[Yaoi/Harem] ถูกรักมันก็ดี แต่ช่วยลดความตื่นเต้นลงหน่อยเถอะ หัวใจจะวายตายแล้ว!!!

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 [สหายร่วมเดินทางผมสีแดงเพลิง เร้าใจและร้อนแรงดุจดั่งไฟเยอร์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    4 ต.ค. 62

ดันเต้ มาเอดัส คือนามของเขา

องค์ชายปีศาจลำดับเก้าแห่งเผ่าประลัยกัลป์

ไร้คนเหลียวแล ไร้คนสนใจ แม้แต่แม่แท้ ๆ ก็ฆ่าตัวตายหนีความโหดร้ายของราชาปีศาจเผ่าประลัยกัลป์ หรือก็คือพระบิดาของเขา

ขึ้นชื่อว่าปีศาจ ความรักนั้นไม่จำเป็น

มีเพียงความใคร่ก็สามารถทำให้มีเด็กออกมาได้แล้ว

เขาก็คือเด็กที่เกิดมาจากความใคร่ของบิดา ที่ไปพรากพรหมจรรย์ของปีศาจหญิง ทำให้เธอท้อง และให้กำเนิดตัวเขาขึ้นมา จากนั้นก็ตายไป

ดันเต้ไม่รู้สึกอะไรกับใครเป็นพิเศษ 

การชิงบัลลังก์?

เขาไม่สนใจหรอก

ถ้าการชิงบัลลังก์จะทำให้ต้องมีเรื่องยุ่งยากมากมายอย่างการหาทายาท

เขายอมรับว่าตัวเองคือความผิดพลาด เป็นเด็กที่ไม่สมควรเกิดมา แต่ทำไงได้ เขาเกิดมาแล้วนี่

สุดท้ายที่เขาทำคือการหาความสุขให้ตัวเอง

ไม่ใช่การเที่ยวผู้หญิงหรอก 

เขามีความสุขจากการทำอะไรแบบที่มนุษย์ทำกัน

ผจญภัย เดินทางไปต่างแดน ปลอมตัวเป็นมนุษย์เพื่อไปลองกินอาหารแบบที่มนุษย์กิน 

แต่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาก็เริ่มคิดถึงการมีคนข้างกาย

ตอนที่ได้พบกับอัศวินผู้นั้น

ความจริงแล้วดันเต้ก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์เท่าไร แค่คิดว่ามนุษย์ผู้นั้นน่ารักดี อีกทั้งท่าทางการร่ายรำและการร่อนตัวลงนั้นก็คล้ายกับนกยูงรำแพนหาง กรีดกรายอย่างสวยงามเป็นที่น่าจับจ้อง

เขารู้ว่าลิ่วล้อไปเอาเจ้าหญิงจากแดนมนุษย์มา แต่ไม่รู้ว่าเป็นแดนไหน

ทวีปที่มนุษย์อยู่มันมีหลายทวีป แต่เขาก็ตัดสินใจเสี่ยงดวงเลือกทวีปที่มั่งคั่งและมีอำนาจแผ่ไพศาลไปมากที่สุดอย่างทวีปกาลาเรีย

อาณาจักรแรกที่เข้ามาตามหาคืออาณาจักรโอริอุส ในระหว่างที่กำลังจะถอดใจเพราะว่าลักษณะของประชากรที่นี่ไม่ตรงตามลักษณะของนกน้อยตัวนั้น เขาก็เลยใช้วิธีบางอย่าง เข้าถึงราชวัง เจรจา(ขู่บังคับ)องค์ราชาให้หาตัวคนเหมือน

เขาไม่ได้จะเอามาแทนที่กันหรอก นกน้อยตัวนั้นสวยมาก ไม่มีใครเทียบได้ แต่เขาแค่ต้องการของติดมือเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว อย่างมากก็คงแค่เอาไปเป็นหนึ่งในลิ่วล้อ เป็นการเก็บสะสม

แน่นอนว่าพอเขาได้ตัวจริงมา ของเหมือนของคล้ายพวกนั้นก็จะถูกกำจัด

ซึ่งองค์ราชาก็ได้สั่งให้บุตรสาวของตนออกตามหาคนเหมือนที่ว่า

ใช่ บุตรสาวที่ว่าคือเลนน่า

แล้วในตอนที่กำลังนั่งรออยู่ในห้องรับรองแขก เขาก็เห็นสตรีผู้หนึ่งถูกผลักเข้ามา

เส้นผมนับว่าใกล้เคียง แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว มันเข้มกว่าผมของนกน้อยตัวนั้นนิดหน่อย

ดวงหน้า…

ดันเต้เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้านั้นหันมามองที่ตนด้วยดวงตาที่เบิกกว้างไม่แพ้กัน ซึ่งแม้จะอยู่ภายใต้เครื่องสำอางต่าง ๆ แต่ว่าก็คล้าย ไม่สิ เหมือนเลยต่างหาก

เหมือนจนเขาอยากจะฆ่าให้ตาย เพราะว่าหญิงสาวสวยเช่นนี้ อีกไม่นานย่อมมีสามีแน่แท้

เขาไม่ต้องการให้คนที่หน้าตาเหมือนนกน้อยแต่งงานหรือตกไปเป็นของคนอื่น

แน่นอนว่าถ้าแค่เป็นคนเหมือน เขาก็ไม่ต้องการให้มาอยู่เคียงข้างเช่นกัน

ดังนั้นหนทางเดียวคือกำจัดทิ้งเสีย

แต่ทว่าระหว่างที่กำลังจะจุดไฟเผานาง นางกลับยกมือขึ้นและชี้มาที่หน้าเขาพร้อมเปล่งเสียงทุ้มต่ำอย่างชายหนุ่มออกมา

เสียงที่แม้จะได้ฟังเพียงครั้งเดียวก็สลักลึกลงไปในจิตใจ

“เจ้า”

“อ่ะ ใช่จริงด้วย ข้าจำเสียงได้” ดันเต้ยิ้มด้วยความสุข

กราเชียสมองรอยยิ้มที่ราวกับเด็กน้อยใส่ซื่อบริสุทธิ์ของปีศาจตรงหน้าแล้วก็ชะงัก

เขาไม่เคยเห็นปีศาจตนไหนยิ้มแบบนี้มาก่อน

ทำไมต้องดีใจขนาดนั้น?

“เจอแล้ว ในที่สุดก็ได้เจอกันอีก” ปีศาจเผ่าประลัยกัลป์ก้มลงมาฉุดเองร่างของกราเชียสให้ลุกขึ้นยืน

“เจ้า...”

“ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วทำไมถึงแต่งตัวเป็นผู้หญิง?” ดันเต้ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พลางจับมือขาวผ่องขึ้นมาลูบเบา ๆ

“ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า” กราเชียสสะบัดมือออก ในตอนที่กำลังหันหลังกลับไปด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวว่าจะใช้เวทอะไรทำลายประตูดี เขาก็ถูกโอบกอดไว้จากทางด้านหลัง

“อย่าไป”

“ให้ตายสิ อาณาจักรนี้เล่นตลกอะไรกับข้า” กราเชียสถกกระโปรงขึ้นมา ก่อนจะหยิบมีดพกเล็ก ๆ ที่ห้อยไว้อยู่ตรงสายหนังซึ่งรัดต้นขาอยู่ พร้อมกับพลิกตัวหมุนกลับมาเอามีดจ่อคอของปีศาจเผ่าประลัยกัลป์

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าต้องการอะไร ชีวิตของข้างั้นหรือ? ถ้าใช่ นั่นเป็นไปไม่ได้หรอก”

ดันเต้ยิ้มแสยะก่อนจะยกมือขึ้นในเชิงยอมแพ้

“ข้าก็แค่อยากรู้ ว่าอะไรทำให้เจ้าตกที่นั่งลำบากถึงขั้นต้องมาแต่งเป็นหญิง หรือว่ามาทำภารกิจ?”

“ข้า-”

เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้แสนคุ้นเคย พอหันกลับไปมองอีกทีก็พบว่าเป็นเรย์เฟลอร์ ที่ฝ่ามือใหญ่ยังมีควันลอยอยู่ ด้านหลังเป็นอาเวลกับอิกเลียสที่จับตัวองค์หญิงเลนน่าเอาไว้

แล้วปีศาจตนนั้นก็อาศัยจังหวะนี้ปลดอาวุธในมือของกราเชียส

“โอ้ ปลอมตัวกันทั้งคณะเลยหรือ?” เจ้าปีศาจเลิกคิ้วมองเรย์เฟลอร์ที่จ้องมาอย่างดุดัน

“เจ้ารีบปล่อยตัวนางผู้นั้นกลับคืนให้กองคุ้มกันเถิด คนพวกนี้ไม่ธรรมดา!” เลนน่าตะโกนบอกปีศาจผมสีชาด

“ทำไมล่ะ ในเมื่อเขาคือคนที่ข้าตามหา?”

“เขา?” 

“อ๊ะ นี่!” กราเชียสร้องออกมาเมื่อวิกผมพร้อมผมจริงของเขาถูกดึงกระชาก แต่พอเจ้าปีศาจสามารถดึงวิกผมยาวออกแล้วปรากฏเป็นผมสั้น ๆ ตามเดิมของเขา เลนน่าก็อ้าปากค้าง

“ผู้ชาย? ลอว์เรียเนี่ยนะ?”

ท่าทางฝันของเธอคงแหลกสลายไปแล้ว

“ความจริงถ้าเจ้าเอาผู้หญิงมาจริง ๆ ข้าก็คงจะต้องเผาอาณาจักรเจ้าสักครึ่งหนึ่ง” ปีศาจหนุ่มพูดพร้อมกับดีดนิ้ว ในตอนนั้นเองที่ลูกไฟถูกจุดติดกับปลายนิ้วเรียวยาว

“แต่ว่าเจ้าดันเอาตัวเขามาได้จริง ๆ ข้าก็จะมอบแร่หินเพลิงพันตันให้เป็นของตอบแทน” ปีศาจเผ่าประลัยกัลป์ยิ้มด้วยความถูกใจพลางคว้าเอวของกราเชียสไปกอด

“แก” เรย์เฟลอร์เปลี่ยนร่างเป็นกึ่งมังกรกึ่งมนุษย์ กรงเล็บนั้นมีพิษไหลอาบเต็มไปหมด รวมถึงส่วนที่ไหลลงพื้นและกัดกร่อนจนเป็นรูใหญ่ด้วย ท่าทางจะโกรธจัด แต่ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อกราเชียสอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าปีศาจนั่น

“ต้องการอะไรกันแน่” กราเชียสไม่อยากให้คู่หูโกรธไปมากกว่านี้ เขาจึงหันไปถามกับเจ้าปีศาจตรง ๆ

“หากบอกว่าต้องการตัวเจ้า เจ้าจะให้ไหม?”

ลิเกจริง

กราเชียสเบะปาก “เอาข้าไปทำอะไร”

“เป็นชายาของข้า”

กราเชียสอ้าปากค้าง

คนที่สองแล้ว

ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเขาไปทำอะไรถึงทำให้มีผู้ชายมาติดและประกาศว่าจะเอาไปเป็นภรรยาถึงสองคน

หนึ่งโรแลนด์ สองก็เจ้าปีศาจนี่

“เดี๋ยวนะ ชายา? เจ้าเป็นเชื้อพระวงศ์?” กราเชียสทักในสิ่งที่น่าสงสัย

“ข้า ดันเต้ มาเอดัส องค์ชายลำดับที่เก้าของเผ่าประลัยกัลป์ มีความต้องการที่จะนำตัวเจ้า อัศวินตัวน้อยไปเป็นชายา ให้ข้าได้หรือไม่?”

“ขอปฏิเสธ ข้าไม่คิดจะเป็นภรรยาของใคร” กราเชียสแยกเขี้ยว แต่ในสายตาของชายหนุ่มในบริเวณนั้น(ยกเว้นอิกเลียส) กลับมองเป็นว่าเขาขู่ฟ่อเหมือนแมวสีขาวตัวน้อยพองขน 

“แต่ข้าอยากอยู่กับเจ้า!” เจ้าปีศาจเริ่มงอแง

สรุปมันอายุเท่าไร

“เจ้าอายุเท่าไรแล้ว อย่ามางอแงแบบนี้ ไม่เอาก็คือไม่เอาสิ” กราเชียสเลิ่กลั่กเมื่อเห็นดันเต้ทำตาออดอ้อน...ออดอ้อนไหมนะ ไม่แน่ใจ คือ เขาไม่เคยเห็นปีศาจออดอ้อนไง

“แต่ข้าอยากอยู่กับเจ้าจริง ๆ นะ!”

กราเชียสยกมือกุมขมับ

“ไม่”

“แต่ข้าอยากอยู่กับเจ้า!”

“ไม่!”

“ให้ข้าอยู่กับเจ้าเถอะ ในฐานะอะไรก็ได้” ดันเต้เริ่มต่อรอง

“...ไม่”

“งั้นก็ช่วยไม่ได้”

ในตอนนั้นเองที่ดันเต้หลับตา และพอลืมตาขึ้นมา กองไฟประลัยกัลป์ก็ลุกโชนขึ้นมารอบกายพวกเขาสองคน

“กราเชียส!” เรย์เฟลอร์และอาเวลร้องออกมาพร้อมกัน ครั้นจะพุ่งเข้าไปหาก็ทำไม่ได้ เพราะเจ้าเปลวไฟนั่นโหมลุกจนติดเพดาน

เรย์เฟลอร์จัดการเสกละอองเกสรที่ถูกกลั่นพิษออกแล้วสาดไปยังกองไฟนั่น แต่มันกลับไม่ช่วยอะไรเลย

ไฟประลัยกัลป์อย่างที่พวกเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่จะใช้ได้ ไฟที่ไม่มีวันดับมอดหากไม่สั่งให้หยุด

“ร้อน เจ้าทำอะไร” กราเชียสส่งเสียงตื่น ๆ เมื่อเห็นว่าวงล้อของไฟมันแคบลงจะแทบจะเผาเขาอยู่แล้ว

“ก็ในเมื่อเราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบดี ๆ เราก็ไปอยู่ด้วยในนรกเลยดีกว่า”

ตรรกะอะไรของมันวะ

แล้วทำไมเขาถึงต้องดึงดูพวกรักแบบรุนแรงแบบนี้มาด้วย นี่คนที่สองแล้วนะ!

“เจ้า เจ้า ใจเย็น ๆ” กราเชียสปาดเหงื่อ

“ข้าเป็นปีศาจเผ่าประลัยกัลป์ จะให้ใจเย็นมันก็ดูขัดแย้งกันเกินไปไหม”

แต่เสียงของเอ็งมันโคตรจะเย็นเลยโว้ย

“เจ้าต้องการอะไรพูดดี ๆ”

“ข้าบอกแล้วว่าข้าอยากอยู่กับเจ้า!”

“ไม่มีอย่างอื่น?”

“ข้าแค่อยากอยู่กับเจ้า...” ดันเต้พูดเสียงอ่อย

“ก็ได้ อยู่ก็อยู่ มาเป็นสหายร่วมเดินทางกับพวกข้าละกัน เอาล่ะ ดับไฟได้แล้ว”

“เจ้าพูดจริงนะ”

กราเชียสพยายามข่มใจไม่ให้เอามือข่วนหน้าอีกฝ่าย เขาไม่ชอบอากาศร้อน ตอนนี้หงุดหงิดมาก ตัวเหนอะหนะด้วยเหงื่อ แถมยังหนักชุดและเครื่องประดับอีก ถ้าไม่ติดว่ามันขึ้นอยู่กับชีวิต ป่านนี้เขาโดดกัดหัวเจ้าปีศาจนี่นานแล้ว

“พูดจริง”

แล้วไฟทั้งหมดก็ดับลงเพียงแค่ดันเต้ดีดนิ้ว

“ต้องเอาเจ้านั่นไปด้วยจริง ๆ เหรอ” อาเวลเดินเข้ามาถามกราเชียส ซึ่งกราเชียสก็มองไปตามที่เพื่อนสนิทชี้-เป็นเจ้าปีศาจนั่นที่เดินตามกลุ่มพวกเขาอยู่ “อีกอย่าง...”

ตอนนี้ หลังจากที่ดันเต้เอาแร่หินเพลิงพันตันให้อาณาจักรโอริอุส พวกเขาก็ออกเดินทางมาจากราชวัง โดยมีเจ้าปีศาจนั่นติดสอยห้อยตาม พ่วงมาด้วยองค์หญิงเลนน่าอีกคนที่ไม่รู้ไปทำอะไรมาถึงอยากจะออกเดินทางร่วมไปกับเขา

เจ้าปีศาจนั่นน่ะ ยังพอเข้าใจ ว่ามันติดกราเชียส แต่องค์หญิงนี่ นั่งคิด นอนคิด ตีลังกาคิดยังไงก็คิดไม่ออก 

เอาเถอะ ได้ผู้หญิงจริง ๆ มาร่วมเดินทางก็ดี

ทางองค์ราชาก็ร่ำไห้ ขอร้องไม่ให้ธิดาคนโปรดในพระองค์กับสนมเอกไป แต่เลนน่ากลับยืดอกแล้วบอกว่านี่คือความตั้งใจของนาง นางต้องการแบบนี้ ซึ่งในจุดนี้ องค์ราชาก็ห้ามอะไรไม่ได้แล้วจริง ๆ

 “ช่วยไม่ได้ สัญญาไว้แล้วนี่ อีกอย่าง ถ้าไม่เอามาด้วย ข้าก็คงโดนเผาทั้งเป็น”

“เจ้าไปทำอะไร เจ้าปีศาจนั่นถึงได้ตามหาเจ้า”

“ข้าแค่ชี้ดาบใส่หน้าเขา”

“ท่าทางจะชอบความรุนแรง”

แต่อาเวลก็อดคิดไม่ได้ เขาจินตนาการว่ากราเชียสยกดาบชี้หน้าตัวเอง มองด้วยสายตาคม ๆ และพูดขู่ด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

อืม...ก็พอเข้าใจเจ้าปีศาจนั่นแล้วล่ะ

อาเวลนั่งจินตนาการเองแล้วก็เคลิ้มเอง ในขณะที่กราเชียสรู้สึกหวั่น ๆ

เขาไม่ได้กลัวความรุนแรงของปีศาจนั่นหรอก

แต่เรย์เฟลอร์ดูเงียบผิดปกติ

“เรย์ เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า?“

“ข้า…กำลังคิดว่าจะหาศพจากที่ไหน”

แม่เจ้า ๆๆๆๆๆๆ

เรย์เป็นอะไรไป!

“เรย์ เจ้าดู...ไม่ปกตินะ”

“เจ้าปีศาจนั่น เป็นนายของปีศาจสิงสู่ที่อยู่ในตัวเจ้า”

กราเชียสเบิกตา “เจ้ารู้ได้ไง”

“เมื่อคืนนางสิงเจ้าแล้วมาบอกว่าต้องการร่างเพื่อสิงสู่ ในกรณีที่ข้าไม่ให้ร่างเจ้าเป็นที่สิงสู่แก่นาง”

“ดังนั้นเจ้าเลยจะหาศพ?”

“ต้องไม่เน่าด้วย เพราะนางจะใช้ร่างนั้นระยะยาว”

“เราจะได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มเหรอ” กราเชียสพึมพำ

“คงงั้น ตราบใดที่ปีศาจเผ่าประลัยกัลป์ตนนั้นยังไม่เลิกตามติดเจ้า” เรย์เฟลอร์ถอนหายใจ มองมือของกราเชียสที่ว่างอยู่แล้วก็เผลอคว้าขึ้นมาจับ

กราเชียสสะดุ้งเล็ก ๆ ด้วยเพราะความอบอุ่นของฝ่ามือ

ในขณะที่กำลังจะเอ่ยถามอะไร เรย์ก็เอามือของกราเชียสไปซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง

คือ…

มันร้อน

เหงื่อเขาไหลเต็มมือจนแฉะไปหมดแล้ว

ไม่ได้สังเกตเลยว่าตอนนี้แก้มของเรย์เฟลอร์แดงก่ำขนาดไหน

เขากังวลแทบตายว่ากราเชียสจะสะบัดมือไหม แต่ที่อีกฝ่ายทำมีเพียงเกร็งตัวนิด ๆ แต่นอกนั้นก็ไม่เกิดอะไรขึ้นอีก ร่างเล็ก ๆ นั่นยังคงเดินคู่กับเขาตามจังหวะที่มังกรหนุ่มชะลอลงเพื่อให้อีกฝ่ายเดินทัน


เหตุผลที่เลนน่าเข้าร่วมเดินทางกับคณะของกราเชียส เป็นเพราะนางตกหลุมรัก

ไม่ได้ตกหลุมรักกราเชียส

แต่ถ้าให้พูด มันก็คงจะคือ ๆ กัน

ในคืนก่อนที่คณะของกราเชียสจะออกเดินทาง กราเชียสที่ภายในไม่ใช่กราเชียสเดินเข้ามาหานาง ดูเย้ายวนและสวยงามมาก ๆ

ก่อนที่นางจะรู้ว่านั่นคือปีศาจที่สิงสู่อยู่ในร่างของกราเชียส

นามว่า มาเดล่า

มาเดล่าเป็นปีศาจสาว นางดู...สวย…

แม้เลนน่าจะยังไม่เคยเห็นอีกตนจริง ๆ แต่นางก็ตกหลุมรักมาเดล่าไปแล้ว

ปีศาจสาวตนนั้นเหมือนเป็นสิ่งที่นางตามหามานาน

แม้จะเป็นปีศาจ นางก็พร้อมที่จะสละทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ร่วมกับมาเดล่า

มันคือรักแรกพบ

มันคือรักแท้

เลนน่าเชื่ออย่างนั้น


ในความเป็นจริงแล้ว

มาเดล่านั้นต้องการเพียงแค่ร่างของเลนน่าเพื่อสิงสู่ เพราะนางรู้ว่านางไม่อาจจะอยู่ในร่างของกราเชียสได้อีกต่อไปแล้ว

ความอดทนของเรย์เฟลอร์นั้นใกล้ถึงจุดแตกหักเต็มที

และเจ้ามังกรนั่น ก็คงหาทางกำจัดนาง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ดังนั้นนางจึงต้องการร่างใหม่

อุตส่าห์ได้พบกับผู้เป็นนายแล้ว นางก็ต้องการร่างที่งดงามพอที่จะอยู่เคียงข้าง รับใช้นายของตน

ซึ่งเลนน่าก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ดีมาก ๆ

ที่นางต้องการตอนนี้คือเวลาอีกเพียงนิด ให้เมล็ดพันธุ์ที่นางหว่านไว้เจริญเติบโตเต็มที่

ในระหว่างนั้น ปีศาจอย่างนางคงต้องทำอะไรไร้สาระอย่างการภาวนา ให้เจ้ามังกรจิตไม่ปกตินั่นไม่หาทางกำจัดนางทิ้งได้ก่อน


ดันเต้รู้ว่าในร่างของกราเชียสมีลิ่วล้อตนสำคัญของตัวเองอยู่

มาเดล่า

เดิมที เขากับมาเดล่าแยกกันเพื่อตามหากราเชียส ไม่คิดเลยว่านางจะเจอชายหนุ่มก่อน และด้วยเหตุบางประการ นางได้สิงสู่ในร่างของคนคนนั้น

ดันเต้โกรธแทบคลั่ง

แม้จะเป็นลิ่วล้อคนสนิท แต่นางก็ไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะยุ่งกับร่างของกราเชียส

หากนางหาร่างใหม่ได้แล้ว บางทีเขาก็ต้องคิดเรื่องการลงโทษนาง

และหวังว่านางจะมีเหตุผลที่ดีพอที่จะทำให้การลงโทษนั้นไม่ถึงขั้นชีวิตของนาง

TBC.


พูดคุย : 

ภาพร่างของคุณปีศาจในตอนนี้กลายเป็นผุยผงไปแล้วค่ะ เขาคือน้องงงงงดี ๆ นี่เอง

แต่ไม่มีการสลับโพนะคะ น้องในด้านนิสัยเฉย ๆ

ดันเต้ขี้งอแงค่ะ หวังปีศาจแบ๊ด ๆ จากเรื่องนี้ไม่ได้เลย

แต่อย่าลืมค่ะ เรามีคอนเซปฮาเร็มเมะยัน

ดังนั้นถ้าดันเต้จะได้ไปต่อ ก็ต้องมีความจิตไม่ปกติอยู่สักเสี้ยวหนึ่งค่ะ

เป็นไงบ้างคะ เรื่องดำเนินมาได้ไม่ถึงไหน แต่ก็ขึ้นตอนที่ 11 แล้ว หนุ่ม ๆ ก็เปิดเผยไปกันเกือบหมดแล้ว ลงเรือไหนกันบ้างเอ่ย

บอกก่อนเลยค่ะว่าใครเชียร์ท่านโรแลนด์อย่าเพิ่งท้อ มีโมเม้นต์อีกแน่ ๆ อดใจอีกสักนิดน้า

เจอกันตอนถัดไปค่า!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #78 eryueqirlz (@qisterex) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 10:08
    คาถาแยกร่างกราเซียส 1 ea pls
    #78
    0
  2. #63 NoTTo5549porgtbs (@NoTTo5549porgtbs) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 02:04
    แต่ละคนดูรุนแรงๆกันทั้งนั้น คิดสภาพตอนน้องโดนทุกคนพร้อมกันสิ อรั้ย
    #63
    0
  3. วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 11:01
    จังหวะนี้คือต้องใช้คาถาแยกร่างแร้ว555 มีเรือหลายรำเราก็ไม่หวั่น!!//กำไม้พายแน่น
    #58
    0