Hololive Exotic : Doppelgänger III

ตอนที่ 10 : Fallen Suisei

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    18 พ.ย. 63

 

 

“ปีศาจฮงไค? มันคืออะไรเซเล?”

มิโอะถาม

“พวกเราก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรแน่ค่ะ .. แต่ที่เรารู้คือมันเป็นสัตว์ประหลาด บางตัวก็มีพลังแปลกๆ บางตัวก็เหมือนคนปกติ”

“ฮงไค คือภาษาของโลกเรา แปลว่าหายนะค่ะ พวกเราเรียกมันแบบนั้น”

“แต่ที่เราสังเกตได้ คือพวกมันจะมีผลึกสีดำติดอยู่ที่ตัวค่ะ ..”

 

ฟุบุกิและมิโอะหันมามองหน้ากันทันที พวกเธอเริ่มเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว

 

“เซเลฟังนะ .. พวกนั้นมันคือสิ่งผิดปกติในโลกนี้”

ฟุบุกิพูด

“ปีศาจฮงไคที่พวกเธอพูดถึง มันคือผู้ติดเชื้อในโลกนี้”

“โลกนี้เคยถูกรุกรานจากสิ่งมีชีวิตต่างดาว และพวกมันได้ทิ้งอาวุธชีวภาพใส่พวกเรา ทำให้พวกเราติดเชื้อ”

“เชื้อนั่นเรียกว่า โอริภาธี มันจะทำปฏิกิริยากับยีนส์ในร่างกาย ทำให้ผู้ติดเชื้อเปลี่ยนไป มีพลัง และควบคุมตัวไม่ได้”

“และที่สำคัญคือตอนนี้ มันยังไม่มีวิธีรักษา ทุกคนที่เป็นโรคนี้จะต้องตาย”

“ดูนี่สิ”

 

ฟุบุกิและมิโอะชี้ไปที่ร่างกายของพวกเธอ บริเวณที่มีผลึกสีดำ หรือที่ผู้คนใน Rhode Island เรียกว่า พลึกแห่งความตายนั่นเอง

 

“อ-เอ๊ะ !!? พ-พวกเธอ .. ค-คือ ..”

 

เซเลได้ฟังเรื่องราว แต่ก็ยังมีอาการตกใจและหวาดระแวงพอสมควร

 

“ไม่ได้จะทำให้ตกใจหรอกนะเซเล แต่เธอเองก็น่าจะติดเชื้อแล้วล่ะ”

มิโอะพูด

“อ-เอ๊ะ!? ท-ทำไม !!?”

 

เธอเริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลน เมื่อเธอหันไปมองแผลที่อยู่ตรงหัวไหลของเธอ มันเป็นแผลที่ถูกสัตว์ป่าที่ติดเชื้อทำร้ายเข้า แน่นอนเธอติดเชื้ออย่างไม่ต้องสงสัย

 

“ฉ-ฉัน .. ฉันจะ .. ก-กลายเป็นปีศาจฮงไคหรอ ..”

“ม-ไม่นะ .. ไม่ - ไม่ !!!”

 

เซเลเริ่มลุกขึ้น ใช้มือของเธอทั้งสองกุมที่หัวของเธอและเริ่มตะโกนโหวกเหวกโวยวาย เธอกำลังช็อคอย่างหนัก ฟุบุกิ มิโอะและโบตันที่เห็นดังนั้นจึงต้องรีบเข้าไปหยุดเซเลไว้

 

ทุกครั้งที่เธอกรีดร้องออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆตัวของทั้งสามคนก็เริ่มบิดเบี้ยว ภาพที่เห็นตรงหน้าเริ่มเลือนลางและไม่ชัดเจน เหมือนภาพในทีวี ที่มีคลื่นแทรกอยู่ตลอดเวลา

 

ทั้งสามพยายามจะดึงรั้งตัวเซเล ที่เหมือนเธอจะกำลังทำร้ายตัวเอง เนื่องจากการช็อคที่เธอติดเชื้อ แต่แล้วก็มีคลื่นพลังงานบางอย่าง กระแทกตัวทั้งสามคนออกไป เซเลที่กำลังร้องไห้อยู่ก็หยุดนิ่ง เธอก้มหน้าลง ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน

 

สักพักหนึ่งเธอก็เงยหน้าขึ้นมา แต่มันแปลกไป เซเลในแววตาที่ดูชั่วร้าย เจ้าเล่ห์ และมีเล่เหลี่ยม นัยตาสีแดงเลือด บุคลิกของเธอเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจนทุกคนสัมผัสได้

 

“ขอโทษนะ พอดียัยนี่มันค่อนข้างขี้แยน่ะ”

 

ฟุบุกิรู้ได้ทันที เธอสัมผัสได้ว่าเซเลเองตอนนี้ ไม่ใช่คนก่อน เพราะในตัวเธอเองก็มีสองบุคลิกในตัวเช่นกัน เธอเจอเพื่อนใหม่แล้ว

 

“เซเล .. สินะ?”

ฟุบุกิถาม

 

“อืม เพราะยังไงฉันก็คือยัยนี่แหละนะ”

“ฉันพอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เพราะงั้นหลังจากนี้คือเรื่องราวของฉัน”

 

เซเลค่อยๆเดินเข้าไปหาฟุบุกิ มิโอะ และโบตัน

 

“ที่โลกของเราเกิดหายนะฮงไคขึ้น อย่างที่เซเลบอก ฉันและคนอื่นๆคือ วาคิเลีย หรือผู้ที่มีพรสวรรค์และพลังพิเศษต่างๆ”

“ที่นั่น พวกเราคือหน่วยรบพิเศษของยานไฮเปอเรี่ยน ที่มีกัปตันไฮเปอเรียนเป็นผู้บังคับบัญชา เพื่อปราบปรามและช่วยโลก”

“จู่ๆ วันนึงฉันไล่ตามปีศาจฮงไคตนหนึ่งมาที่ป่าแห่งหนึ่ง ฉันกับเซเลรู้สึกได้ว่าที่นี่มีสนามพลังแปลกๆ ก็เลยเข้ามาดู”

“แล้วฉันกับเซเลก็ถูกอะไรบางอย่าง ส่งตัวมายังที่นี่ จากการคาดเดาของฉันป่าที่นี่อาจจะเป็นประตูมิติเชื่อมโลกเราด้วยกัน”

“แต่หลังจากพวกเรามาที่นี่ พลังของเราก็ใช้การไม่ได้อีกเลย จนสุดท้ายก็ถูกฮงไคในป่าทำร้ายเข้า”

“เซเลเจ็บปวดมาก เช่นเดียวกับตัวฉัน แต่ฉันเองรู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังไหลกลับคืนมา จนสุดท้ายมันก็เพิ่มมากขึ้น”

“แต่สุดท้าย พวกเราก็ควบคุมตัวเองไม่ได้อีก ความทรงจำสุดท้ายของฉันคือการฝืนตัวเองไม่ให้ทำร้ายมนุษย์ที่อยู่ในป่า”

“พวกเธอช่วยฉันกับเซเลไว้”

 

เซเลถกแขนเสื้อของเธอออกและมองไปที่รอยแผล

 

“เชื้อนี่ คือจุดกำเนิดของพลังสินะ ..”

“พลังของเธอ .. เมื่อกี้ .. ตอนต่อสู้นั่นมันอะไร?”

ฟุบุกิถาม

 

“ที่โลกของฉัน เซเลมีความสามารถในการสร้างมิติของเธอได้ ภายในนั้นเธอสามารถควบคุมได้ทั้งหมด”

“เหตุการณ์ เวลา สะสาร มันเรียกว่ากลศาสตร์ควอนตัม หรือมิติควอนตัมนั่นแหละนะ”

“แต่พอมาอยู่โลกนี้ พลังของพวกเราก็แปลกไป มันไม่เหมือนเดิม และฉันก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะโลกของพวกเราต่างกัน”

“เมื่อกี้ฉันแค่เข้าไปในจิตใจ ควบคุมจิตใต้สำนึก โดยการสร้างภาพหลอน ฉันทำได้แค่นั้น ในโลกนี้”

 

ความสามารถของเซเลคือ Illusions หรือการสร้างภาพลวงตา ภาพหลอน ขัดขวางการรู้สึกรับรู้ต่างๆ เธอสามารถจะโจมตีจิตใจของเหยื่อ จนอาจจะทำให้สติแตกแบบที่มารีนและเปโกร่าโดน

 

“อาจจะเป็นเพราะพลังของเธอรึเปล่าที่ทำให้ฉันใช้พลังจิตไม่ได้น่ะ ..”

“พลังจิตงั้นหรอ? ก็อาจจะเป็นไปได้ล่ะนะ เพราะฉันรู้สึกว่าตัวเซเลเองมีคลื่นพลังแปลกๆปล่อยออกมาตลอดเวลา”

“เธอพอจะลดพลังนั่นได้รึเปล่า?”

“ฉันยังควบคุมพลังของเซเลได้ไม่ดีนัก ตอนนี้ก็คงจะยังไม่ได้หรอก”

“ง-งั้นหรอ ..”

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่? พวกเธอกำลังสู้กับใครกันแน่?”

 

ฟุบุกิเล่าเรื่องราวคราวๆให้เซเลฟัง โดยบอกว่า พวกเธอเองคือ Rhode Island ที่คอยช่วยเหลือประชาชน โดยมีฝ่ายทหารของกองทัพ ที่กำลังทำการทดลองและเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้นทุกวัน

 

เธออธิบายว่า จุดมุ่งหมายของพวกทหารคือการนำผู้ติดเชื้อไปใช้ในการทหาร พวกเขาหลอกลวงประชาชนว่าตัวเองกำลังปกป้องประชาชน แต่จริงๆมันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะเธอเองเห็นมากับตา

 

และอีกฝั่งคือ Reunion ที่พวกเธอกำลังต่อสู้อยู่ แต่ในใจลึกๆแล้วฟุบุกิยังลังเล ว่าพวกเขาเป็นผู้ร้ายจริงๆรึเปล่า

 

“จุดเริ่มต้นฉันพอจะเข้าใจได้อยู่ แต่ที่พวกมันเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ”

“ฉันเองไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของพวกเธอหรอกนะ แต่มันส่งผลกระทบไปยังโลกของฉัน”

“และฉันเชื่อว่ามีอีกหลายจุด ที่เป็นทางเชื่อมระหว่างโลกของฉันและโลกของเธอ”

เซเลออกความเห็น

 

“เธอจะเอายังไง?”

ฟุบุกิถาม

 

“ตราบใดที่ฉันยังควบคุมพลังไม่ได้แบบนี้ ฉันต้องกลับไป”

“ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากที่นี่ ตอนนี้พวกเรารู้แล้ว และมันเป็นอันตรายกับโลกของพวกเรามาก”

“ถ้าเธอยืนยันว่าพวกเธอกำลังต่อสู้เพื่อช่วยผู้คนบริสุทธิ์และลดจำนวนพวกมัน พวกเราจะช่วยเธอ”

“แต่ก่อนอื่น ฉันต้องกลับไปบอกทุกคนว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ .. ”

เซเลตอบ

 

ทุกคนมองหน้ากันและตอบตกลง พวกเธอต้องการกำลังเสริมตอนนี้ การที่มีพรรคพวกเพิ่มเป็นสิ่งที่ดีเสมอในสถานการณ์แบบนี้ และอีกอย่างการมีตัวตนของเซเลในช่วงเวลานี้มันไม่ถูกต้องเอาเสียเลยมันทำให้การสื่อสารทุกอย่างถูกตัดขาด พวกเธอต้องส่งตัวเซเลกลับไปเดี๋ยวนี้

 

ฟุบุกิและเซเลตรงเข้าไปยังป่าอีกครั้ง บริเวณเดิมที่เคยปะทะกับเซเล ในป่าทั้งคู่ยังพบพวก Reunion ที่ยังคงหลงเหลื่ออยู่บ้าง อีกทั้งยังมีสัตว์ติดเชื้อที่ได้ยินเสียงการปะทะบริเวณหมู่บ้าน เริ่มกรูเข้ามาเรื่อยๆ พวกเธอไม่มีเวลาแล้ว

 

“แล้วยังไงต่อเซเล?”

“สนามพลังที่นี่แปลกมาก ฉันว่ามันน่าจะเป็นที่นี่แหละ”

“แล้วเราจะเปิดประตูมิติยังไง?”

“พลังของเธอไง”

 

เซเลเดินเข้ามาใกล้ๆฟุบุกิ จับไหล่ของเธอ

 

“เมื่อไหร่ก็ตามที่ กาลเวลาและอวกาศถูกบิดเบือน มันจะสร้างรูหนอนขึ้น หรือที่เรียกว่าประตูมิตินั่นแหละ”

“ถ้าตามทฤษฎีของฉันถูกต้อง ประตูนั่นจะถูกเปิดออก”

“ใช้พลังของเธอ เพิ่งเล็งไปยังจุดไหนจุดหนึ่ง ตั้งสมาธิและเทพลังลงไป”

 

ฟุบุกิพยายามจะทำอย่างที่เซเลบอก เธอเพิ่งเล็งไปยังจุดๆหนึ่งในป่าที่มันเป็นพื้นที่โล่งๆ แต่ก็ไม่เป็นผลเธอทำไม่ได้ คำพูดของเซเลยังไม่เห็นภาพมากพอ

 

“แฮ่ก .. แฮ่ก .. ม-ไม่ไหว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

“ถ้างั้น”

 

เซเลถอยห่างฟุบุกิอีกครั้ง เธอแบมือของเธอออก จู่ๆเคียวยักษ์ประจำตัวของเซเลก็ปรากฎขึ้น เธอเริ่มควงมันไปมา ส่งคลื่นพลังประหลาดไปรอบๆตัวฟุบุกิ ก่อนที่ภาพของฟุบุกิจะตัดไปเป็นความมืดมน เธอมองไม่เห็นอะไรเลย

 

และแล้วจู่ๆก็มีเสียงเดินดังขึ้นที่ด้านหลังของฟุบุกิ เธอจึงรีบหันไปดู และแล้วเธอก็ต้องพบกับสิ่งที่เธออยากเจอมันมากที่สุดในชีวิต

 

ซุยเซย์ที่กำลังเดินหันหลังอยู่ เธอกำลังเดินจากฟุบุกิไปอย่างช้าๆ และมันเริ่มไกลมากขึ้นทุกที ฟุบุกิรีบวิ่งเข้าไปหาซุยเซย์ แต่เธอเองก็รู้สึกได้ว่าเหมือนกำลังวิ่งอยู่กับที่ไม่ไปไหน

 

“ซ-ซุยเซย์ … ด-เดี๋ยวสิ”

“จ-จะไปไหนน่ะ รอก่อนสิ !!!”

 

สักพักหนึ่งซุยเซย์ก็หยุดเดินและหันกลับมา 

 

“ฟุบุกิ ..”

“ตราบใดที่เธอยังช้าแบบนั้น เธอคงรักษาฉันไว้ไม่ได้หรอกนะ”

“โลกเรามันหมุนไปไวมาก และชีวิตของเราก็สั้นลงทุกวัน”

“ถ้าเธอยังคงวิ่งตามฉันอยู่แบบนี้ สักวันฉันก็คงจะหายไปจากเธอจริงๆ”

“ฉันรอเธออยู่เสมอฟุบุกิ แต่พรุ่งนี้ฉันอาจจะตายก็ได้ ใครจะไปรู้”

“ความพยายามของเธอน่ะ ส่งมาให้ถึงฉันหน่อยสิฟุบุกิ”

 

เสียงพูดของซุยเซย์ทำให้ฟุบุกินึกย้อนไประหว่างที่พวกเธอยังอยู่ด้วยกัน ซุยเซย์พัฒนาตัวเองเพื่อปกป้องทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวฟุบุกิเอง ซึ่งเธอเองก็วางใจมาตลอดว่าซุยเซย์จะยังอยู่และไม่ต้องกังวลอะไร เธอใช้เวลาที่มีอย่างสูญเปล่า

 

แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้านี้ทำให้ฟุบุกิ เริ่มกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว คนรักของเธอกำลังจะหายไปลับตาอย่างช้าๆ ในขณะที่ตัวเธอเองทำอะไรไม่ได้เลย ซุยเซย์ค่อยๆห่างไปเรื่อยๆ จนมันเกือบจะลับสายตา

 

ฟุบุกิเริ่มหมดแรงและล้มพับลงกับพื้น ทำได้เพียงแค่กำหมัดและทุบไปบนพื้นจนมือเลือดออก เธอเริ่มร้องไห้อย่างคนเสียสติ 

 

“ซุยเซย์ !!!!!!! ซุยเซย์ !!!!!!”

“ อ-อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว”

“ได้โปรด ..”

 

ความปรารถนาอันแรงกล้าของเธอส่งผลให้สายตาที่กำลังจับจ้องอยู่ที่ซุยเซย์ที่กำลังจะหายไปนั้นหยุดนิ่ง เธอเริ่มใช้พลังจิตของเธอดึงตัวซุยเซย์เข้ามา และพลังนั่นเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

จนสุดท้ายเธอก็ได้ตัวซุยเซย์มาไว้ในอ้อมกอด เธอกอดซุยเซย์อย่างแนบแน่นจนไม่มีอะไรในโลกนี้สามารถแยกทั้งสองคนได้แล้วในนาทีนี้ น้ำตาแห่งความสุขเริ่มไหลพรากออกมา

 

“ด-ได้ตัวแล้ว”

“เก่งจังเลย ฟุบุกิของฉัน”

“ห-หนวกหู!!”

“เวลาแบบนี้ยังจะซึนอีกหรอ ยัยแมวโง่”

 

ซุยเซย์จูบฟุบุกิเบาๆที่หน้าผาก พลางลูบหัวเธอไปด้วยเหมือนที่เคยๆ 

 

“ฉันต้องไปแล้วฟุบุกิ”

“อ-เอ๊ะ!? ไปไหน เธอจะไปไหน!?”

 

ร่างของซุยเซย์เริ่มสลายไปอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก สายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน และมันกำลังมองไปที่ฟุบุกิอยู่

 

“ไม่นะ ซุยเซย์ .. ซ-ซุยจัง !!!!!!!! ”

 

ฟุบุกิพยายามจะกอดร่างที่กำลังสลายนั่นไว้แต่มันก็สลายหายไป รอบๆตัวเธอเริ่มพังทลายอย่างช้าๆ พื้นดินเริ่มแตกสลาย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนแปลงไป และจบด้วยแสงวาบสีขาวที่ทุกๆอย่างกลายเป็นสีขาว

 

เธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นในป่า พร้อมกับเซเลที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่คราวนี้เป็นเซเลที่มีดวงตาแปลกไป ดวงตาสีม่วงไม่ใช่สีแดงอีกแล้ว

 

“ขอโทษนะคะที่ต้องทำแบบนี้ แต่ดูนั่นสิคะ ..”

 

เซเลชี้นิ้วไปที่ บริเวณโล่งๆของป่า และเธอก็ต้องพบว่า รูหนอน หรือประตูมิติถูกเปิดออกแล้ว มันเป็นประตูเล็กๆที่ดูเหมือนมันจะเริ่มหายไปแล้ว

 

“ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาค่ะ ฉันใช้พลังของฉันหลอกให้คุณใช้พลังจนเกิดขีดจำกัดของตัวเอง”

“ถ้าคุณไม่มีแรงบันดาลใจ หรือเป้าหมายที่ชัดเจน แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น”

“คนรักสินะคะ? ขอให้คุณเจอเขาเร็วๆนี้และด้วยความปลอดภัยนะคะ”

 

เซเลเดินเข้าไปใกล้และสอดมือเข้าไปในประตู ก่อนจะหันมาหาฟุบุกิ

 

“พวกเราจะกลับมาช่วยค่ะ ฉันสัญญา”

“แล้วเจอกันนะคะ ..”

 

ฟุบุกิค่อยๆยืนขึ้นอย่างช้าๆ

 

“ชิราคามิ ฟุบุกิ ..”

“ฟุบุกิซัง .. สินะคะ .. ฉันจะจำไว้ค่ะ”

 

และแล้วเซเลก็หายไปพร้อมกับประตูมิตินั่น พวกเธอทำสำเร็จ โดยไม่ต้องลังเล ฟุบุกิรีบใช้พลังของเธอติดต่อซุยเซย์ทันที

 

“ซุยเซย์ ! เธออยู่ไหน!?”

 

_____________________________________________________________________

 

ตู้ม !!!!!!

 

ซุยเซย์และสกาดิ กระเด็นกระดอนไปไกล กระแทกเข้ากับต้นไม้ขนาดใหญ่ในป่า พวกเธอถูกพลังของเคียร่าที่ดูเหมือนมันจะมากขึ้นเรื่อยๆ เปลวเพลิงเริ่มลุกลามเป็นวงกลมครอบคลุมไม่ให้ทั้งคู่หนี

 

อีกทั้ง ทั้งคู่ยังต้องหนีโกเลมปีศาจ ที่รูเชียปลุกขึ้นมาต่อสู้อีกด้วย ซุยเซย์เองไม่มีพลังมากพอ ตอนนี้อาการเธอเริ่มกำเริบ เนื่องจากยาที่เธอพกมานั้นมันหล่นหายไป

 

“อย่าเอาแต่หนีได้ไหม?”

เคียร่าเดินเข้ามาหาทั้งสองพร้อมกับดาบที่มีเปลวไฟสีแดงลุกไหม้อยู่

 

ซุยเซย์เห็นท่าไม่ดีจึงต้องพยายามทำอะไรสักอย่าง

 

“สกาดิ .. เธอต้องหนีไป”

“ไป .. ไปตามคนมาช่วยที .. แฮ่ก แฮ่ก ..”

“อั่ก ..”

 

ซุยเซย์ใช้พลังของเธอ ส่งตัวสกาดิที่กำลังบาดเจ็บหนักพุ่งออกไปจากวงล้อมของเปลวไฟ

 

“โห ส่งเพื่อนออกไปแบบนี้ แล้วตัวเองล่ะซุยเซย์?”

รูเชียเดินมาสมทบกับเคียร่า ทั้งคู่กำลังยืนอยู่ไม่ไกลจากซุยเซย์ที่กำลังนอนหอบอยู่บนกองเลือด

 

“แฮ่ก .. ม-ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอรูเชีย”

“อย่าปากดีให้มากนักนะ !!!!”

 

โกเลมตัวหนึ่งของรูเชีย ต่อยลงบนพื้นที่ใกล้ๆกับจุดที่ซุยเซย์นอนบาดเจ็บอยู่ อีกทั้งที่ตัวของเธอกระเด็นไปกระแทกเข้ากับโขดหิน เลือดของเธอเริ่มทะลักออกมาจากปากพร้อมกับผลึกสีดำที่เริ่มกระพริบและส่องแสง ระยะที่สามของเชื้อกำลังใกล้เข้ามาถ้าเธอยังไม่หยุดใช้พลัง

 

ซุยเซย์พยายามจะคลานหนี แต่ก็ถูกอะไรบางอย่างดักทางไว้ เงาของหญิงสาวคนหนึ่งยืนรอเธออยู่แล้ว

 

“จะไปไหนหรอซุยเซย์?”

“แฮ่ก .. แฮ่ก .. อ-อย่ามาขวางฉัน!”

 

เธอพยายามลุกขึ้นและใช้พลังเหวี่ยงร่างของหญิงสาวนั่น แต่ช้าเกินไปหญิงสาวถึงตัวเธอก่อน จับตัวเธอและโยนกลับไปให้เคียร่าและรูเชีย

 

เคียร่าเงยหน้าขึ้นมองร่างของซุยเซย์ที่ถูกโยนกลับมา

 

“นึกว่าจะไม่มาช่วยฉันแล้วซะอีก”

 

“คาลิจัง”

 

To be continued …

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #88 Vethaka GV (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 00:38
    ฟุบุกิ ช้วยหน่อยเร็วว
    #88
    1
    • #88-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      19 พฤศจิกายน 2563 / 12:39
      ยับแล้วจ้า
      #88-1
  2. #87 0621198225 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 21:11
    ซุยจังโดนซะแบบหนักเลยนะเนีย
    #87
    2
    • #87-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 21:33
      ซ่านักหรอ ยำซะเลย
      #87-1
  3. #86 Amari_Sama (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 20:29

    🙏(*´ω`*)/ แตกผ่ายต้องเรียกคนมาเพิ่ม 😂
    #86
    2
    • #86-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 20:37
      โดนยำไข่ดาว ถถ
      #86-1
  4. #85 Pang2p11 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 20:09

    ทำไม เหมือนได้กลิ่นดราม่า มาแต่ไกล ซุยจังต้องไม่เป็นอะไร จะว่าไปหลังๆคนที่อยู่ในภาคแรกเริ่มหายไปจนเราลทมไปแล้วว่าตกลงเรื่องนี้มีแค่ซุยจัง มิโอะ ฟุบุกิ กลุ่มโรสไอแลนกลุ่มรูเซีย โบตันนอกนั้น มีใครบ้างอะ (จำไม่ได้เยอะเกิน)
    #85
    5
    • #85-2 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 20:12
      ถ้าซุยจังปกติดี ฮาเร็มกับพี่สาวนางจะโผล่มามั้ยล้า 55
      #85-2
    • #85-4 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 20:27
      555 เดะจะค่อยๆ ชี้แจงค่าเสียหายทีหลัง รอตอนต่อไป พน. เด้อ
      #85-4
  5. #84 2309 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 20:04
    หว่า~ตอนแรกคิดว่าจะมีผู้คุมกฎโผล่ออกมาซะอีกเราก็คิดไปเรื่อยสิน้า~
    #84
    2
    • #84-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 20:08
      น้องบอกจะกลับมาไม่ใช่หรออ
      #84-1
  6. #83 Sadkilcer (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 19:41
    โดนยำเละเลยซุยจังQvQ
    #83
    2
    • #83-1 Lissette.(จากตอนที่ 10)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 19:49
      ใครทำน้องฉัน .. /เสียงอาเน่มาจิ
      #83-1