(จบ) BOTTOM LINE | MINWON / MEANIE

ตอนที่ 5 : FIVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62


CHAPTER 5








:: In one KISS,
you'll know all
I haven't SAID ::








เวอร์น่อนรู้สึกไม่ชอบวอนอูเลย เด็กคนนั้นทั้งอวดดี ถือตน แถมยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร กล้าต่อปากต่อคำ กวนประสาท และท้าทายบอสของเขา ทั้งๆที่มินฮยอนไม่ใช่คนแบบนี้เลยซักนิด


...มินฮยอนพูดน้อย และอ่อนน้อมถ่อมตนกว่าวอนอูเยอะ แต่นั้นแหละถึงภายนอกจะเป็นคนน่าไว้ใจ แต่สุดท้ายก็งูพิษ


เวอร์น่อนหักเลี้ยวรถMercedes-Benz S-Class Saloon เข้าไปที่คอนโดที่เขาเพิ่งมากับบอสเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว


“ไปพามันลงมาดิ ไม่อยากเหยียบห้องโสโครกๆนั้นเลย”เวอร์น่อนหันไปพูดกับซึงกวานที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ


ซึงกวานกรอกตา “นายดูเกลียดวอนอูจังเลยนะ ทำไม เป็นเพราะเรื่องที่บอสตำหนินายที่ไปตบมือเขาหรอไง”


เวอร์น่อนไม่ตอบ เขาทำทีเป็นไม่ได้ยิน และพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่การถอยรถเข้าที่จอดรถของคอนโด


“วอนอู เขาไม่ใช่คนนิสัยแย่หรอกนะ”ซึงกวานเสริม


เวอร์น่อนหันควับมามองทางซึงกวาน พร้อมเอามือเท้าพวกมาลัย และยื่นหน้ามาประชิดอีกฝ่าย “ปกป้องของเล่นของบอสจังนะ มันไม่ได้ขึ้นเป็นเมียบอสหรอก ไม่ต้องไปเลียมันขนาดนั้น”


ซึงกวานหันหน้าหนีใบหน้าที่เข้ามาใกล้ของเวอร์น่อน  เมื่อเวอร์น่อนเห็นดังนั้นก็ขยับไปใกล้อีกเรื่อยๆ จนสันจมูกโด่งของเขาแตะเบาๆที่แก้มเนียนนุ่มของคนที่เด็กกว่า


“งานของนายคือตามประกบไอเด็กวอนอู ไม่ใช่ไปหลงมัน”


เวอร์น่อนพูดเสร็จก็ขยับหน้าออกมา และหันหน้าไปทางหน้ารถด้วยท่าทีที่ไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ซึงกวานก็หันหน้าทางหน้ารถด้วยเช่นกัน แต่สายตาเขาแอบเหลือบมองใบหน้าฉุนเฉียวของหนุ่มลูกครึ่ง “ฉันไม่ได้หลงวอนอู ฉันแค่พูดตามที่รู้สึก เขาไม่ใช่คนไม่ดี”


“ไปเอาตัวมันมาได้แล้ว เรามีเวลาเหลืออีกสองชั่วโมง”เวอร์น่อนตัดบท


ซึงกวานถอนหายใจ และเอื้อมตัวไปที่เบาะหลังเพื่อหยิบเสื้อยี่ห้อหรูที่พาดอยู่เบาะหลังมา วันนี้วันเสาร์ แน่นอนว่าวอนอูไม่มีสอน ดังนั้นมินกยูเลยสั่งให้พวกเขาพาตัววอนอูไปพบ โดยไม่ให้เหตุผลอะไรทั้งนั้น


ซึงกวานไม่เข้าใจว่าทำไมบอสถึงอยากเจอวอนอู ที่จริงตอนนี้เขาไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ไม่รู้ว่าบอสคิดจะทำอะไรกันแน่ ทุกอย่างที่บอสเป็น...มันไม่ชัดเจนพอที่ใครจะดูออก


ซึงกวานขึ้นลิฟต์อย่างคุ้นเคย มือข้างหนึ่งเขาถือถุงคลุมเสื้อโดยข้างในมีเสื้อและกางเกงที่บอสสั่งให้เอามาให้วอนอู อีกข้างแตะคีย์การ์ด และกดไปที่ชั้น17 ไม่นานนักภาพห้องสีฟ้าขาวอันแสนคุ้นเคยก็ปรากฎขึ้นมาในสายตาเขา มันไม่ได้สะอาดกว่าครั้งที่บอสมาครั้งล่าสุดเลย บางทีอาจจะสกปรกกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึงกวานเดินไปที่ประตูสไลด์บานใหญ่ เขาเข้าไปที่ห้องนั่งเล่น แอร์เย็นออกมาทักทายเขา ผ้าม่านถูกปิดมืด ไฟในห้องก็ไม่เปิด มีเพียงแสงยามเย็นที่เล็ดลอดเข้ามาน้อยๆพอให้ซึงกวานไม่เหยียบวอนอูที่นอนอยู่ที่พรมข้างเจ้าตุ๊กตาเสือพิงกี้ที่วอนอูภูมิใจนำเสนอ


ซึงกวานถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน เขาเดินไปเปิดไฟ และวอนอูก็หยีตา และพึมพำ “อะไรเนี่ย พวกนายเข้าห้องฉันตามอำเภอใจอีกแล้วนะ!!”


“ไม่ใช่พวกนาย เพราะฉันมาคนเดียว”ซึงกวานตอบ และดึงผ้าห่มออกจากวอนอู ภาพที่ปรากฎคือวอนอูกับเสื้อเชิ๊ตตัวยาวถึงเข่า สีฟ้าอ่อน ไม่มีกางเกง เสื้อสีฟ้ามันอ่อนมากจนพาลให้เห็นถึงไหนต่อไหน ซึงกวานเขวี้ยงผ้าห่มใส่วอนอูเพื่อหยุดภาพอุจาดตา


“ใส่ชุดบ้าอะไร!!”ซึงกวานถาม วอนอูเลิกผ้าห่มดูชุดตัวเอง


“ก็ช่วงเช้าฉันมีประชุมด่วน พอกลับมาคอนโดก็หมดแรงถอดได้แค่กางเกงกับกางเกงใน ไม่ทันจะเปลี่ยนชุดก็สลบเลย”วอนอูหาวกว้างเพื่อเสริมคำพูด “ทำไมชุดฉันมีปัญหาอะไรกับนาย”


ซึงกวานกลอกตาอย่างขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง การที่เขาตามติดวอนอูมาเกือบสามสัปดาห์ทำให้เขารู้ว่าวอนอูเป็นพวกบ้าlogic บ้าทฤษฎี และแทบทุกคำพูดของวอนอูมันมักจะมีเหตุผลเสมอซึ่งซึงกวานก็ไม่สามารถเถียงเจ้าตัวได้เลย แต่ว่าเขาก็รู้สึกขัดใจกับการที่การกระทำต่างๆของวอนอูกลับมาจากอารมณ์ของเจ้าตัวล้วนๆในหลายต่อหลายครั้ง สรุปง่ายๆว่าวอนอูเป็นคนที่ขัดแย้งในตัวเองมากที่สุด


“ไม่มีปัญหากับฉัน แต่มีปัญหากับบอส”ซึงกวานพูด


วอนอูขมวดคิ้ว “มินกยูทำไมอีก วันนี้วันเสาร์นะ นายไม่ต้องตามฉันไม่ใช่หรอไง มีอะไรล่ะสิ”


วอนอูเป็นคนเข้าใจง่าย และซึงกวานก็ชอบตรงนี้ของเขา “เขาอยากเจอนาย”


“ทำไม”


“แค่อยากเจอ”


วอนอูเม้มปากแน่น “งั้นเอาชุดนั้นมา เขาเอามาให้ฉันใช่มั้ย”


ซึงกวานยกยิ้ม บอกแล้วว่าวอนอูเป็นคนเข้าใจง่าย


วอนอูในสภาพหัวยุ่งฟูรับชุดที่อยู่ในถุงคลุมและเดินเข้าห้องน้ำทางห้องนั่งเล่น


คนที่โดนปลุกเข้ามาในห้องน้ำและต้องตกใจเมื่อรูดซิปถุงคลุมเสื้อออก รสนิยมของมินกยูทำเอาวอนอูแปลกใจไปมากเหมือนกัน เสื้อแขนกุดผ้าแพรสีดำเงา พร้อมด้วยเสื้อสูทด้านนอกสีดำกำมะหยี มีลูกไม้ปักระบายดูดุดันและสง่า สร้อยคอโช๊คเกอร์สีดำเจาะห่วงสีเงินรอบและมีโซ่เหล็กสั้นๆร้อยห่วงนั้น….วอนอูบอกเลยรับไม่ได้


เขาไม่ใช่เด็กนั่งดริงค์นะเว้ย!!!


วอนอูเดินออกจากห้องน้ำทางห้องแต่งตัวและหยิบเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีแดงมีลวดลายประดับบางๆ มาแทน ก่อนใส่มันและค่อยเอาเสื้อสูทที่มินกยูให้ใส่ทับ พร้อมทั้งยัดโช๊คเกอร์และเสื้อกั๊กนั้นใส่ในถุงคลุมเสื้อเพื่อคืนเจ้าของ


เมื่อแต่งตัวเสร็จ เขาก็ออกมาจากห้องน้ำหลังจากใช้เวลาไปนานกับการเซตผม เขาใส่เสื้อเชิ๊ตสีแดงทับในกางเกงสีดำยาวทรงกระบอกพอดีตัว และเอาเสื้อสูททับด้านนอก ส่วนผมเขาก็แค่ไดร์ให้หน้าม้ามาข้างหน้า และทำให้ผมที่ฟูเป็นรังนก เรียบเท่าที่จะทำได้


“ทำไมไม่ใส่เสื้อกั๊กและปลอกคอที่บอสเตรียมไว้ให้”ซึงกวานถาม ขณะที่เขานั่งกอดเจ้าพิงกี้บนโซฟา เขาเป็นคนจัดเสื้อผ้าตามที่บอสสั่งเองกับมือ เขาจึงจำได้ว่ามันมีอะไรบ้าง


วอนอูเบะปาก “เชย...และอีกอย่างมันไม่ได้เรียกว่าปลอกคอเฟ้ย มันเรียกว่าโช๊คเกอร์”


“ถ้าสำหรับนาย เรียกปลอกคอเหมาะเเล้ว ปากนายหมาจะตาย”


วอนอูทำปากขมุบขมิบและยื่นถุงคลุมเสื้อผ้าที่ข้างในมีของที่เขาไม่ใส่คืนซึงกวาน พร้อมกับเสยผมอย่างมีท่าต่อหน้าเพื่อนใหม่(วอนอูคิดไปเอง) “ฉันว่าฉันอยู่ในชุดนี้หล่อกว่าเยอะเลย”


“ไอ้คำพวกนี้ มันไม่ควรออกมาจากปากตัวเองนะ แถวบ้านฉันเรียกหลงตัวเอง”ซึงกวานพูดพร้อมยืนขึ้น “รีบไปเหอะ เวอร์น่อนรออยู่ ฉันรำคาญจะฟังเสียงบ่น”


“เอาสิ”วอนอูพูด


วอนอูเดินไปที่ลานจอดรถพร้อมซึงกวาน วอนอูดูพอใจที่ได้ขึ้นรถเบนซ์ครั้งแรกในชีวิต “ว้าว หรูแหะ” คำทักทายแรกหลังจากวอนอูก้าวเข้ามานั่งที่เบาะหลัง เขานั่งอยู่เบาะหลังคนนั่ง และหันไปเห็นเวอร์น่อนทำหน้าบูดอยู่ที่ตำแหน่งสารถี


“หวัดดี เวอร์น่อน”


“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น นายเด็กกว่าฉัน!”เวอร์น่อนขึ้นเสียง


วอนอูทำเสียง'หืม'ในลำคอ และเอี้ยวตัวไปรัดคอซึงกวาน พร้อมทั้งจิ้มที่อกคนในแขนเขาแรงๆ “แต่หมอนี่ก็อายุเกือบเท่าๆฉัน ยังไม่เรียกนายว่าพี่เลย….ทำไมสิทธิพิเศษงั้นหรอ” วอนอูแซว


“พูดไปเรื่อย”ซึงกวานแกะมือวอนอูออก ส่วนวอนอูก็ยิ้มแฉ่งและนั่งกอดอกพิงเบาะ โดยไม่ซอกแซกอะไรต่อ


“เหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมง นายแต่งตัวหรือทอผ้าใหม่ แต่งตัวนานขนาดนี้คิดว่ากำลังจะไปเดทแรกหรอไง”เวอร์น่อนบ่น


“นายคิดว่าชุดแบบนี้เหมาะกับการเดทหรอไง ตอนเห็นแวปแรกนึกว่าฉันต้องไปเต้นลีลาศซะอีก”วอนอูพูดติดตลก


“มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นซักหน่อย นายเหมาะกับมันนะ เชื่อสิ บอสเป็นถึงเจ้าของเพลดิสที่เป็นผู้นำด้านแฟชั่นเชียวนะ”ซึงกวานพูด เขารู้จักบอสดีว่าบอสเก่งด้านนี้แค่ไหน ที่จริงซึงกวานมั่นใจว่าถ้าบอสเขาไม่ได้เป็นมาเฟีย คงเอาดีด้านแฟชั่นได้ไม่ยากเลย


“เจ้านายของนายนิ ก็ยกยอกันเข้าไป”วอนอูตอบ “พวกนายคิดว่าชุดแบบนั้นมันจะสร้างความประทับใจแรกได้จริงๆงั้นหรอ”


วอนอูขยับตัว “คิดตามฉันนะ ถ้าเกิดจู่ๆมีคนบอกว่าอยากเจอ มาหาหน่อย แล้วนายก็ใส่ชุดแบบนั้นไป มันจะทำให้นายรู้สึกแบบ...ประทับใจหรอไง”วอนอูถาม แต่ไม่รอคำตอบ เขาพูดต่อ “ในฐานะที่ฉันเคยเดทมานะ ถ้าพวกนายสองคนจะต้องเดทกันซักวัน พวกนายห้ามคิดว่า ‘เจอหน้ากันทุกวันอยู่แล้วทำตัวตามสบายกันเถอะ’ ห้ามเลยนะ การที่นายจะเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟนมันต้องชัดเจนพอสมควรไม่งั้นเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตแน่ๆ นายควรจะชัดเจนว่านี่คือเดทแรก และสร้างความประทับใจแรกในฐานะแฟนซะตั้งแต่เดทนั้น”


“พวกฉันไม่มีทางเดทกั-”ซึงกวานกำลังเถียงแต่ไม่ทันวอนอูที่กำลังพูดได้ที่


“ฉันเคยอ่านเจอ วิล โรเจอร์สบอกว่า you never get a second chance to make a first impression หมายความว่านายไม่มีโอกาสที่สองที่จะสร้างความประทับใจแรกหรอกนะ”


“หุบปาก!!”เวอร์น่อนตะคอก และวอนอูก็เงียบลงทันที “เลิกพล่ามได้แล้ว เอาเวลาไปดูและตัวเองเหอะ จอน วอนอู!! นายเป็นแค่ของเล่นของบอสก็ทำหน้าที่ตรงนั้นไป อย่าพูดไร้สาระ!!!”


“อ่าห๊ะ”วอนอูรับคำแบบสบายๆ ก่อนพูดเสียงเบาลง “แต่คนนอกน่ะ...มักมองอะไรได้ดีเสมอแหละ”


เวอร์น่อนกัดฟันกรอด เขาอยากหยิบปืนมาเป่ากระบาลคนที่อยู่เบาะหลังใจจะขาด ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้วอนอูอยู่ในตำแหน่งคนที่บอสสนใจล่ะก็นะ...เขาไม่ปล่อยให้พล่ามได้ขนาดนี้แน่นอน และเพราะเขาทำอะไรไม่ได้ อารมณ์เลยไปลงกับคันเร่งแทน เวอร์น่อนเหยียบคันเร่งจนเกือบมิด วอนอูจับเบาะแน่นเพราะรถเอียงซ้ายทีขวาที ถึงจะน่ากลัวแต่วอนอูก็อดชื่นชมทักษาะการขับรถของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ละคันที่เวอร์น่อนปาดนั้น เฉียดมากซะจนกระดาษa4ยังเกือบสอดไม่ได้


เมื่อออกจากการจราจรที่แออัดมาได้ เวอร์น่อนก็ผ่อนฝีเท้าลง พร้อมกับอารมณ์ที่เย็นลง


“บอสพวกนายแค่อยากเจอฉันงั้นหรอ มีอะไรมากกว่านั้นรึเปล่า”วอนอูทำลายความเงียบ หลังจากคำนวณแล้วว่าสถานการณ์จะไม่ปะทุอีกรอบ


“ไม่รู้สิ บางทีอาจจะเป็นเรื่องพี่มินฮยอน”ซึงกวานตอบ


“บอสนายยังไม่ฆ่าพี่ชายฉันจริงๆใช่มั้ย เขาไม่ได้โกหกหรอกนะ”วอนอูพูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ


“ฉลาดนักนิ ก็คิดสิ”เวอร์น่อนพูด


“ถึงฉันจะเถียงบอสนายได้เป็นฉากๆ แต่ฉันก็ไม่ใช่เครื่องจับเท็จนะ”วอนอูตอบ


เวอร์น่อนเริ่มจะเข้าใจสิ่งที่ซึงกวานมาบ่นให้เขาฟังเกือบทุกวันแล้ว เด็กที่ชื่อจอน วอนอู ปากเร็วซะเหลือเกิน


“ฟังนะเจ้าเด็กบ้า บอสของเราไม่จำเป็นต้องโกหกเรื่องแบบนี้กับนายเลย เขาไม่ใช่คนขี้โกหก”เวอร์น่อนพูด “โดยเฉพาะเรื่องบ้าบอแบบนี้ มันไม่มีเหตุผลเลย”


ซึงกวานพยักหน้าเห็นด้วย


วอนอูเอนตัวเอาหัวพิงเบาะไว้และหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ตึกสูงและแสงไฟในตอนกลางคืนที่วอนอูไม่ค่อยได้เห็นปรากฏในสายตาเขา เขาคิดว่าคืนนี้คงไม่ผ่านพ้นไปง่ายๆแน่…


“ถึงแล้ว”เวอร์น่อนพูด และจอดรถที่ลานจอดรถกว้าง รถหลายคันในลานจอดรถนี้ล้วนเป็นรถหรูทั้งนั้น มีที่จอดวีไอพีเว้นว่างไว้ และเวอร์น่อนก็เข้าไปจอดในที่นั้น


วอนอูชี้ไปที่ป้ายLEDที่ส่องแสงสว่างจ้าที่เขียนว่า ‘FIO CASINO’


“ที่นี่?”


ซึงกวานพยักหน้าช้าๆ เหมือนไม่เข้าใจว่ามันแปลกตรงไหน “ใช่...ไม่เคยมาคาสิโนงั้นหรอ”


วอนอูพยักหน้ารับอย่างไม่อาย “แน่นอน ถึงฉันจะชอบปาร์ตี้ แต่การพนันฉันไม่ยุ่ง ไม่เคยได้ยินหรอไง ยกเค้ายังเหลือบ้าน ไฟไหม้ยังเหลือที่ดิน แต่เล่นพนันไม่เหลืออะไรเลย”


เวอร์น่อนปลดเข็มขัดนิรภัยออก “ห้ามพูดประโยคนั้นที่นี่เชียว ถ้านายไม่อยากโดนกระทืบ”


วอนอูเดินตามทั้งคนทั้งสองที่ดูคุ้นชินเข้าไปในทางพิเศษ เมื่อเข้าไปในอาคารทรงครึ่งวงกลม ทุกอย่างก็ดูเหมือนในหนังที่เขาเห็น แสงไฟสลัวๆ คนมากมายยืนตามโต๊ะ และมีคนใส่ชุดสีขาวเสื้อกั๊กดำยืนหัวโต๊ะ วอนอูเดินตามทั้งคู่ไปตามทางเรื่อยๆ มีคนมากมายโค้งให้จนหัวแทบติดดิน เวอร์น่อนเดินนำไปที่ลิฟต์ เขากดไปที่ชั้น-4


“มีชั้นใต้ดินด้วยหรอ”วอนอูถาม


เวอร์น่อนพยักหน้า “แน่นอน ในเมื่อที่นี้มันไม่มีชั้นสอง และมีลิฟต์นายคิดว่ามันจะมีชั้นใต้ดินมั้ยล่ะ”


วอนอูเป่าปาก...เขาอุตส่าห์ถามดีๆ คนหน้าฝรั่งนี่ดูจะเกลียดเขาจริงๆ


เมื่อลิฟต์เปิด ก็มีคนใส่สูทดำทั้งชุดสองคนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ ทั้งสองมองมาทางพวกเขา และโค้งให้เวอร์น่อนและซึงกวาน เวอร์น่อนพูดอะไรซักอย่างกับเขาทั้งคู่ พวกเขามองมาทางวอนอูผ่านแว่นดำ และเขยิบให้พวกเขาทั้งสาม เวอร์น่อนเคาะประตู


“บอสครับ เวอร์น่อนครับ”เวอร์น่อนพูดเสร็จ เสียงจากลำโพงที่อยู่ข้างๆประตูก็ดังขึ้น พร้อมเสียงปลดล็อกประตู


“เข้ามา”


วอนอูกลั้นหายใจเมื่อเวอร์น่อนเปิดประตู ภายในห้องสว่างจ้า จนวอนอูต้องหรี่ตา เขาเดินตามเวอร์น่อนและซึงกวานเข้าไป ก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดเมื่อเดินพ้นประตูได้เล็กน้อย วอนอูก็หยุดตามทั้งคู่


กลายเป็นพวกเขาทั้งสามคนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน แถมวอนอูยังทำหน้าเด๋อสุด เขากำลังอึ้งกับห้องนี้อยู่ ห้องกว้างและสะอาดสะอ้าน ข้าวของในห้องล้วนเป็นสีขาวซะส่วนใหญ่ มีมุมหนึ่งเป็นโซฟาสีเขียวตุ่น พร้อมโต๊ะกระจกเตี้ยวางตรงกลางโซฟาทั้งสามตัว อีกมุมเป็นตู้หนังสือ ส่วนตรงหน้าเขาที่ตรงข้ามกับประตูเป็นโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีคนทำหน้าไม่สบอารมณ์นั่งอยู่


มินกยูกวักมือมาทางพวกเขาทั้งสามคน วอนอูหันซ้ายหันขวา และรีบขยับปากไปทางเวอร์น่อน เขาพยายามจะทำปากให้นิ่งที่สุด “เวอร์น่อนๆ ไปสิ เดี๋ยวโดนเป่าหัวหรอก”


เวอร์น่อนกลอกตา และดันหลังวอนอู “เขาเรียกนายต่างหาก”


วอนอูสงสัยว่าจริงรึเปล่า แต่เขาก็เดินไปข้างหน้า วอนอูกลืนน้ำลาย เขารู้สึกเกร็งแปลกๆ กับสายตาของมินกยู เขามองด้วยสายตาที่...ร้อนแรง?


วอนอูไม่รู้จะเอาคำไหนมาบรรยายสายตาที่มินกยูจ้องเขา  มินกยูขยับมือไปทางเวอร์น่อนและซึงกวาน ทั้งคู่ก็โค้ง แล้วเดินออกไป


วอนอูยืนซักพัก ก่อนเดินไปที่โต๊ะมินกยู เขาค่อยๆหย่อนก้นไปที่เก้าอี้สีดำตรงหน้ามินกยู ซึ่งยังคงมองวอนอูไม่ละสายตา


“ถ้ายังไม่เลิกจ้องฉัน ฉันจะท้องแล้วนะ”วอนอูพูดติดตลก แต่ก็ต้องตกใจเมื่อวันนี้มินกยูกลับยกยิ้มนิดๆกับมุกของเขา


แม้มันจะนิดดดดดเดียวจริงๆ แต่วอนอูเห็นองศามุมปากขยับ เขาก็เข้าข้างตัวเองว่านั้นรอยยิ้มแน่ๆ


“นายไม่ใส่ชุดของฉันนิ”คำทักทายคำแรกของมินกยู


วอนอูก้มมองดูชุดตัวเอง และส่งยิ้ม “แต่ชุดนี้ดีกว่าใช่มั้ยล่ะ”


มินกยูเอามือขึ้นมาประสานและรองใต้คางตัวเอง พิจารณาวอนอูกับผมที่เหมือนจะเซตแค่หน้าม้า ทำให้ผมข้างหลังยังคงยุ่งเหยิง เขามองดูวอนอูที่ยังคงจับชุดตัวเองให้เข้าที่ด้วยแววตาภาคภูมิใจ


“นายดูดีมาก”


วอนอูเงยหน้ามาจ้องมินกยู “ว้าว..คำชมจากนายแหะ”


มินกยูยกยิ้มมุมปากอย่างขบขันกับคำพูดของคนตรงหน้า วอนอูดูดีจริงๆอย่างที่เขาพูดออกไป แต่ก็แอบเสียดายที่ไม่ได้เห็นวอนอูอยู่ในชุดที่เขาจัดไว้ให้ มินกยูละสายตาจากคนตรงหน้าและเปิดเก๊ะข้างโต๊ะ พร้อมหยิบกล่องสีดำออกมา “ชุดนายยังไม่สมบูรณ์หรอกนะ ถ้ายังไม่ได้สิ่งนี้”


วอนอูมองตามกล่องสีดำที่มินกยูหยิบออก แวปแรกเขาคิดว่าเป็นแหวน...แต่ความคิดนั้นก็ถูกปัดตกไปเพียงเสี้ยววินาที เพราะว่ามินกยูคงไม่คิดจะให้แหวนแก่ของเล่นอย่างเขาหรอก


มินกยูเปิดมันออกมาช้าๆและต่างหูสีเงินยาวทรงหยดน้ำก็ปรากฎ มันสวยและดูน่าหลงไหล วอนอูมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ของถูกๆแน่ มันอาจจะมีราคามากเกินกว่าจะหาตัวเลขมาบรรยายได้ โลหะสีเงินมีสลักรูปปืนไขว้ตรงปลาย และมีคำว่าFIOFAMILYสลักเป็นตัวอักษรตัวเขียน


วอนอูกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อมินกยูเอื้อมตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้เขา ลมหายใจของมินกยูรดลงที่ซอกคอเขาอย่างแผ่วเบา มันมีกลิ่นเชอร์รี่ของบุหรี่ไฟฟ้าเจืออยู่ในลมหายใจนั้น ความรู้สึกของโลหะสีเงินค่อยๆทิ่มแทงลงไปที่ใบหูของเขา อดที่จะให้วอนอูกำมือแน่นไม่ได้


“ของชิ้นนี้สำคัญมากนะ...อย่าทำหายซะล่ะ” มินกยูพูด พร้อมกับค่อยๆปล่อยมือจากใบหูของวอนอูช้าๆราวกับไม่อยากจะปล่อย พวกเขาสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะเป็นวอนอูที่หลบสายตาก่อน มินกยูยกยิ้มอย่างพอใจกับท่าทีนั้น และทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเองดังเดิม


“perfect”มินกยูพึมพำ และจ้องมองวอนอู ราวกับจิ๊กซอว์ที่หายไปได้ ได้ถูกเติมเต็มแล้ว


หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ มินกยูก็เลิกจ้องวอนอูและก้มหน้ามองเอกสารตัวเองต่อ วอนอูได้แต่นั่งงง...งงทั้งต่างหูบนหูเขา และงงว่านี่จะให้เขามานั่งเฉยๆงั้นหรอ


วอนอูก็ยังคงนั่งเงียบๆมองมินกยูทำงานกับเอกสารตรงหน้า เขาสำรวจโต๊ะของอีกฝ่าย ทางด้านขวาของมินกยูมีกรอบรูปสีดำวางอยู่สองอัน แต่เพราะมันหันหลัง เขาเลยไม่เห็นว่าเป็นรูปอะไร ถัดออกมาเป็นซองจดหมายที่เปิดอ่านแล้ว วอนอูมองไล่ไปเรื่อยๆด้านซ้ายเป็นกองเอกสาร วอนอูเพ่งมอง มันเกี่ยวกับคาสิโนแห่งนี้แหละ


สุดท้ายเมื่อมองทั้งห้องจนปรุ วอนอูก็หันกลับมาสนใจคนตัวสูงตรงหน้า วอนอูมองไล่ตามเอกสารในมือมินกยู เขาจ้องมันมาพักใหญ่ และแม้มองกลับหัวแต่วอนอูก็ยังเข้าใจความหมาย เพราะความสามารถอีกอย่างของวอนอูคือการอ่านหนังสือกลับหัว...และเขาก็ไม่คิดว่ามันมีประโยชน์จนถึงวันนี้


“นายค้าอาวุธกับคนรัสเซียด้วยราคาเท่านั้นไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้เงินรัสเซียมันแข็งค่ามาก และถ้านายขายให้พวกเขาถูกๆจะเกิดอะไรขึ้นรู้มั้ย อันดับแรกคือเขาจะใช้ความได้เปรียบในการที่ค่ารูเบิลรัสเซียแข็งตัวกว่าค่าเงินวอนมากมา กวาดซื้ออาวุธนายจนหมดคลัง แม้นั้นจะทำให้นายได้เงินเยอะ แต่นายเสียเปรียบแน่ๆ อันดับสองในอนาคตต้องเกิดสงครามรัสเซีย-จอร์เจียอีกครั้ง นายน่าจะเกร็งราคาให้เป็นไปตามที่นายต้องการได้ ก็บอกแล้วว่าพวกเขาอยากได้อาวุธเพิ่ม นายก็รู้นิ อาวุธเยอะก็มีชัยไปกว่าครึ่ง และสุดท้ายฉันแนะนำว่าให้นายขึ้นราคาจนรัสเซียซื้อไม่ได้เยอะ และแบ่งส่วนหนึ่งไปขายจอร์เจียซะ สงครามจะได้ยืดและนายจะขายได้อีกเยอะไง”วอนอูพูด และนั้นทำให้มินกยูเงยหน้าขึ้นมาทันที


วอนอูเงียบไป แต่มินกยูกลับวางปากกาตรงหน้าและกอดอก เขาหยุดทุกอย่างเพื่อตั้งใจฟังสิ่งที่วอนอูพูด “ทำไมถึงรู้ว่าฉันกำลังจะขายอาวุธให้กับรัสเซียล่ะ”


“ก็บนโต๊ะนายมีจดหมายภาษารัสเซียไง ส่วนเนื้อหาในจดหมายและเอกสารในมือนายก็เกี่ยวกับการต่อรองราคาอาวุธ มันดูเหมือนนายจะได้เปรียบนะ แต่เชื่อฉันเหอะ คนพวกนี้เจ้าเล่ห์”วอนอูตอบแบบสบายๆ


“แล้วอ่านภาษารัสเซียออกงั้นหรอ”


วอนอูพยักหน้า ไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่คนตรงหน้าทำให้มินกยูแปลกใจได้เสมอ


“ฉันจบอักษร มีวิชาเลือกภาษาที่สาม1ตัว แต่ฉันขอหน่วยกิตเพิ่ม และลงเรียนสามตัวเลยคือ รัสเซีย ฝรั่งเศส และจีน”วอนอูพูดด้วยความภูมิใจ “รู้มั้ยฉันได้เกรดอะไรมา”


มินกยูนิ่งเฉย รอคนพูดมาก พูดต่อ


“ได้Dแหละ เกือบF ดีนะที่อาจารย์มีคะแนนเก็บช่วย”


“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะไม่เล่าเรื่องน่าอัปยศนั้นนะ”มินกยูตอก แต่วอนอูกลับส่ายหัว


“เกรดสำคัญก็จริง แต่ความรู้สึกเหมือนนายต้องเริ่มหัดเดินตอนอายุ19 หรือ ความรู้สึงถึงพยายามที่ไม่ว่าพยายามแค่ไหนก็หาทางออกไม่เจอ ความรู้สึกที่ว่านายทำมันมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไอ้ความรู้สึกที่นายต้องก้าวผ่านมันตอนนั้น มันสนุกมากเลยรู้มั้ย”


สิ่งหนึ่งที่มินกยูรู้จักคนตรงหน้ามากขึ้นคือ วอนอูชอบความท้าทายซะจริง


“แล้วไม่กลัวฉันหรอไง...ฉันขายอาวุธสงครามนะ”มินกยูแหย่


วอนอูเอียงคอ “ไม่นะ เพราะนายมันน่ากลัวจนไม่เหลืออะไรให้กลัวแล้วแหละ อีกอย่างมันก็แค่...”วอนอูยกนิ้วชี้ขึ้นมาสองข้างและชี้เข้าออกสลับกัน “...การค้าขาย”


มินกยูไม่รู้ว่าจะรู้สึกทึ่งกับคนตรงหน้าไปถึงเมื่อไหร่ บางทีมินกยูชักสงสัยว่าวอนอูเรียนจบคณะอักษรมาจริงรึเปล่า…


“กำลังสงสัยฉันล่ะสิว่าทำไมรู้เรื่องพวกนี้ดีจัง”วอนอูพูด “ซึงกวานคงเคยบอกนายแล้ว ฉันชอบปาร์ตี้ และปาร์ตี้ในอเมริกาก็ทำให้ฉันได้รู้จักคนหลายแบบ ทุกเชื้อชาติ และรู้มั้ยความสนุกของการปาร์ตี้คืออะไร...มันคือพอเหล้าเข้าปากปุป นายก็จะเล่าทุกอย่างออกมาไง”


“เหมือนซึงกวาน...”มินกยูเปรย


วอนอูยกยิ้มแห้ง “ที่จริงซึงกวานก็ไม่ได้เมาขนาดนั้นหรอกนะ ว่าแต่นาย...นายไม่ได้ลงโทษอะไรซึงกวานใช่มั้ย ฉันถามเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมตอบ”


“แล้วฉันควรจะทำอะไรกับคนที่แค่ชื่อฉันก็รักษาไว้ไม่ได้ล่ะ”มินกยูพูดนิ่งๆ


“ถ้านายถามฉัน ฉันก็จะตอบว่า...ช่างมันเหอะ”วอนอูแถ ก่อนส่งยิ้มอ่อนๆไปให้อีกฝ่าย


มินกยูส่ายหัว และเลิกคุยเรื่องซึงกวาน เขาเอื้อมมือมาปิดเอกสารตรงหน้าและเขี่ยมันไปข้างๆ “ฉันมีวิธีลงโทษลูกน้องของฉัน นายไม่ต้องสนใจหรอก และต่อไปนี้ฉันอนุญาตให้เรียกชื่อฉัน”


“อ่าห๊ะ คุณมินกยู”วอนอูพูด แต่มินกยูขมวดคิ้ว “ไม่ต้องมีคุณก็ได้ นายก็ดูไม่เคารพฉันอยู่แล้วนิ”


วอนอูยู่ปาก “ไม่เรียกคุณก็ได้ แต่ฉันเคารพนายนะ อย่าเข้าใจผิดสิ”


มินกยูไม่เข้าใจคำว่าเคารพของวอนอูคืออะไร ทั้งๆที่อีกฝ่ายแม้แต่กลัวเขายังไม่คิดจะกลัว “แล้วสรุปจะตอบมั้ยว่าทำไมถึงรู้เรื่องพวกนี้ดี ฉันมั่นใจว่าแค่ปาร์ตี้ธรรมดาของพวกนักศึกษาคงไม่ทำให้นายรู้ดีขนาดนี้”


วอนอูเท้าคางและเขี่ยป้ายชื่อที่แปะบนโต๊ะทำงานของมินกยูเล่น

“ก็แค่อ่านเยอะ นายก็รู้เยอะและเมื่อนายรู้ นายก็จะทันทุกเรื่องที่คนเขาพูดกัน ฉันเป็นพวกชอบอ่าน อะไรที่เป็นตัวอักษรฉันก็อ่านหมดแหละ ตั้งแต่เด็กพ่อแม่ก็ไม่ค่อยสนใจฉัน เอาแต่ทำงาน ฉันก็มีแต่พี่มินฮยอนคอยดูแล พอโตขึ้นแม่ก็ดันมาป่วยต้องอยู่โรงพยาบาล พ่อก็ต้องคอยดูแล ไม่มีเวลาได้อยู่กันแบบครอบครัวอีก ไม่ต้องพูดถึงพี่มินฮยอนเลย ตั้งแต่เข้ามหาลัยฉันก็แทบไม่เจอพี่ชายฉันเลย มาเจออีกทีก็ตอนที่นายจับพี่ฉันมาซ้อมนั้นแหละ”วอนอูตอบ “เพราะงั้นหนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน”


เล่าเรื่องตัวเองอีกแล้ว มินกยูไม่เข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติของวอนอูรึเปล่าที่ต้องเล่าเรื่องตัวเองให้คนอื่นฟังเสมอๆ โดยเฉพาะคนที่กำชีวิตพี่ชายเจ้าตัวอยู่ในมือ แต่เขาคงลืมไปว่าวอนอูไม่ใช่คนปกติซักเท่าไหร่ แถมยังพูดมากมากอีก


“นายน่าจะเข้าใจว่าการอ่านมันช่วยพัฒนาเราได้มากแค่ไหนนิ”วอนอูพูดพลางบุ้ยปากไปทางตู้หนังสือ “หนังสือนายเยอะจะตาย”


มินกยูเห็นด้วย เขาก็เป็นคนประเภทเดียวกับวอนอู...เขาไม่มีใคร และไม่ต้องการใคร สิ่งที่มินกยูเชื่อมั่นและมั่นใจว่าจะไม่ทรยศเขาคือหนังสือ


“แล้วสรุปนายเรียกฉันมาทำไม...มาให้ต่างหูนี่หรอ”วอนอูถามเปลี่ยนเรื่องและเอามือจับต่างหูที่ห้อยอยู่ที่หูซ้ายเขา


“เจ้าพวกนั้นบอกนายว่าไงล่ะ” เจ้าพวกนั้นที่มินกยูพูดถึงคงไม่พ้นเวอร์น่อนและซึงกวาน


“ซึงกวานบอกว่านายอยากเจอฉัน ส่วนเวอร์น่อน...ไม่รู้สิ ฉันคุยกับเขาไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ได้ยินเขาบอกว่า เดท?หรือไม่ก็ทำหน้าที่ของเล่น ประมาณนั้น”วอนอูตอบ


“งั้นฉันเลือกเดท”มินกยูตอบ ส่วนวอนอูกำลังจะเถียงว่าเขาไม่ได้ให้เลือกซักหน่อย แต่ก็ต้องหุบปากเมื่อเห็นว่ามินกยูกดอะไรสักอย่างใต้โต๊ะ และประตูห้องบานใหญ่ก็ปลดล็อก วอนอูหมุนเก้าอี้ไปดูทางฝั่งประตู ประตูถูกเปิดออกโดยหญิงสาวรูปร่างดี เธอใส่ชุดเดรสรัดรูปสีรุ้งสั้น พร้อมกับขวดไวน์และแก้วทรงสูงสองใบ ผมสีน้ำตาลเข้มของหล่อนถูกปล่อยให้ยาวสยาย ผมข้างหนึ่งทัดหู โชว์ต่างหูวงแหวนวงใหญ่


….สวย


วอนอูกลืนน้ำลาย เขาคิดว่าเธอสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ เธอมีเสน่ห์และดูฉลาด วอนอูบอกเลยว่าเธอตรงสเปคเขามาก


เมื่อเธอเดินมาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นน้ำหอมที่ไม่หวานจนเป็นผู้หญิงมากเกินไป แต่ก็ไม่ห้าวจนเหมือนผู้ชายจนเกินไป ลอยมาแตะจมูกเขา ไวน์ชั้นดีวางลงข้างหน้าวอนอู พร้อมกับสีหน้าเจ้าหล่อนที่…..ไม่เป็นมิตร


“นี่ค่ะบอส ไวน์ที่บอสสั่งค่ะ”เธอกระแทกเสียง ก่อนจะหันมาจิกตาใส่วอนอู ราวกับเขาไปแย่งกินไวน์ของเธองั้นแหละ


“เจส..เรื่องอาวุธกับรัสเซีย บอกเขาไปว่าราคานี้เราไม่รับ ขอเพิ่ม30เท่า และก็ออกไปได้แล้ว”มินกยูพูดอย่างไม่ใยดี เธอดูรับไม่ได้ที่โดนไล่ สีหน้าเธอหงิกงอลงทันที เธอหันมาจ้องทางวอนอู วอนอูได้แต่ยกยิ้มแห้งไปให้และภาวนาไม่ให้เธอเอาปืนที่เหน็บไว้ใต้กระโปรงตรงต้นขามายิงหัวเขา


“ขอบคุณสำหรับไวน์นะครับ เจส”วอนอูพูด สีหน้าเธอคลายลงเล็กน้อย “เจสซี่ หรือ เจสสิก้า ครับ?”


เธอยังคงไม่คลายใบหน้าที่หยิ่งผยอง แต่ก็ดูลดความรังเกียจในตัววอนอูลงหลายเลเวล “ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เธอเดินผ่านวอนอูไป


แต่ไปได้ไม่ใกล้นักวอนอูก็พูดต่อ “ให้เดาคุณชื่อเจสสิก้าใช่มั้ยครับ ผมหมายถึง ถ้าไม่ใช่ก็รู้มั้ยว่าชื่อนี้มันเหมาะกับคุณ เพราะคุณสวยเหมือนเจสสิก้า แลงจ์เลย”


เธอชะงักแค่เล็กน้อยก่อนเดินออกจากห้องไป วออนูมองเธอจนลับสายตาและหมุนเก้าอี้กลับมาทางมินกยู และก็ต้องชะงัก เมื่อสายตามินกยู...โคต.รเย็นชา


“เฮ้ๆ รู้หน่าเด็กนาย แค่แหย่หน่อยเดียวเอง มินกยู”วอนอูยิ้ม แต่ก็ไม่ทำให้อารมณ์ที่เสียของมินกยูดีขึ้น “นายก็เห็นว่าเธอเกลียดฉัน ฉันก็เเค่ลดnegative relationแค่นั้นเอง” วอนอูพูด


“นายเป็นแบบนี้บ่อยหรอไง”มินกยูถอนหายใจ เขาอยากจะโกรธคนตรงหน้า แต่เพราะท่าทีที่สบายๆ และคำพูดที่ไปเรื่อยนั้นแหละทำให้เขาเหมือนโกรธก้อนหิน สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ใจเย็นลงเรื่อยๆ


“ก็ไม่นะ”วอนอูตอบ “ไม่บ่อย แต่ฉันไม่ชอบให้คนเกลียดฉัน มันรู้สึกไม่ดี ถ้าทำดีกับใครได้ฉันก็อยากทำดี”


“พวกมองโลกในแง่ดีมักตายเร็ว รู้มั้ย”


วอนอูขมวดคิ้ว ก่อนจะยกไวน์มาเทอย่างถูกวิธี เขาเทให้มินกยูก่อนแล้วค่อยเทให้ตัวเอง “ฉันไม่ได้มองโลกในแง่ดีแบบที่อยากให้คนทั้งโลกรักฉัน ฉันไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายแบบที่มองว่าทุกคนในโลกเกลียดฉัน ฉันมองโลกในแบบที่มันเป็นคือคนที่ยังไม่ทำอะไรฉัน ฉันก็ไม่เกลียด แต่ถ้าทำฉัน ฉันก็เกลียด”


มินกยูไม่ตอบอะไร เพราะสิ่งที่วอนอูพูดมันก็ถูกของเจ้าตัว เขามองไวน์ในเเก้ว และยกมันขึ้นมาเล็กน้อย “ดื่ม”


วอนอูยกแก้ว และจิบมันช้าๆ..สมเป็นของดี กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และหอมขึ้นจมูก ชวนให้วอนอูอารมณ์ดีได้ไม่ยาก


สายตามินกยูจ้องมาที่วอนอูอีกแล้ว แต่คราวนี้วอนอูกลับรู้สึกเห่อร้อนแปลกๆ สายตาที่มินกยูมองมันไม่ได้ร้อนแรงและชวนให้อึดอัด มันเต็มไปด้วยความจริง วอนอูบอกไม่ถูก เขาแค่รู้สึกว่าหน้ากากอันเย็นชาของมินกยูมันกำลังหลุดลอกออกไปช้าๆ


“ที่นายชวนฉันดื่ม ไม่ใช่ว่าพอเหล้าเข้าปากฉัน นายหวังให้ฉันพูดอะไรหรอกนะ”วอนอูสร้างเรื่องตลกแก้เขิน


“เช่น?”


“อืมมม นายอาจจะอยากได้ไตฉัน นายอาจจะหลอกให้ฉันพูดขายไตให้นายและบันทึกเสียงฉันตอนเมาไว้เป็นหลักฐาน”วอนอูพล่าม


มินกยูเอามือเท้าคางและเอียงหัวมองวอนอู “ฉันอยากได้ความรู้สึกของฉันต่างหาก”


วอนอูขมวดคิ้ว...ไอ้ประโยคแบบนั้น มันไม่เหมาะกับชายฉกรรจ์สองคนแบบพวกเขาเลย และที่สำคัญคือเขาไม่ควรเขิน!!!


“ถ้านายอยากค้นความรู้สึกตัวเอง นายก็ต้องไม่เมาสิ คนเมามีสติที่ไหน”วอนอูเถียงเสียงเบา


“ฉันมีสติดี ที่รัก”มินกยูเลียริมฝีปากและยกยิ้ม


“เรียกฉันว่าที่รักอีกแล้ว นายไม่...เลี่ยนบางหรอไง”วอนอูบ่น


“หรืออยากได้คำอื่น เจ้าหญิง...ดีมั้ย”มินกยูแหย่


วอนอูเบ้ปาก “ฉันเป็นผู้ชายเว้ย คิม มินกยู”


“หรือของเล่น? หรือตุ๊กตา?”


วอนอูเงียบ เขากระดกไวน์ในมืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะจิบมันเรื่อยๆ คำพูดระหว่างพวกเขากลายเป็นความเงียบ จนวอนอูทำลายมันด้วยคำตอบจากคำถามที่ผ่านมานานหลายนาที


“แล้วแต่นายเหอะ”วอนอูโบกมือและยกแก้วไวน์มาจิบ เขาหันมองไปรอบห้องๆ “นายเป็นเจ้าของกี่สิ่งในโซลเนี่ย”


“ไม่ใช่แค่ฉัน พี่ชายฉันด้วย”มินกยูตอบ “พวกเราเป็นเจ้าของทุกสิ่งในโซลนั้นแหละ”


“ซึงกวานก็เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง...”วอนอูพึมพำ “...ฟิโอแฟมิลี่มีบอสสองคน คือนายกับพี่ชายนายใช่มั้ย”


“ใช่ ฉันดูแลเรื่องแบรนเพลดิส คาสิโน่และค้าอาวุธ ที่เหลือเอสคุปส์ดูแล”


วอนอูพยักหน้า และรินไวน์เพิ่ม “ฉันตกใจนะเนี่ยที่รู้ว่าฟิโอแฟมิลี่ ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นึกว่าเป็นแค่แก๊งข้างถนนซะอีก”


มินกยูหัวเราะในลำคอ “แก๊งข้างถนน?”


“นายรู้มั้ยว่าพี่รหัสของฉันโดนคนในแก๊งนายฆ่าตายแหละ”วอนอูพึมพำ แก้มเขาเริ่มแดง เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์


….'พอเหล้าเข้าปาก นายจะเล่าทุกอย่างออกมาไง' วอนอูเป็นคนพูดคำนี้ และเขาก็กำลังทำตามที่พูด


“....”


วอนอูเท้าคาง หัวเขาเริ่มหนักจนตั้งเองไม่ไหว “ฉันโคต.รเกลียดแก๊งนายเลยรู้ป่ะ ตอนโดนนายจับมา ตอนแรกคิดว่าจะตายในกองเพลิงแบบพี่จองฮันซะแล้ว”


“จองฮัน?”มินกยูถาม และคิดว่าเขาคงจะได้รู้เรื่องที่เขาอยากรู้มากที่สุดซะแล้ว วอนอูกับจองฮันเกี่ยวกันยังไง...พี่ชายเขาบอกจะถามให้ แต่เขายังไม่ได้คำตอบใดๆกลับมาเลย


“เยป พี่รหัสที่เป็นเหมือนครอบครัวของฉัน เหมือนพอๆกับพี่มินฮยอนเลย”


....จองฮันคือพี่รหัสวอนอู แถมยังสนิทกันมากๆอีก


วอนอูกระดกไวน์ในมือจนหมดแก้วในรวดเดียว “พี่จองฮันบอกว่ามีผู้ชายชั่วๆมาจีบ แต่ว่ารู้ป่ะเขาบอกฉันว่าไง…”วอนอูถาม ก่อนจะแสร้งดัดเสียงเล็กๆเลียนแบบจองฮัน “พี่รักเขาพี่ยอมตายเพื่อเขาได้”


มือที่ดันคางวอนอูหลุดออกและคางเขาเกือบกระแทกโต๊ะทำงานของ

มินกยู ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าของโต๊ะเอามือมารองคางไว้ได้ทันก่อน “ความรักมันเอาชนะทุกอย่างไม่ได้!! ฉันบอกเขาเป็นร้อยรอบ แล้วสุดท้ายเป็นไง โดนกระทืบจนตาย แถมเผาจนไม่เหลือกระดูกไว้เป็นที่ระลึกเลย”


วอนอูหัวเราะหึๆ


“แล้วถ้าเจอผู้ชายคนนั้นจะฆ่าเขามั้ย นายจะแก้แค้นรึเปล่า”มินกยูที่ยังคงเอามือรองใบหน้าวอนอูถาม


วอนอูส่ายหัวดิก


“ทำไมล่ะ”


“เพราะพี่จองฮันรักเขา”วอนอูกระซิบ “นายไม่รู้หรอกว่าพี่จองฮันรักเขาแค่ไหน ฉันไม่เคยเห็นพี่จองฮันเป็นแบบนี้มาก่อน มันเป็นความรักที่ฉันไม่เคยสัมผัสถึงเลย”


“นายไม่เคยมีความรักงั้นหรอ”


วอนอูพยักหน้าบนมือมินกยู “ฉันเที่ยวไปทั่วเพื่อหาคนรักนั้นแหละ แต่สุดท้ายก็แค่เซ็กส์ ตื่นมาก็จบ ไม่มีความสัมพันธ์”วอนอูยิ้มบาง “บางทีถ้าฉันต้องตายแบบพี่จองฮัน แต่ได้เจอรักแท้...ฉันก็ยอมนะ”


มินกยูประคองหน้าวอนอูขึ้นมา เขาขยับไปใกล้ๆ และหัวใจก็กระตุกอย่างที่ทั้งชีวิตไม่เคยเป็นมาก่อน “จูบกับฉันมั้ย”


ประโยคคำถามจากมินกยู ทำให้วอนอูหัวเราะก๊ากออกมา “ทำไมคุณมาเฟีย สังเวชฉันหรอไง”


“จูบกับฉัน แล้วฉันจะให้นายเจอพี่ชายนายพรุ่งนี้”มินกยูพูด


วอนอูนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาจ้องสบตากับมินกยูและเหมือนเวลาหยุดหมุน “เอาสิ เป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มดี”วอนอูตกลง การจูบไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา มันไม่ทำให้เขาใจเต้นหรือมือชื้นเป็นเด็กวัยรุ่นที่เพิ่งค้นเจอความลับของมนุษย์


มินกยูประคองหน้าวอนอูและตัวเขาก็เอนไปใกล้อีกฝ่าย ริมฝีปากของมินกยูกดลงไปที่ริมฝีปากนุ่มของวอนอูช้าๆ สิ่งที่วอนอูทำได้คือหลับตานิ่งรับสัมผัสนั้น...มันหวาน ไม่มีการบดยี้ ไม่มีการรุกล้ำ มันไม่ร้อนแรงอย่างที่มินกยูเคยทำกับเจส หรือวอนอูเคยทำกับคนในงานปาร์ตี้


วอนอูยอมรับเลยว่าเขาใจเต้นแรง และเหงื่อชุ่มที่มือ เหมือนมีดอกไม้ไฟจุดขึ้นในหัวเขา มันดีและเขาชอบมัน


มินกยูถอนริมฝีปากกลิ่นเชอร์รี่ออกช้าๆ พวกเขาสบตากันนานหลายวินาที และมินกยูก็ทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ตัวเดิม


“ไม่ได้จูบใครนานแล้วแหะ”วอนอูทำร้ายความเงียบด้วยประโยคที่ไม่ได้ผ่านสมองเขาเลย


“แล้วจูบฉันเหมือนใครมั้ย”มินกยูถาม


วอนอูส่ายหัว และเซนิดหน่อยเพราะแอลกอฮอล์ในเลือดยังคงสูงอยู่ “นายจูบดีนะ...”

…………………




วอนอูสะลึมสะลือ เขาหยีตาเมื่อเห็นหลอดไฟLEDบนเพดานส่องแสงเข้าที่ตาเขา รู้สึกมึนหัวจนอยากจะอ้วกออกมา คอแห้งผากและเนื้อตัวก็เจ็บไปหมด เเต่ที่นอนที่เขานอนอยู่ก็นิ่มจนยากที่จะลุกขึ้นมา วอนอูลูบที่นอนของเขา ก่อนจะสะดุ้งเพราะเขาระลึกได้ว่านี่ไม่ใช่เตียงของเขา


มันไม่ใช่เรื่องแปลกของวอนอู ปกติเขาก็มักจะตื่นมาในที่แปลกๆเสมอ ไม่ว่าจะเป็นในห้องน้ำ หลังรถเพื่อน หน้าคอนโด ข้างถนน ใต้สะพานลอย หรือกองขยะ...เพราะเวลาเมาเขามักจะชอบวิ่งไปทั่ว


วอนอูลุกขึ้นนั่ง และมองไปรอบๆ ห้องสีขาวและโต๊ะตัวใหญ่ตั้งอยู่ เขามองไปที่เตียงที่เขาอยู่...มันไม่ใช่เตียงแต่เป็นโซฟาสีเขียวตุ่นต่างหาก วอนอูมองตัวเองที่ไร้เสื้อ เหลือแต่กางเกง ร่างกายที่ผอมแห้งของเขาถูกปกคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนา


วอนอูก้าวลงจากโซฟาทันที เขาลุกขึ้นและนึกไม่ออกว่าจะไปไหนต่อดี เขาได้แต่มองซ้ายมองขวา รอบห้องทำงานของมินกยู ภาพที่เขาจูบกับมินกยูไหลเข้ามาในหัว


“ชิบหา.ยล่ะ”วอนอูพึมพำ แล้วเอามือขยุ้มหัวตัวเอง ปกติเขาไม่ใช้คนเมาง่ายๆ ท่าทางไวน์ที่มินกยูเอามาให้คงไม่ได้มีแค่ไวน์แน่ๆ เขาเผลอกระดกไปเยอะด้วยสิ...เพราะเห็นว่ามันอร่อยเลยลืมเอะใจ


“คิม มินกยู...”วอนอูกัดฟันกรอด เขาหยิบผ้าห่มผืนหนามาคลุมตัวเอง และลากมันไปรอบห้อง คอก็แห้ง ขาก็ปวด แขนก็ล้า หัวก็หนัก ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเขาแผงฤทธิ์อะไรไปบ้าง...ไม่ใช่ว่าไม่ได้จบแค่จูบหรอกนะ


“ไม่ๆ กางเกงยังอยู่ๆ”วอนอูพึมพำเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง


“ทำอะไร”เสียงเข้มดังขึ้นด้านหลังวอนอูที่กำลังก้มๆเงยๆที่โต๊ะทำงานของมินกยู


วอนอูหันไปมองมินกยูที่เปิดประตูเข้ามา “หาน้ำกิน ฉันแฮงค์”


มินกยูเลิกคิ้ว และเดินเข้ามาในห้องพร้อมเสื้อผ้าในมือ “ใส่เสื้อก่อน เดี๋ยวให้คนเอายากับน้ำมาให้”


วอนอูคว้าเสื้อมาและใส่มันทันที มินกยูส่ายหัวที่เขาปล่อยผ้าห่มเจ้าตัวกองกับพื้น มาเฟียหนุ่มก้มลงและหยิบมันขึ้นมาพับ วอนอูตกใจกับพฤติกรรมของมินกยู


….ใครจะคิดว่ามาเฟียจะพับผ้า


“เกิดอะไรเมื่อคืน”วอนอูถาม


มินกยูยกยิ้ม และวางผ้าห่มไว้ที่โต๊ะทำงาน “คิดว่าไงล่ะ จำอะไรได้บ้าง”


“นายให้ไวน์ฉัน ฉันก็พูดไปเรื่อย...”วอนอูนึก ก่อนชี้หน้ามินกยู “..ไวน์นั้นผสมอะไรไปใช่มั้ย มันแรงมาก ปกติฉันไม่เมาง่ายๆหรอกนะ”


“...” ไม่มีคำตอบ  มินกยูส่งโค้ทสีน้ำตาลให้วอนอูแทน วอนอูยืนเฉย เขากำลังเคือง เขารู้ว่าการที่มินกยูนิ่งคือคำว่า..ใช่!! เจ้าตัวต้องสั่งให้ลูกน้องผสมอะไรซักอย่างเพื่อเพิ่มดีกรีของไวน์แน่ๆ


“และนายก็จูบฉัน”วอนอูพูดกระแทก “มันไม่แฟร์เลย”


มินกยูเลิกคิ้ว “ตรงไหนที่ไม่แฟร์”


วอนอูที่กำลังจะเถียงสะดุ้งเมื่อมินกยูยืนประชิดเขา และเอาเสื้อโค้ทสวมให้เขา หน้าวอนอูชิดอกแกร่งของมาเฟียหนุ่ม เขายืนนิ่ง จนมินกยูถอยหลังไปเล็กน้อย


“ว่าไง...ตรงไหนที่ไม่แฟร์ ก็เรามีขอแลกเปลี่ยนนิ”


วอนอูเม้มปาก ก่อนนึกถึงสิ่งแลกเปลี่ยนที่ว่าแลกจูบกับการไปเจอพี่ชายเขา “ฉันจำได้ แต่ก่อนอื่น...เมื่อคืนฉันแผงฤทธิ์อะไรไปบ้าง”


มินกยูรู้สึกพอใจที่วอนอูดูจะพยศน้อยลงหลังจากพวกเขาได้จูบกันเมื่อคืน ปกติป่านนี้คงเถียงฉอดๆ หรือไม่ก็พูดยียวนเขาไปแล้ว


“นาย...”มินกยูเกริ่น


วอนอูส่ายหัว และเซนิดหน่อยเพราะแอลกอฮอล์ในเลือดยังคงสูงอยู่ “นายจูบดีนะ...”


“งั้นหรอ...”มินกยูเงียบไป เขาอมยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็น


วอนอูพยักหน้า ก่อนกระดกไวน์ไปอีกหลายแก้ว


มินกยูนั่งมองวอนอูเพลินๆ ก่อนจะต้องตกใจเมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นพรวดพราด และวิ่งไปทางตู้หนังสือ เขาเปิดมันและปิดมันและเปิดมันอยู่อย่างนั้นสิบกว่ารอบ มินกยูนั่งไขว้ห้างที่เก้าอี้ “ทำอะไรวอนอู”


วอนอูไม่ตอบ เขาเดินกลับมาหยิบเก้าอี้และเปิดตู้หนังสือของมินกยู ก่อนจะเหยียบชั้นวางหนังสือและปีน


มินกยูรีบลุกขึ้นทันที “ทำอะไร ลงมา!!” มินกยูตะคอก


วอนอูปีนไปอยู่บนตู้ ก่อนจะนอนแผ่ “หนีนายไง มินกยู”


มินกยูส่ายหัว และปีนเก้าอี้ขึ้นไป “หนีทำไม”


“นายทำให้ฉัน...ไม่ดีเลย”


มินกยูขมวดคิ้ว “ไม่ดียังไง” เขาพูดพรางลากวอนอูลงมา


วอนอูไม่ตอบเขา เขากอดคอมินกยูและมินกยูก็อุ้มอีกฝ่ายลงมาเหมือนเด็ก มินกยูยกยิ้มอีกครั้ง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เขาเจอวอนอู นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขายิ้มออกมา




“สรุปฉันปีนตู้”วอนอูชี้ไปที่ตู้หนังสือ


มินกยูพยักหน้า


“นายก็เลยอุ้มฉันไปนอนที่โซฟา แล้วทำไมเสื้อฉันถึงหายไปล่ะ”วอนอูถาม


“ก็นายดูอึดอัด เลยถอดให้”มินกยูพูดเสียงเรียบ


วอนอูดูมีอีกคำถามที่อย่างถาม แต่มินกยูตัดบทอีกฝ่ายทันที “เลิกถามได้แล้ว ฉันจะพานายไปที่ๆหนึ่ง”


วอนอูเอียงหัว “ที่ไหน ฉันยังไม่หายแฮงค์เลย ขอนอนอีกสักงีบได้มั้ย”


“ก็ได้นะ….แต่ก็ไม่ต้องไปเจอพี่ชายนาย”



    #ใจความมินวอน



TALK.
เพราะตอนหนึ่งยาวมากนะคะ ไรท์จึงจะออกช้านิดหน่อย
ช่วยรอด้วยนะคะ ฮือออ
LIONCHUU.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

351 ความคิดเห็น

  1. #342 pongnniel (@pamhaha9822) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 18:21
    โว้ยยยย55555555555555555555555555555555555555
    #342
    0
  2. #324 theAce95 (@saizyne) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 12:25
    มินกยูทำให้วอนอูไม่ดียังไง ไหนน้องนูบอกแม่มา
    #324
    0
  3. #304 레이-SBG (@raynarak5) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:29

    วอนอูคือเมาแล้วไปทั่วเลยย ปีนตู้อีก555555555

    #304
    0
  4. #287 เรียลมายด์ (@mild_pcy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:46
    เราไม่อ่านฟิคนานแล้ว เพิ่งกลับมาอ่านก็เจอเรื่องนี้เลย ชอบนะคะ ขอบคุณที่เขียนขึ้นมา

    สนุกดีึ่ค่ะ ชอบบุคลิคน้องวอนอู5555
    #287
    0
  5. #269 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:13
    ชอบความตรรกะของวอนอูอ่ะ แม่งเท่วะ55555 แต่ความน้องก็ยังอยู่
    #269
    0
  6. #248 moomiim (@moomiim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:08
    น้องงง เมาแล้วซน ปีนตู้เฉยย
    #248
    0
  7. #225 candymatsu (@tippawan24362) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:03
    ตกใจที่น้องบอกว่าเมาแล้ววิ่งไปทั่ว ว้อยน้องงง!!! แต่คำโปรยหน้าตอนแบบเขินมากเป็นความเขินที่พูดออกมาไม่ได้อะ แม่!!!
    #225
    0
  8. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 17:35
    เอ็นดูน้อง เมาแล้วปีนตู้555555
    #114
    0
  9. #105 :!M: (@f0bm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 11:32
    โอ้ยยยยยเอ็นดูน้องวอนอู ดื้อซนมากๆ5555 เมาปีนตู้
    #105
    0
  10. #90 Palmexol (@Palmexol) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 07:43
    เถียงเก่งจริงๆคนเรา โอ้ยยยยยย ความเมาแล้วทำไรไม่รู้เรื่องนี้555555555555555555555555555555
    #90
    0
  11. #60 CM2107 (@creamza55) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 00:35
    ต่อปากต่อคำเก่งเหลือเกินน55555 แต่น้องฉลาดนะ
    #60
    0
  12. #29 pimchansfwok (@piiim_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 21:20
    ชอบมากๆเลย ;-; วอนอูฉลาดดีค่ะ
    #29
    0
  13. #24 Jeonw@_97 (@PMJY) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 05:46
    รอนะคะสู้ๆนะ
    #24
    0
  14. #22 namz_282 (@namz_28) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 21:26
    ชอบความต่อปากต่อคำ สนุกมากเลย
    #22
    0
  15. #21 Preaw1104 (@Preaw1104) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 01:59
    ชอบมากเลย ชอบความไม่ยอมของนูอ่ะ
    #21
    0
  16. #20 หมีกระปุก (@s_park) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 01:26
    ดูต่อปากต่อคำกันดี เอาจริงตอนแรกๆก็คิดว่านูจะเป็นอาจารย์มหาลัยใสๆไรงี้อ่ะสรุปว่ามีหิ้วหญิงมีวันไนท์สแตนด์ไรงี้ด้วยอหหหหพอฟัดพอเหวี่ยงกะมิงได้อยู่น้อวว
    #20
    0
  17. #19 jimmychoo (@jimmychoo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 00:36
    ชอบมากเลยนะ น่าติดตามมากเลย น้องนูเป็นคนที่ฉลาดมาก มินกยูน่าจะชอบถ้าได้มาช่วยทำทุกอย่าง รอดูว่าถ้ารู้ว่าจองฮันยังอยู่จะเป็นไง
    #19
    1
    • #19-1 0622083807 (@0622083807) (จากตอนที่ 5)
      17 มิถุนายน 2561 / 07:16
      อหหห.นูแบบอืงงงงงชอบมากอะชอบนูลุคนี้
      #19-1