ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    เทพอพอลโล

    ลำดับตอนที่ #3 : จุดจบของเมดูซ่า

    • อัปเดตล่าสุด 10 มี.ค. 49


    เมื่อ เพอร์ซีอุส ตกหลุม โพลีเดคเทส ก็ต้องออกล่าหา เมดูซ่า เพื่อตัดหัวมาตามสัญญา เทพอะธีน่า ซึ่งรอคอยหาคนมากำจัด เมดูซ่า ให้อยู่นานแล้ว เพราะความเป็นเทพของนาง ทำให้ไม่สามารถไปแสดงอำนาจพาลได้ถนัด ยังต้องอาศัยเหตุผลข้ออ้าง และน้ำมือคนอื่นไปกำจัดศัตรูให้ กี่คนๆมาแล้วที่ต้องการไต่เต้าสร้างวีรกรรม ที่ได้กลายเป็นหินไปหมด ทันทีที่ เพอร์ซีอุส มาเข้าทางตน อะธีน่า ก็กุลีกุจอปรากฏตัวขึ้นทันที เพื่อช่วยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนกำจัด เมดูซ่า ของนางโดยราบรื่น

    อะธีน่า จึงช่วยบอกทางให้ เพอร์ซีอุส ไปยัง ซามอส อันเป็นที่พำนักของ นางกอร์กอนสามพี่น้อง เทพอะธีน่า ก็ได้ประทานโล่ห์ที่เป็นเงามันวับเหมือนกระจก แล้วช่วยให้ภาพปรากฏของนางมารทั้งสาม เพื่อ เพอร์ซีอุส จะได้เห็นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร และเตือน ไม่ให้มองหน้าเมดูซ่าตรงๆ เพราะจะทำให้กลายเป็นหินไปเสียก่อน

    จากนั้น อะธีน่า ก็ให้อนุชา คือ เทพเฮอร์มีส (ที่ชาวโรมันเรียกว่า เมอร์คิวรี่ นั่นเอง) ซึ่งก็เป็นเทพบุตรของ เซอุส อีกผู้หนึ่ง ไปนำ ดาบโค้ง ของโครนัสมาให้ เพอร์ซีอุส เพื่อใช้ฆ่า เมดูซ่า

    เพื่อให้เป็นหลักประกันว่า เพอร์ซีอุส จะปฏิบัติการได้สำเร็จ ก็ต้องอาศัยของวิเศษอื่นๆอีก อะธีน่า จึงช่วยบอกอุบายรายละเอียด และชี้ทางให้ เพอร์เสียส ไปหานางแม่มดสามพี่น้องแห่ง เกรยี ผู้เป็นแม่เฒ่ามาตั้งแต่เกิด นางทั้งสามมีตาเพียงดวงเดียว และมีฟันเพียงซี่เดียว ต้องแบ่งกันใช้ แต่ก็ทะเลาะเบาะแว้งแย่งตาแย่งฟันกันมาชั่วชีวิต เพอร์ซีอุส จึงอาศัยความชุลมุนจากการแก่งแย่งนั้น เข้าไปขโมยดวงตาและฟันพวกแม่มดเกรยีมา เพื่อบังคับให้นางทั้งสามบอกทางไปหานางนิ้มฟ์ผู้ใจดีแห่งอุตรทิศ แล้วจึงจะคืนตาและฟันให้ เมื่อ เพอร์ซีอุส รู้ทางแล้ว ก็ไปหา นางนิมฟ์ผู้ใจดี ผู้ให้ยืมรองเท้ามีปีกที่ทำให้เหาะได้ หมวกวิเศษที่ทำให้ล่องหนได้ และกระเป๋าวิเศษเพื่อไว้ใส่หัวเมดูซ่า

    เมื่อได้ของวิเศษต่างๆแล้ว เพอร์ซีอุส ก็เข้าไปยังถ้ำของนางมารกอร์กอนสามพี่น้อง เมื่อไปถึงก็พบว่า เมดูซ่า กำลังนอนหลับกับพี่สาวทั้งสอง เพอร์ซีอุส ก็ได้ อะธีน่า ที่ตามมาช่วยอยู่ตลอดเวลา ช่วยถือโล่ห์ให้ จากภาพเงาของเมดูซ่าในโล่ห์มันวับ เพอร์ซีอุส ก็ตัดหัว เมดูซ่า ขาดแล้วเก็บใส่ถุงวิเศษทันที เลือดไหลนองออกจากคอของ เมดูซ่า ก่อกำเนิดเกิดออกมาเป็น ม้ามีปีก เพกาซัส แล้ว เมดูซ่า ก็จบสิ้นความระทมทุกข์ทรมาน จากชีวิตอันโหดร้ายของเธอ ส่งผลให้ เพอร์ซีอุส กลายเป็นวีรบุรุษอมตะผู้ปราบมารของชาวกรีกไป

    จากนั้น เพอร์ซีอุส ก็เดินทางกลับเพื่อเอาหัว เมดูซ่า ไปมอบให้ โพลีเดคเทส ตามสัญญา

    ขณะที่บินไปด้วยรองเท้าวิเศษ เหนือประเทศ เอธิโอเปีย เพอร์ซีอุส ก็สังเกตเห็นสาวงามนางหนึ่ง เปลือยร่างถูกตรึงด้วยโซ่อยู่กับก้อนหินริมทะเล จึงแวะลงมาถามไถ่ ความงามของสาวน้อยทำให้ เพอร์ซีอุส ตกหลุมรักทันที นางบอกว่า ชื่อเจ้าหญิงอันดรอเมด้า เป็นราชธิดาของกษัตริย์ เซฟเฟียส และราชินี แคสซีโอพายย่า พระมารดาของนางทรงเลอโฉมสุดจะหาผู้ใดปานได้ แต่พระนางผู้เป็นมารดา พร่ำเพ้อเห่อเหิมในความทรงโฉมของพระองค์เองเป็นยิ่งนัก ครั้งหนึ่ง ได้ไปคุยทับถมว่า ความงามของพระนางนั้น เลิศเลอยิ่งกว่าความงามของ นางนิ้มฟ์ทั้งห้าสิบพี่น้องตระกูลเนเรียดส์แห่งห้วงสมุทรเสียอีก เหล่านางนิ้มฟ์เนเรียดส์ จึงคั่งแค้นยิ่งนัก ที่นางมนุษย์บังอาจมาลบหลู่ความงามของเทพ จึงพากันไปร้องเรียน เทพโพไซดอน ผู้เป็นเจ้าสมุทร ทำให้ทรงพิโรธโกรธขึ้ง สั่งให้อสูรทะเล เซตัส มาเรียกร้องให้เอาเจ้าหญิงมาพลีชีพ สังเวยกรรมพระมารดาเสีย หาไม่แล้ว อสูรเซตัส จะทำลายเมืองเอธิโอเปียให้ราพนาสูรสิ้นไป

    (ภาพวาด ชื่อ Perseus Hastening to Rescue Andromeda โดย Fredrick, Lord Leighton)


    เพอร์ซีอุส จึงเสนอตัวปราบมารอีกครั้งหนึ่ง โดยขอแต่งงานกับเจ้าหญิงเป็นการตอบแทน ที่ทั้งองค์ราชาและราชินีก็รีบละล่ำละลักรับปาก ยังไม่ทันขาดคำ อสูรร้ายเซตัส ก็ปรากฏตัว หลังจากฟาดฟันกันได้ชั่วขณะหนึ่ง เพอร์ซีอุส จึงชูหัวนางเมดูซ่าขึ้น ทำให้ เซตัส กลายเป็นหินสิ้นชีวิตไปทันที

    ครั้นกู้ให้ชาวเมืองเอธิโอเปียพ้นภัยได้แล้ว กษัตริย์เซฟเฟียส และพระนางแคสซีโอพายย่า กลับคิดจะคืนคำที่จะมอบเจ้าหญิง อันดรอเมด้า ให้ เพอร์ซีอุส เพราะเจ้าหญิงถูกหมายหมั้นไว้กับเจ้าอา อนุชาของพระบิดาไว้แล้ว ในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะของ เพอร์ซีอุส เจ้าอา ก็ยกกำลังจะมาชิงนาง เพอร์ซีอุสจึงได้ใช้หัว เมดูซ่า ปราบศัตรูอีกครั้งหนึ่ง และได้พาเจ้าหญิงกลับคืนยัง เซรีโฟส เพื่อจะได้ครองรักกัน

    เมื่อเพอร์ซีอุส พาเจ้าหญิง อันดรอเมด้า กลับคืนเมืองนอนมาแล้ว ก็ได้รู้ถึงกลลวงของ โพลีเดคเทส เพราะขณะที่ เพอร์ซีอุส ออกล่า เมดูซ่า นั้น โพลีเดคเทส เชื่อว่า เพอร์ซีอุส คงต้องพินาศดับสิ้นแน่ๆ จึงหวังจะรวบรัด ดาเนอี โดยจัดพิธีวิวาห์ขึ้น ดาเนอี ต้องหลบหนีการแต่งงานไปอยู่ในวิหารประจำเมือง เพอร์ซีอุส จึงบุกเข้าไปที่พิธีแต่งงานนั้น โพลีเดคเทส ก็สั่งให้สมุนมากำจัด เพอร์ซีอุส แต่ก็เช่นเคย ศัตรูทั้งหมดก็ต้องประสบชะตากรรมกลายเป็นหินไป ด้วยหัวนาง เมดูซ่า อีก

    เสร็จศึกแล้ว เพอร์ซีอุสก็มอบหัว เมดูซ่า ให้เทพอะธีน่า ซึ่งเอาไปตรึงบนเกราะอกของเธอ เป็นเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า AEgis (ที่กองทัพเรือสหรัฐเอาไปใช้เป็นชื่อเรือรบชนิดหนึ่ง) อันน่าเกรงขามที่ใครมองเข้า ก็จะกลายเป็นหินไปทันที

    ต่อมา ในเกมส์ละเล่นเหวี่ยงแผ่นหิน เพอร์ซีอุส กำลังเล่นอยู่และโยนแผ่นหินหลุดมือไปโดน อคริเสียส ในหมู่ผู้ชม ถึงแก่สิ้นพระชนม์ลง เป็นอันเป็นไปตามคำทำนายดวงชะตามาแต่ก่อนเก่า

    หลังจากนั้น เพอร์ซีอุส และ อันดรอเมด้า ก็ครองรักกันมาอย่างมีความสุข บุตรชายคนแรกของทั้งสอง มีชื่อว่า Peres ตามตำนานกล่าวว่า เป็นกษัตริย์องค์แรกของชาวเปอร์เซีย อันเป็นอาณาจักรโบราณ ที่ได้แผ่อำนาจขยายอาณาเขตอิทธิพลครอบคลุมไปทั่วทั้งตะวันออกกลาง ไปจนถึงภาคตะวันตกของจีนและอินเดีย


    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×