My mafia husband name is JK {BTSxYOU}

ตอนที่ 9 : EP07: ความลับสุดยอดของพี่เจค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    27 พ.ค. 63





หลังจากเหตุการณ์สุดแสนระทึกผ่านพ้นไป มาเฟียเลือดร้อนอย่างจอนจองกุกไม่อยากปล่อยให้คนที่บังอาจมาหยามเขาถึงถิ่นลอยนวลได้นานหรอก หากแต่คนร้ายเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ลอบฆ่าตัวตายไปเสียก่อน เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

แต่อย่าคิดว่าเขาจะหยุดแค่นี้ ยิ่งเกิดเรื่องขึ้นมันยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าในบลูอีเกิ้ลมีหนอนบ่อนไส้อยู่อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นพวกมันไม่มีทางรู้ถึงความเป็นไปและความเคลื่อนไหวของจอนจองกุกได้มากเท่านี้แน่ๆ มีอยู่ไม่กี่คนที่ล่วงรู้ว่าเขากับคิมซอกจิน และปาร์คจีมินกำลังทำอะไรบางอย่างที่โกดัง08 พวกมันรู้และตั้งใจเลือกที่นั่นเพราะมั่นใจว่าจองกุกจะไปติดกับดักอย่างแน่นอน


ยิ่งได้เห็นภาพลูกเมียของลูกน้องและพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าเวรยามในโกดัง08 ในคืนนั้นร่ำได้เจียนจะขาดใจจากการสูญเสียในครั้งนี้ จอนจองกุกสาบานกับตัวเอง หากเขาไม่สามารถเอาเลือดหัวไอ้คนเลวหักหลังได้แม้กระทั่งพวกพ้องมาสังเวยให้กับคนของเขาที่ต้องมาตายเพราะเรื่องนี้ไม่ได้ล่ะก็ อย่าเรียกเขาว่าเป็นคนของตระกูลจอนอีกเลย

 



“หนูยูริน โอเคขึ้นยัง” วันนี้จอนจินโมนัดว่าที่ลูกสะใภ้มาพบที่ห้องทำงาน เมื่อเขารู้ว่าผ่านมาสองสามวัน ยูรินยังคงดูเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นอยู่ เขาเลยจัดแจงให้เลขาลีตระเตรียมขนมหวานที่รู้ว่าเธอชอบทานมาให้

“ยังมีกลัวๆอยู่นิดหน่อยค่ะคุณลุง หนูแค่ยังไม่คุ้นกับเสียงปืนล่ะมั้งคะ” คนถูกถามตอบยิ้มๆ จริงอยู่ที่คืนนั้นเธอกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าชีวิตนี้จะต้องมีวิ่งหนีกระสุนที่กระหน่ำยิงสาดมาอย่างกับฝนห่าใหญ่ ถ้าเธอขาดสติหน่อยล่ะก็ คงกลายเป็นคนบ้าบอหวาดผวาไปแล้ว


“ลุงจะบอกว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ก็คงรับปากหนูไม่ได้” ปากเล็กกลืนชาส้มรสหวานติดเปรี้ยวที่ปลายลิ้นลงคอ พลางคิดในใจว่า เธอพอจะจินตนาการได้จากภาพยนตร์เกี่ยวกับพวกมาเฟียว่า คนพวกนั้นต้องมีชีวิตอยู่กับเรื่องฆ่าแกงกันอยู่ตลอด แต่พอได้มาประสบพบเจอด้วยตัวเอง เธอก็ได้รู้ว่า...ชีวิตมาเฟียจริงๆมันยิ่งกว่าในหนังซะด้วยซ้ำไป

“ฉันจะมีชีวิตรอดพ้นหนึ่งปีมั้ยนะ???


ยูรินได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ เพราะไม่อยากพูดไปให้จอนจินโมรู้สึกไม่ดี เธอรับรู้และสัมผัสได้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นห่วงเธอราวกับว่าเธอเป็นลูกสาวของเขาจริงๆ

“ลุงคุยกับเจคแล้วนะ”

“เรื่องอะไรเหรอคะ?

“อ้าว เจคยังไม่ได้บอกเหรอ” จะบอกได้ยังไงกัน ตั้งแต่คืนนั้น คนตัวสูงส่งเธอถึงแค่โซฟา แล้วก็หายไปเลย เธอคิดว่าคนอย่างจอนจองกุกคงไปจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นทัน จนไม่ยอมหลับยอมนอนอีกตามเคย

“เจค กับลุงตัดสินใจกันว่า อยากให้หนูเรียนยิงปืนกับศิลปะการต่อสู้เอาไว้”

“หนูจะมาเป็นภรรยาของเจคแล้ว การเรียนรู้เรื่องพวกนี้ไว้ ก็ไม่เสียหาย แถมยังเป็นการป้องกันเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเรื่องอันตรายที่อาจเกิดกับหนูได้ในอนาคตด้วย”

“คุณลุงว่ายังไงนะคะ!!” เธอถามตัวเองหลายครั้งว่าตัวเองได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า พวกเขาจะส่งเธอไปเรียนยิงปืน กับศิลปะการต่อสู้อย่างนั้นเหรอ บ้าไปแล้ว เธอแค่แต่งงานกับเขาแค่ปีเดียวเองนะ แค่แต่งหลอกๆด้วย

“จะเป็นผู้หญิงของมาเฟียแล้วนะ หนูต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ดีๆ ของรักของเจคลุงมั่นใจได้เลยว่า หนูอาจถูกเพ่งเล็งจากบรรดาศัตรูที่ลูกชายตัวดีของลุงไปสร้างเอาไว้แน่ๆ”

เธอเป็นแค่ภรรยาจำเป็นและต้องใช้ชีวิตกับเขาแค่ปีเดียวเท่านั้น คงไม่นานพอที่จะกลายเป็นเป้าหมายของศัตรูของผู้ชายคนนั้นหรอกมั้ง แล้วอีกอย่างหากพวกนั้นจะสืบสาวราวเรื่องให้ดีๆ อาจจะรู้ก็ได้ว่าเธอกับมาเฟียหนุ่มจริงๆแล้วไม่ได้มีความเกี่ยวของกัน เธอยังอยู่ห่างไกลจากคำว่า ของรัก ของเขาอยู่ไกลโขเลยเชียวล่ะ

“กะ ก็ได้ค่ะ แล้วหนูต้องไปเรียนที่ไหนเหรอคะ” คิดไปก็เท่านั้น เธอรู้ว่ายังไงก็ปฏิเสธพวกเขาไม่ได้อยู่ดี

“ไม่ต้องไปที่ไหนหรอก เรามีครูสอนยิงปืนกับครูสอนเทควันโดให้หนูอยู่แล้ว เรียนที่นี่นี่แหละ ไว้ถึงเวลาแล้วจะให้คนพาไปโรงฝึกก็แล้วกันนะ”

“ได้ค่ะ” ยูรินยิ้มแห้งๆตอบรับออกไป คุณหนูที่เติบโตมาราวกับไข่ในหินอย่างเธอเนี่ยนะ จะไปเรียนอะไรผาดโผนอย่างนั้น แค่คิดก็เห็นภาพอนาคตของตัวเองแล้วว่า...

ไม่น่ารอด



“แล้วพ่อเราอาการเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ดีขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะ อาทิตย์ก็ฝึกเดินได้แล้วค่ะ^o^” การตอบด้วยรอยยิ้มกว้างของเด็กสาว ทำให้จอนจินโมรู้ว่ายูริน ดีใจมากแค่ไหนที่พ่อของตัวเองอาการดีวันดีคืนแบบนี้ แล้วยิ่งเธอรู้แล้วว่าใครเป็นคนจัดการเรื่องการรักษาพ่อให้เธอ เขามั่นใจว่าเด็กสาวที่เขาหมายมั่นจะให้มาปราบพยศเจ้าลูกชายตัวดีของเขา จะต้องรู้สึกกับจอนจองกุกขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย ยิ่งเขารู้ว่าคืนนั้นเธออยอมเสี่ยงฝ่ากระสุนกลับไปช่วยลูกชายของเขา เขายิ่งมั่นใจว่าจะทำให้ทั้งสองคนรักกันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร


อีกไม่นานทั้งสองคนก็จะแต่งงานกันแล้ว ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้ของเขาทำข้อตกลงอะไรกันเอาไว้ แต่งงานกันปีเดียวแล้วค่อยหย่ากันอย่างนั้นเหรอ คนอย่างเขาไม่มีวันยอม เขาจะทำทุกให้ทั้งสองคนจับมือกัน ไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเลยล่ะ และคงถึงเวลาที่เขาจะเริ่มแผนการขั้นต่อไป จะว่าจอนจินโมเป็นตาเฒ่าจอมวางแผนก็ได้ อย่าลืมว่าเขาคือใคร คนจะเป็นผู้นำสูงสุดของบลูอีเกิ้ลได้ ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว


คิดได้อย่างนั้นร่างสูงของชายวัยกลางคนก็ลุกยืนขึ้นเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง เพื่อหยิบบางสิ่งบางอย่าง สิ่งนั้นก็คือกรอบรูปที่เขาตั้งเอาไว้หันเข้าหาตัวเองเสมอ ทำให้มีเพียงเขาคนเดียวที่มองเห็นมัน บัดนี้เขายื่นกรอบรูปนั้นไปให้เด็กสาวที่กำลังนั่งมองเขาด้วยความสงสัย

มือเล็กกว่ารับกรอบรูปสีน้ำตาลเข้มไว้ในมือแล้วก้มมองมัน ในภาพนั้นมีคนอยู่สี่คนผู้ชายตัวสูงที่แม้ว่าจะไม่ได้ฉีกยิ้มกว้างอะไรมากมาย แต่รอยยิ้มบางๆของจอนจอนโมในรูปถ่ายใบนี้มันบ่งบอกได้ว่าเขากำลังมีความสุขมากแค่ไหน เพราะในภาพนั้น มือของเขาโอบเรียวไหล่ของผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ เดาได้ไม่ยากเลยว่าผู้หญิงในรูปคือภรรยาของเขาที่เสียชีวิตไป 

แล้วอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า ก็คือเด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยอายุราวๆสิบห้าปี กับเด็กผู้ชายอีกคนใบหน้าฉีกยิ้มจนเห็นลักยิ้มเล็กๆทั้งสองข้างทำให้เธอจำได้ แม้ว่าจะเคยเห็นรอยยิ้มนั้นแค่เพียงครั้งเดียวก็ตาม เด็กผู้ชายในรูปนั้นคือจอนจองกุก มาเฟียจอมขี้เก๊กไม่ผิดแน่ ตอนเด็กก็ยิ้มน่ารักดีออก แบบนี้ใช่มั้ยที่คนมักพูดกับคนนิสัยไม่ดีบางคนว่า ไม่น่าโตขึ้นมาเลยจริงๆ

“ภรรยาของคุณลุงสวยมากเลยนะ ลูกสาวของคุณลุงก็สวย หน้าเธอเหมือนคุณลุงเลยนะคะ ส่วนคุณเจค ตอนเด็กๆน่ารักดีนะคะ”

“หมายความว่าโตมาไม่น่ารักแล้วใช่มั้ย”

“คุณลุงคะ คุณเจคตอนนี้ห่างไกลคำว่าน่ารักมากๆเลยค่ะ” คนเป็นพ่อขำพรืดออกมา จริงอยู่จอนจองกุกในเวลานี้ ใครมองว่าเขาน่ารักก็คงต้องไปปรึกษาแพทย์แล้วล่ะ

“เจคเคยเป็นเด็กน่ารักมาก ถ้าเราทั้งห้าคนยังอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน วันนี้หนูมองว่าเจคมันเป็นผู้ชายน่ารักก็ได้นะ”

“ห้าคน?” หญิงสาวถามด้วยความไม่เข้าใจ ในภาพก็บอกได้ว่า ครอบครัวของเจคตอนที่แม่ของเขายังไม่จากไป ก็มีกันสี่คนพ่อแม่ลูกไม่ใช่รึไง หรือว่าเธอดูอะไรผิดไป มันทำให้ยูรินกลับไปจ้องมองรูปภาพในกรอบรูปอีกครั้ง ก่อนจะพบบางอย่างที่ทำให้เธอแปลกใจ และมีคำถามอยู่ในหัวเต็มไปหมด

“ภรรยาของคุณลุง!” ชุดที่ลีแฮซูสวมใส่ มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่ผู้หญิงจะสวมใส่กันทั่วไป ชุดเดรสที่ตัวหลวมโคร่งเพื่อให้ผู้ใส่สบายตัวเมื่อเวลาที่หน้าท้องนูนเพราะอายุครรภ์ที่มากขึ้น ยูรินเหมือนได้รับรู้บางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน

“จริงๆแล้ว เจคมีน้อง เอ่อ น้องสาวคนเล็กอีกคน เห็นอย่างนั้น เจคตื่นเต้นมากที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นพี่ชาย เจ้านั่นแอบไปอวดเพื่อนๆ จนจีมินอิจฉาอยากมีน้องสาวบ้างเลยล่ะ เจคน่ะตั้งใจที่จะเป็นพี่ชายที่ดีให้ได้ แต่...”

“ถ้าคุณลุงไม่สบายใจ ไม่ต้องเล่าให้หนูฟังก็ได้นะคะ” ยูรินมองเห็นว่าแววตาของจอนจินโมหม่นหมองลงเมื่อพูดถึงเรื่องในอดีต ทั้งๆที่เธอก็อดสงสัยไม่ได้เลยว่า ลูกสาวคนเล็กของคนตรงหน้าเธอ น้องสาวที่ผู้ชายคนนั้นตั้งตารอหายไปไหนกัน

“ไม่เป็นไรหรอก หนูกำลังจะมาเป็นครอบครัวเดียวกับเราแล้ว หนูควรที่จะรับรู้เรื่องนี้เอาไว้”

“น้องสาวของเจค จากไปพร้อมกับแม่ของเขา”

“อะไรนะคะ!!!” เมื่อสิ่งที่เธอสงสัยถูกเฉลย มันทำให้เด็กสาวตรงหน้าจอนจินโมถึงกับตกใจและรู้สึกใจหายขึ้นมา


“สองวันก่อนที่ยัยหนู คือ ลุงกับเจคเรียกลูกสาวคนเล็กของลุงว่ายัยหนูน่ะ ก่อนวันที่ยัยหนูจะเกิดแค่สองวัน มีคนร้ายลอบยิงพวกเรา และแฮซูภรรยาของลุงเธอจากไปเพราะปกป้องลุงเอง แม่ของเจค และยัยหนู จากเราไป ต่อหน้าต่อตาเจค”

!!!

“เจคในตอนนั้นยังเด็ก ลุงรู้ว่าเจคเสียใจมาก เขาแทบรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจของเจคแตกสลายที่เขาต้องมาเห็นแม่กับน้องสาวของเขาจากไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย มันทำให้เจคเติบโตมาเป็นคนแข็งกระด้าง ไร้หัวใจอย่างที่เป็นอยู่ ตั้งแต่แม่ของเขาจากไป เจคไม่ยอมให้ใครเรียกชื่อจริงๆของเขาเลยสักคน เพราะมันทำให้เจคคิดถึงแม่ และนึกถึงวันที่เขาสูญเสียสิ่งที่เขารักที่สุดไป”

“คุณเจคไม่ได้ชื่อเจคเหรอคะ”

“เจค คือชื่อเล่นที่ลุงตั้งให้ จริงๆแล้วเจคชื่อจองกุกน่ะ”

“จองกุก” ราวปากกระจับเรียกทวนชื่อนั้นอีกรอบ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ผู้ชายที่แสนซับซ้อนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายคนนั้นจะมีอดีตที่แสนเจ็บปวดขนาดนี้

“ภายนอก ลูกชายลุงคนนี้เหมือนจะเข็มแข็งนะ แต่หนูเคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมคนอย่างเจคถึงแต่งห้องของเขาด้วยสีขาวทั้งหมด” ใช่แล้วทำไมเธอจะไม่สงสัยกันล่ะ คนที่มีอย่างเขาน่าจะเหมาะกับสีดำเสียมากกว่า

“เพราะสีขาว คือสีที่แม่ของเจคชอบที่สุดยังไงล่ะ  ข้าวของที่ลุงกับแม่ของเจคเตรียมเอาไว้สำหรับยัยหนู เจคมันยังคงเก็บเอาไว้ทุกชิ้น รวมถึงตุ๊กตากระต่ายที่เจคตั้งใจซื้อให้เป็นของขวัญให้กับยัยหนู เจคเก็บมันเอาไว้อย่างดี และไม่เคยยอมให้ใครแตะต้องมันเลยสักครั้ง”

“ถึงเจคไม่เคยพูดออกมา แต่ทุกคนที่นี่รู้ดี ว่าเจคไม่เคยลืมและยังคงเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น มันทำให้เจคไม่เคยเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหน ไม่เคยคิดที่จะมีครอบครัว จนมาเจอหนู”

“หนูเหรอคะ???

“ใช่ ลุงดีใจมากที่ผู้หญิงที่เจคเลือกคือหนู ถึงลุงจะไม่รู้ว่าทั้งสองคนมีเรื่องราวเป็นมายังไง แต่ลุงก็มองเห็นความหวังที่จะทำให้เจคเลิกเจ็บปวดกับอดีตได้สักที นี่เป็นสิ่งเดียวสำหรับคนแก่ที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน กังวลว่าลุงจะทิ้งให้เจคต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ฮวาลูกสาวลุงมีครอบครัวไปแล้วและเธอมีความสุขดี เหลือแต่เจคนี่แหละที่ลุงเป็นห่วง ลุงเชื่อว่า ความอ่อนโยน และความจิตใจดีของหนู จะเปลี่ยนเจคได้”

“ยูรินอา..จะมากเกินไม่รึเปล่า ถ้าลุงอยากจะขออะไรบางอย่างจากเรา”


ดวงตากลมสุกใสจ้องมองใบหน้าของผู้ชายใจดีที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้า และความกังวล จะให้เธอปฏิเสธได้ยังไงกัน และเธอมั่นใจว่าสิ่งที่เขาจะขอ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอย่างแน่นอน

เรื่องราวเกี่ยวกับว่าที่สามีกำมะลอของเธอที่เธอได้รับรู้มา มันทำให้เธออดคิดไม่ได้ ว่าการที่ผู้ชายคนนั้นมีนิสัยกร้าวร้าว หัวรุนแรง โมโหร้าย ไม่สนโลกแบบนั้น มันเป็นเพราะเขาเคยผ่านเรื่องราวที่เจ็บปวดมากมายขนาดนี้นี่เอง หากมีอะไรที่เธอพอจะช่วยได้เธอเองก็ยินดี อย่างน้อยๆ เขาก็คือผู้มีพระคุณเรื่องพ่อของเธอ

“คุณลุงอยากให้หนูทำอะไรเหรอคะ”


“หลังจากแต่งงานแล้ว หนูมีลูกให้เจคเลยได้มั้ย”

!!!!

 

 

 



“แล้วเธอตอบนายใหญ่ไปว่ายังไง!!!” อิมนายอนถามเพื่อนสนิทด้วยเสียงดังอย่างสงสัยใคร่รู้หลังจากที่เธอได้สิ่งที่ยูรินเล่าให้เธอฟังว่าวันนี้นายใหญ่จอนจินโมคุยอะไรกับเธอบ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ท่านขอเธอเอาไว้

“จะให้ตอบว่ายังไงล่ะ คุณลุงพูดขนาดนั้น แล้วหน้าตาท่านตอนขอเรื่องนั้นกับฉัน แววตาของท่านนี่นะ เป็นประกายวิบวับที่ดูเหมือนมีความหวังอยู่เต็มเปี่ยมเลยล่ะ”

“แปลว่าเธอตอบตกลงไปงั้นเหรอ กรี๊ดดด>.<” จะว่าตอบตกลงไปก็ไม่ถูก แค่เธอไม่ได้บอกปฏิเสธคำขอนั้นไป

“น้อยๆหน่อยเถอะ ท่าทางดี๊ด๊าของเธอเนี่ย ไปแต่งงานมีลูกกับเขาเองเลยมั้ย”

“ได้ไงคะนายหญิง นั่นว่าที่สามีตัวเองนะ จะยกให้คนอื่นซี้ซั้วได้ยังไง”

“เฮ้อ...นายหญิงอะไรกันเล่า” ยูรินพูดด้วยความหงุดหงิดในใจ เธอคิดไม่ตกเลยว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์บีบบังคับแบบนี้ ถึงเธอไม่ปฏิเสธคำขอของจอนจินโมไป แต่ก็ใช่ว่าการมีลูกกับผู้ชายคนนั้นจะเป็นเรื่องง่ายดาย

“ก็แค่ป่ามป๊ามกัน เดี๋ยวเบบี๋ก็มา ยากตรงไหน”

“อิมนายอน!!

“พูดอย่างกับเป็นเรื่องง่าย นี่ฉันต้องท้องกับเขานะ เผื่อเธอลืมเราสองคนไม่ได้รักกัน เขาไม่ได้รักฉัน แล้วจะมี...เอ่อ มีลูกกันได้ยังไง เรื่องแบบนี้มันต้องเกิดจากความรักไม่ใช่รึไง”

“ลองคิดดูนะ ถ้าเกิดฉันมีลูกกับเขาขึ้นมาจริงๆ แล้วหลังจากที่สัญญาที่ฉันทำกับเขาเอาไว้หมดลง เราก็ต้องหย่ากัน คนอย่างเขาไม่มีทางยกลูกให้กับฉันแน่ๆ เขาจะต้องพรากลูกไปจากฉัน และที่แน่ๆ เด็กที่เกิดมา จะต้องเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีพ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้ากัน เข้าใจรึยังว่าทำไมฉันถึงเครียดขนาดนี้” ครั้นจะปฏิเสธก็นึกถึงหัวใจคนที่รักลูกมากอย่างจอนจินโม และหากจะทำตามที่เหมือนกับรับปากมาแล้วจริงๆ หนทางข้างหน้าดูแล้วแสนยากลำบากเหลือเกิน



“ถามจริงๆเลยนะ นอกจากที่คุณเจคช่วยรักษาพ่อเธอแล้ว หลังจากผ่านเรื่องระทึกขวัญด้วยกันมา เธอไม่รู้สึกหวั่นไหวกับเขาบ้างเลยเหรอ”

“วะ หวั่นไหวอะไร พูดอะไรของเธอเนี่ย”

“ไม่หวั่นไหวแล้วหน้าแดงทำไม”

“หน้าแดงที่ไหน อากาศร้อนเถอะ”

ร้อน? จะเเก้ตัวยังไงก็ ควรให้เกียรติเสื้อโค้ดชาแนลที่ฉันสวมอยู่ตอนนี้ด้วยจ๊ะ

“อีกอย่างนะ เธอกลับไปช่วยคุณเจคทำไม ถ้าเธอไม่ได้เป็นห่วงเขา ฉันรู้นิสัยเพื่อนฉันดี เธอขี้กลัวจะตาย ไม่มีทางที่จะบ้าบิ่นยิงปืนช่วยคุณเจคทั้งๆที่ยิงปืนไม่เป็นแน่ๆ”

ยิ่งถูกนายอนไล่ต้อน ใบหน้าที่แดงระเรื่ออยู่แล้วยิ่งแดงมากขึ้นไปอีก คำถามนี้เป็นคำถามเดียวกับที่จอนจองกุกถามเธอ และเธอไม่มีคำตอบให้เขา แล้วตอนนี้นายอนก็มาถามคำถามเดียวกันอีก ยูรินคิดจนปวดหัวทั้งคืนแล้วเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่คิด แต่เธอคิดยังไงก็คิดหาเหตุผลไม่ได้

“ฉันว่าเธอ น่าจะรู้สึกประทับคุณเจคขึ้นมาบ้างล่ะน่า”

“ประทับใจ? หมายถึง ฉันประทับใจผู้ชายป่าเถื่อนคนนั้นอ่ะนะ”

“ใช่สิ ถึงก่อนหน้านี้เขาจะใจไม้ไส้ระกำกับเธอ แต่เขาไม่ได้เอาคุณพ่อเธอไปฆ่าแกง หรือเอาไปทรมาน ตรงข้าม เขากลับดูแลสรรหาหมอมือหนึ่งมารักษาท่านจนเกือบหายดีขนาดนี้”

“พ่อเธอป่วยไม่ได้สติมาสี่เดือน ฉันรู้ฉันเห็นว่าเธอทั้งเศร้า ทั้งเครียด และลำบากหาเงินมารักษาท่านมากแค่ไหน ถึงขั้นต้องลาออกจากมหาลัย แต่ทำยังไงอาการท่านก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย แต่คุณเจคทำได้ มันทำให้เธอตกหลุมรักคุณเจคได้ไม่ยากเลยนะ” คนฟังพยายามคิดตามในสิ่งที่เพื่อนสนิทของเธอกำลังพูด นายอนคือเพื่อนสนิทที่รู้จักนัมยูรินดียิ่งกว่าเธอรู้จักตัวเธอเองด้วยซ้ำ


“ฉันคิดอะไรออกแล้ว!!!” นายอนพูดขึ้นเสียงดังหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ที่เงียบไปเพราะเธอกำลังใช้ความคิด

“คิดอะไรออกอีกล่ะ แต่ละเรื่องที่เธอคิดได้ มันไม่ได้น่าไว้ใจสักเรื่อง” อิมนายอมจ้องมองใบหน้าสวยหวานของเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“เพื่อนยูรินฟังเพื่อนนายอนนะ”

“(-_-) (_ _)(-_-) (_ _)”

“เธอกลัวว่าการแต่งงานหลอกๆของเธอกับคุณเจคจบลง เธอจะต้องสูญเสียทุกอย่างที่มีตอนนี้ไป รวมถึงลูกในอนาคตของเธอกับเขาด้วย ถูกมั้ย?

“(-_-) (_ _)(-_-) (_ _)”

“แต่ถ้าเธอทำให้งานแต่งงานครั้งนี้มันเป็นเรื่องจริงล่ะ”

“เรื่องจริง ยังไง?

“คุณเจคเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เพอร์เฟ็คมากๆ ถ้าตัดความโหด โฉด เถื่อนออกไปอ่ะนะ

“แล้วยังไง”

“เขามีพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา ฐานะทางสังคม เงินทอง และอำนาจในมือ การที่เธอแต่งงานกับเขามันก็เท่ากับว่า เธอจะได้มันมาทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอและครอบครัวสูญเสียไป คุณเจคสามารถเอามันกลับมาให้เธอได้”

“เธอคิดว่าต้องใช้เงินมากเท่าไหร่ ในการรักษาพ่อของเธอไปอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ หลังจากที่เธอจบสัญญากับคุณเจค เธอมั่นใจได้ยังไงว่าเงินที่ได้จากเขาพอใช้ในการรักษาพ่อของเธอต่อ หรือการที่จะทำให้ครอบครัวของเธอตั้งตัวได้”

“นี่เธอต้องการจะบอกอะไรกับฉันกันแน่นายอน”


เมื่อคิดตามสิ่งที่นายอนพูดมันคือเรื่องจริงทั้งหมด ยูรินตั้งใจเอาไว้ว่า สักวันหนึ่งเธอจะทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของพ่อกลับมา แต่หนทางมันแสนริบหรี่เหลือเกิน และอีกอย่างเธอรู้ดีว่าโรคที่พ่อของเธอเป็น มันไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ถ้าไม่มีเงิน ทุกอย่างก็จบ ฉะนั้นสิ่งที่นายอนพูดมันทำให้เธอเริ่มคล้อยตามขึ้นมาบ้างแล้ว

“เธอต้องทำให้การแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องจริงให้ได้”

“หมายความว่า....”

“เธอต้องทำยังไงก็ได้ให้คุณเจครักเธอไงล่ะยูริน” คนฟังในเวลานี้ตาลอยไปไกลแล้ว เมื่อได้ยินสิ่งที่นายอนพูดออกมา การทำให้ผู้ชายที่ชื่อจอนจองกุกรัก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนตักข้าวเข้าปากหรอกนะ

“ทะเลทรายผุดกลางกรุงโซล ยังดูจะง่ายกว่าเลยนายอน พูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า ผู้ชายคนนั้นอ่ะนะ ให้เขาเอาปืนยิงฉันตายยังจะง่ายว่าให้เขารักฉันซะอีก”

“คนที่เธอพูดถึง ก็ผู้ชายคนหนึ่งนะยะ คุณเจค มีหัวใจมีเลือดมีเนื้อนะโว้ย เธอทั้งสวย ทั้งเก่ง นิสัยดีขนาดนี้ ยากตรงไหนที่จะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งมาตกหลุมรัก แค่เธออ้อนหนักๆหว่านเสน่ห์บ่อยๆ ผู้ชายทั้งโลกคนไหนจะไม่หลงรักเธอบ้าง”

“ผู้ชายทั้งโลก ที่ยกเว้นผู้ชายชื่อเจคน่ะสิ”

“เอาน่า...เธอเชื่อฉัน ถ้าเธอทำให้คุณเจครักเธอให้ได้ ปัญหาทุกอย่างก็จบ เธอช่วยครอบครัวได้ ทำในสิ่งที่นายใหญ่ขอได้อีก แถมยังได้ผัว อุ๊บส์ ได้สามีเป็นคุณเจคอีก ทีนี้แกก็สบายไปทั้งชาติแล้ว และทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเธอชอบผู้ชายแบบไหน”

“แบบไหน?

“ผู้ชายจิตใจดี ที่ปกป้องเธอได้ คนที่รักเธอเพียงคนเดียวไปตลอดชีวิต ฉันว่านะคุณเจคก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเธอได้เลยนะ” เพื่อนคนนี้ชักจะรู้ดีเกินไปแล้วนะ แต่ผู้ชายคนนั้นอ่ะนะ จะเป็นผู้ชายที่รักเดียวใจเดียวได้ เธอไม่ได้รู้จักเขามากพอถึงขนาดที่จะตัดสินเขาได้

“แล้ว... ฉันต้องทำยังไง” พูดจบยูรินก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแก้กระหาย


“เอาตัวเข้าแลกไปเลย”

“ฟู่ว...”

“อี๋ นัมยูรินพ่นน้ำใส่ฉันทำไมเนี่ย!!” นายอน หวีดร้องเมื่อน้ำที่เพื่อนเพิ่งจะดื่มเข้าไปไม่ได้ลงคอคนดื่ม แต่กลับพุ่งพรวดกระเด็นใส่เธอเต็มๆ

“ขอโทษๆๆ” คนทำเพื่อนเปียกรีบคว้าทิชชู่ขึ้นมาซับน้ำให้อย่างร้อนรน

“ก็เธอพูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างมั้ย”

“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้”

“ถ้าฉันเอาตัวเข้าแลก มันจะทำให้เขารักฉันขึ้นมารึไง” นี่ชีวิตจริงไม่ใช่ละครนะที่ยอมเป็นของเขา แล้วเขาจะนึกรักขึ้นมา

“ฉันน่ะ บังเอิ้ญ บังเอิญไปรู้ความลับสุดยอดของคุณเจคมา ฉันเลยคิดว่า ถ้าเธอทำให้เขาป่ามป๊ามกับเธอได้ ก็มิชชั่นคอมพลีท”

“ป่ามป๊ามอะไรของเธอ พูดอยู่ได้”

“ภาษาน่ารักไงยะ”

“เหอะ พูดอย่างกับตานั่นไม่เคยไปป่ามป๊ามกับใคร อย่ามาโกหก”

“คือ... คุณเจคก็เป็นผู้ชาย จะบอกว่าไม่เคยเรื่องอย่างว่าเลยก็ไม่น่าเชื่ออยู่แล้ว ถึงเขาไม่เคยมีแฟน แต่มันมีบางทีเขาเครียดหนักๆ ก็มีบ้างที่คุณเจคจะเรียกใช้ผู้หญิงให้มาทำเรื่องนั้น แต่...”

“แต่อะไร รีบๆพูดมาสิ อ้ำอึ้งอยู่ได้”

“คุณเจคไม่เคยเป็นผู้กระทำ”

“หา!!!” ถึงยูรินจะไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อน แต่เธอก็โตพอที่จะรู้แล้วว่า เรื่องอย่างว่า มันคือกิจกรรมอะไร และมีขั้นตอนยังไงบ้าง

“พูดง่ายๆก็คือ ผู้หญิงพวกนั้นเป็นฝ่ายทำให้เขาเท่านั้น คุณเจคไม่เคยจูบ ไม่เคยแม้กระทั้งใช้มือสัมผัสร่างกายผู้หญิงคนไหนเลย พวกนั้นนะทั้งงัดมาสารพัดลีลา สารพัดของเด็ด คุณเจคยังไม่ถอดเสื้อผ้าให้เห็นเลยสักครั้ง” คนฟังสงสัยไม่น้อย ถ้าไม่ถอดเสื้อผ้าเขาจะทำกิจกรรมนั้นได้ยังไง แต่พอคิดๆไป มันก็พอมีทางที่ทำได้อยู่ล่ะนะ-///-  

“หวงตัวขนาดนั้นก็ยังจะหื่นอยู่อีก คนบ้า”

แต่เดี๋ยวนะ ถ้าเข้าไม่เคยจูบใครเลยจริงๆ แล้ววันนั้น งานวันเกิดจอนจินโมที่เขาจูบเธอล่ะ!!!


“บ้าน่า เธอไปอยู่ใต้เตียงเขารึไงถึงได้รู้ มันจะมีผู้ชายคนไหนบ้างที่ทำอย่างนั้นได้”

“ไม่ได้อยู่ใต้เตียงหรอกย่ะ แต่แอบได้ยินผู้หญิงพวกนั้นคุยกันว่า พวกนางถึงกับพนันกันว่า ใครที่สามารถทำให้คุณฝ่ายกระทำได้ล่ะก็ จะยอมจ่ายกันคนละสิบล้านวอนเลยเชียวนะ”

“ฉันรู้ว่าเธอไม่เชื่อ แต่เชื่อเถอะ ยิ่งพอฉันรู้ว่าคุณเจคไม่เคยคิดอยากผูกพันกับผู้หญิงคนไหนเลย ที่เรียกใช้ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่บำบัดความใคร่ หรือคลายเครียดแค่นั้น”

“ฉันถึงได้บอกไง ว่าถ้าเธอทำให้เขาเป็นฝ่ายกระทำกับเธอได้ล่ะก็ มันจะหมายความว่าเขาต้องการที่จะผูกพันกับเธอยังไงล่ะ ถ้าทำสำเร็จ การที่จะอยู่เป็นนายหญิงได้ยาวๆ ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม”  นายอนพูดอย่างมาดมั่น ส่วนยูรินตอนนี้เธอยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่ดี มันจะเป็นไปได้ยังไง มีอะไรกับผู้หญิงโดยที่ไม่ทำอะไรเลย ไม่มีทางหรอก

 

“ถ้าที่พูดมามันง่ายนัก ผู้หญิงมืออาชีพพวกนั้นคงทำได้ไปแล้ว น้ำหน้าอย่างฉันเนี่ยนะจะทำได้ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง”

“เธอไม่รู้เหรอว่า ผู้หญิงเรา มีความแซ่บอยู่ในตัวทุกคน”

“บะ บ้าน่า...-///-...”

 

“คิกคิก ฉันรู้ว่ามันยาก อย่างคุณเจค ถ้าให้เธอจับเขากดแบบแม่เสือสาวพราวเสน่ห์ มีหวังเธอได้ถูกจับขังกรงแน่”

“แต่ฉันคิดว่า ถ้าเริ่มต้นด้วยการสร้างความรู้สึกดีๆระหว่างทั้งสองคนขึ้นมาก่อน พยายามทำยังไงก็ได้ ให้ได้ใกล้ชิดกับคุณเจคมากๆ มันน่าจะช่วยได้”

“พูดก็ง่ายสิ ยิ่งอยู่ใกล้เขา อายุฉันยิ่งสั้นลงทุกทีน่ะสิไม่ว่า”

“แล้วระหว่างฉันกับเขา มีแต่เรื่องน่าประทับใจมากมั้ง  ที่สำคัญ ฉันก็บอกแล้วไงว่า ฉันเองก็ไม่มีวันที่จะมีอะไรกับคนที่ไม่ได้รักเป็นอันขาด”

ปึ้ง!!

ทั้งยูรินและนายอนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก ถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะเสียงดังจากทางด้านหลัง เมื่อหันไปตามต้นเสียงพบว่า เจ้าของห้องกำลังก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่เขาทำตกพื้นไปเมื่อครู่

“คุณเจค!!!” ไม่ให้ตกใจได้ยังไง เมื่อบทสนทนาของสองสาวคือการนินทาร่างสูงที่กำลังยืมอยู่ไม่ไกลจากพวกเธอเลย

“โทษที” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองไป ทิ้งให้ยูรินกับนายอนมองหน้ากันอย่างหวั่นอกหวั่นใจ กลัวว่าเขาจะได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคนพูดรึเปล่า

“ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า”

“เธออย่าลืมเก็บไปคิดดูนะ คุณเจคไม่ได้เลวร้ายจนเป็นสามีหรือเป็นพ่อที่ดีไม่ได้” ก่อนไปอิมนายอนยังพูดทิ้งท้ายไว้ให้เพื่อนรักยิ่งคิดหนักขึ้นไปอีก




เมื่อนายอนกลับไปแล้ว ยูรินก็อดนึกกลัวไม่ได้ว่าเจ้าของบ้านจะมาได้ยินสิ่งที่เธอคุยกับเพื่อนสนิทรึเปล่า มันทำให้เธอกระวนกระวานจนต้องมายืนอยู่หน้าห้องๆหนึ่งที่จองกุกใช้มันเป็นห้องทำงาน หากวันไหนเขาขี้เกียจจะเดินไปยังห้องทำงานหลักของเขา ที่อยู่ถัดลงไปสองชั้น



ก๊อกๆๆ

“เข้ามา”

“ฟู่ว...” เมื่อคนที่อยู่ข้างในอนุญาตแล้ว ร่างบางถึงกับต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากเพื่อที่จะเข้าไปเผชิญหน้ากับเขา

“มีอะไรก็รีบพูดมา ยืนเคารพธงชาติอยู่รึไง” เสียงนิ่งๆเอ่ยถาม เมื่อตั้งแต่คนตัวเล็กเดินเข้ามาภายในห้องนี้ ก็เอาแต่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา ไม่ยอมพูดอะไรเสียที

“วันนี้คุณกลับเร็วจัง”

“วันนี้ไม่ค่อยมีงานอะไร”

“อย่างนี้นี่เอง แล้ววันนี้คุณไม่ออกไปไหนต่อเหรอ” ยูรินแค่ต้องการสังเกตอาการของคนตรงหน้าว่ามาปฏิกิริยาอะไรแปลกไปจากเดิมหรือไม่

“ถามมาก ซ้อมเป็นเมียฉันอยู่รึไง?” คนแบบนี้อ่ะนะ ที่นายอนต้องการให้เธอทำให้เขารัก ให้เขาจับเธอโยนลงจากตึกทกซูรียังจะง่ายดายเสียกว่า

“วันนี้ไปเจอพ่อฉันมาเหรอ”

“อ้อ ใช่ค่ะ”

“ไม่ต้องฟังที่พ่อฉันพูดกับเธอหรอก”

!!!

“ตกใจอะไร ไม่มีเรื่องอะไรที่ฉันอยากรู้แล้วรู้ไม่ได้หรอกนะ”

“คุณรู้ว่าคุณลุง...”

“ขอให้เธอมีลูกกับฉัน เหอะ ไม่รู้ว่าพ่อคิดอะไรอยู่กันแน่ ไร้สาระชะมัด” ท่าทีที่ดูไม่ชอบใจกับสิ่งที่พ่อของตัวเองทำ มันทำให้หญิงสาวเริ่มเชื่อมากขึ้นแล้วว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้อยากมีครอบครัวจริงๆ

“คุณลุงไม่ได้รู้นี่คะ ว่าเราไม่ได้แต่งงานกันจริงๆ แล้วคุณลุงก็เป็นห่วงคุณ”

“แล้วยังไง เธอจะยอมมีลูกกับฉัน?

“อย่าพยายามเป็นผู้หญิงที่แสนดีไปหน่อยเลย เธอจะเอาชีวิตของเธอมาทิ้งกับฉันเหรอ เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันสักหน่อย ถึงฉันจะบังคับเธอให้มาแต่งงานด้วย เธอต้องทำตามสัญญาที่เธอเซ็นต์ทำตามคำสั่งของฉันทุกเรื่องก็จริง”

“แต่ถ้าเรื่องที่พ่อฉันขอ ไม่จำเป็น ฉันไม่ชอบฝืนใจใคร”

“แล้วฉันก็อยากจะยืนยันในสิ่งที่เพื่อนเธอคาบมาบอก ฉันก็ไม่มีวันแตะต้องผู้หญิงที่ฉันไม่ได้รัก เธอก็อย่าเพิ่งเสียใจว่าเธอไม่ดีพอ”

“แต่มันเป็นเพราะฉันเอง จำเอาไว้ว่าฉันไม่ได้อยากรักผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น”

จอนจองกุกพูดทั้งหมด ด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง แต่คนฟังถึงกับหน้าชาไปทั้งใบหน้า เธอไม่มั่นใจว่าเขาได้ยินสิ่งที่เธอกับนายอนคุยกันตั้งแต่ตอนไหน เขาอาจจะได้ยินตอนท้ายๆแล้ว ขืนเขาได้ยินเหตุผลที่นายอนให้เธอจับเขาล่ะก็ เขาคงได้ฆ่าเธอทิ้งจริงๆก็คราวนี้แหละ


“เข้าใจแล้วค่ะ ก็ไม่ได้ขอให้มารักสักหน่อย” คนฟังถึงกับเงยหน้าจากเอกสารตรงหน้า ขึ้นมาเอียงมองคนพูดด้วยใบหน้าดุๆ

“มีอะไรอีกมั้ย”

“พรุ่งนี้ฉันขอออกไปข้างนอกนะคะ”

“ไปไหน”

“ไปเที่ยวกับนายอนค่ะ”

“ก็ไปสิ” ได้ยินเขาอนุญาตอย่างนั้น ยูรินจึงเตรียมจะเดินออกไปจากห้องทำงานของจองกุก แต่เขาพูดบางอย่างขึ้นมาซะก่อน


“กลับมาให้ทันห้าโมงเย็น”

“คะ?” หญิงสาวหันกลับมาถามด้วยความไม่เข้าใจ

“พรุ่งนี้เธอมีเรียนยิงปืน พ่อฉันคงบอกเรื่องนี้กับเธอแล้ว”

“แต่ว่า...” เธอมีนัดไปดูหนังรอบค่ำกับนายอนแล้วนี่นา จะให้กลับมาก่อนหน้าโมงเย็นได้ยังไง

“มีปัญหาอะไร”

“ฉันกลับมาไม่ทันหรอก ขอเลื่อนครูที่จะมาสอนฉันไปเป็นตอนค่ำแทนได้มั้ยคะ”

“ไม่ได้”

“ลองถามดูแล้วเหรอ”

“ไม่เห็นต้องถาม”

“เพราะฉันนี่ไง ครูสอนยิงปืนของเธอ”

“หา...!!!” เขาเนี่ยนะจะมาเป็นครูสอนยิงปืนให้กับเธอ ถ้าเธอเกิดหัวทึบยิงไม่ได้ขึ้นมา เขาโมโหหันมายิงเธอแทนจะทำยังไง

“เข้าใจ ก็ออกไปได้แล้ว ฉันมีงานต้องทำ”

 


วันต่อมา

ยูรินจำเป็นต้องเลื่อนนัดเพื่อนสนิทให้เร็วขึ้นจากเดินที่นัดกันเอาไว้บ่ายสามโมง แต่เธอขอเลื่อนเวลามาเป็นบ่ายโมงตรงแทน เป็นเพราะการเลื่อนนัดที่กะทันหันจวนตัวเกินไป ทำให้นายอนขอต่อรองเป็นบ่ายสองโมงแทน เธอก็บอกเพื่อนไปว่าไม่เป็นและออกมารอที่ห้างสรรพสินค้า M ก่อนแล้ว คิดว่าเดินดูของเล่นๆไปคร่าเวลา หนึ่งชั่วโมงใช่จะเป็นเวลาที่นานสักหน่อย


ร่างบางที่วันนี้สวมชุดเดรสอ่อนตามสไตล์ของตัวเอง เธอไม่ได้ออกมาเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเป็นเวลาหลายเดือนนับตั้งแต่ที่พ่อของเธอล้มป่วย และครอบครัวของเธอตกอยู่ในสถานะล้มละลาย มันทำให้คุณหนูนัมยูริน ที่ปกติแล้วสามารถรูดบัตรเครดิต เพื่อซื้อกระเป๋าใบละยี่สิบล้านวอนได้โดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ กลับกลายมาเป็นเด็กสาวตกอับที่แม้แต่เวลาออกมาเดินเที่ยวเล่นยังไม่มี เพราะเธอเอาเวลาที่มีทั้งหมดที่มีไปทุ่มให้กับการทำงานพาร์ทไทม์


คงเพราะความเคยชินที่นำพาเธอ ให้เดินยังโซนที่เต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ รู้ตัวอีกที มือเล็กก็เอื้อมไปหยิบกระเป๋าใบสีครีมประดับด้วยการปักเลื่อมดูหราหราที่วางเด่นเป็นสง่าบนชั้นวาง แต่สติของเธอก็กลับมา เมื่อไม่ได้มีแค่เธอที่หมายปองกระเป๋าใบนี้ ยูรินจึงรีบปล่อยมือทันทีเพราะรู้ตัวว่าเธอไม่มีเงินจ่ายมันแน่ๆ แต่เป็นเพราะร้านนี้เคยเป็นร้านประจำของเธอ มันทำให้เธอเผลอตัวไปชั่วขณะหนึ่ง


“โอ๊ะ ดาวอนดูสิ ว่าฉันเจอใคร” ตากลมโตจ้องมองคนตรงหน้า ใบหน้าของผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน กับเพื่อนของเธออีกคนหนึ่งมันสร้างความตกใจให้กับยูรินไม่น้อยเลย

“นี่มันยูรินเพื่อนรักของฉันนี่นา” เสียงเล็กๆที่เคลือบแฝงไปด้วยความเย้ยหยันกับใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นยูรินจดจำได้ขึ้นใจ

“ฮันดาวอน” ปากเล็กเอ่ยชื่อนั้นออกไป โดยที่มือของเธอกำชายกระโปรงของตัวเอง จริงอย่างที่ฮันดาวอนพูด ทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน และเหตุผลที่สนิทกันมันเป็นเพราะ พ่อของทั้งสองคนยสนิทกันมาก สนิทจนพ่อของเธอไว้วางใจและก่อตั้งบริษัทมาด้วยกัน และสุดท้ายเพื่อนรักของพ่อของเธอก็คือคนๆเดียวกับคนที่ทรยศหักหลังครอบครัวของเธออย่างหน้าไม่อาย

หลังจากนั้นก็อย่าถามหาคำว่ามิตรภาพ จากเพื่อนที่ชื่อฮันดาวอนอีกเลย เพราะหลังจากที่ครอบครัวของยินล้ม เธอหลงคิดว่าถึงยังไงดาวอนกับเธอก็ยังคงเป็นเพื่อนกัน แต่มันคือสิ่งที่เธอคิดแค่เพียงฝ่ายเดียว เพราะอันที่จริงแล้ว ฮันดาวอน ไม่เคยเห็นเธอเป็นเพื่อนเลยด้วยซ้ำไป

เธอคอยเฝ้าอิจฉาชีวิตที่ดีจนไร้ที่ดีของยูริน จนในที่สุดเมื่อชีวิตของอีกคนตกต่ำลง คนอย่างฮันดาวอนก็พร้อมที่จะยื่นเท้าออกมาซ้ำเติม ไม่มีแล้วคนที่ยูรินเรียกว่าเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก


“สนใจกระเป๋าใบนี้เหรอ เรายังรสนิยมเหมือนกันเป๊ะเลยน้ายูริน เอ๊ะลืมไปว่าเธอคงไม่มีปัญญาจ่าย หรือว่าเธอมาทำงานเป็นพนักงานร้านนี้” ยูรินเลือกที่จะไม่พูดอะไร เธอพยายามอดกลั้นความโกรธเอาไว้ แล้วเดินออกมา ไม่มีประโยชน์ที่จะเอาตัวไปข้องแวะกับคนแบบนี้

หากแต่ว่าทั้งสองคนจะปล่อยเธอไปง่ายๆได้ยังไง เรื่องสนุกกำลังอยู่ตรงหน้านี้แล้ว ฮันดาวอนกับเพื่อนเดินไปดักหน้าอดีตเพื่อนสนิทเอาไว้ มือทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกแล้วใช้สายตาร้ายกาจจ้องมองมาที่ยูริน

“เธอต้องการอะไร”

“ก็แค่วันนี้ฉันรู้สึกเซ็งๆ เลยมาหาที่ระบายด้วยการซื้อของสักสิบยี่สิบล้าน กระเป๋าเมื่อกี้เธอรู้รึเปล่าว่ามัน คือใบเดียวที่วางขายในเกาหลี ฉันอยากได้เลยให้ชียอนไปหยิบให้ แต่เธอดันไปแตะมันด้วยอีกคน”

“แล้วยังไง”

“มันทำให้ฉันหงุดหงิดกว่าเดิม เพราะเธอไปแตะกระเป๋าใบนั้น ฉันรังเกียจคนชั้นต่ำอย่างเธอ”

“ฮันดาวอน!!” ยูรินเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยความเหลืออด เธอพยายามอดทนแล้ว แต่ดาวอนก็มีความพยายามมากที่จะก่อกวนเธอทุกครั้งที่เจอกัน

“มีสิทธิ์โมโหใส่ฉันเหรอ ทั้งๆที่น่าจะรู้ตัวนะว่าสถานะของตัวเองตอนนี้ไม่มีทางเลยที่จะซื้อกระเป๋าใบนั้นได้ แต่ก็ยังกล้าดีไม่เจียมตัวไปแตะของที่ฉันต้องการ!!” ฮันดาวอนพูดเดียวน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นยิ้มร้ายอีกครั้ง

“แต่...ฉันเห็นแก่ความเป็นเพื่อนรักของเรา ถ้าเพื่อนรักอยากได้ ฉันซื้อให้ก็ได้”

“ใจดีไปรึเปล่าดาวอน” จองชียอนพูดด้วยรอยยิ้มโอหังไม่ต่างจากเพื่อนของเธอ ส่วนฮันดาวอนก็ค่อยๆเดินเข้ามาหายูรินช้าๆ ก่อนจะกระซิบบางอย่างกับเธอ

“ฉันจะถือว่า ทำบุญทำทาน”

!!!” คนได้ยินประโยคนั้นเพียงคนเดียวจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน เพราะเธอโกรธจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว ถึงตอนนี้เธอจะเป็นคนตกอับหรือคุณหนูตกยาก แต่เธอก็ยังเป็นคน และคนทุกคนย่อมรักในศักดิ์ศรีของตัวเอง

“ซื้อให้ฉัน ด้วยเงินที่พ่อเธอ โกงพ่อฉันมาน่ะเหรอดาวอน ไม่คิดเหรอว่าของที่มันไม่ใช่ของตัวเอง สักสันหนึ่งเธอก็จะต้องเสียมันไป”

“นัมยูริน!!!

“ก่อนที่จะรู้จักคำว่าทำบุญทำทาน ไปเรียนรู้คำว่า ละอาย ก่อนดีกว่านะ”

“นังยูริน!!!

เพียะ!!!


เสียงฝ่ามือฟาดลงไปที่พวงแก้มขาวเนียนของยูรินเต็มแรง จนร่างบางเสียหลักล้มลงไปกับพื้น คนที่เพิ่งถูกตบหน้ารับรู้ได้ถึงความเจ็บที่ใบหน้าด้านขวา แต่ไม่ถึงสิบวินาที ด้วยความบันดาลโทสะของคนเอาแต่ใจ ฮันดาวอนตรงเข้าไปคว้าร่างของยูรินให้เธอลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ก่อนที่จะใช้มือข้างเดิมเหวี่ยงไปที่ใบหน้าของคนที่เธอแสนเกลียดอีกครั้ง จนเหยื่อในครั้งนี้ล้มลงพับลงไปกับพื้นอีกหน



 คราวนี้เธอไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บที่ใบหน้าเท่านั้น แต่ยังรับรู้รสเค็มปร่าและกลิ่นคาวของเลือดในปากของตัวเอง ถึง(ชื่อคุณ)จะไม่ได้เป็นคุณหนูที่แสนบอบบางและอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยถูกสอนให้ใช้กำลังกับใคร ทำให้ในเวลานี้ เธอทั้งเจ็บตัวและเจ็บใจยิ่งกว่า เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์นี้

ดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา กวาดมองไปรอบๆ เผื่อว่าจะมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเธอบ้าง แต่เปล่าเลย ไม่มีเลยสักคนที่จะเข้ามาช่วยห้ามปรามคนที่กำลังจะปรี่เข้ามาทำร้ายเธออีกครั้ง จริงสินะ ใครจะกล้าเข้ามาขัดขา ฮันดาวอน ลูกสาวคนเดียวของฮันจองซอก ประธานกรรมการและเป็นผู้ถือสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของ เอสเคกรุ๊ป บริษัทผลิตและนำเข้ายารักษาโรคอันดับหนึ่งของเกาหลี ถึงแม้เบื้องหลังความสำเร็จนั้นต้องแลกมาด้วยการหักหลังเพื่อนรักก็ตาม แต่ใครจะสนกันล่ะ ตอนนี้เงินอยู่ในมือใครมากกว่า ชัยชนะก็จะตกไปอยู่ในมือของคนๆนั้นโดยปริยาย

“เป็นไง ถึงกับร้องไห้เลยเหรอ ไม่เห็นปากเก่งเหมือนเมื่อกี้เลย” ยูรินจ้องมองคนที่กำลังยืนค้ำหัวเธอพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งกำขยุ้มเส้นผมเธออย่างแรงเพื่อให้คนที่อยู่ต่ำกว่า เงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้ากับเธอ เธออยากเห็นมัน น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ของคนตรงหน้า

“คงเจ็บสินะ ถ้าเจ็บแล้วก็จำเอาไว้ว่าน้ำหน้าอย่างเธอ ไม่มีทางชนะฉันได้อีก”

“แต่มองตาเธอแล้ว ฉันคิดว่าเธออาจจะยังไม่สำนึกถึงสถานะของตัวเองที่ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบสถานที่เดียวกับฉันได้ เมื่อไหร่เธอจะยอมรับความจริงสักทีว่า ตอนนี้ฉันคือลูกสาวคนเดียวของเอสเคกรุ๊ป ไม่ใช่เธอ และอีกไม่นานเอสเคกรุ๊ป จะต้องเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว”

“ฉันจะทำให้เธอเจ็บและจำไปจนตายนัมยูริน” พูดจบฮันดาวอนก็ค่อยๆนั่งลง ก่อนจะนำบางอย่างไปใส่เอาไว้ในกระเป๋าของคนที่เธอเกลียดนักหนาโดยที่เจ้าของมันไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้จองชียอน


“รปภ.คะ ใครก็ได้ ผู้หญิงคนนี้ขโมยของค่ะ!!

!!!” เจ้าของใบหน้าสวยที่บัดนี้มีร่องรอยฝ่ามือพาดอยู่ที่ใบหน้า เกิดเป็นรอยแดงจนน่ากลัว มองไปยังต้นเสียงด้วยความตื่นตระหนก เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่า ดาวอนเกลียดเธอขนาดนี้ แต่เธอมั่นใจว่าไม่ได้ขโมยอะไรจริงๆ แต่ลองสองคนนั้นมั่นใจตะโกนป่าวประกาศออกไปอย่างนั้น ก็คงทำบางอย่างเพื่อให้เธอเลี่ยงสถานการณ์ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นขโมยครั้งนี้ไม่ได้

สองรปภ.กับพนักงานในร้านขายกระเป๋าเมื่อครู่วิ่งกรูกันเข้ามา โดยที่รปภ.สองคนล็อคแขนของเธอเอาไว้คนละข้าง

“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ได้ขโมยอะไรทั้งนั้น”

“ลองค้นตัวยัยหัวขโมยดูสิ ว่ามีมั้ย” ฮันดาวอนหันไปสั่งพนักงาน ทำให้พนักงานหนุ่มใช้มือสองข้างค้นลูบไปแทบทั้งตัวของยูริน ทั้งๆที่เจ้าตัวพยายามเบี่ยงหลบแล้ว แต่ก็หนีมือของชายคนนั้นไม่พ้น เธอไม่อาจขัดขืนได้เลย ทำได้แค่ปล่อยให้ชายแปลกหน้าสัมผัสเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วงเกินกว่าการค้นของหลักฐาน

ร่างกายบอบบางที่ไม่เคยถูกชายใดล่วงเกินมาก่อน เเม้เเต่คนที่กำลังจะได้ชื่อว่าเป็น 'สามี' ก็ตาม คนที่เธอบอกว่าเขาคือคนใจร้าย ป่าเถื่อน ยังไม่เคยฉวยโอกาสกับเธออย่างหยาบคายเช่นนี้มาก่อน

จนมีพนักงานหญิงอีกคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วทำการค้นไปในกระเป๋าสะพายที่ตกอยู่ที่พื้น ก่อนจะหยิบบางอย่างที่ยูรินรู้อยู่แล้วว่ามีฮันดาวอนเป็นตัวการ

“เธอขโมยพวงกุญแจมา จับไปยัยนี่ไปส่งตำรวจสิ ยืนเฉยทำไม” ฮันดาวอนหันไปสั่งรปภ.


คนถูกรังแก ร้องไห้จนแทบหมดเรี่ยวแรง เธอทั้งดิ้นรนเพื่อให้พ้นจากพันธนาการไร้ความยุติธรรมนี้ โดยไม่ได้สนใจเลยว่า เรียวแขนเล็กทั้งสองข้างของเธอมีเกิดรอยแดงจากการคุมตัวของรปภ.

ใครกันล่ะจะเชื่อเธอว่าเธอไม่ได้เป็นหัวขโมย ใครกันที่จะเข้ามาช่วยเธอในเวลาคับขันเช่นตอนนี้ แต่อย่าคิดว่าเธอจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่ออ้อนวอนร้องขอให้คนอย่างฮันดาวอนช่วยเหลือเธอ ไม่มีวัน!


“หยุดเดี๋ยวนะ!!! แต่แล้วเสียงที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธของอิมนายอนก็ดังขึ้น เสียงที่เปรียบดั่งเสียงจากสวรรค์ของยูริน

นายอนวิ่งเข้ามาผลักรปภ.ทั้งสองคนออกอย่างแรงก่อนจะดึงตัวเพื่อนรักของเธอโอบกอดเอาไว้ สายตาดุดันดั่งนางพญาถูกส่งไปยังใครอีกคนที่เธอจำได้ว่าคือคนที่ยูรินเคยนับว่าเป็นเพื่อนสนิท คนที่นายอนอดอิจฉาไม่ได้ ที่ได้รู้จักกับเพื่อนที่แสนดีของเธอตั้งแต่เด็ก แต่เธอเลิกอิจฉาผู้หญิงคนนี้ไปนานแล้ว เพราะฮันดาวอนไม่เคยรักยูรินจริงๆอย่างที่เธอรัก

“เธอทำบ้าอะไรฮันดาวอน!!

“หึ นี่ยังคบกับยัยนี่อยู่อีกเหรออิมนายอน”

“มันเรื่องของฉัน อย่าสาระแน!!!

“งั้นก็เหนื่อยหน่อยนะ ที่มีเพื่อนรักเป็นขโมย”

“เธอพูดอะไร!” นายอนมั่นใจว่า เพื่อนของเธอไม่มีทางเป็นขโมยแน่ๆ และเดาได้ไม่ยากเลยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนที่กำลังร้องไห้จนตัวโยนอยู่ตอนนี้ มันเป็นฝีมือของใคร นายอนไล่สายตามองไปยังผู้คนมากมายที่รางล้อมมุงดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น โดยไม่มีใครมีใจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนผู้น่าสงสารของเธอเลยสักคน

“นี่ค่าของห่วยๆที่ไม่รู้จักดูแลกันให้ดี เอาไปจัดการซะ” พนักงานหญิงตกใจไม่น้อยกับบัตรเครดิตสีดำสนิทที่นายอนยื่นให้เธอ  ฮันดาวอนและเพื่อนมองสิ่งที่นายอนทำอย่างไม่พอใจ พวงกุญแจชิ้นนั้นเป็นชิ้นเป็นคอลเลกชั่นเดียวกับกระเป๋าใบที่เธอหมายปอง ไม่ต้องถามถึงราคาเลยว่ามันแพงแสนแพงขนาดไหน



ไม่นานพนักงานสาวก็วิ่งกลับมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เมื่อเธอเห็นชื่อของ เจ้าของบัตรที่ปรากฎที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตอนที่เธอใช้มันรูดคิดเงินค่าพวงกุญแจชิ้นนั้น

“เราต้องของโทษคุณผู้หญิงด้วยนะคะ” พนักงานทั้งร้านเดินมาแล้วทำการก้มตัวลงเพื่อแสดงความขอโทษต่อคนที่กำลังร้องไห้อยู่

“ทางเราขออภัยในความเข้าใจผิดครั้งนี้จริงๆนะคะคุณผู้หญิง” คนที่แต่งตัวแตกต่างจากพนักงานคนอื่นๆ เอ่ยขอโทษยูรินอีกครั้ง

“นี่มันอะไรกัน!!

“ไปขอโทษนังหัวขโมยทำไม” ฮันดาวอน ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปในขณะนี้ แม้กระทั่งยูรินเองเธอก็ยังไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมจู่ๆพนักงานทั้งร้านถึงได้ออกมาขอโทษเธอ

“ดูเอาไว้ฮันดาวอน เพราะอีกไม่นาน เธอจะได้ทำยิ่งกว่าที่พนักงานพวกนี้ทำ”

“ลูกน้องหางแนวของมาเฟียอย่างพ่อของเธอจะทำอะไรฉันได้”

"เธอพูดถูก ปลายเเถวอย่างพ่อฉัน อาจจะทำอะไรเธอไม่ได้"

“หึ แต่รอดูก็แล้วกัน อ้อ ไม่ต้องมองเพื่อนฉันจนตาถลนขนาดนั้นก็ได้นะ เพราะอีกไม่นาน เธอจะได้เจอยูรินอีกแน่นอน”

อิมนายอนพูดทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้น แล้วเดินออกไปโดยที่ไม่ลืมประคองเพื่อนของเธอที่สะบักสะบอมไปทั้งตัวออกไปจากตรงนี้ทันที

“ที่นายอนพูดมันหมายความว่ายังไงดาวอน”จองชียอนถามเพื่อนด้วยความสงสัย

“หึ น้ำหน้าอย่างพวกมันจะมีปัญญาทำอะไรฉันได้ ไปเถอะ วันนี้ฉันอารมณ์ดีแล้วล่ะ” ถึงจะทำให้คนที่แสนชังติดตารางข้อหาหัวขโมยไม่ได้ แต่เธอเห็นแล้วว่ามีคนถ่ายคลิปสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้แล้ว อีกไม่นานอดีตเพื่อนรักของเธอก็คงจะได้อับอายจนไม่กล้าสู้หน้าใครอีกเลย

 

 




“ฉันจะบอกคุณเจค!” นายอนพูดด้วยความโกรธเคืองแทนเพื่อน ยิ่งเห็นรอยฝ่ามือปื้นใหญ่บนใบหน้าของเพื่อน เธอยิ่งโกรธจนอยากจะส่งคนไปกระทืบให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

“อย่านะ ถึงบอกไป เขาก็คงไม่สนใจหรอก เดี๋ยวจะหาว่าฉันเอาเรื่องส่วนตัวไปรบกวนเขาเปล่าๆ”

“เธอกำลังจะเป็นนายหญิงของบลูอีเกิ้ลนะ คุณเจคไม่...”

“ขอล่ะ อย่าบอกเขาเลย ถึงยังไงฉันก็เป็นแค่ คนที่ต้องรับคำสั่งจากเขาเท่านั้น ไม่ได้แต่งงานกันจริงๆสักหน่อย”

“จิ ขัดใจจริงๆ โดนรังแกจนน่วมไปทั้งตัวแล้วเนี่ย ตัวสั่นไม่หายเลย พวกนั้นทำอะไรเธอนอกจากตบตีอีกรึเปล่า บอกฉันมาให้หมดนะ” แค่เท่าที่นายอนรับรู้มันก็มากเกินพอแล้ว ขืนถ้าให้รู้เรื่องที่เธอถูกพนักงานชายคนนั้นลวนลามล่ะก็ นายอนคงได้อาละวาดที่ร้านแน่ๆ แต่สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำกับเธอมันทำให้ยูรินทั้งกลัวทั้งสะอิดสะเอียนไปหมด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครทำแบบนั้นกับเธอมาก่อน

“นี่คุณเจคไม่อยู่ใช่มั้ย” คนถูกถามพยักหน้าก่อนจะล้มตัวลงนอน เธอเหนื่อยมามาก ขอพักเอาแรงก่อน

“เฮ้อ แน่ใจนะว่าไม่ไปหาหมอ”

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง เดี๋ยวก็หาย เธอกลับบ้านเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน”

“ก็ได้ แต่ถ้ามีอะไร รีบโทรหาฉันทันทีเลยนะ เข้าใจมั้ย” ยูรินพยักหน้าอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้า ทำให้นายอนรู้ว่าควรจะปล่อยให้เพื่อนได้พักผ่อนไปก่อน


ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูปิดลง น้ำตาที่แห้งเหือดไปก็ไหลลงมาอีกครั้ง เธอไม่อยากร้องไห้ให้นายอนเห็น เพราะรู้ว่าเพื่อนจะยิ่งเป็นห่วง ยิ่งนึกถึงสิ่งที่ประสบพบเจอมาในวันนี้  นับว่าเป็นเรื่องเลวร้ายมากๆสำหรับเธอ การที่ต้องถูกดูถูก เหยียดหยาม และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเช่นนั้น มันทำให้เธอเจ็บปวดที่ใจมากกว่าร่างกายเสียด้วยซ้ำ


มือเล็กกำจิกลงที่ผ้าห่มจนผืนผ้ายับเยินไปตามแรงมือ ได้แต่นึกสมเพชตัวเองอยู่ในใจว่า เสียใจไปก็เท่านั้น โกรธแค้นไปก็ทำอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ เธอไม่มีทางที่จะเอาชนะฮันดาวอนได้ ไม่ต้องพูดถึงการที่จะทวงทุกอย่างกลับมาให้พ่อของเธอเลย ลำพังแค่เธอจะทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอ สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือการปล่อยให้หยาดน้ำตาใสๆไหลรินเปรอะเปื้อนหมอนที่หนุนนอนจนเปียกชุ่มไปหมด เธอทำได้เพียงเท่านั้นจริงๆ

 




ดวงตาคมอ่านยอดเงินที่ถูดรูดผ่านบัตรเครดิตของเขาที่ฝากอิมนายอนเอาไปให้ว่าที่ภรรยา แถมใจปล้ำฝากบอกไปว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ตามใจ อย่างน้อยผู้หญิงคนนั้นก็ถือได้ว่าเป็น คนของเขา จะปล่อยให้อดๆอยากๆก็คงจะไม่เหมาะ เขาไม่อยากถูกเอาไปนินทาลับหลังว่า บลูอีเกิ้ลดูแลคนของตัวเองได้ไม่ดี

“หึ” หกล้านวอนคือยอดเงินที่ถูกใช้ไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้แค่ครั้งเดียว ดูก็รู้ว่าเป็นของไร้สาระที่ราคาสูงมาก แต่ถึงกระนั้น มันก็แค่เศษเงินสำหรับเขาเสียด้วยซ้ำ ในเมื่อเขายกมันให้เธอแล้ว จะใช้อะไรก็คงสุดแล้วแต่เธอ

คนที่เพิ่งใช้เงิน เปย์ผู้หญิงครั้งแรกในชีวิตก็คิดเพียงได้เพียงเท่านั้น อย่าคาดหวังว่าเขาจะไปเสียเวลาเลือกซื้อของไร้สาระให้ใคร อยากได้อะไรก็รูดเอา

“เย็นวันนี้มึงไปไหนมั้ย”

“ถามได้จีมิน คนมีเมียก็ต้องไปหาเมียสิ” จอนจองกุกตวัดสายตามองไปยังคิมซอกจินทันที

“เอ้า กูพูดอะไรผิด”

“ยัยนั่นไม่ใช่เมียผม”

“ไม่ใช่ก็ทำให้ใช่ซะสิ”

“เหอะ” คนได้ยินพ่นลมหายใจออกมาเซ็งๆ ทั้งๆที่รู้จักนิสัยเขาดีอยู่แล้วยังจะยุให้เขามีเมียอยู่ได้

“ทำไมจะเก็บเวอร์จิ้นไว้ชิงโชครึไง”

“ฮยองพูดอะไรเนี่ย ไอ้เจคมันเวอร์จิ้นที่ไหน มันก็แค่ทำไม่เป็น”

ปึ่ก

“กูหลบทัน” เสียงแฟ้มที่เคยอยู่ในมือจอนจองกุก มันควรจะปลิวไปฟาดหน้าเพื่อนตัวดีของเขาซะ แต่เป้าหมายดันไหวตัวทันซะก่อน

“ไหนๆ ก็จะแต่งงานแล้ว ก็แต่งจริงๆไปเลยดิ น้องยูริน ก็ดูไม่มีอะไรเสียหายนะ ทั้งสวย ทั้งขาว ทั้งซ...”

“ทั้งอะไร” เสียงเรียบๆเอ่ยถามออกไป ทำเอาปาร์คจีมินเม้มปากกลืนคำที่จะพูดออกมาลงคอไปทันที


“โฮซอก นายน้อยของมึงอายุเท่าไหร่แล้วนะ” ซอกจินหันไปถามเพื่อน

“ยี่สิบห้า ย่างยี่สิบหก”

“อายุผม มันทำไม” จองกุกอดถามออกไปไม่ได้

“อายุมึงขนาดนี้แล้วนะ มึงเคยเจอผู้หญิงคนไหน ที่ยอมเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับมึงสักคนรึยังล่ะ แค่ได้ยินเสียงขึ้นนกปืนเบาๆ ก็หนีกระเจิงกันไปหมด” ซอกจินรู้เรื่องคืนนั้นจากโฮซอก ทำเขาแปลกใจไม่น้อยเลยกับวีรกรรมของว่าที่น้องสะใภ้


เขารู้จักจองกุกมานาน มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาพยายามเข้าหาน้องชายคนนี้ก็ไม่น้อย แต่ถ้าถามว่ามีใครคนไหนมั้ยที่พร้อมยอมเสี่ยงไปกับจองกุกได้บ้างล่ะ เขายังมองไม่เห็นใครสักคน เห็นก็แต่พวกที่หวังจะใช้น้องชายคนสนิทของเขาเพื่อเบิกทางสู่ความสุขสบาย และความมีอำนาจบารมีเท่านั้น


เขาเพิ่งจะเห็นว่านัมยูรินเป็นผู้หญิงคนแรกที่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงตายเคียงบ่าเคียงไหล่กับจองกุกได้ ถึงผู้หญิงคนนั้นยังจะไม่ได้รู้สึกอะไรจองกุก แต่มันก็ทำให้เขารู้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้มีจิตใจที่ดี และกล้าพอตัวเลย ถึงจะเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆในสายตาของเขาก็ตาม

“สักวันมึงก็ต้องมีครอบครัวเจค ก็เอาคนนี้ไปเลยดิ เสียเวลาแต่งทำไมหลายรอบ” ปาร์คจีมินเสนอ

“ไร้สาระ”

“เออ ไร้สาระ กูจะคอยดูพวกลิทธิ ค.ม.”

“ค.ม. คืออะไรวะจีมิน” คิมซอกจินถามคนนั่งข้างๆ ไม่ใช่แค่เขาที่สงสัย โฮซอก และจองกุกเองก็เช่นกัน

“ค.ม. ก็ย่อมาจาก คลั่งเมียยังไงล่ะฮยอง ฮ่าๆๆๆ”

“หัวเราะเหมือนว่าพรุ่งนี้ จะไม่ได้หัวเราะอีกต่อไปแล้วนะมึง” พูดจบจอนจองกุกก็ลุกยืนขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่

“แล้วมึงจะไปไหน” จีมินเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนเป็นนิสัย

“เรื่องของกู...”

“นายน้อยต้องไปสอน คุณยูรินยิงปืน” จอนจองกุกพูดไปเพื่อไม่อยากบอกให้เพื่อนล่วงรู้ว่าเขากำลังจะไปทำอะไรเพราะเขาไม่อยากเป็นขี้ปากของปาร์คจีมินและคิมซอกจินตอนนี้ แต่จองโฮซอกดันชิงพูดออกไปเสียก่อน ทำเอาจอนจองกุกรีบเดินออกไปอย่างหัวเสีย


“ปากบอก ไม่ใช่เมีย ไม่สนใจ แต่ไปสอนน้องยิงปืน” จีมินพูดยิ้มๆ

“มึงคิดว่ายังไง พอมีความเป็นไปได้มั้ย” คิมซอกจินหันไปถามความเห็นของคนที่รู้จักจอนจองกุกดีที่สุด

“หึ ก็อย่างที่มึงพูดวันนั้น”

“กูคงต้องเปิดตำราเตรียมช่วยนายน้อยตั้งชื่อหลาน” ทั้งสามคนหัวเราะชอบใจ กับสิ่งที่ได้ยิน โฮซอกรู้จักคนอย่างจองกุกดียิ่งกว่าใคร อีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้ชายอย่างจองกุก ไม่เคยคิดที่จะมีใคร มันเป็นเพราะว่า เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหน ที่จะรักเขาได้เหมือนกับที่แม่รักพ่อของเขา ไม่เคยมีใครยอมเสี่ยงตายไปพร้อมกับเขาจนผู้หญิงที่ชื่อนัมยูรินเข้ามา จองโฮซอกเชื่อว่า ผู้หญิงคนนี้จะสามารถทลายกำแพงอันสูงชันในหัวใจของจองกุกลงได้ไม่ยาก



17:15

ร่างสูงทิ้งแขนข้างที่สวมนาฬิกาข้อมือลงเป็นรอบที่ห้าแล้ว จอนจองกุกไม่เคยเป็นฝ่ายที่จะต้องรอมาก่อน มันทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อยเลย ที่คนที่เขานัดเอาไว้แล้วว่าวันนี้ต้องลงมาเรียนยิงปืนกับเขาที่โรงฝึกที่ชั้นใจดินของตึกทกซูรี แต่ตอนนี้ล่วงเลยเวลานัดไปตั้งสิบห้านาทีแล้ว สิบห้านาทีสำหรับคนอื่นอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่สำหรับจอนจองกุก เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อต้องรอใครทั้งนั้น

(คุณเจค โทรมามีอะไรให้นายอนรับใช้คะ) เสียงของอิมนายอมเอ่ยขึ้นเมื่อ ผู้ที่เปรียบเหมือนเจ้านายของเธอโทรหา

“เพื่อนเธออยู่ไหน”

(ฉันพายูรินไปส่งที่ห้องตั้งแต่บ่ายสามแล้วค่ะคุณเจค มีอะไรรึปะ...)

เขาไม่รอให้ปลายสายพูดได้จบประโยคหรอก หลังจากกดวางสาย ขายาวก้าวไปข้างหน้าด้วยความกรุ่นโกรธ เป้าหมายคือชั้น 47  ชั้นที่มีเซฟเฮาส์ของเขาอยู่

 

ทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของคนั้ทำให้เขาอารมณ์เดือดดาล ถึงแสงในห้องจะค่อนข้างสลัว แต่เขาก็มองเห็นแล้วว่า คนที่ปล่อยให้เขารอตั้งสิบห้านาทีนั้นกำลังหลับอยู่ ยัยตัวดีกล้าดียังไงถึงได้ปล่อยให้เขารอแล้วมาหลับสบายใจอยู่แบบนี้

มือหนาตรงเข้าไปดึงกระชากข้อมือเล็กอย่างแรงตัวร่างบางลุกวืดขึ้นมาจนรู้ตัวอีกทียูริย ก็ยืนอยู่บนพื้นอย่างงุนงงไปหมด

“ทำอะไรของคุณ!” ด้วยความที่เธอเพิ่งตื่น เป็นเรื่องธรรมดาที่คนทั่วไปจะหงุดหงิด ยิ่งถูกปลุกด้วยความรุนแรงแบบนี้ด้วยล่ะก็ ไม่แปลกเลยที่คนตัวเล็กจะพูดกับคนตรงหน้าเสียงดังกว่าทุกที

“นี่มันกี่โมงแล้ว!!!” ยูรินพยายามประมวลผลคำถามนั้น ก่อนจะมองไปยังนาฬิกาที่ตั้งบอกเวลาที่หัวเตียง แล้วพบว่า เวลานี้เกือบห้าโมงครึ่งเข้าไปแล้ว และสาเหตุที่ทำให้คนตัวสูงกำลังโมโหอยู่ก็คงเพราะเธอไม่ไปตามนัดที่เขากำชับเอาไว้ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร ก็ถูกมือใหญ่ลากให้เดินตามจนออกมานอกห้องในที่สุด

 

“คุณปล่อยฉันก่อน ฉันเดินเองได้” พูดไปตากลมโตก็หรี่ตาลงเพื่อปรับให้รับกับแสงภายในห้องนั่งเล่น

“ฉันขอโทษจริงๆค่ะ ที่ฉันผิดนัด คุณรอแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวฉันไปล้างหน้าล้างตาแล้วจะรีบตามคุณลงไป”

เขาต้องรออีกอย่างนั้นเหรอ นั่นคือสิ่งที่มาเฟียหนุ่มสงสัย มันทำให้เขาหันกลับมาหมายจะจัดการยัยตัวเล็กให้รู้กันไปเลยว่ากฏข้อสำคัญสำหรับการอยู่ร่วมกับเขาก็คือ เขาเกลียดการรอคอยเป็นที่สุด

“เธอคิดว่าเธอเป็นใคร...”


“ขอโทษค่ะ”

คนตัวเล็กกว่าหลับหูหลับตาเอ่ยคำขอโทษอีกครั้ง เพราะเธอรู้ว่าเธอเป็นฝ่ายผิดจริงๆ  เธอพร้อมที่จะฟังคำดุด่าจากจองกุกด้วยความเต็มใจ หากแต่ว่า สิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นความเงียบจากคนตรงหน้า เธอจึงค่อยๆลืมตาเพื่อมองเขาให้คลายสงสัย แล้วพบว่าเขากำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่แปลกออกไป

ยูรินเห็นว่าสายของเขาที่มองเธอ กำลังจดจ้องมาที่ใบหน้าด้านขวาที่เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันไปโดนอะไรมา ทำเอาหญิงสาวรีบหันหลังแล้วกำลังจะวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอน แต่มือหนาของจอนจองกุกคว้าต้นแขนเอาไว้เสียก่อน

“โอ๊ย!!! ซี๊ด..” หญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บที่ต้นแขน ยิ่งเห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็ก จองกุกยิ่งสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

“ไปโดนอะไรมา”

“เอ่อ คือ ฉันล้มที่ห้างวันนี้ ก็เลยช้ำไปทั้งตัวเลย แต่ไม่เป็นไรค่ะ” เขาดึงเธอเข้าหาตัวแล้วก้มมองเรียวแขนซ้ายสลับไปแขนขวา รอยช้ำสีม่วงที่ปรากฏขึ้นบนผิวขาวที่เคยสะอาดหมดจด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันเกิดจากการกระทำของคน ไม่ใช่อุบัติเหตุ

ดวงตาคมกริบเลื่อนขึ้นมามองไปยังพวงแก้มเนียนใสที่ตอนนี้เขาเห็นได้ชัดเจน ว่ามีรอยฝ่ามือพาดอยู่ตรงนั้น รอยแดงช้ำจนน่ากลัว และสิ่งที่ทำให้เขาโกรธยิ่งกว่าที่เธอทำให้เขารอนานสิบห้านาทีก็คือมุมปากบางที่คราบเกรอะกรังของเลือดที่เปลี่ยนเป็นสีเข้มหลงเหลืออยู่

คนตรงหน้าเขารู้สึกได้ถึงความกลัว เมื่อมองไปยังใบหน้าของจองกุกในเวลานี้ ยูรินรู้สึกได้ว่า รังสีดำมืดมันแผ่ออกมาจากร่างสูงตรงหน้าเธอ แววตาวาวโรจน์ยิ่งกว่าตอนที่เขาจะจับเธอโยนลงจากตึกในวันแรกที่เธอ มันทำให้ยูรินคิดไปต่างๆนานา

“เขาคงกำลังโกรธที่ฉันทำให้เขาอับอายสินะ”

“หรือเขาจะไม่พอใจที่ฉันเป็นแผลแค่นี้ แล้วทำเป็นสำออยไม่ยอมไปเรียนยิงปืนกับเขา”

!!!” ร่างบางถึงกับผงะเมื่อใบหน้าที่บวมช้ำขึ้นมาเล็กน้อยถูกมือใหญ่ของมาเฟียหนุ่มสัมผัสเบาๆ แต่แค่การสัมผัสเพียงบางเบายังทำให้เธอเบ้หน้าเพราะความเจ็บได้ บ่งบอกได้เลยว่า สิ่งที่คนตัวเล็กตรงหน้าเขาเจอมา มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

“ใครทำ?

“.......”

“ฉันถามว่าใครมันบังอาจมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน!!!

 


20:00

“เธอหลับไปแล้วค่ะ หมอให้ยาลดบวมยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดไปแล้ว อีกสองสามวันอาการคนไข้จะค่อยๆดีขึ้นค่ะ” 

แพทย์หญิงคนเดิม ที่เธอรู้สึกได้ว่าเธอมารักษาให้กับคนไข้คนเดิมบ่อยครั้งในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา รายงานการรักษากับจอนจองกุกไปตามความจริง แต่คนที่เธอคุยด้วยกลับไม่ตอบรับ หรือสนทนาโต้ตอบใดๆกับเธอ สิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ก็คือการจ้องมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือของอีกอนอยู่

 

“ขอบคุณครับคุณหมอ เดี๋ยวคนของเราจะไปส่งคุณครับ” เป็นโดยองที่เป็นคนพาคุณหมอออกจากห้องไปเพราะเขารู้ดีว่าเจ้านายของเขาคงไม่อยากสนใจเรื่องอื่น นอกจากคลิปวีดีโอที่กำลังดูอยู่



ดวงตาที่กรุ่นโกรธอยู่แล้ว แข็งกระด้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อในคลิปที่เขาดูอยู่นั้น กำลังให้เขาเห็นว่านอกจากที่ว่าที่ภรรยาของเขาจะโดนทำร้ายร่างกายอย่างไรบ้าง ยังทำให้เขาเห็นว่ามีใครคนหนึ่งที่บังอาจใช้มือระยำคู่นั้นแตะต้องเธอ

เสียงสะอื้น แววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของยูรินมันทำให้มาเฟียหนุ่มเลือดร้อนรู้สึกโมโหอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างกายบอบบางที่คนมีสิทธิ์เต็มที่อย่างเขาไม่เคยคิดที่จะแตะต้องหรือทำให้บอบช้ำด้วยซ้ำ

“ไอ้เวรนั่นมันเป็นใคร”

“มันเป็นพนักงานในร้านกระเป๋าร้านนั้นครับคุณเจค”

“เอาตัวมันไปที่โกดัง01

“อะไรนะครับ!!!” อีกอนตกใจในสิ่งที่ได้ยิน โกดัง01 คือโกดังแรกของบลูอีเกิ้ล แต่ไม่ได้ใช้เก็บสินค้ามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ทำให้ค่อนข้างรกร้าง และที่สำคัญมันคือสถานที่ที่เจ้านายของเขาใช้มันเป็นเรือนตายของคนที่ต้องการทรมานหรือกำจัดทิ้ง แต่ส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือใหญ่โตอะไร จอนจองกุกก็จะไม่ค่อยได้ย่างกรายเข้าไปที่นั่น

“ข้องใจอะไร”

“เปล่าครับ ผมจะจัดการตามที่คุณเจคสั่งให้เร็วที่สุดครับ”

“ส่วนคนที่มันปล่อยคลิปหรือมีคลิปของยูริน จัดการให้หมด อย่าให้มีเล็ดรอดไปได้แม้แต่คลิปเดียว!

“ครับ”

“แล้ว ผู้หญิงคนคนนั้นล่ะครับ” เขาหมายถึงคนที่ลงมือทำร้ายนายหญิงของเขา คนที่เป็นตัวต้นเหตุทุกอย่าง

“เรายังไม่มีธุรกิจเกี่ยวกับยาใช่มั้ย” พูดไปมือใหญ่กำลังเรียวนิ้วยาวกำลังหมุนปากกา Visconti Ripple H.R.H. ปากกาด้ามนี้ประดับด้วยทองคำขาว 18K ในมือด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายลง แต่มันบ่งบอกว่าเขากำลังใช้ความคิดอยู่

“ใช่ครับคุณเจค”

“ดี...” จอนจองกุกเหยียดยิ้มร้ายจนอีกอนเองรู้สึกได้ว่า ลางร้ายกำลังคืบคลานไปยังสองพ่อลูกตระกูลฮันเข้าแล้ว

“ดูเหมือนว่า...สองพ่อลูกนั่น ครอบครองของที่ไม่ใช่ของตัวเองนานจนเกินไป”

“พรุ่งนี้ยกเลิกนัดของฉันทั้งหมด”

“คุณเจคจะไปไหนครับ”

“เอสเคกรุ๊ป”

 

End EP:07

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ถือได้ว่าเป็นสถิติ การลงที่รวดเร็วที่สุดเลย

อีพีนี้มีบทพูดเยอะค่ะ หวังว่าคงจะถูกใจน้า

"คนของเขา"

"ผู้หญิงของฉัน"

 

ไม่ใช่เมียเเต่ดูเรียกน้องสิ เเข็งกว่าลูกปืน ก็ปากพี่เจคนี่เเหละค่ะ

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

328 ความคิดเห็น

  1. #324 Nicosinnet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 02:59
    ฮื่อออ

    'ผญของชั้น' ว่าซ่านนนิเขิลมากให้ตายเถอะ ปกป้องเก่งมั้ก หึ! รอเลยยัยดาวอร!! ไม่ได้เจอดีแน่!!
    #324
    0
  2. #249 bbjk97 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 13:20
    เขินมากค่าามุแง๊
    #249
    0
  3. #192 BingsueKam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 21:35

    มาต่อเร็วๆๆๆๆนะคะ
    #192
    0
  4. #190 PanchZA922812 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:07

    จัดการมันเลยค่ะ!!!

    (อินๆ)😁😁😂😂
    #190
    0
  5. #189 Lilyn260 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:52
    เสาร์อาทิตย์นี้เจอกันนะคะ
    #189
    0
  6. #183 Sutikamon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 23:12

    อัพอีทีวันไหนหรอค่ะ ชอบๆ
    #183
    0
  7. #181 dorapunch (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 03:24

    อมกกกกก ไรท์ค่ดสนุกอ่ะ มันแบบดีอ่ะ คือมันดีอ่ะไรท์กรี๊ดดดดดด พี่เจคขาาใครทำน้องอย่าปล่อยให้รอดนะคะ ต้องจัดการนะคะพี่เจค มาต่อไวๆนะคะไรท์สู้ๆค่ะ

    #181
    0
  8. #180 suksiriintawong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 23:25
    กรี๊ดๆๆๆๆ จัดการมันให้หมดค่ะ ใครมันทำน้องยูรินพี่เจคต้องจัดการมันให้หมดค่ะ
    #180
    0
  9. #179 pocky_pv95 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 22:39
    แต่พี่เจคเค้าน่ารักจริงๆนะคะ น่ารักอ่ะ บอกไม่ถูก อยากเรียนน้องเจคมาก น้องโดนนินทาด้วย แฟ้มหล่นเลยพ่อคุณ เพื่อนๆก็ขี้แซวน้อง. 55
    #179
    0
  10. #178 Camona23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 21:47
    เอายัยนั่นให้ปางตายเลยค่ะ หมั่นไส้มากบอกเลย//อินจัด
    #178
    0
  11. #177 0615625614 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 21:44
    รอค่ะ รอออออออ
    #177
    0
  12. #176 JK_nest9704 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 17:12
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-07.png สนุกทุกตอนเลยจริงๆ ไม่มีผิดหวัง ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆเสมอมานะคะ
    #176
    0
  13. #175 0954254853 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 16:15
    โอ้ยยย รออออน้าาาา
    #175
    0
  14. #174 Sutikamon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 15:52

    สุดยอดคุณเจค
    #174
    0
  15. #173 M_wnd (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 15:51

    แค่เห็นแจ้งเตือนมาก็ว้าวแล้ว
    คุณลุงร้ายนะคะ หลอกให้รักกันจริงๆด้วยแผนซ้อนแผนไปอีก เลิ่กลัักแทนเพื่อนกับยูรินมาก 555 แบบตอนอ่านก็กลัวว่าเป็นสั้นๆ เลื่อนลงก็ยังมีต่อเรื่อยๆ จีมิน พี่จิน กับโฮซอกเนี่ยน้าา ชงเก่ง สงสารยูรินมาก น้องยังไม่สู้คน

    เดี๋ยวไปเรียนยิงปืน เทควันโด้กับพี่เจคแล้วต้องสู้กลับแล้วน่ะ ชอบประโยคนี้มาก ผู้หญิงของฉัน

    อร๊ากก ฉันเขินไม่หาย ถึงแม้จะอ่านจบตอนแล้วก็วกไปอ่านอีก เรื่องแก้แค้น พี่เจคบอกว่า น้องไม่ต้องเดี๋ยวพี่เอง

    ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ

    สนุกมากๆๆๆๆ
    เห็นมาอัพแบบนี้ แล้วกลัวไรท์หายไปจัง เราติดแล้วเราก็จะริดถึงค่ะ

    อาทิตย์ละตอนก็ยังดีนะคะ ไม่ใช่คำสั่ง แต่คือคำขอ 🤭😍
    #173
    1
    • #173-1 M_wnd(จากตอนที่ 9)
      17 พฤษภาคม 2563 / 16:11
      เม้นต์แบบนี้ได้ไหมคะ

      เผื่อคนยังไม่อ่าน ไรท์ลบออกได้เลยนะคะ
      #173-1
  16. #172 _mirabell_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 13:27
    พี่เจคโมโหแล้วนะ
    #172
    0
  17. #171 เมจิกสีดำ. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 13:00

    แหม๋ ปากบอกไม่ใช่เมียแต่การกระทำของเธอมันไม่ใช่นะเจค5555

    #171
    0
  18. #170 51410021 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 12:48

    รักพี่เจค ❤❤❤❤

    #170
    0
  19. #169 Lisagirl3 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 12:33
    เขิลล เจคก็ดูรักอยู่นะ ไม่งั้นไม่เป็นห่วงขนาดนี้ รีบมาต่อนะคะ ชอบมาก
    #169
    0
  20. #167 supermehi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 11:07
    รออ่านไม่ไหวแล้ว จะลงแดง5555
    #167
    0
  21. #166 M I N I - j (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 10:32
    พี่เจคเขาเอาจริงละนะ มาทำคนของเขาเนี่ยย
    #166
    0
  22. #165 muaynonbts136 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 10:01

    สุดยอดเลยค่ะไรท์ อ่านแล้วสนุกมากๆเลยค่ะ เป็นนิยายแนวมาเฟียเรื่องแรกที่อ่านแล้ว รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ยังไงก็สู้ๆนะ
    #165
    0
  23. #164 wolfgirl2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 10:00
    อ่านเเล้วสนุกมากกกก อินไปหมด เข้าถึงอารมณ์ พี่เจคจะปากเเข็งไปไหนอ่า อาการออกเบอนี้เเล้ว ส่วนพ่อลูก เตรียมรับมือนะจ้ะ เละเเน่ๆพวกเทอ

    หุๆๆๆ
    #164
    0
  24. #163 BlueHeart0113 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 09:15

    มันชอบบบบบ

    รอดูความพังของสองพ่อลูกตระกูลฮันค่าาา

    ต่อน้าาา

    #163
    0
  25. #162 SoDay_so (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 08:34

    เป็นนิยายแนวมาเฟียเรื่องแรกที่อ่านแล้วมันอุ่นใจกับคาแรคเตอร์ของตัวพระเอก มาเฟียใช่จะโหดเ-้ยมตลอดเวลาไหนจะเพื่อนพ้องต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ยังเคารพซึ่งกันและกันเวลาจองกุกอยู่กับยูรินแล้วอุ่นใจมากเลยค่ะถึงบทจะไม่หวานแต่มันก็เป็นมุมที่น่ารักมากๆ

    #162
    0