(จบ) BOTTOM LINE | MINWON / MEANIE

ตอนที่ 8 : EIGHT

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    19 ก.ค. 61

CHAPTER 8

:: Love begins in a moment 
grows over time 
and lasts forever ::

วันศุกร์อีกแล้ว และนั้นหมายความว่ามินกยูต้องเรียนเปียโนหลังกลับจากโรงเรียนประจำ


รถสีดำคันหรูแล่นมาจอดหน้าโรงเรียน มินกยูในวัย15ปี เดินทอดน่องไปที่รถคันหรูช้าๆ ต่างจากเพื่อนๆคนอื่นที่วิ่งแซงเขาเพื่ออกไปให้พ้นจากเขตโรงเรียนให้เร็วที่สุด พวกเขาชอบวันศุกร์ แต่มินกยูนั้นตรงกันข้าม


การปิดเทอมฤดูร้อนกำลังจะเริ่มขึ้น ใบไม้ผลิได้จากไปแล้ว ข้างนอกอากาศเย็นสบาย แต่ดูแล้วพ่อของเพื่อนสนิทเขาที่ยืนรอที่รถดูไม่ได้จะใจเย็นตาม


“คุณหนู เร่งฝีเท้าหน่อยสิครับ” เพราะมินกยูเดินช้าจนทำให้ลีโอ พ่อของเวอร์น่อนต้องปรี่มาหา ลีโอจัดแจงถือกระเป๋านักเรียนให้มินกยู และเปิดประตูรถให้ตามหน้าที่


มินกยูนั่งที่เบาะหลังโดยไม่พูดอะไร เขามองไปนอกหน้าต่าง รู้สึกอิจฉาที่เห็นคนอื่นๆได้เดินกลับบ้าน ได้กินได้เที่ยวกับเพื่อน ได้ใช้ชีวิตธรรมดา


“คุณหนูจะอธิบายเรื่องแผลที่หน้ายังไงครับ คุณท่านต้องไม่ชอบแน่ๆ”ลีโอ ชายหนุ่มวัยสามสิบกลางชำเรืองมองมินกยู เขาได้รับสายจากครูที่โรงเรียนและรู้เรื่องทุกอย่าง ใบหน้าฝรั่งมีแววกังวลอย่างปิดไม่มิดกับการที่ใบหน้าดูดีของมินกยูมีรอยแผลจากการทะเลาะวิวาทปรากฎขึ้นเด่นชัด


“ไม่รู้”มินกยูตอบ “แต่ว่าอย่าเพิ่งเข้าบ้านได้มั้ย”


มินกยูพูด ในใจเขาร้องขอให้ลีโอตอบตกลงเหมือนทุกครั้ง เขาอยากรอให้เอสคุปส์กลับบ้าน...เพื่อปกป้องเขา


ลีโอไม่ได้แปลกใจกับคำขอร้องของมินกยู เพราะบอสเขาคงไม่พอใจแน่ หากเห็นลูกชายทะเลาะวิวาทและ...แพ้! ลีโอจอดรถก่อนถึงบ้านของบอสแห่งฟิโอแฟมิลี่ไปไม่ไกล และเมื่อรถจอดมินกยูก็คว้ากระเป๋านักเรียนและหยิบสมุดวาดภาพและดินสอออกมา ที่จริงมินกยูอยากได้สีมากกว่า แต่แน่นอนว่าพ่อเขาไม่สนับสนุนให้เขาเป็นศิลปินนัก และหากรู้ว่าลูกชายคนเล็กของเจ้าพ่อมาเฟียอยากเป็นดีไซน์เนอร์ เขาคิดถึงความเลวร้ายที่ตามมาไม่ได้เลย


“ดูท่าวันนี้คุณชายจะกลับบ้านสายกว่าปกตินะครับ เหมือนว่าต้องเคลียร์โปรเจคที่มหาลัย” และแล้วข่าวร้ายที่มินกยูไม่อยากได้ยินก็ออกมาจากปากลีโอที่วางสายจากเอสคุปส์


มินกยูหลับตาลงช้าๆ เขาพยายามจินตนาการว่าเขาไม่ได้นั่งอยู่บนรถ เขาภาวนาให้เมื่อเขาลืมตาเขาจะอยู่ในสถานที่อื่น


แต่นั้นแหละ...มันก็แค่จินตนาการ


“งั้นเข้าบ้านเลยก็ได้”มินกยูพูด ลีโอก็ดูชั่งใจไม่อยากทำตาม แต่ว่าหากพวกเขากลับบ้านสายเกินไปปัญหาได้ตามมาแน่นอน


บ้านหลังใหญ่ชั้นเดียวอันแสนคุ้นเคยปรากฎขึ้น มันเป็นบ้านทรงเกาหลีโบราณที่หลายๆคนยกให้ว่าเป็นบ้านสไตล์ดั้งเดิมที่สวยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวบ้าน สวนที่ตกแต่งทุกวัน แต่มินกยูไม่มีความสุขกับที่แห่งนี้เลยสักนิด สำหรับเขามันไม่ใช่บ้าน…มันก็แค่ถูกคนเรียกแบบนั้น


เมื่อรถจอด สารถีประจำตัวมินกยูก็เดินลงมาเปิดประตู มินกยูถอนหายใจเฮือกใหญ่และเดินลมาอย่างเฉื่อยช้า


“คูนหนูมิงยู”เสียงเล็กดังขึ้นจากข้างประตูของโรงจอดรถ


มินกยูหยุดเดินและหันไปพบกับเด็กผู้ชายตัวเล็ก ผิวขาวผ่อง ใส่เสื้อสีส้มยาวถึงเข่า เมื่อเด็กคนนั้นสบตามินกยู เขาก็ยืนตัวสั่นจิกมือกับเสื้อนั้นโดยไม่พูดอะไรต่อ


“เรียกฉันทำไม บู ซึงกวาน”มินกยูตอบเสียงเรียบ เขาไม่ใช่พวกรักเด็ก และกับซึงกวานก็เช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นมินกยูจึงรู้สึกสงสารและเอ็นดูอีกฝ่ายเป็นพิเศษ เพราะซึงกวานเป็นเด็กใหม่แห่งฟิโอที่แก๊งรับมาเลี้ยงไว้หลังจากพ่อแม่ของเด็กน้อยติดหนี้ฟิโอแฟมิลี่และตัดสินใจฆ่าตัวตาย

ซึงกวานเดินเตาะแตะมาหาเขา “ตำไมกลับบ้านช้าจาง”


เด็กวัยหกขวบพูด แม้จะพูดไม่ชัดแต่มันก็ไม่ทำให้เขารำคาญ


“ไม่มีอะไร ฉันทำการบ้านงานที่ค้างที่โรงเรียนก่อนน่ะ”มินกยูโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายหมดคำถาม มินกยูพยักหน้าให้ลีโอไปพักผ่อน และเขาก็เดินนำซึงกวานเพื่อเข้าบ้าน


“แต่หน้าคูนหนูมีรอยง่ะ”ซึงกวานยังคงพูดต่อ มินกยูเลียริมฝีปากอย่างกังวลกับปัญหานี้ เขาคิดไม่ตกว่าจะพูดเรื่องนี้ยังไง


สุดท้ายก็มีเสียงหนึ่งมาแก้ปัญหาให้เขา เด็กหนุ่มลูกครึ่งวัยสิบห้าเดินหน้าบูดมาทางเขาและซึงกวาน “ไม่ต้องยุ่งหน่าซึงกวาน ทำการบ้านตัวเองเสร็จยังเหอะ” เวอร์น่อนพูดด้วยเสียงไม่สบอารมณ์


ซึงกวานยู่หน้าเมื่อเห็นเวอร์น่อน “เวอร์น่อนน่ารำคาญ” เมื่อเจ้าตัวพูดเสร็จก็ไม่รอให้เวอร์น่อนว่ากลับ ซึงกวานวิ่งหนีไปอีกทางทันที


เวอร์น่อนกลอกตาอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ “ที่อย่างนี้พูดชัดทุกตัวสะกดเชียว”


มินกยูเห็นภาพตรงหน้าและหลุดหัวเราะออกมา


เวอร์น่อนชะงัก ก่อนถอยหลังไปนิดหนึ่ง


“มินกยู นี่นายจะหัวเราะกับเรื่องแบบนี้งั้นหรอ”เวอร์น่อนถาม “ฉันจะได้จำไว้ นายจะได้หัวเราะบ่อยๆ”


“ฉันหัวเราะเยอะจะตาย”มินกยูหุบยิ้มและตอบกลับ


เวอร์น่อยส่ายหัว “ไม่จริงอะ”


“พ่อกลับมายัง”มินกยูเปลี่ยนเรื่อง


เวอร์น่อนพยักหน้า “มาแล้ว คุณท่านอยู่ที่ห้องทำงาน ฉันรีบมาหานายเพราะเรื่องนี้แหละ พ่อฉันโทรมาบอกแล้วว่านายทะเลาะกับจงฮยอนมา” เวอร์น่อนพูดและเว้นคำว่าแพ้ไว้ เขารู้ว่ามินกยูไม่ได้รู้สึกแย่ที่แพ้จงฮยอน ลูกชายของแก๊งลีกอน คู่อริตลอดกาลของฟิโอ แต่ที่มินกยูรู้สึกแย่คือถ้าคุณท่านรู้ เขาไม่อยากจะคิดถึงสิ่งที่ตามมาเลย มินกยูอาจต้องโดนฝึกหนักขึ้น หรืออาจจะโดนกักบริเวณ บางทีอาจจะแย่กว่านั้นถ้าคุณท่านกำลังอารมณ์ไม่ดี


“งั้นฉันไม่กินข้าวเย็น บอกแม่ด้วย” มินกยูพูด


“แต่วันนี้คุณหญิงทำอาหารให้นายเยอะมากเลยนะ เพราะว่านายปิดเทอมแล้ว ฉันกลัวว่าแม่นายจะไม่ยอมน่ะสิ”


มินกยูยกมือกุมขมับ “นายก็หาข้ออ้างให้หน่อยล่ะกัน แต่อย่าบอกแม่ว่าฉันทะเลาะมา เดี๋ยวแม่จะไม่สบายใจจนล้มป่วยไปอีก” แม่เขาเป็นผู้หญิงใจดี และมองโลกในแง่บวกเสมอ เธอเป็นคนตัวเล็กสูงไม่ถึงร้อยหกสิบเลยด้วยซ้ำ ผมที่ดำเงามักถูกรวบตึงอยู่เสมอ และเพราะร่างกายที่ไม่แข็งแรงทำให้เเม่ไม่ค่อยได้มายุ่งเกี่ยวกับฟิโอมากนัก ส่วนใหญ่แม่มักใช่ชีวิตในครัวกับในบ้าน


เวอร์น่อนพยักหน้า “ถ้าต่อไปฉันต้องเป็นลูกน้องนายเนี่ย ฉันคงเหนื่อยน่าดู”


มินกยูอมยิ้มกับคำพูดนั้น “และนายต้องเรียกฉันว่าบอสทุกครั้งด้วย”


เวอร์น่อนเบ้ปาก “เผด็จการว่ะ”


มินกยูยิ้มอีกครั้งและตบไหล่เวอร์น่อน “งั้นฝากด้วยนะ ฉันไม่อยากกินข้าวกับไอ้พ่อเฮงซวยนั้น”


เวอร์น่อนส่งยิ้มกลับไปเป็นการตกลง แต่ก็ต้องหน้าเจื่อนลงเมื่อเห็นว่าใครยืนมองอยู่หลังประตูบ้าน


“คุณท่าน…”


มินกยูหันควับไป และยืนตัวแข็ง ชายหนุ่มวัยห้าสิบสองเดินมาด้วยท่าทีแข็งกร้าว ใบหน้าแสดงออกถึงความไม่พอใจและมันกำลังจะปะทุออกมา “ไม่ดีใจที่เจอพ่อเฮงซวยงั้นหรอ มินกยู!”


มินกยูขยับถอยหลัง เขาปล่อยกระเป๋านักเรียนในมือ เสียงของพ่อเขาเต็มไปด้วยความโกรธ มินกยูอยากจะหนีไปจากตรงนี้ แต่ว่าเขาไม่สามารถทำได้


“ขอโทษครับคุณพ่อ”มินกยูโค้ง ตัวสั่นระริก


คิม ดงฮัน บอสแห่งฟิโอแฟมิลีมองมินกยูด้วยสายตาเย็นชาราวกับลูกเขาเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง “ขอโทษงั้นหรอ แกก็ขอโทษฉันตลอด สุดท้ายก็เป็นไอ้ขี้แพ้!”


มินกยูก้มหน้ามากขึ้น ไม่กล้าสบสายตาผู้เป็นพ่อ


“รู้มั้ยไอ้ดงโฮ มันโทรมาเยาะเย้ยฉันว่าลูกชายของแก๊งฟิโอแพ้ลูกชายของลีกอน แกจะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”


มินกยูกำมือแน่น เขาก็ไม่ได้อยากแพ้ แต่เขาแค่เกลียดการต่อสู้ เขาเลยสู้ไม่ได้


“แกคิดว่าชีวิตแกมันยากใช่มั้ย คิดว่าแกเจอเรื่องลำบากคนเดียวบนโลกงั้นหรอ”


เวอร์น่อนรีบวิ่งไปดึงดงฮันที่คว้าคอเสื้อมินกยู ดงฮันสะบัดเด็กลูกครึ่งวัยสิบห้าทิ้งได้อย่างง่ายดายก่อนชี้หน้าคนที่กองบนพื้น “อย่ายุ่ง!!”


เวอร์น่อนมองดงฮันสลับกับมินกยู ส่วนมินกยูก็ส่ายหัวเพื่อให้เวอร์น่อนไม่โดนหางเลขไปด้วย


“แกเอาอย่างพี่ชายแกบ้างนะ เอสคุปส์ไม่เคยทำฉันผิดหวังเลย มีแต่แกที่ทำให้ฉันผิดหวัง”


มินกยูกัดฟันเเน่น เขาโกรธแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรทั้งนั้น


ดงฮันยกมือขึ้นมาบีบหน้าลูกชาย “มองฉันนี้ ฉันพูดกับแกอยู่นะ”


“ชีวิตมันไม่ง่ายหรอกนะ มันคือความเจ็บปวด โหดร้าย แต่จะโตได้ เมื่อแกไม่ได้สิ่งที่แกต้องการ และแกต้องขวนขวายมัน ต่อให้แกจะเหยียบศพใครไปก็ตาม ถ้าใจอ่อนก็เท่ากับแกตาย แกไม่ใช่เจ้าชายนะ แกเป็น

ลูกมาเฟีย เหยาะแหยะแบบนี้ แกไม่ได้แก่ตายแน่”


ดงฮันเขวี้ยงมินกยูลงกับพื้น เขาสั่งให้ลูกน้องลากมินกยูไปขังเพื่อลงโทษ เอสคุปส์ในวัยยี่สิบก็วิ่งเข้ามาขวางไว้


เอสคุปส์รู้เรื่องทั้งหมดเพราะลีโอโทรมา ดังนั้นเขาจึงรีบออกจากมหาลัยเพื่อกลับบ้าน และพบว่าเรื่องมันไม่ได้เกินกว่าที่เขาคาดไปมาก เขามองดูน้องชายตัวเองที่กำลังอดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา มองดูพ่อที่กำลังฉุนเฉียว


“พ่อ น้องอายุสิบห้าเองนะ จะเอาอะไรกับมัน”เอสคุปส์พูด


“ตอนแกกับฉันอายุเท่านี้ เราฆ่าคนกันแล้วนะ แม่มันตามใจ เลยอ่อนแออย่างกับผู้หญิง ฉันน่าจะฆ่าแกตั้งแต่เกิด แต่เพราะแม่แกสัญญาว่าจะมาอยู่กับฉันหรอกนะ แม่แกก็มีค่าแค่เป็นเครื่องหมายชัยชนะของฉัน ว่าฉันเอาผู้หญิงมาจากไอ้ดงโฮได้ แม่แกก็ไม่ต่างจาก- ”


“พ่อ!!” เอสคุปส์ตะโกนห้าม แม้เขาและมินกยูจะเป็นพี่น้องต่างแม่กัน แต่เขาก็สนิทกับมินกยูและรู้ว่านี้คือสิ่งที่มินกยูซ่อนในความรู้สึกมาตลอด


ปัง!


เสียงปืนดังขึ้น และเมื่อดงฮันมองที่แขนตัวเองเลือดก็ซึมออกมา เอสคุปส์ชะงักและค่อยๆหันไปมองข้างหลังตัวเอง มินกยูยืนถือปืน สีหน้าเขาแตกต่างไปจากเดิม ไม่มีอีกแล้วมินกยูที่ขี้ขลาด


คิม ดงฮัน ได้ปลุกด้านมืดในตัวมินกยูขึ้นมาแล้ว


“ผมไม่ชอบให้พูดถึงแม่ผมอย่างนั้น”มินกยูพูดช้าๆ แม้จะสั่นแต่ไม่มีความไหวหวั่น


แต่ถึงอย่างนั้น เอสคุปส์ก็ยังคงถือว่ามินกยูเป็นน้องเขาเสมอ


“ตอนนี้ผมกลายเป็นผู้ชายเต็มตัวอย่างที่พ่อต้องการรึยังครับ”มินกยูพูดเสียงต่ำ


และเอสคุปส์ก็จะเป็นพี่เสมอ


“ภูมิใจในตัวผมรึยัง”


เอสคุปส์สาบานกับตัวเองว่าเขาจะปกป้องน้องเขาตลอดไป เพราะมินกยูได้ทิ้งแสงสว่างของตัวเองไปแล้ว


คนเป็นพี่ถอนหายใจ และเดินไปกระชากปืนออกจากมือมินกยู เขาตบไหล่น้องที่ยังคงตัวสั่นอยู่


“นายทำดีมาก มินกยู”เอสคุปส์พูด

...............................



“นายทำบ้าอะไร มินกยู” เอสคุปส์ตะโกน เขารู้ข่าวจากยุนกิที่มาหาเขาที่คอนโด และเมื่อรู้ว่าน้องเขาทำเรื่องโง่ๆอย่างเข้าไปถิ่นของลีกอน เขาก็รีบต่อสายหาน้องชายทันที แต่แน่นอนว่า...


“นายด่าเขาในข้อความเสียงไปก็เท่านั้น มินกยูไม่เปิดฟังหรอกน่า”จองฮันพูดพร้อมทั้งยื่นน้ำให้ยุนกิ


ยุนกิโค้งขอบคุณ “ตอนนี้บอสพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนพวกลีกอน เราเอาผิดมันไม่ได้เลย เพราะหลักฐานทุกชิ้นอยู่ในเขตลีกอนหมด ลูกน้องเราตายสี่ เป็นตัวลูกน้องเวอร์น่อนสาม และลูกน้องอูจีหนึ่ง บาดเจ็บเพียบ เวอร์น่อนอาการสาหัสสุด ตอนนี้ถูกส่งไปรักษาที่เยอรมัน ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง หมอบอกรอดแค่หนึ่งเปอร์เซ็น”


“ไม่จริงน่า”จองฮันพึมพำ


“แล้วคนที่ช่วยน้องชายฉันไว้คือใคร”เอสคุปส์ถาม


“วอนอูกับซอกมินครับ ตอนนี้วอนอูกลับไปพักที่คอนโดครับ ส่วนซอกมินเราโอนเงินให้ กับให้ที่ทางกับเขาในโซลเป็นการตอบแทนครับ”ยุนกิสรุป


“เรื่องลีกอนทำขนาดนี้ฉันว่าฉันต้องไปคุยกับตาแก่ดงโฮเอง แต่เดี๋ยวเคลียร์งานตรงนี้เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมมินกยูก่อน”เอสคุปส์ลุกขึ้น และเดินไปทางห้องนอน “โจชัว เตรียมรถไว้นะ ฉันโทรคุยกับวิคเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะไปหาไอ้โง่มินกยู”


โจชัวร์พยักหน้า เขาเหลือบมองจองฮันเหมือนกับยุนกิ


จองฮันเลิกคิ้ว “คิดว่าฉันเสียใจที่คุปคุยกับยัยคู่หมั้นวิคตอเรียหรอไง ฉันไม่ใช่คนงี่เง่าหน่า ฉันรู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน แค่ความรักที่ได้รับก็พอแล้ว”


ยุนกิเม้มปากแน่น เขาพยักหน้า ส่วนโจชัวร์ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไร เขาเดินออกจากห้องไปทันที


“วอนอูเจ็บหนักมากมั้ย”จองฮันถาม เมื่อมีแค่เขากับยุนกิในห้องนั่งเล่น


ยุนกิพยักหน้า “ก็มากอยู่ หมอบอกร่างกายไม่เท่าไหร่ แต่สภาพจิตใจไม่ค่อยโอนัก เขาเป็นน้องรหัสนายใช่มั้ย”


จองฮันพยักหน้า “ข่าวไวดีนะ”


ยุนกิและจองฮันอยู่ท่ากลางความเงียบได้ไม่นาน เอสคุปส์ก็เดินออกจากห้องพร้อมอาการหัวเสีย “พ่อของวิคตอเรียเร่งงานแต่งให้เร็วขึ้นไปอีก เขากลัวอสุจิฉันหมดหรอไง ฉันเป็นผู้ชายนะเว้ย”


จองฮันหัวเราะเล็กๆ แต่แววตาเขากลับสั่นเครือ “คุป ช่างมันก่อนเหอหน่า นายขัดพ่อนายกับพ่อวิคไม่ได้อยู่แล้ว ไปเยี่ยมน้องชายนายกัน”


เอสคุปส์มองคนรักของตัวเอง เขาจนปัญญาจะหาทางให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน ที่ทำทุกวันนี้แค่เพียงยื้อเวลาเท่านั้น


“ขอโทษนะ จองฮัน”


จองฮันส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม “แค่นี้ก็ดีแล้ว”


............................

มินกยูตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการเจ็บไปหมดทั้งตัว เขาลืมตาขึ้นในห้องสีขาว มีสายน้ำเกลือเจาะระโยงระยาง มินกยูประมวลเรื่องราวทั้งที และรู้ว่าเขาได้ติดหนี้ชีวิตใหเกับจอนวอนอูซะแล้ว


ความทรงจำสุดท้ายคือ วอนอูเอาริชาร์ด มิลล์ให้กับหนุ่มขี้เหล้าคนนั้น


โฮชิเป็นคนแรกที่มินกยูเจอ เขารีบไปตามหมอ และเมื่อมินกยูตรวจทุกอย่างเสร็จและผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ หมอก็ปล่อยให้เขาพักผ่อน แต่แน่นอนว่ามินกยูไม่ทำ


เขาสั่งให้อูจีรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด โดยมีโฮชิเสริมเป็นบางจุด


“…ตอนนี้เราก็เหลือแค่ว่าเวอร์น่อนจะพ้นขีดอันตรายเมื่อไหร่ ตอนนี้ซึงกวานคุยกับหมอเรื่องเวอร์น่อนอยู่ครับ”


“บอส” เสียงสั่นเครือดังขึ้นทันที เมื่ออูจีพูดจบ ซึงกวานเดินเข้ามาหาเขาด้วยสภาพที่แขนหัก ใบหน้าปวดบวม และสีหน้าไม่สู้ดีนัก


“คุยกับหมอเป็นไงบ้าง”เขาถามลูกน้องคนสนิทพร้อมทั้งใจที่กังวล สีหน้าซึงกวานแสดงให้เห็นว่าเขากำลังจะได้รับข่าวร้าย


“เวอร์น่อนกำลังจะตาย”ซึงกวานร้องไห้โฮทันทีที่พูดจบ


มินกยูชะงัก “บอกรายละเอียดมาซึงกวาน”


“เวอร์น่อนโดนพวกลีกอนยิง เขาอาการสาหัส หมอบอกทางรอดมีแค่หนึ่งเปอร์เซน แต่ต้องส่งให้แพทย์ที่เยอรมัน”ซึงกวานสะอื้น


มินกยูกัดฟันกรอด


“ติดต่อหมอสตีฟที่เยอรมันถ้าต้องย้ายเวอร์น่อนไปที่เยอรมันก็ทำซะ”มินกยูพูด และมองซึงกวานที่พยักหน้ารับทั้งน้ำตา “ซึงกวาน นายตามเวอร์น่อนไปเยอรมัน เรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างใช้บัญชีฉันและจัดการได้เลย ฉันอนุญาต”


ซึงกวานพยักหน้ารับรัวๆ เขาก้มโค้งสุดตัว และหันหลังออกไป


อูจีกับโฮชิมองตามคนเป็นน้อง


“งั้นเดี๋ยวผมไปช่วยซึงกวานเรื่องเอกสารต่างๆนะครับบอส”โฮชิออกตัว มินกยูอนุญาต และโฮชิก็เดินออกไปทันที


มินกยูหันไปหาอูจี “แล้วจอน วอนอูล่ะ”


“พอเขามาส่งบอสที่โรงพยาบาล หมอก็ตรวจอาการ พบเพียงแค่รอยถลอกนิดๆหน่อย เลยทำแผลครับ พอเสร็จวอนอูก็ขอตัวกลับบ้านทันทีเลยครับ”


“นายไปดูแลเขาแทนซึงกวาน”มินกยูสั่ง


“ครับบอส”



...........................................


กลิ่นคาวเลือดคลุ้งทันทีที่วอนอูยกเท้าออกจากคันเร่ง เขาเหยียบคันเร่งจนมิดและมันก็ชนทุกอย่างที่ขวางทางเขารวมถึงชายสิบกว่าคนที่ขวางซอยแคบ


เสียงเพลงช่วยกลบเสียงร้องของพวกเขาที่โดนล้อรถยนต์ขับทับ ความรู้สึกรถเอียงซ้ายเอียงขวาเหมือนขึ้นเนินปรากฎขึ้นเด่นชัด วอนอูกำพวกมาลัยแน่น ตอนนี้เขารู้สึกอยากร้องไห้ ดวงตาเห่อร้อน แต่มันสงบลงได้เพราะมืออุ่นๆที่ปิดดวงตาเขา และเสียงหอบหายใจของมินกยูที่ช่วยปลอบประโลมความรู้สึกผิด


และรถก็พุ่งข้ามถนนจนกระแทกที่กำแพงตึกร้างอย่างจัง


ทันใดนั้นวอนอูก็สะดุ้งตื่น


วอนอูลุกขึ้นนั่งบนโซฟา เขาคว้าตุ๊กตาเสือมากอดไว้ วอนอูไม่สามารถเอาเรื่องที่เกิดขึ้นที่อินชอนออกไปจากหัวสมองได้ แม้มันจะผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วก็ตาม  เรื่องที่เขาขับรถชนคน มันจมลึกเข้าไปในจิตใจของเขา มันเป็นเหมือนคลื่นที่กระแทกอารมณ์เขาให้สั่นคลอนเสมอ


วอนอูเอามือปิดหน้า เขาไม่ออกจากห้องตั้งแต่กลับจากโรงพยาบาลเลย เขาลาหยุดมาเป็นอาทิตย์แล้ว เขาอยู่คนเดียว พยายามปลอบใจตัวเองคนเดียว ไม่มีพ่อ แม่ หรือพี่ชายให้ระบายความทุกข์


วอนอูนั่งเหม่อ ขนมแครกเกอร์กับนมคือสิ่งเดียวที่เขากินตลอดอาทิตย์นี้ และนั้นทำให้น้ำหนักวอนอูลดลงเรื่อยๆ หมอที่แผนกจิตเวชโทรมานัดเขา แต่วอนอูไม่อยากไป เขาไม่ได้กลัว แต่เขายังไม่อยากเผชิญหน้ากับใครทั้งนั้น


แต่เหมือนเขาจะเลี่ยงไม่ได้ เมื่อจู่ๆลิฟต์ก็เปิดมาที่ห้องเขา วอนอูเงยหน้าคนที่เปิดประตูเข้ามา ปรากฎเป็นคนที่เขาคุ้นเคยอย่างซึงกวานที่มีผ้าพันแขนไว้


ซึงกวานส่งยิ้มเล็กๆให้วอนอู วอนอูก็ทำเช่นนั้นกลับไปให้อีกฝ่าย สีหน้าซึงกวานไม่สู้ดีนัก อาจเข้าขั้นย่ำแย่เลยด้วยซ้ำ


“นายควรไปหาหมอนะ สภาพนายแย่มากเลย”ซึงกวานพูด


“ฉันว่านายนั้นแหละที่ควรไปก่อน”วอนอูพูดกลับ และนั้นทำให้รอยยิ้มซึงกวานและวอนอูเพิ่มมากขึ้น


วอนอูไม่แน่ใจว่าสนิทกับซึงกวานขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่คิดด้วยว่าการคุยกับซึงกวานแค่ประโยคเดียวจะทำให้เขาสบายใจขึ้นขนาดนี้


หรือบางทีเขาควรไปคุยกับคนอื่นมากกว่าหมกตัวอยู่ในห้อง


“นั่งก่อนสิ” วอนอูพูด


ความเงียบเข้าครอบงำพวกเขา ซึ่งมันไม่ใช่เหตุการณ์ที่ซึงกวานจะปล่อยให้มีเลย วอนอูมองหน้าซึงกวาน ก่อนเอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่าย “มีอะไรรึเปล่าซึงกวาน”


ซึงกวานโผเข้ากอดวอนอูและเล่าเรื่องทุกอย่างออกมา วอนอูทำได้แค่พยักหน้า เขารู้ว่าความรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียคนรักเป็นยังไเพราะมันก็ไม่ต่างระหว่างเขากับพี่มินฮยอนเลย วอนอูตบไหล่ซึงกวานและฟังเสียงดังของซึงกวานที่ร้องไห้โฮเกือบๆชั่วโมง


“เวอร์น่อนต้องหายแน่นอนซึงกวาน มะรืนนี้เขาก็ถึงมือหมอที่เก่งที่สุดแล้วนิ”วอนอูพูด “และพอเวอร์น่อนตื่นขึ้นมานายก็อู้อยู่เยอรมันสักสองสามอาทิตย์แล้วค่อยกลับดีมั้ย”


ซึงกวานปาดน้ำตาและพยักหน้า พวกเขาพูดคุยกันเล็กน้อย จนสุดท้ายก็แยกย้าย พร้อมเสียงบ่นของซึงกวานเรื่องน้ำหนักตัวของวอนอู


“กินเยอะๆนะวอนอู นายจะตายเพราะอดอาหารจะอนาถไปนะ”ซึงกวานพูด วอนอูส่ายหัวพร้อมหัวเราะเล็กน้อย “และก็ไปเยี่ยมบอสบ้าง เพราะถ้าบอสมาหานายเอง นายจะลำบากนะ”


วอนอูไม่เข้าใจความหมายของคำว่าลำบาก แต่จู่คำว่าริชาร์ด มิลล์ก็แล่นมาในหัววอนอู


…เขาจะเอาที่ไหนมาใช้มาเฟียหนุ่มล่ะเนี่ย


“โรงพยาบาลโซล ชั้น17” คำทิ้งท้ายของซึงกวาน ทำให้วอนอูต้องเรียกแท็กซี่และออกจากห้องเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์


มีบางอย่างดลใจให้เขาบ้าจี้ทำตามที่ซึงกวานบอก ตอนแรกเขาคิดว่าอาจเป็นเรื่องนาฬิกา แต่เมื่อแท็กซี่จอด และเขาอยู่ห่างจากมินกยูแค่สิบเจ็ดชั้น เขาก็เข้าใจแล้วว่ามันคือความคิดถึง


เขาไม่อยากจะยอมรับนัก ว่าคนที่ส่งพี่ชายเขาไปเสี่ยงตาย จะเป็นคนเดียวที่วอนอูยึดเหนี่ยวใจให้ไม่เป็นบ้าตอนผันร้ายถึงเรื่องที่อินชอน เป็นคนเดียวที่พอเวลาวอนอูนึกถึงใจเขากลับสงบจนตัวเขาเองยังแปลกใจ


เขาแค่อยากเจอมินกยู...


ขอแค่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายก็พอ...



วอนอูยืนงงอยู่กลางโรงพยาบาลโซลที่ใหญ่สมกับเป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ แถมยังอยู่ในเครือของฟิโอแฟมิลี่อีก


“จะมาเยี่ยมคุณมินกยูที่ชั้นสิบเจ็ดครับ” วอนอูบอกที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เขาลืมคิดไปเลยว่าระดับมาเฟียที่เพิ่งโดนลอบฆ่าอย่างมินกยูคงไม่ปล่อยให้คนขึ้นไปง่ายๆแน่


เขาคงเสียค่าแท็กซี่มาเสียเที่ยวแหะ


“คุณจอนวอนอู ขึ้นได้เลยค่ะ ไม่ต้องตรวจอะไร”พนักงานสาวพูดพร้อมส่งยิ้มให้วอนอู


“ครับ?”


เธอยิ้มและลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะ ก่อนผายมือเชิญวอนอูให้เดินตามเธอ เธอกดลิฟต์ ก่อนหันมาหาวอนอู “คือว่าคุณมินกยู กำชับมาค่ะว่าหากคุณวอนอูมา ให้รีบพาไปหาทันที คุณมินกยูถามหาคุณทุกวันตั้งแต่ฟื้นเลยนะคะ”


วอนอูส่งยิ้มแห้งๆไปให้ ที่ถามหาเขาทุกวันคงไม่ใช่เรื่องริชาร์ด มิลล์หรอกนะ


เมื่อลิฟต์มาถงชั้นสิบเจ็ด ชายฉกรรจ์ทุกคนก็ยืนจ้องเขม็งมาที่ลิฟต์ แต่เมื่อเห็นเป็นวอนอู ทุกคนก็ผ่อนท่าทีลง


พนักงานสาวไม่ออกจากลิฟต์เธอโค้งให้วอนอู และวอนอูก็เดินตัวเกร็งออกมา จนในที่สุด เขาก็สบายใจขึ้นเมื่อเห็นโฮชิ


“กว่าจะมานะวอนอู”โฮชิที่ทั้งขาทั้งแขนพันเฝือกจนเกือบกลายเป็นมัมมี่เดินมาหาเขา พร้อมกับชายที่ชื่อยุนกิที่มาช่วยชีวิตเขาและมินกยูได้ทันเวลา


“นายดูแย่นะ”วอนอูพูด


โฮชิหัวเราะร่า ก่อนชี้มาทางวอนอู “เอาจริงๆนะ สภาพนายแย่กว่าฉันอีกนะวอนอู นี่ถ้าฉันแตะนายตัวนายจะสลายมั้ยเนี่ย”


วอนอูส่ายหัวกับคำหยอกล้อของอีกฝ่าย


“ไปหาบอสเหอะ ฉันขี้เกียจรองรับอารมณ์บอสแล้ว”ยุนกิแทรกก่อนจะเดินนำวอนอู


วอนอูหันไปมองโฮชิที่ยักคิ้วให้เขา


ห้องมินกยูอยู่ในสุดทางเดิน เมื่อเปิดประตูเข้ามา เขาก็เห็นมินกยูหันมามองทางเขาเหมือนรู้ว่าเขามา แต่คงไม่แปลกที่ประชาสัมพันธ์จะต้องแจ้งให้เจ้าของห้องรับรู้


มินกยูนั่งพิงหัวเตียง ในมือถือเอกสารจำนวนหนี่ง ใบหน้าคมหันมามองวอนอู นัยน์ตาอีกฝ่ายฉายแววแปลกใจอย่างไม่ปกปิด ถึงวอนอูจะไม่เข้าใจว่ามินกยูกำลังคิดอะไร แต่ความรู้สึกคิดถึงของเขาก็ถูกเติมเต็มในทันที


ยุนกิโค้งตัวให้เจ้านายตัวเอง และปิดประตูออกไปทันที


วอนอูเลยค่อยๆเดินเข้ามาในห้อง “ไง”


คำทักทายสั้นๆ ที่มินกยูรู้สึกว่ามันอึดอัดกว่าปกติที่พวกเขาเจอกัน วอนอูส่งยิ้มให้มินกยูเล็กน้อย มินกยูมองใบหน้าอีกฝ่ายที่ไม่ได้เห็นมาหนึ่งอาทิตย์ ใบหน้าอิดโรยและเศร้าหมอง ใบหน้าที่เคยสดใสกับซูบตอบ วอนอูดูโทรมและน้ำหนักลดไปมาก ในเวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์


“ไปทำอะไรมา”


คำถามที่จู่ๆก็โยนมาให้วอนอู ทำเอาคนที่ยืนอยู่งงไปชั่วขณะ “ก็…นอนอยู่บ้าน”


มินกยูขมวดคิ้วอย่างไม่ถูกใจในคำตอบนัก


“คำตอบนี้รึเปล่าที่นายต้องการ”วอนอูถาม


มินกยูถอนหายใจ ท่าทีเขาสบายมากขึ้น “ทำไมมาหาฉันช้า”


คำถามใหม่ทำเอาวอนอูงงกว่าเดิม “ฉันไม่ใช่หมอนิ รีบมาหานาย นายก็ไม่หายเร็วขึ้นหรอกน่า”


“แต่ฉันอยากเจอนาย”คำสวนกลับของมินกยู ทำเอาวอนอูชะงัก


สมองมินกยูไม่ได้ไปโดนกระทบกระเทือนหรอกนะ


วอนอูหัวเราะเล็กๆ แต่ไม่มีคำต่อล่อต่อเถียงอย่างทุกที และเปลี่ยนเรื่อง“ขอโทษเรื่องริชาร์ด มิลล์ของนายด้วยนะ ฉันจนปัญญาจริงๆ เลยต้องรูดทรัพย์นาย”


มินกยูไม่ต้องใจคำพูดของอีกฝ่าย เขากวักมือ “ฉันไม่มีเสียง ขยับมา”


วอนอูที่แต่เดิมยืนอยู่หน้าทีวี เดินเข้าไปที่โซฟา แต่ไม่ทันจะหย่อนก้น มินกยูก็พูดซ้ำ “ขยับมาอีก”


สุดท้ายวอนอูก็เดิมไปยืนติดเตียงของเจ้าของห้อง


“ฉันมาแค่ขอโทษนายเรื่องนาฬิกาเอง เดี๋ยวก็กลับแล้ว”วอนอูพูด “พรุ่งนี้ฉันมีสอน”


มินกยูยกมือขึ้น และใจวอนอูก็ตกฮวบ


นี่ไม่คิดจะต่อยเขาเพราะเอานาฬิกาเจ้าตัวไปให้ซอกมินหรอกนะ แต่วอนอูก็ต้องนิ่ง เมื่อมืออุ่นๆสัมผัสที่ข้างแก้มของเขา นิ้วหัวแม่ลูบหน้าเขาอย่างแผ่วเบา


ไม่ใช่แค่วอนอูที่คิดถึงอีกฝ่าย แต่มินกยูก็เฝ้ารอการมาหาของวอนอูเหมือนกัน เขาอยากจะให้ลูกน้องไปพาตัวคนที่เด็กกว่ามาตั้งแต่วันแรกที่เขาฟื้น แต่เพราะเขาเข้าใจว่าวอนอูต้องการเวลาและเขาไม่อยากฝืนอีกฝ่าย เขาจึงได้แต่รอ


จนสุดท้ายเวลาแห่งการรอคอยของเขาสิ้นสุดลง เมื่อเด็กหนุ่มมายืนอยู่ตรงหน้าเขา


ลมหายใจที่อุ่นร้อนเข้ามาใกล้วอนอูเรื่อยๆ วอนอูยังคงนิ่งไม่ไหวติง


“ขอบใจนะวอนอู”


วอนอูสบสายตากับใบหน้าคมเข้ม “ขอบใจฉัน?”


“มันยากสำหรับนายฉันรู้ แต่นายผ่านมันมาแล้ววอนอู ไม่เป็นไรหากนายจะคิดถึงมัน แต่สุดท้ายนายก็พยายามได้ดีมาก”


คำปลอบใจที่ออกมาจากปากของมาเฟียหนุ่มมันเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยพลังทุกคำพูด วอนอูยกมือขึ้นมาทาบมือหนาของมินกยู และพยักหน้า


ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว แต่เขายังคงกลั้นมันไว้ จนในที่สุดมันก็ถูกปลดล็อกโดยอกแกร่งของมินกยู


มาเฟียหนุ่มดึงวอนอูเข้าสู่อ้อมกอด และลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ “อยากร้องไห้มั้ย ร้องมาเหอะ ฉันอยู่ตรงนี้”


วอนอูร้องไห้โฮออกมาทันที ความอัดอั้นและฝันร้ายที่สะสมมาระเบิดออกมาภายในพริบตา น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ความกลัว ความเศร้า ความกดดัน และความรู้สึกผิดได้ถูกแบ่งเบาโดยมินกยู


มินกยูลูบหลังวอนอูไม่หยุด เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่มีความสุข แต่เขากลับรู้สึกดีที่วอนอูยอมแสดงความรู้สึกต่อหน้าเขา ยอมให้เขาเป็นที่แบ่งเบาเรื่องแย่ๆที่ตัวเองได้เจอ และนั้นทำให้เขารู้สึกโลภ เขาต้องหารให้วอนอูร้องไห้ต่อหน้าเขาคนเดียว



เขาไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์ยังไงกับเรื่องนี้ออกไป แต่มันคือความต้องการที่ไม่มีเหตุผลของเขา


ทั้งห้องเงียบฉี่ มีแต่เสียงร้องไห้ที่ยังคงต่อเนื่อง ความทรมานที่วอนอูต้องเจอ มินกยูเข้าใจดี มันจะเป็นภาพติดตาไปตลอด เหมือนตอนที่มินกยูตัดสินใจยิงพ่อ


มันคือฝันร้าย…





เสียงร้องของวอนอูเริ่มเงียบ เหลือเพียงเสียงสะอื้น กับตาและจมูกรั้นที่แดงแจ๋


วอนอูปาดน้ำตาและผละออกจากอ้อมกอดขอ

มินกยู แต่มินกยูทำเพียงแค่คลายอ้อมกอดให้หลวมขึ้น และจ้องมองคนที่ยุ่งกับการเช็ดน้ำตา สีหน้าวอนอูดีขึ้นมาก เขาดูผ่อนคลายลงเยอะ


“โทษที”วอนอูพูด”ฉันรบกวนเวลาพักผ่อนของนายสินะ”


มินกยูส่ายหัว แล้วยกมือขึ้นลูบผมที่ยุ่งของวอนอู


“ขอบคุณที่ทนฟังฉัน และขอโทษด้วยเรื่องนาฬิกาของนาย”วอนอูพูด แต่ก่อนที่มินกยูจะแทรก วอนอูก็รีบยกมือห้าม “สุดท้ายก็ขอบคุณที่โกหกว่าไม่มีใครตาย ฉันรู้ดีว่าซอยเล็กๆนั้นไม่มีที่ให้หลบหรอก และถ้าพวกนั้นหลบได้ พวกนั้นคงรีบข้ามถนนมายิงเราซ้ำ ถ้าวันนั้นนายไม่โกหกฉัน รับรองฉันสติแตก และก็จะกลายเป็นคนบ้าร้องไห้เป็นชั่วโมงหนึ่งแบบที่นายอดทนมานี่แหละ”


มินกยูยิ้ม “ฉันไม่ได้ใช้ความอดทนกับนายเลยวอนอู ร้องมาเหอะ ถ้านายอยากทำ ฉันจะอยู่ข้างๆนายเอง”


วอนอูเงียบ เขาทำตัวไม่ถูกกับความใจดีที่มินกยูส่งมา แถมไอ้หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงจนเลือดสูบฉีดไปที่หน้ามากจนเขารู้สึกว่าหน้าเขาต้องแดงมากแน่ๆ


“พูดดีขนาดนี้ หมอทำอะไรกับนายป่ะเนี่ย”วอนอูโวยวายแก้เขิน


แต่มินกยูก็ยังคงยิ้มนิดๆเหมือนเดิม วอนอูเห็นแบบนั้นก็โวยวายหนักขึ้นไปอีก


“เรื่องนาฬิกา”มินกยูเกริ่น และวอนอูก็เงียบทันที


คนเด็กกว่าพูดเสียงเบา “ฉันมีเงินในบัญชีแค่แปดแสน นาฬิกานายหกล้านได้มั้ง…ผ่อนจ่ายได้ป่ะ”


มินกยูส่ายหัว และวอนอูก็ใจแป้วทันที


“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น ฉันไม่หน้าเลือดกับคนที่ช่วยชีวิตฉันหรอก แต่ว่า…”มินกยูเว้นช่วง และวอนอูก็เงยหน้า เห็นมินกยูทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ และยกยิ้มที่ทำให้แอบเห็นฟันเขี้ยวของเจ้าตัว


“แต่?”วอนอูเอียงหัว


“มาหาฉันทุกวัน”มินกยูพูด “ได้มั้ย”


“ฉันต้องสอนนะ”


“หลังเลิกสอน”


“มีตรวจงานเด็กอีก”


“หลังตรวจงานเด็ก”


วอนอูกลอกตา “มันดึก”


“ฉันรอ”


วอนอูที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดมินกยูก็กลับสู่ภาวะเงียบอีกครั้ง พวกเขาสบตากันนานหลายนาที จนเป็นวอนอูซะเองที่หลบสายตา “ก็ได้…แต่จะรีบมาหา นายจะได้ไม่ต้องนอนดึก”


คำพูดของวอนอูทำให้มินกยูฝืนตัวเองให้เก๊กหน้าขรึมต่อไปไม่ได้ คำพูดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเขาทำให้มินกยูยิ้มกว้างได้ไม่ยาก


วอนอูเองก็แปลกใจกับรอยยิ้มของมาเฟียหนุ่ม แค่เขารีบเคลียร์งานมาหามันใช่เรื่องน่ายินดีขนาดนั้นเลยหรอไง


“ไอ้มินกยู ฉันมาเยี่ยมเว้ย!!”เสียงตะโกนดังมาพร้อมกับประตูที่เปิดอย่างแรง วอนอูรีบผละออกจากมินกยูทันที


เขาหันไปมองทางต้นเสียง เป็นชายสองคน คนที่ตัวสูงกว่าเป็นผู้ชายท่าทางดูดี หน้าตาสะอาดหมดจดและดุดัน ใบหน้าที่ยิ้มกว้างกลับแปรเปลี่ยนเป็นตกใจเมื่อเห็นวอนอู ชายคนดังกล่าวอยู่ในชุดสูทสีดำลายเส้นตรงแนวดิ่งสีเทา ผมเสยไปด้านหลัง เปิดหน้าผากชัดเจน เขาเดินมาพร้อมกับชายหน้าหวาน ในชุดเสื้อขาว กางเกงยีนขาดๆ ผมสีน้ำตาลอ่อนถูกปัดอย่างลวกๆ และดวงตาที่สั่นคลอนของชายหน้าหวานจ้องมาทางวอนอู


เช่นเดียวกับวอนอูที่ยืนอึ้ง ก่อนจะพึมพำออกมา “พี่จองฮัน”

    #ใจความมินวอน

TALK.
พี่รหัสน้องรหัสเจอกันแล้วเด้อ5555
บทนี้หวานเท่าทีตามาเฟียมินกยูจะหวานได้แหละค่ะ 
ได้เกริ่นเรื่องราวอดีตของมินกยูแล้วเนอะ
และเห็นมุมน่ารักของซึงกวานด้วย เอ็นดูวววว 
เวอร์น่อนก็เข้มกับซึงกวานเสมอต้นเสมอปลายนะคะ 
บทนี้ได้เห็นวอนอูอ่อนแอ และอ้างว้าง รู้สึกอยากได้ใครสักคน 
มันเศร้านะคะเวลาเราเศร้าแต่ต้องปลอบใจตัวเอง 
เวลาแบบนี้แค่คนมานั่งข้างๆก็พอแล้ว ไม่ต้องพูดก็ได้ ขอแค่ไม่โดดเดี่ยว  
LIONCHUU.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

351 ความคิดเห็น

  1. #307 레이-SBG (@raynarak5) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 00:30

    พี่รหัสน้องรหัสเจอกันแล้ววววว

    #307
    0
  2. #272 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:47
    เขิงงงงงง แต่สงสารพี่จองฮันอ่ะ มิงจะโดนแบบคุปส์ไหมงะ
    #272
    0
  3. #251 moomiim (@moomiim) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:14
    แอบขำเล็กๆตรงที่พ่อมินกยูเป็น คิมดงฮัน 5555
    #251
    0
  4. #235 OrangeTurtle (@tatpicha5469) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:04
    จังหวะซิทคอมไปอีก...
    ขอให้เวอร์น่อนรอดนะะะ
    #235
    0
  5. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 18:58
    ทั้งมินทั้งวอนูต่างฝ่ายต่างเริ่มเปิดใจแล้ว ฮืออเขิน
    #115
    0
  6. #92 aaomcatt (@chanaporn723) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 09:09
    สองคนนี้เริ่มมีความรู้สึกต่อกันแล้วใช่ไหมเนี่ยย ตกใจนิดๆคือดงฮันเป็นพ่อมินกยู
    #92
    0
  7. #58 fernkanokwan (@fernkanokwan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 21:34
    คุณหมอไม่ได้อะไรมินกยูหรอค่ะ หัวใจเขาสั่งมา ;_;
    #58
    0
  8. #57 lovegirlgroup (@lovegirlgroup) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 13:53
    เจสสิก้าเป็นคนตั้งGPS! TT
    #57
    0
  9. #56 n_16 (@n_16) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 10:43
    สู้ๆค่ะ
    #56
    0
  10. #55 ~PaNKFair~ (@thitifonfair) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 10:22

    เขาเจอกันแล้ววววว พี่จองฮันเห็นน้องแล้วว มิงกยูเปิดใจกับวอนแล้ว ฮืออออออออออออออ

    #55
    0
  11. #54 Stars shine (@konmaisaythename) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 19:56
    รอนะคะไรท์นานแค่ไหนก็จะรอ อีกกี่วัน อีกี่สัปดาห์ อีกกี่เดือน อีกกี่ปีก็จะรอ หากไรท์มาอัพค่ะ รอจริงๆสนุกมากลุ้นเวอร์นอน ลุ้นวอนอู ลุ้นเรื่องพี่จองฮัน ลุ้นรื่องมินฮยอน ลุ้นมันทุกสิ่งอย่างจริงๆ รอนะคะ ไม่ได้กดดันแต่หนูจะตั้งตารอคอยนะคะไรท์!
    #54
    0
  12. #50 mapranglism- (@maprang-cl) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 01:38

    เพิ่งมาอ่านวันนี้ อ่านแบบรวดเดียวจบเลย สนุกมากค่ะ มีเรื่องให้ตาโตตลอดเลย55555 รอติดตามนะคะ ชอบมาก

    #50
    0
  13. #49 MW-17 (@MW-17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 00:23
    เขาเรี่มจะชอบกันแล้วอ่ะ
    #49
    0
  14. #46 Pu~Yunho^^ (@-chompu-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 09:08
    แงะ ชีวิตมินกยูไม่ง่ายเลยจริงๆ แต่ขออนุญาตเขินฉากวอนอูมาหาค่ะ ทำไมห้องผู้ป่วยดูอมชมพูแบบนั้น แงงงงงง วอนอูเจอจองฮันจะเป็นยังไงคะนั่น รอแล้ววว
    #46
    0
  15. #45 jimmychoo (@jimmychoo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 05:16
    รู้สึกเขินมากค่ะ ตอนนี้ทั้งสองคนคงชอบกันแล้ว น่ารักมากเลยค่ะ รอดูต่อไปว่าเจอจองฮันแล้วจะเป็นยังไง ชอบเรื่องนี้มากค่ะ รอติดตามนะคะ
    #45
    0
  16. #44 dmkl_17 (@dmkl_17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 23:29
    ชอบเรื่องนี้มาก คู่มินกยูวอนอูเริ่มรักกันแล้ว แต่คู่พี่นี่สงสารพี่จองฮันมาก ไรท์สู้ๆนะเราเป็นกำลังใจให้<3
    #44
    0
  17. #43 0622083807 (@0622083807) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 23:21
    ถถถ.วอนอูของเราแงงนี่แค่นี้นะ ลองคิดถ้าวอนอูรู้ว่ามินฮยอนทำอะไรจะเป็นขนาดไหนฮือออ//
    #43
    0