Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 14 : Eiffel Of Blood

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    23 มี.ค. 64

 

 

“ซ-ซุยจัง .. ท-ทำไม?”

“ตกใจอะไรหรอเลมมี่?”

“ธ-เธอหลอกฉัน ..”

“หลอกหรอ? เฮอะ … นั่นมันคำพูดฉันไม่ใช่หรอ?”

 

ซุยเซย์เริ่มเดินเข้าใส่ทั้งสองคนที่กำลังหวาดผวาอย่างมาก แต่เลมมี่เองก็พยายามปกป้องโบตันอย่างสุดชีวิต เธอรีบคว้าเข็มฉีดยาที่มีเลือดของซุยเซย์ขึ้นมา

 

“อย่าเข้ามานะซุยจัง!”

“เธอจะทำอะไรเลมมี่?”

“ฉ-ฉันจะ-”

 

เลมมี่หันไปหาโบตันและพยายามจะใช้เข็มนั่นฉีดให้โบตัน แต่ท่าทีของซุยเซย์ก็ยังคงแข็งกร้าวเธอยังคงเดินใส่ทั้งคู่อย่างไม่ลังเลก่อนจะหันไปหากุระที่ยืนอยู่ด้านหลัง และพยายามส่งสายตาเป็นสัญญาณบางอย่างให้เธอ

 

“เธอแน่ใจว่าไหวนะซุยเซย์?”

 

กุระพูดขึ้นมาเบาๆ ซึ่งซุยเซย์เองก็พยักหน้าตอบก่อนฉลามสาวจะหันหลังและกระโดดลงไปด้านล่าง

 

แน่นอนว่าพวกเธอนั้นตกลงอะไรบางอย่างเอาไว้และจะลืมไม่ได้โดยเด็ดขาด นั่นคือยาปฏิชีวนะที่จำเป็นต่อการรักษาอาเน่มาจิที่อาการร่อแร่อยู่นั่นเอง

 

ในขณะเดียวกันกับที่ดวงตาของซุยเซย์ยังส่องแสง พื้นที่รอบๆของตัวเธอนั้นเริ่มสั่นไหวเมื่อเธอเข้าใกล้เลมมี่และโบตันมากขึ้น

 

ก่อนเลมมี่จะหันไปมองหน้ากับโบตัน และฉีดเลือดของซุยเซย์เข้าไปที่แขนของโบตันเพียงเล็กน้อย

 

เมื่อเลือดอันน่าอัศจรรย์ของเธอเข้าไปยังร่างกายของโบตัน มันก็เริ่มทำปฏิกิริยาจนร่างกายของเธอเริ่มผิดแปลกไป โบตันเริ่มจะเสียสมดุลร่างกาย เธอก้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างท้าวกับพื้นพร้อมกับมีอาการพะอืดพะอมจนเลมมี่ต้องเข้ามาช่วย

 

ซุยเซย์ที่เห็นเช่นนั้นก็หยุดอยู่ไม่ไกลจากทั้งสองคนมากนัก เธอยืนมองเลมมี่และโบตันด้วยสายตาที่สมเพชเวทนาอย่างมากและเธอก็ไม่ได้เกรงกลัวโบตันที่กำลังจะได้รับพลังจากพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย

 

และก็เป็นไปตามนั้นจริงๆเมื่อโบตันค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับดวงตาที่ส่องแสงสีขาวออกมา

 

“เสร็จรึยัง? ฉันรอนานแล้วนะ”

“อย่าทำเป็นอวดเก่งหน่อยเลยซุยเซย์ .. เลมมี่เคยชนะเธอมาแล้วด้วยซ้ำไป”

“ใช่ แล้วยังไง?”

“เธอจะบอกว่าเธอตอนนี้ จะรับมือกับฉันและเลมมี่ได้อย่างงั้นหรอ?”

“เป็นแค่ของเลียนแบบแท้ๆ ทำไมถึงกล้าพูดอะไรที่มันน่าตลกแบบนั้นล่ะ”

“ปากดีนักนะ!”

 

ช่วงวินาทีนั้นเองโบตันก็คว้ามีดพกของเธอก่อนจะปาเข้าใส่ซุยเซย์อย่างรวดเร็ว แต่แน่นอนมันถูกหยุดไว้กลางอากาศก่อนจะตกลงบนพื้นอย่างช้าๆด้วยพลังของซุยเซย์

 

“อาร่า พวกแกนี่มันหมาลอบกัดจริงๆ ยังไงก็อย่างงั้น”

“ใช่มั้ยเลมมี่?”

 

“ซ-ซุยจัง .. ยอมแพ้ซะเถอะนะ เธอสู้พวกเราสองคนไม่ได้หรอก”

“ทำไมถึงคิดอย่างงั้น? เพราะว่าฉันเคยเสียท่าให้เธอน่ะหรอ?”

“ช-ใช่”

“ก็อาจจะใช่ แต่มารยาของเธอน่ะมันใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละเลมมี่”

 

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังปะทะฝีปากกัน โบตันเองก็เริ่มแสดงพลังของเธอด้วยการใช้ปืนคู่ทั้งสองกระบอกที่พกอยู่ที่ต้นขาของเธอยิงใส่ซุยเซย์ จนซุยเซย์นั้นเองต้องรีบหลบและมันพลาดเป้าไปเพียงฉิวเฉียด

 

โบตันเองควงปืนไปมาอย่างเชี่ยวชาญก่อนจะเริ่มกระหน่ำสาดกระสุนใส่ซุยเซย์ไม่ยั้ง ความสามารถที่เธอได้รับมาคือ “Weapon Mastery” หรือความชำนาญในการหยิบจับอาวุธไม่ว่ามันจะเป็นอาวุธชนิดใดๆ โบตันสามารถใช้มันได้ดีและมีประสิทธิภาพมากกว่าใคร และมันไม่จำเป็นต้องใช้กระสุนใดๆ ..

 

ระหว่างที่โบตันโจมตี เลมมี่เองก็เริ่มเปลี่ยนพื้นที่บริเวณรอบๆให้กลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้การเคลื่อนที่ของซุยเซย์นั้นยากลำบากขึ้น ก่อนเธอจะสร้างหอกน้ำแข็งของเธอขึ้นมาและเข้าโจมตีซุยเซย์ประสานกับโบตัน

 

ช่วงวินาทีน่าใจหายที่ซุยเซย์กำลังหลบกระสุนอย่างทะลักทุเลนั่น เลมมี่เองก็ใช้หอกน้ำแข็งของเธอแทงเข้าใส่ซุยเซย์จนเกิดบาดแผลที่เป็นบาดแผลน้ำแข็งกัด มันสร้างความเจ็บปวดให้กับซุยเซย์อย่างมาก

 

จนซุยเซย์เองต้องรีบถอยทิ้งระยะห่างออกไป มันแน่นอนว่าถึงเธอเองจะเก่งกาจขนาดไหน แต่การที่จะรับมือกับผู้ติดเชื้อที่มีพลังนั้นไม่ง่ายเลยอีกทั้งเธอยังต้องรับมือกับทั้งสองคนที่ถูกเสริมพละกำลังด้วยเช่นกัน

 

“ทำตัวดีๆ แล้วยอมแพ้ซะซุยเซย์ แกไม่รอดหรอก”

“ชิชิโร โบตันสินะ .. แกเป็นลูกลิ่วลูกล้อของคิริวอะไรนั่นใช่มั้ย?”

“ท่านคิริวน่ะหรอ? ใช่แล้วแกจะทำไม?”

“อย่างงี้นี่เอง ที่แท้ก็เป็นแค่ขี้ข้าสินะ”

“ฉันว่าฉันควรจะให้เลมมี่ปิดปากหมาๆของแกก่อนจะดีกว่านะ”

 

แล้วโบตันก็หันไปหาเลมมี่ ซึ่งเธอเองก็ยกมือขึ้นมาก่อนจะเริ่มเพิ่งสมาธิไปที่ซุยเซย์ แทบจะในทันทีร่างกายของซุยเซย์ก็เริ่มมีน้ำแข็งเกาะ มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่เธอถูกเลมมี่ทำร้ายเข้าที่ดวงตา แต่ไม่ใช่อีกแล้วในครั้งนี้

 

ดวงตาคู่นี้มันมีค่ามากกว่าสิ่งใดๆ เพราะมันเป็นของพี่สาวของเธอที่กำลังนอนรอความหวังจากเธออยู่ ซุยเซย์รีบสลัดน้ำแข็งที่ตัวของเธอออกและพยายามหันดวงตาหนีเลมมี่ ดูเหมือนพลังของเธอจะแพ้ทางเอลฟ์น้ำแข็งอย่างมาก

 

เพราะในขณะที่เธอกำลังจะใช้พลังที่ต้องเพ่งเล็ง เธอก็จะถูกโจมตีจากโบตัน หรือแม้แต่กระทั่งเธอเองจะสวนกลับสิงโตสาว เธอก็จะถูกเลมมี่โจมตีจนอาจจะตาบอดอีกครั้งก็ได้

 

แต่สิ่งที่ซุยเซย์กำลังทำอยู่นั้นมันเป็นแค่การซื้อเวลาเท่านั้น ซุยเซย์รู้ดีกว่าเธอสู้ไม่ได้เลย เธอกำลังรอ รอกุระที่กำลังทำภารกิจของเธออยู่

 

เวลานั้นเป็นสิ่งที่เหมือนดาบสองคม มันกำลังทำให้เธอเสียเปรียบและอาจจะเสียท่าให้ทั้งสองคน แต่เวลาเหล่านั้นเองก็ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพี่สาวของเธอที่จะเป็นหรือตาย มันขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่สำคัญนี้

 

และในขณะที่เธอกำลังจะเสียท่า กุระก็โผล่มาโจมตีเลมมี่จากด้านหลัง เธอขย้ำคอของเลมมี่เข้าอย่างจังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวจนเกิดรอยแผลเหวอะหวะ

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

“เลมมี่ !!”

 

โบตันที่เห็นเช่นนั้นก็กระหน่ำกระสุนใส่กุระ ซึ่งแม้ว่าเธอจะยิงแม่นขนาดไหนกุระเองที่มีความสามารถหลากหลายก็สามารถหลบหลีกมันได้อย่างยอดเยี่ยม
 

อีกทั้งความสามารถของกุระยังคงเป็นปริศนา เธอมีทั้งความสามารถทางด้านร่างกาย และการฟื้นฟูบาดแผล ความเร็ว พละกำลังมากมาย

 

ก่อนกุระเองจะเข้ามาพยุงตัวซุยเซย์ที่ดูจะเริ่มเสียท่าหลบเข้ากำบังที่มีอยู่น้อยนิดบนดาดฟ้านั่น เธอใช้มือทั้งสองของเธอแตะไปที่ใบหน้าของซุยเซย์ พยายามดึงสติของเธอกลับมา

 

“ฉันได้ยามาแล้ว เพื่อนของเธอรออยู่ด้านล่าง”

“งั้นหรอ? .. ขอบใจนะ”

“ทำไมเธอถึงไม่สู้ ซุยเซย์? ฉันรู้นะว่าเธอไม่ยอมสู้จริงจังจนปล่อยให้ตัวเองบาดเจ็บแบบนี้!”

“ฉันกลัวกุระ .. ดวงตานี่มันเป็นของพี่ ถ้าฉันเสียมันไปอีกล่ะก็ ..”

“แต่ถ้าเธอไม่ใช้มัน มันจะเสียเปล่าแน่ๆถ้าเธอตายไปซะก่อนนะ”

“อืม .. นั่นสินะ ..”

“ฉันควรลงไปเรียกเพื่อนๆเธอมาช่วยมั้ย?”

“ไม่ .. พวกเขาน่าจะใช้พลังกันไปมากแล้ว ฉันจะไม่เอาชีวิตพวกเขามาเสี่ยงกับการต่อสู้ตอนนี้ เราจะลุยกันเอง”

“เข้าใจละ!”

 

หลังจากพยายามดึงสติของซุยเซย์อยู่พักใหญ่ ทั้งคู่ก็พุ่งออกไปต่อสู้อีกครั้ง โดนกุระเองพยายามดึงความสนใจจากโบตันและล่อให้ทั้งคู่แยกออกจากกัน ซึ่งกุระเองรับมือกับโบตันได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ในขณะเดียวกันที่เลมมี่ที่กำลังบาดเจ็บก็ถูกซุยเซย์พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว มีดสั้นเล่มเล็กๆของเธอกับหอกน้ำแข็งของเลมมี่ปะทะกันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนมันถึงตัวของเลมมี่

 

เพล้ง !!!

 

“นี่เลมมี่ ขอถามอะไรหน่อยสิ”

“ก-ก ซ-ซุยจัง ..”

“ทำไมถึงทำแบบนี้?”

“ถึงจะบอกไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอกซุยจัง”

“งั้นหรอ? แสดงว่าสิ่งที่เธอทำมาตลอดนี่มันตอแหลงั้นหรอ?”

“ไม่นะซุยจัง !!! ฉันรักเธอจริงๆนะ!!!”

“ … ”

“ … ”

“นังตอแหล”

 

เพล้ง !!!

 

ซุยเซย์ตะหวัดมีดของเธอด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลก่อนจะปัดหอกน้ำแข็งของเลมมี่ให้กระเด็นออกไป พร้อมกับใช้มีดจี้ไปที่คอของเลมมี่ที่ถูกไล่ต้อนจนจะตกขอบดาดฟ้าแล้ว

 

“เลมมี่!!”

“มองไปทางไหนอยู่เจ้าสิงโต!”

“ชิ อย่ามาแกะกะฉันนะ!!”

 

โบตันพยายามวิ่งเข้ามาช่วยแต่กุระเองก็ดึงรั้งเธอไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่โชคชะตาของเลมมี่เองกำลังยืนอยู่บนเส้นด้าย มีดที่กำลังจ่อคอเธออยู่นั้นทำให้เธอตัวสั่นกลัวความตายอย่างเห็นได้ชัด

 

ซึ่งซุยเซย์เองก็ไม่ได้มีท่าทีใจอ่อนแต่อย่างใด เธอค่อยๆขยับมีดเข้าไปใกล้ๆคอของเลมมี่ที่เป็นแผลจากการกัดของกุระอยู่ ก่อนจะค่อยๆใช้คมมีดแทงเข้าไปที่แผลอย่างช้าๆ

 

“ซุย- อ-อย่า”

“อ-อย่า อั่ก --”

“อ-อ- อะ-”

 

“เลมมี่!!!!”

 

เสียงโบตันยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะที่มีดของซุยเซย์ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ๆ ตอนนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเลมมี่เหลือกมองไปทางด้านบน น้ำตาเธอไหลนองไม่หยุดพร้อมกับอาการสั่นกลัว ปากของเธออ้าค้างไว้เหมือนคนกำลังจะขาดใจตาย

 

“เธอถูกส่งมาดูแลฉันที่โรงพยาบาลสินะ และก็แกล้งบอกว่าตัวเองไม่รู้เรื่อง”

“พยายามทำตัวใสซื่ออยู่ตลอดเวลา หลอกให้ฉันกับพี่ตายใจ”

“สุดท้ายเธอมันก็แค่อีนังงูพิษที่แว้งกัดฉันกับพี่ในที่สุด”

“เธอนี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ เลมมี่”

 

ระหว่างที่คือของเลมมี่จะถูกปักลงไปด้วยมีดนั้นเอง ซุยเซย์ก็ได้ยินเสียงของเครื่องยนต์และใบพัดมาจากที่ไกลๆ และวินาทีนั้นเองเธอรีบหันไปหากุระก่อนจะตะโกนเรียกฉลามสาวที่กำลังต่อสู้อยู่

 

“กุระระวัง!!!!!”

“!!!?”

 

จรวดลูกหนึ่งถูกยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ทหารที่บินมาสมทบ จนมันกระแทกเข้ากับพื้นดาดฟ้าอย่างรุนแรง แรงระเบิดนั้นสร้างความเสียหายให้กับกุระจนตัวเธอปลิวกระเด็นลอยตกตึกไป

 

“กุระ!!!!!!”

 

ซุยเซย์รีบชักมีดออกจากคอของเลมมี่และรีบกระโดดลงจากตึกคว้าตัวกุระไว้ เธอพยายามจะมองขึ้นไปหาเครื่องบินที่กำลังบินวนอยู่สองถึงสามลำ มันสาดห่ากระสุนลงมาใส่ผู้คนที่อยู่ด้านล่างรวมถึงผู้บริสุทธิมากมายจนล้มตายกันเกลื่อนกลาด

 

แต่เครื่องเหล่านั้นก็เริ่มเปิดไฟสว่างจ้า มันส่องลงมาหาตัวซุยเซย์และเริ่มกราดกระสุนใส่อีกครั้ง มันทำให้ซุยเซย์ทำได้เพียงแค่คว้าตัวกุระและใช้พลังของเธอในการแลนดิ้งกับพื้น ก่อนจะวิ่งเข้าหาที่หลบ

 

แสงไฟเหล่านั้นทำให้ดวงตาเธอมองไม่เห็นและเธอตอบโต้มันไม่ได้เลย ซึ่งพวกมันก็เริ่มหย่อนเชือกลงมารับตัวโบตันที่กำลังคว้าตัวเลมมี่ที่บาดเจ็บจนหมดสติ ขึ้นไปบนเครื่องก่อนบินจากไปอย่างลอยนวล

 

แต่ไม่จบแค่นั้น เมื่อมีเครื่องลำหนึ่งหันหัวกลับมาและยิงจรวดใส่เตาปฏิกรจนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง มันอยู่ใกล้กับจุดที่ซุยเซย์และกุระนั้นหลบซ่อนตัวอยู่จนทำให้ทั้งสองนั้นกระเด็นปลิวออกมา

 

“ซุยเซย์!!!”

 

เสียงของโทวะดังขึ้นพร้อมกับร่างของเธอที่ปรากฎขึ้นต่อหน้าซุยเซย์กลางอากาศ เธอรับตัวทั้งซุยเซย์และกุระไว้ได้ก่อนจะใช้พลังพาทั้งคู่ไปยังที่หลบภัยใกล้ๆ

 

เมื่อมาถึงโทวะเองก็ล้มลงหมดสติไปแทบจะในทันทีหลังจากการใช้พลังจนถึงขีดจำกัดของเธอ คานาตะ มิโกะและอินะเองก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยพวกเธอ

 

“ซุยเซย์ !!! โทวะ !!”

คานาตะรีบเข้ามาพยุงตัวทั้งสอง โดยมีอินะที่กำลังช่วยกุระอยู่

 

ซุยเซย์ที่ได้รับบาดเจ็บเองก็ชี้ไปที่เครื่องบินลำสุดท้ายที่กำลังหันหน้ากลับนั่นพร้อมกับส่งสายตาของเธอไปที่มัน และทำให้มันเริ่มมีอาการใบพัดขัดข้อง

 

และเป็นมิโกะเองที่จัดการมันโดยการจุดไฟเผามันกลางอากาศ ดูเหมือนว่าสายตาของมิโกะจะไม่ค่อยดีนัก เธอจำเป็นจะต้องใช้พลังกับสิ่งที่ไม่เคลื่อนไหวรวดเร็วมากนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงต้องหลบแทนที่จะออกไปสู้ตั้งแต่แรก

 

แต่ตอนนี้สถานการณ์ตรงหน้านั้นดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เมื่อโรงไฟฟ้าเริ่มจะระเบิดและมีเปลวควันโพยพุ่งออกมาจนปกคลุมท้องฟ้าบริเวณนั้น

 

“แย่ละสิ เตาปฏิกร!”

คานาตะใช้สายตาของเธอมองดูและก็พบว่าการลุกไหม้จะลามไปยังเตาอื่นๆและอาจจะเกิดระเบิดได้

 

ในขณะนั้นเองซุยเซย์ที่ยังคงมีสติอยู่ก็ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นมาและเรียกหาอินะ

 

“อินะจัง ..”

“ค-ค่ะ อ-อินะอยู่นี่แล้ว”

 

อินะนั่งลงตรงหน้าเธอแทบจะในทันทีหลังจากที่ซุยเซย์เรียกหา

 

“จมมันซะอินะ ..”

“ค-ค่ะ ..”

 

แล้วอินะก็รีบลุกขึ้นก่อนเธอจะยกมือทั้งสองมือของเธอขึ้นสูงเหนือหัว กางมันออกเหมือนพยายามจะโอบกอดโรงไฟฟ้าขนาดยักษ์นี่ ไม่นานหลังจากนั้นดวงตาของเธอก็ส่องแสงสีฟ้าออกมาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินรอบๆ

 

ปรากฎเป็นหนวดของสัตว์ลึกลับในตำนานอย่าง Kraken ขึ้นมาโอบกอดเหล่าเตาปฏิกรนิวเคลียพวกนั้นไว้ แล้วอินะยังใช้หนวดที่เหลือในการเจาะพื้นดินรอบๆโรงไฟฟ้าให้กลายเป็นวงกลมจนเริ่มมีน้ำใต้ดินทะลักพุ่งออกมา มันทำให้โรงไฟฟ้ากลายเป็นเหมือนเกาะกลางทะเลแทบจะในทันที

 

ก่อนหนวดของ Kraken เหล่านั้นจะค่อยๆกดตัวเตาลงไปยังใจกลางทะเลสาปยักษ์ที่อินะสร้างขึ้นมา และก็จมหายไปสู่ห่วงแห่งความว่างเปล่าใต้พิภพในที่สุด

 

เมื่ออินะใช้พลังเสร็จเธอก็แทบจะล้มทั้งยืนโดยมีซุยเซย์รีบพยุงตัวเอาไว้ได้ทันพร้อมกับลูบหัวเธอเบาๆ

 

“อ-อินะ ทำได้แล้ว นะคะ ..”

“เก่งมากอินะจัง ..”

 

การระเบิดของโรงไฟฟ้านั้นถูกหยุดไว้ได้ทันก่อนที่หายนะจะเกิดขึ้น แลปทดลองและฐานทัพที่เป็นหนึ่งในฐานที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพถูกถล่มจนราบคาบและหายวับไปในทะเลสาปที่ก่อตัวขึ้นแทนที่

 

แม้จะมีหลายชีวิตที่จะต้องสังเวยให้กับความสำเร็จครั้งนี้แต่มันก็คุ้มค่า แม้ว่าจะไม่ได้ตัวเลมมี่และโบตันที่หนีรอดไปได้ก็ตาม

 

มิโกะเองค่อยๆนั่งลงด้วยความอ่อนล้า ก่อนเธอจะใช้มือที่เหลืออยู่ข้างเดียวของเธอทุบลงไปที่พื้นจนเกิดประกายไฟขึ้นมา

 

“บ้าเอ้ย !!!”

“เกือบจะได้ตัวนังนั่นแล้วแท้ๆ !!”

 

“ฉันขอโทษมิโกะ ..”

ซุยเซย์ที่นั่งลงในสภาพหมดแรงไม่ต่างจากทุกคนพูดขึ้น

 

“ช่างเถอะ .. อย่างน้อยถ้าฉันยังไม่ตาย ฉันจะลากนังนั่นมาทรมานจนมันตายไปซะ!”

“ไม่ต้องห่วงหรอกมิโกะ .. พวกมันหนีไม่รอดหรอก”

 

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยานั้นถูกส่งต่อให้อาเมเลียเรียบร้อยแล้ว โดยกุระเองที่ไปได้มาและฝากมันไว้กับคานาตะที่อยู่ด้านล่าง แม้ว่าพวกเธอจะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ความผูกพันธ์ทางความรู้สึกบางอย่างบ่งบอกได้ว่าพวกเธอคือเพื่อนกัน แบบเดียวกับที่โทวะและอินะพบเจอกันนั่นเอง

 

แต่ดูเหมือนว่าพวกเธอจะมาช้าเกินไปสักหน่อย ตอนนี้อาเน่มาจิเองมีอาการติดเชื้อจนเธอนั้นกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปก่อน โดยที่อาเมเลียพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว

 

ตอนนี้ทั้งอาเมเลียและซุยเซย์กำลังยืนอยู่ในห้องผ่าตัดโดยกำลังยืนมองอาเน่มาจิที่นอนนิ่งอยู่อย่างช่วยอะไรไม่ได้เลย

 

อาเมเลียเดินเข้ามาใกล้ๆซุยเซย์ก่อนจะใช้มือวางบนบ่าเธอเบาๆ

 

“ฉันขอโทษนะ ฉัน-”

“ขอบใจมากนะอาเมเลีย ฉันขอบใจเธอกับกุระจริงๆ”

“เธอช่วยชีวิตแฟนฉันไว้ซุยเซย์ เราต่างก็ต้องพึ่งพากันและกันจริงมั้ย?”

“อ-อืม ขอบใจจริงๆอาเมเลีย”

 

แล้วอาเมเลียก็เดินออกจากห้องไปพยายามดูอาการของคนอื่นที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่โดยเฉพาะกุระ

 

ซุยเซย์เองก็ขยับเก้าอี้ในห้องมานั่งลงข้างๆกับอาเน่มาจิก่อนจะซุกใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอลงไปที่มือของพี่สาวของเธอ

 

“ทำไมไม่อดทนรอฉันก่อน? ทำไมเธอถึงชอบทำตัวน่าเป็นห่วงอยู่เรื่อย!”

“แล้วคราวนี้อะไรอีก? เธอจะมานอนเป็นผักแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน? ยัยขี้เกียจ!!”

“หนูขอโทษ .. พี่คะได้โปรด ..”

“ฟื้นขึ้นมาหาหนูสิคะ .. หนูอยู่นี่แล้ว”

“ทำไมเราถึงไม่ได้อยู่พร้อมหน้าสามพี่น้องกันสักที ทั้งๆที่ฉันกับซุยจังกลับมาแล้วแท้ๆ แต่พี่ก็ยัง-”

“อย่าทิ้งพวกเราสิคะพี่ … อย่าทำแบบนี้ …”

 

แต่ระหว่างที่เธอกำลังนั่งเศร้าอยู่ เธอก็สัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองเธออยู่

 

“ข-ขอโทษนะคะ ฉ-ฉ-ฉัน-”

“อินะจังหรอ? มีอะไรรึเปล่า?”

“ป-เปล่าค่ะ ท-ทุกคนดูวุ่นวายกันหมดแต่ฉันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย ..”

“เธอช่วยพวกเรา ช่วยคนที่อยู่ในเมืองไว้นะอินะจัง เธอทำดีแล้วล่ะ”

“ง-งั้นหรอคะ? .. ถ-ถ้างั้น”

“หืม?”

“ล-ล-ลล-ลูบหัวอินะหน่อยได้ไหมคะ? ..”

“เอ๋?”

 

อินะรีบขยับมาใกล้ๆซุยเซย์ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเธอและหลับตาปี๋ เหมือนกำลังเขินอาย ซึ่งซุยเซย์เองก็มองเธอด้วยความเอ็นดูก่อนจะค่อยๆใช้ฝ่ามือลูบไปที่หัวของอินะ

 

แล้วด้วยความอยากรู้อยากเห็นอินะเองก็มองไปที่อาเน่มาจิที่นอนนิ่งอยู่ ซุยเซย์จึงเล่าเรื่องราวให้อินะฟัง ซึ่งอินะเองที่เหมือนเด็กที่กำลังอยากรู้อยากเห็น เธอเองก็นั่งตั้งใจฟังเรื่องราวคราวๆที่เกิดขึ้น จนสุดท้ายเธอเองก็ก้มหน้าลงพร้อมกับแววตาที่ดูเศร้าสร้อย

 

“อินะ?”

“อินะเสียใจด้วยนะคะ ..”

“จะว่าไป อินะเองก็ถูกจับมาสินะ?”

“ไม่หรอกค่ะ .. อินะ ถูกส่งตัวมาจากแลปอื่น”

“เอ๊ะ? ..”

“พ-พวกเขามักจะบอกว่าอินะไม่เหมือนคนอื่น เป็นเผ่าพันธุ์ปริศนาหายากที่ยังไม่มีใครระบุได้”

“อินะเกิดมาจากการทดลองงั้นหรอ?”

“ค-ค่ะ .. อินะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ของอินะคือใคร .. อินะใช้ชีวิตอยู่แต่ในกรง ..”

“ … ”

 

ซุยเซย์ที่ได้ฟังเช่นนั้นก็เริ่มมีอาการโกรธอย่างมาก แต่สิ่งที่อินะเองพูดมาก็ทำให้เธอนึกขึ้นได้ อินะที่เกิดจากการทดลอง และการทดลองที่ดูจะต้องเป็นโปรเจคที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเองน่าจะต้องเป็นแลปที่ใหญ่ที่สุด และอาจจะเป็นแหล่งกบดานสุดท้ายของพวกกองทัพก็ได้

 

“อินะจำได้มั้ยว่าที่นั่นมันเรียกว่าอะไร?”

“อินะไม่รู้ .. เพราะไม่เคยได้ออกไปไหนเลย”

“งั้นหรอ?”

“แต่ที่อินะเคยได้ยินพวกนักวิจัยพูดกัน เกี่ยวกับเมืองที่ชื่อ Par- Pari-”

“Paris?”

“ค-ค่ะ แต่อินะไม่แน่ใจสักเท่าไหร่”

 

ตึก ตึก ..

จู่ๆซุยเซย์เองก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดแปลกของสัญชาตญาณของเธออีกครั้ง และเธอเองก็รับรู้มาตลอดตั้งแต่การตื่นขึ้นครั้งล่าสุดว่าพลังของเธอมีการเปลี่ยนแปลงไป

 

แผนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้นั้นเป็นเพราะเธอรู้ เธอรับรู้และสัมผัสได้ถึงการมีตัวตนอยู่ของคานาตะระหว่างที่เธอกำลังถูกนำตัวไปยังโรงไฟฟ้าและเธอก็เดาได้ทันทีว่าโทวะเองน่าจะอยู่ด้วย

 

นั่นเป็นเพราะคานาตะ มีเลือดของเธออยู่ในตัวนั่นเองเธอสามารถจับและสัมผัสตัวตนของผู้ที่มีเลือดของเธออยู่ในตัวได้ หรือแม้กระทั่งการสัมผัสเลือดของผู้ติดเชื้อที่มีเลือดของตัวซุยเซย์อยู่ในตัวนั้น เธอก็สามารถที่จะรับรู้ตำแหน่งได้แทบจะในทันที

 

“ซุยเซย์จัง?”

“ไม่มีอะไรอินะ ไม่ต้องกลัวนะ”

 

ซุยเซย์หยิบมีดของเธอออกมาที่มันยังมีเลือดของเลมมี่ติดอยู่ ก่อนเธอจะใช้ลิ้นค่อยๆเลียมันอย่างช้าๆ

 

ตึก ตึก ..

 

เสียงหัวใจของเธอเต้นแรงและดังขึ้นพร้อมทั้งดวงตาที่ส่องแสงออกมา

 

“เลือดชั่วๆของเธอเนี่ย”

“มันน่าขยะแขยงจริงนะเลมมี่”

 

แล้วซุยเซย์ก็เดินออกไปด้านนอกพร้อมกับอินะโดยที่ อาเมเลีย คานาตะและมิโกะที่อยู่ด้านนอกนั้นก็หันกลับมามองเธอแทบจะในทันทีที่เธอปรากฎตัว

 

“ฉันจะไป Paris"

"มีใครจะฝากซื้อของมั้ย?”

 

“ฉันไปด้วย”

 

อาเมเลียรีบยืนขึ้นในทันที

 

“นั่นบ้านเกิดฉันเอง”

 

____________________________________________________

 

อีกฝากหนึ่ง ..

 

เลมมี่ที่ถูกผ้าพันแผลพันอยู่ที่คอก็กำลังเดินตรงเข้าไปยังห้องทดลองห้องหนึ่งที่ถูกปิดมิดชิดไว้อย่างปริศนา มันมีลักษณะคล้ายๆกับห้องที่ใช้กักกันซุยเซย์

 

เธอกำลังยืนมองหญิงสาวผู้โชคร้ายคนหนึ่งที่กำลังถูกจับแขวนอยู่บนอุปกรณ์คล้ายกางเขนที่ล็อคแขนล็อคขาไว้ ด้านข้างตัวเธอนั้นมีสมุดที่เหมือนเป็นรายละเอียดของตัวเธอวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ

 

เลมมี่จึงหยิบมันมาอ่านสักพักหนึ่งก่อนจะโยนมันทิ้งไปพร้อมกับหยิบเข็มฉีดยาที่มีเลือดของซุยเซย์ออกมาและฉีดมันเข้าไปที่ตัวของหญิงสาว

 

แล้วปฏิกิริยาพร้อมกับเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น เรี่ยวแรงที่มากมายนั้นเริ่มทำให้อุปกรณ์พันธนาการสั่นจนมันเริ่มจะมีรอยร้าวแต่เลมมี่เองก็ยังยืนอยู่เฉยๆแม้จะมีอาการหวาดกลัวบ้างก็ตาม

 

เมื่อการอาละวาดหยุดลงหญิงสาวก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเลมมี่

 

“ธ-เธอเป็นใคร ..”

“ยูกิฮานะ เลมมี่”

“เกิดอะไรขึ้นกับฉัน? ก่อนหน้านี้ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลจิต-”

“เธอติดเชื้อ และเราก็ช่วยเธอก็แค่นั้น”

“งั้นหรอ? ขอบ- อ-อุก ..”

 

จู่ๆหญิงสาวก็เริ่มมีอาการพะอืดพะอม ดวงตาสีฟ้าของเธอข้างหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดง สีผมของเธอเริ่มมีสีดำปกคลุม ซึ่งมันกำลังทำให้เลมมี่ขนลุกอย่างมาก

 

ก่อนหญิงสาวจะค่อยๆกลับมาอยู่ในสภาพเดิม ดวงตาสีแดงของเธอก็กลับกลายเป็นสีฟ้า ผมของเธอก็กลับไปเป็นสีขาวเช่นเดิม

 

เลมมี่หยิบสมุดที่โยนทิ้งไปแล้วขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะเปิดไปที่หน้าแรก

 

“คนมีความสามารถแบบเธอน่ะ มันน่าเสียดายถ้าปล่อยให้กลายเป็นชิ้นเนื้อไร้ประโยชน์”

“หลังจากที่ได้รับพลังนี้ เธอจะไม่ต้องกังวลเรื่องโรคสองบุคลิคของเธออีกต่อไป”

“ยินดีต้อนรับ”

 

“ชิราคามิ ฟุบุกิ”

 

___________________________________________

 

อะไร? มองหาภาคต่อหรอ?

 

ก็ไม่รู้สินะ ..

 

Lissette

(LissetteSkadi)

00.00 น.

18/3/2564

 

ชี้แจงเพิ่มเติมตอนนี้ไรท์ยังเดี้ยงอยู่ แต่ใกล้หายแล้วล่ะ ก็ยังคงไม่ได้มาตอบคอมเม้นเหมือนเดิม

แต่หลังจากนี้ถ้าหายดีแล้วจะเริ่มอัพ Enigma กับ Bloods fallen ต่อ ส่วน OJ 3 จะตามมาทีหลังนะจ้ะ

ขอบคุณที่รอคอยการดองมาอย่างยาวนาน แล้วเจอกันเรื่องใหม่จ้าาาาาา

 

___________________________________

 

ส ป อ ย 

 

 

 

 

 

..

 

 

 

.

 

 

 

https://twitter.com/MittsumiA/

 

https://twitter.com/MittsumiA/

 

https://twitter.com/MittsumiA/

 

ขอบคุณเครดิตรูปภาพจากนักวาดท่านนี้อย่างสูงครับ

ที่สนับสนุนรูปภาพสำหรับเขียนนิยายเรื่องนี้จ้า

https://twitter.com/MittsumiA/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #157 Kuaina (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 15:10

    จารย์อินะน่ารักมากเลยอะ อร้ายยอยากลูบหัวบ้างจัง;-; //เหมือนว่าภาคหน้าอะเมะจะได้พลังกับเขาด้วยสินะ น่าสนใจๆ

    #157
    4
    • #157-3 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      24 มีนาคม 2564 / 16:25
      ที่ปรากฎคือเมือง เชอโนบิล ยูเครนเน่อ ไม่ใช่ ญป
      #157-3
    • #157-4 Kuaina(จากตอนที่ 14)
      24 มีนาคม 2564 / 17:58
      อ่าวพึ่งรู้;-;
      #157-4
  2. #155 Yosuke258 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 19:11

    เหยด ตื่นเต้นสุดๆไปเลย


    หายไวๆนะครับ

    #155
    1
    • #155-1 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      24 มีนาคม 2564 / 16:24
      ขอบคุณครับบ ใกล้หายแล้วล่ะ
      #155-1
  3. #154 0621198225 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 17:35
    เลมมี่ถ้าเธอยังรักซุยจังอยู่เธอก็ต้องอยู่ฝั่งเดียวกับซุยจังซิพิสูจน์ให้ซุยจังเห็นว่าเธอนะรักซุยจังมากแค่ไหนแต่ถึงจะพิมพ์ยังงี้ก็เถอะหวังว่ามันคงไม่สายไปซินะแต่ซุยจังน่าจะเกลียดเลมมี่ซะแล้วซิ//ซุยจังเตรียมปักธง555
    #154
    1
    • #154-1 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      24 มีนาคม 2564 / 16:24
      นักปักธง55
      #154-1
  4. #153 KIAR 2309 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 16:55
    ขอให้หายเร็วๆนะไรท์~ถึงจะใกล้แล้วก็เถอะ
    #153
    1
    • #153-1 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      24 มีนาคม 2564 / 16:24
      ใกล้กลับมาแล้วว
      #153-1
  5. #152 defected (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 15:24
    อยากได้คำชมสำหรับภาคต่อหรืออยากได้ดอกไม้สำหรับงานศพครับ///ล้อเล่นครับ หายไวๆน้าาา
    #152
    2
    • #152-1 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2564 / 15:28
      ต่อเลยมั้ยล่ะ 55
      #152-1
    • #152-2 defected(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2564 / 15:28
      👍👍👍ได้ก็ดีแต่พักให้หายก่อนเถอะครับ
      #152-2
  6. #151 EarthDodo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 14:38
    ปักธงไปอีกหนึ่งดอก แล้วก็เปิดตัวอีกคนรอให้ปักธง
    #151
    2
    • #151-2 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2564 / 14:46
      นางชอบเล่นมุข Draw me like one of your french girls ไง เลยจัดให้
      #151-2
  7. #150 black_boy2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 14:00
    อินะ~ น่าเอ็นดูเหลือเกิน~
    #150
    1
    • #150-1 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2564 / 14:43
      นางเอกแหละ-/ อุ้บ
      #150-1
  8. #149 mnb098 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 13:28
    ของอีกโลกเป็นลูกสาวตัวร้าย
    แต่โลกนี้เป็นคนบ้าเจ๋งอะ
    #149
    4
    • #149-3 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2564 / 15:13
      ภาคนี้ยังชิลๆนะ ภาคต่อบอกเลยหนัก555
      #149-3
    • #149-4 mnb098(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2564 / 15:56
      แค่นี้สบายผมอ่านนิยายเจ๊มารีนมาแล้ว
      #149-4
  9. #148 Kham A.Q. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 12:43
    มาแล้วครับ
    #148
    2
    • #148-1 Kham A.Q.(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2564 / 12:58
      มาแล้วเจ้าแย่งซีนในภาคหลัก(และยังเป็นตัวประกอบด้วย)
      #148-1
    • #148-2 Lissette.(จากตอนที่ 14)
      23 มีนาคม 2564 / 14:43
      เอาหน่า ขวัญใจหลายๆคนเขา
      #148-2