Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 2 : Welcome To Doppelgänger

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    12 ก.พ. 64

 

 

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป .. บนโลกที่เริ่มจะกลายเป็นสถานที่รกร้าง

 

ผู้มาเยือนจากดวงดาวที่ห่างไกล พวกเขานำพาไวรัสปริศนาเข้ามาโจมตีมนุษย์ชาติ จนตอนนี้เผ่าพันธุ์ต่างๆนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงไป

 

มนุษย์เองเริ่มจะถูกเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมไปทีละน้อย พวกเขามีหู มีหาง เกิดเผ่าพันธุ์ต่างๆขึ้นมามากมาย นี่เป็นแค่ระเบิดเวลาระลอกแรกเท่านั้น

 

ถึงแม้ว่ามันจะทำให้มนุษย์กลายพันธุ์ใหม่ๆนั้น มีพละกำลังมากขึ้น ฉลาดมากขึ้น หรือมีทักษะพิเศษต่างๆ แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรบนโลกเน่าๆใบนี้

 

การเหยียดเชื้อชาติ สีผิว ตัวตน ยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่วัฒนธรรมอันน่ารังเกียจพวกนี้กำลังจะถูกทำลายลง ไม่ใช่แค่เพียงวัฒนธรรมของมนุษย์เท่านั้น แต่จะเป็นการสูญสลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด ..

 

การกลายพันธุ์นั้นยากเกินจะคาดเดาและควบคุม ถึงแม้ว่าการทดลองจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อหยุดยั้งภัยพิบัตินี้ก็ตาม ตอนนี้ไม่มีอะไรที่มนุษย์เองทำได้แล้วนอกจาก เอาชีวิตรอดไปวันๆ

 

แต่ดูเหมือนผู้มาเยือนเองก็ไม่สามารถควบคุมผลงานอันน่าภาคภูมิใจของพวกเขาได้ อีกทั้งยังถูกพวกมันโจมตีด้วยซ้ำไป นั่นทำให้พวกเขาเลือกที่จะละทิ้งดาวดวงนี้ให้มันเน่าตายไปตามกาลเวลา

 

ดูเหมือนว่าหายนะครั้งนี้ จะมากเกินไป มันไม่มีทางแก้ไขหรือรักษาเยียวยาโลกใบนี้ได้เลย ..

 

__________________________________________________________

 

“พี่ ข้างหน้านั่น”

“หืม?”

 

ซุยเซย์ชี้ไปที่ด้านหน้าของเธอ โดยมีอาเน่มาจินั้นยืนอยู่ใกล้ๆ พวกเธอนั้นเพิ่งจะออกมาจากซากเมือง เมืองหนึ่งได้ไม่นานหลังจากที่พวกเธอพบว่าในนั้นไม่มีอะไรเลยที่พอจะประทังชีวิตและปากท้องของพวกเธอได้

 

ด้านหน้าของพวกเธอนั้นเป็นทางแยก ที่เป็นป่าและถนนเล็กๆที่ดูเหมือนจะเป็นทางไปต่อได้

 

“เอาไงดี?”

“ทางแยกอีกแล้วหรอ ..”

“เลมมี่? ทุกคนว่าไง?”

 

ซุยเซย์หันไปด้านหลังซึ่งมีเลมมี่ คานาตะ และโทวะที่กำลังเดินตามอยู่ สภาพของพวกเธอดูเหนื่อยอ่อนหลังจากการเดินทางอันไร้จุดหมายมายาวนาน

 

“ซุยจังว่ายังไง เลมมี่ก็ตามนั้นค่ะ”

“คานาตะล่ะ?”

 

“ทางฉันก็เหมือนเลมมี่แล้วกัน”

“โทวะ?”

 

“อ-อ้อ มีอะไรหรอ?”

“ข้างหน้ามีทางแยกน่ะ เธอเป็นอะไรรึเปล่า?”

“เปล่าหรอก พวกมิโกะนี่ช้าจังเลยนะ”

“คนเยอะแบบนั้นไม่แปลกหรอก”

“เราควรจะรอถามมิโกะก่อนนะ”

“อืม .. นั่นสิ”

 

ไม่นานหลังจากนั้น มิโกะก็มาถึงพร้อมกับคนของพวกเธอที่แบกสัมภาระกันมามากมาย

 

“เอ๊ะ? หยุดทำไมหรอ?”

“ทางแยกน่ะสิ”

โทวะตอบ

“อ่าให้ตายสิ อีกแล้วหรอ?”

 

มิโกะจึงวิ่งไปด้านหน้า หาซุยเซย์และอาเน่มาจิ

 

“ช้ามากเลยมิโกะ”

“นี่ คนเป็นร้อยๆน่ะ ฉันคุมคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ”

“เอายังไง เธอรู้เส้นทางแถวนี้รึเปล่า?”

“ไม่ .. ฉันแทบไม่เคยออกจากเมืองที่ฉันเคยอยู่เลย”

 

“ให้ฉันกับคานาตะไปดูข้างหน้าก่อนมั้ย?”

โทวะเสนอ

 

“จะดีหรอโทวะ? นี่ก็เริ่มจะเย็นแล้วนะ”

“เราถึงต้องรีบไง”

 

“รีบกลับมานะโทวะจัง คานาตะจัง”

อาเน่มาจิพูดขึ้น

 

“พี่จะให้พวกเขาไปจริงๆหรอ?”

“เราไม่มีทางเลือกนะซุยจัง”

 

ซึ่งระหว่างนั้นเอง คานาตะกับโทวะก็เลือกเส้นทางที่เหมือนจะลัดเลาะเข้าไปในป่าแทน พวกเธอรีบวิ่งตรงไปด้านหน้าและหายลับตาของซุยเซย์และ อาเน่มาจิไป

 

“จะว่าไป แถวนี้มันมีทะเลสาปหรืออะไรล่ะเนี่ย?”

“ถนนด้านหน้ามันพังรึเปล่า ไปดูกันมั้ย?”

“อืม”

 

สองพี่น้องเดินตรงไปด้านหน้าซึ่งเป็นทางแยกกับโทวะและคานาตะก็พบว่า ทั้งสองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยแม่น้ำที่เหมือนกับทะเลสาปขนาดใหญ่ โดยมีถนนอยู่ตรงกลางถูกตีข้างด้วยแม่น้ำทั้งสองข้าง

 

ถนนดูจะมีท่าทีทรุดโทรมและชำรุดจากแรงระเบิด มันมีน้ำไหลทะลักเข้ามาบนถนนบางส่วน ด้านหน้านั้นเป็นทางยาว ประกอบกับมีภูเขาสูงอยู่ไกลๆ ตอนนี้เริ่มจะมีหมอกปริศนาโปรยลงมาทำให้มองไม่เห็นได้ชัดนักว่ามีอะไรอยู่ด้านหน้า

 

“นี่เราอยู่ไหนกันแล้วเนี่ย ..”

“ตอนเรียนไม่ตั้งใจเรียนเป็นยังไงล่ะ?”

“เน่ อย่ามาหาเรื่องฉันนะพี่”

 

ซุยเซย์หันไปมองด้านหลังก็พบว่า มิโกะเองกำลังควบคุมคนของเธออยู่ และเลมมี่เองก็กำลังทำอะไรบางอย่างจนเธอเองนั้นต้องดูเข้าไปดูด้วยความสงสัย

 

“เลมมี่?”

“ซุยจังดูนี่สิคะ”

 

เลมมี่นั้นใช้พลังที่เพิ่งได้รับมาของเธอประคองน้ำแข็งที่เงาแวววาวอยู่ที่มือของเธอ ก่อนเธอจะชูมันขึ้นเหนือหัวและโบกมันไปมา

 

“อ-อะไรน่ะเลมมี่?”

“ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นตัวส่งสัญญาณที่ดีได้นะคะ ในเมื่อเราไม่มีวิทยุสื่อสารกัน”

“คือมันจะสะท้อนแสงในที่ไกลๆงั้นหรอ?”

“ใช่ค่ะ!”

“เลมมี่นี่เก่งจังเลยนะ”

“ฮี่ๆ ลูบหัวเลมมี่หน่อยสิคะ!”

 

เอลฟ์สาวพิงใบหน้าของเธอเข้าที่หน้าอกของซุยเซย์ก่อนจะหลับตาและยิ้มอย่างมีความสุขในขณะที่เธอถูกลูบหัวอยู่

 

“นี่ถ้าว่างก็มาช่วยกันหน่อยสิ ซุยเซย์”

เสียงของมิโกะดังขึ้นด้านหลังของพวกเธอ

“เธอหึงฉันหรอมิโกะ?”

“ม-ไม่ใช่เว้ย!!!”

 

ก่อนมิโกะสาวจะหน้าบึ้งใส่และหันหลังเดินกลับไปที่เดิม ซึ่งตอนนี้คนของเธอนั้นกำลังนั่งพักรอการตัดสินใจของอาเน่มาจิที่อยู่ด้านหน้า ประกอบกับการค้นหาเส้นทางของโทวะและคานาตะ ที่น่าจะต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง

 

ซุยเซย์มองไปรอบๆตัวเธอ และก็บังเอิญไปพบเข้ากับอะไรบางอย่างที่เหมือนจะกำลัง ว่ายไปมาอยู่ในน้ำ เธอยืนจ้องมองมันอยู่นานสักพักใหญ่ๆเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะรีบวิ่งไปหาอาเน่มาจิ

 

“พี่ เห็นอะไรรึเปล่า?”

“หืม? อะไรหรอ?”

“ในน้ำน่ะ”

 

ทั้งคู่ยืนจ้องมองแม่น้ำทั้งสองฝั่งของตัวถนนอยู่สักพักใหญ่ๆ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร

 

“แค่ลมรึเปล่า?”

“ไม่นะ ฉันเห็นจริงๆนะ”

“เห็นอะไรล่ะ?”

“เหมือนมีอะไรสักอย่างอยู่ในน้ำเลยนะ”

“เธอเหนื่อยเกินไปรึเปล่า นั่งพักก่อนมั้ย?”

“อ-อืม ..”

 

ไม่นานหลังจากนั้นโทวะและคานาตะก็กลับมา

 

“เจออะไรบ้างมั้ยทั้งสองคน?”

อาเน่มาจิถาม

“ไม่เลย ดูเหมือนทางนั้นจะเป็นป่าลึกเข้าไปน่ะ ดูจะอันตรายเอาเรื่องเลยถ้าถึงตอนกลางคืน”

โทวะตอบ

 

“คงเหลือแค่ทางเดียวแล้วสินะ”

“งั้นฉันกับคานาตะจะไปดูด้านหน้าแล้วกันนะ”

“เร็วเข้าหน่อยนะทั้งสองคน ใกล้จะเย็นแล้ว”

 

หลังจากมาถึงทั้งสองคนก็มุ่งตรงไปด้านหน้าอีกครั้งเพื่อที่จะสำรวจทาง ซึ่งไม่นานนักก็มีเสียงตะโกนเรียกดังขึ้น

 

“ซุยเซย์ ! อาเน่มาจิ !”

 

สองพี่น้องพร้อมกับเลมมี่จึงรีบวิ่งฝ่าหมอกควันที่เริ่มจะหนาขึ้นเรื่อยไป และก็พบเข้ากับโทวะและคานาตะ ทั้งสองคนที่ยืนอยู่พร้อมกับป้ายขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าพวกเธอ 

 

มันเป็นป้ายที่ใช้บอกเส้นทางตามถนนใหญ่ๆในเมืองต่างๆ โดยจะมีชื่อเมืองและจำนวนไมล์ที่จะถึงเมืองว่าอีกไกลมากน้อยแค่ไหน

 

“ดูป้ายนั่นสิซุยเซย์”

คานาตะชี้ไปที่ป้ายนั่น โดยระหว่างนั้นพวกเธอเองก็แหงนหน้าขึ้นไปมอง

 

“เชอโนบิล .. งั้นหรอ? ..”

“เป็นชื่อเมืองที่ทำให้ขนลุกยังไงก็ไม่รู้แหะ”

ซุยเซย์พูด

 

“ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย .. มันพอจะมีทางอื่นอีกมั้ย?”

อาเน่มาจิหันไปหาโทวะและคานาตะ ซึ่งทั้งคู่ก็ส่ายหัว

 

พวกเธอเองเริ่มรู้สึกขนลุกกับหมอกที่หนาลงจัดขึ้นเรื่อยๆอย่างแปลกประหลาด นั่นทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นเริ่มจะผิดแปลกไปโดยฉับพลัน

 

“พวกเรารีบไปกันเถอะ”

“ฉันจะไปตามมิโกะนะ พี่กับทุกคนนำไปก่อนเลย”

“อืม อย่าช้าล่ะ”

 

ซุยเซย์วิ่งกลับไปหามิโกะและคนของพวกเธอ ที่กำลังเดินตรงมาเรื่อยๆ หมอกหนามากจนตอนนี้มันมองอะไรแทบจะไม่เห็นเลย

 

“มิโกะ มิโกะ”

“ฉันอยู่นี่ เกิดอะไรขึ้นซุยเซย์ ทำไมจู่ๆหมอกลงล่ะ?”

“ฉันก็ไม่รู้ แต่พวกเรารีบไปกันเถอะ”

 

ติ๊ดๆๆ 

เสียงนาฬิกาที่ข้อมือของเธอดังขึ้น มันเป็นการเตือนว่าตอนนี้เวลาเริ่มเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว แต่ระหว่างนั้นเอง มิโกะที่อยู่ท้ายขบวน เธอก็มองไปยังด้านหลังและสังเกตเห็นเงาของหญิงสาวตัวเล็กคนหนึ่งเธอยืนก้มหน้าอยู่

 

ด้วยความสงสัยมิโกะจึงพยายามจะตะโกนเรียกแต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆกลับมา เธอคิดว่าน่าจะเป็นใครสักคนที่พลัดหลง หรือเป็นอะไรสักอย่าง

 

“นี่เธอเป็นอะไรรึเปล่า!? พวกเราจะไปกันแล้วนะ!”

“ห๋า?”

 

โดยระหว่างนั้นเองซุยเซย์เองก็ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักในขณะที่ขบวนของพวกเธอนั้นก็เคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง

 

มิโกะตัดสินใจที่จะวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆกับหญิงสาวปริศนานั่น ซึ่งระหว่างที่เธอกำลังเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ๆ เธอก็เริ่มได้ยินเสียงของน้ำที่เหมือนมีอะไรสักอย่างกำลังแหวกว่ายอยู่

 

แถวนั้นไม่มีลมใดๆพัดมา แต่ผืนน้ำรอบๆตัวเธอนั้นกลับสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด มิโกะจึงหยุดก่อนที่จะถึงตัวเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยความรู้สึกผิดปกติ

 

“ฮือ .. ฮึก .. ฮึก .. ฮึก ..”

 

เสียงอันน่าขนลุกของเด็กสาวนั่นก็เริ่มดังขึ้นถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเสียงของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่นั้นทำให้ทุกคนได้ยินจนถึงกับหยุดเดินและหันมามองทางมิโกะ ซึ่งแน่นอนว่าระยะห่างและหมอกที่ลงจัดตอนนี้ พวกเขามองไม่เห็นมิโกะแม้แต่น้อย

 

“มิโกะ .. มิโกะ ออกมา ..”

 

ซุยเซย์ที่เริ่มจะรู้สึกผิดปกติอย่างรุนแรงก็พยายามจะรีบวิ่งเข้าไปช่วย แต่มิโกะเองก็รีบกางมือออกมา และยื่นไปด้านหลัง พยายามจะกันไม่ให้ซุยเซย์เข้ามา

 

“เธอทำบ้าอะไรมิโกะ!? ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!”

“อย่าผลีผลามสิ ฉันกำลังถอยอยู่ ..”

 

มิโกะเองค่อยๆ ก้าวเท้าถอยหลังทีละก้าวสองก้าว ตอนนี้เริ่มมีเสียงของน้ำที่ดังขึ้นเรื่อยๆ รอบๆตัวของพวกเธอประกอบกับหมอกที่หนาทึบ ตอนนี้พวกเธอมองไม่เห็นสิ่งใดๆเลย

 

“ฮือ .. ฮือ .. ฮือ ..”

 

ตัวของเด็กสาวปริศนานั่นเริ่มจะกระตุกเป็นจังหวะอย่างน่าขนลุก เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ แต่ด้วยทัศนวิสัยที่ดูย่ำแย่มาก มิโกะและซุยเซย์จึงมองไม่เห็นรายละเอียดมากนัก

 

“ถอยมาเร็วเข้ามิโกะ”

 

แต่ช่วงเวลานั้นเอง

เด็กสาวก็พุ่งตรงเข้ามาหามิโกะโดยที่มิโกะเองไม่มีเวลาจะตอบโต้ใดๆ ก่อนเธอจะใช้ฟันอันแหลมคมของเธอกัดลงไปที่แขนของมิโกะ จนมันขาดสะบั้นลงในทันที

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

“มิโกะ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

ซุยเซย์ที่เห็นเหตุการณ์ก็เกิดอาการช็อคอย่างรุนแรง เธอรีบพุ่งเข้าไปหามิโกะที่ถูกทำร้าย เลือดสีแดงของเธอพุ่งออกมาราวกับสายฝน พร้อมกับร่างกายเธอที่ทรุดตัวลงกับพื้น 

 

“มิโกะ มิโกะ!!!!!!!!!”

 

เธอพยายามจะเขย่าร่างกายของมิโกะที่แน่นิ่งไปแล้ว ดวงตามิโกะเปิดกว้างแต่มันไม่ได้ขยับแต่อย่างใด นั่นยิ่งเพิ่มความช็อคให้กับซุยเซย์เป็นอย่างมาก

 

ซุยเซย์เงยหน้าขึ้นและก็พบว่าเด็กสาวนั่นได้หายไปในหมอกควันนั่นแล้ว เธอจึงไม่มีทางเลือกนอกจากแบกร่างกายของมิโกะและรีบวิ่งกลับไปหาพี่สาวของเธอ

 

“มิโกะ !!!!!!!!!! อย่าเป็นอะไรนะมิโกะ ทำใจดีๆไว้นะ!!!!!!!”

 

แต่เมื่อเธอหันกลับมานั้น เสียงกรีดร้องจากความเจ็บปวดของผู้คนกว่าร้อยๆก็ดังขึ้นโหยหวนสนั่นไปทั่ว และภาพที่เธอเห็นคือ มีสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนมนุษย์นั้นโผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำจำนวนมาก 

 

มันโผล่ขึ้นมาและเริ่มกัดกินคนของมิโกะที่อยู่ตรงหน้าของซุยเซย์ แม้จะมีใครบางคนวิ่งหนีไปได้ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ถูกพวกมันจับกิน ฉีกกระชากร่างกาย กระดูก ออกมาเป็นเสี่ยงๆ

 

พื้นที่ถนนตรงนั้นถูกฉาบไปด้วยสีเลือดและชิ้นส่วนของมนุษย์อย่างรวดเร็ว

 

“น-นี่มันเรื่องบ้าอะไร? ..”

 

ซุยเซย์พยายามจะวิ่งฝ่าความวุ่นวายนั้นไป พยายามใช้พลังของเธอในการจัดการสิ่งมีชีวิตประหลาดนั่นให้หลีกไปให้พ้นทาง มันมีจำนวนมากเกินกว่าที่เธอจะรับมือได้ อีกทั้งตอนนี้เธอต้องรีบช่วยเหลือมิโกะให้ทันเวลา

 

แต่แล้วเธอก็ถูกกระแทกเข้าที่ด้านหลังจนล้มลง ร่างของมิโกะนั้นกระเด็นกระดอนไปอยู่ตรงหน้าเธอ ซึ่งไม่นานนักร่างนั้นก็ถูกรุมด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาดที่โผเข้ามาหาอย่างหิวโหย

 

“ออกไป !!!!!!!!!!!"

 

ซุยเซย์พยายามจะใช้พลังของเธอปัดป้องพวกมันออกจากร่างของมิโกะ แต่ด้วยจำนวนที่มากเกินไป มันไม่สำเร็จ ไม่นานนักร่างก็ถูกลากหายเข้าไปในหมอกควันนั่น

 

“มิโกะ!!!!!!!!!!!!!!”

“ไม่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

ซึ่งเมื่อร่างกายของทุกคนถูกลากลงไปในน้ำจนหมดเหลือเพียงแค่เธอคนเดียวนั้น ไม่นานพวกมันก็เข้ามารุมที่ตัวเธอแทน

 

ซุยเซย์รีบลุกขึ้นและพยายามวิ่งหนีด้วยน้ำตาที่ไหลพราก เธอช่วยมิโกะไว้ไม่ทัน ..

 

“พี่คะ !!! เลมมี่ !!!”

“ทุกคนอยู่ไหน!!!?”

 

ระหว่างที่ความสิ้นหวังเริ่มจะกัดกินเธอ เธอก็เห็นแสงสว่างที่สะท้อนทะลุหมอก วับๆแวมๆ ออกมานั่นทำให้เธอนึกออกว่านั่นน่าจะเป็นสัญญาณของเลมมี่

 

ตอนนี้รอบๆตัวเธอนั้นเต็มไปด้วยเสียงของสัตว์ร้ายที่โหยหวนอย่างสุดๆ จนมันไม่เหลือพื้นที่ให้เสียงอื่นๆเล็ดรอดเข้ามาในหูของซุยเซย์อีกเลย

 

ในขณะที่เธอวิ่งไปก็ยังมีพวกมันไล่ตามมาตลอดสองข้างทาง รวมถึงเด็กสาวปริศนาคนนั้นด้วย ซุยเซย์พยายามจะรีบวิ่งและไม่หันไปมอง แต่เธอก็ถูกกรงเล็บของเด็กสาวนั้นเฉือนเข้าที่ขาของเธอจนล้มลงกลางทาง

 

เธอรีบหันไปและใช้สายตาของเธอปัดป้องตัวพวกมันออกไปแต่ด้วยจำนวนที่มากมาย มันไม่ทันเวลา

 

แต่จู่ๆพวกมันก็ถูกหยุดด้วยน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นที่ขาของพวกมัน เช่นเดียวกับเด็กสาวที่ขยับเข้ามาใกล้ๆเธอ

 

เป็นครั้งแรกที่ซุยเซย์เห็นเด็กสาวผมยาวสีขาว เธอมีฟันอันแหลมคมที่เห็นได้ชัด ดวงตาสีฟ้า ปากของเธอนั้นเต็มไปด้วยรอยเลือดสดๆที่ยังคงไหลนองอยู่ หางของเธอมีลักษณะเหมือนหางปลา เธอคือผู้ติดเชื้อ ..

 

“ซุยจัง !!!”

“เลมมี่!?”

 

เมื่อได้ยินเสียงเรียกที่ดังขึ้น ซุยเซย์ก็รีบลุกขึ้นและวิ่งต่อไป จนพบเข้ากับเลมมี่ที่ยืนรออยู่ ก่อนเธอจะใช้พลังพันธนาการพวกสัตว์ประหลาดไว้ไม่ให้วิ่งตามมา

 

หลังจากวิ่งมาถึง ซุยเซย์ก็พบว่าไม่มีใครวิ่งตามเธอมาแล้วจากด้านหลัง เธอมองกลับไปยังด้านหน้าที่มีเพียงเลมมี่ยืนอยู่ อีกทั้งยังมองไปรอบๆพยายามจะตั้งสติของเธอ แต่ก็ไม่พบใครเลย

 

“เกิดอะไรขึ้นเลมมี่? พี่อยู่ไหน ทุกคนอยู่ไหน!?”

“ … ”

“เลมมี่?”

“โน่นไงคะ”

 

เลมมี่ชี้นิ้วไปที่ด้านข้างของเธอไม่ไกลมากนัก ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่หมอกนั้นเริ่มจางลง มันปรากฎร่างกายของอาเน่มาจิที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลนองออกมา

 

นั่นทำให้ซุยเซย์นั้นรีบวิ่งเข้าไปหาพี่สาวเธอทันที

 

“พี่!!!!!!!!!?”

“เกิดอะไรขึ้น!!?”

 

เธอหงายร่างกายของพี่สาวเธอขึ้นมา และก็พบว่าพี่สาวของเธอถูกของมีคมบางอย่างปาดเข้าที่คออย่างรุนแรงจนมีรอยเหวอะหวะ พร้อมกับเลือดที่ไหลนองออกมาเรื่อยๆ

 

“เลมมี่ เกิดอะไรขึ้น!!!?”

 

ซุยเซย์หันไปหาเลมมี่ที่เดินเข้ามาใกล้ๆ แต่นั่นยิ่งทำให้เธอยิ่งช็อค เมื่อในมือของเลมมี่มีน้ำแข็งที่มีลักษณะเหมือนมีดพร้อมกับคราบเลือดที่ยังคงไหลหยดอยู่

 

“ล-เลมมี่?”

“ … ”

 

ตึก ตึก ตึก …

 

เสียงฝีเท้าหนักๆของใครสักคนก็เดินตรงเข้ามา ภาพที่ซุยเซย์เห็นคือมีทหารใส่ชุดครบทั้งหน้ากากและชุดป้องกัน ในมือของพวกเขามีปืนพร้อมรบ พวกเขาทั้งสองคนเดินเข้ามาขนาบข้างกับเลมมี่ก่อนจะก้มหัวลงทำความเคารพ

 

“ผู้กองเลมมี่ ขอโทษที่มาช้าครับ”

“อืม .. อีกสองคนหนีรอดไป ตามจับตัวมาให้ได้”

“ครับ”

 

ก่อนพวกเขาจะเดินจากไปหายเข้าไปในหมอกควันนั่น

ซึ่งตอนนี้เองซุยเซย์เองไม่ต่างอะไรจากซากคน เธอกำลังช็อคอย่างหนักจนพูดและทำอะไรไม่ได้เลย

 

“ล-เลมมี่ … ?”

“ซุยจัง ..”

 

แกร๊กก .. 

 

ดวงตาของซุยเซย์ที่เปิดอยู่นั้นก็เริ่มถูกน้ำแข็งเกาะ จนภาพที่เธอเห็นนั้นค่อยๆมืดลง มืดลงเรื่อยๆ พร้อมกับเลมมี่ที่เดินตรงเข้ามา พร้อมมีดน้ำแข็งในมือของเธอ

 

 

 

..

 

 

 

.

 

 

 

ฉั่ว !!! …

 

 

 

 

..

 

 

 

.

 

“เลมมี่ไม่ได้เกลียดซุยจังหรอกนะคะ”

 

 

“อย่าโกรธเลมมี่เลยนะ ..”

 

To be continued …

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #34 black_boy2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:17

    หักมุมจัดๆ ไม่คิดว่าเลมมี่จะทำอย่างงี้

    เป็นไปดั่งกลอุบาย
    เนื้อเรื่องทุกอย่างขึ้นอย่างกับคนเขียน ไม่ใช่ทักษะตัวละครแต่อย่างใด
    #34
    1
    • #34-1 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      14 กุมภาพันธ์ 2564 / 04:42
      หักมุมเป็นเรื่องปกติของซีรี่ย์นี้ ถถถ
      #34-1
  2. #33 Yosuke258 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:31

    อันนี้ทึ่งไปเลยแฮะ


    มาแหวกจากที่คิดไว้มาก ความน่าตกใจกับความน่าตื่นเต้นของภาคแรกมาเต็ม(เอาจริงๆมันมาเกินกว่าภาคแรกแล้วนะเนี่ย)

    #33
    1
    • #33-1 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:02
      ภาคนี้คืนความ classic 55
      #33-1
  3. #32 Shin_Sama (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:17
    โอเค ได้เวลาเริ่มมโน มิโกะอาจจะรอดแต่ไม่ครบ32 แต่ผมว่าน่าจะไม่กลับมาแล้วละ น้องหลามจะกลับมาอย่างแน่นอนและน่าจะถูกจับเข้าฮาเร็มของซุยจังอีกตามเคย ส่วนคุณพี่กับซุยจังคงรอดอีกตามเคยเพราะเป็นลูกรัก ส่วนลามี่ภาคนี้อาจจะเป็นตัวร้าย ไม่ก็อาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำ เพื่อความอยู่รอด หรือเหตุผลอะไรสักอย่าง ส่วนอีกสองคนที่เหลือที่รอดน่าจะเป็นเพราะพลังของนาง แต่ผมว่ามีสิทธิ์ที่จะไม่กลับมาเพราะถูกฆ่าหรือโดนจับไป ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจนัก แต่ที่แน่ๆคือภาคนี้ตับแตกกันทั่วหน้าแน่นอน
    #32
    4
    • #32-3 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:09
      ซาดิสนะพวกนายเนี่ย ถถถ
      #32-3
    • #32-4 Shin_Sama(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:10
      เค้าเรียก"มาโซคิส"ครับผม
      #32-4
  4. #31 Kuaina (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:14

    ช่วง"มโน" (1)ซุยจังน่าจะหนีออกมาได้แล้วไปจับมือ(ลากเข้าฮาเร็ม)กับกุระ (2)หรือไม่ก็กุระถูกจับมาด้วยแล้วก็ร่วมมือกันหนีออกมา แต่(2)น่าจะเป็นไปได้มากกว่าเพราะกุระก็ถูกแช่อยู่นิ่ตอนนี้ คงโดนจับมาด้วยแหละก็ติดเชื้อนิ่

    #31
    1
    • #31-1 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:34
      สงสัยได้จับกุระ กรอกเลือดแน่55
      #31-1
  5. #30 Kuaina (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:08

    ม๊าลามี่ทรยศ.... แต่ตอนภาค1ก็แทบไม่มีเวลาให้ลามี่ไปติดต่อกับพวกกองทัพ(?)เลยนิ่ หรือมีหว่า;-; เอาเป็นว่ารอไรท์เฉลยละกัน //มิโกะจิหวังว่าจะรอดนะ ยังอยากเห็นมิโกะใช้พลังไฟอยู่;-; แต่สภาพคงไม่สมส่วนแน่ๆ

    #30
    3
    • #30-2 Fakeover(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:36
      ถ้าเรื่องลามี่ละก็ ถ้าในแง่ความเป็นจริงก็คือ... เค้าไม่ได้ปู555+ เพราะในภาคแรกเนี้ย นางจะถูกวางให้อยู่ในฐานะคู่จิ้นกับซุยซะมากกว่า(เคยเกือบโดนนางเชือดด้วยซ้ำทีนึง แต่เพราะความใสๆของนางเลยปล่อยไป) ส่วนมิโกะก็... อ่านยังไงก็ไม่น่ารอดนะทำใจซะเถอะ;-;
      #30-2
    • #30-3 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:39
      ถามว่าปูมั้ย ไม่ได้ปู แต่ทิ้ง "จุดชวนคิดไว้" เรื่องประวัติความเป็นมาและความน่าจะเป็นของเลมมี่ไว้ตั้งแต่แรกแล้วนะเออ
      #30-3
  6. #29 I am good reader (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:34
    อะเคร

    1.มิโกะ มีสิทธิ์รอดแต่ก็คงจะไม่ครบ32
    2.น้องหลาม ไหมไหมลูกเลือดซุยจังซักหยดไหม(หยอกๆ)
    3.คานาตะกับโทวะหนีรอด น่าจะพลังมองอนาคตของคานาตะแหละมั้ง
    4 อาเนมาจิ พี่อย่าเป็นอะไรไปน้าาาา
    5ลามี่ เธอมัน คนทรยศ(เสียงเอเลน)
    #29
    1
    • #29-1 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:32
      น้องหลามหิว 555
      #29-1
  7. #28 KIAR 2309 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:51
    อืม....โอเคร
    #28
    1
    • #28-1 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:32
      รีแอคชั่นนิ่งมาก!
      #28-1
  8. #27 Vethaka GV (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:24

    เอ๋.................?
    #27
    4
    • #27-3 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:27
      นี่ช็อคขนาดนั้นเลยหรอ5555
      #27-3
    • #27-4 Vethaka GV(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:53
      ชนาดนั้นเลยและ ToT
      #27-4
  9. #26 nagajiza naoru (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:00
    อะ เราเริ่มปรับอารมไม่ทันเเล้วแฮะ ก่อนหน้านั้นไปอ่านมินาโกะที่เป็นด็อกเตอ หลังจากนั้นก็มาคิมิโกะ และสุดท้ายก็มาต่อกับซุยเซ ปรับอารมไม่ทันแล้ววว5555 แต่ทำไมน้ำตาเราถึงไหลกันนะ เลมมี่จังเธอมัน.... เฮ้อชั่งมันเถอะเพราะตอนภาคแรกเราก็เคยคิดอยู่แล้วว่าถ้าเลมมี่หักหลังจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทำให้ตอนนี้ไม่แปลกใจเท่าไหร่ แต่ที่น้ำตาไหลเพราะว่า อาเน่มาจิ~~~~~ ท่านพี่~~~~ ทำไมกันทำไมต้องทำอาเน่ด้วยหล่ะเลมมี่ อาเน่ผิดอะรายยย ทำอาเน่ของชั้นทำมายยยยยย~~~~ อ๊ากกกกกก อืมนั่นแหละตามนั้นแหะๆ ว่วนน้องหลาม บางมีน้องก็โหดไปนะลูกกก เล่นซะมิโกะหายไปไม่กลับมาเลย แหะๆ อาเมน
    #26
    1
    • #26-1 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:32
      เน่จิ นิ่งไปแล้ว55
      #26-1
  10. #25 Fakeover (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:40
    นี่สิซีรีย์ที่ผมรู้จัก//ส่วนตัวชอบภาคแรกมากที่สุด มันดูดาร์กและหักมุมดี(มีความโรคจิตเหมือนกันนะเนี้ยตู😈)
    #25
    4
    • #25-3 Kuaina(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:23
      ชอบภาคแรกสุดเหมือนกันครับเพราะรู้สึกว่ามันต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจริงๆ ยังไม่ได้สงครามจ๋าๆเท่าภาคอื่น
      และก็เพราะยังไม่มีขีดกำจัด(ยังไม่โดนเนิร์ฟ)เรื่องพลังด้วยแหละเลยรู้สึกชอบเป็นพิเศษ;-;
      #25-3
    • #25-4 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:34
      ภาคนี้จะกลับมากลิ่นอายเดิมๆแหละ Survival
      #25-4
  11. #24 mnb098 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:09
    ฮะๆๆกระจอกน่าแค่ตับของข้าสบายจะตาย//ตอนนี้อยู่โรงบาล
    #24
    7
    • #24-6 mnb098(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:53
      555555~~ T-T
      #24-6
    • #24-7 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:27
      ใครจะรู้ล้า อาจจะรอดก็ได้นะ
      #24-7
  12. #23 EarthDodo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:53
    ปกติซีรีย์doppelgangerเป็นอะไรที่ไม่ได้ดาร์กมากนะ แบบที่ว่าอ่านมันๆสบายๆ(มั้ง?) พอเจอแบบนี้เข้าไป..........ตับข่อยยยยยย
    #23
    3
    • #23-2 Shin_Sama(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:21
      คุณแน่ใจหรอว่ามันไม่ดาร์กน่ะ... // ผมที่ตามอ่านมาครบทุกภาค : ผมแนะนำให้คุณกลับไปลองอ่านใหม่อีกครั้งนะ
      #23-2
    • #23-3 EarthDodo(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:44
      นั่นสินะ มันก็ดาร์กแหละ.......แต่มันก็ไม่หนักขนาดนี้ อ๊าาาาาาาา
      #23-3
  13. #22 0621198225 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:52

    ไรท์ตอนนี้ถึงจะไม่เศร้าแต่ก็ทำให้เราน้ำตาคลอได้ถึงจะไม่ใช่ภาคหลักแต่มันก็ไม่คิดว่าเลมมี่จะทำแบบนี้แล้วคือแบบพีคมากอะอยากรู้เหตุผลว่าทำไมเลมมี่ถึงทำแบบนี้จัง
    #22
    2
    • #22-1 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:31
      คาดไม่ถึงล่ะสิ 555
      #22-1
    • #22-2 0621198225(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:37
      ใช้คาดไม่ถึงมากค่ะ
      #22-2
  14. #21 TanatatPansean (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:48
    จักรวาลใหม่?aจะมาช่วยเปล่า
    #21
    2
    • #21-2 Lissette.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:31
      จักรวาลแยกๆๆ
      #21-2
  15. #20 Kham A.Q. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:45
    พีคในพีคจริงเรื่องนี้
    #20
    6
    • #20-5 Kham A.Q.(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:47
      อ่อผมคิดว่าซุยเซจะรักเดียวใจเดียวซ่ะอีก
      #20-5
    • #20-6 Shin_Sama(จากตอนที่ 2)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:23
      ฮาเร็มรวมเข้าด้วยกันขนาดนั้น แถมยังมีการมากระนุ้งหระนิ้งกันอีก ผมว่าแบบนี้คงไม่น่าเรียกว่า "รักเดียวใจเดียว" แล้วละครับ
      #20-6