Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 13 : Soap Operas

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    22 มี.ค. 64

 

ก่อนหน้านั้นไม่นานนัก ..
 

โทวะและคานาตะเองรีบลงจากตึก ทั้งคู่ลงไปยังด้านหลังที่พวกเธอนั้นเห็นรอยเท้าปริศนาที่ยังมีไฟติดอยู่ มันเป็นรอยเท้าที่แปลกประหลาดมากเนื่องจากมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นรอยเท้าคนบนถนนปกติ

 

แต่กลับกันรอยเท้านั้นมันสามารถกดถนนลงไปให้เป็นร่องรอยได้ ถ้ามันไม่ได้หนักมากก็อาจจะเป็นไปได้เพราะด้วยความร้อนที่ละลายถนนจนเกิดเป็นร่องรอยเหล่านั้นได้

 

พวกเธอกำลังยืนรอใครบางคนที่กำลังเดินตรงมาทางนี้ไกลๆ จากสายตาของคานาตะที่กำลังใช้พลังมองอยู่ ความสามารถของคานาตะนั้นไม่ได้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา แต่เธอต้องเลือกใช้เองว่าจะใช้มันตอนไหน ซึ่งหมายความว่าเธอไม่ได้มองเห็นอนาคตอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

 

ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหาที่กำบังหลบอยู่ โดยที่คานาตะกำลังจ้องมองใครบางคนอยู่นั้นเอง โทวะก็เริ่มสังเกตเห็นหญิงสาวที่กำลังเดินตรงเข้ามา ร่างกายเธอเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย พร้อมกับเสื้อผ้าที่ฉีกขาด และเธอไม่มีแขน

 

“อ-เอ๊ะ!? ผู้ติดเชื้องั้นหรอ?”

“เธอมาแล้ว!”

 

และหญิงสาวที่ว่าเธอค่อยๆปรากฎตัวขึ้นบนแสงแดดของเวลาในช่วงกลางวัน มันส่องรายละเอียดให้ทั้งคู่มองเห็นและต้องตกตะลึงไม่น้อยพร้อมกับตะโกนออกมาพร้อมๆกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

“มิโกะ!!!?”

“?”

 

ใครคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น ซากุระ มิโกะนั่นเอง และเมื่อมิโกะได้ยินเสียงเหล่านั้นเธอก็รีบมองมายังโทวะและคานาตะที่กำลังโบกมือให้เธออยู่หลังซากปรักหักพักใกล้ๆกับตึกสูง

 

“โทวะ? คานาตะ!”

 

ไม่ลังเลเธอรีบตรงเข้าไปหาทั้งคู่ก่อนจะโผกอดกันอย่างดีใจ

 

“ขอบคุณพระเจ้ามิโกะ ..”

คานาตะพูดพร้อมกับเอาหน้าซุกหน้าอกของมิโกะ

 

“คานาตะ โทวะ ดีใจที่พวกเธอไม่เป็นอะไรนะ!”

 

“เกิดอะไรขึ้นมิโกะ เธอบาดเจ็บ .. ต-แต่เดี๋ยวนะเธอติดเชื้องั้นหรอ? แล้วได้ยังไง!?”

โทวะเองที่กำลังมองเรือนร่างที่สะบักสะบอมของมิโกะก็อดเป็นห่วงไม่ได้

 

“เรื่องมันยาวน่ะ แต่ตอนนี้เรามีอะไรที่จะต้องทำกันก่อนใช่มั้ย?”

 

มิโกะมองไปยังโรงไฟฟ้านั่นพร้อมกับโทวะและคานาตะ ก่อนโทวะจะถอดเสื้อคลุมของเธอและคลุมให้มิโกะ

 

“ฉันว่าเราวิ่งไปคุยไปแล้วกันนะ ดูเหมือนจะไม่มีเวลาแล้วสิ”

 

หลังจากนั้นทั้งสามก็รีบวิ่งตรงไปยังโรงไฟฟ้ายังไม่ลังเล มิโกะเล่าให้ทั้งคู่ฟังในขณะที่เกิดเรื่องเธอถูกโจมตีด้วยเหล่าผู้ติดเชื้อเข้าซึ่งแม้กระทั่งซุยเซย์เองที่พยายามจะช่วยเธอเองก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอด และเธอติดเชื้อ

 

เหมือนโชคชะตาเล่นตลกหลังจากนั้นความทรงจำช่วงที่เธอกลายเป็นชิ้นเนื้อเร่ร่อนก็จบลง เมื่อจู่ๆเธอก็รู้สึกตัวขึ้นมาในขณะที่เธอกำลังนอนอยู่บนพื้นในตรอกซอกซอยที่ไหนสักที

 

“เอ๊ะ!!? เธอจะบอกว่าคนที่เธอโจมตีใส่นั่นคืออาเน่มาจิหรอ? ถ้าอย่างงั้น?”

โทวะเองก็ตกใจในขณะที่มิโกะเล่าให้ฟัง

 

“อืม .. เป็นอาเน่มาจิจริงๆ”

 

แล้วเธอยังเล่าต่ออีกว่าเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาเธอก็พบเข้ากับอาเน่มาจิที่นั่งบาดเจ็บอยู่ใกล้ๆ ทั้งคู่เองดีใจมากที่ได้พบเจอกันอีกครั้ง แต่อาเน่มาจิเองก็ใช้ไขควงของเธอขีดเขียนลงไปบนพื้นแถวนั้นว่าต้องการให้มิโกะทำอะไร

 

แน่นอนว่าคนที่ฉลาดอย่างอาเน่มาจิ มักจะมีแผนสำรองอยู่เสมอหลังจากที่เธอนั้นพลาดพลั้งจนทำให้เธอและน้องสาวต้องเกือบเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งเธอเองในตอนนั้นก็ยังไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น เธอสั่งให้มิโกะคอยแอบมองเธอจากระยะไกลๆ คอยสังเกตการหากมีอะไรผิดพลาด มิโกะจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทัน

 

แต่โชคดีที่อาเมเลียและกุระเองเป็นคนดี นั่นทำให้มิโกะเองไม่ต้องลงมือทำอะไร แต่กลับกันเมื่อรถทหารของเลมมี่ มาถึงหน้าบ้านของอาเมเลียและการถูกจับตัวของซุยเซย์ มิโกะรับรู้ได้แทบจะในทันทีเธอจึงรีบตามมาช่วย

 

ทั้งสามคนวิ่งมาไกลสักระยะหนึ่งก็ใกล้จะถึงตัวกำแพงของโรงงานที่มีหอคอยสูงและทหารเดินไปเดินมาอยู่แถวนั้นมากมาย พวกเธอจึงหยุดและปรึกษาหารือกันก่อน

 

“เดี๋ยวก่อนนะ เธอติดเชื้อก็จริงแต่สภาพสะบักสะบอมแบบนี้เธอจะลุยจริงๆหรอมิโกะ?”

คานาตะเป็นห่วง

 

“ดูนี่นะ”

มิโกะยกมือของเธอข้างที่ยังเหลืออยู่ขึ้นมาก่อนจะดีดนิ้วเบาๆ

 

แป้ก ..

 

พรึบ !!

 

จู่ๆก็มีเปลวไฟสีแดงปรากฎขึ้นที่มือของเธอ มันไม่ใช่เปลวไฟปกติที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปอย่างแน่นอนซึ่งนี่น่าจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเธอติดเชื้อ และรับพลังพิเศษมาโดยเลือดของสองพี่น้องพลังจิตอย่างแน่นอน

 

“ม-มิโกะ มันอันตรายนะ!”

โทวะรีบถอยห่างจากเธอแทบจะในทันทีด้วยความตกใจ

 

“มันไม่ร้อนสักหน่อย ..”

“ก็เธอคุมมันได้ ไม่ใช่ฉันกับคานาตะนี่!”

“หนวกหูน่าโทวะ บอกว่าไม่ร้อนไง”

 

แล้วมิโกะก็ใช้มือที่ยังติดไฟของเธออยู่จับไปที่ตัวของโทวะและคานาตะ ซึ่งมันก็ไม่ร้อนจริงๆ ความสามารถควบคุมเปลวไฟของเธอ หรือ “Blaze Master” ทำให้เธอสามารถควบคุมอุณหภูมิหรือแม้กระทั่งให้มันแสดงผลกับใครก็ได้ หรือจะไร้ผลเมื่อเธอสั่งการ

 

แต่ระหว่างที่พวกเธอกำลังคุยกันอยู่นั้นเอง คานาตะก็รีบเบรคการสนทนาไว้เมื่อพวกเธอกำลังเห็นขบวนรถที่กำลังจะออกจากโรงไฟฟ้าอีกครั้ง

 

“ฉันว่าพวกมันน่าจะกำลังไปตามหาอาเน่มาจิแน่ๆ ตอนนี้เธออยู่ไหน?”

“ฉันว่าเธอน่าจะยังอยู่ที่บ้านหมออาเมเลีย”

“แย่ล่ะสิ พวกมันอาจจะกำลังออกไปตามหาตัวเธออีกรอบนะ”

“อืม .. งั้นเราต้องหยุดพวกมันสินะ”

“พร้อมมั้ย? โทวะ?”

 

“ได้เสมอ ..”

 

เมื่อโทวะตอบตกลง ดวงตาของคานาตะก็เริ่มส่องแสงขึ้นมา เช่นเดียวกับมิโกะและโทวะ ทุกคนเริ่มปลดปล่อยพลังที่เหนือจินตนาการของพวกเธอออกมาทันที

 

มิโกะรีบยืนขึ้นก่อนจะวิ่งไปขวางขบวนรถเหล่านั้นเธอยกมือขึ้นเหนือหัวก่อนจะใช้ฝ่ามือผ่าอากาศลงไปยังพื้น แทบจะในทันที ก็เกิดเปลวไฟปะทุขึ้นจากถนนและเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง มันเป่าขบวนรถนั่นด้วยความร้อนจากเปลวไฟสีแดงปริศนาจนรถนั่นแหลกเหลวกลายเป็นสะสารแทบจะในทันที

 

“โทวะ คานาตะ!”

“โอ้ส!/โอ้ส!”

 

แล้วทั้งสามก็เริ่มการโจมตีโดยมิโกะนั้น เริ่มจัดการจุดไฟนรกขึ้นมาจากพื้นดินทำลายเหล่ารถและทหารที่อยู่บริเวณหน้าฐานอย่างรุนแรง การโจมตีที่ไม่คาดคิดนั้นทำให้พวกทหารไม่ทันได้ตั้งตัว

 

หลายคนหยิบอาวุธขึ้นมาแต่ก็ถูกยิงสวนกลับไปด้วยความสามารถพิเศษของโทวะที่มีความรวดเร็วมากกว่าผู้ติดเชื้อคนอื่นๆ อีกทั้งยังมีคานาตะที่มองเห็นว่าใครจะทำอะไรอีกด้วย

 

นั่นทำให้แนวหน้าของโรงไฟฟ้านั้นเต็มไปด้วยความพินาศไม่มีใครที่จะต่อกรกับพวกเธอได้ทั้งนั้น

 

“ไปลงนรกซะ!!”

“มิโกะเดี๋ยวก่อน!”

 

โทวะรีบเบรคมิโกะไว้อย่างจากที่เธอพยายามจะทำลายเตาปฏิกรนิวเคลีย

 

“ถ้าโรงไฟฟ้าระเบิด รังสีจะฆ่าทุกคนในเมืองนะ ในเมืองยังมีผู้รอดชีวิตอยู่ แล้วเราก็ยังไม่เจอซุยเซย์เลยนะ!”

“ท-โทษที .. เอายังไงต่อดี?”

“ฉันจะเข้าไปข้างใน เธอกับคานาตะคอยจัดการพวกที่ยังเหลืออยู่ด้านนอกทีแล้วกัน”

“อ-อืม รับทราบ”

 

แล้วโทวะก็รีบคว้าปืนที่ยังพอใช้งานได้บ้าง ที่หล่นอยู่ตามพื้นที่มีแต่ศพที่ไหม้เกรียมของเหล่าทหารก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในตัวอาคารด้านหน้าทันที

 

ซึ่งเมื่อเธอเข้าไปด้านในแล้วก็พบว่าที่นี่ถูกน้ำท่วมขังจนแทบจะเดินไปไหนมาไหนไม่ได้เลย และยังพบซากศพมากมายลอยเกลื่อนอยู่

 

ก่อนที่เธอจะต้องสะดุ้งเมื่อเธอกำลังเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินไปเดินมาอยู่ในตัวอาคารพร้อมกับหนวดปลาหมีกยั้วเยี้ยมากมายที่กำลังขยับตามหลังเธออยู่ น่าแปลกที่เธอสามารถเดินบนผิวน้ำได้อย่างอิสระอีกด้วย

 

และเมื่อหญิงสาวเห็นโทวะ เธอก็รีบหันมามองด้วยความหวาดระแวง แต่ด้วยอะไรบางอย่างเมื่อดวงตาทั้งคู่ประสานเข้ากับ แสงสว่างจากดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์นั่นก็ทำให้ทั้งสองนั้นหยุดความคิดที่จะทำร้ายซึ่งกันและกันแทบจะในทันที

 

“ค-คือว่า”

“ค-คุณร-ร-รู้จักกับ ซ-ซุยเซย์จังรึเปล่าคะ?”

“อ-อ เอ๊ะ? อืมใช่ ตอนนี้เธออยู่ไหน!?”

“เธอไปทางนั้นน่ะค่ะ ..”

 

อินะชี้ไปทางข้างหน้าซึ่งมันเป็นทางที่ตรงไปยังทางขึ้นชั้นดาดฟ้าของตัวตึก เมื่อโทวะได้ยินเช่นนั้นเธอก็พยายามจะวิ่งไปแต่อินะก็หยุดไว้ซะก่อน

 

“ค-คือว่า .. ซ-ซุยเซย์จังบอกไว้ว่า .. ถ-ถ้าพวกคุณมาที่นี่ให้พวกคุณรีบออกไปจากตึกก่อนที่มันจะถล่มน่ะค่ะ ..”

“บอกหรอ? เอ๊ะ? ซุยเซย์รู้หรอว่าพวกเราจะมา?”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน .. ฉันยังไม่เข้าใจเรื่องราวเท่าไหร่นัก แต่ซุยเซย์จัง ช่วยฉันไว้ เธอให้ฉันทำลายที่นี่ ..”

“ทำลายงั้นหรอ? เธอจะระเบิดโรงไฟฟ้านี่น่ะหรอ!? ด-เดี๋ยวก่อนสิ-”

“ฉันจะจมมันตังหากค่ะ ..”

“จมมันงั้นหรอ!?”

 

โทวะมองไปรอบๆและก็พอจะเข้าใจพลังของหญิงสาวนี่ดี และเมื่อเธอมองไปที่อินะที่ดูเหมือนเธอจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่แปลกประหลาดกว่าคนอื่นๆนั้นก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นไปอีก

 

“เข้าใจละ .. แต่ที่นี่ยังมีคนอื่นๆอีกรึเปล่า?”

“ค่ะ .. ฉันช่วยคนที่ยังไม่ติดเชื้อออกมาหมดแล้ว ส่วนที่เหลือ .. ฉันคงจะต้องจมพวกเขาลงไปพร้อมกับที่นี่ ..”

“อ-อืม ฉันเข้าใจ .. งั้นพวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ แล้วค่อยไปคุยกันข้างนอกนะ”

“ค-ค่ะ ..”

 

แล้วโทวะก็จับมืออินะก่อนจะใช้พลังของเธอเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปยังด้านนอกที่มีมิโกะและคานาตะยืนรออยู่ พร้อมกับผู้คนที่หนีออกมาได้

 

“มิโกะ คานาตะ!”

“โทวะ! แล้วนั่น?”

มิโกะถาม

 

“อ-อินะค่ะ .. ซ-ซุยเซย์จังช่วยฉันไว้ ..”

“งั้นหรอ? ซุยเซย์ปลอดภัยสินะ?”

 

อินะเริ่มเล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้ทั้งหมดฟัง ซึ่งเธออธิบายแผนการของซุยเซย์ที่จะจมที่นี่ลงไปด้วยพลังของอินะ แต่ก่อนจะทำเช่นนั้นเธอจะต้องช่วยเหลือคนที่ยังรอดออกไปให้หมด และรอสัญญาณจากซุยเซย์ที่กำลังไล่ล่าตัวเลมมี่อยู่

 

“สัญญาณงั้นหรอ?”

คานาตะถาม

 

“ค-ค่ะ .. ฉันก็ไม่รู้ว่าสัญญาณที่ว่านั่นคืออะไร ..”

 

“ฉันจะไปดูพวกเขาก่อน บางทีอาจจะมีคนที่ฉันรู้จักบ้างก็ได้”

มิโกะพูดก่อนจะแยกตัวออกไปหากลุ่มผู้รอดชีวิตที่อยู่นอกกำแพงโรงไฟฟ้า พวกเขาโชคดีมากที่ยังรอดชีวิตอยู่

 

ตอนนี้ทั้งโรงไฟฟ้าพังพินาศจนหมด ทั้งฐานนั้นถูกมิโกะใช้เปลวเพลิงนรกของเธอกวาดทุกอย่างจนราบคาบไปหมดเหลือเพียงแค่เตาปฏิกรนิวเคลียที่ยังคงเหลืออยู่

 

อินะมองไปบนดาดฟ้าด้วยเหตุผลบางอย่าง เธอกำลังเฝ้ารอสัญญาณที่ว่านั่นอย่างใจจดใจจ่อ

 

“ซุยเซย์จัง ..”

 

________________________________________________

 

อีกด้านหนึ่ง ..

 

ในขณะที่เลมมี่และคนของเธอกำลังหันหลังเข้าหากันและพยายามส่องไฟไปรอบๆ ทางเดินที่มืดมิดพยายามจะมองหากุระที่แอบซ่อนตัวและเล่นจิตวิทยากับเธออยู่นั้น

 

จู่ๆก็มีน้ำที่เริ่มท่วมเข้ามาจากทางสถานกักกัน

 

“น้ำท่วมหรอ!!?”

“อ-อย่าบอกนะ!”

 

“อ่าาห์ ..”

“พวกแกรู้จักแอตแลนติสมั้ย?”

“ใช่ มันคือที่ฝังศพของพวกแกไงล่ะ!”

 

เสียงของกุระดังสะท้อนขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกรีดร้องของเหล่าทหารอารักขาของเลมมี่ที่เริ่มจมหายไปในน้ำที่ท่วมถึงระดับเอว สักพักหนึ่งก็มีเลือดปะปนมากับน้ำพร้อมกับชิ้นส่วน แขนและขาที่ถูกกระชากออก

 

เลมมี่เองเริ่มมีอาการสติแตก ดวงตาเธอเริ่มส่องแสงออกมาพร้อมกับไอเย็นที่อยู่รอบๆตัวเธอ เธอใช้น้ำแข็งยกตัวเธอสูงขึ้นและเปลี่ยนน้ำบริเวณนั้นให้กลายเป็นพื้นน้ำแข็งก่อนจะรีบวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต

 

“จะไปไหนหรอ?”

 

แต่ระหว่างนั้นเธอก็ถูกกุระที่ซ๋อนอยู่ในเงามืดกระโดดเข้ามาโจมตี ซึ่งเลมมี่เองก็หลบได้ในช่วงวินาทีสุดท้ายและช่วงเวลาอันน้อยนิดเหล่านั้น เป็นครั้งแรกที่เลมมี่กำลังมองเห็นกุระ ฉลามสาวที่มีดวงตาส่องแสงเช่นเดียวกัน

 

เธอรับรู้ได้ทันทีว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนการของซุยเซย์ และเธอพลาดเต็มๆ

 

ปังง !!

 

“เลมมี่ทางนี้!!”

 

ช่วงวินาทีชีวิตนั้นเองเสียงปืนก็ดังขึ้น และกระสุนปริศนาก็ถูกยิงมาจากอีกฝั่งของทางเดินจนทำให้กุระนั้นต้องกระโดดหนีไป

 

เสียงของโบตันดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืนที่เธอเพิ่งยิงมันออกไป นั่นทำให้เลมมี่รีบใช้พลังของเธอสร้างพื้นที่น้ำแข็งและวิ่งไปหาสิงโตสาว ก่อนทั้งคู่จะรีบวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต

 

ทั้งคู่วิ่งขึ้นไปยังชั้นบนของตัวอาคารซึ่งเป็นลานจอดเครื่องบิน โบตันรีบวิทยุให้ใครสักคนมาช่วยเธอออกไปจากที่นี่ ที่ใกล้จะพินาศเต็มที

 

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่โบตัน!?”

“ฉันก็ไม่รู้! มันเป็นผู้ติดเชื้อ!!”

“เอ๊ะ!? โทวะกับคานาตะ ไม่ได้มีพลังมากมายที่จะทำแบบนั้นนะ .. ห-หรือว่า?”

“อะไร? มีอะไรที่เธอยังไม่ได้บอกฉันอีกเลมมี่!!?”

“ฉันไม่รู้ !! อย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะ!!!!”

“ทั้งหมดมันไม่ใช่ความผิดเธอหรอกหรอที่โดนยัยนั่นมันหลอกเอา แล้วทำให้ฐานพังยับเยินแบบนี้น่ะ!!”

“โบตัน!!!”

 

เพี้ย!

เลมมี่ตบเข้าที่ใบหน้าของโบตันอย่างแรงจนหน้าหัน แต่ในขณะที่ทั้งคู่ยังคงยืนทะเลาะกันอยู่ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นจากทางอักด้านของดาดฟ้า

 

แปะ แปะ แปะ แปะ ..

 

ซุยเซย์ค่อยๆเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคนพร้อมกับปรบมือเป็นจังหวะๆพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างๆ โดยที่ทั้งคู่ที่ยังคงยืนตกตะลึงอยู่ ตัวเลมมี่นั้นสั่นมาก ดวงตาเธอเปิดกว้างด้วยความกลัวและหวาดผวา 

 

อีกทั้งดวงตาของซุยเซย์ทั้งสองข้างนั้นก็ส่องแสงสีแดงสะท้อนออกมา เลมมี่เองจำแววตานั้นได้ดี มันเป็นของอาเน่มาจิ ทั้งแววตาและดวงตานั่นด้วย เช่นเดียวกับกุระที่กำลังโกรธอย่างมากที่เธอพบต้นตอคนที่พังทำลายชีวิตเธอ

 

“เล่นละครน้ำเน่าอะไรกันอยู่หรอ?”

“ไงเลมมี่”

 

“ไม่เจอกันนานนะ”

 

To be continued …

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #156 Kuaina (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มีนาคม 2564 / 14:50

    มิโกะจิยังไม่ตายจริงๆด้วย น้ำตาจิไหลล;-;

    #156
    2
    • #156-1 Lissette.(จากตอนที่ 13)
      24 มีนาคม 2564 / 16:24
      แขนหายไปแล้วน่ะ
      #156-1
    • #156-2 Kuaina(จากตอนที่ 13)
      24 มีนาคม 2564 / 17:57
      ไม่เป็นไรต่อแขนได้มีอะเมเลียอยู่
      #156-2
  2. #147 nagajiza naoru (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 10:58
    อาร่าๆ กลับมาเจอกันอีกแล้วน้าาา เลมมี่จัง ฮิๆๆๆ

    ตอนนี้มีข่าวดีเยอะเลยแฮะ ดีใจที่มิโกะยังไม่ตาย แถมได้พักพวกเพิ่มมาจากภาคแรกด้วย ถึงจะเสียไปหนึ่งคนเพราะทรยศก็เถอะ เอาล่ะได้เวลาจักการคนทรยศแล้วสินะ
    #147
    0
  3. #146 Yosuke258 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 08:04

    ในที่สุดก็ได้เจอตัวแล้ว


    มิโกะรอดซะงั้น ไม่คิดเลยว่าตัวที่งับอาเน่ตอนนั้นคือมิโกะนี่เอง

    #146
    0
  4. #145 0621198225 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 06:15
    อาระ อาระ ศึกระหว่างผัว-เมียซินะงานนี้ชักจะสนุกแล้วซิ
    #145
    0
  5. #144 fealone (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 05:51
    ผัว-เมียตีกันในสงคราม
    โทวะตกหมึกได้ด้วยรอยยิ้มนางฟ้า
    #144
    0
  6. #143 Vethaka GV (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 00:27
    ดีใจที่มิโกะไม่ตาย

    โกรธจริงๆ อาเน่มาจิ ต้องเสียทั้งเสียง เสียทั้งดวงตา
    #143
    0
  7. #142 EarthDodo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 23:53
    ยินดีด้วย! คุณคือผู้โชคดีที่ได้ตั๋วเที่ยวแอตแลนติสพร้อมฉลามน้อยของเรา พบปะกับคราเคนและสาวผมฟ้า แถมฟรี! ตั๋วจับมือยมทูตผมชมพูที่ยมโลก!
    #142
    0
  8. #141 black_boy2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 23:26
    อินะ เขินอายน่ารัก~
    #141
    0
  9. #140 Kham A.Q. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 23:11
    มาแล้วครับ
    #140
    1
    • #140-1 Kham A.Q.(จากตอนที่ 13)
      22 มีนาคม 2564 / 23:19
      ยินดีต้อนรับสู่โซนแห่งความตายนะคุณคนทรยศ
      #140-1