Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 11 : Resurrection

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    20 มี.ค. 64

 

“ซุยเซย์ ..”

“เอ๊ะ?”

 

ซุยเซย์ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ หลังจากที่เธอได้ยินเสียงเรียกบางอย่างดังขึ้น และเมื่อเธอตื่นขึ้นเธอก็พบว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในสถานที่ว่างเปล่า

 

มันเต็มไปด้วยสีขาวโพลนที่ไม่มีสิ่งใดๆ นอกจากตัวเธอที่กำลังล่องลอยอยู่

 

“ซุยเซย์ ..”

“!?”

 

เสียงที่กำลังสะท้อนอยู่ในวังวนนั่นมันยิ่งทำให้เธอนั้นรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ มันเป็นเสียงที่เธอนั้นคุ้นเคยอย่างมากและเธอเองก็รู้ดีว่ามันเป็นของใคร

 

“ซุยจัง .. นั่นเธอหรอ?”

 

ใช่แล้ว ตัวเธออีกคน

หลังจากนั้นไม่นานนักก็เกิดแสงวาบขึ้นจนเธอเองต้องใช้มือปิดบังดวงตาของเธอไว้ ก่อนเธอจะค่อยๆลืมตาขึ้นมาและพบเข้ากับสิ่งที่เธอมักจะพบเจอเวลายืนส่องกระจก

 

มันคือตัวของเธอเองที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ และยังยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน แม้ว่าดวงตาของตัวเธออีกคนที่กำลังยืนอยู่นั้นจะปิดอยู่พร้อมกับบาดแผลฉกรรจ์

 

เธอรีบเข้าไปกอดตัวเองที่อยู่ข้างหน้าแทบจะในทันที ซึ่งร่างเงาด้านหน้าที่คอยยิ้มให้เธออยู่ก็โอบกอดเธอกลับ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนได้พบกัน ถึงแม้ว่าจะอาศัยอยู่ด้วยกันมานานแสนนาน

 

ซุยเซย์ และซุยจัง ..

 

“ซุยจัง .. ฉัน-”

“อื้อ .. ไม่ต้องพูดอะไรหรอก ฉันเข้าใจดี”

“ไม่ .. ฉันผิดเอง เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเพราะฉัน-”

“พอแล้วซุยเซย์ .. ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”

 

ซุยจังที่กำลังบาดเจ็บก็กอดซุยเซย์ไว้แน่นกว่าเดิม แม้ว่าดวงตาของเธอจะปิดอยู่แต่น้ำตาของเธอก็เริ่มไหลออกมา ซึ่งตอนนี้ไม่ต่างกัน ทั้งคู่กอดกันกลมและเริ่มร้องไห้ออกมา

 

“ที่ผ่านมาเธอปกป้องฉันมาตลอด .. ฉันมันเป็นแค่เด็กไร้เดียงสา อ่อนต่อโลก .. ฉันมันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ..”

“ฉันเคยคิดนะว่า เธอเองชอบออกมาทำอะไรพิเรนๆแล้วก็ชอบทำอะไรห่ามๆอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้ฉันเข้าใจแล้วล่ะ”

“โลกข้างนอกนั่นมันโหดร้ายเกินไป .. ฉันรับมันไม่ไหวแล้วซุยเซย์”

“ฉันไม่อยากออกไปแล้ว ..”

 

ซุยเซย์เองที่ได้ยินเช่นนั้น เธอก็เหมือนหัวใจถูกทิ่มแทงจนเจ็บแปล้บขึ้นมาแทบจะในทันที สิ่งเดียวที่เธอยอมทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อจะรักษาและปกป้องมันก็คือตัวของเธออีกคน ซุยจังที่กำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าเธอนี้

 

“ไม่เป็นไรนะ .. ฉันอยู่นี่แล้ว”

“ฉันกลัวซุยเซย์ .. ฉันกลัว .. ฉันรับมันไม่ไหวแล้ว ..”

“ขอโทษนะ ฉันขอโทษ .. ฉันขอโทษจริงๆซุยจัง ..”

 

ทั้งคู่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด ซุยจังเองก็ทรุดตัวลงและกอดตัวเธอเองแน่นกว่าเดิมด้วยความเจ็บปวด ที่ผ่านมาโลกมันโหดร้ายกับเธอเสียเหลือเกิน การหายไปของดวงตาที่เป็นจุดเชื่อมโยมพลังของทั้งคู่นั้นทำให้พวกเธอตัดขาดกันอย่างสิ้นเชิง

 

แต่เมื่อทั้งคู่เองเริ่มได้สติกลับมาแล้ว ซุยเซย์ก็พยุงซุยจังขึ้นมา พยายามใช้มือของเธอปาดน้ำตาที่แสนจะมีมีราคานั้นออกไป

 

“ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่นี่แล้ว”

“จะไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีกแล้ว ซุยจัง”

“ฉันอยู่นี่แล้ว”

 

“อ-อื้อ ..”

 

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆ-”

“อ-เอ๊ะ?”

“ขอฉันดูหน่อย”

 

ซุยเซย์ใช้มือของเธอประสานเข้ากับมือของซุยจังก่อนทั้งคู่จะหลับตาและใช้หน้าผากชนกัน เมื่อการผสานเกิดขึ้นทั้งคู่ก็เริ่มส่งผ่านความทรงจำซึ่งกันและกันไปมา ราวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูล

 

แล้วดวงตาของซุยเซย์ก็เปิดขึ้นพร้อมกับอาการตกใจ

 

“พี่!?”

“ด-เดี๋ยวก่อนนะ เธอตาบอดไปแล้วใช่ไหม? ไม่ผิดแน่ๆ”

 

“อ-อืม ฉันได้สติก็ตอนหลังจากที่มีผ้าพันแผลอยู่ที่ดวงตา และฉันก็ไม่รู้สึกถึงมัน ฉันไม่รู้สึกถึงเธออีกเลย”

“ใช่ ฉันหมดสติไปหลังจากถูกเลมมี่ทำร้ายเข้าที่ดวงตา แล้วฉันเองก็ไม่รู้สึกถึงตัวตนของเธออีกเลยเหมือนกัน”

“ส-แสดงว่า ตอนนี้ดวงตาฉันกลับมาใช้งานได้แล้วหรอ? ได้ยังไง?”

“อย่าบอกนะ ..”

“อ-อะไรหรอ?”

“พี่!?”

“เอ๊ะ!?”

“ซุยจัง ครั้งสุดท้ายที่เธอได้สติ มันเกิดอะไรขึ้น!?”

“ฉ-ฉันจำได้ว่า .. พ-พี่ พี่กัดคอฉัน แล้วฉันก็”

“เห๊ะ!?”

 

ทั้งคู่ยืนตกใจอยู่พักใหญ่ๆ ถึงแม้ว่าเธอเองจะเป็นน้องสาวที่ตัวติดกับพี่สาวมาโดยตลอด แต่เธอเองไม่รู้มาก่อนเลยว่าแท้จริงแล้ว อาเน่มาจิเองก็มีปีศาจอีกตนซ่อนอยู่ในร่างกายของเธอ

 

ที่ผ่านมาอาเน่มาจิเองควบคุมมันมาได้ตลอด จวบจนกระทั่งเธอต้องขายวิญญาณให้มันเพื่อแลกมากับพลังชั่วคราวที่จะช่วยเหลือน้องสาวของเธอ

 

“ซุยเซย์?”

 

จู่ๆพื้นที่รอบๆตัวพวกเธอก็เริ่มสั่นไหว สีขาวโพลนรอบๆตัวพวกเธอก็เริ่มแตกกระจายเหมือนเศษกระจก ก่อนมันจะร่วงหล่นไปยังด้านล่างที่ดูจะไร้ที่สิ้นสุด

 

แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้ทั้งสองคนแยกออกจากกันอีกครั้ง แม้ว่าทั้งคู่จะพยายามจับมือกันไว้ก็ตาม

 

“ซุยเซย์!”

“ซุยจัง!”

 

ทั้งคู่เองเริ่มเอนเอียงไปมาตามแรงสั่นไหวปริศนานั่น แต่ซุยเซย์เองก็รีบกระโดดข้ามไปหาซุยจังและกอดเธอไว้ ด้านบนของพวกเธอนั้นก็ปรากฎแสงปริศนาพุ่งตรงลงมาเหมือนกับทางเดินของพระเจ้าที่จะเสด็จลงมาหามนุษย์

 

“ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนเรียกเธออยู่นะ”

“เธอต้องกลับขึ้นไปแล้วล่ะซุยจัง ..”

 

แต่ซุยจังเองก็ยิ้มและใช้ทั้งสองมือจับที่ใบหน้าของซุยเซย์ไว้ และค่อยๆลืมตาขึ้นมา ซึ่งแววตาที่ปรากฎนั้นมันไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับเป็นแววตาที่คุ้นเคยของพี่สาวของเธอแทน

 

วินาทีนั้นเองซุยเซย์ก็เข้าใจทุกอย่างแทบจะในทันที การกลับมาเจอกันของทั้งสองนั้นไม่ใช่เพราะใคร แต่เป็นพี่สาวของเธอ และแววตาที่เธอกำลังจ้องมองมันอยู่นั้น ก็คือแววตาของพี่สาวของเธอนั่นเอง

 

“ไปกันเถอะซุยเซย์ ..”

“เอ๊ะ?”

 

“ต่อไปนี้จะไม่ใช่ฉัน หรือเธอที่ต้องแบกรับอะไรคนเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่จะเป็นเรา”

“เราสองคน ..”

 

“อืม .. ไปกันเถอะ”

 

และแล้วร่างกายของทั้งคู่ก็ผสานเข้าด้วยกันจนเกิดแสงวาบขึ้น พร้อมกับการพุ่งทะยานขึ้นไปสู่ลำแสงนั่น รอบๆตัวเธอนั้นเริ่มพังถลายและแตกสลายเหมือนเธอกำลังหลุดจากภวังค์

 

ในที่สุดก็ได้เวลาตื่นสักทีจากการหลับไหลที่แสนจะยาวนาน

 

ยินดีต้อนรับกลับ ซุยเซย์ ..

 

____________________________________________

 

“อาเน่มาจิ!! อย่ามาทำแบบนี้นะ!”

“นี่ !!! หายใจสิ บ้าเอ้ย!!”

“กุระ !! กุระ !! ปั้มหัวใจเธอเร็วเข้า!!”

 

เสียงของอาเมเลียและกุระเองดังสนั่นอยู่ในห้องเล็กๆนั่น ทั้งคู่กำลังวุ่นวายอยู่กับการปั้มหัวใจอาเน่มาจิที่หยุดหายใจไปแล้ว

 

แต่แล้วดวงตาของซุยเซย์ก็เปิดกว้างขึ้นแทบจะในทันที เธอรีบหันไปด้านข้างก็พบว่ากุระและอาเมเลียกำลังปั้มหัวใจพี่สาวของเธออยู่

 

การมองเห็นครั้งแรกของเธอนั้นทำให้พลังเริ่มพลั่งพรูกลับมาอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการรักษาร่างกายของเธอกลับมาอีกครั้งพร้อมกับพลังที่โลกต้องสะพรึง พลังจิตของเธอนั่นเอง

 

ซุยเซย์รีบลุกขึ้นแทบจะในทันทีหลังจากการรักษาร่างกายของเธอที่โฟกัสไปที่แผลผ่าตัดที่ดวงตา มันทำให้ดวงตาของเธอกลับมาใช้งานได้แทบจะในทันทีทันใด

 

“พี่!?”

 

“เอ๊ะ!!? ธ-เธอฟื้นแล้วหรอ? ด-ได้ยังไง?”

 

ทั้งกุระและอาเมเลียเองก็ตกใจมากจนเธอนั้นหยุดปั้มหัวใจของอาเน่มาจิ ซึ่งไม่แปลกนักสำหรับใครก็ตามที่ไม่รู้เรื่องของสองพี่น้องพลังจิตนี้ แต่ซุยเซย์เองก็รีบดึงสติของเธอกลับมาก่อนจะขยับไปใกล้ๆกับพี่สาวของเธอ

 

ตอนนี้อาเน่มาจินอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับผ้าที่ปิดอยู่ที่ดวงตา มันมีเลือดออกเต็มไปหมด เธอรู้ได้เลยทันทีว่าพี่สาวของเธอนั้นมอบดวงตาของตัวเองให้กับเธอ

 

“เธอเป็นซิสค่อนรึไงเนี่ย!?”

“ยัยบ้าเอ้ย!!”

 

แล้วซุยเซย์ก็จ้องมองไปที่แผลของอาเน่มาจิ ก่อนมันจะเริ่มสมานกันอย่างรวดเร็วและหยุดเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดนั่นแทบจะในทันที

 

ก่อนเธอจะใช้สายตาของเธอมองไปที่หน้าอกบริเวณหัวใจและใช้มันค่อยๆกระตุ้นการเต้นของหัวใจอีกครั้งอย่างช้าๆ เธอใช้สมาธิอย่างมากในการควบคุมแรงไม่ให้มันหนักหรือเบาเกินไป

 

“จับชีพจรเธอที!”

“อ-อืม”

 

อาเมเลียที่ยังอยู่ในสภาพที่งุนงงก็รีบเข้าไปจับชีพจรของอาเน่มาจิเข้า และเธอก็ต้องถอนหายใจแรงๆอีกครั้งเมื่อมันกลับมาเต้นแล้ว

 

“เต้นแล้ว ชีพจรกลับมาแล้ว!!”

 

คุณหมอสาวรีบทำการรักษาขั้นตอนต่อไปทันที แม้ว่าเธอจะเสียเลือดมากและกำลังอ่อนแอแต่ดูเหมือนว่าเธอจะรอดจากความตายมาได้อย่างฉิวเฉียด

 

“ให้มันได้อย่างงี้สิ .. ยัยซิสค่อน อย่าเพิ่งมาตายต่อหน้าฉันนะ …”

 

ซุยเซย์แทบจะทรุดตัวลงกับพื้นแต่กุระเองก็เข้ามาพยุงตัวเธอไว้ก่อน

 

“ไม่เป็นไรนะ?”

“อ-อืม ขอบใจนะ”

“กุระ .. ส่วนนั่นอาเมเลีย ยินดีที่ได้รู้จักนะซุยเซย์”

“ซุยเซย์ ขอบใจที่ช่วยพวกเรานะทั้งสองคน ..”

 

หลังจากดูอาการแล้วอาเมเลียก็เริ่มวินิจฉัยอาการ แม้ว่าอาเน่มาจิเองจะรอดจากอันตรายมาได้ แต่เธอเสียเลือดมากและร่างกายอ่อนแอมาก ตอนนี้เธอทั้งเป็นใบ้และมองอะไรไม่เห็น นี่น่าจะเป็นอุปสรรคอย่างมากกับเรื่องราววุ่นวายที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

 

กุระและอาเมเลียนั้นเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ซุยเซย์ฟัง ก่อนที่ทั้งคู่จะก้มหัวขอโทษเรื่องที่อาเมเลียนั้นพลั้งเผลอบอกที่อยู่ของพวกเธอให้เลมมี่ และตอนนี้เลมมี่น่าจะกำลังตรงมาหาพวกเธอ

 

แต่ซุยเซย์เองก็ไม่ถืออะไร เพราะสิ่งที่กุระและอาเมเลียทำให้เธอและพี่สาวเธอนั้นมันมากเกินกว่าที่จะหักล้างกันได้เสียอีก 

 

กุระและซุยเซย์เองกำลังนั่งอยู่ตรงกลางบ้าน พยายามนั่งคิดหาทางออกซึ่งเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วก่อนที่ฟ้าจะสว่าง

 

“เอายังไงกันดีซุยเซย์?”

กุระถาม

 

“แย่หน่อยนะแบบนี้ ..”

ซุยเซย์ตอบ

 

“ค-คือว่า”

 

อาเมเลียกลับออกมาจากห้องผ่าตัดและเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย ซึ่งเธอก็มองมาที่ซุยเซย์ด้วยสายตาที่วิตกกังวลเล็กน้อย

 

“มีอะไรหรออาเมเลีย?”

“พี่สาวเธอต้องการยาปฏิชีวนะ น่ะ แต่ที่นี่มันหมดแล้ว”

“แล้วฉันจะไปหามันได้จากที่ไหนงั้นหรอ?”

“อ-อืม มันหาได้ทั่วๆไปในสถานพยาบาล หรือร้านยา แต่ฉันว่าในเมืองน่าจะไม่เหลือแล้วล่ะ ..”

“อาการพี่แย่แค่ไหน?”

“เธอมีโอกาสติดเชื้อในกระแสเลือดได้หลังจากการผ่าตัดน่ะ ฉันต้องการยาเพื่อแน่ใจว่าพี่เธอจะรอด ..”

“ยา .. งั้นหรอ?”

 

ทั้งซุยเซย์และกุระก็หันมามองหน้ากัน พวกเธอสบตากันอยู่พักใหญ่ๆก่อนซุยเซย์จะลุกขึ้นและมองไปยังประตูทางออกของบ้านที่ตอนนี้แสงอาทิตย์เริ่มจะเล็ดลอดขอบฟ้าออกมาแล้ว

 

แต่ซุยเซย์กลับฉีกยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาที่ทั้งคู่

 

“เธอมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับพวกมันรึเปล่า กุระ อาเมเลีย?”

“มันมีเหตุผลมากพอที่พวกเธอจะช่วยฉันรึเปล่า?”

“มือพวกเธอจะเปื้อนเลือดเอาได้นะ”

 

หลังจากสิ้นเสียงคำถามกุระเองก็ยืนขึ้นด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว

 

“พวกมันทำลายชีวิตฉันกับอาเมเลีย .. พวกมันหลอกให้อาเมเลียให้ช่วยรักษาพวกมันอยู่ตลอดตั้งแต่สมัยที่เธออยู่ที่กองทัพ”

“มันทำให้ฉันกลายเป็นผู้ติดเชื้อ มือฉันเปื้อนเลือดมาเยอะแล้ว .. และถ้าไม่ได้พี่สาวเธอช่วยฉันไว้”

“ฉันคงไม่ได้กลับมาหาอาเมเลีย ไม่ได้มายืนตรงนี้แน่ ..”

“เกือบลืมไปเลย นี่จดหมายของเธอ”

 

กุระยื่นจดหมายที่อาเน่มาจิเขียนไว้ให้ซุยเซย์ เมื่อเธอเปิดอ่านมันจู่ๆน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อของเธอ

 

และถึงคราวอาเมเลีย

 

“ฉันเป็นหมอ .. ฉันฆ่าใครไม่ได้หรอกซุยเซย์ ..”

“แต่ในฐานะของชีวิตมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกพรากคนรักไป ถูกหลอกใช้ .. ฉันก็คงจะไม่ให้อภัยพวกเขาแน่”

 

ซุยเซย์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็นั่งลงและเรียกทั้งสองคนเข้ามาใกล้ๆอีกครั้ง

 

“งั้นฉันมีแผน ..”

 

____________________________________________________

 

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ฟ้าก็เริ่มสว่างจากแสงแดดที่สาดส่อง ขบวนรถทั้งสามคันที่เป็นรถฮัมวี่หุ้มเกราะอย่างดีกำลังขับพุ่งตรงเข้ามาในตัวเมือง

 

และเมื่อมาถึงหน้าบ้านของอาเมเลีย พวกเขาก็ลงจากรถ ทหารจำนวนเต็มคนรถลงมาพร้อมกับอาวุธปืนที่จ่อไปที่ประตูบ้านของอาเมเลีย

 

ประตูรถด้านหน้านั้นเปิดออก พร้อมกับเลมมี่ที่ก้าวเท้าลงมาจากรถ เธอมองไปยังหน้าบ้านของอาเมเลียก่อนจะส่งสัญญาณมือให้ทุกคนเข้าประจำที่ล้อมตัวบ้านเอาไว้

 

“อย่าให้อะไรเล็ดรอดออกไปจากบ้านหลังนี้ได้”

“เป้าหมายคือสิ่งมีชีวิตที่อันตรายที่สุดในโลก และเป็นความหวังเดียวของพวกเราเพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรโง่ๆ”

“รอฟังคำสั่งจากฉัน”

 

แล้วเลมมี่ก็เดินไปที่ประตูบ้านพร้อมกับเคาะประตู

 

ก๊อกๆๆ ..

 

“คุณหมออาเมเลียคะ”

“ค-ค่ะ! มาแล้วค่ะ!”

 

เมื่อประตูบ้านเปิดออก เลมมี่ก็พบเข้ากับอาเมเลียที่เดินมาเปิดประตูให้ด้วยท่าทีเร่งรีบ

 

“พวกเขาอยู่ไหนคะ?”

“อยู่ในบ้านค่ะ เชิญค่ะคุณเลมมี่ ..”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ ฉัน-”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันวางยาสลบพวกเขาทั้งหมดแล้ว”

“เอ๊ะ?”

 

“ฉันรู้ค่ะ ถ้าจู่ๆมีรถจากกองทัพมารับตัวพวกเขาแบบนี้ พวกเขาอาจจะขัดขืนก็ได้ ฉันก็เลย ..”

“ได้โปรด คุณเลมมี่ .. ช่วยรักษาแฟนฉันด้วยนะคะ …”

 

“อ-อืม .. แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”

 

เลมมี่เองนั่นรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่อาเมเลียทำเล็กน้อย แต่ด้วยเหตุผลที่พอจะเข้าใจได้นั่นก็ทำให้เลมมี่เองไม่ได้ติดขัดอะไร เธอเดินเข้ามาในบ้านก็พบกับกุระที่นอนหลับอยู่บนโซฟา

 

และซุยเซย์ที่นั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีผ้าพันแผลที่มีเลือดติดอยู่ที่ดวงตาของเธอ

 

วินาทีนั้นเลมมี่รู้สึกใจเต้นตึกตักอีกครั้งหลังจากมองไปที่ซุยเซย์ ความรู้สึกที่ปะปนกันเริ่มทำให้เธอสับสน

 

“คุณเลมมี่?”

“ม-ไม่มีอะไรค่ะ .. จะว่าไปแล้วอีกคนนึงล่ะคะ?”

“ธ-เธอหนีไปได้น่ะค่ะ ..”

“เอ๊ะ?”

“คือว่าเมื่อคืน ตอนที่ฉันจะมอมยาเธอ .. เธอรู้ตัวก่อนน่ะค่ะ”

“ … ”

 

อาเมเลียนั้นเริ่มมีอาการติดๆขัดๆ และดูไม่ค่อยมั่นใจกับคำพูดเท่าไหร่ ซึ่งเลมมี่เองก็สัมผัสได้ เธอมองขึ้นไปด้านบนบ้านก่อนจะใช้วิทยุสื่อสารเรียกทีมของเธอเข้ามา

 

“ฉันขอค้นที่บ้านหน่อยได้รึเปล่าคะ?”

“ค-ค่ะ ยินดีค่ะคุณเลมมี่”

 

แล้วทีมของเธอก็เข้ามาพร้อมกับอาวุธครบมือ พวกเขาวิ่งเต้นอยู่ในบ้านพยายามหาตัวอาเน่มาจิ แต่ก็ไม่พบและก็ต้องยอมแพ้ในที่สุด

 

“อาเน่มาจิ ..”

“เธอนี่มันฉลาดนักนะ ..”

 

“คุณเลมมี่คะ?”

“ม-ไม่มีอะไรค่ะ คุณหมอถ้างั้นฉันขอตัวแฟนคุณกับเด็กผู้หญิงคนนี้ไปก่อนนะคะ”

“ค-ค่ะ .. ได้โปรดคุณเลมมี่ ช่วยแฟนฉันด้วยนะคะ ..”

“ค่ะ ฉันสัญญาแล้วฉันจะส่งข่าวมานะคะ”

 

แล้วทีมของเธอก็อุ้มตัวซุยเซย์และกุระขึ้นรถไปพร้อมกับเลมมี่ที่นั่งคุมอยู่ด้วยในรถฮัมวี่นั่น ก่อนจะไปนั้นอาเมเลียเองก็ออกมาที่หน้าบ้านและโบกมือให้เลมมี่

 

ก่อนที่ขบวนรถจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว

 

อาเมเลียยืนมองขบวนรถนั่นค่อยๆลับหายไปจากสายตา เธอใช้มือทั้งสองกุมไว้ที่หน้าอกพยายามสวดอ้อนวอนให้พระเจ้าคุ้มครองแฟนสาวของเธอ และซุยเซย์ที่กำลังจะถูกพาตัวไปที่ไหนก็ไม่มีใครรู้

 

เธอกลับเข้ามาในบ้านล็อคประตูบ้าน และเดินไปที่ชั้นหนังสือเปิดห้องลับของ ก่อนจะเดินตรงเข้าไป

 

ซึ่งด้านในนั้นอาเน่มาจิก็กำลังนอนไร้สติอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยสายน้ำเกลือที่ระโยงระยางอยู่ อาเมเลียนั่งลงข้างๆเตียงและมองไปที่อาเน่มาจิ

 

“เธอเชื่อเหมือนฉันรึเปล่า อาเน่มาจิ?”

“ฉันน่ะเชื่อนะ .. และยังมีความหวังมาตลอด”

“วันที่กุระหายไป ดวงใจฉันแทบจะแตกสลาย แต่วันที่เธอกลับมามันก็กลับตรงกันข้ามเลย”

“และฉันก็ยังเชื่อว่าพวกเขาต้องทำได้ ..”

“พวกเขาจะกลับมาหาพวกเราอีกแน่นอน”

 

แล้วอาเมเลียก็ก้มหน้าลงพร้อมกับเอามือผสานกันไว้ที่หน้าอก พยายามจะส่งกำลังใจไปให้ทั้งคู่

 

“ดูแลกันและกันด้วยนะทั้งสองคน”

“ที่รักคะ ..”

 

“ฆ่าพวกมันให้หมด”

 

To be continued …

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #131 Vethaka GV (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 01:15
    น้องต้องไปเอายากลับมาแน่ๆ ไม่ต้องปราณี ถึงเราจะชอบ รุ่น5 มากแค่ไหน แต่ในจักรวาลนี้ น้องเป็นตัวร้าย จัดการเลย
    #131
    0
  2. #130 KIAR 2309 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 19:36
    ขอให้ไปรวมกลุ่มแล้วไปจัดการพวกมันเลยยย!!
    #130
    0
  3. #129 Kuaina (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 13:52

    เอามันเลย! ฆ่าพวกแม่ งให้หมดกองทัพเลยซุยจังง //อ๊าาา อาเน่รอดดด น้ำตาจิไหล;-;

    #129
    1
    • #129-1 Kuaina(จากตอนที่ 11)
      20 มีนาคม 2564 / 13:53
      ท่านโทวะกับppt นี่ไปอยู่ไหนหว่า ตาย? โดนจับ? หนีไปอยู่ที่อื่น? ปลอมตัวอยู่ในกองทัพ?
      #129-1
  4. #127 0621198225 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 11:44
    ซุยเซย์กับกุระฆ่าพวกมันให้หมดเลย:)ส่วนเลมมี่เรารู้นะว่าอีกส่วนหนึ่งในใจของเธอยังรักซุยเซย์อยู่นะแต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเองนะเลมมี่ว่าจะเลือกทางไหน
    #127
    0
  5. #126 fealone (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 11:43
    อาเมะนี้แอบร้ายนะเนี่ย
    โทวะกับคานาตะหายไปเลย
    #126
    2
    • #126-1 defected(จากตอนที่ 11)
      20 มีนาคม 2564 / 15:50
      นั่นสิ จะรอดรึเปล่านะ
      #126-1
    • #126-2 Meksutiwas(จากตอนที่ 11)
      20 มีนาคม 2564 / 16:18
      จากทรงแล้วน่าจะอยู่ฐานนะครับ ไม่งั้นทั้งสองก็หนีจนหลงทางไม่ก็อาจจะโผล่มาตอนท้ายแล้วก็ทักทายว่า "หาซะนานเลยนะ ซุยจัง แล้วผู้หญิงคนนั้นใคร" อะไรประมาณนี้
      #126-2
  6. #125 I am good reader (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 10:43
    อยากเข้าถ้ำเสือหรอ ก็ให้เสือมาพาเข้าสิ

    อาเน่ แงงง พี่รอดแล้ว แงง ดีใจ
    #125
    0
  7. #124 nagajiza naoru (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 10:35
    บุกถล่มให้ราบไปเลยยยยย อย่าให้้หลือแม้แต่คนเดียว!!!! จะว่าไปหลังจากนี้อาเน่ จะเป็นยังไงต่อไปนะ จะฟื้นเมื่อไหร่ กันนะ
    #124
    0
  8. #123 Yosuke258 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 08:03

    อาเน่รอด อันนี้เกินคาดเลย


    ส่วนแผนคงเป็นแบบ Old School ได้เจอโบตันแน่งานนี้

    #123
    0
  9. #122 Kham A.Q. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 07:31
    มาแล้วจ้า
    #122
    1
    • #122-1 Kham A.Q.(จากตอนที่ 11)
      20 มีนาคม 2564 / 08:21
      มันก็ตรงตามทฤษฎีที่เคยคิดเอาไว้นะ ว่าถ้าคนใดคนหนึ่งรอดมาได้ในสองพี่น้องนั่นน่ะมีพลังกลับมาได้อะไรประมาณนั้น ก็คงจะรักษาอีกคนนึงได้อย่างสบายๆ
      #122-1
  10. #121 EarthDodo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 03:44
    how to สังหารหมู่(แบบใช้งบน้อยที่สุด)
    #121
    0
  11. #120 black_boy2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 03:22
    it's my turn!!!
    #120
    0