[Yaoi/Harem] ถูกรักมันก็ดี แต่ช่วยลดความตื่นเต้นลงหน่อยเถอะ หัวใจจะวายตายแล้ว!!!

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 [คำโกหกแสนหวาน มอบให้กับชายหนุ่มผู้หลงอยู่ในห้วงแห่งรัก]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    8 ก.ย. 62

เรย์เฟลอร์นั่งบนเตียงเก่า ๆ ที่มีฝุ่นเกาะภายในห้องที่ถูกก่อด้วยหินแบบหยาบ ๆ หน้าต่างที่มีแสงจันทร์ลอดสาดส่องกระทบลงกับเสี้ยวหน้าที่เรียบสงบของเขา

แขนข้างหนึ่งของตนแปลงสภาพกลายเป็นกรงเล็บมังกร ก่อนที่เขาจะปล่อยหยดพิษลงบนพื้นหินที่ถูกขัดและดูทนทาน หากแต่มันก็ถูกกัดกร่อนโดยพิษกรดนั้นอย่างง่ายดาย

ทหารของราชวังที่ยื่นเฝ้าอยู่ได้ยินเสียงซู่ซ่าก็เหลือบตามอง พบภาพของมังกรหนุ่มกำลังเล่นกับพิษตัวเองก็หน้าซีดเผือด

เย็นไว้ไอ้ชาย ตอนนี้มันอยู่ในคุก มันทำอะไรเราไม่ได้

กระทั่งเขาได้ยินเสียงซู่ซ่านั่นดังขึ้นอีกรอบบนลูกกรง

เมื่อหันไปมอง

อิฉิบหาย พิษกรดนี่มันละลายเหล็กลูกกรงได้!

“จ-เจ้า หยุดเดี๋ยวนี้ หยุดพิษของเจ้าเดี๋ยวนี้”

“แตกตื่นไปทำไม ไม่ใช่ว่าคุกหลวงของราชวังแข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรแล้วหรือไร” เรย์เฟลอร์กล่าวเรียบ ๆ ก่อนจะหยดพิษกรดเกสรเพิ่ม

ทหารร้องเมื่อส่วนหนึ่งของมันกระเด็นมาโดนเกราะเหล็กของเขา และเมื่อเห็นมันลุกลามขยายแผ่กว้างอาณาเขตการกัดกินขึ้นก็รีบถอดออกและโยนทิ้ง ก่อนจะวิ่งออกไปจากบริเวณห้องขัง คาดว่าน่าจะไปแจ้งผู้ที่มียศสูงกว่า

“ออกมาสิ” เรย์เฟลอร์กล่าวในความเงียบ

“ให้ตายเถอะ พิษเจ้ามันกลิ่นหอมชะมัด ไม่น่าเชื่อว่าจะอันตรายถึงขนาดนี้” อาเวลที่โผล่มาตรงซี่กรงของหน้าต่างกล่าวเมื่อมองพิษที่ยังคงกัดกร่อนพื้นขัด ลูกกรง และเกราะหนักอยู่อย่างขยันขันแข็ง

“ถอยไป” เรย์เฟลอร์พูด

บนหน้าของอาเวลที่ตอนนี้กำลังขี่อยู่บนต้นคอของอิกเลียสมีความ ‘อิหยังวะ’ ติดอยู่เต็มไปหมด แต่ถึงกระนั้นก็ดึงให้ร่างของอิกเลียสถอยออกมา

มังกรบุปผาเดินถอยหลังออกไป ยกมือขึ้น เวทสีม่วงประกายชมพูดูมุ้งมิ้งระยิบระยับก่อตัวขึ้น ก่อนที่มันจะ

ตู้ม

กำแพงหายไปในพริบตา

อาเวลอ้าปากค้าง

เคยได้ยินมาจากกราเชียสอยู่เหมือนกันว่าพลังของเรย์เฟลอร์มีเยอะจนใช้ยังไงก็ใช้ไม่หมด ต่อให้จะใช้บ่อยเท่าไรก็ตาม แต่เขาไม่ค่อยได้เห็นเรย์เฟลอร์ทำอะไรนอกจากเป็นพาหนะให้กราเชียสและระวังหลังให้อัศวินคู่หู ภารกิจกำจัดปีศาจส่วนใหญ่กราเชียสก็จะเป็นคนลงมือ ดังนั้นนี่จึงเป็นการที่เรย์เฟลอร์ใช้เวทระเบิดให้อาเวลเห็นครั้งแรก

ส่วนอิกเลียสก็ไม่ได้ออกความเห็นใด ๆ ระลึกเพียงแค่ว่าตนนั้นไม่สามารถเทียบกับมังกรผู้ครอบครองศาสตราที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคนี้ของเผ่าพันธุ์มังกรได้

แต่เขาก็จะปกป้องอาเวลเอง

ปีกสีชมพูเหลือบม่วงสยายใหญ่ออกมาบนหลังกว้างของเรย์เฟลอร์ พร้อม ๆ กับเรียวหางยาวที่ประดับด้วยคริสตัลสีใสระยิบระยับล้อแสงจันทร์ ทั้งหมดทั้งมวลทำให้ร่างกำยำของมังกรหนุ่มสง่างามยิ่ง

ร่างกึ่งมนุษย์กึ่งมังกรถูกใช้งานเมื่อไม่มีผู้โดยสาร เรย์เฟลอร์ขยับปีกเล็กน้อยเพื่อความคุ้นเคย ก่อนจะกระพือมัน ลมหอบใหญ่เกิดขึ้น พร้อม ๆ กับร่างของเจ้าตัวที่ลอยขึ้นมาในอากาศอยู่ในระดับเดียวกับอาเวล

แขนของเรย์เฟลอร์ยื่นออกมาข้างหนึ่ง เจ้าตัวพึมพำอะไรสักอย่าง ดวงตาสีฟ้าอ่อนเรืองรองขึ้นมาความมืดมิด จบการร่ายเวทที่ลงท้ายด้วยคำว่า ‘จงมา’ จากนั้นรออยู่ครู่หนึ่ง ดาบใหญ่และหนักของเรย์เฟลอร์ที่คาดว่าน่าจะถูกยึดไปตอนถูกจับกุมก็กลับเข้ามาอยู่ในมือของเจ้าของ

เมื่อได้ของประจำกายกลับคืนมา เรย์เฟลอร์ก็เก็บมันเข้าไปในมิติพิเศษ และหันกลับมาถามอาเวล

“ตอนนี้จะไปที่ไหนก่อน”

“ที่คฤหาสน์เดลิแบร์ของข้าพอจะซ่อนตัวรวมถึงกลิ่นอายของเจ้าได้ รีบไปกัน” อาเวลกล่าวรีบ ๆ เมื่อได้ยินเสียงของคนที่แห่กันมาทางคุกด้านใน

อิกเลียสร่ายเวทพรางตา ทำให้ร่างของพวกเขาทั้งสามแฝงกลืนไปกับอากาศ ก่อนที่จะออกบินไปด้วยความเร็วที่ไม่ได้น้อยเลย


กราเชียสกอดขาที่เปลือยเปล่าเพราะช่วงล่างถูกริบไปของตัวเอง

ชีวิตเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

จุดที่ไม่มีแม้แต่กางเกงใส่…

แต่ว่ายังดีที่ชั้นในไม่ถูกยึดไปด้วย นับว่าโรแลนด์ยังมีมนุษยธรรมอยู่บ้าง

ในห้องมืดไปหมด ห้องนี้ไม่มีหน้าต่างด้วย ตะเกียงมี แต่เขาเอื้อมไม่ถึง จะยิงเวทไฟซี้ซั้วไปเดี๋ยวก็ทำห้องไหม้ โดนไฟคลอกตายอีก

ถึงเขาจะมั่นใจว่าโอกาสการเกิดนั้นจะน้อยก็เถอะ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นมา มันก็ไม่คุ้มใช่ไหมล่ะ

กอดเขามองไปมองมาสักพักก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาแบบแปลก ๆ

ท่านโรแลนด์..บอกว่ารักเขา แต่ทำไมถึงทำแบบนี้กันนะ…

นั่งใจลอยได้สักพัก ประตูที่ดูท่าทางจะทำจากแร่วิเศษ ไม่สามารถใช้เวทใดทำลายได้ก็เปิดออก ปรากฏเป็นร่างของโรแลนด์ในสภาพที่ไม่ได้เรียบร้อยเท่าไร เส้นผมสีเหลืองทองที่แต่เดิมถูกเซตไว้ครึ่งหัวอย่างไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร(แต่เอาจริง ๆ กราเชียสก็ทำทรงนี้นะ)ตกลงปรกใบหน้า เวทไฟปรากฏที่ปลายนิ้วมือของอีกฝ่าย ก่อนที่นิ้วนั้นจะเคลื่อนเข้าใกล้ตะเกียง สุดท้ายแล้วไฟดวงเล็กก็ถูกดีดไปจุดลงบนเชื้อเพลิง นั่นทำให้ห้องสว่างขึ้นมาด้วยไฟสีขาวซึ่งอีกฝ่ายเสกขึ้น 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดูอ่อนลงและทอประกายบางอย่าง…

...ความสุขสม?

ความอิ่มเอมใจราวกับคนที่ได้ครอบครองสิ่งที่พยายามไขว่คว้ามานาน…

สายตาที่ใช้มองสมบัติแสนรัก…

สายตาที่มองคนที่เหมือนกับเป็นที่พึ่งพาของชีวิต

สายตาของคนที่เทิดทูนต่อสิ่งใดบางอย่างมาก ๆ 

สายตาที่เต็มไปด้วยความอยากจะทะนุถนอม

แต่ในขณะเดียวกัน

ก็อยากจะบีบเขาให้แหลกสลายคามือ

กราเชียสขนลุกกับสายตาเหล่านั้นมาก เสมือนกับว่าพอเขารู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับตน โรแลนด์ก็เลยไม่มีความจำเป็นใด ๆ ต้องปกปิดความรู้สึกที่ฉายออกมาทางสายตาอีกแล้ว ซึ่งนั่นทำให้กราเชียสรู้สึกขนลุกแบบ ขนลุกจริง ๆ 

น่ากลัวกว่าฟังเรื่องผีที่พวกคนในกองทัพเล่าตอนกลางคืนอีก

“โรแลนด์?” กราเชียสลองเรียกโรแลนด์ที่ตอนนี้เหมือนกับหลงไปอยู่อีกมิติหนึ่ง มิติเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นมาจากความสุขสม

“หืม?” ร่างกายใหญ่โตอย่างที่กราเชียสเทียบไม่ติดเดินเข้ามา เสียงรองเท้าหนังขัดเงาที่บดลงกับพื้นกระเบื้องลายหินอ่อน ก่อนที่จะมาหยุดตรงบริเวณข้างเตียง

แน่นอนว่าตอนนี้ร่างของกราเชียสไถลไปอยู่ตรงมุมเตียงที่ห่างจากอีกฝ่ายมากที่สุดแล้ว

“ยอดรัก เจ้าเรียกข้า แต่เจ้ากลับกระถดกายหนีข้า หมายความว่าอย่างไร?” โรแลนด์ถามด้วยรอยยิ้ม ดวงตามองมาคล้ายมองสัตว์ตัวเล็ก ๆ ไร้ทางสู้

“ทักทายน่ะท่าน ท่านคิดอะไรกับการเป็นอัศวินของข้า” กราเชียสส่งรอยยิ้มแห้ง ๆ ไปให้

“ท่าน? เรียกข้าแบบธรรมดาเถิด ตอนนี้เจ้าโดนถอดยศแล้วนะ” โรแลนด์กล่าวยิ้ม ๆ

“โรแลนด์...การที่ข้าเป็นมือขวาของท่าน มันทำให้ท่านไม่พอใจหรืออย่างไร”

“ก็เปล่า เจ้าทำได้ดี...ดีมาก...เพียงแต่...”

“เพียงแต่?” กราเชียสทวน

“ข้าอยากให้เจ้ามาเป็นดัชเชสในอนาคตของข้ามากกว่า”

“!” กราเชียสผวาเฮือกเมื่อการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วโดยที่เขาสามารถมองออกเป็นเพียงเงาไหววูบ รู้ตัวอีกทีร่างก็ถูกกระชากให้นอนราบกับเตียง หัวฟาดลงกับหมอนนุ่ม ๆ พอดิบพอดี ก่อนที่กายของเขาจะถูกคร่อมทับไว้ด้วยร่างของโรแลนด์

“โรแลนด์?” กราเชียสเรียกงง ๆ

“ข้าชอบยามที่ชื่อของข้าถูกเจ้าเอ่ยออกมา” ปลายจมูกโด่งเป็นสันกดลงมาที่ลำคอระหง “เรียกอีกสิ”

ฟังจากเสียงแล้ว ขออนุญาตไม่เรียกครับ

“ท่านจะทำอะไร” กราเชียสเอ่ยถาม ในใจขอร้องว่าอย่าให้เป็นแบบที่ตนคิด

“หืม” ลิ้นร้อน ๆ แลบออกมาเลียบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่มีเหงื่อไหลซึม “เจ้าน่าจะรู้ตัวนะ”

“แต่เดี๋ยวก่อนท่าน...ข้าว่า เอ่อ...ก่อนอื่นเลย ท่านคิดจะทำ...”

“อืม ข้าจะถอดเสื้อผ้าเจ้า สัมผัสเจ้า และก็โอบกอดเจ้านั่นแหละ” โรแลนด์เอ่ยเสียงนุ่ม ฟังแล้วรื่นหู แต่เนื้อความทำให้กราเชียสเบิกตาแทบถลน

ดูทรงจากโรแลนด์ในตอนนี้ ท่าทางเจ้าตัวจะกลายเป็นสัตว์เพศผู้ที่กระหายในการสมสู่อย่างเต็มรูปแบบ ขัดขืนไปน่าจะแย่ ต้องผ่อนปรน…

ผ่อนปรน...ยังไงวะ?

“อ-เอ่อ...โรแลนด์” กราเชียสเสี่ยงเรียกชื่ออีกฝ่ายอีกรอบ

“ว่าไงคนดี” เสียงที่ตอบกลับมานั้นหวานนุ่มจนทำเอาใจของเขาเหลว

ไม่ใช่เหลวเพราะหวั่นไหว

เหลวเพราะกลัว

ถึงท่านพ่อท่านแม่ที่ไม่เคยเห็นหน้า ข้าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไรดีครับ

“ท่าน...กล่าวไว้ว่าจะให้ข้าเป็นดัชเชสของท่าน?”

โรแลนด์ยิ้ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉ่ำเยิ้มไปด้วยความรัก “อืม หลังจากที่อะไร ๆ เรียบร้อยแล้ว”

กราเชียสได้ยินคำว่า ‘อะไร ๆ’ มาสองครั้งแล้ว เขาไม่ค่อยแน่ใจ และนึกไม่ออกด้วยว่านั่นหมายความว่าอะไร แต่ตอนนี้เขาเลือกห่วงสวัสดิภาพตัวเองก่อนที่จะห่วงอย่างอื่น

“ง-งั้น เรื่องที่ดูสำคัญขนาดนี้ ไม่ทำตอนเราแต่งงานกันแล้วล่ะครับ?” กราเชียสเอ่ยด้วยน่้ำเสียงที่เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่เย็นถึงเย็นมาก ๆ แต่เย็นแบบนุ่มนวล อารมณ์ประมาณหวานเย็นเกล็ดหิมะปั่นละเอียด ๆ 

อืม...บิงซู?

ว่าแต่บิงซูคืออะไรกันนะ

เขาช่างเรื่อง ‘อะไร ๆ’ และ ‘บิงซู’ อีกรอบ มือสองข้างยกขึ้นแตะที่ผิวหน้าร้อน ๆ ของโรแลนด์

“เห็นข้าเป็นแบบนี้ แต่ข้าก็คิดว่าเรื่องครั้งแรก มันสำคัญนะครับ” จากนั้นก็พยายามฉีกยิ้มที่คิดว่านุ่มนวลอ่อนหวานที่สุดออกไป

เอาให้เป็นเบาหวานกันไปข้าง

โรแลนด์เบิกตามองรอยยิ้มนั้น นัยน์เนตรสีเข้มสั่นไหว ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลงมา มือที่ใหญ่และอุ่นกว่ายกขึ้นทาบทับกับมือเรียวงามของกราเชียส จับมันเอาไว้ และจรดจูบที่ปลายนิ้วสีชมพูอ่อนเรื่อ เรื่อยไปถึงเรียวนิ้วที่ไร้ข้อปูดโปน แม้ตรงฝ่ามือจะสากไปบ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าเขา

หัวหน้ากองทัพอัศวินขมวดคิ้ว ด้วยกลิ่นหอมหวานที่วนเวียนอยู่รอบ ๆ ตอนนี้ทำให้เขาแทบจะคลั่ง แต่ว่าการฟังคำพูดของดัชเชสในอนาคต...มันก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

อีกอย่าง…

“เจ้ายอมเป็นดัชเชสของข้า?”

“หากท่านปรารถนา…” กราเชียสกล่าวช้า ๆ “ถ้าท่านแน่ใจว่าจัดการเรื่ององค์หญิงอเล็กเซียได้ ข้าก็จะทำตามที่ท่านต้องการ”

“เพราะรักข้า?” โรแลนด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง

กราเชียสเงียบ อ้าปากจะพูดหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยอะไร

เขา...โกหกว่าจะเป็นดัชเชสของโรแลนด์ ถ้าหากวันหนึ่งเขาหนีหายไป โรแลนด์ก็น่าจะเจ็บมากแล้ว และยิ่งถ้าโกหกว่ารักอีก…

เขาไม่สามารถย่ำยีหัวใจของคนคนหนึ่งได้มากขนาดนั้น

หัวใจของชายหนุ่มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยห้วงความรักอันแสนหอมหวาน

เขาทำไม่ได้

“ข้า...”

“อืม...รู้อยู่แล้วล่ะ ว่าข้าหวังมากเกินไป” โรแลนด์เผยรอยยิ้มเศร้า ๆ ออกมา

กราเชียสหลบตา ไม่กล้าสบกับดวงตาของชายอีกคน

ทว่าหยดน้ำอุ่น ๆ หยดหนึ่งกลับร่วงลงมาที่ใบหน้าของเขา กราเชียสเบิกตากว้าง

“เหมือนคนบ้าเลยนะ ข้าน่ะ...” เสียงของโรแลนด์สั่นจนน่าใจหาย เขาไม่เคยได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าเท่านี้จากชายอีกคนมาก่อน “พอรู้ว่าเจ้ายอมอยู่เคียงข้างก็ดีใจแทบไม่เป็นผู้เป็นคน แต่พอไม่ได้อย่างที่หวังก็...”

“โรแลนด์” กราเชียสเรียกเบา ๆ หารู้ไม่ว่าน้ำเสียงที่แหบแห้งและแผ่วเบานั้น ในความคิดของโรแลนด์ มันราวกับเป็นการเย้ายวนจากปีศาจราคะอย่างไรอย่างนั้น 

มือขาวผ่องประคองใบหน้าอันหล่อเหลาราวเทพเจ้าประทานให้ของชายอีกคน ปลายนิ้วเกลี่ยเบา ๆ ที่หยดน้ำโศกนั้นพลางกระซิบ “ข้าขอโทษ...”

โรแลนด์เอียงใบหน้าซบลงกับฝ่ามืออุ่น ๆ นั่น “เจ้าไม่ผิดหรอก เป็นข้าที่อ่อนแอเกินไปเอง”

“ไม่ใช่หรอก ในสายตาข้า โรแลนด์เป็นคนที่แข็งแกร่งมาก ๆ ไม่อย่างนั้นจะมาเป็นหัวหน้ากองทัพอัศวินตั้งแต่อายุน้อย ๆ ได้ยังไง อีกอย่าง...”

โรแลนด์ช้อนตามองกราเชียส ทำให้ใบหน้าของอีกฝ่ายคล้ายกับสุนัขตัวโตที่อ้อนวอนขอความรัก

“ท่านจะแสดงถึงอารมณ์ความเป็นมนุษย์ในด้านอื่นนอกจากรอยยิ้มก็ได้นี่ อย่างไรท่านก็เป็นมนุษย์ผู้หนึ่งเหมือนกันนะ เช่นกัน ข้าก็เคยร้องไห้ ในเรื่องที่ท่านอาจจะคิดไม่ถึง”

“เรื่องอะไร?”

“ก็อย่างที่โดนท่านฉีกเสื้อไง” เห็นโรแลนด์ยิ่งทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ กราเชียสก็รีบเอ่ยเสริม “อีกเรื่องหนึ่งคือข้าร้องตอนที่เรย์เข้ามาเอาตัวบังข้าจากเวทระเบิด ตอนนั้นแผลเขาเหวอะหวะมาก ข้าเสียใจมากเลยล่ะ”

“...”

เอ่อ…

ทำไมบรรยากาศที่เขาบิ้วท์มามันเหมือนจะพังครืนลงทันทีที่เขาเอ่ยชื่อของเรย์เฟลอร์

แค่เอ่ยถึงคนอื่นก็ไม่ได้เหรอ…

ขี้หึงชะมัด

“แต่ แต่...ที่มากกว่านั้นคือการจากโบสถ์เมลาลินน์มาเข้าโรงเรียนอัศวิน มันน่าเศร้ามากเลยที่ต้องจากคุณพ่อและซิสเตอร์ใจดี ๆ ที่นั่นมา”

สีหน้าของโรแลนด์ดีขึ้นนิดหน่อย “แต่ว่านั่นก็ทำให้เจ้าได้พบกับข้า เรื่องนี้ข้าดีใจมากที่เจ้าไม่อยู่ประจำการเป็นบาทหลวงต่อที่โบสถ์”

“ครับ ข้าก็คิดว่าการได้เจอท่านเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน”

โรแลนด์ทำหน้าตาสุขปนเศร้าเมื่อได้ยินที่กราเชียสพูด “กราช เจ้าทำให้ข้ารู้สึกมีความหวังอีกรอบ”

“เหรอครับ แต่ข้าไม่ได้พูดเพื่อให้ความหวังหรือเอาใจท่านเลย สำหรับข้า ท่านน่ะเป็นคนที่สูงส่ง น่าเคารพนับถือมาก ๆ ถ้าเป็นไปได้ ถ้าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ข้าก็คงจะได้เป็นองครักษ์ประจำกายของท่านเสียแล้ว น่าเสียดายจริง ๆ...” 

อืม...เงินเดือนน่ะน่าเสียดายมาก ๆ

เขาเดาไว้ว่าตำแหน่งนั้นต้องได้เงินเดือนประมาณสามล้านเหรียญทองแน่ ๆ น่าเสียดายจริง ๆ ที่ไม่สามารถไปยืนบนจุดนั้นได้

“แต่เจ้าก็ได้อยู่เคียงข้างข้าอยู่ดี ต่อให้เรื่องจะดำเนินมาในทางนี้”

“จะว่าไป…ถ้าจะให้ข้าขึ้นเป็นดัชเชสของท่านจริง ๆ ท่านจะทำอย่างไร ในเมื่อตอนนี้ข้าเป็นทั้งคนทำให้ราชวงศ์เฮรานุสเสื่อมเสียชื่อเสียง อีกทั้งยังถูกถอดยศ แล้วถ้าให้เดาก็คงต้องถูกไล่ล่าด้วย” กราเชียสกล่าวเรื่อย ๆ ก่อนจะนิ่งไปคล้ายกับไปชนเข้ากับความเป็นจริงน่ากลัวบางอย่าง “จะว่าไป...เรย์ล่ะ?”

โรแลนด์ทำหน้าเรียบสงบเมื่อกราเชียสกล่าวถึงมังกรบุปผาตนนั้น

“ท่านโรแลนด์ เรย์ล่ะ? เรย์ตอนนี้เป็นอย่างไร? ท่านได้บอกใครไหมว่าเรย์เป็นคู่หูมังกรของข้า?”

โรแลนด์ยังคงนิ่งเงียบ

“ท่านโรแลนด์…”

“ข้าไม่ใช่หัวหน้าของเจ้าแล้ว เลือกเรียกข้าแบบนั้นสักที ต้องให้ข้าพูดอีกกี่ครั้ง”

“ท่านบอกคนอื่นใช่ไหมว่าเรย์เป็นมังกรคู่หูของข้า ตอนนี้เขาถูกจับกุมใช่หรือไม่?!”

“ต่อให้ข้าไม่บอก อย่างไรทางทหารของราชวังก็ต้องรู้อยู่แล้ว” โรแลนด์ผละจากร่างของกราเชียสและล้มตัวลงนอนตะแคงก่อนจะเอาหลังมือรองใบหน้าของตนไว้และมองมาทางกราเชียส

“แล้วตอนนี้เรย์...”

กราเชียสนิ่งไป สติกลับมาสู้ความคิด

เรย์แข็งแกร่งขนาดนั้น อย่างไรก็ไม่ถูกจับกุมได้ง่าย ๆ แน่

อย่างไรเรย์ก็ต้องมาช่วยเขาได้แน่นอน

“กราช?”

“ไม่มีอะไรครับ ข้าแค่...สงสัย เป็นเพราะว่าข้าสนิทกับเขา ก็เลยเป็นห่วง” กราเชียสนิ่งไปสักพักก็คิดว่าควรกล่าวอะไรเพิ่ม “แต่ก็ใช่ว่าข้าจะมีความรู้สึกอื่นให้เขานะครับ เขาเป็นเพียงคู่หูและสหายคนสนิทเท่านั้น”

“เหรอ...ถ้าได้ยินแบบนั้นก็ดี ข้าไม่อยากให้ดัชเชสของข้าในอนาคตมีใจให้ชายอื่นที่ไม่ใช่ข้าหรอก...”

“โรแลนด์…”

“อยากอาบน้ำไหม? ตัวเจ้าเหงื่อออกเยอะเชียว” โรแลนด์เสนอยิ้ม ๆ ถึงเขาจะชอบกลิ่นเหงื่อของกราเชียสก็เถอะ แต่คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่สบายตัว และกราเชียสก็ไม่ได้อาบน้ำมาเกือบจะอาทิตย์หนึ่งแล้วด้วย

“ได้หรือครับ?”

“อืม แต่ข้าอาบให้นะ”

เอ๋!


ฮัดชิ้ว

เรย์เฟลอร์จามออกมาตอนที่บินเข้าสู่คฤหาสน์เดลิแบร์

“ไม่สบาย?” อาเวลถาม

“เปล่า” เรย์เฟลอร์เก็บปีกของตนกลับเขาใต้ผิวหนังเหมือนเดิมก่อนจะเดินตามอาเวลที่เดินนำ ในคฤหาสน์เดลิแบร์มีความหรูหราเหมือนคฤหาสน์ทั่วไป แต่กลับไม่สว่างเท่าไรนัก เรย์เฟลอร์เตรียมจะจุดไฟขึ้นมาที่นิ้วแล้ว แต่อาเวลเอ่ยห้ามไว้ก่อน

“หากมีแสงสว่างมากเกินไป กับดักจะทำงานนะ”

กับดัก...นี่เป็นคฤหาสน์แบบใดกัน…

อาเวลเดินจนมาถึงห้องห้องหนึ่ง เจ้าตัวหยิบกุญแจออกมา ไข และเปิดประตูเข้าไป ให้เรย์เฟลอร์เดินเข้าไปก่อน ตามด้วยอิกเลียส ก่อนจะปิดท้ายด้วยตัวเองและจัดการล็อกประตูลง

“เอาล่ะ เรื่องกราเชียส จะทำอย่างไรกันดี” อาเวลเอ่ยเสียงเครียด

“ยืนยันแล้วใช่ไหมว่าอยู่ที่วิคเตอร์ดรัม” เรย์เฟลอร์ตอบ

“อืม เงาของอิกเลียสไปสืบมาแล้ว อยู่ที่ห้องใต้ดินของคฤหาสน์”

“แปลก คฤหาสน์ของดยุกวิคเตอร์ดรัม แต่กลับถูกสืบได้ง่าย ๆ” เรย์เฟลอร์พูด และอาเวลก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายคงจะหมายถึงว่านี่อาจจะเป็นกับดัก

แต่ว่า

“นี่ เจ้าอย่าดูถูกอิกเลียสเชียว เรื่องความมืดน่ะ เจ้าหมอนี่เก่งแบบที่ใครเทียบไม่ได้เลย ดังนั้นไม่แปลกหรอกที่จะสืบมาได้แบบนี้”

“อืม ในเมื่อเจ้าว่าแบบนั้น”

“แผนล่ะ?”

“ระเบิดคฤหาสน์”

“...ห๊ะ?” อาเวลร้องขึ้นอย่างไม่เชื่อหู “คือ รุนแรงไปไหม?”

“สำหรับคนที่ทำแบบนี้กับกราเชียส ให้อภัยไม่ได้” เรย์เฟลอร์กล่าวเสียงเย็น

สรุปคุย ๆ เถียง ๆ กันไปสักพักก็ได้ข้อสรุปว่า ควรจะระเบิดแค่ทางลงสู่ห้องได้ดิน และระเบิดปีกขวาของคฤหาสน์ เหตุเพราะให้เรย์เฟลอร์ระบายอารมณ์

ขอไว้อาลัยให้กับวิคเตอร์ดรัมล่วงหน้า

ส่วนการดำเนินการ ก็คงจะเป็นคืนพรุ่งนี้

คิดได้แบบนั้นก็แยกย้ายกันไปนั่งคนละมุม อาเวลนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับศาสตร์มืดกับอิกเลียส ส่วนเรย์เฟลอร์ก็หยิบเอาเสื้อของกราเชียสที่ยังไม่ได้ซัก เต็มไปด้วยกลิ่นของอีกฝ่ายออกมา ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกอดเสื้อนั้นเอาไว้

โชคดีแล้วที่หยิบออกมาตอนก่อนออกจากที่พักเมื่อครั้งนั้น ไม่อย่างนั้นเขาคงจะทนอยู่ไม่ได้มากกว่านี้

TBC.


พูดคุย : 

ค่ะ ถูกจับและออกมาได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ย่อหน้า พ่อหนุ่มเรย์นี่เก่งและซูมากจริง ๆ ค่ะ

คือจะบอกก่อนว่าเรื่องนี้แต่งสบาย ๆ อ่านคลายเครียด ตัวละครก็จะซูเว่อร์ ๆ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ยิ่งเพิ่มตอนยิ่งซู อ่านเอามันค่ะ อย่าอ่านเอาสาระและความเป็นจริง------

นุ้งกราชก็รอดจากการถูกเจาะไข่แดงมาอย่างหวุดหวิด...รึเปล่า?

สามารถเข้ามาพูดคุยเล่นกันได้ที่ #ถูกรักมันก็ดี ในทวิตเตอร์นะคะ!

เจอกันตอนถัดไปค่า!


ภาพสปอยล์(?) : ใครน้าาาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #91 Weetaime (@Weetaime) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 17:44
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านมากๆนะคะ ถึงจะไม่ได้เม้นทุกตอน แต่ว่าเราชอบทุกตอนเลยนะคะ ไอเลิฟยูน้า

    จะบอกว่าเชียร์เรือเจ้าหญิงกับน้องกาเชียส(นอกคอกมาก)
    #91
    0
  2. #35 ตุ๊บติ๊บ (@milddy2002) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 07:07
    แอบจิ้นอาเวลกับมังกรของเขาอ่ะ ฟังดูมีซัมติงไลค์แดท
    #35
    0
  3. #31 eryueqirlz (@qisterex) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 22:23
    ก็คืออ่านพาร์ทโรแลนด์แล้วเห็นภาพหมาทำตาแป๋วแหววร้องขอความรักแว้บขึ้นมาทันที... แต่พี่ท่านออกจะยันปนน่ากลัวไปหน่อยแฮะ แต่ก็นะมันมาจากนิสัยที่ปิดไว้นี่นา
    #31
    0
  4. วันที่ 8 กันยายน 2562 / 14:46
    หวังว่าจะไม่มีเรื่องพลิกแบบ****
    #25
    0
  5. วันที่ 8 กันยายน 2562 / 14:46
    รอตอนต่อไปนะคะ หวังว่าจะไม่มีเรื่องพลิกแบบนายเอกไปแต่งกับผญหรือเจ้าหญิงจนมีลูกนะ;-; รึบรรดาผัวๆนางไปแต่งงานกับผญล่ะมีลูก เอริเซียคือกะไปบังคับกราชให้แต่งด้วย ปเาาสยว โรแลนด์ล่ะว่าไงจัดการว่าที่คู่หมั้นตัวเองให้ได้นะ ไม่งั้นไม่ต้องมายุ่งกะน้อง

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กันยายน 2562 / 14:51
    #24
    3
    • 8 กันยายน 2562 / 14:48


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กันยายน 2562 / 14:53
      #24-2
    • #24-3 LittlelizShip (@LittlelizShip) (จากตอนที่ 5)
      8 กันยายน 2562 / 15:07
      สบายใจได้ค่า น้องจะไม่แต่งงานกับใครจนมีลูกแน่ และผช.ในฮาเร็มน้องก็ไม่แต่งงานกับใครเพราะรักเหมือนกันค่ะ! หรือต่อให้แต่ง ผู้ชายเหล่านั้นก็จะยังคงมองน้อง รักน้องแค่คนเดียวเสมอค่ะ~
      #24-3
  6. #21 min27543865 (@min27543865) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 13:54
    ตั้งตารอนะค้าบ
    #21
    0