[Yaoi/Harem] ถูกรักมันก็ดี แต่ช่วยลดความตื่นเต้นลงหน่อยเถอะ หัวใจจะวายตายแล้ว!!!

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 [ยินดีต้อนรับเข้าสู่โอริอุส ในที่สุดก็หนีออกมาจากเจ้าหัวหน้าโรคจิตได้แล้ว!]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 846
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    8 ก.ย. 62

กราเชียสใช้ชีวิตอยู่กับโรแลนด์มาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทุก ๆ เช้าก่อนที่อีกฝ่ายจะออกไปที่กองทัพ ร่างของชายเจ้าของรอยยิ้มอันนุ่มนวลจะต้องมาจุมพิตเขาเพื่อปลุกเสมอ อ้างว่าเขาเป็นเหมือนเจ้าหญิงนิทราที่รอคอยการจุมพิตจากรักแท้

เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว

กราเชียสเป็นงง ความรักทำให้คนเราเพ้อเจ้อได้ถึงขนาดนี้เลยงั้นเรอะ

บางทีเขาก็อยากลองบ่องกะโหลกโรแลนด์ดู เผื่ออีกฝ่ายจะตาสว่าง หันกลับไปในทางที่ถูกที่ควร แก้เรื่องราวให้กราเชียส ให้เขากลับไปอภิเษกกับองค์หญิงเอริเซีย ส่วนตัวเองก็ไปอภิเษกกับองค์หญิงอเล็กเซีย

หรือไม่ก็เจรจาให้องค์ราชายกเลิกการหมั้นของตัวเอง ยกเลิกการอภิเษกของเขา แล้วก็ออกคำสั่งให้โรแลนด์แต่งงานกับเขาอย่างถูกต้องเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องหาวิธีแก้ เรื่องมันง่ายแค่เนี้ย กราเชียสไม่เข้าใจว่าโรแลนด์จะทำให้มันยุ่งยากด้วยการกักขังตัวเขาเอาไว้ในคฤหาสน์วิคเตอร์ดรัมทำไม

อืม...แต่เขายังอยากมีลูกอยู่นี่นา...อีกอย่าง การเป็นดัชเชสนี่ต้องทำยังไง มีมารยาทกี่ข้อ เขาไม่รู้ และไม่อยากรู้ ไม่อยากทำ

ที่เขาอยากทำคือรับภารกิจระดับ S เก็บวัตถุดิบแรร์ ๆ เข้าคลังกิลด์ เอาหนังกิ้งก่าปีศาจสีเงินมาคราฟเป็นกระเป๋า พอเกษียณอายุจากการเป็นอัศวินก็หนีเข้าป่าไปกับลูกเมีย หรือถ้าเรย์เฟลอร์จะตามมาด้วยเขาก็เต็มใจให้อีกฝ่ายมาเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกของเขา

น่าเสียดายที่อนาคตที่เขาวางแผนไว้มันพังลง

ความผิดขององค์หญิงแท้ ๆ

นี่หรือคือการตอบแทนผู้มีพระคุณ?

แล้วก็อีกเรื่องที่น่าหนักใจในช่วงนี้ก็คือ…

“แค่ใช้มือก็พอแล้ว”

โรแลนด์พยายามหาเศษหาเลยกับเขา

แม่เจ้า อย่าเอาของที่มีขนาดแบบนั้นแกว่งมาโดนตัวเขาได้ไหม เขากลัว ขนลุกไปหมดแล้ว

กราเชียสร่ำ ๆ จะร้องไห้เมื่อมือของตัวเองถูกกระชากไปแตะกับส่วนกลางกายขนาดน่าขนลุกนั่น โรแลนด์ครางต่ำ ๆ บีบให้มือของกราเชียสกุมมันไว้ เขาแทบร้องไห้ กราเชียสไม่แน่ใจว่ามือเขาเล็กหรือว่าสิ่งนั้นใหญ่ไป เพราะมือเขากำมันไม่รอบ

ถึงท่านพ่อท่านแม่ที่ไม่เคยเห็นหน้า มือของข้าจะถูกชำเราอีกแล้วครับ

กราเชียสน้ำตาไหลตลอดเวลา ศักดิ์ศรีความเป็นผู้ชายถูกย่ำยีจนป่นปี้ เขาไม่เคยร้องไห้ถี่ขนาดนี้มาก่อน นาน ๆ ทีเขาถึงจะร้อง แต่อยู่กับโรแลนด์ เขาร้องไห้แทบจะวันเว้นวัน หรือบางทีอาจจะทุกวันด้วยซ้ำ

ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ ไอ้แท่งมหาประลัยนั่นก็คายหยดน้ำสีขาวขุ่นออกมา กราเชียสหลับตาทันทีเมื่อเห็นว่าของเหลวส่วนหนึ่งกระเด็นขึ้นมา…

แปะลงบนหน้าเขา…

แง

กราเชียสเม้มปากแน่นไม่ให้ตัวเองกรีดร้อง หน้าตาพยายามไม่แสดงความรังเกียจ โชคดีที่ห้องมืดเพราะโรแลนด์ลืมจุดไฟ อีกฝ่ายจึงไม่เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าอนาถใจของเขา

“อ่ะ” กราเชียสสะดุ้งเมื่อลิ้นร้อน ๆ ที่ชื้นแฉะลากผ่านใบหน้า จุดเดียวกับที่หยดน้ำนั่นกระเด็นใส่เขา ชั่วครู่หนึ่งที่เขารู้สึกว่าลิ้นนั่นมันสากผิดปกติ แทบยังมี...ขน?

ห๊ะ หรือว่าโรแลนด์ลืมโกนหนวด?

ขนอิหยังหว่า

กราเชียสเก็บความสงสัยไว้ เพราะเขามีอีกเรื่องที่สงสัยกว่า

มืดขนาดนี้ เห็นได้ไงกัน!  งี้หน้าตาบูดเบี้ยวของเขา อีกฝ่ายก็เห็นหมดแล้วน่ะสิ

แต่คิดอีกที กราเชียสยังเห็นอีกฝ่ายเลย ถึงจะเป็นแค่เงาตะคุ่ม ๆ ก็เถอะ แต่ก็เห็นชัดว่าเป็นคนตัวสูงใหญ่

แล้วกับโรแลนด์ที่มีประสบการณ์และคุณวุฒิมากกว่าเขา ป่านนี้คงจะเห็นเขาชัดแจ๋วแว๋วเป็นแมวเป็นเสือตอนออกล่าสัตว์ยามกลางคืนเลยมั้ง

ชั่วครู่หนึ่งที่กราเชียสเห็นดวงตาสีน้ำตาลนั้นเรืองแสงสีทอง รู้ม่านตาแคบเรียวลงและเป็นแนวตั้ง

เอ่อ...ครับ?

ท่านคอสเพลย์เป็นอะไรอีกครับ?

เป็นแค่คนโรคจิตไม่พอรึไง

แต่แค่พริบตาเดียวเท่านั้นดวงตาของอีกฝ่ายก็ดับลงไป กลายเป็นเพียงประกายจากความชุ่มชื้นของน้ำเคลือบดวงตาเท่านั้น

“กราเชียส เจ้างดงามเหลือเกิน”

กราเชียสขนลุกอีกรอบ

เขารู้สึกภูมิใจกับหน้าตาตัวเองก็จริง แต่ไม่เคยมีใครชมแบบโต้ง ๆ แบบนี้มาก่อน

“เจ้าสวยจนข้าใจสั่นทุกครั้งที่ได้มองหน้าเจ้า…”

สรุปแล้วเขาเป็นผู้ชายสวย?

อะไรก็ช่าง อย่าถือความกับคนหลงโง่งมในรัก แค่แมลงสาบที่มองจากดาวอื่นก็ว่าน่ากลัวยังคิดว่าน่ารักได้ นับประสาอะไรกับคนหน้าตาธรรมดา ๆ อย่างเขาที่จะถูกยกระดับเป็นคนสวย

เมื่อทำความสะอาดใบหน้าของเขาด้วยลิ้นเสร็จ โรแลนด์ก็ทิ้งตัวลงนอนข้างกาย และดึงร่างของเขาเข้าไปแปะในอ้อมอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเจ้าตัวพลางถอนหายใจ

“เมื่อไรข้าจะได้กอดเจ้า มีความสัมพันธ์กับเจ้าอย่างเต็มที่สักที”

กราเชียสกัดปากแทบจะขาดเพื่อไม่ให้ตัวเองตะโกนขึ้นมาว่า ‘ไม่มีวันครับ’

เขาหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา “ก็ตอนที่ท่านจัดการอะไร ๆ เสร็จนั่นแหละครับ”

“แต่นั่นมันนานนี่”

“ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ครับ?”

“เป็นผลดีกับเราสองคนแน่นอน เจ้าวางใจได้” โรแลนด์ใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยผมของกราเชียสเล่น ก่อนที่ในที่สุดจะก้มลงหอมศีรษะที่ไม่ได้สระผมมาแล้วสามวันฟอดใหญ๋

สลบไหมล่ะ

“หอมจัง” โรแลนด์กล่าวเสียงระรื่นแล้วสูดอีกหลาย ๆ ฟืด

กราเชียสเชื่อแล้วว่าไม่สามารถดูถูกระบบความคิดของคนคลั่งรักได้จริง ๆ


ทุกวันนี้โรแลนด์มาทำงานด้วยความสุข เขายิ้มทั้งวัน เลขาคนสนิทก็ทักเขาว่าเขามีรอยยิ้มที่มีชีวิตชีวามาก ๆ ในช่วงพักหลังมานี้

แน่นอน ก็เพราะกลับบ้านไป เขาก็มีเจ้าแมวตัวน้อยแสนรักต้อนรับเสมอ

แต่โรแลนด์ก็ไม่ได้พูดอะไร ถึงแม้จะอยากอวดความน่ารักของกราเชียส แต่ว่าตอนนี้ก็ยังทำไม่ได้

ตราบใดที่ยังมีอเล็กเซีย

อเล็กเซียเกิดมาเป็นผู้หญิงที่ขัดขวางความรักของเขา

นางไม่ได้ทำอะไรผิด นางเป็นผู้หญิงที่น่ารักดี เขาเห็นนางเป็นเหมือนน้องสาวที่มีอายุห่างกันมาก ๆ แต่ว่าการที่ถูกจับหมั้นกับนางทำให้เขารู้สึกเกลียดนางไปในเวลาเดียวกัน

แต่ว่าอีกไม่นานหรอก อีกไม่นาน…

ทว่าความสุขมักไม่อยู่กับคนคนหนึ่งเป็นเวลานานมากเกินไป

วันนี้เขากลับดึกกว่าปกติ สงสัยจังว่ากราเชียสจะเป็นห่วงรึเปล่า

ทันทีที่รถม้าจอดหน้าคฤหาสน์ และเขาก้าวขาลงพร้อมกับเดินเร็ว ๆ เข้าตัวอาหาร จู่ ๆ โรแลนด์ก็ได้ยินเสียงระเบิดและกลิ่นหอมฟุ้งของอะไรบางอย่างที่เหมือนดอกไม้

ดอกไม้?

เสียงกรีดร้องของเหล่าเมดที่ทำการดูแลปีกขวาของคฤหาสน์ดังขึ้น โรแลนด์ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์เมื่อระลึกได้ว่านั่นเป็นฝั่งที่เป็นที่อยู่เดียวกับห้องใต้ดิน ห้องที่เขากักเอาตัวแมวน้อยสีขาวของตัวเองเอาไว้

หัวใจโรแลนด์เต้นแรงและบีบรัดราวกับมันจะกระเด็นออกมาจากอก เขารีบวิ่งด้วยความเร็วเหนือมนุษย์เข้าคฤหาสน์และมุ่งไปทางห้องใต้ ทว่าระหว่างทาง

“อ่ะ”

โรแลนด์ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าแขกผู้มาเยือนเป็นมังกรบุปผา คู่หูมังกรของกราเชียส และข้างหลังสุดก็เป็นอิกเลียส มังกรของอาเวลผู้เป็นคู่หูซึ่งยืนอยู่ข้างหน้า และตรงกลางก็เป็น...

“กราเชียส?” โรแลนด์เอ่ยเสียงสั่น

เสียงแตกราวของแก้วดังขึ้น ดังก้องในหัว

“เจ้าทำไมถึงออกมาพร้อมคนพวกนี้? ห้องใต้ดินน่ะปลอดภัยมากนะ ต่อให้โดนระเบิดก็ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอก” โรแลนด์พยายามยิ้มและเอ่ยช้า ๆ แต่สุดท้ายแล้วเสียงเขาก็สั่นและถูกพูดออกมาอย่างรัวเร็วเมื่อเห็นดาบเล่มเรียวเล็กที่อยู่ในมือของคนรัก

ไม่จริง

“ท่านโรแลนด์...” 

คำเรียกที่แสนห่างเหินนั่นมาอีกแล้ว เขาไม่ชอบเลย

“หลีกไป” เรย์เฟลอร์กล่าวเรียบ ๆ มือข้างหนึ่งแปลงสภาพเป็นกรงเล็บของมังกร

“อะไร? เจ้าจะพาคนของข้าไปไหน?” โรแลนด์เบิกตา ใบหน้าจากที่แย้มยิ้มกลายเป็นเรียบสงบ

เหมือนกับฟ้าฝนที่สงบเงียบก่อนที่พายุจะโหมกระหน่ำ

“เขาไม่ใช่คนของเจ้า เลิกเพ้อฝันได้แล้ว”

เพ้อฝัน? ไม่ ก็กราเชียสน่ะบอกว่าจะมาเป็นดัชเชสของเขา…

เขาไม่ได้เพ้อฝันไปคนเดียวเสียหน่อย 

“ข้าไม่ได้เพ้อฝัน ใช่ไหม กราช?” โรแลนด์เสียงสั่น เป็นอีกครั้งที่ความหวังถูกวาดขึ้นมาสำหรับกราเชียส

“ท่านโรแลนด์...ข้า…” ดวงตาสีม่วงใสเสมองไปทางอื่น ไม่ยอมสบกับดวงตาของโรแลนด์

“ข้าขออภัย”

เสียงแก้วแตกดังขึ้น

เศษของมันร่วงกราวลงบนพื้นที่เย็นเฉียบ

เขาสงสัย...ว่านั่นใช่เสียงหัวใจของเขาหรือเปล่า?

และเป็นอีกครั้ง ที่ความหวังของโรแลนด์ถูกทำลายโดยน้ำมือของอีกฝ่าย

ของคนที่เขารักยิ่งกว่าชีวิต

โรแลนด์เบิกตากว้าง ดวงตาไร้ประกาย สีหน้าไม่ได้แสดงออกถึงความตื่นตกใจขนาดนั้น หรือถ้าจะพูดให้ถูก เขารู้สึกเหมือนกับมีค้อนหนัก ๆ เหวี่ยงเข้าที่ใบหน้า มันแรงพอที่จะทำให้ลืมแม้กระทั่งร้องด้วยความเจ็บปวด เช่นกัน เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกตกใจเกินกว่าจะแสดงสีหน้าใด ๆ ออกมาได้

ที่ผ่านมาคือ...เรื่องหลอกลวง?

ทั้ง ๆ ที่กราเชียสก็บอกไว้แล้วว่าถ้าเขาจัดการอะไร ๆ เสร็จเรียบร้อย อีกฝ่ายจะเป็นดัชเชสของเขา

ย้ำอย่างนั้นเสมอยามที่ได้เห็นกัน

ให้ความหวังกับหัวใจของเขา

ต้นรักที่งอกเงยระหว่างคนสองคน ถูกอีกฝ่ายกระชากทิ้งไปโดยไม่ไยดี

หรือถ้าจะพูดให้ถูก…

มีเพียงแค่โรแลนด์คนเดียวที่หมั่นรดน้ำพรวนดินให้เจ้าต้นไม้ต้นนั้น โดยที่มีกราเชียสยืนมองอยู่เฉย ๆ ในตอนแรก อีกฝ่ายไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำว่าเขาปลูกมันเพื่อเจ้าตัว แต่ในเวลาถัดมา เจ้าแมวน้อยของเขาก็ทำท่าทางจะรับมันไว้

แต่พอถึงเวลาที่เขาจะเก็บผลของความรักไปให้

อีกฝ่ายกลับเดินหนีไป ไกลเสียจนไล่ตามไม่ทัน

โรแลนด์ยิ้มทั้ง ๆ ที่ดวงตายังเบิกกว้าง ก่อนจะหัวเราะ

“เจ้า...เจ้า...ทั้ง ๆ ที่ข้าให้ความรักเจ้าถึงเพียงนั้น...”

“ท่านโรแลนด์” กราเชียสเรียกเสียงอ่อน บอกตามตรงว่าเขาก็รู้สึกผิดที่หักหลังความรู้สึกของอีกฝ่าย

แต่ช่วยไม่ได้

เพราะเขาไม่ได้รักโรแลนด์

“เจ้าไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ ต่อข้าเลยงั้นหรือ? กราเชียส?”

“ข้า...ไม่ใช่อย่างนั้น...สำหรับข้าแล้ว ข้าคิดเสมอว่าท่านโรแลนด์เป็นคนที่สูงส่ง จับต้องยาก และอ่อนโย-”

“เลิกพูดแบบนั้นเสียที!”

เรย์เฟลอร์ขยับกายป้องกันตัวของกราเชียสยิ่งกว่าเดิม จนร่างอันใหญ่โตนั่นแทบจะปิดร่างของกราเชียสจนมิดแล้ว

แต่ในสายตาโรแลนด์ เขายังเห็นกราเชียสทำหน้าลำบากใจอยู่เหมือนเดิม

“รัก หรือไม่รัก? เจ้าตอบข้ามา” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แต่ก็เต็มไปด้วยความสงบ

“ท่านโรแลนด์  ข้าไม่สามารถ…”

“ตอบมา!” โรแลนด์กระชากเสียง

ไม่นะ เขาไม่ได้อยากแสดงด้านแบบนี้ให้กราเชียสเห็นเลย…

“ข้า...ข้าขอโทษ...”

“แต่ข้าไม่ได้รักท่าน”

มุมปากของโรแลนด์กระตุก ก่อนที่จะแย้มเป็นรอยยิ้ม รอยยิ้มอันบิดเบี้ยว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า 

รอยยิ้มอย่างคนหัวใจสลาย

“ฮะ...ฮะ...” เขาหัวเราะ หัวเราะจนเหนื่อย จากนั้นก็หอบหายใจ

“เจ้า...ข้าให้โอกาสเจ้า...”

กราเชียสหางคิ้วตก เขารู้สึกไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละที่ต้องปฏิเสธคนที่ให้ความรักเขามากขนาดนั้น

ทั้งเรย์เฟลอร์และอาเวล เมื่อได้ยินการปฏิเสธที่แสนจะหนักแน่นของกราเชียสแล้วก็อดหวั่นใจไม่ได้ กลัวว่าวันหนึ่งหากตนสารภาพออกไปแล้วจะได้คำปฏิเสธนี้กลับมา

คิด ๆ ดูแล้วโรแลนด์ก็น่าสงสารมากทีเดียว

เสียงเย็นยะเยียบดังขึ้นมา

“หากข้าจับตัวเจ้าได้อีก”

“ถ้าเพื่อทำให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้าตลอดไป ต่อให้ต้องฆ่าเจ้า ข้าก็จะทำ”

เมื่อออกมาจากคฤหาสน์ที่ทางออกด้านหลังแล้ว เรย์เฟลอร์และอิกเลียสก็กลับร่างเป็นมังกรเต็มตัว ขนาดโตเต็มที่ของทั้งสอง อย่างเรย์เฟลอร์ก็สามารถให้กราเชียสขึ้นไปนั่งบนหัวได้อย่างสบาย ๆ ส่วนอิกเลียสมีขนาดตัวที่เล็กกว่าเรย์เฟลอร์กว่าครึ่งหนึ่ง ก็นะ ถ้าเทียบตามมวลร่างกายแบบร่างมนุษย์ก็ถือว่าสมควรอยู่

กราเชียสยอบตัวลงเมื่อเกาะหัวของเรย์เฟลอร์ไว้แน่น ๆ เมื่อมังกรหนุ่มมั่นใจแล้วว่าคู่หูจะปลอดภัยถ้าตนออกบินก็วาดปีกขึ้นและกระพือ ร่างใหญ่โตถูกปีกสองข้างที่รวมกันแล้วขนาดกว้างยี่สิบและยาวราวห้าสิบเมตรพาขึ้นไปบนท้องฟ้า และถึงแม้จะมีตัวที่ใหญ่แบบเกินความจำเป็น แต่ความเร็วในการบินก็ไม่ได้น้อยไปกว่าร่างที่ปราดเปรียวกว่าของอิกเลียสเลย

“หาข้าเจอได้อย่างไร” กราเชียสตะโกนฝ่าลมถามอาเวล

“เงาของอิกเลียสสืบเจอน่ะ”

“ขอบคุณนะอิกเลียส ทุกคนเลย ขอบคุณที่ช่วยข้า” กราเชียสยิ้มให้อาเวลกับอิกเลียสที่บินอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะปีนตัวไปลูบเบา ๆ ที่หัวตาของเรย์เฟลอร์และซบลงกับหน้าผากแข็งที่เย็นลื่นเพราะเกล็ดสีชมพูอ่อนเหลือบม่วง สูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้เข้าปอดและกระซิบ

“เรย์ด้วย ขอบคุณมาก ระเบิดนั่นเจ้าทำสินะ เก่งมากเลยล่ะ ทรงพลังสมกับเป็นเจ้า”

เสียงครางครืดในลำคอของมังกรหนุ่มดังขึ้น นั่นทำให้กราเชียสหัวเราะออกมาน้อย ๆ

“ว่าแต่เราจะไปที่ไหนเหรอ”

“อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ใช่ในอาณาจักรเรติฟา ข้าคิดว่าอาณาจักรที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ทางตอนใต้ของกาลาเรียเป็นความคิดที่ดี”

“อาณาจักรโอริอุสน่ะนะ?”

“ใช่ เป็นอาณาจักรที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แถมบ้านเมืองก็ไม่ค่อยเยอะ ประชาชนก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกับอาณาจักรอื่นเสียเท่าไร คิดว่าน่าจะซ่อนตัวได้นานอยู่แม้ว่าทหารจะกระจายกำลังไปถึงก็ตาม” อาเวลอธิบายยาวเหยียด แต่เพราะลมเข้าปากและต้องตะโกนพูด นั่นทำให้พอเขาพูดจบก็ไอออกมาอย่างรุนแรง

“โทษทีนะ แต่เราลงไปคุยกับตอนถึงอาณาจักรนั้นแล้วก็ได้”

“ตามนั้น”

พวกเขาใช้เวลาเดินทางข้ามอาณาจักรด้วยการบินราวสามคืนสี่วันก็มาถึงอาณาจักรโอริอุสในยามเช้าตรู่ พระอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นตรงเส้นขอบฟ้าที่มีมหาสมุทรอยู่ด้านใต้รองรับแสงสีอ่อนหวานของอาทิตย์อุทัย ดูแล้วพราวระยับจับต้องสายตาได้เป็นอย่างดี

“สวยจังเลยเนอะเรย์” กราเชียสพูดกับคู่หูมังกร

เรย์อ้าปากใหญ่โตนั่นแล้วพูด “ถ้าเจ้าคิดว่าสวย เราก็จะได้อยู่ที่นี่ได้แบบมีความสุขหน่อย โชคดีแล้วล่ะ”

“ว่าแต่ ตอนนี้เราคงโดนดีดออกมาจากกิลด์คาวาเลียแล้วสินะ ลองใช้ตัวตนใหม่แฝงเข้ากิลด์ในเมืองสักเมืองของอาณาจักรโอริอุสหน่อยดีไหม?”

“ข้าว่าต้องรอให้เรื่องการตามล่าเจ้าซาลงกว่านี้อีกสักนิด”

“นั่นสินะ”

“ทำไมเจ้าถึงอยากเข้ากิลด์ขนาดนั้น?”

“มันเป็นเหมือนหน้าที่น่ะ เจ้าไม่รู้สึกเหรอ เราเคยเป็นอัศวินอยู่ดี ๆ แล้วมาว่างงาน มันก็เหงา ๆ นะ”

“ข้าไม่ได้ผูกพันกับหน้าที่ขนาดนั้น”

กราเชียสอยากถามว่าแล้วเพราะอะไรอีกฝ่ายจึงอยู่ทำงานกับเขามาได้ถึงเจ็ดปี

แต่คิดว่าไม่ควรถาม

อะไรบางอย่างในตัวเขาบอกไว้ว่า ถ้าหากอยากรักษาความสัมพันธ์สหายคนสนิทกับเรย์เฟลอร์เอาไว้ เขาก็ไม่ควรจะถามคำถามนั้นออกไป

เรย์เฟลอร์ที่นิ่งรอว่ากราเชียสพูดอะไรต่อ เมื่อไม่ได้ยินอะไรออกมาจากปากของคู่หูอีกก็เอ่ยขึ้น “ตรงนั้นมีป่าใหญ่ ลงพักตรงนั้นก่อนไหม น่าจะพรางสายตาจนไม่เป็นที่แตกตื่นของผู้คนได้”

“เจ้าคิดว่าอย่างนั้นดีก็ทำเถิด” กราเชียสเอ่ย ก่อนจะตะโกนสื่อความกับอาเวล ซึ่งอาเวลก็เห็นด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงลงพักที่ป่าใกล้ภูเขาใหญ่ป่าหนึ่ง

เมื่อพวกเขาลงพัก สิ่งแรกเลยที่อาเวลกับเรย์เฟลอร์หามาให้กราเชียสคือน้ำ

จริงด้วย เขาไม่ได้กินน้ำมาหลายวันแล้วนี่…

“ขอโทษที เพราะกระเป๋าเสบียงอยู่กับข้า ตอนนั้นก็รีบ ๆ จนลืมให้ไปเลย”

“แต่เจ้าก็ไม่ได้กินเหมือนกันนี่ มากินด้วยกันเถอะ”

ว่าจบแล้วพวกเขาสองคนสองตนก็นั่งล้อมวงกันตรงพื้นที่ที่เรย์เฟลอร์กวาดให้ราบเป็นหน้ากลองเพื่อที่จะได้หย่อนกายใหญ่โตลงมาได้

อาหารหลักของอิกเลียสเป็นพลังด้านลบของจิตใจ เพราะฉะนั้นเจ้าตัวจึงกินความเหน็ดเหนื่อยของอีกสามคนที่เหลือจนอิ่มพุงกาง ส่วนเรย์เฟลอร์อาหารหลักคือดินที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ ซึ่งก็ถือว่าโชคดีที่โอริอุสเป็นอาณาจักรที่มีดินที่ดี ไม่เค็มเกินไปถึงแม้จะตั้งอยู่ติดกับมหาสมุทร

แต่ถ้าไม่มีอาหารพวกนี้ เหล่ามังกรก็สามารถกินอาหารอย่างมนุษย์ทั่วไปได้ เพียงแต่จะต้องกินเยอะมาก ๆ ถึงจะอิ่มขึ้นมา

ส่วนมนุษย์สองคนในกลุ่มก็นั่งเคี้ยวขนมปังแห้ง ๆ กับซดน้ำองุ่นไป

พอกินเสร็จ อิกเลียสก็ขอตัวไปนอน เพราะมันเกินขีดจำกัดการอดนอนของเขาแล้ว พอหาที่เงียบ ๆ และมีร่มไม้เสร็จก็ล้มตัวลงหลับทันที คาดว่าถ้าไม่ปลุกก็คงจะหลับไปสองวันแน่นอน

“กราเชียส” ในระหว่างนั้นอาเวลกับเรย์เฟลอร์ก็จับกราเชียสนั่งลงใต้ร่มไม้อีกต้นแล้วก็เริ่มถาม

“ไอ้หัวหน้าโรคจิตนั่นทำอะไรกับเจ้าบ้าง?” อาเวลถาม

“ก็..ไม่ค่อยดีเท่าไร”

บนหน้าเรย์เฟลอร์และอาเวลมีเงาดำพาดผ่านไป อาเวลยิ้มเหี้ยม “อย่างเช่น?”

“ทำไมเจ้าต้องทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นด้วย ส่วนเรย์ เจ้าจะกางกรงเล็บออกมาทำไม เก็บกลับเดี๋ยวนี้นะ”

“ข้าถามว่าหมอนั่นทำอะไร?”

“ก็...อืม...กอด แล้วก็เลียหน้า?”

เหมือนพูดถึงหมาเลยแฮะ…

“โฮ่ เลียหน้า? แล้วไงต่อ?”

“เอ่อ” รับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เข้มข้นขึ้นอย่างน่าประหลาด กราเชียสสั่นหน่อย ๆ ขนลุกซู่

เขาว่าเขาก็หนีจากโรแลนด์มาได้แล้วนะ ทำไมอาการขนลุกซู่นี่ยังตามมาอีก

“นอกจากบอกรักและบอกว่าข้าเป็นเจ้าหญิงนิทรากับก็เป็นอะไรแปลก ๆ อีกไม่รู้ก็ไม่มีแล้ว”

บรรยากาศที่ตรึงเครียดผ่อนคลายลงทันที อาเวลยิ้ม พูดอะไรมุบมิบ ๆ กับตัวเองสักอย่าง

‘เจ้าคนไร้น้ำยา ถ้าเป็นข้าป่านนี้ได้กันไปนานแล้ว’

เรย์เฟลอร์ที่หูดีกว่ามนุษย์ธรรมดากระแอม ส่วนกราเชียสก็มองงง ๆ

“ดีแล้วล่ะที่เจ้าไม่โดนทำอะไรไปมากกว่านั้น เพราะหมอนั่นน่ะดูบ้ามาก ๆ”

“อืม...” กราเชียสพยักหน้า ท่าทางดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด

‘ถ้าเพื่อทำให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้าตลอดไป ต่อให้ต้องฆ่าเจ้า ข้าก็จะทำ’

คำพูดนั้นไม่ได้มีแววของการหยอกเย้าหรือโกหกหลอกลวงแต่อย่างใด

โรแลนด์รักเขามาก แต่ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งพยายามทำทุกวิถีทางให้กราเชียสอยู่กับตัวเอง

ซึ่งนั่นน่ะ มันเห็นแก่ตัว

กราเชียสอยากจะเข้าใจความรักในรูปแบบนี้ แต่เขาก็คิดว่ามันค่อนข้างที่จะ...เลวร้าย…

ถึงแม้ในมุมหนึ่งของจิตใจจะกู่ร้องด้วยความสุขกับการได้เป็นที่รักของใครคนหนึ่งมากถึงขนาดนั้นก็ตาม

TBC.


พูดคุย : 

ท่านโรแลนด์เจอไปจุก ๆ ตอนนี้จะฆ่าน้องจริง ๆ แล้ว ความยันนี่อันดับหนึ่งเลยค่ะ

จริง ๆ คนที่ยันแบบเด่น ๆ ก็จะมีท่านโรแลนด์ รองลงมาก็เรย์ ซึ่งตอนนี้ไม่ค่อยจะเผยอะไรมากเท่าไร 

อาเวลดีแต่ปาก

คนอื่น ๆ ยังไม่ออก หรือถ้าจะให้พูดคือ ออกแล้วแต่ตอนนี้ยังไม่มีบท เนื้อหาถ้าให้เทียบก็จะแบ่งเป็นอาร์ค ๆ ไป นี่คืออาร์คแรก อาร์คแรกก็จะเด่นกันอยู่สองสามคน มีท่านโรแลนด์ เรย์ แล้วก็อาเวล

อิกเลียสไม่ค่อยได้ออกมาในบทเท่าไร แต่ว่าเป็นตลค.ที่สำคัญ ได้โปรดอย่าเมินเขา

เจอกันตอนถัดไปค่า!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #94 KC(เคซี) (@marioto) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 14:09
    ชอบมาดกก
    #94
    0
  2. #92 Weetaime (@Weetaime) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 23:22
    เฮ้ยยยยย น้องมาโซ กร๊าซ
    #92
    0
  3. #34 MinT~FairY (@ngohungmint) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:58
    ชอบพระเอกยันๆแบบนี้แหละ กร๊าวใจมาก
    #34
    0
  4. วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:52

    ลึกๆแล้วน้องก็แอบมีใจดีใจที่มีคนรักตนเองถึงขนาดนี้ใช่ไหมล่ะ สุดแท้แต่โรแลนด์ล่ะว่าต่อไปจะเป็นตัวร้ายรึหนึ่งในพระเอกของน้อง ถถถถ รอตอนต่อไปนะคะสู้ๆ

    #33
    0
  5. #32 eryueqirlz (@qisterex) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:34
    แอบกลัวโรแลนด์แฮะ คิดว่าเรย์จะยันแตกเพราะคู่หูโซน55555555555555
    #32
    0
  6. #28 min27543865 (@min27543865) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 21:37
    ฮาเร็มของน้องคนเยอะมากแน่ๆ5555555
    #28
    0
  7. #27 Lizzy_Lizz (@Lizzy_Lizz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 21:36
    ไม่เป็นไรค่ะ จับเข้าฮาเร็มให้หมด มีสีสันดี 555
    #27
    0