Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 6 : Chernobyl

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    10 มี.ค. 64

 

 

“ชู่วว .. อย่าส่งเสียงนะ”

 

ทั้งสามคนกอดกันกลมในขณะที่ซุยเซย์เองก็รีบคว้าตัวหญิงสาวมากอดไว้และปิดปากเธอจนสนิท ในขณะที่เสียงของเลมมี่ยังคงดังอยู่ด้านนอก

 

อาเน่มาจิที่ยังพอมีสติอยู่บ้างก็ค่อยๆขยับตัวและแอบมองอยู่ห่างๆซึ่งเธอก็กำลังเห็นเลมมี่เดินไปเดินมาอยู่ด้านนอกร้านพร้อมกับทหารในชุดอุปกรณ์ครบมือ พวกเขาจัดการเหล่าผู้ติดเชื้อแถวนั้นจนหมด

 

“ซุยจัง !!!”

“อย่าต้องให้เลมมี่ไปลากคอออกมานะคะ!!”

 

แม้ว่าพวกเธอจะอยู่ใกล้กับเลมมี่มาก แต่เธอเองก็ไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของทั้งสามได้ ก่อนเลมมี่จะกระทืบเท้าปึงปังแล้วเดินจากไปพร้อมกับคนของเธอ

 

อาเน่มาจิที่มองดูเหตุการณ์อยู่ เมื่อเธอเห็นว่าปลอดภัยแล้วก็สะกิดซุยเซย์ที่ยังคงปิดปากหญิงสาวคนนั้นอยู่

 

“แฮ่ก .. แฮ่ก .. ธ-เธอจะฆ่าฉันรึไงเนี่ย?”

“ข-ขอโทษนะ!”

“เมื่อกี้นั่นมันกองทัพไม่ใช่หรอ? พวกเธอไปทำอะไรมาเนี่ย?”

“เรื่องมันยาวน่ะ”

“ช่างเถอะ พวกเราต้องรีบออกจากที่นี่นะ มันใกล้จะมืดแล้วด้วยสิ”

 

หญิงสาวค่อยๆุลุกขึ้นพร้อมกับสิ่งของรกรุงรังที่เธอสพายไปตามตัว มันดูเหมือนจะเป็นกระเป๋าใบเก่าๆที่มีอุปกรณ์เอาชีวิตรอดมากมายที่เธอทำขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือประทัดที่เธอใช้ก่อนหน้านี้

 

เธอยื่นมือมาซุยเซย์และดึงตัวเธอขึ้นมา

 

“อาไก ฮาโตะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“โฮชิมาจิ ซุยเซย์ ส่วนนี่พี่สาวฉัน อาเน่มาจิ”

“อื้ม!”

 

ก่อนทั้งสามจะลุกขึ้นและมองซ้ายมองขวา รีบเดินออกจากร้านฮาร์ตแวร์นั่นทันที โดนอาเน่มาจิก็รีบเข้ามาพยุงตัวซุยเซย์ไว้เช่นเคย เธอกอดน้องสาวของเธอแน่นกว่าเดิมด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในขณะที่ด้านหลังของเธอยังคงแบกฉลามสาวที่ไร้สติอยู่

 

“ในกระเป๋านั่นมันอะไรน่ะ?”

“เอ๊ะ?”

 

ฮาโตะถามอาเน่มาจิ ซึ่งซุยเซย์ที่ได้ยินเช่นนั้นเธอก็สงสัย เธอไม่รู้ว่าพี่สาวของเธอนั้นกำลังแบกผู้ติดเชื้อที่ดูจะพิเศษมาด้วย ก่อนอาเน่มาจิจะทำท่าทีว่ามันคือเสื้อผ้าของเธอและน้องสาวให้กับฮาโตะเข้าใจ

 

“พวกเธอนี่แต่งตัวเก่งสินะ ..”

“??”

 

ซุยเซย์งุนงงอย่างมากแต่เธอเองก็ไม่ได้สนใจมากนัก 

 

“เธอมาทำอะไรที่นี่หรอฮาโตะ?”

“อืมม หาอาหารล่ะมั้ง?”

“ที่นี่ยังมีเหลืออยู่หรอ?”

“อืม เยอะซะด้วยล่ะ”

 

ทั้งสามเดินลัดเลาะไปตามทางที่มีผู้ติดเชื้อนอนกราดเกลื่อนอยู่พร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นไปตามพื้น มันแดงฉานไปหมด

 

“ที่นี่ที่ไหน?”

“เมือง Chernobyl น่ะ 50,000 คนเคยอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเมืองผีไปซะแล้ว”

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ระหว่างที่เกิดเรื่อง มีข่าวลือว่าเตาปฏิกรนิวเคลียที่อยู่ทางใต้ของเมืองใกล้จะเกิดระเบิดน่ะสิ”

 

เมื่อมาถึงทางออกพวกเธอก็รีบเดินออกมาทันที ฮาโตะนำทางและชี้ให้อาเน่มาจิเดินไปทางตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้า ซึ่งตอนนี้อาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว

 

“รัฐบาลเลยสั่งอพยพผู้คนทั้งหมด แต่ก็ไม่มีใครได้กลับมาที่นี่อีกเลย”

“แล้วทำไมเธอถึง?”

“เพราะว่าพ่อกับแม่ฉันไม่เชื่อข่าวลือนั่นน่ะสิ”

“เอ๊ะ?”

 

ฮาโตะเล่าให้ฟังคร่าวว่า พ่อกับแม่ของพวกเธอเคยทำงานให้กับกองทัพมาก่อน และพวกเขารู้ดีว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจึงเลือกที่จะทิ้งเธอไว้ที่นี่

 

แล้วก็เป็นอย่างที่พ่อกับแม่เธอคิดไว้ มันไม่ได้เกิดการอพยพใดๆ มันคือการเกณฑ์หมูเข้าโรงเชือดตังหาก พวกเขาถูกจับไปทดลองเพื่อสร้างทหารผู้ติดเชื้อที่ควบคุมได้

 

“ด้านนอกของเมือง มีพวกเขาที่ถูกทิ้งจากการทดลองที่ผิดพลาดจำนวนมาก”

“รวมทั้งพ่อกับแม่ฉันด้วย”

 

อาเน่มาจิที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ เพราะบริเวณนั้นเองที่เรื่องราวทั้งหมดได้เกิดขึ้นเธอสูญเสียมิโกะ และคนของเธออีกกว่าร้อยชีวิต พร้อมกับโทวะและคานาตะที่หายสาปสูญไปอีกด้วย

 

“พวกเขาถูกเร่งอพยพปลอมๆอย่างเร่งด่วน นั่นทำให้ข้าวของที่นี่ยังถูกทิ้งไว้”

“เธอจะเห็นได้เลยว่าบางบ้าน ยังมีแก้วกาแฟวางอยู่เลยด้วยซ้ำไป”

“ทางนี้”

 

ฮาโตะพาทั้งสองคนไปยังท่อระบายน้ำแห่งหนึ่งที่ฝามันถูกเปิดไว้ ก่อนทั้งสามจะค่อยๆลงไปด้านล่างที่มืดมิด

 

เมื่อลงมาถึงพื้นแฉะๆที่ด้านล่างฮาโตะก็หยิบแท่งไฟที่เธอมักจะพกติดตัวไว้เสมอๆออกมา เขย่าๆมันสักพักหนึ่งก็เกิดแสงสว่างขึ้น

 

“ป่ะ ทางนี้”

 

เธอนำทางไปเรื่องๆใต้ท่อระบายน้ำนั่น มันมืดมากซะจนมองไม่เห็นอะไรเลย ทุกๆฝีก้าวที่อาเน่มาจิและซุยเซย์เหยียบลงไปนั้นมันช่างชื้นแฉะและน่าขยะแขยงเอามากๆ ที่นี่กลิ่นของมันช่างน่าสะอิดสะเอียนเหลือเกิน

 

“แค่ก .. แค่ก แค่ก ..”

“อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวพวกเธอก็ชินเองล่ะ”

“เราจะไปไหนกัน?”

“แคมป์ของพวกเราน่ะ”

 

ฮาโตะพาซุยเซย์และอาเน่มาจิเดินไปสักพักหนึ่ง จากความมืดในท่อระบายน้ำนั้นก็เริ่มมีแสงสว่างปรากฎขึ้น มันเป็นแสงไฟเล็กๆจากคบเพลิงของใครสักคนที่ยืนถืออยู่

 

อาเน่มาจิพบว่าด้านหน้านั้นมีชายสองคนกำลังยืนโบกคบเพลิงอยู่ ซึ่งพวกเขาเองก็แต่งตัวสภาพไม่ต่างจากฮาโตะมากนัก ก็เดาได้ไม่ยากนักว่าพวกเขาคือพวกที่ยังเหลือรอดจากการกวาดล้าง

 

“พาใครมาด้วยน่ะ?”

“เด็กหลงทางน่ะสิ แย่หน่อยนะวันนี้มีพวกทหารมาด้วยล่ะ”

“ชิ งั้นวันนี้ก็ไม่มีอะไรกินน่ะสิ”

“ก็นะ …”

 

และเมื่อพวกเธอเดินผ่านชายสองคนเข้าไป เธอก็พบเข้ากับกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่งที่นั่งอยู่สองข้างทางเต็มไปหมด โดยมีทางน้ำของท่อคั่นตรงกลาง พวกเขาดูมีสภาพที่อิดโรย ทั้งเด็ก ผู้หญิง และคนแก่มาก หรือแม้กระทั่งชายฉกรรจ์

 

ฮาโตะพาทั้งสองไปนั่งหลบมุมที่ไม่มีใครอยู่ ใกล้ๆกับคบเพลิงที่ติดอยู่ที่ตัวกำแพงท่อ

 

“พักผ่อนก่อนนะ ถึงมันจะไม่สะอาดเท่าไหร่ แต่ก็ปลอดภัย”

“ข-ขอบใจนะฮาโตะ”

“เดี๋ยวฉันมานะ”

 

แล้วฮาโตะก็ลุกขึ้นและตรงเข้าไปคุยกับชายสองคนที่ยืนรักษาการณ์อยู่

 

“พี่คะ ..”

 

ทันทีที่ซุยเซย์เรียกหาพี่สาวของเธอ เธอก็ได้รับสัมผัสอันอบอุ่นจากพี่สาวเธอในทันทีทันใด อาเน่มาจิรีบเข้ามากอดเธอไว้

 

“พวกเราจะทำยังไงกันดีคะพี่? ..”

 

อาเน่มาจิเองก็ยังคงสับสนกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เธอไม่รู้เลยว่าจะต้องทำยังไงหรือเดินไปทางไหน มันมืดแปดด้านไปหมด

 

แต่ในขณะที่เธอกำลังนั่งกอดน้องสาวเธออยู่ เสียงในหัวเธอก็ดังสนั่นขึ้นอีกครั้งและเธอก็สะดุ้งเฮือกจนซุยเซย์สัมผัสได้

 

“พี่คะ? เป็นอะไรรึเปล่า?”

 

“ฉัน หิว แล้ว น้า อาเนะจิจางง …”

 

อาเน่มาจิรีบลุกขึ้นและมองนาฬิกาข้อมือของเธอ ซึ่งมันก็ใกล้จะได้เวลาที่สิ่งชั่วร้ายต่างๆจะเริ่มออกอาละวาดแล้ว แล้วเธอก็สัมผัสได้ถึง การขยับตัวของฉลามสาวที่อยู่ในถุงนอนนั่นอย่างช้าๆด้วยเช่นกัน

 

เธอจึงรีบลุกขึ้นและตรงไปหาฮาโตะทันทีโดยสะพายกระเป๋านั่นไปด้วย ซึ่งฮาโตะเองก็รีบวิ่งมาหาเธอหลังจากเห็นท่าทีแตกตื่นนั่น

 

“เดี๋ยวสิเธอจะไปไหน?”

“อ-เอ๊ะ? ฝากน้องสาวหรอ? เดี๋ยวสิมันอันตรายนะ ดวงอาทิตย์ตกดินแล้วนะ!”

 

แต่อาเน่มาจิก็รีบวิ่งตรงหายเข้าไปในท่อน้ำนั่น เธอเริ่มรู้สึกแปลกประหลาดอย่างรุนแรงจากภายในร่างกาย แขนขาเธอเริ่มที่จะควบคุมมันไม่ได้อีกแล้ว

 

และเมื่อวิ่งมาไกลสักระยะหนึ่ง เธอก็โยนกระเป๋าถุงนอนนั่นไปด้านหน้าก่อนเธอจะเริ่มเซไปเซมา ดวงตาข้างหนึ่งของเธอนั้นเริ่มส่องแสงสีแดงออกมา พร้อมกับเส้นผมของเธอที่เริ่มจะหลุดลอยปลิวไสวไปตามอากาศ ทั้งๆที่มันไม่มีลม

 

“เน่ ไหนว่าเราสัญญากันไว้แล้วไง เลิกขัดขืนสักที”

“ฉัน หิว แล้ว น้า ..”

 

เสียงสะท้อนยังคงดังอยู่ในหัวของเธออยู่เป็นระยะๆ แต่สุดท้ายมันก็หยุดลงพร้อมกับฉลามสาวที่ค่อยๆขยับตัวคลานออกมาจากถุงนอนนั่น

 

“ฮรรรรรรรร่ …”

 

แต่แล้วฉลามสาวก็ต้องสะดุ้งเมื่อเธอเห็นอาเน่มาจิที่ยืนมองเธอด้วยสายตาไร้ชีวิต ดวงตาสีเลือดของเธอมันทำให้ฉลามสาวที่ดูเหมือนจะไม่มีสตินั้นเริ่มจะถอยห่างด้วยความกลัว

 

สัญชาตญาณนักล่าของเธอบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่อาหาร แต่นี่คือนักล่าที่จะกินเธอซะด้วยซ้ำไป อาการสั่นกลัวที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้ออย่างเธอก็เกิดขึ้น

 

ในขณะเดียวกันที่อาเน่มาจิถูกใครบางคนในตัวของเธอยึดร่างไว้เรียบร้อยแล้วก็ยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนเสียงสะท้อนจะเกิดขึ้นในหัวของเธอ โดยที่เธอไม่ได้ขยับปากหรือลำคอแต่อย่างใด มันเหมือนเป็นการพูดให้ตัวเองฟังซะมากกว่า

 

“เธอคิดจะหลอกให้ฉันกิน ยัยหนูนี่น่ะหรอ?”

“เน่ เธอจะดูถูกฉันเกินไปแล้วนะ อาเนะจิจัง”

“หืม?”

 

แต่จู่ๆทั้งอาเน่มาจิกับฉลามสาวก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากด้านในท่อ 

 

ไม่ลังเลฉลามสาวรีบพุ่งตรงไปยังบริเวณนั้นทันทีด้วยสัญชาตญาณของผู้ติดเชื้อ เธอเมินอาเน่มาจิที่อยู่ตรงหน้าแทบจะในทันที

 

อาเน่มาจิยืนนิ่งอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะรีบมุ่งหน้าตามฉลามสาวไป

 

“ … ”

“ชิ .. ”

 

___________________________________________________

 

ในขณะเดียวกันในตอนนี้

 

“ปล่อยฉันนะ !!!!!"

“ฮาโตะ ! ทำไมทำแบบนี้!?”

 

ซุยเซย์กำลังถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนโดยมีเชือกผูกทั้งแขนขา มันถูกยกสูงเหนือหัว และมีผู้คนมากมายกำลังยืนโฮ่ร้องอยู่ด้านล่างตัวเธอ 

 

และเป็นฮาโตะเองที่จับเธอมัดไว้กับไม้กางเขน ก่อนจะเดินมาใกล้ๆกับซุยเซย์ด้วยมีดพร้าในมือ

 

“เอาล่ะพวกท่านทั้งหลาย วันนี้พระเจ้าของพวกเราจะต้องยินดี”

“หลังจากการสังเวยหญิงสาวคนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องดีขึ้นพวกเราจะต้องรอด!”

 

แล้วพวกเขาก็ก้มหัวลงให้กับฮาโตะที่เธอกำลังทำหน้าที่ผู้นำลัทธิทางศาสนาที่บิดเบี้ยวอยู่

 

“หลังจากพระเจ้ารับวิญญาณนางไปแล้ว เราจะกินนางซะเพื่อเป็นการรับพร”

“จงสรรเสริญ!”

 

“แด่พระผู้เป็นเจ้า !!”

 

เสียงกู่ร้องของพวกเขาดังขึ้นอีกครั้งในขณะที่ซุยเซย์กำลังพยายามดิ้นรนจนสุดความสามารถ จนเธอนั้นเริ่มจะหมดแรง

 

ฮาโตะเดินเข้ามาใกล้ๆเธออีกครั้งพร้อมมีดในมือที่กำลังจ่อไปที่หน้าท้องของซุยเซย์

 

“ทำไม .. ทำทุกคนถึงทำกับฉัน กับพี่แบบนี้ ..”

“อย่าโกรธกันเลยนะ ฉันต้องทำน่ะ”

“ฮาโตะได้โปรด ..”

“ … ”

 

แกร้ง !!!

ช่วงวินาทีสุดท้ายก่อนที่มีดพร้าจะถึงตัวซุยเซย์ มีดนั่นก็ตกลงบนพื้นจนมันกระทบและส่งเสียงดังสนั่นไปทั่ว พร้อมกับความงุนงงของผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น

 

ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ล้มลงทีละคนสองคนพร้อมกับชิ้นส่วน แขน ขา หัวที่ขาดออกกระเด็นไปคนละทิศละทางพร้อมกับฉลามสาวที่ปรากฎตัวออกมาจากเงามืดและยืนฉีกยิ้มอยู่ด้วยท่าทีที่สยดสยองอย่างสุดๆ 

 

เลือดในปากของเธอไหลนองออกมาพร้อมกับเศษชิ้นส่วนเนื้อมนุษย์และเศษซากกระดูกชิ้นเล็กๆที่เธอคายมันออกมาหลังจากการที่เธอฆ่าเสร็จแล้ว

 

ฮาโตะค่อยๆหันไปมองที่ด้านล่าง แล้วเธอก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเธอกำลังเห็นแขนของเธอนั้นที่มันกำลังกำมืดอยู่ ตกอยู่บนพื้นพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นอยู่ 

 

แขนของเธอขาดสะบั้นไปจนโผล่เห็นกระดูกพร้อมกับเลือดที่ไหลนองออกมาราวกับสายน้ำ แขนของเธอที่เหลืออยู่ก็ปรากฎเป็นร่องรอยที่ถูกคมเขี้ยวที่คมกริบนั้นกัดเข้าให้เต็มๆจนเหวอะหวะ

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

“ข-แขนฉัน ..”

 

“แขนฉัน !!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

To be continued …

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #79 defected (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2564 / 04:44
    ฮาจามะ!??กลายเผ่ากินคนไปแล้ววว
    #79
    1
    • #79-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      11 มีนาคม 2564 / 11:41
      ฮาจามะจาม้าาาาา ก็นะอยากรอดมีอะไรก็ต้องกิน
      #79-1
  2. #78 Kuaina (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มีนาคม 2564 / 01:42
    ตอนแรกนึกว่าฮา...โตะ(?)จะได้กินเลือดของสองพี่น้องซะอีกแต่คงไม่มีโอกาสละ
    #78
    1
    • #78-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      11 มีนาคม 2564 / 11:40
      จะโดนฉลามแดกก่อนน่ะสิ
      #78-1
  3. #77 nagajiza naoru (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 17:10
    นี่มันเรื่องรวมพลคนสองบุคลิคชัดๆเลยนี่นา เมื่อไหร่กุระจะได้เป็นคนกับเค้าบ้างเนี่ยรู้สึกว่ามาเรื่องนี้เพราะมาให้เชือดชัดๆ สงสารรรรอ่าาา
    #77
    1
    • #77-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 21:00
      ใกล้แล้วล่ะ
      #77-1
  4. #76 0621198225 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 15:13
    รออ่านนะคะ(ไม่มีไรพิมพ์)
    #76
    1
    • #76-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 21:00
      ค่าาา
      #76-1
  5. #75 `FC_QuU (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 13:34
    โอ๋ๆน้อนหลามกินเยอะๆนะจะได้โตไวๆ ลูกจะเป็นอะไรจะน่ากลัวยังไงก็คือลูก
    #75
    1
    • #75-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 21:00
      เอ็นดูน้อน
      #75-1
  6. #74 Yosuke258 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 13:14

    ก็ว่าอยู่ว่ามันต้องมีฮาโตะเข้ามาด้วยแน่ๆสำหรับเรื่องราวของคน 2 บุคลิค....


    แต่ไม่ได้คิดว่าจะมาในบทนี้!!

    #74
    1
    • #74-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 21:00
      มาแปลกแหวกแนว555
      #74-1
  7. #73 EarthDodo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 12:36
    เดี๋ยวๆๆๆๆๆ ปรับอารมณ์ไม่ทันละ อันนั้นไม่น่าใช่ฮาโตะนะ ตีลังกาสามตลบดูยังไงก็ฮาจามะนั่นน่ะ
    #73
    1
    • #73-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 12:38
      ไม่เคยเป็นฮาโตะตั้งแต่แรกอยู่แล้ว????
      #73-1
  8. #72 mnb098 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 11:51
    กุระกินเยอะๆนะจะได้สนุกแบบเลือดสาดกะจาย
    #72
    2
    • #72-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 12:34
      น้องกำลังโต ต้องกินเยอะๆ
      #72-1
  9. #71 Vethaka GV (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 11:50
    นั้นไม่ใช่ฮาโตะ นั้น ฮาจามะ ต่างหาก
    #71
    1
    • #71-1 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 12:34
      นั่นสิ5555
      #71-1
  10. #70 Kham A.Q. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2564 / 11:36
    มาแล้วครับ
    #70
    3
    • #70-2 Lissette.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 12:34
      โดนฉลามแดกก่อน
      #70-2
    • #70-3 Kham A.Q.(จากตอนที่ 6)
      10 มีนาคม 2564 / 13:59
      5555555
      #70-3