Hololive Exotic : Doppelgänger The Atrophy

ตอนที่ 10 : My Beloved Sister

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    19 มี.ค. 64

 

หลังจากวางสายนั่น อาเมเลียเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เลมมี่พูด

 

แน่นอนว่าเธอเคยร่วมงานกับเลมมี่มาก่อน อาเมเลียเป็นหนึ่งในแพทย์ระดับสูงในกองทัพมาก่อนซึ่งเธอถูกเชิญเข้าไปร่วมทำงานอยู่บ่อยครั้ง และเช่นเดียวกันบ่อยครั้งที่อาเมเลียโชว์พลังปีศาจของเธอในการรักษาผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บมากมาย

 

“ไม่ให้บอกกุระงั้นหรอ?”

“แล้วสองคนนั้นเป็นใครกัน ทำไมถึง? ..”

 

แต่หลังจากเกิดเรื่อง เธอก็กักตัวอยู่ในบ้าน โดยบ้านของเธอนั้นเป็นหนึ่งในที่พักให้เหล่าทหารที่บาดเจ็บ ที่เลมมี่เองมักจะมาส่งคนของเธอให้อาเมเลียรักษาอยู่เสมอในระหว่างที่กุระไม่อยู่

 

ความสงสัยเริ่มพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองของเธอ ซึ่งตอนนี้เธอเองก็เริ่มสับสนกับเหตุการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะโฟกัสไปทางไหนดีกันแน่

 

มีทหารหลายคนถูกส่งมาหาเธอ ซึ่งพวกเขาติดเชื้อและอาเมเลียเองก็ไม่มีหนทางที่จะรักษาพวกเขา พวกทหารนั่นกลายร่างในบ้านของเธอหลายต่อหลายครั้ง จนสุดท้ายก็ถูกยิงโดนกลุ่มทหารที่มาส่งตัวทหารผู้ติดเชื้อเหล่านั้น

 

แม้ว่าเธอจะพยายามอย่างหนัก และกองทัพเองก็พยายามบอกเธออยู่เสมอว่ากำลังหาหนทางและวิธีรักษา ซึ่งเธอเองก็ค้นคว้าหาวิธีมาตลอด แต่จู่ๆ แฟนสาวของเธอที่ติดเชื้อกลับมาเดินอยู่ในบ้านของเธอโดยที่ไม่ได้อาละวาดอะไรแม้แต่น้อย

 

กลับกันเธอยังบอกอีกว่ากองทัพเป็นตัวการทั้งหมด ซึ่งมันขัดกับสิ่งที่เธอถูกบอกกล่าวและปฏิบัติมาตลอด กองทัพนั้นดีกับเธอมาก ทั้งส่งอาหารและอุปกรณ์ต่างๆมาให้เธอเป็นประจำในระหว่างที่เธออยู่ที่นี่ 

 

อาเมเลียเองปฏิเสธที่จะไปร่วมกับพวกเขา เพราะเธอเองนั้นยังคงรอกุระอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการรอคอยที่ลมๆแล้งๆก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วแฟนสาวเธอก็กลับมา

 

“ … ”

“กุระ ..”

 

เธอรีบเก็บอุปกรณ์สื่อสารนั่นและเดินลงไปด้านล่าง ซึ่งเธอเองกำลังเห็นกุระที่นั่งอยู่ตรงหน้าเตาไฟที่อยู่กลางบ้านในขณะที่สองพี่น้องนั้นกำลังหลับอยู่

 

กุระเองที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของอาเมเลียก็เอียงคอกลับไปมองด้านหลัง

 

“เธออยู่คนเดียวมาตลอดเลยสินะ หลังจากฉันไม่อยู่”

“อ-อืม”

“ … ”

“ … ”

“ก-กุระ”

“เป็นอะไรอาเมะ?”

 

ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่ อาเมเลียเองก็เว้นระยะห่างจากกุระอย่างเห็นได้ชัด มันชัดเจนมากสำหรับคู่รักที่มักจะตัวติดกันตลอเวลา

 

“ธ-เธอไม่เป็นอะไรแน่นะ?”

“เธอไม่ไว้ใจฉันหรออาเมะ?”

“ป-เปล่า ค-คือว่า”

“นี่อะไรอาเมะ?”

 

กุระหยิบเศษเสื้อผ้าและอุปกรณ์ทหารมากมายที่กระจัดกระจายอยู่ในบ้านของเธอขึ้นมา ยื่นให้อาเมเลียดู ซึ่งนั่นมันเป็นของเหล่าทหารที่ไม่รอดจากการติดเชื้อที่ถูกส่งตัวมารักษา

 

“เมื่อไหร่เธอจะเลิกทำตัวเป็นแม่พระสักที?”

“กุระ แต่-”

“ฉันติดเชื้อเพราะพวกมันนะอาเมะ!!!”

“พวกเขากำลังจะช่วยเรา ช่วยทุกคน พวกเขาช่วยฉันไว้ตอนที่เธอหายไปนะกุระ!”

“นี่เธอเชื่อพวกมันมากกว่าฉันงั้นหรออาเมะ? ฉันคนนี้เนี่ยนะอาเมะ?”

 

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังทะเลาะกัน อาเน่มาจิก็ตื่นขึ้นมาพอดี เธอได้ยินทั้งสองคนคุยกันอย่างชัดเจนดี กุระเองที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปหาอาเน่มาจิแทบจะในทันที

 

ด้วยความรู้สึกผูกพันอย่างแปลกประหลาดที่กุระรู้สึกกับอาเน่มาจิ มันเป็นความผูกพันธ์ที่บอกไม่ถูกนักว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับร่างกายเธอ

 

ซึ่งระหว่างนั้นเองอาเมเลียเองก็ยืนมองอยู่ด้วยท่าทีที่ไม่พอใจเท่าไหร่นัก

 

“พวกเขาเป็นใครกันแน่กุระ?”

“ฉันก็ไม่รู้ ..”

“หมายความว่ายังไง!?”

“อาเมะ เธอขึ้นเสียงกับฉันหรอ?”

“ก็ตอบคำถามฉันมาสิ!”

 

ระหว่างนั้นอาเมเลียก็เดินเข้าไปอาเน่มาจิพยายามจะดึงเสื้อเธอขึ้นมา แต่ระหว่างนั้นเธอก็สังเกตเห็นแผลที่คอของอาเน่มาจิเข้า

 

“เอ๊ะ? .. อย่าบอกนะ”

“อาเมะ .. เธอเป็นใบ้”

“ง-งั้นหรอ?”

 

อาเน่มาจิเองพยายามส่งสัญญาณมือให้อาเมเลียใจเย็นลงก่อน และเริ่มใช้ปากกาขีดเขียนลงไปในกระดาษนั่น

 

“อาเน่มาจิ .. ชื่อเธอสินะ”

“ส่วนนั่นน้องสาวเธอ ซุยเซย์?”

“เอ๊ะ!? พวกเธอเองก็ติดเชื้องั้นหรอ!!?”

 

อาเมเลียเองตกใจหลังจากที่ได้อ่านกระดาษของอาเน่มาจิ ซึ่งไม่ต่างจากกุระเท่าไหร่นัก แต่ด้วยความสงสัยและคาใจมานาน กุระเองก็รีบยิงคำถามใส่อาเน่มาจิ

 

“อาเน่มาจิ ..”

“เกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นกันแน่?”

“ฉันติดเชื้อแน่นอน ไม่ผิดแน่ .. และสติของฉันก็หายไป”

“รอบๆตัววันนั้นมันมีแต่ศพ มีแต่เลือดกระจัดกระจายเต็มไปหมด แม้กระทั่งในปากของฉัน”

“เธอเป็นคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น .. ตรงที่ฉันได้สติกลับมาอีกครั้ง”

“เธอช่วยฉันไว้ใช่ไหม? ได้ยังไง?”

 

“เอ๊ะ? …”

 

ระหว่างที่กุระถาม อาเมเลียเองก็ยิ่งตกใจหนักเข้าไปใหญ่เมื่อเธอได้รับรู้ความจริงว่าอาเน่มาจินั้นเป็นคนช่วยแฟนสาวเธอให้กลับมาได้สติอีกครั้ง

 

อาเน่มาจิเองก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปจับที่ตัวซุยเซย์ลูบหัวเธอเบาๆในขณะที่เธอยังคงนอนไม่ได้สติอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนเธอจะเขียนลงไปในกระดาษนั่น

 

เมื่ออาเมเลียและกุระได้อ่านมัน ก็ทำให้ทั้งคู่อ้าปากค้าง เมื่อกระดาษแผ่นนั้นอธิบายเกี่ยวกับตัวเธอและน้องสาวของเธออย่างหมดจดเกี่ยวกับการติดเชื้อที่แปลกประหลาด และเลือดอันเป็นสิ่งที่น่าพิศวงของพวกเธอ

 

มันสามารถดึงสติผู้ติดเชื้อกลับมาได้ แถมยังปรับเปลี่ยนโครงสร้างและยีนส์ของร่างกายให้เกิดพลังพิเศษขึ้นกับตัวผู้ติดเชื้อนั่นด้วย และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้กุระเองได้สติ

 

และเธอยังเขียนอีกด้วยว่าเธอและน้องสาวกำลังถูกตามล่าตัวอย่างหนักจากทางกองทัพ พวกเขาต้องการตัวพวกเธอเพื่อนำไปใช้เป็นอาวุธต่อไป

 

อาเมเลียที่ได้อ่านนั่นก็ยิ่งช็อคหนักเข้าไปใหญ่ เพราะสิ่งที่เธอตามหามานานแสนนานเกี่ยวกับวิธีการรักษานั้นอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว และอีกนัยนึงเธอเองก็ช็อคกับสุดประสงค์ของพวกกองทัพที่คิดจะทำอะไรแบบนั้นแม้ว่าเธอจะไม่อยากเชื่อก็ตาม

 

“ไม่อยากจะเชื่อเลย ..”

“แล้วทำไม เกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอ?”

 

กุระเองพยายามจะสอบถาม ซึ่งอาเน่มาจิก็อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเลมมี่เป็นคนทรยศพวกเธอและถูกกลุ่มผู้ติดเชื้อโจมตี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกุระที่ไล่ล่าพวกเธอมาตลอด

 

“อ-อ .. เอ๊ะ?”

“ฉันหรอ? .. ฉันทำหรอ? ..”

“งั้นก็แสดงว่า พวกมันเอาผู้ติดเชื้อที่ทดลองแล้วมาทิ้งไว้ที่หน้าเมืองงั้นหรอ? ..”

 

ตอนนี้อาเมเลียนิ่งเงียบไปแล้ว เพราะเธอเองเพิ่งจะติดต่อกับเลมมี่ไม่นานมานี้เอง ถึงแม้ว่าใจเธอนั้นไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอ แต่มันก็ยากที่จะปฏิเสธ

 

พลังของกุระหลังจากที่เธอติดเชื้อนั้นมันของจริง อีกทั้งกุระเองก็ยังยืนยันด้วยตัวเองอีกด้วย

 

“ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ดีแน่ .. พวกมันจะต้องเจอตัวพวกเธอแน่ๆ ..”

“ที่นี่ไม่ปลอดภัย เราจะต้อง-”

 

“เธอจะทำอะไรน่ะกุระ!”

 

อาเมเลียเองพยายามห้ามกุระที่จะพาทั้งคู่หนีไปจากที่นี่

 

“เธอไม่เห็นสิ่งที่พวกมันทำกับฉันหรออาเมะ? .. ทำกับทุกคน .. ทำกับสองคนนี้”

“เธอเชื่อเขางั้นหรอกุระ? ทั้งๆที่เธอก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำไปนะ!”

“ฉันเชื่อ !!!”

“!!!?”

 

กุระค่อยๆเดินเข้าไปหาอาเมเลียและกอดเธอไว้

 

“ฉันรู้อาเมะ .. ฉันรู้มาตลอดว่าเธอเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและมองโลกในแง่ดีขนาดไหน”

“แล้วฉันก็รักเธอ รักเธอมาก รักเธอที่เธอเป็นแบบนี้”

 

“ก-กุระ ..”

 

“แต่เธอก็เห็นว่ามันต้องมีผู้คนมากมายที่ล้มตายจากการกระทำของพวกมันมากน้อยแค่ไหน”

“หรือแม้กระทั่งฉันที่ต้องกลายมาเป็นผู้ติดเชื้อแบบนี้ ..”

“พวกมันทำลายชีวิตของเราอาเมะ ชีวิตของเราสองคน ..”

“ฉันจะไปหยุดพวกมัน”

 

“ไม่นะกุระ! มันอันตรายนะ!”

 

อาเมเลียพยายามกอดรั้งกุระเอาไว้ แต่กุระเองก็ยิ้มให้เธอและลูบหัวเธอเบาๆ

 

“ฉันเป็นอดีตหน่วย SEAL เชียวนะ .. ลืมไปแล้วหรอ?”

 

เธอกัดฟันแน่นก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย อาเมเลียเริ่มมีอาการเจ็บใจลึกๆหลังจากเห็นท่าทีของกุระและเจ็บใจกับสิ่งที่เธอทำลงไปโดยไม่ทันคิด ก่อนเธอจะสารภาพสิ่งที่เธอทำลงไปกับกุระ

 

“พ-พวกเขากำลังมา”

“อะไรนะ!!?”

 

“ฉ-ฉันติดต่อหาพวกเขา ให้มาช่วย .. ช่วยเธอ”

“ฉ-ฉันขอโทษ …”

“เลมมี่ .. เลมมี่กำลังมา ..”

 

“แย่ละสิ !!!”

 

กุระและอาเน่มาจิที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจอย่างหนัก ทั้งคู่รีบมองหน้ากัน แทบจะในทันทีอาเน่มาจิเองรีบวิ่งเข้ามาหาอาเมเลียที่กำลังยืนคอตกอยู่

 

เธอจับมืออาเมเลียขึ้นมาและพยายามอ้อนวอนขอร้องอะไรบางอย่างพร้อมกับกระดาษในมือของเธอ ซึ่งอาเมเลียก็หยิบมันขึ้นมาอ่าน

 

“เอ๊ะ? … ทำไมล่ะ?”

“เพราะว่านั่นคือน้องสาวเธองั้นหรอ?”

“แต่ว่า .. เธอจะมองไม่เห็นอะไรอีกเลยนะ เธอแน่ใจแล้วหรอ? ..”

 

อาเน่มาจิเองก้มหน้าเล็กน้อย สายตาและแววตาเธอดูเศร้าสร้อยอย่างมากแม้ว่าอาเมเลียจะพยายามห้ามเธอ แต่เธอเองก็ยังยืนยันคำเดิม

 

“ฉันอาจจะผ่าตัดให้เธอได้ แต่ฉันไม่รับรองว่าเธอจะรอดหรอกนะ ..”

“ไฟฟ้าที่มีอยู่ตอนนี้เหลือน้อยเต็มที แล้วฉันเองก็ไม่มีเลือดสำรองหากเธอเสียเลือดมากเกินไปด้วย”

“นี่จะเป็นตั๋วเที่ยวเดียวนะ อาเน่มาจิ ..”

 

ซึ่งกุระและอาเมเลียเองก็มองหน้ากันอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนกุระจะเดินเข้ามาจับไหล่ของอาเน่มาจิ

 

“ฉันหวังว่าเธอจะรู้นะว่าเธอทำกำลังทำอะไรอยู่”

“ตอนนี้ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเช้า ฉันว่าพวกนั้นคงไม่เสี่ยงเข้ามาในเมืองตอนกลางคืนแบบนี้แน่ๆ”

“ถ้าเธอตัดสินใจไปแล้ว เธอจะย้อนกลับไม่ได้อีกแล้วนะ ..”

“เธอมีโอกาสตายได้นะ อาเน่มาจิ ..”

 

ด้วยเหตุผลมากมายที่เธอนั้นใช้ตัดสินใจ มันก็ทำให้เธอก้มหัวลงตรงหน้าของอาเมเลียและอ้อนวอนหมอสาวเป็นครั้งสุดท้าย

 

อาเมเลียที่เห็นเช่นนั้นก็รีบพยุงตัวอาเน่มาจิขึ้น

 

“อืม … ”

“ฉันขอไถ่โทษกับสิ่งที่ฉันทำลงไป หลังจากนี้ก็แล้วกัน ..”

“พยุงตัวน้องสาวเธอแล้วตามฉันมา”

“กุระ .. ฉันขอแรงหน่อย”

 

“อืม ..”

 

ระหว่างที่อาเน่มาจิพยุงตัวซุยเซย์เดินตามอาเมเลียไปนั้น เธอก็ไปหยุดที่หน้าตู้หนังสือ ตู้หนึ่งก่อนเธอจะค่อยๆใช้มือกดไปที่หนังสือเล่มหนึ่ง

 

หลังจากนั้นตู้นั้นก็ค่อยๆเปิดออกซึ่งมันมีห้องลับอยู่ในนั้น อาเน่มาจิที่เห็นเช่นนั้นก็ตกตะลึงอย่างมาก เธอรีบพยุงตัวซุยเซย์เดินตามอาเมเลียเข้าไป

 

ด้านในนั้นมันเหมือนห้องผ่าตัดเล็กๆที่มืดมิด ก่อนไฟจะถูกเปิดขึ้นแต่มันไม่ได้สว่างมากนักเพราะมันมาจากเครื่องปั่นไฟเล็กๆที่อยู่ในห้อง

 

แม้ว่ามันจะเล็กแต่ในห้องนั้นเต็มไปด้วยเครื่องมือมากมายและเตียงคนไข้ทั้งสองเตียงวางเรียงอยู่ที่กลางห้อง อาเมเลียเองก็รีบเตรียมเครื่องมือของเธอ สวมใส่ชุดสีขาวที่เธอมักจะใช้ประจำเวลาจะต้องผ่าตัด

 

อาเน่มาจิวางตัวซุยเซย์ลงบนเตียง ก่อนเธอจะนอนลงบนเตียงที่อยู่ใกล้ๆ แสงไฟที่ไม่ได้สว่างมากนักก็แยงเข้ามาในดวงตาของเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสได้พบเจอมันอีกแล้ว

 

น้ำตาของเธอเริ่มไหลพรากออกมาหลังจากที่เธอมองไปที่น้องสาวที่เปรียบเสมือนดวงใจของเธอเป็นครั้งสุดท้าย เธอใช้มือของเธอลูบใบหน้าของน้องสาวของเธอด้วยความรักและอ่อนโยน

 

เธอเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างหนัก หลังจากที่เธอพยายามจะทำใจและจดจำใบหน้าของน้องสาวเธอเอาไว้ในทุกโสดประสาทเพราะหลังจากนี้เธอจะไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว

 

อาเมเลียที่ยืนมองอยู่ก็รีบเข้าไปกอดกุระ เธอเองถึงกับทำใจไม่ได้ที่เห็นความรักอันสุดแสนจะบรรยายของพี่สาวที่มีต่อน้องสาวของตัวเอง มันมากเกินกว่าสิ่งใดๆในโลกนี้จะอธิบายได้อีกแล้ว

 

อาเน่มาจิมองมาที่กุระ และขอกระดาษกับปากกาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเธอจะลงมือเขียนจดหมายเล็กๆและฝากไว้ให้กุระ เพื่อให้ซุยเซย์เมื่อเธอตื่นขึ้นมา

 

กุระรับกระดาษนั่นมาก่อนจะถือมันไว้

 

“ฉันจะเก็บมันไว้อย่างดี .. ฉันสัญญา”

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะอาเน่มาจิ .. ขอบคุณที่ทำให้ฉันกลับมาเจออาเมเลียอีกครั้ง”

 

ทั้งสองคนก้มหัวให้อาเน่มาจิ ซึ่งเธอเองก็ยิ้มพลางกับน้ำตาที่ไหลรินให้ทั้งสองคน ก่อนจะค่อยๆเอนตัวลงนอนและหลับตา มือของเธอยังคงจับมือของน้องสาวเธอเอาไว้ตลอดเวลา

 

อาเมเลียที่เห็นเช่นนั้นเธอก็เริ่มฉีดยาสลบเข้าไปในตัวของอาเน่มาจิเพื่อเริ่มการผ่าตัด

 

“การเสียสละครั้งนี้ของเธอ มันจะไม่สูญเปล่า”

“เธอทำหน้าที่พี่สาวที่ดีที่สุดแล้ว อาเน่มาจิ ..”

 

________________________________________________

 

“ซุยจัง .. ถ้าเธอตื่นแล้ว”

“ยังไงดีล่ะ .. พี่มีอะไรมากมายอยากจะบอกเธอ อย่างแรกก็คงจะต้องขอโทษก่อนล่ะมั้ง?”

“แต่ถึงแม้พี่จะพูดไปมากมาย เธอก็มักจะตอบกลับมาว่า น่ารำคาญ น่ารำคาญ แบบนี้อยู่ตลอด”

“แต่ครั้งนี้ เธอเองไม่มีโอกาสที่จะทำแบบนั้น เพราะฉะนั้นเสียใจด้วยและตั้งใจฟังซะนะ!”

“พี่ขอโทษ ที่ทั้งๆที่เป็นพี่ของเธอแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้เรื่องราวแบบนี้มันเกิดขึ้น”

“ทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่มันเป็นของพี่ ของพี่คนเดียว เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ถ้าพี่ไม่ตื่นกลับมาหาเธอแล้ว”

“พี่หวังว่าเธอจะให้อภัยพี่ และเดินหน้าต่อไป ใช้ประสบการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน อย่ายอมแพ้เด็ดขาดนะ”

“ถึงตัวอักษรมันจะดูอ่านยากไปหน่อย แถมยังมี- ยังมี มีคราบน้ำตาอยู่เต็มไปหมดแบบนี้น่ะ แต่ก็ทนเอาหน่อยนะ”

“จริงๆแล้วอยากจะบอกลาด้วยเสียงมากกว่าแต่ก็ทำไม่ได้ น่าเสียดายจริงๆนะ ..”

“หลังจากนี้ เธอต้องดูแลตัวเองนะซุยจัง .. ด-ดูแลตัวเองดีๆนะ”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่มีความสุขที่สุด พี่มีน้องสาวที่น่ารักที่สุดเก่งที่สุด ทั้งสองคน ชีวิตนี้ของพี่มันคุ้มค่ามากแล้ว”

“หลังจากนี้ .. หลังจากที่ ..”

“เธออาจจะต้องอยู่ตัวคนเดียว แต่ได้โปรด ซุยจัง .. อย่ายอมแพ้กับโชคชะตาที่มักจะเล่นตลกกับเธออยู่เสมอๆ”

“ไม่ว่าเมื่อไหร่ ตอนไหน พี่จะอยู่กับเธอเสมอ .. เราจะอยู่ด้วยกันเสมอ และตลอดไป”

“ซุยเซย์ ..”

“น้องสาวของพี่”

 

“พี่รักเธอนะ ..”

 

To be continued …

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

158 ความคิดเห็น

  1. #128 Kuaina (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 13:40

    หลับให้สบายนะอาเน่... //แงงงงงง

    #128
    0
  2. #119 I am good reader (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 15:20
    อาเนมาจิ~~~ เราจะจำเธอ 😭
    #119
    1
    • #119-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:45
      สาวที่เก่งที่สุดในโลกกก
      #119-1
  3. #118 Kham A.Q. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 12:20
    ลาก่อนนะอาเน่
    #118
    4
    • #118-3 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:49
      มันหลอนไปนะ
      #118-3
    • #118-4 Kham A.Q.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:51
      555555ก็จริงแต่ว่ามันก็ทำให้ไม่ใช้การจากลา
      #118-4
  4. #117 Vethaka GV (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 08:53

    ไม่นะ แง่... พี่ต้องตายจริงๆหรอ
    #117
    3
    • #117-2 Vethaka GV(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 16:53
      มาได้ไง เป็นไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง
      #117-2
    • #117-3 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 16:55
      แอบเล่น 555 ดีขึ้นแล้วๆ
      #117-3
  5. #116 Yosuke258 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 07:56

    เธอทำดีที่สุดแล้วอาเน่มาจิ คอยมองโชคชะตาของน้องสาวเธอผ่านดวงตานั้นก็แล้วกันนะ


    R.I.P

    #116
    1
    • #116-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:44
      นั่นสินะ ซุยอาจจะได้พลังใหม่ก็ได้
      #116-1
  6. #114 KIAR 2309 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 07:27
    อย่าพึ่งตายนะอาเน่จิ😭
    #114
    1
    • #114-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:44
      เน่ไปแล้วซุยจะอยู่ยังไงงงงง
      #114-1
  7. #113 nagajiza naoru (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 06:47
    ้เราตอนนี้คือ TAT น้ำตาไม่ยอมหยุดไหลอ่าาา อาเน่อย่าจากเราไปน้าาาอยู่กับน้องสาวก่อนนน
    #113
    1
    • #113-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:44
      รอดูความสามารถของหมอวัตสันละกัน
      #113-1
  8. #112 0621198225 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 06:04
    อาเน่มาจิขอละห้าตายนะได้โปรด😢
    #112
    1
    • #112-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:44
      เน่ยอมตายเพื่อน้องง
      #112-1
  9. #111 โลลิน้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 05:47
    อ่านแล้วน้ำตาไหล อาเน่มาจิได้โปรดอย่าตายนะเธอเก่งอยู่แล้วเพราะงั้นได้โปรด
    #111
    1
    • #111-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:43
      เน่รักซุยมากกก
      #111-1
  10. #110 EarthDodo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 02:38
    เธอทำดีแล้วนะ อาเน่มาจิ......//หน่วยSEALรับคนสูง141ด้วยเรอะ?
    #110
    1
    • #110-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:43
      สมองน้องเบลออยู่ อย่าว่าน้อง
      #110-1
  11. #109 black_boy2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 02:29

    เธอทำสุดความสามารถแล้ว อาเน่มาจิ 😭
    #109
    1
    • #109-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 มีนาคม 2564 / 15:43
      แง yameroo
      #109-1