(จบ) BOTTOM LINE | MINWON / MEANIE

ตอนที่ 10 : TEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    9 ส.ค. 61

CHAPTER 10











:: Home is wherever you are.
And I never want to leave home ::


“พี่จองฮัน ขอบคุณที่เลี้ยงนะครับ”วอนอูในชุดนักศึกษาปีหนึ่ง โค้งขอบคุณพี่รหัสที่พามาเลี้ยงอาหาร


จองฮันตบไหล่น้องรหัส เขารู้สึกถูกชะตากับวอนอูตั้งแต่วันแรกที่คุย วอนอูเป็นคนเรียบร้อย การพูดการจามีมารยาท แถมยังเป็นคนคุยสนุก และเมื่อได้สนิทกันมากขึ้น น้องรหัสเขาคนนี้ออกจะขี้เล่นด้วยซ้ำ


“ไม่เป็นไรๆ กลับถึงหอแล้วไลน์บอกพี่ด้วยนะ”จองฮันพูด “แล้วนี่มีร่มมั้ย ฝนตกหนักเลยนะ”


วอนอูพยักหน้า “มีครับพี่ งั้นผมไปก่อนนะครับ”


พวกเขาเดินแยกกัน จองฮันกางร่มสีชมพู ที่ดูแล้วอีกไม่นานคงหักแน่นอน ชายหนุ่มเดินไปเรื่อยๆก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีคนมาเกาะไหล่เขา


“เดินไปเรื่อยๆ อย่าหยุด”เสียงแผ่วเบาของคนที่ถือวิสาสะเข้ามาในร่มคันเดียวกับจองฮันเอ่ย จองฮันตกใจแต่ก็ทำตามที่อีกฝ่ายบอก


จองฮันเหลือบตามองอีกฝ่าย เขาไม่กล้าเงยหน้ามองหน้า ได้แต่สำรวจร่างกาย ที่มีรอยเลือดเต็มเสื้อขาว แถมที่มือที่เกาะไหล่จองฮันยังมีกลิ่นคาวเลือดโชยมาเรื่อยๆ


ดูแล้วชายคนนี้คงผ่านการต่อสู้มาแน่นอน “พวกมันไปแล้ว” เอสคุปส์เหลือบตาไปมองด้านหลังและพึมพำ


“คุณ คุณจะไปโรงพยาบาลมั้ย”จองฮันถามอย่างกล้าๆกลัวๆ


“ไม่ ผมไหว”อีกฝ่ายตอบ ถึงแม้เขาจะพูดอย่างนั้นแต่น้ำเสียงเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ไหว


เสียงหายใจของเขาหอบแรง จองฮันเลยจำเป็นต้องประคองอีกฝ่ายไว้ ในจังหวะที่พวกเขาพัลวันกันอยู่จองฮันก็ได้เห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดๆ เขาหน้าตาคล้ายลูกครึ่งบราซิล ดวงตากลมโต และขนตายาวจนจองฮันอิจฉา


เขายกยิ้มให้จองฮัน “ผมขอโทษนะ ทำให้นายเดือดร้อนเลย”


“ช่างมันเหอะ เดี๋ยวไปที่ห้องผมก็ได้ เดี๋ยวผมทำแผลให้คุณก่อน”


จองฮันกึ่งเดินกึ่งประคองชายคนนั้นไปที่หอพักเขา


“นั่งก่อนสิ”จองฮันสั่งอีกฝ่ายเมื่อเข้ามาในห้อง และตัวเขาก็รีบวิ่งไปหาชุดปฐมพยาบาล


เอสคุปส์กึ่งนั่งกึ่งนอนที่โซฟา มองตามชายหน้าหวานที่วิ่งวุ่น


“เฮ้! นั่งที่เก้าอี้ไม้สิ นั่งที่โซฟาผมจะซักคาบเลือดคุณออกได้ไง”จองฮันที่ยังคงวิ่งวุ่นอยู่ตะโกนมาทางเอสคุปส์


เอสคุปส์ยอมรับว่านี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนใจเย็นได้ขนาดนี้ เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจอคนแปลกหน้าเลือดโชกมาทำเนียนอยู่ในร่มคันเดียวกับเจ้าตัว ที่จริงนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เอสคุปส์เลือดโชกและไปทำเนียนอยู่ใต้ร่มกับคนอื่นเหมือนกัน


ใบหน้าสวยหวานฉายแววจริงจัง เมื่อเห็นเอสคุปส์พยายามจะขยับตัว เขามองมาทางอีกฝ่ายอย่างดุๆ


“คุณบาดเจ็บตรงไหน” เขาถามพร้อมกับชูน้ำเกลือและแอลกอฮอล์


ลูกชายของบอสแห่งฟิโอเเฟมิลี่ถกเสื้อและปรากฎแผลที่ชายโครงของเขา จองฮันนั่งยองๆและเอาสำลีชุบแอลกอฮอลล์ก่อนกดมันไปที่แผล


“อ้ากก”เอสคุปส์รีบจับมืออีกฝ่ายออก “นาย!! มันเจ็บ”


จองฮันตาโตและตะโกนด้วยความร้อนรน “ก็ผมไม่รู้!!! ทำไงอะ ราดไปเลยมั้ย” เขาทำท่าจะเทแอลกอฮอลล์สีฟ้าที่แผลลึกของเอสคุปส์


ลูกชายมาเฟียต้องรีบห้ามอีกครั้ง “นายเอาเเอลกอฮอล์เช็ดรอบแผล ส่วนตรงแผลเอาน้ำเกลือราดก็พอ”


จองฮันพยักหน้าหลายครั้ง “งั้นถอดเสื้อคุณออกก่อน”


เอสคุปส์ทำตามที่อีกฝ่ายบอก รอยแผลเก่าและใหม่ปรากฎขึ้นทั่วร่างกายที่มีแต่กล้ามเนื้อของเขา จองฮันทำท่าตกใจ แต่ก็แค่เพียงชั่วครู่ เขาตั้งสติและทำแผลให้เอสคุปส์อย่างใจเย็น


เส้นผมของจองฮันตกลงมาโดนใบหน้าของเอสคุปส์ เอสคุปส์จ้องมองอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ ความรู้สึกแปลกๆได้ทำให้หัวใจเขาเต้นโครมคราม กลิ่นแชมพูอ่อนๆของอีกฝ่ายลอยเข้ามาปะทะจมูกเขาเป็นระยะๆ


“คุณควรไปโรงพยาบาลจริงๆนะ แผลมันใหญ่มาก และผมไม่ใช่นักศึกษาเเพทย์ คุณดูหน้าผมน่าจะรู้นะ”คำพูดติดตลกของจองฮันทำให้เอสคุปส์ยกยิ้มได้ไม่ยาก


“เดี๋ยวผมโทรให้คนที่บ้านมารับ แล้วพวกเขาคงเตรียมหมอให้ล่ะ”เอสคุปส์พูด เขาไม่คิดจะปิดบังสถานะตน


“ว้าว ดูเป็นคนใหญ่คนโตนะเนี่ย”จองฮันแซว สายตาเขาดูไม่เชื่อ “เอาเหอะ ผมทำได้แค่นี้ หวังว่ามันคงช่วยให้บาดทะยักไม่กินซะก่อน”


“ขอบคุณนะ เอ่อ..นาย...แบบว่า...ชื่อ”เอสคุปส์ถามตะกุกตะกัก  เขาไม่รู้ว่าทำไมหัวใจเขาต้องเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมา


จองฮันยิ้ม และยกมือไปทางชายแปลกหน้า “จองฮัน”


เอสคุปส์จับมืออีกฝ่าย “เอสคุปส์”








“จองฮัน จองฮัน”


จองฮันสะดุ้งและหันไปตามเสียงเรียก เอสคุปส์ส่งยิ้มตาหยีอยู่ตรงตำแหน่งคนขับ “รีบกางร่มและเข้าคอนโดไปนะ เดี๋ยวฉันรีบไปหาพ่อ แล้วจะรีบกลับมา”


ร่มสีชมพูในมือจองฮันทำให้เจ้าตัวนึกย้อนไปถึงวันที่เจอกันครั้งแรก เขาหันหน้าไปมองคนรัก ไม่นึกว่าแค่การบังเอิญเจอกันในวันนั้นจะทำให้พวกเขาฝ่าฟันหลายๆอย่าง และมาอยู่ด้วยกันทุกวันนี้


“เห็นร่มสีชมพูแล้วนึกถึงวันนั้นเนอะ”จองฮันพูด


เอสคุปส์หัวเราะน้อยๆ เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์วันที่เจอกันครั้งแรก “การที่ฉันเจอกับนายมันคือพรหมลิขิต” เอสคุปส์ขยับตัวไปใกล้อีกฝ่าย ก่อนประทับจูบลงที่หน้าผากมน “และฉันก็ตกหลุมรักนายอย่างควบคุมไม่ได้เลย ฉันไม่อยากจากนายไปไหนเพราะนายคือบ้านของฉัน และฉันจะทำทุกอย่างให้เราอยู่ด้วยกัน”


จองฮันมองอีกฝ่ายด้วยน้ำตาคลอเบ้า ทั้งเขาและเอสคุปส์ต่างก็ใจไม่ดีกับการที่พ่อเอสคุปส์เรียกลูกชายเข้าไปหาเกี่ยวกับวิคคอร์ปอเรชั่น การแต่งงานของเอสคุปส์กับวิคตอเรียลูกสาวของตะกูลวิคคอร์ปอเรชั่นใกล้เข้ามาทุกที เขากลัวว่าการไปครั้งนี้ของเอสคุปส์จะเป็นการจากจองฮันไปตลอดกาล เขาจะไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของเอสคุปส์ได้อีกแล้ว


เขากลัวการกลายเป็นคนนอก


“ฉันรักนาย และฉันจะทำตามที่เราสัญญากันไว้”จองฮันพูดพลางสะอื้น เอสคุปส์ไม่พูดอะไรเพียงแต่กระชับมืออีกฝ่ายให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อยืนยันว่าคำสัญญาของพวกเขาจะคงอยู่นิรันดร์


เขารักจองฮันมากกว่าสิ่งใดในโลกนี้


พวกเขาเจอกันภายใต้ร่มสีชมพู พวกเราผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายมาด้วยกัน ในช่วงที่จองฮันจมอยู่กับความเศร้าในจิตใจ ร้องไห้อยู่ในห้องมืดๆ เอสคุปส์ก็เป็นเสมือนบ้านที่ให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลาย


พวกเขาสัญญากันไว้ว่าจะรอกันและกัน เขาอยากให้จองฮันอดทนอยู่ในความอ้างว้างสักหน่อย เพราะสักวันหนึ่งเขาจะกลับมาหาจองฮัน ที่เป็นเสมือนบ้านของเขาเช่นกัน


โรงพยาบาลโซล


“พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะครับ ท่านมินกยู”คุณหมอพูดและโค้งให้มาเฟียหนุ่ม มินกยูพยักหน้ารับ ดูท่าเจ้าตัวจะเบื่อน่าดูที่ต้องนอนโรงพยาบาลหลายสัปดาห์


วอนอูโค้งให้คุณหมออีกครั้ง และทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเตียงมินกยู


“พรุ่งนี้ก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วเนอะ”


“ฉันจะได้ไปจัดการเรื่องหนอนบ่อนไส้ซะที”มินกยูพูด


“นายคิดว่าหนอนบ่อนไส้คือคนที่ลีกอนส่งมาใช่มั้ย”


มินกยูพยักหน้า


“งั้นถามพี่มินฮยอนดีมั้ย”วอนอูพูดด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้น ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวอยากคุยกับพี่ชาย


“นายจะถามให้ว่างั้น”มินกยูถาม


วอนอูพยักหน้างึกๆ “ฉันถามให้เอง”


มินกยูยกยิ้มกับท่าทีตื่นเต้นเป้นเด็กๆของอีกฝ่าย “เอาสิ เดี๋ยวออกจากโรงพยาบาลจะต่อสายให้คุย”


และนั้นก็ทำให้รอยยิ้มของวอนอูกว้างมากขึ้น “ขอบใจนะ มินกยู”


มินกยูมองคำพูดและรอยยิ้มที่ส่งมาจากอีกฝ่ายก็อดจะยกมือลูบหัววอนอูไม่ได้


“เล่าเรื่องนี้ให้ฟังหน่อยสิ”วอนอูชี้ไปที่กองหนังสือข้างเตียงมินกยูเพื่อเปลี่ยนเรื่อง เขาสารภาพว่าเขาเขินอายกับสายตาและท่าทีอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มที่รู้สึกว่าพักหลังนี้วอนอูจะได้รับมันบ่อยๆ แต่ก็ยังไม่ชินซักที มินกยูมองตาม “พวกนี้อะหรอ”


วอนอูพยักหน้า มินกยูเอาเอกสารและหนังสือเยอะแยะมาอ่านเพื่อฆ่าเวลาที่เขาต้องนอนนิ่งๆอยู่ที่โรงพยาบาล วอนอูชื่นชมที่หนังสือและเอกสารทุกชิ้นของมินกยูเป็นระเบียบ แม้เจ้าตัวจะขยับไม่ได้มาก แต่ก็ยังฝืนตัวเองเพื่อให้วางหนังสือให้เป็นระเบียบได้


มินกยูมองตามนิ้ววอนอูไปที่หนังสือเล่มสีน้ำเงินที่อยู่ล่างสุดของกองหนังสือ “ไม่เคยอ่าน”


“โกหก”วอนอูพูด พร้อมกับค่อยๆยกหนังสือเล่มอื่นออกและหยิบหนังสือที่ตนต้องการมายื่นต่อหน้ามินกยู มันเป็นหนังสือที่หนาเกือบหกร้อยหน้าได้ “สภาพเยินขนาดนี้ นายไม่อ่านและใครจะอ่าน”

มินกยูยอมรับว่าเขาโกหกจริงๆ เพราะตอนนี้เป็นเวลาเกือบๆสี่ทุ่มแล้ว และเขาก็ไม่มีอารมณ์มาเล่านิทานให้เด็กฟัง “อ่านเองสิ”


วอนอูยู่หน้า “ฉันไม่มีเวลา หกร้อยกว่าหน้าเลยนะ นายก็เล่าคราวๆมาให้ฟังหน่อย ฉันไม่มีเวลาอ่านนะมินกยู แต่อยากรู้เรื่องอ่า”


สายตาออดอ้อนถูกส่งมา ทำให้มินกยูถอนหายใจ ไม่รู้เมื่อไหร่กัน ที่เขาแพ้สายตาแบบนั้น “ก็สนุกดี เกี่ยวกับพระอาทิตย์พระจันทร์”


วอนอูพยักหน้ารับคำมินกยู พร้อมกับพลิกปกหลังหนังสือและอ่านออกเสียง “You know how the moon only glows because it’s reflecting off of the sun?”


มินกยูมองไปที่อีกฝ่ายที่อ่านอย่างสนใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปวางไว้บนหัวนุ่มฟูของวอนอูอีกครั้ง “that’s me with you”


“หืม?”วอนอูเงยหน้ามองมาเฟียหนุ่ม และเมื่อสายตาของพวกเขาสบกัน วอนอูก็รู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เขาไม่รู้สึกถึงสิ่งรอบข้าง เสียงรอบข้างเงียบลงดั่งถูกปิด ภาพตรงหน้าของเขามีเพียงสายตาที่อบอุ่นของมินกยู กับใบหน้าที่ผ่อนคลาย เขามองตามริมฝีปากของมินกยูที่ขยับขึ้นลงพร้อมด้วยเสียงที่อ่อนนุ่มที่เปล่งออกมา


“you’re my sun and I only shine because you’re there.”


วอนอูแปลทุกคำพูดที่มินกยูพูดได้ และเขาเข้าใจความหมายมันดีด้วย เขาโตพอที่จะรู้ว่าสายตาแบบนั้นต้องการสื่ออะไร เพียงแต่เขายังไม่อยากเข้าข้างตัวเองว่ามันจะเป็นของจริง...เขากลัวใจมินกยู


เขาไม่เคยเดามินกยูถูก และไม่อยากจะคาดเดาใดๆ


เขาได้ใส่มินกยูลงมาในชีวิตเขามาก จนอยากจะยื้อเวลาของคำตอบที่ผิดหวังให้มากที่สุด


วอนอูหลบสายตาของมินกยูและยื่นหนังสือคืนมินกยู “ดูเป็นหนังสือโรแมนติกนะเนี่ย ไม่คิดว่านายจะอ่านมัน”


มินกยูอมยิ้ม และวอนอูก็ไม่ชอบใจเลยสักนิด เพราะเขารู้สึว่าเดี๋ยวนี้มาเฟียหนุ่มมักเล่นหูเล่นตามากขึ้นทุกวัน


ตอนแรกดุอย่างกับร็อตไวเลอร์!! ไหงกลายมาเป็นจิ้งจอกแสนเจ้าเล่ห์ไปได้


“อ่านตอนเด็กๆน่ะ อ่านตอนยังไม่รู้จักโลกเท่าไหร่ เลยคิดว่าโลกมันสวยงาม...”มินกยูพูดพร้อมยืดเส้นยืดสาย เขาเก็บเอกสารทั้งหมดไว้ข้างเตียงและถือแต่เพียงหนังสือเล่มสีน้ำเงินที่หน้าปกเป็นรูปพระอาทิตย์และพระจันทร์สีเหลืองทองมันเงา พร้อมกับตัวอักษรเอียงๆเขียนว่า ‘Sun&Moon’


“...พอโตมาก็รู้ว่าอะไรๆมันก็ไม่ง่ายอย่างนั้น เลยเลิกอ่าน”มินกยูเล่าช้าๆ “รู้สึกว่ามันไร้สาระ”


“ความเป็นเด็กมันก็มีประโยชน์นะ เพราะมันเป็นเซฟโซนให้เราได้ดีเลย นายอย่าทิ้งมันไปสิ”วอนอูพูด “เล่าเรื่องย่อให้ฟังหน่อยได้มั้ยมินกยู เอาแบบตัวละครทำอะไรบ้าง หกร้อยหน้าเนี่ยคงไม่ใช่ทฤษฎีการกำเนิดดวงจันทร์หรอกนะ” วอนอูพูดติดตลก


มินกยูถอนหายใจ และตบที่เตียงข้างๆตัวเอง “งั้นเเลกกัน ฉันเล่าให้นายฟัง นายมานั่งข้างๆ”


วอนอูส่ายหัวดิก “นั่งตรงนี้ก็ได้ยินเหอะ”


มินกยูขยับตัวและยื่นหน้ามาหาวอนอู “ตราบใดที่นายได้ผลประโยชน์ นายจะไม่แลกเปลี่ยนไม่ได้ ถ้านายอยากให้ฉันเล่าเรื่องให้นายฟัง นายก็ต้องมานั่งเป็นเพื่อนฉันบนเตียง”


ประโยคที่วอนอูเคยพูดย้อนกลับมาหาเขา เล่นเอาวอนอูเหวอไปซักพัก และเมื่อนึกขึ้นได้ เขาก็หัวเราะออกมา เขาหัวเราะเสียงดัง แม้พยายามจะให้ตัวเองหยุด แต่มันก็ทำไม่ได้


“ขำขนาดนั้นเลยหรอ จอนวอนอู”มินกยูถามเสียงแข็ง


วอนอูเช็ดน้ำตาที่ไหลเพราะหัวเราะอย่างหนัก ก่อนจะเบียดตัวขึ้นไปบนเตียงของมินกยู มินกยูขยับตัวให้อีกฝ่ายนั่งได้สบายๆ วอนอูนั่งขัดสมาธิเอียงตัวเองนิดๆ หันหลังไปทางปลายเตียง หันหน้าทางหัวเตียงให้สามารถเห็นหน้ามินกยูได้ชัดๆ


“ฉันต้องเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่นายเอาคำฉันมาพูดป่ะเนี่ย”วอนอูแซว


มินกยูยักไหล่และเอามือโอบเอววอนอูให้อีกฝ่ายขยับมาใกล้ วอนอูทำตามแต่โดยดี จนสุดท้ายเข่าข้างซ้ายเขาก็เกยกับตักซ้ายมินกยู


“มีคนอยู่สองคน คนหนึ่งเป็นพระอาทิตย์ อีกคนเป็นพระจันทร์...”มินกยูพูด ส่วนวอนอูพยักหน้าตามงึกๆ


“พวกเขาจะได้พบกันเมื่อตอนรุ่งสางและตอนพลบค่ำเท่านั้น ซึ่งนั้นก็เป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีที่พวกเขาจะได้อยู่บนท้องฟ้าด้วยกัน พระอาทิตย์นั้นสว่าง สดใส มีคุณประโยชน์แก่คนอื่น ผู้คนยกย่องเขา แต่กับพระจันทร์นั้นตรงข้าม เขาไม่สามารถส่องแสงได้ เขาทำให้ผู้คนหวาดกลัว เขาได้ละทิ้งแสงสว่างของตัวเอง เขาต้องอยู่ในความมืด คอยแต่จะร้องเรียกหาพระอาทิตย์มาดึงเขาสู่แสงสว่าง-”


“บอสครับ สายด่วนจากบอสเอสคุปส์ครับ”โฮชิพุ่งตัวเข้ามา ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นภาพตรงหน้า  “เอ่อ...”


วอนอูที่ทำตัวไม่ถูกก็ค่อยๆผลักมือมินกยูที่โอบเอวเขาอยู่ออก และปีนลงจากเตียงช้าๆ


มินกยูไม่แสดงสีหน้าใดๆ  “เอามา”


โฮชิโค้งและยื่นโทรศัพท์ให้มินกยู จังหวะที่เดินสวนวอนอูไม่ลืมจะยกนิ้วโป้งเท่าที่เจ้าตัวจะยกได้ในขณะที่เฝือกพันอยู่รอบแขน


วอนอูกลอกตา ก่อนจะทิ้งตัวลงที่เตียงริมห้อง แต่ยังไม่ทันที่ก้นจะหย่อนได้ดี เสียงเครียดๆของมินกยูก็ดังขึ้นมา


“จองฮันหายตัวไป”


“ไปเที่ยวเปล่า อยู่กับพี่นายชีวิตอาจจะจืดชืดก็ได้”วอนอูพูดและกอดหมอน ก่อนจะเอาคางเกยหมอนนั้นและมองมาทางมินกยูอย่างกวนประสาท


“เอสคุปส์ไปฮ่องกง ไปแต่งงาน”มินกยูพูด น้ำเสียงเขาเครียดขึ้นเรื่อยๆ


“สรุปเจ้าสาวหนีงานแต่ง”วอนอูตบมือ “พี่จองฮันหนีงานแต่งใช่มะ”


มินกยูส่ายหัว “เอสคุปส์ไม่ได้แต่งกับจองฮัน”


เหมือนฟ้าฝ่า วอนอูเงียบกริบทันที เขากำลังตกใจ สรุปว่าพี่รหัสเขาทิ้งทั้งชีวิตเพื่อโดนมาเฟียฟันแล้วทิ้งเนี่ยนะ


“พี่จองฮันรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกรึเปล่า”


มินกยูพยักหน้าอีกครั้ง “รู้”


….โอเค สรุปพี่รหัสเขาสมยอมให้ตัวเองเจ็บ วอนอูเพิ่งได้เข้าใจคำว่า ความรักทำให้คนตาบอดก็คราวนี้แหละ


วอนอูเอามือลูบหน้า “งั้นจะหนีทำไมล่ะ หรือว่าพอถึงเวลาจริงๆแล้วทำใจไม่ได้ซะงั้น”


“ฉันไม่รู้ แต่ตอนนี้เราต้องตามหาจองฮันให้เจอก่อน เอสคุปส์บอกว่า พอคุยกับจองฮันทางมือถือเสร็จ ก็รีบให้ยุนกิไปหาที่คอนโด ปรากฎจองฮันไม่อยู่แล้ว” มินกยูพูด “ถ้าไม่เจอจองฮัน เอสคุปส์อาจจะเครียดจนถึงขั้นบินกลับจากฮ่องกงก็ได้”


“งั้นก็ให้กลับมาสิ ปัญหาตัวเองชัดๆ”วอนอูพูดด้วยความโมโห ตอนแรกเขานึกว่าจองฮันจะมีปัญหาแค่พ่อตาไม่ปลื้มอะไรทำนองนั้น เขาไม่ได้คิดว่าจะถึงขั้นเป็นเมียเก็บขนาดนี้


“เราต้องใช้วิคคอร์ปอเรชั่นเป็นคนเบิกทางการค้าอาวุธที่ฮ่องกงให้ ดังนั้นงานแต่งต้องเกิดขึ้น”


วอนอูถอนหายใจ ก่อนชี้ไปที่มินกยู “นายไง แต่งแทนพี่ชายนายซะสิ”


มินกยูทำหน้าบูดบึ้งทันที แววตาน้อยอกน้อยใจโผล่มาเพียงเสี้ยววินาที แต่วอนอูกลับเห็นมันได้ชัดเจน “ล้อเล่นหน่า คิมมินกยู” วอนอูพูดพลางหัวเราะ แม้มินกยูจะไม่นึกสนุกด้วยซักนิด


“วิคตอเรียไม่ชอบฉัน”มินกยูตอบในที่สุด


วอนอูยิ้มนิดๆ “ก็จริง ใครจะทนกับก้อนน้ำแข็งเดินได้แบบนาย”


มินกยูถลึงตาใส่ แต่วอนอูไม่สนใจ “ฉันว่าฉันพอเดาได้ว่าพี่จองฮันไปที่ไหน”


วอนอูลุกขึ้น เเละเตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอกทันที ถ้ามินกยูไม่คว้าข้อมือเล็กๆของอีกฝ่ายไว้ “ไม่ต้องไป ฉันให้ลูกน้องตามหาแล้ว ลูกน้องเอสคุปส์ก็กำลังตามหาอยู่”


“แต่ฉันรู้จักพี่จองฮันดี ฉันพอเดาได้นะว่าเขาจะไปไหน”วอนอูพูด


“เขาไม่ใช่จองฮันคนเดิมแล้ว วอนอู นายห่างจากเขามาตั้งหลายปี”


วอนอูส่ายหัว และเอาอีกข้างจับมือมินกยู “เซฟโซนของแต่ละคนน่ะ ไม่เปลี่ยนหรอก”


“งั้นบอกมา ฉันจะให้ลูกน้องไปเอง”


“ฉันไปเอง เวลานี้พี่จองฮันต้องการกำลังใจนะ ฉันไปเองหน่า นะ มินกยู”วอนอูเขย่ามือมินกยู


“...”มินกยูยังคงเงียบ


“เดี๋ยวพรุ่งนี้มาหาแต่เช้าเลย”


“ฉันตื่นหกโมง”มินกยูพูด


“ขอเวลาเก้าโมง เผื่อเดินทางไง”วอนอูต่อรอง


ในที่สุดมินกยูก็ต้องถอนหายใจ “ได้ ให้อูจีไปด้วย”

วอนอูยกยิ้มกว้าง และรีบวิ่งออกไปทันที ไม่ลืมจะย้อนกลับมาตรงประตูและพูดว่า “แล้วเจอกันพรุ่งนี้เก้าโมงนะ มินกยู”






วอนอูนั่งอยู่ในรถโตโยต้ายาริสสีส้มของอูจี เขาดูงัวเงียและอารมณ์เสียที่ต้องตื่นมาขับรถกลางดึก


“โทษทีนะ อูจี”วอนอูพูดอย่างจริงใจ อูจีพยักหน้า แต่หน้ายังคงบูดบึ้งอยู่


“คือว่า...”วอนอูเกริ่นก่อนมองหน้าด้านข้างของอูจี “นายจะบอกได้มั้ยว่าทำไมเอสคุปส์ถึงแต่งงานกับพี่จองฮันไม่ได้ เกิดเรื่องอะไรขึ้น”


อูจีถอนหายใจ “คิดจะล้วงความลับจากฉันแบบซึงกวานมันไม่ง่ายหรอกนะ”


วอนอูส่ายหัวเป็นพัลวัน “ไม่ๆ ถ้าบอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”


“บอสเอสคุปส์ต้องแต่งงานกับคุณวิคตอเรียเพราะตระกูลวิคคอร์ปอเรชั่นให้ที่ทางในฮ่องกงได้” อูจีเริ่มเล่า


“วิคคอร์ปอเรชั่นเป็นมาเฟียงั้นหรอ”


อูจีส่ายหัว “กลับกันเลย พวกเขาเป็นฝ่ายรัฐบาลด้วยซ้ำ เขาช่วยเรื่องตำรวจฮ่องกงกับตำรวจสากลได้”


“แต่เอาตัวบอสไปแลกเลยเนี่ยนะ เราจะไม่ขาดทุนใช่มั้ย”วอนอูหัวเราะ


แต่อูจีไม่ขำด้วย “ทางเขาสิขาดทุน ไม่ใช่เรา ทางนั้นจะยกทุกอย่างให้บอสเอสคุปส์ เขาต้องการแค่สิ่งเดียวคือต้องการให้คุณวิคตอเรียเป็นฝั่งเป็นฝา คุณวิคตอเรียตาบอดทั้งสองข้างและเขาต้องการคนที่ดูแลลูกสาวเขาได้ บอสมินกยูโดนตัดทิ้งไปเลย ไม่มีความอบอุ่น แถมยังน่ากลัว...”


วอนอูกลั้นยิ้มกับคำพูดอูจี


“...แต่บอสเอสคุปส์นั้นอ่อนโยน และใจดี คุณวิคตอเรียเลยตกหลุมรักบอสเอสคุปส์ตั้งแต่นั้น ตอนแรกบอสเอสคุปส์ไม่ยอมหรอก ที่จะแต่งงานเพราะบอสรักจองฮัน แต่ว่าสุดท้ายก็ต้องยอมเพราะธุรกิจนี้ฟิโอแข่งกับลีกอนอยู่ และหากลีกอนได้ไป พวกมันจะมีอำนาจมากขึ้น จนบางทีอาจจะสามารถมายึดฟิโอได้ สุดท้ายมันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่เป็นเรื่องความเป็นอยู่ของแก๊งเลย”


วอนอูนั่งเงียบ จมอยู่ในความคิดตัวเอง


มันไม่มีทางออกสำหรับเรื่องนี้เลย เพราะเรื่องนี้มันขึ้นกับความเป็นอยู่ของฟิโอแฟมิลี่ มีทางเดียวที่จะทำได้คือทั้งจองฮันและเอสคุปส์ต้องทำใจ


วอนอูมองตามทางและพบว่าเขาให้ถึงที่หมายแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็เลี้ยวและขับรถขึ้นทางลาดชัน “จอดตรงนี้เลย”


อูจีทำตามที่วอนอูพูด วอนอูเปิดประตูรถทันที เขาจอดรถอยู่ริมถนนที่ลาดชัน


อูจีลงจากรถตามวอนอู พวกเขาเดินไปอีกเล็กน้อยจนถึงซอยที่เป็นทางชันมีบันไดหลายขั้นและบ้านเรือนที่แออัดขนาบทั้งสองด้าน พวกเขาทั้งคู่ค่อยๆเดินท่ามกลางแสงไฟที่สลัว


“แน่ใจหรอว่าอยู่ที่นี่”


วอนอูส่ายหัว “ก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ว่าแค่อยากลองดู”


“แล้วที่นี่คือที่ไหน”อูจีถาม ก่อนเสริม “ฉันหมายถึงมันคือที่ไหนสำหรับจองฮัน ทำไมถึงคิดว่าเขาต้องอยู่ที่นี่”


“บ้านเก่าพี่จองฮันน่ะ พี่จองฮันกับแม่และน้องสาวเคยอยู่ที่นี่ แต่พอพี่จองฮันตาย...ฉันหมายถึงแกล้งตาย แม่พี่จองฮันก็ทำใจไม่ได้ เลยย้ายไปอยู่แดกู”


อูจีพยักหน้ารับคำ “แต่ฉันไม่คิดว่ามาแล้ว จะทำให้รู้สึกดีขึ้นนะ”


“ไมมีอะไรดีเท่าบ้านหรอกอูจี เอสคุปส์น่ะคือคนที่พี่จองฮันรักมากๆ เขาเป็นเสมือนบ้านอีกหลังของพี่จองฮัน  ตอนนี้บ้านที่พี่จองฮันรักษามาตลอดกำลังจะหายไป บางทีการได้มาบ้านอีกหลังในความทรงจำอาจจะช่วยเยียวยาได้นะ”วอนอูพูด “พี่จองฮันไปเจอแม่กับน้องสาวไม่ได้แล้ว บางทีบ้านโทรมๆหลังโน่นคงพอช่วยเยียวยาได้”วอนอูชี้ไปที่บ้าน2ชั้นที่อยู่ห่างไปอีก500เมตร ที่ไม่ว่ามองยังไงมันคือบ้านร้างชัดๆ ประตูรั้วสีน้ำเงินมีต้นไม้เลื้อยพัน และหลังคาบ้านบ้างส่วนก็กำลังจะโดนต้นไม้เหล่านี้ครอบคลุม


“บ้านเก่าจองฮันหรอ”อูจีถาม


วอนอูพยักหน้าและรีบก้าวเดินให้เร็วขึ้น


ประตูรั้วสีน้ำเงินมีรอยแง้มนิดๆ พวกเขาสองคนมองหน้ากัน ก่อนที่อูจีจะตัดสินใจเปิดมันออก กลิ่นอับชื้นลอยมาปะทะจมูกทั้งคู่ เขาสองคนเดินช้าๆ อูจีมองซ้ายขวาตลอดเวลา หญ้ารกชันสูงประมาณน่องทำให้วอนอูนึกเสียวในใจ ภาวนาไม่ให้งูหรือสัตว์แปลกๆโผล่ออกมา


“ไฟเปิดอยู่”อูจีกระซิบ “เดินตามหลังฉันช้าๆ เรายังไม่รู้ว่าใช่จองฮันจริงๆรึเปล่า”


วอนอูพยักหน้า และเดินตามอูจีช้าๆ เศษกระจกของประตูบ้านและกระจกต่างกระจายเต็มพื้น ดูท่าบางทีบ้านหลังนี้คงไม่ใช่แค่บ้านร้าง อาจเป็นแหล่งมั่วสุมด้วย


พวกเขาเข้ามาในตัวบ้าน จนถึงห้องนอนชั้นล่าง หรือก็คือห้องที่เปิดไฟอยู่ เมื่อเดินมาถึง อูจีก็ให้สัญญาณและเปิดประตูเข้าไป


“เฮ้ย!!”จองฮันที่นั่งหันหลังอยู่สะดุ้งอย่างแรง


วอนอูรีบพุ่งไปกอดอีกฝ่าย “โอเคมั้ยพี่จองฮัน”


จองฮันที่เพิ่งตั้งสติได้ ก็ลูบหัววอนอูที่นั่งลงบนเตียงเก่าๆกับเขา “พี่ไม่เป็นไร รู้ข่าวแล้วหรอเรา เร็วจังเลยนะ”


“บอสเอสคุปส์เป็นห่วงคุณจองฮันมากนะครับ”


จองฮันมีสีหน้าสลดไปชั่วครู่หนึ่งเมื่อได้ยินชื่อเอสคุปส์ แต่เขาก็รีบกลับมายิ้มโดยเร็ว “เดี๋ยวฉันก็กลับแล้ว เอสคุปส์กระต่ายตื่นตูมแบบนี้แหละ”


วอนอูมองดูรอยยิ้มจอมปลอมของพี่รหัสเขา รอยยิ้มนั้นมันบอกได้ดีว่าพี่เขากำลังเศร้าแค่ไหน


“พี่จองฮัน...พี่ไม่ต้องยิ้มก็ได้นะ ผมไม่ได้มาเพื่อจะเห็นพี่ยกยิ้มจอมปลอมนั้น รอยยิ้มพี่อาจจะหลอกคนอื่นได้ รวมถึงตัวพี่ แต่มันไม่ช่วยให้พี่เจ็บน้อยลงหรอกนะ”วอนอูพูด ก่อนคว้ามือจองฮันมาจับไว้ เมื่อน้ำตาของจองฮันหยดแหมะลงที่ละเม็ด ก่อนจะพรั่งพรูออกมาเป็นสาย


วอนอูทำได้เพียงมองหน้ากับอูจี อูจีมีสีหน้าเศร้าไม่แพ้กัน เขาดูเข้าอกเข้าใจความเจ็บปวดที่จองฮันกำลังเจอ เขาไม่พูดอะไร แต่เดินมานั่งอีกข้างของจองฮัน และลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ ในขณะที่วอนอูจับมือจองฮันแน่น เพื่อให้รู้ว่าจองฮันไม่ได้อยู่คนเดียว


จองฮันค่อยๆหยุดร้องไห้ และแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเศร้า เขาหันไปหาอูจี และหันกลับมาลูบหัววอนอู “ขอบคุณนะ วอนอู อูจี”


วอนอูและอูจีพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะตกลงกันว่าควรกลับได้แล้ว เมื่อพวกเขาเดินมาถึงรถคันสีส้มของอูจี ชายชุดดำจำนวนหนึ่งก็เดินมาล้อมพวกเขาไว้ อูจีคว้าปืนทันที ส่วนจองฮันก็เดินมาบังวอนอู



วอนอูมองลอดไหล่จองฮัน และเห็นตราฟิโอแฟมิลี่ที่อกของสูทที่เหล่าชายชุดดำใส่ “คนของฟิโอแฟมิลี่”


อูจีรีบเก็บปืน และโค้งเมื่อเห็นชายแก่ ผมขาวโพลนและหนวดเคราที่ได้รับการตกตแต่งอย่างดีนั่งรถเข็นมาทางพวกเขา  เหล่าชายชุดดำต่างแหวกทางให้ชายคนนั้น ชายวันเจ็ดสิบกว่าๆ ใบหน้าหยิ่งทะนงและมองทุกคนไม่ต่างจากเศษดิน เขากวาดตามองพวกเขาสามคน โดยเฉพาะจองฮัน เขามองจองฮันราวกับเป็นขยะ วอนอูชะงักเมื่อเห็นจองฮันโค้งให้ชายตรงหน้า ทำให้วอนอูรีบโค้งตาม


“สวัสดียามดึกครับ ท่านคิม ดงฮัน”น้ำเสียงสั่นเครือของอูจีดังขึ้น


วอนอูกลืนน้ำลาย คิม ดงฮัน อดีตบอสของฟิโอแฟมิลี่


“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”ดงฮันพูดมาทางจองฮัน


อูจีเงยหน้า “งั้นผมจะพาคุณวอนอูกลับไปเองครับ”


“ผมไปด้วย”วอนอูโพล่งขึ้นกลางความเงียบ เเละหลังจากวอนอูพูดจบ บรรยากาศก็เย็นเฉียบลงกว่าเดิมหลายเท่า


ชายแก่ตวัดตามอง “เธอเป็นใคร”


วอนอูยกยิ้มกว้าง “ผมวอนอูครับท่านดงฮัน...จอน วอนอู”


วอนอูยอมรับว่าไอ้ที่เขายิ้มเนี่ย ใจข้างในเต้นระรัวยิ่งกว่ากลอง แม้ดงฮันจะอายุเยอะและนั่งรถเข็น เขาก็ไม่ได้ดูน่ากลัวน้อยลงเลย บารมีเขายังคงเต็มเปี่ยม เขาแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาตลอดเวลา วอนอูคิดว่ามินกยูตอนโกรธน่ากลัวมากแล้ว แต่ดงฮันนั้นน่ากลัวกว่าเยอะโข นี่ขนาดเขาไม่ได้โกรธยังน่ากลัวขนาดนี่ วอนอูไม่อยากจะคิดตอนอดีตบอสแห่งฟิโอโกรธ


และหวังว่ามันจะไม่ใช่ในอีกไมกี่วินาทีข้างหน้าด้วย


“จอน วอนอู น้องชายของจอน มินฮยอนคนทรยศ”ดงฮันกดเสียงต่ำ และลูกน้องข้างกายเขาก็ยกปืนมาจ่อวอนอู


“และคนที่ช่วยชีวิตมินกยูด้วยครับ”วอนอูรีบเสริม เขายังคงยิ้มอยู่ ทำท่าเหมือนไม่มีปืนที่พร้อมจะเจาะกบาลเขา


อูจีรีบแทรก “ใช่ครับท่าน วอนอูเป็นคนช่วยบอสตอนที่อยู่อินชอนครับ ถ้าไม่ได้เขา บอสอาจจะเเย่กว่านี้ครับ”


วอนอูเพิ่งรู้ว่าอูจีเป็นคนดีขนาดนี้ ปกติทำหน้านิ่งๆ ไม่คิดว่าจะช่วยเขาขนาดนี้


ดงฮันเอามือประสานตรงหว่างอกสีหน้าเขาไม่ได้ดูแปลกใจ ซึ่งวอนอูก็เดาไม่ยากเลยว่าเขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่าวอนอูเป็นใคร บางทีเขาอาจจะอ่านประวัติวอนอูจนพรุนหมดแล้วด้วยซ้ำ “มีอะไรจะคุยกับฉัน”


“ข้อเสนอครับ ทางที่คุณไม่ต้องถูกตราหน้าว่าขายลูกชายตัวเองให้วิคคอร์ปอเรชั่น”


ดงฮันหัวเราะ เขาแสดงออกถึงการดูถูกวอนอูเต็มที่ แต่วอนอูก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับมันเท่าไหร่ “งั้นบอกฉันสิ เป็นเธอ เธอจะคิดยังไงที่น้องชายคนทรยศมาบอกจะช่วยเหลือ”


วอนอูยิ้มบาง และยักไหล่ “ผมไม่กล้าทวงอีกยศหนึ่งของผมเลยว่าผมคือคนที่ช่วยชีวิตมินกยู เพราะดูท่าคุณจะไม่ถนัดรำลึกถึงใครในแง่ดี”


คำพูดตอกของวอนอูทำให้ดงฮันหุบยิ้ม แต่วอนอูไม่รอให้ดงฮันอารมณ์เสียเขาชิงพูดก่อน “และสำหรับคำตอบของคุณ ผมคงคิดจะฟังก่อน เพราะตอนนี้คุณกำลังมีตัวเลือกเพิ่ม”


ท่าทีที่สบายๆและไม่กดดันของวอนอู ทำให้ดงฮันยากที่จะเอาอารมณ์ไปลงกับอีกฝ่าย หรือบางทีอาจเพราะมันนานมากแล้วที่ไม่มีใครต่อปากต่อคำเขาได้ไวขนาดนี้


วอนอูไม่ได้ตอบแบบพูดพล่อย ทุกอย่างที่เขาพูดมันน่าฟังและเล่นลิ้นได้อย่างน่าสนใจ


“ท่าทางเธอน่าสนใจนะ เราคงได้คุยกันยาว”


“ขอบคณที่ให้โอกาสครับท่าน”วอนอูยิ้มและโค้ง เขามองไปทางจองฮันที่สีหน้าไม่สู้ดี วอนอูขยิบตาให้จองฮัน ส่วนอูจีตอนนี้หน้าซีดไปแล้ว


“นายมันบ้าจอนวอนอู!!!” อูจีบ่นทันทีที่พวกเขาขึ้นรถคันสีส้มของอูจี และกำลังมุ่งหน้าตรงไปที่บ้านของดงฮัน


วอนอูทำได้เพียงหัวเราะแหะๆกับสายตาที่ส่งมาของทั้งอูจีและจองฮัน เขาก็อยากจะบอกว่าเขาก็คิดแบบเดียกัน เขาคงไม่ไปโดดหลุมฆ่าตัวเองตายหรอกนะ...



    #ใจความมินวอน



TALK.
มาแล้วค่ะ 
ตอนนี้คือรวบความเศร้าของคุปฮัน 
ความหวานของมินวอน 
และไม่ลืมนิยามของวอนอูนะคะ...ความปากดี 555 
ขอให้อ่านให้สนุกกันนะคะ 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ 
เลิฟ><

LIONCHUU.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

351 ความคิดเห็น

  1. #337 nanny1266 (@nanny1266) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 14:37
    วอนอูก็คือใจกล้าไปแล้ว
    #337
    0
  2. #320 d00879 (@d00879) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:13
    วอนออออออูชักจะเก่งเกินไปละนะ ใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ
    #320
    0
  3. #309 레이-SBG (@raynarak5) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 01:00

    วอนอูเหมือนเกิดมาเพื่อคุมแก็งนี้แล้วล่ะ ไปสุดมากลูกกกกกก


    #309
    0
  4. #274 MinorA (@aun-aom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:02
    เก่งและบ้ามากลูกเอ้ยยน
    #274
    0
  5. #253 moomiim (@moomiim) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:47
    บ้าบิ่นมากลูกกกกก
    #253
    0
  6. วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 08:55
    แม้กระทั่งอดีตบอสก็ยังคงความปากดี55555555 รอนะคะสู้ๆ
    #116
    0
  7. #98 AH-EYEZ (@parichatpopeye) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 08:24
    รอไรท์ที่ท่าน้ำ
    #98
    0
  8. #97 AH-EYEZ (@parichatpopeye) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 08:24
    รอออออออออ
    #97
    0
  9. #96 bunyanut0802 (@bunyanut0802) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:17

    สนุกมากเลย รอตอนต่อไปนะคะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #96
    0
  10. #95 natwannakan (@natwannakan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 19:29
    วอนอูลูกกกก หวังว่าพ่อตาจะชอบ
    #95
    0
  11. #94 Stars shine (@konmaisaythename) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 20:16
    เห็นภาพสามคนนี้(จองฮัน วอนอู อูจี)อยู่ด้วยกันคือแบบ แก๊งสามสาวมากๆ มินกยูเตรียมตัวค่ะ วอนอูเข้าทางพ่อแล้ว เตรียมดูแผนเลยค่ะ55555555
    #94
    0
  12. #93 aaomcatt (@chanaporn723) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 09:28
    วอนอูแบบฉลาดมากๆ ขอให้ดงฮันชอบวอนอูเถอะ
    #93
    0
  13. #88 jimmychoo (@jimmychoo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 04:40
    สนุกมากเลยค่ะ เรื่องน่าติดตามมาก ชอบคาแรคเตอร์ของวอนอูมากค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #88
    0
  14. #87 Preaw1104 (@Preaw1104) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 01:49
    นี่ชอบวอนอูมากจริงๆ เป็นนายเอกที่ฉลาดมาก รอต่อน้า
    #87
    0
  15. #86 dmkl_17 (@dmkl_17) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 00:56
    ชอบความฉลาดของวอนอูจริงๆ
    #86
    0
  16. #85 Pu~Yunho^^ (@-chompu-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 23:07
    ชอบความเฟี้ยวฟ้าวของวอนอูมากค่ะ พูดแบบตรงเป้าเหยียบใจทุกคนได้ตลอด 55555 พ่อมินกยูจะต้องชอบวอนอูแน่ๆค่ะ เชื่ออย่างงั้น
    #85
    0
  17. #84 ~PaNKFair~ (@thitifonfair) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 22:59
    นี่สงสัยอยู่ รอดมาได้ไงยี่สิบกว่าปี ปากดีขนาดนี่....
    #84
    0
  18. #83 0622083807 (@0622083807) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 22:20
    วอนอูคือแบบพูดได้แหกมาก555ชอบๆๆ
    #83
    0
  19. #82 Nokyuung97 (@Nokyuung19) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 21:56
    ขอให้พ่อชอบวอนอูนะ 55555
    #82
    0
  20. #81 MW-17 (@MW-17) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 21:31
    ว่าที่ลูกสะใภ้กับพ่อผัว
    #81
    0
  21. #80 NoonCharunda (@NoonCharunda) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 21:14
    โอ๊ยยยยยฉากบนเตียงนี่แบบ//แล้ววอนอูจะทำยังไงต่อไปเนี่ยยย //แงงงงงง อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววว เยื้อเรื่องเริ่มน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะไรท์
    #80
    0