Hololive Exotic : Doppelgänger III

ตอนที่ 11 : Labyrinth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    21 พ.ย. 63

 

 

“เอายังไงดีคะรุ่นพี่?”

 

เคียร่าหันไปถามรูเชียข้างๆ ในขณะที่พวกเธอกำลังยืนมองร่างกายอันบอบช้ำของซุยเซย์ที่กำลังนอนหายใจโรยราอยู่ที่พื้นตรงหน้า

 

“คุณหนูบอกให้พาตัวเธอกลับไป”

“ห้ามฆ่าเด็ดขาดเคียร่า”

 

“รับทราบค่ะรุ่นพี่”

 

เคียร่าเดินเข้าไปใกล้ๆร่างของซุยเซย์ แต่เธอก็ต้องถอยออกมาเพราะซุยเซย์เองพยายามจะลุกขึ้น พื้นดินรอบๆตัวเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง ถึงเธอเองจะบาดเจ็บอยู่ แต่ความอันตรายของตัวเธอยังอยู่ในระดับหายนะอยู่ดี

 

“ฮ-แฮ่ก .. ย-ยังหรอกน่า !!”

 

ซุยเซย์ค่อยๆพยุงตัวยืนขึ้นในขณะที่ร่างกายเธอนั้นใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว

 

“พอสักทีซุยเซย์ เธออยากตายนักรึไง?”

รูเชียพูด

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ !!”

 

รูเชียหันไปหาเคียร่า

 

“เคียร่า ..”

“ค่ะรุ่นพี่”

 

เคียร่าเดินเข้าหาซุยเซย์พร้อมดาบที่กำลังติดไฟของเธอ ก่อนเธอจะฟาดมันลงไปบนพื้นใกล้ๆกับซุยเซย์จนเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ขึ้น ซุยเซย์กระเด็นไปไกลอีกครั้ง และก็เป็นอีกครั้งที่ คาลิโผล่มาจับตัวซุยเซย์ไว้และโยนเธอกลับมาที่เดิม

 

ซุยเซย์พยายามตะเกียดตะกายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไร้ประโยชน์ ความสิ้นหวังเริ่มกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย เธอได้แต่นอนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยสีดำและแดงส้มของระเบิดและควันไฟ ยังคงมีการปะทะกันของทหารและฝั่ง Reunion อยู่ในป่า

 

“พอได้แล้วเคียร่า เดี๋ยวเธอก็ตายพอดีหรอก”

 

ช่วงวินาทีที่ซุยเซย์ใกล้จะหมดสติ เสียงเรียกของฟุบุกิก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงที่เธออยากได้ยินมาตลอดหลายวัน

 

“ซุยเซย์ เธออยู่ไหน !?”

“ซุยเซย์ตอบฉันสิ !!”

 

เธอได้แต่ยิ้มออกมาแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะตอบกลับ เธอไม่มีแรงแม้แต่จะคงเปลือกตาของเธอให้มันเปิดอยู่ด้วยซ้ำไป มันกำลังจะปิดลงอย่างช้าๆ

 

และในที่สุดมันก็ปิดลง ..

 

.

 

..

 

 

….

 

เสียงที่ไม่คุ้ยเคยดังขึ้นขณะที่เธอกำลังไร้สติอยู่

 

 

“รักษาเธอซะชิออน”

“เอ๊ะ? ท-ทำไมล่ะคะคุณหนู?”

“เราต้องให้เธอช่วย พลังของเธอจำเป็นกับพวกเรา”

“รับทราบค่ะ .. คุณหนู”

 

________________________________________________________

 

 

“อามิยะ .. ซุยเซย์ไปไหน?”

“อ-เอ๊ะ?”

 

ด๊อกเตอร์เรียกอามิยะเข้ามาในห้องทำงาน พยายามจะถามหาซุยเซย์

 

“ม-ไม่รู้สิคะ เธอไม่ได้บอกด๊อกเตอร์หรอคะ?”

“งั้นหรอ? เธอไปไหนนะ”

“อ-เอ่อ เธออาจจะไปทำอะไรตามประสาของเธอรึเปล่าคะ? เธอเองก็เป็นคนหัวดื้ออยู่แล้ว”

“งั้นหรอ?”

“เอ่อ .. นี่ค่ะ ..”

 

อามิยะเดินมาส่งแฟ้นข้อมูลให้ด๊อกเตอร์เหมือนเคยๆ ด๊อกเตอร์เปิดดูแฟ้มรายงานที่เป็นการรายงานภารกิจต่างๆ และเขาก็พบว่ามันครบถ้วน ไม่มีภารกิจใดๆที่ยังคงหลงเหลืออยู่เลย

 

“เหนื่อยหน่อยนะ อามิยะ”

“ขอบคุณค่ะ ด๊อกเตอร์”

 

หลังจากนั้นอามิยะก็เดินออกจากห้องด๊อกเตอร์ไป เธอหยิบโทรศัพท์ของเธอขึ้นมาและพยายามโทรหาใครสักคน

 

“ค่ะ มาดาม Ch'en”

“ฉันกำลังจะไปรับแขกค่ะ ..”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ”

“ค่ะ .. ”

 

อามิยะรีบขึ้นเครื่องบินพร้อมกับทีมของเธอ ตรงไปยังจุดล่าสุดของมิโอะทันที ไม่นานนักเธอก็ได้รับสัญญาณการติดต่อจากมิโอะ เพราะการหายไปของเซเล ทำให้พวกเธอสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้อีกครั้ง

 

ไม่นานเครื่องก็ถึงจุดหมาย เธอพบกับฟุบุกิ มิโอะ และโบตัน

 

“ทุกคนปลอดภัยนะคะ!”

“อามิยะ ซุยเซย์อยู่ไหน!?”

ฟุบุกิรีบวิ่งเข้ามาหาอามิยะทันที

“เอ๊ะ? เธอยังไม่มาเจอพวกคุณอีกหรอคะ?”

“หมายความว่ายังไง?”

“ฉันส่งซุยเซย์ซังมาช่วย หลายวันแล้วนะคะ ..”

“ม-ไม่นะ ..”

 

ฟุบุกิพยายามเรียกซุยเซย์อยู่อีกหลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา เธอจึงลองพยายามทำอะไรสักอย่าง

 

“อาเน่มาจิซัง ..”

 

เธอเรียกหาพี่สาวของซุยเซย์แทน

 

“หืม? ฟุบุกิจังหรอ?”

“ติดต่อซุยเซย์ได้รึเปล่าคะ?”

“ไม่ได้เลย .. เกิดอะไรขึ้นกันแน่ฟุบุกิจัง? ซุยเซย์บอกฉันว่าไปตามหาเธอนะ”

“เอ๊ะ? .. อย่าบอกนะ ..”

 

อามิยะเห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามา พยายามจะให้ฟุบุกิสงบสติอารมณ์ลง

 

“ซุยเซย์ซังเป็นคนเก่งนะคะ เธอไม่น่าจะเป็นอะไร”

“พวกเรากลับฐานกันก่อนเถอะค่ะ”

 

ทั้งหมดขึ้นเครื่องชนิดพิเศษของอามิยะ ที่มีลักษณะเป็นเฮลิคอปเตอร์ชินุก หรือเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงกำลังพลที่ใช้ในการทหาร และรีบมุ่งตรงกลับฐานทันที

 

เมื่อถึงฐานอามิยะก็รีบนำประชาชนส่วนหนึ่งแยกตัวออกไป โดยบอกว่าจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง และให้มิโอะ ฟุบุกิ โบตัน นั้นไปพัก

 

ระหว่างที่ฟุบุกิเดินอยู่ในฐานด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างสับสน โดยมีมิโอะและโบตันเดินตามมาด้านหลังนั้น อาเน่มาจิและเลมมี่ก็รีบวิ่งมาหาพวกเธอ

 

เพี้ย !!

 

เลมมี่ตบเข้าที่ใบหน้าของฟุบุกิอย่างแรง จนหน้าเธอสะบัดไปด้านข้าง ฟุบุกิตกใจอย่างมาก เธอได้แต่เอามือจับที่ใบหน้าของเธอ ในขณะที่อาเน่มาจิก็รีบวิ่งเข้ามาห้ามเลมมี่ไว้

 

“เพราะเธอคนเดียว !!!”

“ซุยจังถึงได้หายไปแบบนี้ !!!”

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับซุยจัง .. ฉันจะฆ่าเธอซะฟุบุกิ !!”

 

“เลมมี่ !! ใจเย็นก่อนสิ เลมมี่จัง !!”

“ป-ปล่อยนะคะอาเน่มาจิซัง !!”

 

ด้วยอารมณ์ที่กำลังสับสนบวกกับบรรยากาศที่แย่ลงทุกที น้ำตาฟุบุกิเริ่มไหลออกมาอย่างช้าๆ จนสุดท้ายเธอก็ทรุดตัวลงกับพื้นร้องไห้อย่างกับคนบ้าที่กำลังเสียสติ

 

“ฟุบุกิ ฟุบุกิ ทำใจดีๆไว้ก่อนสิ ฟุบุกิ !!”

“มิโอะซัง เราพาหัวหน้าไปพักก่อนเถอะค่ะ”

 

มิโอะและโบตันพยายามหิ้วปีกฟุบุกิไปพักยังห้องพักของเธอ โดยที่ทั้งสองคนจะยังคงคอยดูแลอยู่ไม่ห่างเพราะกลัวว่าฟุบุกิเองจะทำอะไรโดยที่ไม่ทันคิด

 

_________________________________________________________________

 

หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องทำงานของอามิยะ โดยที่อามิยะกำลังชงชามาให้เธอ วางลงบนโต๊ะ และเดินไปนั่งตรงข้าม

 

“โมโม่ซูซุ เนเน่ สินะคะ?”

“ค-ค่ะ ..”

“เราได้รับคำสั่งจาก มาดาม Ch'en ให้มาช่วยคุณค่ะ”

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ตอนนี้ใน Lungmen กำลังวุ่นวายค่ะ เริ่มมีการประท้วงเกิดขึ้น ฉันเดามาว่าน่าจะมีการก่อกบฏขึ้นในไม่ช้านี่ค่ะ”

“แล้วฉันกลับไป จะช่วยอะไรได้?”

“ตำแหน่งของคุณตอนนี้คือผู้นำเมือง Lungmen นะคะ อย่าลืมสิคะ”

“อ-อืม ..”

 

อามิยะขยับเข้ามาใกล้เนเน่

 

“เนเน่ซังไปทำอะไรในเมืองนั้นหรอคะ? เมืองที่คุณถูกพวก Reunion ล้อมไว้”

“ฉ-ฉันก็แค่จะไปเจรจากับพวกทหาร .. ฉันไม่อยากจะส่งอาวุธให้พวกเขาอีกแล้ว”

“ทำไมหรอคะ?”

“ฉันอยากจะหยุดเรื่องนองเลือดนี่สักที พวก Reunion แค่ต้องการจะปกป้องคนของพวกเขา ..”

“ทำไมถึงคิดแบบนั้น?”

“พวกเขาเคยบุกเข้ามา และช่วยคนของพวกเขาออกไปโดยไม่ได้มีการตอบโต้อะไร เจตนาของพวกเขาชัดเจนมากนะ”

“ … ”

“มีครั้งไหนบ้างที่พวกเขาตั้งใจจะรุกรานเราจริงๆหรอคะ? คุณเองก็น่าจะรู้ดีนะคะ อามิยะ ..”

“คุณเข้าข้างพวกเขาหรอคะ?”

“ทำไมคุณถึงเกลียดพวกเขานักหรอคะ? ทั้งๆที่คุณเองก็ไม่ได้มีเรื่องขัดแย้งกับพวกเขาโดยตรงแท้ๆ”

“พวกเราเป็นทหารรับจ้างค่ะ เนเน่ซัง ศัตรูของผู้ว่าจ้างคือศัตรูของเรา”

“โดยที่คุณจะไม่สนใจว่าอะไรเป็นอะไรเลยน่ะหรอคะ?”

“สิ่งที่สำคัญที่สุดของฉันคือ Rhode Island แห่งนี้ค่ะ ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ที่นี่ยังคงเดินต่อไปได้”

 

อามิยะเงียบไม่พูดอะไรไปสักพักหนึ่ง และค่อยๆลุกจากเก้าอี้

 

“เราจะส่งตัวคุณกลับไปที่ Lungmen”

“เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะ ..”

 

และอามิยะก็เดินจากไป

เธอเดินไปตามทางที่ไม่มีผู้คนในฐานก่อนจะยกโทรศัพท์ของเธอขึ้นมา

 

“ฉันจะส่งตัวเนเน่ซังให้คุณค่ะ”

“ยาหรอคะ? จะว่ามีมันก็มีอยู่หรอกค่ะ แต่การสร้างกองทัพผู้ติดเชื้อแบบนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่เราตกลงกันไว้นะคะ”

“จะให้เนเน่ซัง เซ็นยินยอมทิ้งอำนาจให้คุณสินะคะ .. ”

“ยังไงพวก Reunion จะต้องเข้ามาขัดขวางแน่ๆค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันจัดการไว้หมดแล้ว ..”

“รับทราบค่ะ มาดาม Ch'en แต่จบเรื่องนี้ ค่าเสียหายที่คุณต้องจ่ายพวกเรามันก็จะเยอะหน่อยนะคะ”

 

_________________________________________________________

 

ณ ห้องแลป Rhode Island

 

“เยี่ยมไปเลย !"

 

วอฟาริน Operator ทีมแพทย์ที่กำลังวิจัยยารักษาโรคของ Rhode Island เธอกำลังตั้งใจทำงานของเธออย่างขมักเขม้น โดยที่ อาเน่มาจิกำลังนั่งอยู่ข้างๆ

 

“นั่นอะไรน่ะวอฟาริน?”

“ตัวอย่างยาที่จะนำไปพัฒนาต่อน่ะ”

“หืม?”

 

“ตัวยานี้สามารถจะยืดระยะเวลาในการทนต่อเชื้อได้มากกว่ายาที่เราใช้กันถึง 10 เท่าเลยล่ะ และอีกไม่นาน”

“เจ้านี่แหละ จะกลายเป็นยารักษาล่ะ”

 

อาเน่มาจิได้แต่ยืนมองวอฟารินที่กำลังตื่นเต้นอยู่ ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกแปลก ในหัวของเธอตอนนี้แน่นอนว่ามีแต่เรื่องของซุยเซย์ น้องสาวที่รักของเธอหายไปทั้งคน เธอกำลังตายจากภายในอย่างช้าๆ

 

แต่ด้วยอะไรบางอย่างเธอเริ่มรู้สึกแปลกกับการหายตัวไปของน้องสาวเธอ และนั่นทำให้เธอเริ่มจะทำอะไรบางอย่าง ซึ่งเธอเองมั่นใจกับสัญชาตญาณของเธออย่างมาก

 

ระหว่างที่วอฟารินกำลังตื่นเต้นกับผลงานของเธออยู่ อาเน่มาจิที่มีความสามารถระดับหนึ่งในห้องแลปและเรื่องการแพทย์ เธอรู้ดีว่าอะไรอยู่ตรงไหนเพราะเธอเองเข้าออกห้องแลปนี้ประจำเพื่อใช้เลือดของเธอในการทดลองเพื่อวิจัยยารักษา

 

เธอเริ่มเดินไปเดินมา มองหา Blueprint หรือแผงเขียว ของตัวยาที่วอฟารินกำลังถืออยู่ ว่ามันผลิตจากอะไร ใช้สารเคมีใดบาง และเธอก็เจอ ซึ่ง Blueprint อันนี้นั่นเกิดจากความร่วมมือของทีมแพทย์หลายคนอย่างมาก และมันใช้เวลานานพอสมควรเนื่องจากมันซับซ้อนจนไม่สามารถมีใครคนใดคนหนึ่งจำมันได้

 

อาเน่มาจิใช้พลังของเธอในการขยายขีดจำกัดสมองของเธอ โดยสั่งให้มันทำงานเกินขีดจำกัดในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งมันไม่เป็นอันตรายใดๆกับตัวเธอ อาเน่มาจิเริ่มมองและจับแปลนเหล่านั้นไว้ในสมองของเธอ เพราะเธอเองคิดว่าตัวยานี้พวกเธอเองอาจจะได้ใช้เร็วๆนี้นั่นเอง

 

“อาเน่มาจิ?”

“หืม? มีอะไรหรอวอฟาริน”

“เดินหาอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้วน่ะ?”

“เปล่าหรอกฉันแค่เป็นห่วงซุยเซย์น่ะ”

“ง-งั้นหรอ?”

 

หลังจากนั้นอาเน่มาจิก็เดินออกไป เธอสวนทางกับอามิยะที่กำลังเดินเข้ามาพอดี

 

“ไปถึงไหนคะแล้ววอฟารินซัง?”

“ใกล้แล้วล่ะ อีกนิดเดียวเท่านั้น ยารักษาครั้งแรกของโลกจะถูกผลิดขึ้นที่นี่”

“งั้นหรอคะ? แล้วมีปัญหาอะไรอีกมั้ยคะ?”

“อืมมม …”

 

วอฟารินนั่งครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง

 

“เลือดของอาเน่มาจิก็ยังคงเป็นตัวประกอบสำคัญล่ะนะ”

“แล้วเราสำรองมันไว้พอรึเปล่าคะ?”

“อืม เหลือๆเลยล่ะในตู้นั่น”

 

เธอชี้นิ้วไปที่ตู้เก็บหลอดเลือดที่เหมือนกับตู้เย็นขนาดใหญ่ มีแท่งแก้วที่มีของเหลวสีแดงวางเรียงอยู่เต็มไปหมด

 

“งั้น เหนื่อยหน่อยนะคะ”

 

อามิยะเดินออกมาและมองไปทางที่อาเน่มาจิเดินจากไปด้วยสายตาที่แปลกประหลาด 

 

“หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดนะคะ …”

“อาเน่มาจิซัง ..”

 

 

________________________________________________________________

 

3 วันต่อมา

 

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ..”

 

ฟุบุกิรีบวิ่งอย่างสุดชีวิตไปยังห้องทำงานของอามิยะ

 

“อามิยะ ซุยเซย์หรอ!?”

“ตามที่เราได้รับรายงานมาใช่ค่ะ”

“เกิดอะไรขึ้นกับซุยเซย์!?”

 

อามิยะได้แต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา ฟุบุกิสังเกตเห็นจึงรับรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น

 

“อามิยะได้โปรด .. เกิดอะไรขึ้น?”

“ซุยเซย์ซังทำร้ายคนของเราค่ะ ..”

“เอ๊ะ!?”

 

“พวกเราได้รับภารกิจจากนคร Lungmen ว่ามีพวก Reuinon เข้ามาดักโจมตีขบวนรถเสบียง”

“ฉันเลยส่งทีมคุ้มกันเข้าไป และนี่คือภาพที่เราได้มาค่ะ ..”

 

อามิยะลุกขึ้นและฉายภาพบนจอมอนิเตอร์ให้ฟุบุกิดู มันเป็นภาพกล้อง Real-Time ของ Operator คนหนึ่ง เขากำลังจะเข้าปะทะกับฝั่ง Reunion บริเวณชานเมือง Lungmen แต่แล้วเขาก็ถูกยกตัวให้ลอยสูงขึ้นอย่างปริศนา

 

กล้องของเขาหันลงไปด้านล่างก็พบกับซุยเซย์ที่กำลังยืนจ้องมองเขาอยู่ด้วยสายตาอาฆาต ก่อนสัญญาณจะขาดหายไป

 

ฟุบุกิทรุดตัวลงบนเก้าอี้ทันทีที่ได้เห็น เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

 

“ซุยเซย์ .. ไม่นะ ..”

 

เธอพยายามเอามือแนบที่หู ใช้พลังของเธอเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา

 

“เธอทรยศพวกเร-”

“ไม่ !!! เป็นไปไม่ได้ !!”

“ … ”

“พวกมันจะต้องทำอะไรกับซุยเซย์แน่ๆ !!”

 

อามิยะถอนหายใจและทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ของเธอ

 

“พรุ่งนี้จะมีภารกิจส่งตัวผู้นำเมือง Lungmen กลับเมืองของเธอค่ะ”

“ฉันอยากให้คุณเป็นหัวหน้าทีมส่งมอบตัวเธอกลับไป”

“และหลังจากนั้นพวกเราจะไปตามหาซุยเซย์ซังกัน ตกลงมั้ยคะ?”

 

_________________________________________________________

 

เช้าวันรุ่งขึ้นอามิยะจัดทีมแบ่งออกเป็นสองทีม เพื่อป้องกันการถูกดักโจมตี โดยทีม A จะเป็นทีมที่มีการคุ้มการหนาแน่นที่สุด และมีเนเน่อยู่ในรถ และทีม B จะเป็นทีมเป้าลวงที่มีเพียงฟุบุกิ มิโอะและโบตันเท่านั้น

 

ซึ่งอามิยะวางแผนให้ทีม A นั้นเป็นทีมลวงที่จะล่วงหน้านำไปก่อน และจะมีทีม B ตามไปห่างๆ

 

“เธอโอเคนะฟุบุกิ?”

 

มิโอะถามขณะที่กำลังยืนอยู่ด้านหลังฟุบุกิ พวกเธอกำลังเตรีมขึ้นรถ โดยที่เป็นรถหุ้มเกราะขนาดเล็กมันสามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว จึงเหมาะมากกับงานนี้

 

“อืม .. ขอบใจนะมิโอะ ..”

 

“ฟุบุกิ !!”

 

เสียงเรียกจากเพื่อนสาวทั้งสองคนของเธอ ในตอนที่เธอยังเป็นทหารก็ดังขึ้น พวกเธอไม่ได้เจอกันนานเพราะทั้งสองถูกส่งไปทำภารกิจในเขตแดนที่ห่างไกลจากฐานมาก

 

“มัตสุริ วาตาเมะ !”

“เป็นยังไงบ้างฟุบุกิ?”

มัตสุริถาม

 

“อ-อืม ฉันโอเค ขอบใจนะ”

 

“อย่าหักโหมนะฟุบุกิ”

วาตาเมะเสริม

 

มัตสุริและวาตาเมะนั้นถูกจัดอยู่ในทีม A พร้อมกับ Operator คนอื่นๆ พวกเธอไม่ใช่ผู้ติดเชื้อแต่เป็นทหารที่มีความสามารถสูง จึงถูกเรียกตัวกลับมาทำภารกิจนี้

 

ระหว่างที่ทั้งสามกำลังยืนคุยกันอยู่ ฟุบุกิก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังมองมาที่เธออยู่ นั่นทำให้เธอรู้สึกไม่ดีอย่างมาก เธอจึงกวาดสายตาไปรอบๆก็พบว่ามันมีคนยืนมองเธออยู่จริงๆ

 

“พวกเธอจะยืนคุยกันอีกนานมั้ย?”

 

มิโกะเดินเข้ามาแทรกในวงสนทนา จนทำให้มัตสุริและวาตาเมะต้องรีบแยกย้ายกันออกไปเตรียมตัว มิโกะเป็นหัวหน้าทีม A นั่นเอง

 

เธอยืนมองฟุบุกิด้วยสายตาที่ไม่พอใจอย่างมาก ก่อนจะค่อยๆหันหลังกลับไป

 

“เธอมีปัญหาอะไรกับฉันหรอมิโกะ?”

“หึ .. ไม่หรอก”

 

มิโกะหันมามองฟุบุกิด้วยหางตาก่อนจะเดินจากไป ฟุบุกิสัมผัสได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือนที่เธอถูกเลมมี่ตบหน้าเข้าอย่างจัง และเธอก็ยังพบว่า คานาตะและโทวะที่ยืนพิงรถหุ้มเกราะอยู่ก็มองมาที่เธอด้วยเช่นกัน

 

เธอเข้าใจทันทีว่าซุยเซย์มีความสำคัญมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่กับเธอแต่เป็นทุกคน และตอนนี้เธอคือสาเหตุที่ทำให้ซุยเซย์ต้องหายไป ซึ่งทุกคนรู้ดี

 

“เราไปกันเถอะ ฟุบุกิซัง”

“หลังจากนี้เราจะไปตามหาซุยเซย์กันนะคะหัวหน้า”

 

มิโอะและโบตันได้แต่พยายามปลอบใจฟุบุกิที่กำลังจิตตกอย่างหนัก พวกเธอเธอทำได้แค่นั้น

 

สายตาของฟุบุกิยังคงเหม่อลอยขณะที่รถกำลังแล่นไปเรื่อยๆ ตามภารกิจ ตอนนี้ในหัวและในใจของเธอกำลังวุ่นวาย จิตใจเธอไม่ปกติอย่างมาก

 

แผนการของอามิยะดูเหมือนจะราบรื่นดี แต่แล้วปลาก็กินเบ็ด

 

.

 

..

 

 

 

ตู้ม !!!

 

รถของฟุบุกินั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เหมือนมันถูกเหวี่ยงไปมาจน คนขับรถถูกแรงกระแทกจนเสียชีวิตคาที่ ทั้งสามรีบคลานออกจากตัวรถที่มันใกล้จะระเบิดทุกที

 

แต่ก็ต้องพบว่ารอบๆตัวพวกเธอนั้นมีเปลวเพลิงสีแดงกำลังล้อมรอบตัวรถอยู่มีเงาของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากควันไฟที่กำลังโพยพุ่งอยู่รอบๆตัวพวกเธอ

 

“สวัสดี Rhode Island”

 

ทั้งสามกำลังมองเห็นเคียร่าที่อยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้ และดาบที่มีเปลวไฟลุกอยู่ในมือของเธอเดินออกมา

 

“หัวหน้าคะ !! พวก Reunion !”

“ฟุบุกิ เอายังไงดี!?”

 

มิโอะและโบตันรีบตั้งการ์ด ในขณะที่ฟุบุกิกำลังมองไปอีกทางหนึ่ง อีกทางหนึ่งมีเงาของหญิงสาวที่เธอคุ้นเคยอีกคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ในเปลวไฟ ก่อนเงานั่นจะปรากฎร่างและรายละเอียดออกมาอย่างช้าๆ

 

ฟุบุกิถึงกับสายตาเบิกโพลงด้วยความตกใจอย่างหนัก มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันคือคนที่เธอกำลังตามหาอยู่ 

 

ซุยเซย์นั่นเอง

 

เธอค่อยๆเดินทะลุเปลวไฟของเคียร่าออกมาอย่างช้าๆ ..

 

 

“ไม่เจอกันนานนะ .. ฟุบุกิ ..”

 

To be continued …

 

https://www.pixiv.net/artworks/82877398
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #96 Shin_Sama (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 17:37
    เรื่องนี้มันต้องเงื่อนงำอะไรสักอย่างแน่ๆ // ข้าน้อยกลับมาแล้วววว!!!! ขอประทานอภัยอย่างสูงที่ไม่ได้มาอ่านแล้วคอมเม้นขอรับ!! เพราะข้าน้อยไปติดเรื่องอื่นอยู่ครับ ขอประอภัยจริงๆครับ!!!
    #96
    2
    • #96-1 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 23:47
      นายบอกให้แต่งต่อ แต่นายไปติดเรื่องอื่นเรอะ !!
      #96-1
  2. #95 EarthDodo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 08:51
    ทำไม......รู้สึกแปลกๆกับRhodes island.....เหมือน....ไม่ใช่คนดีนะนี่.........อ๋อ...ลืมไป..สถานการณ์แบบนี้ใครก็เลงได้หมดแหละ
    #95
    1
    • #95-1 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 10:47
      นั่นสิน้าาาา
      #95-1
  3. #94 Pang2p11 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 08:40
    อีหยังฟะเนี่ยยยยยย โอ๊ยให้ตายสิ เซยเซเขียนได้แบบหักมุมไปมาจนนักอ่านตามไม่ทันเเล้ววว จะว่าไปอาเน่มาจิเห็นอะไรอะทำไมถึงออกจากห้องไปแบบสายตาแปลกๆ
    #94
    5
    • #94-2 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 10:47
      ฉากนั้นอินมากกกก
      #94-2
    • #94-5 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 11:32
      อาเน่มาจิคือตัวละครหลักสำคัญเลยแหละ
      #94-5
  4. #93 0621198225 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 08:18
    ถ้าฟุบุกิไก็ซุยเซย์เป็นอะไรไปนะขอมให้ซุยเซย์กลับมาเถอะอย่าทำร้ายฟุบุกิเถอะ :) //ถือมีดเตรียมไฟเช็ค
    #93
    2
    • #93-1 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 10:43
      ใจเย็นๆนะะ
      #93-1
  5. #92 Sadkilcer (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 06:20
    สัมผัสได้ถึงความตายยย~
    #92
    2
    • #92-1 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 10:43
      ใครตายยย
      #92-1
  6. #91 Amari_Sama (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 03:10
    อืมม...~~ จะทะเลาะกันไหมเนี้ย ?! (*’O’*) // เห็นชื่อตอนละ เดินออกทางเข้าเลย 😂
    #91
    1
    • #91-1 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 04:11
      ฮาเร็มเยอะไปก็งี้แหละนะ
      #91-1
  7. #90 Vethaka GV (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 01:07
    คิดว่า มันมีเบื่อหลังใช่ไหม ต้องมีอะไรแน่ๆ (คนอ่านก็นอนดึก เหมือนคนเขียน 55)
    #90
    2
    • #90-1 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 01:16
      มันกำลังปูไปภาคจบยังไงล่ะ จบจริงป่าวก็ไม่รู้ ถถถ
      #90-1
  8. #89 ฟุบุกิบันไซ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 00:27
    ลูกรักช้านนนนนนนไม่น้าาาาา(ลงดึกจิงๆ เอ๊ะมันไม่ดึกเเต่เช้าเเล้วนี้หว่า)
    #89
    2
    • #89-1 Lissette.(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2563 / 00:31
      หายไปหลายวัน ติดเกมส์ 555
      #89-1