรท์ปล่อยผ่านไม่ได้เลยต้องเขียนงานลงไอแพดระหว่างรอซ่อมโน๊ตบุ๊คเสร็จค่ะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่จะมีความเข้มข้นของเหตุการณ์ต่างๆ ค่อนข้างดำเนินเรื่องไว ความสัมพันธ์ของตัวละครก็จะ ดุ เดือด เด็ด ไวเหมือนกัน แต่ยังคงคอนเซ็ปต์โรมานซ์ปะทะคารมกันทั้งตัวละครพระเอกนางเอกของเรื่อง ฉากกินดุที่ตั้งใจเขียนมากๆ ฝาก เจตน์(นา)ไร้รัก ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแม่ๆ สายเปย์ทุกคนด้วยนะคะ ไม่เป็นการรบกวนรีวิวให้หน่อยน้าค้า >///<
บทที่ 1 ปีศาจยั่วยุ
แสงไฟโทนอุ่นจากฝ้าเพดานแบบติดไฟฝังฝ้ารอบกรอบห้อง
กลิ่นก้านไม้หอมของกลิ่นดอกเจอร์เรเนียมให้ความรู้สึกผ่อนคลายสดชื่นคละเคล้ากับกลิ่นน้ำหอมสำหรับผู้ชายสะอาด
แต่มีความลึกลับน่าค้นหาที่โอบล้อมร่างอรชรเปลือยเปล่าเผยความงามอันเย้ายวนของหญิงสาวเจ้าที่อยู่ใต้อาณัติร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่าเช่นกัน
เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง และสวยงาม
กรงเล็บยาวจิกแผ่นหลังกว้างจนแทบจมเนื้อ
ใบหน้าสวยเหยเกพร้อมกับหยดเม็ดไข่มุกสีใสคลอปริ่มออกมาจากขอบตาราวกับนางเงือกกำลังร้องไห้ใต้ท้องทะเลที่มีพายุใต้มหาสมุทรพิโรธอย่างรุนแรง
เมื่อด้ามหอกสัตโลหะวิเศษของเจ้าแห่งท้องน้ำกระทุ้งเพียงครั้งเดียวทั้งทะเลที่กว้างใหญ่ก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นทั่วทั้งท้องน้ำ
“มิน”
คนที่รับกระแสความเจ็บปวดที่ตัวตนของเขา
ไม่ต่างกันกับ ‘คนโกหก’ เรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าขบกรามแน่นจนนูนขึ้นสันกรอบหน้าเขาชัดเจน
“เห็นผลลัพธ์ของการโกหกแล้วหรือยัง”
เป็นการยิงคำถามให้คิดถึงการกระทำของตัวเธอเอง
แม้แต่แรงพยักหน้าก็ยังแทบจะไม่มีเธอกัดริมฝีปากด้านในของตัวเองแน่นจนขึ้นสีระเรื่อ
อาจจะด้วยจูบที่หนักหน่วงของเขาเมื่อครู่ร่วมด้วย
“ขะ ขอโทษค่ะคุณเจตน์ มินผิดไปแล้วค่ะ”
มือที่จิกแผ่นหลังเขาเลื่อนขึ้นมาพนมจะไหว้ขอโทษขอโพยเขากับสถานการณ์สำคัญแบบนี้มันจะไม่ตลกไปหน่อยหรือ
คิ้วเข้มเฉียงได้องศาขมวดกับภาษากายของเธอที่กักเก็บอารมณ์หวิวหวามในตอนแรกที่เริ่มเอาใจเขาแบบเก้กัง
แต่ก็ใจสู้แสดงออกว่าพร้อมสำหรับ ‘งานของเธอ'
แต่พอถึงเวลาต้องปฏิบัติจริงแบบเต็มรูปแบบ กลับตัวสั่น กล้ามเนื้อเกร็ง
สัมผัสได้แต่ความคร่ำเครียด และตื่นตระหนกออกมาจากญามินเท่านั้น
เจตน์ใช้มือข้างเดียวเลื่อนข้อมือเล็กที่กำลังยกมือไหว้เขาแบบที่เคยเจอแต่ในนิยายอีโรติก
ในสถานการณ์แบบนี้เขาไม่ถูกใจที่สุดคือคู่นอนปิดบังความจริงจนทำให้ไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น
เขากดข้อมือเธอลงเตียงนุ่มเหนือศีรษะ
“สิ่งที่ฉันต้องการได้ยินในตอนนี้ไม่ใช่คำขอโทษ รู้ใช่มั้ย”
ดวงตาสีถ่านกล้าไฟลดสายตาลงมายังจุดกึ่งกลางสองร่างที่สอดประสานกันได้เพียงแค่แกนมังกรใหญ่ส่วนหัวเท่านั้น
ปากทางช่องแคบคับแน่นรัดตึงส่วนนั้นของเขาจนแดงบวมเป่ง
ทำให้เขาไม่สามารถขยับต่อได้เพราะจะยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดมากขึ้นทั้งคู่
“แล้วคุณเจตน์ต้องการให้มินทำยังไงเหรอคะ”
“ที่ฉันต้องการตอนนี้น่ะ”
เขายังไม่ได้ให้คำตอบเสียทีเดียว
มีเพียงมุมปากที่โค้งขึ้นกับแววตาลึกล้ำลดมองมือใหญ่ที่มีเส้นเลือดสลักเสลาอย่างสวยงามลากไล้จากหน้าท้องไร้ไขมันกำลังหดเกร็งด้วยความเจ็บที่กึ่งกลางกายเหมือนร่างจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สบายใจที่ปลายนิ้วมาหยุดอยู่ที่กลีบดอกไม้งามที่ล่วงล้ำเข้ามาก่อนหน้านี้
ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบแต่กลับรู้สึกดีกับสัมผัสของเขามากเสียจนกลัวว่าซักวันจะหลงระเริงไปกับห้วงปรารถนาของเขาจนยากจะถอดถอนตัว
“อื้อ คุณเจตน์คะ”
“ใช่ อย่างนี้แหละ เสียงหวานของเธอญามิน”
ปีศาจจอมยั่วยุราคะของมนุษย์ได้วางกับดักเอาไว้อีกครั้ง
เขาไม่ได้ถอดถอนส่วนที่ค้างคาออกไป
แต่กลับแตะปลายนิ้วชี้ที่ติ่งเกสรดอกไม้แล้วเริ่มคลึงมันกระตุ้นเอาน้ำหวานซึมเคลือบคอนด้อมสีขาวขุ่นชนิดผิวเรียบเพียงเท่านั้น
นัยน์ตาหวานล้ำเริ่มเผยความปรารถนาในจิตใจด้านมืดของตัวเองออกมาผ่านแววตา
เสียงที่เปล่งออกมาแม้จะมีลมหายใจติดขัดด้วยความตื่นเต้นกับประสบการณ์ ‘ครั้งแรก’ ของเธอ
ญามินคงไม่รู้ว่าปฏิกิริยาอันไร้เดียงสาของเธอมันปลุกความมืดดำในตัวปีศาจตนนี้ให้ตื่นขึ้นมาแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับเหยื่อคนไหนมาก่อน
แต่ก็ต้องข่มจิตใจเอาไว้
เพราะสำหรับญามินแล้ว เจตน์ต้องการเลียดลิ้มเลียรสสัมผัสของเธออย่างค่อยเป็นค่อยไป
แต่ก็เก็บทุกรายละเอียดของการทานอาหารเมนูจานใหม่ที่ดูท่าเขาไม่น่าจะเบื่อรสชาติของมันง่ายดาย
ขาเรียวเริ่มเกาะก่ายรอบเอวเขาทั้งต้องการบางสิ่งบางอย่างที่รอคอยแต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ทั้งพยายามต่อสู้กับด้านสว่างของ
ตัวเองว่าอย่าเผลอไผลไปกับการล่อลวงของปีศาจอย่างเขา
“อยากให้ฉันทำอะไร บอกสิ”
ใบหน้าหวานยามนี้บ่มแดง หลุบสายตาหลบเขามองที่แขนแกร่งที่ขยับทั้งปลายนิ้วปั่นป่วนใจกลางเธอเล่น
และค่อยๆ ขยับแกนกายสอดลึกเข้ามาอย่างใจเย็นไปด้วย
ตรงข้ามกับเธอที่สับสนได้แต่กัดริมฝีปากด้านในกลั้นเสียงเล็ดลอดออกมา
“ว่ายังไงล่ะ”
“มินมีสิทธิ์ร้องขอได้ด้วยเหรอคะ”
อกซ้ายเต้นหน่วงขึ้นเรื่อยๆ กับสายตาเหมือนจะกลืนกินจิตวิญญาณของเธอรวมกับเรือนร่างนี้
“ลองพูดมาก่อนสิ”
ดวงตาสีถ่านกล้าไฟปกติก็สร้างความกระวนกระวายเวลาที่เขาเพียงแค่มองมานิ่งๆ
แต่ตอนนี้มันกลับคุกคามแบบที่ไม่เคยเห็นจากเจตน์มาก่อน
เสียงหวานคลอขึ้นมาอีกครั้งกับสะโพกกลมกลึงแอ่นโค้งขึ้น
ไขว้คว้าหาการปลอบประโลมด้วยสองสิ่งที่สร้างความทุกข์ทรมานต้องการรู้สึกถึงตัวตนของมันมากกว่านี้
แต่เขากลับหยุดขยับเสียดื้อๆ
หัวคิ้วสวยขมวดแสดงออกทางสีหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจว่ากำลังถูกขัดใจ
เจตน์เปรียบดั่งปีศาจที่รู้ความต้องการของมนุษย์ที่สุขด้วยการกระตุ้นเอาความกล้าออกมาจากคนที่ถูกสังคมตีกรอบผู้หญิงที่ทำอาชีพนี้ตลอดมาเริ่มทำลายรั้วที่มองไม่เห็นกักขังเสรีภาพในจิตใจเธอออกมาเรื่อยๆ
“กอด กอดมินแน่นๆ ได้มั้ยคะ…..”
น้ำเสียงอ้อแอ้ส่งผ่านความต้องการผ่านสายตา และคำขอที่สื่อความหมายลึกลงไป
เมื่อได้รับการอนุญาตที่เขารู้ดีอยู่แล้วว่าเธอที่ไร้ประสบการณ์ย่อมเป็นรองกับการปิดกั้นอารมณ์ปรารถนาจากสายตาเขาไว้ไม่มิดชิด
จากนั้นเจตน์ตอบสนองคำขอร้องของญามินด้วยการช้อนแผ่นหลังนวลเนียนขึ้นมาจัดแขนในท่าเธอกำลังโอบกอดเขาเอาไว้
วางขาเรียวสองข้างนั่งซ้อนอยู่บนตักแกร่ง
ที่ตอนนี้ความแข็งแกร่ง และร้อนรุ่มสอดลึกเข้ามาในความอ่อนนุ่มที่ตอดรัดสิ่งที่สอดสวมอยู่
เธอกอดเอวเขาแน่นขึ้นโดยไม่ต้องรอคำสั่งก็รู้ว่าต่อจากนี้เขาจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวของเธอหลังจากนี้
“การเชื่อใจกันมันจะทำให้ทุกอย่างวิเศษอย่างไม่น่าเชื่อ”
อกคับขยายกว่าขนาดตัวที่ไม่คิดว่าเธอจะรับมันไหวบดเบียดแนบชิดอกแกร่ง
รู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจดวงเล็กๆ โครมครามผสานกับจังหวะที่สม่ำเสมอของหัวใจเขาที่ไม่ได้ถี่ระรัวอย่าง ญามิน
แต่หน่วงแรงไม่ออกทางสีหน้า ไม่ว่าอารมณ์ไหนก็ค่อนไปทางราบเรียบอยู่เสมอของเจตน์
“มินเชื่อใจคุณเจตน์นะคะ”
เวลานี้คำที่ตอบรับเขากลับมาประกอบกับสายตาที่ใสราวกับน้ำบริสุทธิ์มันใสสะอาดซะจนเขาไม่ต้องเพ่งพินิจความคิดเธอให้มากมายก็รู้ว่าตอนนี้ญามินปากตรงกับใจที่สุด
ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาคลอเคลียริมฝีปากที่ตอบรับสัมผัสของเขาอย่างต้องการประสบการณ์มากกว่านี้
แต่สำหรับเขาการที่ญามินเป็นแบบนี้มันคือจุดบอดที่เธอกำลังจะถูกเขารังแกเอาได้ง่ายๆ และไม่รู้จักพอในสิ่งที่เขาต้องการ
ตอนนี้มือร้อนกดส่วนโค้งเว้าของเอวบางโยกเบาๆ อยู่บนหน้าตักของเขา
- จบบทที่ 1 -
อะไรยังไง เกิดอะไรขึ้นคะ? เพตถามว่าเกิดอะไรขึ้นคะ? เจอ ‘คุณเจตน์’ และ ‘ญามิน’ ตอนต่อไปคืนพรุ่งนี้เวลา 2 ทุ่มตรงนะคะ คืนนี้อ่านจบไปแล้วกับตอนแรกขอให้ทุกฝันหวานราตรีสวัสดิ์ค่ะ - [] -Zzz
ความคิดเห็น