Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 5 : How To Survive

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    28 ก.พ. 64

 

 

“เนะจิจังเนี่ย .. แย่จังเลยน้า”

“ขนาดน้องสาวของตัวเองยังดูแลไม่ได้แบบนี้ เธอจะไปทำอะไรได้ละเนี่ย”

“โดนปาดคอจนกล่องเสียงพังแบบนี้เนี่ย น่าสงสารจังเลยน้า”

 

อาเน่มาจิกำลังเดินตรงเข้าไปหาฉลามสาวที่ถูกวาจาศักดิ์สิทธิ์ของเธอกดลงหัวลงไปที่พื้น ก่อนเธอจะนั่งยองๆลงข้างๆและใช้มือเขี่ยใบหน้าของฉลามสาวไปมาด้วยความเอ็นดู

 

“เน่ เจ้าตัวน้อย มาจากไหนกันล่ะเนี่ย หื้ม?”

 

เสียงของอาเน่มาจิดังขึ้นในหัวของฉลามสาวโดยที่ไม่มีการขยับลำคอ หรือริมฝีปากแต่อย่างใด ภายนอกของอาเน่มาจินั้นดูแน่นิ่งมาก แม้กระทั่งดวงตาที่ไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต

 

“กรรรรรรร ฮรรรรรรรรรร”

“อาร่า ๆ .. เจ็บหรอ? ไม่สิๆ เธอจะเจ็บได้ยังไง?”

 

แคว้กกกก !!

จู่ๆอาเน่มาจิก็กระชากแขนของฉลามสาวไว้ ก่อนเธอจะดึงมันด้วยแรงอันมหาศาล จนมันขาดออกจากตัวเธอพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นไปรอบๆ

 

“ฮ-ฮ-ฮรรรรรรร”

“ฮิฮิฮิฮิ ฮ้าๆๆๆๆ .. เจ็บหรอ? เจ็บหรอเนี่ย? ถามจริง?”

 

ฉลามสาวที่กำลังกลายเป็นเหยื่อของอาเน่มาจินั้นก็กำลังดิ้นไปมาจนเกิดเสียงดังบนพื้นของห้อง

 

“พี่คะ? พี่คะ เกิดอะไรขึ้นพี่อยู่ไหน?”

 

ซุยเซย์ที่ได้ยินเสียงนั่นก็เริ่มจะควานหาตัวอาเน่มาจิ ด้วยความที่เธอนั้นมองไม่เห็นเธอก็เริ่มคลานมาใกล้ๆกับฉลามสาว แต่อาเน่มาจิที่เห็นเช่นนั้นก็รีบดึงตัวเธอออกมา และใช้มือข้างหนึ่งของเธอจับที่ตัวซุยเซย์ไว้

 

“พี่คะ เมื่อกี้มันเสียงอะไร เกิดอะไรขึ้น? ..”

 

แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับไปยังซุยเซย์ สายตาและแววตาอันไร้ชีวิตของอาเน่มาจิก็ยังคงจ้องมองไปที่ซุยเซย์อย่างเลื่อนลอย แต่หลังจากนั้นด้วยมืออีกข้างที่กำลังถือแขนของฉลามสาวอยู่

 

เธอก็เริ่มยกมันขึ้นมาและแทะกินอย่างช้าๆ .. โดยเธอพยายามเบาเสียงที่สุดเท่าที่จะเบาได้และพยายามใช้มือที่จับอยู่ที่ตัวซุยเซย์นั้น ลูบหัวเธอเพื่อให้ซุยเซย์สงบสติอารมณ์ลง

 

และแล้วแขนเล็กๆนั่นก็เหลือแค่เพียงกระดูก อาเน่มาจิแทะกินมันจนหมดโดยไม่เหลือเนื้อหนังใดๆเลย ก่อนเธอจะโยนมันทิ้งไป

 

“เอาล่ะเจ้าตัวน้อย เงียบได้แล้วน้องฉันจะนอนน่ะ”

“เงียบ !”

 

เสียงของอาเน่มาจิดังขึ้นในหัวของฉลามสาวอีกครั้ง และมันทำให้เสียงขู่ของเธอนั้นเงียบหายไปในทันที เธอยังคงก้มหัวลงติดแนบกับพื้นอยู่อย่างนั้นจนเลือดที่หัวนั้นเริ่มจะไหลออกมา ประกอบกับแผลที่เธอถูกอาเน่มาจิกระชากแขนจนหลุดนั้น

 

เลือดสีแดงของเธอไหลนองออกมาบนพื้น แต่ด้วยสัญชาตญาณและการติดเชื้อจนไร้สติสัมปชัญญะของเธอ เธอก็เริ่มใช้ลิ้นเลียไปตามพื้น เธอกำลังดื่มเลือดตัวเอง

 

อาเน่มาจิยืนมองการกระทำสุดวิปริตนั่นอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนเธอจะค่อยๆหันหลังกลับไปหาซุยเซย์ที่ยังคงมีอาการตกใจอยู่

 

“นี่แค่มัดจำนะ อาเนะจิจัง”

“อย่าลืมที่เราตกลงกันไว้ล่ะ”

 

เสียงของตัวเธอเองดังขึ้นในหัวของเธอ สักพักหนึ่งเธอก็เริ่มหลับตาและลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง อาเน่มาจิลืมตาขึ้นมาและก็พบว่าตัวเธอเองนั้นถูกอาบไปด้วยเลือดสีแดงสด จนเธอนั้นเริ่มที่จะมีอาการพะอืดพะอมอย่างมาก

 

และเมื่อเธอหันไปมองฉลามสาวที่กำลังก้มหน้าดื่มเลือดตัวเองอยู่พร้อมกับแขนที่ขาดไป เธอก็มองเห็นกระดูกของแขนมนุษย์เข้า นั่นทำให้เธอเองมีอาการที่จะอาเจียนขึ้นมาอย่างรุนแรง จนใช้มือทั้งข้างปิดปากเธอไว้

 

“พี่คะ .. ไปไหนน่ะ?”

 

แต่ระหว่างนั้นเองซุยเซย์ก็ยื่นมือออกมาพยายามจะคว้าสิ่งที่เธอมองไม่เห็น อาเน่มาจิที่เห็นเช่นนั้นเธอก็รีบคว้ามือซุยเซย์เอาไว้ ก่อนจะทิ้งตัวลงข้างๆเธอพร้อมกับถอดเสื้อของเธอที่มันเลอะเลือดออก

 

เธอกอดซุยเซย์ไว้แน่นพรางกับน้ำตาไหลออกมา ในปากของเธอยังคงมีเศษเนื้อและกลิ่นคาวของเลือดติดอยู่ ความรู้สึกที่แย่มากจนทนไม่ไหวนั้นกำลังอัดแน่นจนเหมือนมันจะระเบิดออกมา แต่มือเล็กๆอุ่นๆของน้องสาวเธอก็แตะที่ใบหน้าของเธอเอาไว้ มันช่วยดึงสติให้เธอกลับสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง

 

“พ-พี่ .. พูดไม่ได้หรอคะ? เกิดอะไรขึ้นกับพี่กันแน่?”

“เลมมี่ล่ะคะ? เลมมี่ไปไหน? แล้วมิโกะกับคานาตะล่ะ?”

 

อาเน่มาจิที่ได้ยินเช่นนั้น เธอก็กัดฟันแน่นด้วยความโกรธแค้น เธอโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลาเมื่อได้มองใบหน้าอันน่าสงสารของน้องสาวเธอ ที่มันถูกผ้าปิดตาปิดเอาไว้และยังคงมีเลือดสีแดงไหลซึมออกมา

 

ก่อนเธอจะลุกขึ้นและเดินไปหาอะไรสักอย่างในห้องใกล้ๆ ที่ฉลามสาวยังคงถูกพันธนาการอยู่ อาเน่มาจิเดินออกมาพร้อมกับไขควงอันเล็กๆอันหนึ่งและปิดประตูห้องนั้นไว้ เพื่อป้องกันฉลามสาวที่อาจจะคลุ้มคลั่งอีก

 

เธอนั่งลงข้างๆซุยเซย์และเริ่มใช้ไขควงนั่นเจาะและขีดเขียนไปตามพื้นไม้เป็นตัวอักษร เธอจับมือของซุยเซย์เอาไว้และพยายามให้น้องสาวของเธอลูบคลำตัวอักษรที่เธอเขียนไว้

 

“เลมมี่หักหลังพวกเรา ..”

“เอ๊ะ!? ท-ทำไม?”

“ทุกคนหายตัวไปหลังจากนั้น .. อ-อ .. เอ๊ะ?”

“เรื่องมันเกิดขึ้น ตอนหนูอีกคนออกมาสินะคะ ..”

“ … ”

“แล้วตอนนี้ เธอนั่นไปไหนแล้ว .. หนูสัมผัสถึงเธอไม่ได้เลย ..”

“ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้ .. เลมมี่เป็นใครกันแน่? เธอหลอกพวกเรางั้นหรอคะ!?”

 

อาเน่มาจิพยายามทุกวิถีทางในการที่จะสื่อสารกับน้องสาวของเธอ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีเหมือนกับการพูดจามากนัก แต่มันก็ช่วยให้ทั้งสองได้คุยกันสักที

 

“คานาตะกับโทวะหนีไปได้?”

“โทวะ? ใครหรอคะ?”

“เพื่อนของคานาตะงั้นหรอ?”

 

และค่ำคืนนั้นเองพื้นของตัวบ้านก็เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ทั้งสองพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่เกือบทั้งคืนจนทั้งคู่นั้นหลับไปในที่สุด

 

 

..

 

.

 

แสงอาทิตย์ของช่วงบ่ายของวันเริ่มสาดส่องเข้ามาแรงขึ้นเรื่อยๆในขณะที่สองพี่น้องกำลังนอนกอดกันอยู่บนพื้นห้องที่ตัวชั้นสองของบ้าน อาเน่มาจิเองนั้นรู้สึกตัวและค่อยๆลุกขึ้น ในขณะที่ซุยเซย์เองก็ยังคงหลับอยู่ 

 

เธอรีบลุกขึ้นและตรงไปยังห้องข้างๆ ที่ฉลามสาวนั้นถูกพันธนาการอยู่ก่อนเธอจะค่อยๆแง้มประตูออกดูอย่างช้าๆ แล้วเธอก็พบว่า ฉลามสาวนั้นแน่นิ่งไปแล้วอยู่กับพื้นนั่น เลือดบนพื้นนั้นหายไปจำนวนมาก บ้างก็เริ่มแห้งจนติดพื้นห้อง

 

โดยปกติแล้วผู้ติดเชื้อเองมักจะหลบหลีกจากแสงแดด และกลับเข้าที่ร่มในตอนกลางวันมีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่จะสามารถออกหากินได้ตอนกลางวัน

 

แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นที่แขนของฉลามสาวที่มันควรจะขาดไปแล้ว มันกลับเริ่มมีเนื้อเยื่องอกออกมาในรูปลักษณะเหมือนแขนที่ยังไม่สมบูรณ์มากนัก

 

เธอยืนมองอยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนจะรีบลงไปด้านล่างของตัวบ้านและพยายามมองหาอะไรบางอย่างที่น่าจะมีเหลืออยู่บ้าง และเธอก็เจอ มันคือถุงนอนเก่าๆขาดๆที่ถูกเก็บไว้ในตู้เก่าๆ

 

ก่อนอาเน่มาจิจะขึ้นมาด้านบน มองหาผ้าห่มในห้องนอนและนำมันมาฉีกออกเป็นเส้นเล็กๆ เธอเองรีบพุ่งเข้าไปหาฉลามสาวก่อนจะมัดมือมัดเท้าเธอไว้ แต่ก็น่าแปลกที่ฉลามสาวเองไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด มันเหมือนกับเธอเองนั้นกำลังหลับอยู่มากกว่า

 

โชคยังดีที่ฉลามสาวนั้นตัวไม่ใหญ่มากนัก อาเน่มาจิจับเธอยัดเข้าไปในถุงนอนเก่าๆนั้นก่อนจะแบกขึ้นที่หลังของเธอเหมือนแบกกระเป๋าได้ ซึ่งอาเน่มาจินั้นแข็งแรงมากพอที่จะแบกร่างกายเล็กๆของฉลามสาวได้

 

“พี่คะ ..”

 

เสียงของซุยเซย์ดังขึ้นพร้อมกับตัวเธอที่ค่อยๆลุกขึ้นมา อาเน่มาจิจึงเดินตรงเข้าไปและดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นมา แต่ซุยเซย์เองก็มีอาการเซไปเซมา เธอดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด

 

“หนูปวดหัว .. ห-หิวน้ำ ..”

 

อาเน่มาจิจึงเดินไปหยิบขวดน้ำขวดสุดท้ายมาเปิดและป้อนให้ซุยเซย์ดื่ม เธอรู้ดีว่าตอนนี้น้องสาวของเธอเริ่มจะมีอาการขาดอาหารจนเริ่มอ่อนแรง เธอต้องรีบหาอะไรให้น้องเธอกินเพื่อประทังชีวิตแล้ว

 

ก่อนอาเน่มาจิจะจูงมือซุยเซย์และพาเธอเดินลงจากตัวบ้าน เธอหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆตัวบ้านเพื่อป้องกันอันตราย เพราะในตอนนี้ถึงแม้ว่ามันจะเช้าแล้วก็ตาม แต่ก็อาจจะมีผู้ติดเชื้อที่อาจจะเข้ามาหลบแสงแดดอยู่ในบ้านด้วยเช่นกัน

 

“พี่คะ .. เราต้องตามหาคานาตะ ..”

“คานาตะต้องช่วยพวกเราได้แน่ๆ”

 

หลังจากซุยเซย์พูดจบอาเน่มาจิก็จับมือเธอไว้เป็นการส่งสัญญาณให้น้องสาวเธอรับรู้ว่าตัวเธอเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน แต่ตอนนี้สายตาของอาเน่มาจินั้นกำลังจ้องมองไปที่ซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ใกล้ๆกับตัวบ้านที่พวกเธออยู่

 

ทั้งคู่ค่อยๆเดินจับมือกันไปตามทางเรื่อยๆ ผ่านซากเมืองที่หลงเหลือเพียงเค้าโครง บ้างก็พุพังบ้างก็ยังคงสภาพดีปะปนกันไป สิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับช่วงเวลากลางวันคือพวกเธอเองจะต้องเดินอยู่ด้านนอกและอาจจะเป็นเป้าสายตาของใครก็ตามที่กำลังตามล่าตัวสองพี่น้องคู่นี้อยู่

 

อาเน่มาจิพาซุยเซย์ตรงเข้าไปยังซุปเปอร์มาเก็ตที่ว่านั้นที่อยู่ไม่ไกล ด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมันทั้งคู่เองต้องระมัดระวังตัวอย่างมาก และเมื่อทั้งสองหาทางเข้าไปได้ อาเน่มาจิก็พบว่าด้านในนั้นมืดมากแถมยังระงมไปด้วยเสียงของผู้ติดเชื้อด้วย

 

ตอนนี้ซุยเซย์เริ่มมีอาการสั่นแต่อาเน่มาจิก็กอดเธอไว้และพยายามปิดปากซุยเซย์ไม่ให้ร้องออกมา และพยายามเดินเลี่ยงเส้นทางที่มีผู้ติดเชื้อไป พยายามใช้แสงสว่างอันน้อยนิดที่ส่องทะลุกระจกที่เพดานของตัวอาคารลงมา ซึ่งมันมีเพียงบางจุดของตัวอาคารเท่านั้น

 

อาเน่มาจิมองไปรอบๆ เธอพบกับร้านค้ามากมายที่น่าจะพอมีอะไรที่หลงเหลืออยู่บ้าง แต่แน่นอนว่ามันเต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อที่ยืนนิ่งอยู่ในร้านเป็นจำนวนมาก

 

“พี่คะ ..”

 

เธอพาซุยเซย์ไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่อยู่ใจกลางของตัวห้าง มันเป็นบริเวณที่ไว้ให้ลูกค้านั่งพัก ซึ่งบริเวณนั้นเองยังมีเพดานที่เป็นกระจกและแสงอาทิตย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ส่องลงมาได้

 

ไขควงอันเล็กๆที่อาเน่มาจิหยิบมาด้วยก็ได้ใช้งานอีกครั้ง เธอเริ่มแกะสลักลงไปบนตัวเก้าอี้ไม้นั่นก่อนจะจับมือของซุยเซย์มาลูบไปมาที่ตัวอักษรเหล่านั้น

 

“อยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหน ..”

“พี่จะไปหาอะไรมาให้เธอกินนะ”

“ร-ระวังตัวด้วยนะพี่”

 

ก่อนอาเน่มาจิจะวางถุงนอนที่เธอสพายมาด้วยลงและค่อยๆเดินตรงเข้าไปยังร้านค้าเล็กๆที่อยู่ไม่ไกล ภาพซ้ำเดิมๆเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเธอก้าวขาไม่ออก หลังจากเห็นภาพทีอยู่ตรงหน้า

 

ผู้ติดเชื้อมากมายนั้นยืนนิ่งอยู่เต็มร้านไปหมด

 

“อา .. เนะ .. จิ .. จัง ..”

“ใกล้ .. จะ .. มืด .. แล้ว .. น้า”

“ขอฉันกินเจ้าพวกนั้นได้รึยัง?”

“เอ๋หรือว่า .. ฉันจะกินน้องสาวเธอดีล่ะ? ..”

“ฮิฮิฮิฮิ ฮ้าๆๆๆๆๆ …”

 

แล้วเธอก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเธอได้ยินเสียงสะท้อนออกมาจากในหัว เธอก้มหน้าลงกัดฟันและกำหมัดแน่นจนเล็บของเธอนั้นเริ่มจะแทงเข้าไปในมือของเธอจนเลือดเริ่มจะไหลซิบออกมา 

 

เธอไม่มีเวลาแล้ว ..

 

อาเน่มาจิรีบขยับเข้าไปใกล้ๆในร้านนั่น เธอยังคงมีปืนสั้นที่เก็บไว้อยู่ที่ตัวแต่กระสุนนั้นไม่ได้มีมากพอที่จะฆ่าผู้ติดเชื้อได้ทั้งหมด และถึงแม้ว่ามันทำได้ ก็คงจะเป็นอะไรที่โง่มากหากเธอใช้ปืนที่นี่

 

เสียงที่ดังนั่นจะดึงดูดเหล่ากองทัพที่หิวโหย อีกทั้งอาจจะดึงดูดใครสักคนที่กำลังไล่ล่าตัวเธอและน้องสาวอยู่ก็ได้

 

แกร้ก ..

 

ทุกๆฝีก้าวที่อาเน่มาจิเหยียบลงไปบนพื้นที่มีเศษกระจกแตกกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นนั่น มันก็ทำให้ผู้ติดเชื้อในร้านเริ่มจะขยับตัวอย่างช้าๆ

 

แกร้ก ..

 

เธอเองนั้นเข้ามาในร้านแล้ว มันมีลักษณะเหมือนร้านที่ขายอาหารแห้งและอาหารกระป๋อง เธอพบว่าที่นี่นั้นถูกรื้อค้นกระจัดกระจายไปหมด และสิ่งที่เธอตามหาก็ดูเหมือนจะไม่หลงเหลืออยู่เลย

 

แกร้ก .. !

 

แต่เมื่ออาเน่มาจิที่สิ้นหวังและพยายามจะหันหลังกลับ เธอก็เผลอลงส้นเท้าแรงเกินไป เสียงที่ดังนั่นเองก็ทำให้ผู้ติดเชื้อที่อยู่ในร้านเริ่มขยับตัวอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นคือ Silencer ผู้ติดเชื้อความเร็วสูงที่ไม่มีดวงตา

 

มันกางกรงเล็บของมันออกก่อนจะเดินมาทางอาเน่มาจิอย่างช้าๆ เธอทำให้ได้เพียงแค่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นใช้มือทั้งสองข้างของเธอปิดปากปิดจมูกเอาไว้ ดวงตาเธอเปิดกว้างด้วยความกลัวในขณะที่มันกำลังขยับเข้ามาใกล้ๆเธอเรื่อยๆ

 

สายตาเธอเองมองกลับไปหาซุยเซย์ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม น้องสาวที่มองไม่เห็นของเธอพยายามจะขยับตัวไปมา ปากของเธอขยับอยู่ตลอดเวลาเหมือนจะพยายามเรียกหาพี่สาวของเธออยู่

 

และช่วงวินาทีลืมหายใจก็มาถึงเมื่อ Silencer ตัวหนึ่งค่อยๆเดินผ่านอาเน่มาจิไปอย่างช้าๆ เธอได้กลิ่นที่เริ่มจะเน่าเฟะของร่างกายของมันกระทั่งกลิ่นคาวของเลือดและเสียงอันน่าขนลุกของมันเฉียดหูของเธอเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น

 

เมื่อได้จังหวะอาเน่มาจิก็รีบเดินออกมาจากร้านนั่นทันทีและคว้าถุงนอนของฉลามสาว และตัวซุยเซย์วิ่งออกมาจากตรงนั้นทันที

 

“พี่คะเกิดอะไรขึ้น?”

 

ซุยเซย์สัมผัสได้ถึงเหงื่อที่มือของอาเน่มาจิได้ นั่นทำให้เธอรับรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“พี่คะหยุดก่อน!”

 

แต่จู่ๆซุยเซย์ก็เบรคอาเน่มาจิไว้ในระหว่างทางที่วิ่งไป

 

“แปปนึงนะคะ ..”

“หนูได้ยินเสียง .. เสียงคนกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเรา ..”

 

สายตาอันวิตกกังวลของอาเน่มาจิก็ปรากฎขึ้นอีกครั้งเธอรีบหันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดระแวงหลังจากที่น้องสาวของเธอสัมผัสและได้ยินอะไรบางอย่างเข้า

 

ปัง !!! ปัง !!!!

 

แต่แล้วช่วงไม่กี่อึดใจเสียงปืนก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของตัวอาคาร นั่นทำให้อาเน่มาจิรีบคว้าตัวซุยเซย์และวิ่งหนีทันที ไม่นานหลังจากนั้นเสียงของผู้ติดเชื้อก็เริ่มโฮ่คำรามขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าของพวกมันที่วิ่งออกมาจากเงามืด

 

“พ-พี่คะ!!!?”

 

ไม่ลังเล อาเน่มาจิรีบพาซุยเซย์วิ่งหนีอย่างสุดชีวิต เธอรู้ดีว่าเสียงปืนนั่นเป็นเสียงปืนของทหารอย่างแน่นอน แต่เธอก็ต้องพบว่าพวกเธอถูกล้อมไว้ อาเน่มาจิรีบชักปืนของเธอขึ้นมาและยิงใส่พวกมันบางตัวที่เข้ามาขวางทาง

 

ปัง !!

 

ในช่วงเวลาที่สิ้นหวัง ความฉลาดที่มีของอาเน่มาจิก็เริ่มได้เวลาทำงานของมัน เธอมองเห็นเพดานที่เป็นกระจกที่ยังคงมีแสงสว่างส่องลงมาบนพื้นอยู่ เธอจึงรีบคว้าตัวซุยเซย์วิ่งไปยังพื้นที่ตรงนั้น ทั้งคู่ยืนอยู่กลางแสงแดดที่ส่องลงมา

 

และเป็นอย่างที่คิดไว้ ผู้ติดเชื้อที่วิ่งตามมาพวกมันเองหยุดอยู่รอบๆตัวทั้งคู่ ส่งเสียงร้องโหยหวนขู่คำรามอยู่แต่พวกมันเองไม่ก้าวเท้าของพวกมันเข้ามาใกล้ทั้งคู่ที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดนั่น

 

หนึ่งในนั้นเองพยายามยื่นใบหน้าและฉีกเขี้ยวของมันใส่ซุยเซย์ที่มองไม่เห็น แต่อาเนมาจิก็รีบซุกใบหน้าของน้่องสาวเธอไว้ที่อก พยายามปกป้องน้องสาวของเธออย่างสุดชีวิต

 

ตอนนี้พวกเธอเหมือนชิ้นเนื้อในกรงที่มีฉลามอันหิวโหยว่ายวนเวียนอยู่รอบๆ และแสงอาทิตย์นั้นก็เริ่มจางลงเรื่อยๆแล้ว ความหวังเริ่มจะริบหรี่

 

ปัง !! เปรี้ย ๆๆๆ !!!

 

แต่จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงปืน แต่เป็นเสียงเหมือนประทัดที่ถูกจุดขึ้นจากที่ไหนสักที่หนึ่ง เสียงนั่นทำให้ผู้ติดเชื้อนั้นรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองผ่านตัวบันไดเลื่อนของห้างที่อยู่ใกล้ๆกับอาเน่มาจิและซุยเซย์ทันที

 

“ทางนี้ !! ทางนี้ !!”

 

มีเสียงของหญิงสาวปริศนาดังขึ้นด้านตรงข้ามกับพวกเธอ ซึ่งมันเป็นร้านฮาร์ตแวร์ ตอนนี้พวกเธอไม่มีทางเลือกใดๆนอกจากรีบวิ่งไปหาเสียงปริศนานั่น

 

และเมื่อวิ่งมาถึงหญิงสาวปริศนาก็รีบกดตัวพวกเธอลงแอบอยู่ด้านหลังเค้าเตอร์

 

“ให้ตายสิ ประทัดนั่นเสียงดังชะมัด”

“พวกเธอไม่เป็นไรนะ .. ล-แล้วนั่นตาไปโดนอะไรมาล่ะ”

 

หญิงสาวหันไปมองซุยเซย์ที่ถูกผ้าพันแผลปิดไว้ที่ตาอยู่

 

“ต-ตาฉันมัน ..”

“ม-ไม่เป็นไร ไม่ต้องตอบฉันก็ได้นะถ้าไม่อยากตอบ”

 

อาเน่มาจิกอดซุยเซย์ไว้แน่นด้วยความเป็นห่วงซึ่งซุยเซย์เองก็ใช้มือของเธอลูบหัวพี่สาวของเธอเบาๆ

 

“หนูไม่เป็นไร .. หนูไม่เป็นไรค่ะพี่ ..”

 

หญิงสาวปริศนาผมสีทองดวงตาสีฟ้าอมเขียว มองดูทั้งคู่อยู่ด้วยความสงสัย ก่อนเธอจะสังเกตเห็นแผลที่คอของอาเน่มาจิ

 

“อ-อย่าบอกนะว่าเธอด้วยน่ะ?”

 

อาเน่มาจิก้มหัวให้หญิงสาวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยเธอและน้องสาวของเธอ ก่อนจะชี้ไปที่คอของเธอและโบกข้อมือเล็กน้อย

 

“พ-พวกเธอรอดมาได้ยังไงเนี่ย”

“คนนึงตาบอด คนนึงพูดไม่ได้งั้นหรอ? ..”

“ช่างเถอะ-”

 

แต่จู่ๆซุยเซย์ก็รีบปิดปากของหญิงสาวปริศนาไว้ เมื่อเธอได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นอยู่ด้านนอก

 

“อาเน่มาจิซัง”

“ซุยจัง ..”

“เลมมี่รู้ว่าพวกเธออยู่ที่นี่ ..”

 

“ออกมาเดี๋ยวนี้นะคะ”

To be continued …

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #69 defected (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 08:34
    กินแขนฉลามซะแล้ว~
    #69
    2
    • #69-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      6 มีนาคม 2564 / 14:43
      Seafood ไงง
      #69-1
    • #69-2 defected(จากตอนที่ 5)
      6 มีนาคม 2564 / 14:55
      ก็เกิ๊นนน
      #69-2
  2. #68 Vethaka GV (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2564 / 01:57
    ถ้าน้องหลามฟื้นตัวได้.. จะเอามารักษา สองคนนี้ได้ไหม?
    #68
    1
    • #68-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      5 มีนาคม 2564 / 02:03
      เน่จิน่าจะคิดได้ล่ะ เลยแบกไปด้วย55
      #68-1
  3. #67 Yosuke258 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:41

    สุดท้ายก็ถูกเจอตัวอยู่ดีสินะนั้น


    น้องหลามดูมีสติกว่าที่คิด อาจจะพอเลี้ยงให้เชื่องได้ (ปากุ้งใส่หน้า)

    #67
    1
    • #67-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:07
      อาหารฉุกเฉินแหละ55
      #67-1
  4. #66 EarthDodo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:00
    ข่อยเห็นหมี จับโลลิยัดถุง ลักพาตัว!! FBI!!!!!!!
    #66
    2
    • #66-1 EarthDodo(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:02
      เลมมี่นี่ ถ้าปาถุงกุระใส่จะถ่วงเวลาได้มะ
      #66-1
    • #66-2 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:07
      อย่าปาของกินใส่คนอื่นสิ
      #66-2
  5. #65 0621198225 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:35
    ขอละเลมมี่กลับมาหาซุยจังเถอะ(ถึงโอกาสมันจะน้อยก็เถอะ)//สงสารสองพี่น้องอะ
    #65
    1
    • #65-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:06
      ภาคนี้กลายเป็นตัวน่าสงสารไปเลยพี่น้อง
      #65-1
  6. #64 Kuaina (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:24

    แขนกุระงอกได้? แปลว่าซุยจังกับอาเน่ก็มีโอกาสกลับมาปกติอะดิ//น่าสงสารสุดๆเลยแฮะทั้งพี่ทั้งน้อง;-;

    #64
    1
    • #64-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:06
      ตอนนี้ก็จะลำบากๆหน่อย
      #64-1
  7. #63 Shin_Sama (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:39
    FBI OPEN UP!!!
    #63
    2
    • #63-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:06
      น้องอายุ 9000 ปีเลยนะ
      #63-1
    • #63-2 Shin_Sama(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:11
      แต่น้องบอกว่าน้องจำไม่ค่อยได้... แสดงว่านั้นอาจจะไม่ใช่อายุที่แท้จริงก็ได้นี่ครับ!?!
      #63-2
  8. #62 KIAR 2309 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:38
    หูฉลามก็น่ากินเหมือนกันนะเนี่ย~..ยังไม่ได้นอนเลยแฮะ
    #62
    2
    • #62-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:06
      หืมทำอะไรไม่หลับไม่นอน
      #62-1
    • #62-2 KIAR 2309(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:10
      ทำการบ้านที่ค้างน่ะ~
      #62-2
  9. #61 Fakeover (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:06
    อยากกินแขนฉลามอะ😋
    #61
    4
    • #61-3 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:14
      ใช่แล้วน้องหลาม งอกส่วนที่ขาดได้เป็นพลังของน้องเด้อ
      #61-3
    • #61-4 Fakeover(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:16
      นั่นหมายความว่า
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      .
      Infinity Seafood 🤣🤣
      #61-4
  10. #60 black_boy2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:05
    มีคนลักพาตัวเด็ก!! เธอยัดกุระเข้าถุงนอนไปแล้ว~
    #60
    2
    • #60-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:07
      FBI !!!
      #60-1
    • #60-2 black_boy2(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:23
      มัดมือ มัดเท้าด้วย!!!! OH NO!!!
      /ยิ้ม
      #60-2
  11. #59 mnb098 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:00
    พี่สาวจะกินน้องจริงๆละทุกคน
    #59
    2
    • #59-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:03
      ผ-ผิดศีลธรรม รับไม่ด้ายย
      #59-1
    • #59-2 mnb098(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:21
      รับได้สินี่ปี 2077แล้วมั้งนะ
      #59-2
  12. #58 Kham A.Q. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:52
    อ่านจบแล้ว
    #58
    2
    • #58-1 Lissette.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:54
      มาไวเหมือนเดิม
      #58-1
    • #58-2 Kham A.Q.(จากตอนที่ 5)
      28 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:55
      เริ่มรู้สึกสงสารพวกซุยแล้วสิ
      #58-2