Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 8 : Welcome Back

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    16 มี.ค. 64

 

“ … ”

“ธ-เธอเป็นใคร?”

 

ฉลามสาวที่ได้สติจากเลือดอันน่าพิศวงของพี่น้องพลังจิตก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังนอนมองอาเน่มาจิที่สภาพดูไม่ค่อยดีนักที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

 

“ก-เกิดอะไรขึ้นกันฉัน”

“อ-อั่ก อะ- แค่ก แค่ก แค่ก ..”

“อ-เอ๊ะ? เห๊ะ!?”

 

ทันทีที่ได้สติเธอก็เริ่มสัมผัสได้ถึงรสชาติแปลกๆและกลิ่นคาวของเลือดสดๆที่อยู่ในปากของเธอ จนเธอนั้นรีบลุกขึ้นก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

“ค-แค่ก แค่ก แค่ก แค่ก”

“อ-เอ๊ะ!? อ-อะไรเนี่ย?”

 

อาเน่มาจิที่ยืนดูอยู่ก็รีบเข้ามาพยุงร่างของฉลามสาวขึ้นแทบจะในทันที ซึ่งฉลามสาวเองก็มีท่าทีตกใจไม่น้อยหลังจากที่เห็นเลือดที่ตัวของเธอเองและตัวของอาเน่มาจิ หรือแม้กระทั่งศพที่ถูกฉีกกระชากร่างกายอย่างน่าสยดสยอง

 

“เลือดพวกนี้มันอะไร!?”

“ศ-ศพพวกนี้ เอ๊ะ!!!!!?”

 

แต่อาเน่มาจิเองก็พยายามใช่สัญญาณมือ ใช้ไปที่คอของเธอที่ยังคงเป็นรอยบาดแผลลึกอยู่ เมื่อฉลามสาวเห็นเช่นนั้นเธอก็พอจะเข้าใจได้

 

“พูดไม่ได้งั้นหรอ?”

“ก-เกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่?”

 

หลังจากนั้นอาเน่มาจิก็พยักหน้าและรีบดึงมือฉลามสาวไปหาซุยเซย์ที่นอนหมดสติอยู่ เลือดเธอยังคงไหลไม่หยุดซึ่งอาเน่มาจิเองก็พยายามที่จะห้ามเลือดนั้นไว้ด้วยมือของเธอเองแต่ก็ไม่ได้ผล

 

เธอเริ่มร้องไห้ออกมาพยายามขอร้องอ้อนวอนฉลามสาวให้ช่วยซุยเซย์ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าฉลามสาวเองจะช่วยอะไรเธอได้บ้างรึเปล่า แต่ตอนนี้ทั้งคู่เป็นเพียงสองพี่น้องคนธรรมดา ที่ไม่สามารถใช้พลังของเธอได้

 

หรืออีกนัยนึง อาเน่มาจิ เธอกำลังหลีกเลี่ยงที่จะใช้พลังอันเลวร้ายและสุดแสนจะอันตรายของเธอมากกว่า

 

ฉลามสาวที่กำลังสับสน และงุนงง เธอพยายามดึงสติสตางของเธอกลับมาถึงแม้ว่าจะไม่รู้เรื่องเหตุการณืที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเธอเห็นสองพี่น้องที่กำลังจะตายตรงหน้าเธอ เธอเองก็ต้องทำอะไรสักอย่าง

 

“เราต้องพาเธอออกไปจากที่นี่นะ”

 

อาเน่มาจิที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพยักหน้าและรีบพยุงตัวซุยเซย์ขึ้นมา ก่อนจะวิ่งตามฉลามสาวที่นำไปก่อนหน้านี้แล้ว เธอพยายามชี้บอกทางที่ฮาโตะพาพวกเธอลงมาให้

 

“ทางไหนทางออก เธอรู้มั้ย!?”

“ทางนี้หรอ? ทางขึ้นสินะ”

 

ด้วยความรวดเร็วและสติที่กลับมาคงตัวอีกครั้งของฉลามสาว ทำให้พวกเธอนั้นขึ้นมาด้านบนอย่างทุลักทุเล แต่นั่นยังไม่จบ เมื่อพวกเธอพบว่าตอนนี้ มันเป็นตอนกลางคืน

 

การที่จะออกมาเดินสุ่มสี่สุ่มห้าในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก อาเน่มาจิเองก็รู้ดี แต่ตอนนี้ชีวิตของน้องสาวเธอสำคัญที่สุด และเธอพร้อมจะแลกทุกอย่าง

 

“ส-เสียงอะไรน่ะ”

“ก้มต่ำลงหรอ?”

 

เสียงอันคร่ำครวญที่น่าขนลุกดังสนั่นอยู่ทั่วทั้งเมืองในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง โชคยังดีที่มันยังพอมีแสงสว่างอยู่บ้าง ทำให้พวกเธอพอที่จะหลบหลีกเหล่าผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระยะสายตาได้

 

อาเน่มาจิพยายามกดตัวฉลามสาวลง ลดอัตราความเสี่ยงที่จะถูกพบตัวจากผู้ติดเชื้อ เพราะถ้าหากพวกเธอพลาดท่านั่นคือตายสถานเดียว

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้ฉลามสาวเองพยายามนำทั้งคู่กลับเข้าไปยังใจกลางเมืองที่ดูจะอันตรายอย่างมาก เพราะเนื่องจากตัวเมืองนั้นมีประชากรผู้ติดเชื้อที่อาศัยอยู่จำนวนมาก และนั่นยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของพวกเธอเข้าไปอีก

 

อาเน่มาจิที่กำลังย่องตามฉลามสาวอยู่ก็ดึงตัวเธอกลับมา และใช้ไขควงที่พกติดตัวอยู่เขียนลงไปบนพื้นดินที่เป็นเศษหินเศษกรวด มันพอที่จะออกมาเป็นรูปร่างของตัวอักษรได้บ้าง

 

“จะไปไหนงั้นหรอ?”

“ … ”

“คือฉัน ..”

 

ฉลามสาวนิ่งเงียบอยู่สักพักหนึ่ง แต่แล้วก็มีเสียงฝีเท้าหนักๆและเสียงไซเรนดังขึ้น จนอาเน่มาจิที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบคว้าตัวฉลามสาวเข้าไปหลบอยู่ในเศษซากตึกแห่งหนึ่ง

 

เธอวางซุยเซย์ลงและพยายามมองดูบาดแผลที่ดูจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ตัวเธอเริ่มซีดเผือกเนื่องจากกำลังเสียเลือดอย่างมาก

 

แล้วอาเน่มาจิเองก็รีบหันมาหาฉลามสาวที่ยังดูมีท่าทีงุนงงกับความทรงจำลางๆของเธออยู่อีกครั้ง

 

“ฉ-ฉันจำได้ว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างที่สำคัญที่ฉันลืมมันไป”

“แต่พอเห็นเธอคนนั้นที่กำลังบาดเจ็บ ฉันก็มีภาพแว้บเข้ามาในหัว”

“มันบอกให้ฉันไปยังสถานที่ๆหนึ่ง สถานที่ที่ฉันคุ้นเคยมากๆแต่ฉันกลับลืมว่ามันคืออะไร”

“ฉ-ฉันขอโทษนะ บางทีมันอาจจะ-”

 

อาเน่มาจิที่ได้ยินเช่นนั้นเธอเองก็รีบก้มหัวลงตรงหน้าฉลามสาวพรางกับน้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่หยุด เธอพยายามอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากฉลามสาวอย่างสุดความสามารถ ไม่ว่ามันจะคืออะไร และจะเสี่ยงแค่ไหนหรือจะต้องแลกกับอะไร เธอก็พร้อมที่จะเสี่ยง

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ภาพหลอน หรืออะไรก็ตามของฉลามสาว แต่เธอเองก็เลือกที่จะเสี่ยงดวงกับมันดีกว่าไม่ได้อะไรเลย น้องสาวของเธอกำลังจะตาย

 

ซึ่งฉลามสาวเองก็อยากรู้คำตอบในหัวของเธอเช่นกัน ความทรงจำที่เลือนลางนั้นมันบ่งบอกเธอว่ามันคือสถานที่ที่สำคัญมากๆของเธอเช่นกัน และอาจจะมีใครบางคนรอเธออยู่อีกด้วย

 

ตอนนี้ความทรงจำบางส่วนของเธอยังไม่กลับมาเนื่องจากเธอติดเชื้อมาเป็นระยะเวลานาน สมองบางส่วนของเธอนั้นถูกทำลาย แต่มันกำลังจะซ่อมแซมตัวเองอย่างรวดเร็วอีกครั้งหลังจากเธอได้สติและได้รับพลังจากเลือดของอาเน่มาจิ

 

ฉลามสาวจับมือของอาเน่มาจิและยื้มให้

 

“ฉันไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันรู้สึกได้ลึกๆว่าเธอเป็นคนช่วยฉันไว้”

“เด็กคนนั้น เป็นน้องสาวเธอสินะ? งั้นฉันจะช่วยเธอเอง!”

“อ๋อลืมไปเลย”

“ฉัน กุระ .. ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 

แล้วการเดินทางก็เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อฉลามสาวเริ่มต้นการเป็นผู้ติดเชื้อที่มีสติครั้งแรก และนั่นก็ทำให้อาเน่มาจิต้องตะลึง เมื่อจู่ๆดวงตาของเธอก็เริ่มส่องแสงสีน้ำเงินเข้มในตอนกลางคืน ก่อนเธอจะมองไปยังเส้นทางต่างๆ

 

“ทางนี้ มาเร็ว!”

 

กุระนำทางสองพี่น้องเข้าไปยังตรอกซอกซอยตามเมืองได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยกว่าที่อาเน่มาจิคิดไว้อย่างมาก แม้ว่าแสงสีน้ำเงินที่ดวงตาของเธอจะส่องสว่างจนเริ่มเป็นที่สนใจของผู้ติดเชื้อต่างๆ แต่เมื่อมันเข้ามาในระยะ กุระเองก็ดับไฟของเธอลงกลับสู่ความมืดมิดและซ่อนตัวหายเข้าไปในเงามืดอีกครั้ง

 

ความสามารถที่น่าทึ่งนี้คือ “True Sight” หรือการมองเห็นในระยะที่ไกลกว่าปกติ และมันสามารถมองเห็นได้ในเวลากลางคืนได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

 

“ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันทำได้ยังไงหรอกนะ”

“แต่เธอน่าจะรู้ใช่ไหม? ..”

“หลังจากนี้เรามีอะไรที่ต้องคุยกันอีกเยอะเลยนะ”

 

อาเน่มาจิที่กำลังวิ่งตามเธออยู่ก็รีบพยักหน้าให้ฉลามสาว แม้ว่าเธอเองยังคงมีความหวาดระแวงและไม่ได้ไว้ใจกุระมากนัก แต่ลึกๆแล้วเธอเองก็มีความรู้สึกแปลกๆกับกุระว่าฉลามสาวเองจะช่วยน้องสาวของเธอได้

 

เมื่อเดินทางมาไกลสักระยะหนึ่งที่ใจกลางเมืองที่มีแต่เศษซากปรักหักพัก ตัวตึกที่ทรุดโทรม บ้างก็ยังมีควันไฟโพยพุ่งอยู่ รถราข้างทางที่จอดระเกระกะ ข้าวของที่เกลื่อนกลาดเต็มถนน แต่ส่วนใหญ่มันถูกรื้อค้นและเหลือเพียงสิ่งที่ไม่สามารถใช้ได้แล้วทั้งนั้น

 

ในเมืองนี้ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ยังคงรอดชีวิตอยู่ และพวกเขาเองก็ทำทุกวีถีทางที่จะเอาชีวิตรอด เช่นเดียวกับฮาโตะผู้น่าสงสารนั่น พวกเขากินคนด้วยกันเอง

 

“ตรงโน้น .. น่าจะใช่นะ เหมือนภาพในหัวของฉัน”

 

ภาพในหัวของกุระที่แว้บไปแว้บมาอยู่นั้นปรากฎเป็นบ้านเล็กๆหลังหนึ่งในตัวเมือง ซึ่งอยู่ในเขตที่ชุกชุมไปด้วยผู้ติดเชื้อมากมาย มันรายล้อมไปด้วยตึกสำนักงานสูง ที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงซากปูนซากซีเม็นไปแล้ว

 

อีกไม่กี่ช่วงตึกพวกเธอก็น่าจะถึงเป้าหมาย แต่ด้วยความที่มันใกล้ใจกลางเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงของเหล่าผู้ติดเชื้อก็เริ่มดังตลบอบอวลไปหมด

 

“ทางไหนดี? ..”

“เลาะไปงั้นหรอ? อ-อืมเข้าใจแล้ว”

 

อาเน่มาจิเองพยายามใช้ประสบการณ์ของเธอชี้เส้นทางไปยังจุดหมายนั่น เธอพยายามใช้เส้นทางที่ลัดเลาะแต่ดูน่าจะปลอดภัยมากกว่าในการผ่านไปยังซอกซอยเล็กๆ

 

แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ในขณะที่พวกเธอกำลังวิ่งผ่านซอยเล็กๆอยู่ จู่ๆกุระก็หยุดชะงักเธอรีบใช้มือขวางอาเน่มาจิที่กำลังแบกร่างของซุยเซย์มาติดๆ

 

“หยุดก่อน! .. ข้างหน้านั่น”

 

ซึ่งด้านหน้านั้นเอง มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากกำลังเดินไปเดินมาอยู่ในความมืด และเสียงฝีเท้าของพวกเธอก็ลากผู้ติดเชื้ออีกจำนวนหนึ่งมาจากด้านหลังด้วย

 

ดูเหมือนตอนนี้พวกเธอเองจะถูกล้อมหน้าล้อมหลังเสียแล้ว แต่ความมืดก็ยังเป็นเพื่อนที่ดี มันยังช่วยบดบังวิสัยการมองเห็นของผู้ติดเชื้อได้ ทำให้พวกเธอนั้นติดแหงกอยู่ตรงกลางซอยแทน

 

“อ-เอายังไงดี ..”

 

ในช่วงเวลาที่น่าอึดอัดนั้น อาเน่มาจิเองก็ก้มหน้ามองน้องสาวของเธออย่างสิ้นหวัง ก่อนจะลุกขึ้นและใช้ภาษามือพยายามจะสื่อสารกับฉลามสาว

 

“เธอจะล่อมันไปงั้นหรอ?”

“ให้ฉันกับน้องสาวเธอแอบไว้? .. เอ๊ะ?”

“ด-เดี๋ยวสิ นั่นมันฆ่าตัวตายชัดๆเลยนะ”

 

แต่อาเน่มาจิเองก็ยิ้มให้ ใช้มือของเธอชี้ไปที่น้องสาวของเธอก่อนจะวกกลับมาชี้ที่หน้าอกบริเวณหัวใจของเธออีกครั้ง ซึ่งกุระเองก็ถึงกับสะเทือนใจเล็กน้อย เมื่อเห็นภาพนั้น

 

อาเน่มาจิพยายามจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อและให้กุระพาซุยเซย์หนีไป ซึ่งกุระเองพยายามจะขัดขวางเธอไว้แต่ดูเหมือนจะไม่ทัน

 

พี่สาวที่แสนดีกำลังวิ่งไปข้างหน้าด้วยความสิ้นหวังอีกครั้ง และต้องเจ็บปวดหัวใจที่ต้องทิ้งน้องสาวของเธอไว้ ก่อนจะนำตัวเองไปสู่ความเสี่ยงที่จะต้องแลกมาด้วยชีวิต

 

ก่อนเธอจะปรบมือของเธอ เรียกเหล่าผู้ติดเชื้อตรงหน้าและใช้ความสามารถ เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ของเธอวิ่งฝ่าผู้ติดเชื้อเหล่านั้นไป

 

ทันใดนั้นความหิวกระหายของผู้ติดเชื้อก็รีบวิ่งถาโถมใส่เธออย่างไม่ลังเล สิ่งที่อาเน่มาจิคิดไว้นั้นคือจะล่อพวกมันออกไปอีกทาง เพื่อเปิดทางให้กุระพาซุยเซย์ออกไปจากซอยแห่งนี้

 

แต่ดูเหมือนเธอจะประเมินพวกมันต่ำเกินไป ผู้ติดเชื้อเหล่านี้นั่นมีความเร็วสูงกว่าปกติอย่างมากเนื่องจากการกลายพันธุ์จากกัมมันตภาพรังสีของโรงไฟฟานิวเคลียที่เคยเกิดการระเบิดขึ้น

 

มีหนึ่งในนั้นคว้าเสื้อของอาเน่มาจิไว้ได้ในขณะที่เธอกำลังวิ่งหนี จนเธอนั้นล้มลง

 

ด้วยความที่เธอเองไม่สามารถจะใช้วาจาเทพของเธอได้ เธอเองก็ไม่ต่างอะไรจากเหยื่ออันโอชะของพวกมัน เหล่าผู้ติดเชื้อที่เหลือกำลังจะรุมกินโต๊ะเธอ

 

ในขณะที่เธอกำลังถูกกดตัวลงไปบนพื้น หางตาของเธอก็มองไปยังกุระและซุยเซย์ที่วิ่งสวนไปทางด้านหลัง ในใจของเธอนั้นก็โล่งไปได้เปราะหนึ่งที่น้องสาวของเธอนั้นหนีรอดไปได้ แต่อีกใจหนึ่งเธอเองก็กำลังกลัว

 

นี่น่าจะเป็นสิ่งที่เธอกลัวที่สุดในชีวิต เมื่อความตายที่เลี่ยงไม่ได้กำลังจะเอาชีวิตของเธอไป เธอไม่มีโอกาสจะได้บอกลาน้องสาวเธอด้วยซ้ำ ..

 

ตึก ตึก ..

 

เสียงหัวใจของเธอเต้นแรงพร้อมกับเสียงสะท้อนในหัวของเธอ ดวงตาสีแดงๆของเธอก็เริ่มส่องแสงอีกครั้ง แต่จู่ๆมันก็ดับไป

 

“นี่จะทำบ้าอะไร!!?”

“แกกำลังจะตายนะ! หยุดขัดขืนให้ฉันออกไปเดี๋ยวนี้!!!”

“อีนังโง่! ถ้าแกตายไปฉันก็ซวยไปกับแกด้วยสิ!”

“หยุดขัดขืนฉันสักที อยากตายรึไง!? แกไม่รักน้องสาวแกแล้วรึไง!!?”

“อาเน่มาจิ !!! แกเป็นบ้าไปแล้วรึไง!!!?”

 

เสียงสะท้อนที่โกรธเกรี้ยวนั้นดังสนั่นในขณะที่เธอกำลังถูกผู้ติดเชื้อรายหนึ่งกดตัวลงไปบนพื้น คมเขี้ยวของมันที่กำลังจะขยับเข้ามาใกล้ๆกับตัวเธอ ก็เริ่มทำให้เธอเริ่มปลงอย่างช้าๆ

 

เธอรู้ตัวดีว่าเธอกำลังทำสิ่งที่ผิดพลาด เธอปลุกปีศาจร้ายในตัวเธอขึ้นมาและเธอก็ได้ทำสัญญาที่เธอไม่มีปัญญาจะจ่ายมัน

 

ปีศาจอีกตัวตนหนึ่งที่แม้แต่น้องสาวของเธอก็ไม่รู้ว่ามันมีอยู่ และมันเองก็กำลังหิวกระหายเลือดของสิ่งมีชีวิต หรือแม้กระทั่งน้องสาวของเธอเอง

 

เธอกำลังขัดขืนไม่ให้มันออกมา และเธอรู้ดีว่าถ้ามันออกมา แม้ว่าเธอจะไม่ตายในตอนนี้แต่สักวันเธอจะต้องตายทั้งเป็นเมื่อมันฆ่าน้องสาวของเธอ

 

การที่จะตายไปพร้อมกับมัน ซึ่งจะได้ช่วยเหลือน้องสาวของเธอ

 

 

มันช่างคุ้มค่าเสียจริง ..

 

 

 

 

..

 

 

 

.

 

___________________________________________________

 

“แฮ่ก แฮ่ก ..”

 

กุระที่กำลังแบกร่างของซุยเซย์ด้วยพละกำลังปริศนาของเธอก็กำลังวิ่งไปยังสถานที่ในหัวของเธอ ตอนนี้ผู้ติดเชื้อต่างๆตามข้างทางเริ่มกรูเข้าไปหาอาเน่มาจิแทน นั่นทำให้เส้นทางเปิดโล่ง

 

ฉลามสาวหันไปมองอาเน่มาจิที่กำลังถูกรุมอยู่ด้วยความเจ็บใจ แต่เธอก็กัดฟันรีบวิ่งตรงไปด้านหน้าอย่างมีความหวัง สถานที่ที่ว่านั่นมันคืออะไรกันแน่ เธอยังไม่รู้เลย เธอจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร

 

และสุดท้ายเธอก็มาถึงหน้าบ้านเล็กๆหลังหนึ่งที่รอบๆนั้นเต็มไปด้วยรั้วลวดหนาม และสิ่งกีดขวางมากมาย

 

เธอเริ่มมีอาการปวดหัวอีกครั้งเมื่อภาพนั้นสะท้อนแว้บไปมาจนมันหยุดลง และภาพนั้นก็ส่องสว่างขึ้นในหัวของเธอ จนสุดท้ายความทรงจำอันเลือนลางนั้นก็กลับมา

 

“!!!?”

“นั่นสินะ ..”

“ฉันลืมไปได้ยังไง”

 

กุระรีบกระโดดผ่านสิ่งกีดขวางนั่นไป พยายามที่จะหลีกเลี่ยงลวดหนามที่ระโยงระยางอยู่เต็มไปหมดรอบๆบ้าน ซึ่งมันยังมีศพของผู้ติดเชื้อบางคนคาอยู่ด้วย

 

บ้านหลังนี้ถูกคุ้มกันอย่างดีด้วยกับดักมากมายที่คนสร้างเองน่าจะเตรียมตัวมาอย่างดี แต่กุระเองก็รับรู้แทบจะทุกจุด มันอยู่ในความทรงจำของเธอ เพราะเธอเป็นคนวางมันไว้เอง

 

แล้วเธอก็มาถึงประตูหน้าบ้าน เธอถอนหายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนที่จะเคาะมันอย่างไม่ลังเล

 

“เปิดประตูหน่อย!”

“เอ๊ะ!!!!!?”

 

จู่ๆเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งมาทีประตูด้านในอย่างรวดเร็ว และเมื่อประตูเปิดออก 

 

ภาพของหญิงสาวผมสีทองดวงตาสีน้ำเงินเข้มยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าของกุระ ทั้งสองยืนมองหน้ากันอยู่พักใหญ่ๆ

 

ก่อนหญิงสาวจะใช้มือทั้งสองข้างของเธอปิดปากไว้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อเธอได้เห็นกุระ จนตัวเธอแทบจะทรุดลงไปที่พื้น ขาแข้งเธออ่อนปวกเปียกไปหมด

 

“ก-กุระ ..”

“ฉันเอง .. ฉันกลับมาแล้ว”

 

“อาเมะ ..”

 

To be continued …

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #99 I am good reader (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 07:22
    อาเนมาจิ~~~ ขอยอมรับใจเธอเลยเธอมันแน่มากถึงตัวเองจะตายก็ไม่แคร์เลยอะ

    (ถ้าเป็นเราเราโยนน้องไปให้มันแดกแล้ว)
    #99
    0
  2. #98 nagajiza naoru (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 21:53
    อะ อาเมะล่ะหวังว่าจะไม่ตายเหมือนอีกเรื่องนึงนะ แต่ว่าเลิกอึ้งหรือร้องไห้ก่อนนนน รีบไปช่วยอาเน่ก่อนเส้~~~เดี่ยวนี้เลยยยยเร็ววววว
    #98
    0
  3. #97 defected (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 19:11
    อาเมะฟิคนี้จะตายมั้ยนะ...
    #97
    0
  4. #96 Vethaka GV (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 17:11

    อย่าทิ้งซุยจังนะ ซุยจังอยู่ไม่ได้แน่ๆ
    #96
    0
  5. #95 Yosuke258 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 15:32

    ไม่ต้องห่วงอาเน่มาจิรอดแน่ๆ


    บทบาทของอาเมะนี่ยังไงมากกว่า เจ้าตัวน่าจะรู้ว่ากุระติดเชื้อไปแล้ว

    #95
    0
  6. #94 0621198225 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 15:02
    ไรท์อาเน่จะไม่ตายใช่ไหม
    #94
    0
  7. #93 Kuaina (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 14:45

    ไม่นะอาเน่ ม่ายยยยยยยยยย //ถ้าอาเมะมางั้นแก๊งenก็มาครบเลยนี่หว่าเพราะคู่takamoriอยู่กับคุณหนู

    #93
    0
  8. #92 mnb098 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 14:33
    พี่แกไม่ตายแน่นอน55555+
    T-T//ผมรู้ว่าท่านเป็นคนดีใช้ไหม
    #92
    0
  9. #91 Kham A.Q. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 13:42
    ผึ่งเห็น
    #91
    0
  10. #90 black_boy2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 13:34

    อ...อาเน่ เราคงหมดหวังแล้วสินะ
    #90
    0
  11. #89 EarthDodo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 13:12
    คิดว่าอาเน่จะตายมั้ยทุกท่าน?.....ไม่ตายหรอก....เชื่อผมสิ....นั่นตัวเอกนะ
    #89
    6
    • #89-5 EarthDodo(จากตอนที่ 8)
      16 มีนาคม 2564 / 13:19
      //หุบยิ้ม
      #89-5
    • #89-6 Kuaina(จากตอนที่ 8)
      16 มีนาคม 2564 / 14:46
      คิดว่าตายครับ //ฝืนยิ้ม
      #89-6