Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 3 : The Hunt Begins

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    14 ก.พ. 64

 

 

มีดน้ำแข็งในมือของเลมมี่ก็ปาดเข้าที่ดวงตาของซุยเซย์ทั้งสองข้างจนมันหมดสภาพในการใช้งานของมันอีกต่อไป เลือดค่อยๆไหลนองออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอ

 

วินาทีนั้นเอง ซุยเซย์ที่เหมือนตายทั้งเป็นก็ถูกอะไรบางอย่างดึงดูดกลับสู่ห้วงแห่งความมืดอีกครั้ง เหมือนเธอกำลังตกลงไปในห้วงมหาสมุทรที่มืดมิด แต่ไม่อาจจะลอยกลับขึ้นมาได้อีกแล้ว

 

“ซุยจัง .. ฉันขอโทษ ..”

“ฉันผิดเอง ..”

 

และแล้วซุยเซย์ก็ล้มลงหมดสติไปพร้อมกับเลือดที่ยังคงไหลนองออกมาไม่หยุด ดวงตาทั้งสองข้างของเธอปิดสนิทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีรถฮัมวี่สองถึงสามคันขับเข้ามาจอดใกล้ๆพร้อมกับทหารในชุดที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์มากกว่าปกติพวกเขาลงมาจากรถพร้อมกับเดินตรงมาหาเลมมี่และทำความเคารพ

 

“หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ครับท่าน”

“ใครส่งพวกเธอมา?”

“หัวหน้าชิชิโร ครับ”

“โบตันหรอ นี่เธอไม่ไว้ใจฉันสินะ?”

“ท-ท่านชิชิโรแค่อยากจะการันตีความปลอดภัยของผู้กองเท่านั้นครับ ..”

 

เลมมี่หันไปมองซุยเซย์และอาเน่มาจิที่นอนเน่นิ่งอยู่

 

“Medic ล่ะ?”

“อยู่นี่ครับท่าน!”

 

หนึ่งในทหารที่ใส่ชุดคลุมสีขาวพร้อมกับอุปกรณ์ในมือเดินออกมาจากด้านหลัง ซึ่งสายตาของเลมมี่นั้นกำลังมองไปที่อาเน่มาจิ ที่ดูจะอาการหนักกว่าซุยเซย์

 

“ห้ามเลือดเธอ ก่อนเธอจะตายซะก่อน”

“ครับ!”

 

เมื่อได้รับคำสั่งเขาก็เริ่มใช้อุปกรณ์อันทันสมัยของเขาเริ่มทำการเย็บแผลอย่างหยาบๆที่คอของอาเน่มาจิอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้เลือดของเธอหยุดไหลในทันที

 

“ยัยนี่ด้วย”

“ครับ!”

 

เลมมี่ชี้นิ้วมาที่ซุยเซย์ที่นอนหมดสติอยู่เช่นกัน ก่อนหน่วยแพทย์จะเข้ามาและพยายามฉีดยาห้ามเลือดและใช้ผ้าพันแผลพันดวงตาเธอเอาไว้

 

“เอาพวกเธอขึ้นรถ เราจะกลับฐาน”

“จะไม่เป็นไรแน่หรอครับผู้กอง?”

“อืม พวกเธอหมดพิษสงแล้วล่ะ”

 

ก่อนเลมมี่จะหันหลังให้ซุยเซย์และอาเน่มาจิ ปล่อยให้คนของเธอนั้นเตรียมการที่จะจับตัวทั้งสองคนขึ้นรถ ซึ่งเลมมี่เองขึ้นรถฮัมวี่คันหนึ่งและออกนำไปก่อนหน้านั้นแล้ว

 

แต่ในขณะที่คนของเธอเพียงคนสองคนกำลังจะแบกร่างกายของสองพี่น้องพลังจิตอยู่นั้น

 

อาเน่มาจิก็ลืมตาขึ้น เธอรีบควักมีดที่พกอยู่ที่ตัวแทงเข้าที่คอของทหารคนนั้นจนล้มลง เขาไม่มีโอกาสที่จะได้ปริปากร้องขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำไป อีกทั้งตอนนี้เองหมอกนั้นยังลงหนามาก ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นนั้นแย่อย่างมาก

 

“เห้ย เสร็จรึยัง? เราจะไปกันแล้วนะ”

“ห๋า? ทำอะไรของแกอยู่วะ?”

 

นายทหารอีกคนที่กำลังแบกร่างกายของซุยเซย์อยู่ก็เดินตรงเข้ามาและก็พบว่าเพื่อนทหารของเขานั้นนอนจมกองเลือดอยู่ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ปริปาก เขาก็ถูกมีดนั้นเสียบเข้าที่กระเดือกจนขาดใจตายคาที่ พร้อมกับค่อยๆปล่อยร่างกายอันบอบบางของซุยเซย์ ลงในอ้อมอกของอาเน่มาจิ

 

“เห้ยพวกแก ชักช้าจังเลยวะ!?”

“เฮ้ย!! พวกนางฟื้นแล้ว จับตัวนางไว้!!!”

 

แต่ไม่นานก็เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง เมื่อน้ำแข็งของเลมมี่ค่อยๆละลายอย่างช้าๆ นั่นทำให้ฝูงผู้ติดเชื้อที่หิวโหยเริ่มหลุดจากพันธนาการและพุ่งเข้าใส่พวกทหารอย่างบ้าคลั่ง

 

พวกเขาที่กำลังตกใจก็เริ่มสาดกระสุนใส่ผู้ติดเชื้อเหล่านั้น ในขณะเดียวกันก็ยังต้องมองหาตัวอาเน่มาจิและซุยเซย์ที่หายเข้าไปในหมอกควันนั่น

 

วันเวลาเริ่มจะผ่านไป  ช่วงเวลาแห่งหายนะก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนนี้เองเริ่มที่จะมืดลงไปทุกทีแล้ว เสียงโหยหวนต่างๆพร้อมกับเสียงคำรามอย่างน่าขนลุกของผู้ติดเชื้อชนิดต่างๆก็เริ่มโหมกระหึ่มขึ้นรอบๆตัวพวกเขา

 

“บ้าเอ้ย ไปตามจับพวกนาง-”

“อ-อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

แม้จะมีอาวุธและอุปกรณ์มากน้อยเพียงไหน พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะต้านทานความหิวกระหายของเหล่าผู้ติดเชื้อได้ ไม่นานพวกเขาก็ถูกฉีกร่างกายออกเป็นชิ้นๆจนแทบจะไม่เหลือซาก

 

ในขณะเดียวกันที่อาเน่มาจิที่แอบอยู่ด้านหลังซากรถคันหนึ่งที่จอดอยู่บนถนนไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวจุดเกิดเหตุก็ได้แต่นั่งกอดซุยเซย์ด้วยอาการตัวสั่น

 

ทุกๆดิซิเบล ทุกๆเสียงที่ดังขึ้นในตอนนี้มันน่าขนลุกและน่ากลัวเกินกว่าที่จะมีใครรับไหว ประกอบกับบรรยากาศที่สุดแสนจะสยดสยอง ท้องฟ้าที่เริ่มมีความมืดเข้ามาปกคลุม หมอกลงหนาทึบ มันไม่ต่างอะไรกับวันสิ้นโลกเลยแม้แต่น้อย

 

สายตาของเธอมองไปยังน้องสาวที่เหมือนกล่องดวงใจของเธอ เธอกัดฟันด้วยความโกรธแค้นในใจอย่างมาก ดวงตาของซุยเซย์ที่มีผ้าพันแผลปิดอยู่ แต่ก็มีเลือดสีแดงไหลซึมออกมา นั่นทำให้อาเน่มาจิรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ความสิ้นหวังเริ่มมาเยือนและกัดกินจิตใจของเธอทีละน้อย เธอมีปืนที่ขโมยมาจากทหารที่เธอฆ่ามา แต่เธอเองก็รู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์หากต้องรับมือกับผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่อยู่บริเวณรอบๆ

 

เธอกอดน้องสาวของเธอแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีหนึ่งในผู้ติดเชื้อนั้นเริ่มขยับมาใกล้ๆตัวของพวกเธอ ถึงแม้ว่าตัวเธอและซุยเซย์จะแอบอยู่ด้านข้างซากรถ ที่มันสามารถใช้บดบังทัศนวิสัยได้ แต่เสียงฝีเท้าและเสียงลมหายใจอันน่าขนลุกของพวกมันก็เริ่มเข้ามาใกล้ เรื่อย ๆ ๆ

 

แกร้ก … แกร้ก … แกร้ก …

 

เสียงเล็บของผู้ติดเชื้อที่ขยับเข้ามาใกล้ๆตัวของพวกเธอที่กำลังขูดไปมาอยู่กับซากรถนั่นยิ่งทำให้สติสตางของอาเน่มาจินั้นหลุดลอยไปไกล มือของเธอข้างหนึ่งกำปืนสั้นไว้แน่นจนมันสั่นไม่หยุด น้ำตาแห่งความกดดันเริ่มไหลนองออกมาในขณะที่อ้อมกอดของเธอก็ยังคงปกป้องน้องสาวของเธอเอาไว้

 

และแล้วต้นตอของเสียงก็ค่อยๆเผยตัวต้นของมันออกมา เมื่อมันเดินผ่านตัวอาเน่มาจิและซุยเซย์ไป ภาพที่อาเน่มาจิเห็นคือหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่ขาดหลุดลุ่ย ด้านหลังของเธอมีหางของปลาฉลามที่มันเป็นร่องรอยเหมือนถูกทำร้าย หญิงสาวผมสีขาวค่อยๆเดินหันหลังจากไปอย่างช้าๆ ในขณะที่ยังคงมีเลือดไหลออกมาจากปากของเธออยู่เรื่อยๆ

 

เธอมองดูหญิงสาวผู้ติดเชื้อนั่นอย่างหวาดระแวง ซึ่งความหวาดระแวงนั่นเองทำให้มือที่สั่นของเธอนั้นกระแทกเข้าที่ซากรถนั่นจนเกิดเสียงดังขึ้น

 

ปึก …

 

ทันทีที่เสียงดังขึ้น ฉลามสาวก็หยุดเดินทันที

วินาทีนั้นเองอาเน่มาจิถึงกับสติแตก เธอรีบยกปืนขึ้นมาและชี้ไปที่ผู้ติดเชื้อรายนั้นอย่างหวาดกลัว เนื้อตัวเธอสั่นจนแม้กระทั่งมือของเธอเองก็เล็งปืนไม่ได้เลย

 

ฉลามสาวค่อยๆหันคอของเธอกลับมาด้านหลังอย่างช้าๆ ช้าๆ ..

 

 

 

 

 

 

..

 

 

 

 

.

 

 

 

 

ปัง !!!!

 

แต่แล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้นบนถนนที่จะนำไปสู่ตัวเมือง นั่นทำให้ฉลามสาวรีบหันหน้ากลับไป ก่อนจะรีบวิ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ

 

เมื่อเห็นเช่นนั้น อาเน่มาจิก็แทบจะสิ้นแรงสิ้นลมหายใจ ปืนของเธอที่อยู่บนมือก็ตกลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว เธอถอนหายใจยาวๆด้วยความโล่งใจ เธอกอดน้องสาวของเธออีกครั้งพยายามจะซึมซับไออุ่นของกล่องดวงใจของเธอ เพื่อที่จะเป็นแรงผลักดันให้เธอเดินหน้าต่อไป ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังเช่นนี้

 

เสียงปืนที่ว่านั่นยังคงดังขึ้นอยู่อีกหลายนัด นั่นทำให้พื้นที่รอบๆตัวของเธอเริ่มจะมีเสียงดังของผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เสียงปืนนั่นดึงดูดหายนะเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที

 

อาเน่มาจิจึงรีบลุกขึ้นพยุงตัวน้องสาวของเธอขึ้นมา และรีบเดินต่อไป แต่เธอเองก็หันกลับไปมองด้านหลังซึ่งมีรถฮัมวี่จอดอยู่ เธอจึงรีบตรงเข้าไปทันที

 

สภาพรถนั้นถึงแม้จะพอขับไปได้อยู่ แต่มันไม่ได้ดูดีมากนัก มันมีศพของทหารที่ตายคาอยู่ในรถในสภาพที่เละเทะอย่างมาก พวกเขาถูกฉีกกระชากร่างกาย แขนขา และชิ้นส่วนภายในต่างๆออกมากระจายอยู่เต็มไปหมด

 

เธอถึงกับพะอึดพะอมกับสิ่งที่เห็นอย่างมาก แต่ก็ต้องอดทน เธอวางซุยเซย์ลงบนรถ พยายามจะขยับศพเหล่านั้นให้หล่นลงไปบนพื้น ซึ่งตอนนี้ประตูรถเองนั้นแถมจะไม่เหลือสภาพที่ดีแล้ว

 

อาเน่มาจิพยายามจะสตาร์ตรถนั่นซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควรกับสภาพรถที่ไม่ค่อยดีนัก และนั่นไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ เพราะแสงไฟและเสียงที่ดังของตัวเครื่องนั่นยิ่งดึงดูดความหายนะเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

 

เธอหันไปมองกระจกด้านหลังที่พอจะมีแสงไฟจากท้ายรถอยู่ก็พบว่าผู้ติดเชื้อจำนวนมากนั้นวิ่งตรงเข้ามาหาเธอแล้ว ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอก็รีบสตาร์ตเครื่องอีกครั้งจนในที่สุดมันก็ติดก่อนจะรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว

 

รถนั่นมุ่งตรงเข้าไปยังเมือง ที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่มีทางเลือกใดๆ เพราะตอนนี้ผู้ติดเชื้อนั้นเริ่มจะเข้ามาล้อมพวกเธอไว้แล้ว เธอจึงรีบขับตรงไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย

 

ไม่นานนักเธอก็มองเห็นเงาของตึกตราบ้านช่องที่อยู่สองข้างทาง จากแสงของดวงดาวที่มีอยู่น้อยนิดในค่ำคืนนั้น พวกเธอเข้ามาในเมืองแล้วตอนนี้

 

อาเน่มาจิพยายามเบาเครื่องลงเพื่อลดเสียงให้เงียบที่สุด หรี่ไฟให้เบาบางที่สุดเพื่อป้องกันอันตราย เธอพบว่าตอนนี้รอบๆยังคงระงมไปด้วยเสียงของผู้ติดเชื้อ และเสียงฝีเท้าหนักๆของปีศาจบางตนที่น่าจะอยู่แถวนี้

 

แต่ไฟหน้ารถของเธอก็ฉายไปพบเข้ากับ ผู้ติดเชื้อที่มีรูปร่างหน้าตาแปลกประหลาดที่กำลังยืนนิ่งอยู่บนถนนเข้า จนทำให้เธอรีบหยุดรถและดับเครื่องในทันที เธอรู้ดีว่ามันคืออะไร

 

“Silencer” หนึ่งในผู้ติดเชื้อที่ซุยเซย์และคานาตะเคยพบเจอมาก่อน ซึ่งอาเน่มาจิเองจำได้ดีเพราะมิโกะเองนั้นได้ให้รายละเอียดผู้ติดเชื้อที่เคยพบเจอเอาไว้นั่นเอง

 

Silencer เป็นผู้ติดเชื้อประเภทหนึ่ง พวกมันมีลักษณะคล้ายมนุษย์แต่ไม่มีดวงตามันมีกรงเล็บที่แหลมคมมาก และถึงแม้มันจะมองไม่เห็น แต่ประสาทสัมผัสของมันนั้นรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ มันสามารถได้ยินเสียงเล็กๆน้อยๆได้อย่างชัดเจน และเป็นผู้ติดเชื้อที่มีความเร็วสูงมากอีกด้วย

 

เมื่อแสงไฟส่องอยู่ดับลง พร้อมกับรถที่ค่อยๆจอดนิ่งอยู่กลางถนนท่ามกลางเสียงโหยหวนอันน่าขนลุก ความรู้สึกกลัวจนแทบจะขาดใจก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อมันค่อยๆขยับและเดินเข้ามาหารถของพวกเธออย่างช้าๆ ตัวมันเองที่มองไม่เห็นก็เริ่มชนเข้ากับรถ และเริ่มใช้กรงเล็บของมันขีดขวนไปตามรถนั่น

 

กรงเล็บเหล่านั้นคมและแข็งแรงมากพอที่มันจะขูดทะลุประตูที่เหมือนจะหลุดออกไปทุกทีของตัวรถ ซึ่งอยู่ด้านที่ซุยเซย์นอนหมดสติอยู่ อาเน่มาจิจึงรีบคว้าตัวซุยเซย์ไว้แต่เหมือนว่าตอนนี้ ประตูจะหลุดออกไปแล้ว

 

โครม !!

 

วินาทีที่น่าหวาดเสียวก็เกิดขึ้นเมื่อประตูรถนั้นหลุดออกไป เสียงดังนั่นลากพวก Silencer เข้ามาหาพวกเธอจำนวนมากในช่วงเวลาแค่พริบตา ก่อนหนึ่งในนั้นที่อยู่ใกล้ที่สุดจะพยายามตะเกียดตะกายเข้ามาในตัวรถ ใบหน้าของมันกับอาเน่มาจิที่เริ่มจะสติแตกอยู่ใกล้กันมาก จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของมัน

 

มือของมันข้างหนึ่งค่อยๆขยับมาใกล้ๆกับซุยเซย์ จนกรงเล็บนั่นใกล้จะทำอันตรายเธอเข้าไปทุกที

 

ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว ..

 

ปัง !!!!!

 

อาเน่มาจิชักปืนของเธอขึ้นมา ก่อนจะเป่าสมองของมันจนแหลกกระจุยในชั่วพริบตา เลือดและเศษชิ้นส่วนของมันสาดกระเซ็นไปทั่วตัวของอาเน่มาจิและซุยเซย์ ฉโลมในภายในตัวรถให้กลายเป็นสีแดงในพริบตา ก่อนเธอจะรีบสตาร์ดรถและเหยียบคันเร่งอย่างแรงพุ่งตรงไปข้างหน้า

 

ช่วงเวลาแห่งการไล่ล่าก็เกิดขึ้น เมื่อ Silencer จำนวนมาก พวกมันวิ่งไล่ตามรถของอาเน่มาจิ อย่างรวดเร็วก่อนมันจะเริ่มใช้กรงเล็บฉีกตัวรถออกไปทีละส่วนสองส่วน ทำให้รถเริ่มเสียการทรงตัว

 

ตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่ประคองรถให้ไปมุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวัง มือข้างหนึ่งของเธอจับพวกมาลัยไว้ ส่วนอีกข้างก็พยายามจะจับตัวซุยเซย์ไม่ให้กระเด็นตกออกไป

 

แต่แค่นั้นก็ยังไม่จบ เมื่อแสงไฟที่หน้ารถที่เหลือเพียงดวงเดียวก็ส่องไปพบเข้ากับฉลามสาวที่ยืนดักอยู่ ก่อนเธอจะกระโจนเข้ามาใส่หน้ารถของอาเน่มาจิอย่างรุนแรงจนกระจกนั้นแตกกระจาย

 

ฉลามสาวพยายามจะคว้าตัวของอาเน่มาจิ ซึ่งเธอเองก็ใช้วินาทีสุดท้ายในการหักหัวรถอย่างรวดเร็ว จนมันทำให้ฉลามสาวที่เกาะอยู่หน้ารถเสียการทรงตัวและกระเด็นตกรถไป

 

รถเสียการทรงตัวเรียบร้อยและมันก็พุ่งชนเข้ากับตึกร้างแห่งหนึ่งข้างทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ..

 

โครมม !!!!!!

 

________________________________________________________

 

ในระหว่างนั้นเองที่ รถของเลมมี่

 

“ด-ดูเหมือนจะเกิดเรื่องนะครับ .."

“บ้าจริง!! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!? พวกมันอยู่ไหน?”

“GPS บอกว่า รถของพวกเราสองคันตอนนี้จอดอยู่ในเมืองครับ”

“ในเมืองหรอ? โถ่โว้ย!”

 

ด้วยความโมโห เธอรีบยกวิทยุสื่อสารในรถขึ้นมา

 

“ส่งคนเข้ามาเดี๋ยวนี้!”

“ฉันรู้ แต่ถ้าเราพลาดครั้งนี้ มันจะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้วนะโบตัน!!!”

“ฉันมีพลังของยัยพวกนั่นอยู่ เธอรีบส่งคนมาช่วยฉัน!!”

 

ก่อนเธอจะปาวิทยุนั่นออกไปและหันไปหาคนขับรถ

 

“วกรถกลับ”

 

“ฉันจะไปล่าพวกมันเอง ..”

 

To be continued …

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #47 Yosuke258 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:01

    ชอบเวอร์ชั่นนี้แฮะ ความรู้สึกว่ามัน Zombie Apocalypse ดี


    ซีรี่ย์นี้มันต้องอารมนี้จริงๆล่ะนะ(ยังใจหายเรื่องมิโกะไม่หายเลย)

    #47
    1
    • #47-1 Lissette(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:45
      โดนลากหายไปแล้ว
      #47-1
  2. #46 0621198225 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:22
    ซุยเซย์: สุดท้ายเลมมี่ก็มีโบตันอยู่แล้วซินะ
    เลมมี่: ซุยจัง..
    ซุยเซย์: สุดท้ายก็เป็นแบบนี้แพ้คนที่เป็นเจ้าของ
    เลมมี่: แต่เลมมี่รักซุยจังนะ
    รออ่านตอนต่อไปนะคะอินจัด555//เตรียมถือมิดสั้นไปช่วยซุยเซย์
    #46
    5
    • #46-4 0621198225(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:58
      แต่อีกใจนึงเราก็เชื่อว่าเลมมี่จะกลับมาหาซุยจังนะถึงโอกาสจะน้อยก็เถอะแต่เราก็เชื่อในความรักของเลมมี่ที่มีต่อซุยจังนะว่่มันเป็นของจริง
      #46-4
    • #46-5 Lissette(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:02
      เอาล่ะสิ รักสามเศร้า
      #46-5
  3. #45 Kuaina (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:56

    กลายเป็นนิยายสยองขวัญ+เอาชีวิตรอดไปแล้ววว;-; //ตับชั้น อดทนอีกนิดนะเดี๋ยวก็ ส บ า ย เอง

    #45
    2
    • #45-1 Lissette(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:45
      นี่ยังไม่เริ่มเลย ..
      #45-1
  4. #44 EarthDodo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:48
    รอบก่อนบู้ล้างผลาญ อันนี้กลายเป็นsurvival horrorไปละ
    #44
    1
    • #44-1 Lissette(จากตอนที่ 3)
      15 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:44
      ภาคนี้ก็จะระทึกๆหน่อยยยย
      #44-1
  5. #43 Shin_Sama (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:00
    พี่สิงกับน้องเอฟล์ดีลครับ! // คุณพี่อึดถึกทนดีจริงๆ ใจคิตตี้หุ่นมาเวลงี้เหรอครับ?
    #43
    5
    • #43-4 Shin_Sama(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:18
      ผู้หญิงนี่ข่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเสียเหลือเกินครับ! // เสียงสั่น
      #43-4
    • #43-5 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:25
      บอกได้คำเดียวว่า "เลมมี่พลาดแล้วล่ะ" แค่นี้พอ 555
      #43-5
  6. #42 `FC_QuU (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:41
    น้องหลามชั้น..
    #42
    1
    • #42-1 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:07
      ส่ง sneker ให้น้อง น้องหิว
      #42-1
  7. #41 I am good reader (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:35
    เวอร์ชั่นเก่าเป็นหนังบู้ รวมพลังมิตรภาพ รอบนี้กลายเป็นหนังแนวสยองขวัญซะแล้ว

    อเนมาจินี่ ถึกใช่เล่นนะเนี่ยโดนปาดคอไปน่าจะเสียเลือดไปเยอะมากๆแต่ยังคงสติแล้วหนีมาได้ขนาดนี้นี่ยอมใจมากๆเลย

    ซุยเซย์/จังก็ตาบอดแล้วหมดสิทธิใช้พลังแบบ 99%(อีก1%เผื่อเกิด ปฏิหารสักอย่าง)

    ส่วนเลมมีใช่สี่เธอแค่อยากได้พลังจากซุยเซย์ เลยทำตัวอย่างงั้นที่แท้ก็มีชิขิรอนอยุ่แล้วละสิ

    สุดท้ายนี้สู้ๆนะฮะรอติดตามทุกเรื่อง สนุกมากๆเลยฮะ 👍
    #41
    2
    • #41-1 I am good reader(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:36
      จะว่าไปลืมกุระเลยแฮะ น้องน่ากลัวอะ อาเมะมาเก็-- //โดนแดก
      #41-1
    • #41-2 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:13
      ภาคนี้ออกแนว survival horror หน่อยๆ เพราะตัวละครหลักโดนเนิฟ55
      #41-2
  8. #40 mnb098 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:33
    ทำไมกันทำถึงทำแบบนี้คู้นี้อวยก็จริงแต่แบบนี้ไม่ไหวนะ
    โบตันนี้โครตอวยแต่เป็นร้ายนี้ก็ดีนะ
    #40
    8
    • #40-7 mnb098(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:12
      น่าจะนะ
      #40-7
    • #40-8 Shin_Sama(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:14
      ปกติครับ 🙂
      #40-8
  9. #39 Vethaka GV (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:30
    เค้าเริ่ม งง ว่า นี้คือ ซีรี่เดียวกัน จริงๆหรอ หรือ เราอ่านพลาด มาตั้งแต่ต้น
    #39
    5
    • #39-3 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:07
      ไม่ช่าย ภาคแยก55
      #39-3
    • #39-4 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:10
      ภาคต่อจากภาค 1 ที่เป็นจักรวาลแยกน้า
      #39-4
  10. #38 nagajiza naoru (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:17
    แบบนี้เองสินะ เลมมี่โบตัน หึ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแบบนี้ ที่แท้เธอก็มีโบตันอยู่แล้วนี่เองเลมมี่จัง... จะว่าไปเมื่อไหร่อาเมะจะหยุดล่าได้แล้วหล่ะลูก มาให้ลุ้นแล้วก็จากไปไม่มีคำพูดซักคำเหมือนตัวประกอบ เอ๊ะหรือน้องพูดไม่ได้ จะว่าไปถ้าพูดถึงเรื่องพูดไม่ได้นี่ก็ นะ เข้าใจสาเหตุละว่าทำไมอาเน่มาจิถึงพูดไม่ได้ ที่แท้เลมมี่ก็จงใจเอามีดฟันคอก็เพราะต้องการทำลายกล่องเสียงของอาเน่นี่เอง ฉลาดดีหนิ สมกับเป็นคนทรยศหล่ะนะ

    ฮิๆ ฮ่าๆๆ น่าสนุกดิหนิ จะรอดูตอนต่อไปละกัน ว่าแกจะทำยังไงเพื่อเอาตัวสองคนนั้นกลับมาเลมมี่(อย่าถือสาคนแค้นฝั่งหุ่นที่มีคนทำอาเน่มาจิที่น่าเคารพและยกย่อง)
    #38
    2
    • #38-1 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:31
      กุระน้องติดเชื้ออยู่เด้อ น้องคุมตัวเองไม่ได้ อีกอย่างผู้ติดเชื้อที่ไม่ใช่แบบซุยกับเน่จะพูดไม่ได้นะ
      #38-1
    • #38-2 nagajiza naoru(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:42
      อ๋ออ จริงด้วย ลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลยสนสัยตอนนั้นไปโฟกัสกับเลมมี่มากเกินไป...... ฟูววว ใจเย็นๆตัวเรา ขอบคุณไรที่เตือนเราค่า
      #38-2
  11. #37 Fakeover (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:15
    ลามี่เกเรจัง/ซุยเซย์ไม่น่าไว้ชีวิตพยาบาลนั่นเล้ยยย
    #37
    1
    • #37-1 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:31
      สามีส่งคนมาตาม ต้องเกรี้ยวกราดหน่อย
      #37-1
  12. #36 KIAR 2309 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:09
    มาแล้วๆ
    #36
    1
    • #36-1 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:31
      วันนี้ไม่ดึกนะ
      #36-1
  13. #35 Kham A.Q. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:02
    สามีตัวจริงปรากฎตัว
    #35
    3
    • #35-2 Lissette.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:31
      นัดมั้ยล่ะ ปาดซะตาบอด
      #35-2
    • #35-3 Kham A.Q.(จากตอนที่ 3)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:34
      เพราะเธอเป็นนาง พยาบาล เลยรู้ทำให้คนอื่นเห็นว่าบาดเจ็บที่ดวงตาแต่จริงๆไม่ได้เป็นแผลร้ายแรง
      #35-3