My mafia husband name is JK {BTSxYOU}

ตอนที่ 8 : EP 06: Pre-Wedding

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    11 พ.ค. 63


 

Yurin's Part

(ยูรินลูกรู้ใช่มั้ยคะ ว่าพวกเขาอันตราย และมีอำนาจมากแค่ไหน) เสียงแม่ถามฉันด้วยความเป็นห่วงเมื่อฉันตัดสินใจโทรไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คุณแม่ฟัง แม่คงห่วงฉันมากจนไม่อยากให้ฉันเข้าใกล้ผู้ชายอันตรายคนนั้นแน่ๆ

(หนูอย่าขัดใจเขานะคะ ต้องแต่งงานเมื่อไหร่ก็บอกแม่นะคะ)

“คุ คุณแม่พูดว่ายังไงนะคะ” แม่ต้องเป็นห่วงและห้ามไม่ให้ฉันแต่งงานกับเขาไม่ใช่รึไง นี่มันอะไรกันเนี่ย???

(กำหนดแต่งวันไหนรีบบอกแม่เลยนะคะ งานสำคัญของลูกแม่จะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด หนูเองก็เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวเอาไว้ให้ดีๆนะคะ ลูกสาวของแม่ต้องสวยที่สุดในโลก)

“คุณแม่คะ”

(คุณจอนจินโมเขาอยากได้ลูกสาวแม่เป็นลูกสะใภ้มาก อุ๊บส์)

“คุณแม่พูดว่าอะไรนะคะ???

(อ่ะ เอ่อ แม่ต้องรีบไปทำงานแล้วนะคะ เจอกันวันงานนะคะลูกรัก)

“คุณแม่ ! คุณแม่คะ”

 

“เฮ้อ... วางไปซะแล้ว”

ไอ้เราก็กำลังสงสัยว่าทำไมแม่ดูไม่ตกใจเลยสักนิด กับการที่ลูกสาวคนเดียวอย่างฉันกำลังจะแต่งงาน ต้องเป็นคุณลุงแน่ๆที่ติดต่อไปหาแม่ของฉันแล้ว

แล้วดูแม่ก็จะปลื้มครอบครัวของอีตาคุณเจคมากๆด้วย ไว้แม่รู้ว่าอีตาคุณเจค ขโมยสามีของแม่มาก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าพ่อจะเป็นยังไงบ้าง ฉันถามผู้ชายชุดดำที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีใครให้คำตอบฉันได้ อันที่จริงพวกเขาต้องรู้แน่ แต่คงเพราะเจ้านายสั่งห้ามเอาไว้น่ะสิ ส่วนคนเป็นเจ้านายน่ะเหรอ ฉันไม่เห็นหน้าเขามาสักพักแล้ว  ก็ตั้งแต่วันที่เขากวนประสาทฉันนั่นแหละ คนอะไรไม่รู้ยิ่งคิดยิ่งโมโห ยิ่งนึกถึงยิ่งเกลียดขี้หน้า


“ไอ้คนใจร้าย” ถ้าเขาไม่ใช้วิธีสกปรกบีบบังคับฉันล่ะก็ คนอย่างยูรินจะไม่มีทางเฉียดเข้าใกล้วงโคจรของเขาเป็นอันขาด ใครจะอยากมีคนเลวๆอย่างเขาเป็นสามีกันล่ะ ก็อาจจะมีเพราะเขารวยล้นฟ้าและมีอำนาจล้นจักวาล แต่สำหรับฉันแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความรักแล้ว ฉันไม่มีวันแต่งงานกับผู้ชายคนไหนทั้งนั้น

ความจริงก็คือ จะโทษมาเฟียนิสัยแย่คนนั้นทั้งหมดมันก็ไม่ใช่ มันเป็นเพราะคนทรยศพวกนั้นที่หักหลังครอบครัวฉัน ฉันกับคุณพ่อและคุณแม่ถึงได้ตกที่นั่งแสนลำบากลำเค็ญแบบนี้



แต่เรื่องนั้นคงต้องเอาไว้ทีหลัง เพราะสถานะอย่างฉันตอนนี้จะไปต่อกรอะไรกับคนพวกนั้นได้ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือฉันต้องตามหาพ่อให้เจอ หวังว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่ทำร้ายพ่อของฉันนะ และสิ่งที่ฉันเป็นห่วงที่สุดก็คือ พ่อต้องอยู่ในความดูแลของหมอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ป่านนี้ไม่รู้ท่านจะอาการทรุดรึเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็ ฉันสาบานเลยว่าจะเกลียดผู้ชายคนนั้นเข้ากระดูกดำเลยคอยดู



ก๊อกๆๆๆ

“เชิญค่ะ” หลายวันที่ผ่านมา ฉันพูดประโยคนี้นับร้อยครั้งได้มั้ง เพราะก่อนที่จะมีผู้ชายชุดดำคนไหนก็ตามเข้ามาหาฉัน เอาข้าวปลาอาหารมาให้ เข้ามาถามไถ่อาการ หรือมีหมอเข้ามาวันละหลายๆครั้ง พวกเขาจะเคาะประตูก่อนแบบนี้เสมอ บ่งบอกได้ถึงมารยาทที่อบรมกันมาเป็นอย่างดี จนฉันเริ่มชิน แต่สิ่งที่ฉันยังไม่คุ้นชิน และไม่มีทางชินกับมันง่ายๆก็คือ

“นายหญิงครับ นายใหญ่จินโมต้องการพบครับ” นั่นแหละ นายหญิง ฉันตั้งตัวไม่ทันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินจากปากคุณอีกอน จนถึงตอนนี้

“โอเค ฉันหยิบของแป๊บหนึ่ง” ฉันบอกไปก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งวางไว้บนหัวนอนตอนคุยกับคุณแม่เสร็จ

 



ฉันนึกว่าคุณลุงจะอยู่ที่ตึกทกซูรีเหมือนกันซะอีก ทำให้ฉันงงไปหมดว่าทำไมผู้ชายคนเมื่อกี้ถึงได้พาฉันขึ้นรถแล้วขับออกมา ดูจากเส้นทางแล้ว น่าจะไปแถวฮันนัม พวกเขากำลังจะพาฉันไปที่ไหนกัน

“หรือว่า...”

“อีตาคุณเจคจะสั่งให้คนพาฉันไปฆ่า!!!

“ไม่นะ ฉันยังตายตอนนี้ไม่ได้.....T^T

“ถึงแล้วครับนายหญิง”  ฉันหลุดออกจากความคิดของตัวเองจากเสียงเรียกของผู้ชายคนเดิม รู้ตัวอีกทีรถคันนั้นก็จอดลงที่ตึกๆหนึ่ง เพราะเราอยู่ในที่จอดรถไง ฉันเลยไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน แต่พอฉันเดินไปไม่กี่ก้าวก็รู้แล้วว่าที่นี่คือ โรงพยาบาลแฮอิน โรงพยาบาลที่ฉันเคยมาเยี่ยมคุณลุงเมื่อสี่เดือนก่อน อย่าบอกนะว่าคุณลุงป่วยอีกแล้ว มันทำให้ฉันอดเป็นห่วงท่านไม่ได้ ถึงคุณลุงจะเป็นพ่อของคุณเจค แต่ท่านก็ใจดีกับฉันเอามากๆ

 

เมื่อฉันเดินตามเขาขึ้นมาจนลิฟต์มาหยุดลงที่ชั้นบนสุดของโรงพยาบาล เป็นชั้นสำหรับผู้ป่วยระดับVIP เท่านั้น และฉันก็โล่งใจในทันที เมื่อเดินมาไม่ไกลก็เห็นว่า คนที่ยืนอยู่กับบรรดาชายชุดดำอีกหกเจ็ดคนหน้าห้องๆหนึ่งคือคุณลุงนั่นเอง แปลว่าท่านไม่ได้ป่วย แต่ที่ฉันสงสัยก็คือ ท่านให้ฉันมาพบที่นี่ทำไมกัน

 

“อ้าวยูรินมาแล้วเหรอ” เสียงอบอุ่นกับรอยยิ้มบางๆของคุณลุงถูกส่งมาให้ฉัน เมื่อฉันเดินเข้ามาใกล้ท่าน

“สวัสดีค่ะคุณลุง”

“ตามลุงมาสิ” คุณลุงกำลังจะเดินเข้าไปในห้องๆนั้น

“เอ่อ หนูเข้าไปจะดีเหรอคะ” การเข้าไปในห้องของผู้ป่วยที่ไม่ใช้ญาติหรือคนรู้จักกับเรา มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเท่าไหร่นักหรอก

“ดีสิ คนที่อยู่ข้างใน กำลังรอเราอยู่นะ”

คนข้างใน กำลังรอฉันอยู่อย่างนั้นเหรอ หรือว่า???’

ฉันไม่อยากให้ตัวเองตกอยู่ในความสงสัยนานหรอก จากตอนแรกที่ไม่อยากเข้ามาในห้องนี้ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากคุณลุง ไม่ถึงนาทีฉันก็เข้ามาอยู่ภายในห้องพักผู้ป่วยแล้ว

ภาพที่ฉันเห็นก็คือ คุณหมอสามคนและพยาบาลอีกสี่คนยืนล้อมรอบเตียงผู้ป่วยอยู่ และผู้ป่วยคนนั้นก็คือคนที่ฉันรักและเป็นห่วงมากที่สุด คนที่ฉันไม่ได้ยินเสียงของท่านมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา คนที่ผู้ชายป่าเถื่อนนิสัยแย่คนนั้นลักพาตัวมาเพื่อเป็นข้อต่อรองกับฉัน

ใช่แล้วคนป่วยคนนั้นคือ พ่อของฉันเอง คุณพ่อที่เสียงแหบพร่าของท่านกำลังตอบคำถามของหมอคนหนึ่งอยู่ แต่คงเพราะท่านกำลังให้ความสนใจกับบรรดาคุณหมอรอบกายอยู่ เลยยังไม่ทันสังเกตว่าลูกสาวคนนี้กำลังยืนตัวสั่นด้วยหัวใจที่เต้นแรงเอามากๆ เมื่อพบว่าในที่สุดการรอคอยอันแสนยาวนานของฉันได้สิ้นสุดลง ในที่สุดคำอธิษฐานของฉันก็เป็นจริง พ่อที่น่าสงสารของฉัน ท่านฟื้นแล้วจริงๆ ฉันคงไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย

ถึงใจอยากจะเข้าไปกอดท่านให้แน่นๆ ให้สมกับการที่เราเหมือนกับไม่ได้เจอกันมาร่วมสี่เดือน สี่เดือนสำหรับการรอคอยของฉันมันยาวนานราวกับสิบยี่สิบปี แต่อดีตนักศึกษาแพทย์อย่างฉันรู้ว่ายังไม่ควรเข้าไปในขณะที่คุณหมอกำลังตรวจอาการของคุณพ่ออยู่

“มีอาการมึนหัวอยู่รึเปล่าครับ”

“นิดหน่อยครับ แต่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน”

“อาการSDH ของคนไข้ ดีขึ้นมากๆเมื่อได้รับยาไปเมื่อวานก่อน ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีครับ”

อะไรนะ อาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองของคุณพ่อ ดีขึ้นแล้วอย่างนั้นเหรอ???’

*** SDH คำศัพท์เต็ม Subdural Hematoma อาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นดูรา

 

ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา พวกเราพยายามกับอาการนี้ของพ่อมาตลอด แต่ท่านไม่ตอบสนองต่อยารักษาโดยทั่วไป ทำให้อาการแค่ทรงตัว แต่ก็ไม่ดีขึ้นเลย หรือว่า...

ฉันจำคุณหมอคนที่กำลังคุยกับพ่อได้ ท่านคืออาจารย์หมอฮันแรวอน ศัลยแพทย์สมองที่เก่งมาก แต่เท่าที่จำได้ ท่านถูกเชิญไปประจำที่โรงพยาบาลชื่อดังของอเมริกาไม่ใช่รึไง ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!!!

“การตอบสนองโดยรวมดีขึ้นแล้วนะคะ เหลือแค่รับยาของทางเราอีก สัปดาห์ละครั้ง ไม่เกินสองเดือน คนไข้จะอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติเกือบ100% แน่นอนค่ะ” คุณหมอเจ้าของเรือนผมสีทอง พูดกับพ่อของฉันเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยสำเนียงที่ฟังดูก็รู้ว่าเธอไม่ใช่ชาวอเมริกันแน่นอน เพราะเธอพูดด้วยสำเนียงบริติชจ๋าเลย( สำเนียงภาษาอังกฤษแบบ บริติช หมายรวมถึงภาษาถิ่นย่อยๆทั้งหมดของภาษาอังกฤษ ทั้งที่ใช้ในหมู่เกาะบริเตนทั้งหมด)


ถ้าฉันคิดไม่ผิด ยาที่พ่อได้รับต้องพิเศษมาก น่าจะเป็นยาชนิดที่ผลิตเฉพาะในประเทศอังกฤษแน่ๆ ฉันเคยได้ยินมาว่า ทีมแพทย์และทีมวิจัยยาที่นั่นเก่งมาก เก่งในระดับที่ว่า โรคบางโรคที่คิดว่ารักษาไม่หาย แต่ถ้าได้รับยาของพวกเขา คนไข้สามารถหายได้ราวกับปาฏิหาริย์ แต่ก็ไม่ใช่คนป่วยทุกคนจะเข้าถึงการรักษาระดับนั้นได้หรอกนะ  เหตุผลก็เพราะยาพวกนั้นมีราคาสูงมาก

“เจคเป็นคนจัดการ”

“คะ!” ฉันละสายตาจากคุณพ่อ ด้วยเพราะตกใจจากเสียงของคุณลุงที่พูดกับฉัน เพราะประโยคนั้น เป็นใครได้ยินได้ฟังก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา

“เจคน่ะ มันไม่ได้ใจร้ายอย่างที่หนูคิดหรอกนะ”

หมายความว่าการที่พ่อของฉันได้มาพักในชั้นVIPของโรงพยาบาลแถวหน้าของเกาหลี ได้รับการรักษาจากแพทย์ที่ได้ชื่อว่าเก่งด้านสมองที่สุดในโลก เชื่อเถอะไม่ใช่ใครที่จะได้รับการรักษาจากคุณหมอฮันได้ ไหนจะยาที่ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องถามถึงราคา จนทำให้ท่านฟื้นขึ้นมาได้มันเป็นเพราะคุณเจค อย่างนั้นเหรอ




“ยูริน!!!” ฉันหันไปตามเสียงเรียกชื่อของตัวเอง เสียงเรียกที่ฉันแสนคิดถึง เสียงที่ฉันไม่ได้ยินมานาน จนเหนื่อยที่จะนับวันนับคืนรอคอย

“คุณพ่อ!!!” ฉันตรงเข้าไปหาพ่อและจับมือของท่านเอาไว้ แรงบีบที่ตอบสนองกลับมามันทำให้น้ำตาของฉันไหลทะลักลงมามากกว่าเดิม

“ยูรินลูกพ่อ” คงลำบากที่พ่อจะพูดอะไรมากในตอนนี้ แต่ด้วยน้ำเสียงและแววตาของท่าน มันกำลังบอกว่าฉันว่าคุณพ่อเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา และท่านคงกำลังโทษตัวเองอยู่

“คุณพ่อยังไม่ต้องพูดอะไรนะคะ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของคนพวกนั้น ไม่ใช่ความผิดของคุณพ่อเลย แค่คุณพ่อกลับมาหาหนู กลับมาหาคุณแม่ หนูก็ดีใจที่สุดแล้วค่ะ”

“ฮึก พ่อ พ่อ ขะ ขอโทษนะลูก”  เราสองพ่อลูกกอดกันโดยอัตโนมัติ ด้วยความรักและคิดถึงมากมายที่มี ต่อให้มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับเราแค่ไหน  แต่ขอแค่เพียงเรายังมีครอบครัวอยู่ข้างๆ ฉันก็พร้อมที่จะต่อสู้ต่อไปแล้ว ต่อให้จะต้องเจอเรื่องราวอะไรก็ตามที่มันร้ายแรงกว่าที่เป็นอยู่ ฉันก็ยังมีพ่อกับแม่อยู่ข้างๆฉันเสมอ เเค่นั้นก้เพียงพอเเล้ว

 

“พ่อเรียกผมมามีอะไร...” เสียงพูดของใครบางคนดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองยังเจ้าของเสียงๆนั้น ซึ่งมันก็คือ เสียงของคนที่ฉันคิดว่าเขาคือผู้ชายที่ร้ายกาจที่สุด แต่เขากลับเป็นคนๆเดียวกันกับคนที่ทำให้พ่อของฉันฟื้นขึ้นมาได้

ใบหน้าที่ดูเหมือนราวกับว่าทุกอย่างบนโลกใบหน้าช่างขัดใจเขาไปซะหมด มองมาที่ฉันนิ่งๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าคุณลุงต่อ แต่ท่านไม่พูดอะไรตอบกลับไป ส่วนฉันน่ะเหรอ ในความคิดของฉันมีคำๆหนึ่งที่อยากบอกกับเขา คำนั้นก็คือว่า


ขอบคุณจริงๆ

End Yurin's Part

 

โกดัง08 อินชอน

หนึ่งในโกดังสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของบลูอีเกิ้ล ที่สำคัญที่สุดเพราะกับแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือสินค้าสำคัญของเกาหลีใต้ เป็นอีกวันที่ว่าที่ผู้นำอย่างจอนจองกุก และเพื่อนสนิทของเขาอีกสองคนเข้ามาตรวจสอบอะไรบางอย่างโดยที่มีแค่อีกอน กับโดยองเท่านั้นที่ตามมาอารักขา

ดวงตานิ่งเรียบราวกับผืนน้ำของคิมซอกจิน จ้องมองปืนกระบอกหนึ่งผ่านเลนส์ของแว่นขยาย ปืนกระบอกนี้ที่ชิ้นส่วนของมันถูกแยกออกเป็นส่วนๆอย่างพิจารณา ไม่นานเขาก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังใบหน้าของจอนจองกุกที่กำลังรอคำตอบบางอย่างจากเขาเพื่อยืนยันถึงความแน่ใจ ในสิ่งที่เขาสงสัยมานาน เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า บลูอีเกิ้ลคือผู้นำเข้าและค้าอาวุธปืนรายใหญ่ ซึ่งเป็นการนำเข้าที่ถูกกฎหมายเพราะตระกูลจอนได้สัมปทานในการนำเข้าเพียงรายเดียวของประเทศ


ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหลังจากที่บลูอีเกิ้ล ภายใต้การตัดสินใจของจอนจองกุก สั่งนำเข้าปืนพกรุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นของระบบนิรภัย colt 1911 A1 ที่มีใช้มานาน แต่ผู้ผลิตรับรองว่ารุ่นนี้มีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้  จอนจองกุกต้องการให้ล็อตแรกที่นำเข้ามาจะถูกการทดลองใช้จริงโดยคนของบลูอีเกิ้ลเอง เพราะทดสอบประสิทธิภาพได้โดยตรง เพราะคนของบลูอีเกิ้ลล้วนแล้วแต่ผ่านการฝึกใช้อาวุธมาอย่างเชี่ยวชาญกันทุกคน ในล็อตแรกไม่ได้เกิดปัญหาใดๆ จนล็อตที่สองซึ่งเป็นล็อตที่บลูอีเกิ้ลประกาศลงขายสินค้าตัวนี้ไปแล้ว


กลับเกิดปัญหาร้ายแรงขึ้นเมื่อ คนของจองกุกเองเกิดอุบัติเหตุปืนลั่น จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเขาจะคิดเสียว่ามันคืออุบัติเหตุไปแล้ว หากเหตุการณ์เดียวกันจะไม่เกิดขึ้นอีกสองครั้งหลังจากนั้น เขามั่นใจว่าการที่ปืนมีปัญหา จะต้องไม่ใช่เหตุสุดวิสัยหรือเรื่องบังเอิญ มีคนจงใจทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้น เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ และดิสเครดิตของบลูอีเกิ้ลและตระกูลจอน


โชคยังดีที่มีผู้นำที่ว่าที่ผู้นำอย่างเขารอบคอบ ที่ยังไม่ส่งมอบสินค้าให้กับคู่ค้าไปเสียก่อน และตอนนี้เป็นงานของจอนจองกุกที่ต้องทำหน้าที่สืบหาความจริงให้ได้ โดยเรื่องนี้ถูกปิดเป็นความลับแม้กระทั่งจอนจินโมเอง เพราะจองกุกรู้ว่าพ่อของเขารักและไว้ใจคนของตัวเองอย่างมาก และเรื่องนี้คนยิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะไม่แน่ว่า ตอนนี้บลูอีเกิ้ลกำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า เกลือเป็นหนอน อยู่หรือไม่


“มึงเห็นตรงนี้มั้ย” ซอกจินชี้ไปตรงตำแหน่งของปืนที่เรียกว่า DISCONECTOR(ดิสคอนเน็กเตอร์) ชิ้นส่วนที่เป็นตัวป้องกันไม่ให้ปืนทำการยิงได้หากสไลด์ไม่กลับเข้าที่โดยสมบูรณ์ ซึ่งหากมีการจุดระเบิดในขณะที่กระสุนไม่ได้ถูกบรรจุเข้ารังเพลิงอย่างสมบูรณ์แล้วก็จะเป็นอันตรายมากต่อผู้ยิง พูดง่ายๆก็คือ ดีสคอนเน็กเตอร์ มีไว้เผื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ปืนนั่นเอง


“แต่ดีสคอนเน็กเตอร์ปกติจะทำงานด้วยระบบกลไก เพื่อเชื่อมต่อระหว่างการทำงานของไกกับนกสับ ปกติถ้าตัวดีสคอนเน็กเตอร์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องปืนก็จะยิงไม่ได้ เพราะระบบกลไกของปืนจะถูกตัดการเชื่อมต่อระหว่างไกและนกสับออกจากกันไม่ใช่รึไง” ปาร์คจีมินถามด้วยความสงสัย ไม่ต่างอะไรจากจองกุก


มือใหญ่ไม่ต่างกันคว้าชิ้นส่วนนั้นจากมือของคิมซอกจินขึ้นมาดูใกล้ๆ พร้อมกับใช้แว่นขยายขึ้นมาส่องดูเป็นตัวช่วยในการมองเห็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วพบว่า มีบางอย่างหายไปจริงๆ


!!!” 

ส่วนของเข็มเล็กๆที่เรียกว่าดีสคอนเน็กเตอร์  หน้าที่ของมันคือ ป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าปืนลั่น ซึ่งไม่ว่าปืนจะตกกระแทกอย่างแรงแค่ไหน ก็ไม่มีทางเกิดปืนลั่นได้อย่างแน่นอนถึง 95%  และต้นทางผู้ผลิตก็มีการตรวจสอบพร้อมใบรับรองมาอย่างชัดเจนแล้ว แต่ตอนนี้ปืนกระบอกนี้ ดีสคอนเน็กเตอร์ของมันหายไป


ไม่แปลกเลยว่าการใช้ปืนของคนของบลูอีเกิ้ลที่จะขึ้นไกปืนเอาไว้เพื่อความพร้อมที่จะยิงในสถานการณ์คับขันเสมอ เกิดปืนลั่นขึ้นมาได้

“ทางผู้ผลิตส่งปืนทุกกระบอกตรวจสอบด้วยบริษัททดสอบคุณภาพที่ทั้งโลกยอมรับ กูว่ามันไม่น่าเกิดจากข้อผิดพลาดของผู้ผลิตแล้วว่ะ” ซอกจินบอกในสิ่งที่เขาคิด ทำให้ตอนนี้พวกเขาพุ่งเป้ามาที่คนในมากขึ้นไปอีก

“ล็อตแรกดีไม่มีปัญหา จนมึงประกาศขายปืนรุ่นนี้ออกไป ใครๆก็รู้ว่ามึงคือคนรับผิดชอบโปรเจกนี้ มึงรู้แล้วใช่มั้ยว่าเป้าหมายของงานนี้ก็คือ มึง!” ทำไมคนฉลาดอย่างจองกุกจะไม่รู้ เพียงแต่เขาเพิ่งจะมั่นใจพันเปอร์เซ็นต์ก็ตอนนี้แหละ

“ทำไมวะ กูยังไม่ใช่ผู้นำ”

“กูก็สงสัย เพราะปกติ เวลาที่เราโดนเล่นงานเป้าหมายจะเป็นพ่อของมึงทุกครั้ง” จีมินเสริม

“แล้วทำแบบนี้ จงใจดิสเครดิตของมึง เพื่ออะไร?” คิมซอกจินมองว่ามันแปลกมากจริงๆ เหตุการณ์แบบนี้ย่อมเกิดขึ้นได้ หากตระกูลจอนมีผู้ที่จะสืบทอดได้มากกว่าหนึ่งคน พูดง่ายๆก็คือการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างพี่น้องนั่นเอง

“ตัดฮวาไปเถอะ ยัยนั่นไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นหรอก” จองกุกเลือกตัดพี่สาวแท้ๆที่ไปมีครอบครัวอยู่ที่อเมริกาออกไปเป็นคนแรก

“แล้วพี่เขยมึงล่ะ” จองกุกนิ่งไปเมื่อได้ยินที่คิมซอกจินพูด เท่าที่เขารู้พี่เขยของเขาเป็นเจ้าของกิจการไวน์อยู่ทางยุโรป แต่มาครอบครัวอยู่อเมริกา และไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ได้ ยังไงซะเฝ้าระวังเอาไว้ก็ไม่น่าเสียหาย

“กอน!” แค่เขาเอ่ยเรียกชื่อ คนสนิทอย่างอีกอนก็รู้แล้วว่าควรทำยังไง

“ผมจะให้คนคอยจับตาดูคุณแมทธิวให้มากขึ้นครับคุณเจค”

“ฮยองมองผมแบบนี้หมายความว่าไง?” จองกุกถามออกไปเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนรุ่นพี่ที่มองมา

“มึงแน่ใจนะว่า พ่อมึง เอ่อ กูหมายถึง...”

“พ่อมีแค่แม่ผมคนเดียว!!!” เขาตอบออกไปอย่างหนักแน่น เขามั่นใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดว่าผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พ่อของเขารัก มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

“กูรู้ว่าพ่อมึงรักแม่มึงมาก แต่อย่าลืมนะ ว่าเรื่องความใคร่ ไม่เข้าใครออกใคร มันเกิดขึ้นกับใครตอนไหนก็ได้ กูก็เป็น มึงก็เป็น” มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ผู้ชายที่มีอำนาจล้นฟ้า และร่ำรวย จะหาความสุขให้ตัวเองด้วยเซ็กส์ มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้กระทั้งพวกเขาเอง ตราบได้ที่มี อำนาจ และมีเงินอยู่ในมือ ถึงจะมีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่ผู้หญิงที่มาบำเรอความใคร่จะพลาดท้องขึ้นมา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้

“ฮยอง อย่าพูดให้ไอ้เจคมันสับสนดิ” จีมินแย้งขึ้น เพราะถึงยังไงแม่ของจองกุกก็จากไปแล้ว เขาไม่อยากพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนรัก



“เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกไม่ใช่เหรอครับ” โดยอง หนึ่งในลูกน้องคนสนิทของจองกุกเอ่ยขึ้น ทำเอาทั้งสี่คนหันไปมองหน้าอย่างต้องการหาคำตอบ

“เรื่องคุณ...มิยอน” จีมินหันไปมองหน้าจองกุกทันที เพราะเขารู้ว่าเจ้าของชื่อมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของจองกุกมากแค่ไหน

“อย่าพูดชื่อผู้หญิงคนนี้ให้กูได้ยินอีก” เสียงนิ่งๆแต่แฝงไปด้วยความดุดันของคนที่ยืนอยู่ข้างปาร์คจีมินเอ่ยขึ้นกับโดยอง

“ขอโทษครับคุณเจค”

“แต่...” มือของจีมินคว้าข้อมือของซอกจินเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ เขารู้ว่าซอกจินเองก็คิดเหมือนกับโดยอง รวมถึงเขาด้วย เมื่อคิดดีๆแล้ว จองกุกเพื่อนของเขาเคยเจอกับเหตุการณ์ที่ทำลายความเชื่อมั่นในฐานะว่าที่ผู้สืบทอดของบลูอีเกิ้ลมาแล้วครั้งหนึ่ง ถึงแม้เขาจะไม่สูญเสียตำแหน่งนี้ไป แต่เพราะเหตุการณ์นั้น จองกุกเองได้สูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญในชีวิตของเขาไป



Ring Ring

“พ่อกูโทรมา” พูดจบจองกุกก็เดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งต้องขอบคุณนายใหญ่ ที่โทรมาได้จังหวะพอดิบพอดี เพราะมันได้ทำลายจังหวะน่าอึดอัดใจลงได้

“คนที่ทำให้เกิดเรื่องนั้นอาจไม่ได้เป็นคนทำ แต่ผลของมันล่ะ เพราะเรื่องนั้น มันทำให้มีคนหนึ่งที่จงเกลียดจงชังจองกุกมากแค่ไหน มึงอย่าลืม” ซอกจินพูดถึงอดีตที่ยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของพวกเขาทุกคน

“ฮยองคิดว่ายุนกิฮยองจะทำร้ายไอ้เจคได้ลงจริงๆเหรอ?

“แล้วมึงคิดว่า ยุนกิ มันรักคู่หมั้นของมันมากแค่ไหนล่ะ?

“คู่หมั้น ที่แม้แต่ศพของผู้หญิงคนนั้นเราหาไม่เจอด้วยซ้ำน่ะฮยอง”

“พวกเรายังไม่หยุดที่จะตามเรื่องนี้ครับคุณซอกจิน” เป็นอีกอนที่พูดขึ้นมา ภารกิจลับๆที่พวกเขาทำมันโดยที่จะให้จองกุกรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เพราะทุกเรื่องที่เกี่ยวของกับ ผู้หญิงคนนั้นมันมีผลต่อความรู้สึกของจอนจองกุกมากแค่ไหน พวกเขารู้ดี

“ผมจะส่งคนไปตามดูยุนกิฮยองให้” ปาร์คจีมินเป็นลูกชายของผู้อำนวยการหน่อยข่าวกรอง เขาเปรียบดั่งคนที่คอยเป็นหูเป็นตาและคอยเฝ้าระวังหลังให้เพื่อนอยู่เสมอ



“กูไปก่อนนะ” คนที่เพิ่งวางสายที่ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยเอ่ยขึ้น

“ไปไหนวะ” จีมินถาม

“พ่อกูให้กูไปหา บอกว่ามีเรื่องด่วน” จองกุกตอบเซ็งๆ ถึงงานตรงนี้ยังคาราคาซัง แต่เขาก็ขัดพ่อตัวเองไม่ได้

“มึงไปเถอะ เดี๋ยวกูจะตามสืบจากที่ต้นทางผู้ผลิตให้ละเอียดอีกที ถึงจะมีการรับรองแล้ว แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

ถ้าปาร์คจีมินเปรียบดั่ง ดวงตา คิมซอกจินก็คือ มันสมอง ที่ช่วยให้คนที่ฉลาดไหวพริบดีอยู่เป็นทุนเดิมอย่างจอนจองกุกนั้นได้เปรียบคู่แข่งอยู่หลายขุม หากแต่เขายังคงมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ เพราะเรื่องราวต่างๆที่เขาต้องเผชิญในอดีตการมีคิมซอกจินที่นอกจากจะฉลาดเป็นกรดแล้ว เขายังมีความสุขุมรอบคอบมากกว่าใคร  จอนจองกุกถึงเป็นผู้สืบทอดที่น่ากลัว ถ้าเทียบกับเหล่าผู้สืบทอดของตระกูลอื่นๆ

 

Jungkook's Part

โรงพยาบาลแฮอิน

เท่าที่ผมจำได้ สองสามวันมานี้พ่อก็ไม่ได้ป่วยอะไรนะ แต่ทำไมจู่ๆถึงได้เรียกให้ผมมาหาที่โรงพยาบาล แต่ผมก็ได้รู้ว่าพ่อโทรเรียกผมมาทำไม เมื่อคนของผมโทรมารายงานว่า พ่อให้คนพายัยคนสวนมาที่นี่ ก็นั่นแหละผมก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ทำไมผมต้องมาที่นี่ด้วยวะ? เพราะห้องที่พ่อผมให้มาเจอคือห้องที่พ่อของยัยนั่นรักษาตัวอยู่

“พ่อเรียกผมมามีอะไร...”

ผมรู้สึกว่าเสียงของตัวเองแผ่วลงที่ปลายประโยค ไม่ใช่เพราะผมเห็นน้ำตาของเด็กนั่นหรอกนะ ผมแค่เห็นว่าพวกหมอกำลังเดินออกไป พูดเสียงดังมากคงไม่เหมาะเท่าไหร่ แล้วนัมยูริน เกิดผีเข้าอะไรขึ้นมา สายตาที่เธอมองผม มันทำผมขนลุกขนชันบอกไม่ถูก

 

“ตกลงพ่อ เรียกผมมีมีอะไร” เนื่องจากหมออยากให้พ่อของนัมยูริน พักผ่อนเยอะๆ พอเราเดินออกมาจากห้องมาผมก็เอ่ยปากถามพ่อไปอีกครั้ง โดยที่พ่อของผมหันมามองหน้าผมนิ่งๆ รอยยิ้มบางๆของพ่อตอนนี้บอกเลย ไม่น่าไว้วางใจที่สุดแล้ว

“ฉันอยากให้แกพาหนูยูริน ไปถ่ายพรีเวดดิ้ง”

!!!” ผมได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่าวะ นี่พ่อคิดจะให้ผมทำอะไรไร้สาระแบบนั้นได้ยังไง

“ผมให้โอกาสพ่อพูดอีกที” ผมว่าผมช็อคแล้วนะ แต่ก็ไม่เท่ายัยคนสวนที่ตอนนี้หน้าเอ๋อแดกไปเรียบร้อยแล้ว

“ทำไม ถ้าพูดอีกทีแล้วเป็นประโยคเดิม แกจะยิงพ่อทิ้งรึไง”

“ผมไม่ว่าง” ไม่รู้แหละ ถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง ที่ต้องไปปั้นหน้าว่ารักกันให้คนถ่ายรูปแล้วเอามาแปะฝาบ้านอ่ะนะ

หน้าฉันมันเหมือนกำลังถามความเห็นเเกอยู่งั้นเหรอ และอีกอย่างฉันเช็คตารางงานแกจากเลขาแกแล้ว วันนี้ช่วงเย็นแกว่าง

โอเค..ผมว่าง เเต่ผมขี้เกียจ

“ไอ้เจค!!!

“ผมยังไม่อยากถ่าย จริงๆไม่จำเป็นด้วยซ้ำ เราสองคนไม่ได้แต่ง....” เกือบหลุด ผมเกือบหลุดปากพูดไปแล้วว่า ผมกับยัยเด็กนั่นจะแต่งงานกันแค่หลอกๆเท่านั้น

“ไม่จำเป็นยังไงเจค แกบอกฉันเองว่าหนูยูรินคือคนรักของแก มันจะยากเย็นอะไร นอกเสียจากว่าแกกำลังหลอกฉันอยู่” พ่อมองผมด้วยสายตาที่กำลังจับผิดลูกคนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า และแน่นอน ถ้าผมขืนปล่อยให้พ่อระแคะระคายไปมากกว่านี้ รับรองแผนผมแตกแหงๆ

“ผมแค่คิดว่าอะไรหวานๆ เลี่ยนๆ แบบนี้มันไม่เหมาะกับผมก็เท่านั้น”

“คิดเองเออเอง แล้วแกถามเมียแกรึยัง”

“ทำไมต้องถามด้วย ผมชอบอะไร เมียผมก็ชอบด้วยเหมือนกันนั่นแหละ”

“เอ่อ... ขอโทษนะคะ คุณลุงคะ คือว่าหนูกับคุณเจคเราเป็นแค่แฟนกันน่ะค่ะ เรายังไม่...เอ่อ...” นั่นยัยคุณหนูกำลังจะพูดอะไรวะ เป็นแฟนกันแต่ยังไม่ใช่เมียถูกมั้ย ไม่ได้ๆ ขืนพูดออกมาพ่อต้องรู้แน่ว่า ผมกับยัยนี่กำลังรวมหัวกันหลอกพ่อ น้ำหน้าอย่างผม ไม่มีใครเชื่อหรอกว่า ปล่อยให้แฟนตัวเองรอดมาได้ยังไง

“ไม่ต้องเขินหรอก” ผมรีบคว้ายัยนั่นเข้าหาตัวแล้วโอบไหล่ของเธอเอาไว้ จริงๆจะเรียกโอบก็ไม่เชิง เรียกว่า บีบถึงจะถูก

“เราจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ไม่ต้องเขินหรอกน่า” นั่น นอกจากไม่เออออไปกับผมแล้ว ยังหันหน้ามามองค้อนผมอีก สงสัยต้องส่วยัยนี่ไปเรียนแอคติ้งสักหน่อยแล้ว

“หึหึ งั้นก็ดี รักกันมากก็ดี ฉันจะรอดูภาพพรีเวดดิ้งของแกก็แล้วกัน” สรุปคือผมต้องไปถ่ายจริงๆเหรอวะ

“แล้วอีกเรื่องนะ ฉันคุยกับฝ่ายจัดการเอาไว้แล้ว เรื่องงานแต่งอีกสามอาทิตย์ งานนี้เป็นงานใหญ่ ฉันอยากให้แก แล้วก็หนูยูริน เตรียมตัวให้ดีๆ”  ยัยคุณหนูต้องดีใจจนหน้าบานอยู่แล้ว ที่ได้จัดงานแต่งใหญ่โตสมศักดิ์ศรีคุณหนูตกอับอย่างเธอ



“คุณลุงคะ หนูขอถามได้มั้ยคะว่าคุณลุงได้เชิญแขกที่จะมางานไปรึยังคะ”

“ยังหรอก ลุงรอเราทั้งสองคนไปเลือกการ์ดด้วยกันก่อน” เสียงที่พ่อคุยกับผม กับเสียงที่คุยกับยัยนั่นต่างกันลิบลับ ผมเริ่มสับสนแล้วว่าใครเป็นลูกพ่อกันแน่

“ถ้าอย่างนั้นหนูขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ยคะ” นัมยูรินดูลำบากใจที่จะขอออกไป ทำไมกัน? หรืองานใหญ่ที่พ่อผมบอกมันจะยังใหญ่ไม่พอ อยากให้ทั้งโลกรับรู้ หรืออยากเชิญมนุษย์ต่างดาวมางานแต่งด้วยเลยรึไง

“เรื่องงานแต่ง จะเป็นอะไรมั้ยคะ ว่าหนูอยากให้มันเป็นงานเล็กๆ แค่ภายนครอบครัวของเรา คือ หนูไม่อยากทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตเกินไปน่ะค่ะ” พ่อผมมองยัยนั่นนิ่งๆ เหมือนผมนี่แหละ ที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงอยากได้งานแต่งงานเล็กๆ หรือยังไม่รู้ตัว ว่าตัวเองกำลังจะเข้ามาเป็นคนของตระกูลจอน เชื่อเถอะ พ่อผมไม่ยอมหรอก

“ถ้าหนู(ชื่อคุณ) ต้องการแบบนั้น ลุงก็ไม่ขัดอะไรหรอก” จากที่ผมกำลังมองหน้ายัยนั่นอยู่ ผมถึงกับต้องหันขวับไปมองพ่อของตัวเองทันที ผมปฏิเสธแทบตายเรื่องถ่ายพรีเวดดิ้งบ้าบอนั่น แต่พ่อกับไม่ยอม บังคับผมจนได้ แต่ทียัยนี่เอ่ยปากขอพ่อแค่คำเดียว พ่อผมกลับยอมตามใจง่ายๆ นี่ผมยังเป็นลูกพ่ออยู่รึเปล่าวะ

“ขอบคุณคุณลุงมากๆนะคะ”

“หึ เหมือนจริงๆ”

“คะ?

“เหมือนอะไรพ่อ?” ไม่ใช่แค่เธอหรอกที่สงสัย ผมก็สงสัยเหมือนกัน

“หนูเลือกจัดงานแต่งงานเล็กๆ เหมือนกับแม่ของเจคยังไงล่ะ”

“เอ่อ อย่าเอาหนูไปเทียบกับคุณป้าเลยนะคะ” แน่นอน จะเทียบได้ยังไง แม่ผมน่ะรักพ่อของผมมาก ท่านยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อพ่อของผม แต่ยัยนี่ไม่ใช่หรอก เหตุผลก็คงเพราะไม่อยากให้ใครรู้ล่ะมั้งว่าตัวเองเคยแต่งงานมาก่อน หลังจากที่เราหย่ากัน

“ผมไปได้รึยัง” ผมถามพ่อ เพราะอยากรีบไปสักที ขี้เกียจปั้นหน้าเต็มทน

“วันนี้วันหยุดลูกน้องแกใช่มั้ย เดี๋ยวให้คนของฉันตามแกไปด้วย” ขืนยอมให้ตามไปมีหวังก็ตามมาสังเกตการณ์เป็นหูเป็นตาแทนพ่อน่ะสิ ไม่เอาหรอก ส่วนวันนี้จริงๆเป็นวันหยุดของอีกอน กับโดยอง ผมลากสองคนนั่นไปที่โกดังมา ตอนนี้ก็ให้กลับบ้านไปแล้ว ปกติผมก็ไปไหนมาไหนคนเดียวได้สบายนะ ไม่วุ่นวายดี

“ไม่เป็นไร ผมไปกับยูรินสองคนก็พอ” พูดจบผมก็เดินออกมาเลย โดยที่มียัยคุณหนูคนสวนเดินตามมาติดๆ

End Jungkook's Part

 

ยิ่งเข็มบอกความเร็วที่อยู่บนหน้าปัดเคลื่อนไปด้านขวามากขึ้นเท่าไหร่ คนที่เพิ่งจะนั่งรถคันนี้เป็นครั้งแรกถึงกับตัวแข็งเกร็งไปหมด ไม่รู้ว่าเขาจะรีบไปไหน หรือโกรธเคืองอะไรคันเร่งนักหนาถึงได้เหยียบเอาๆ

“เป็นอะไร” เสียงแข็งๆ เรียบๆเอ่ยถามเมื่อเขาเหลือบไปเห็นอยู่สองสาวครั้งแล้วว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆตัวแข็งเป็นหินไปแล้ว

“คุณรีบเหรอ?

“ไม่ได้รีบ”

“แต่รำคาญ”

!!!” ไม่ให้ยูริน ตกใจได้ยังไง ตั้งแต่เจอกัน เธอมั่นใจว่ายังไม่ได้ทำอะไรให้เขาไม่พอใจเลยด้วยซ้ำ เขาจะรำคาญเธอได้ยังไง

“ไม่ได้รำคาญเธอ”

พูดจบเขาก็เลื่อนสายตาคมไปจ้องที่กระจกมองหลังเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา เมื่อเห็นว่ารถของคนที่ผู้เป็นพ่อสั่งให้ติดตามเขา ขับตามมาแต่ก็ยังคงรักษาระยะเอาไว้เพื่อไม่ให้เขารู้ตัว แต่คนอย่างจอนจองกุก รู้จักนิสัยของพ่อตัวเองดี เรื่องของความปลอดภัย ถึงเขาจะปฏิเสธการดูแลจากพ่อ และยืนยันมาตลอดว่าเขาสามารถดูแลตัวเองได้ แม้ไม่มีผู้ติดตามก็ตาม แต่คนเป็นพ่อที่เคยผ่านการสูญเสียมากแล้วครั้งหนึ่ง เขาคงวางใจเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายๆ

ครืด ครืด

หน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงของเจ้าของรถวางไว้ด้านข้าง สว่างวาบขึ้นมา มือหนาคว้ามันขึ้นมาก่อนจะกดอ่านมันเพราะเป็นช่วงที่รถจอดสนิทเพราะสัญญาณไฟจราจรพอดี

คิ้วหนาได้รูปขมวดเขาหากันช้าๆ เมื่อเขาเพ่งมารูปภาพที่ถูกส่งมาจากใครบางคนที่จอนจองกุกไม่รู้จักเบอร์นี้มาก่อน แต่เขาจำต้องทิ้งความสงสัยข้อนั้นไปก่อน เพราะรูปภาพที่ส่งมา คือการแอบถ่ายคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในสถานที่หนึ่งที่เขารู้จักดี

“โกดังแปด!

เอี๊ยด

เสียงล้อรถหรูบดกับพื้นถนนเพราะเกิดจากการหักเลี้ยวอย่างกระทันของของผู้ขับ ทำเอาหญิงสาวที่นั่งมาด้วยตกใจไม่น้อย เพราะเธอได้รับการบอกเส้นทางของสตูดิโอที่ต้องไปถ่ายภาพจากคนของจอนจินโม แต่ตอนนี้คนข้างๆเธอกำลังขับรถออกนอนเส้นทาง

“คุณจะไปไหนคะ?

“ธุระ”

“แต่เราต้องไป...”

“อยากถ่ายมากเลยว่างั้น?

ใช่ว่าตัวเองคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่ไม่อยากถ่าย ที่เธอยอมไปก็เพราะคุณลุงเตรียมทุกอย่างเอาไว้แล้วต่างหาก แต่ยูรินเลือกที่จะเงียบแทนการพูดะไรออกไป ไม่เกินห้านาทีเธอก็ได้รู้ว่าจองกุกขับรถออกมาที่อินชอน ซึ่งไกลจากตัวเมืองพอสมควร

“หายกลัวแล้ว?” จองกุกถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนข้างๆเปลี่ยนจากการนั่งตัวเกร็งมาเป็นการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นแทน

“คุยกับเพื่อนค่ะ”

“ไม่ได้ถามว่าทำอะไร”

( ̄ー ̄;)ゞ ยูรินมองค้อนใส่คนพูดอย่างอดไม่ได้ จริงอยู่ที่เธอตอบไม่ตรงกับสิ่งที่เขาถาม แต่เธอไม่ได้หายกลัวแล้วสักหน่อย แต่จะให้ตอบออกไปว่ากลัว คนตัวสูงก็คงหัวเราะเยาะเธอในใจอีก

“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง”

“ยังจะมีหน้ามาถาม”

“ถ้าโกรธจนอยากฆ่าฉันให้ตาย บอกบุญให้ว่ามีปืนสำรองอยู่ในเก๊ะตรงหน้าเธอ จะเอาขึ้นมายิงฉันเลยก็ได้นะ”

หญิงสาวขอยืนยันคำเดิมว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่กวนประสาทที่สุดในจักรวาลสำหรับเธอ

“ถ้าเธอกล้าพอ...”

“ยิงทิ้งซะเลยดีมั้ย” นั่นก็คือสิ่งที่นัมยูริน ทำได้แค่คิดในใจเช่นเคย

 

โกดัง08 อินชอน

"ย้ายมานั่งที่คนขับ" ทันทีที่รถจอด จอนจองกุกก็หันมาบอกกับยูรินทันที

"ทำไมคะ?"

"บอกให้ทำ ก็ทำ" คนตัวเล็กถอนหายใจออกมา เเต่ก็ย้ายตัวเองลงมาจากรถ เเล้วนั่งเเทนที่เขาในตำเเหน่งคนขับตามที่เขาสั่ง

รออยู่นี่ ห้ามลงจากรถเป็นอันขาด

“คุณจะไปไหนคะ”

“ธุระ”

"ถ้าเกิดอะไรขึ้น ขับรถฉันไปที่ตึกซกทูทันที เข้าใจที่พูดมั้ย"

คนที่ยังคงนั่งอยู่ในรถไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะสิ่งที่เขาบอกให้เธอนั่งรออยู่ในรถมันไม่ใช่ประโยคคำถาม ที่ถามความสมัครใจของเธอว่าจะนั่งคอยในรถมั้ย แต่มันคือประโยคคำสั่งต่างหากล่ะ

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ที่เมื่อร่างสูงลงจากรถไปแล้ว เขาก็เอื้อมมือมาทางด้านหลังก่อนจะหยิบวัตถุสีดำขลับที่เรียกว่า ปืน ขึ้นมา จองกุกตรวจสอบลูกกระสุนในเเม็กกาซีนก่อนจะใส่มันกลับเข้าที่เดิม เเล้วทำการดึงสไลด์ปืนขึ้น บ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะใช้งานมันได้ทุกเมื่อ หญิงสาวคิดในใจว่าผู้ชายคนนี้กำลังพาตัวเองมาเผชิญกับเรื่องอันตรายอยู่เป็นแน่


“บ้าไปแล้ว” เสียงเล็กบ่นพึมพำ เพราะเธอรู้ว่าการที่จองกุกเตรียมปืนขึ้นมาแบบนั้น มันแปลว่า ภายในตึกโกดังตรงหน้าเธอมันต้องมีสิ่งผิดปกติที่อันตรายรอเขาอยู่ แต่เขากลับเลือกที่จะเข้าไปในนั้นเพียงลำพัง

ยูรินมองเห็นว่ามีชายกลุ่มหนึ่งเดินตามจอนจองกุกเข้าไป เธออาจจะคิดว่าได้ว่าคนกลุ่มนั้นคือคนของเขา แต่ทำไมผู้ชายพวกนั้นถึงไม่เดินตามจอนจองกุกไป แต่กลับเดินไปด้านข้างโกดังแทน มันยิ่งเป็นการตอกย้ำความคิดของเธอมากขึ้น ว่าที่นี่กำลังมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

“ทำยังไงดี” เธอไม่รู้เลยว่าภายในโกดังจะมีฝ่ายตรงข้ามกับจองกุกมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆเธอมั่นใจว่า จอนจองกุกเพียงคนเดียวจะรับมือกับสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายนี้ยังไง และยิ่งเธอเองมาอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าเกิดคนร้ายเห็นเธอขึ้นมาแล้วฆ่าเธอปิดปากขึ้นมาล่ะ

“คุณลุง!



คิดได้อย่างนั้นมือเล็กก็กดโทรออกไปยังเบอร์ของคนที่เธอคิดว่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ทันที

(ยูรินลุงกำลังจะโทรหาอยู่พอดี ตอนนี้พวกเธอยู่ไหนกัน) คงเพราะจอนจินโมรู้แล้วว่าคนของเขาคลาดกับลูกชาย และทั้งสองคนยังไปไม่ถึงสตูดิโอถ่ายภาพ มันทำให้เขาร้อนใจขึ้นมา

“คุณลุงคะ เราอยู่ที่โกดัง ท่าเรืออินชอนค่ะ”

(แล้วเจคล่ะ)

“คุณเจค เข้าไปในนั้นคนเดียวค่ะ เขาให้หนูรอในรถ”

(บ้าเอ้ย ทำไมมันถึงทำอะไรวู่วามนัก)

(ยูริน ไม่ต้องกลัวนะ ลุงจะส่งคนตามไปทันที ถ้ามีอะไรด่วน โทรหาลุงได้เลยนะเข้าใจมั้ย)

“ขะ เข้าใจค่ะ”

นัมยูรินวางสายด้วยมือที่สั่นเทา เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง แล้วผู้หญิงธรรมดาๆที่ไหนจะทำใจให้ชินกับสถานการณ์สุ่มเสี่ยงแบบนี้ได้กันล่ะ

ขับหนีไปอย่างที่เขาบอกเลยดีมั้ย

“ไม่ๆๆ นัมยูริน เธอต้องใจเย็น”

“แต่ถ้าพวกนั้นมาฆ่าเราล่ะ!

“ไม่ได้ๆ เราจะทิ้งเขาไว้คนเดียวได้ยังไง”


คนตัวเล็กในเวลานี้กำลังนั่งทะเลาะกับตัวเองไม่หยุดหย่อน อยู่ในรถออร์ดี้สีดำสนิท เจ้าของรถไม่ได้ดับเครื่องและแอร์ที่ควรจะเย็นฉ่ำ กลับไม่ได้เป็นไปตามนั้น เมื่อกรอบใบหน้าสวยมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมา

ปั้ง!!!

!!!” ร่างบางสะดุ้งตัวโยน เพราะความตกใจ ที่จู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้น แต่มันไม่ใช่เพียงเท่านั้น

ปั้งๆๆๆ

เมื่อเสียงปืนนัดต่อไปดังขึ้นไม่หยุด ทำให้ ยูรินยิ่งตื่นกลัว ในใจหวาดกลัวไปหมด จังหวะหัวใจสั่นระรัวยิ่งกว่าการเจอผู้ชายชื่อจอนจองกุกครั้งแรกด้วยซ้ำ แต่ร่างกายกำลังทำในสิ่งตรงกันข้ามก็คือ มือขวาเปิดประตูรถ ขาทั้งสองข้างกระโดดลงจากรถแล้วออกวิ่งไปยังต้นทางของเสียงปืนที่ดังออกมาเป็นระยะๆ

“บ้าไปแล้วยูริน เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

 

 

 “บ้าชิบ...” ร่างสูงในชุดสีเข้มของจอนจองกุกกำลังซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของชั้นเก็บสินค้าภายในโกดัง08 ถึงเขาจะเตรียมปืนมาด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้มันเพราะที่นี่โกดังที่แปดของบลูอีเกิ้ล คือคลังเก็บอาวุธดีๆนี่เอง ถ้าขืนยิ่งกันโป้งป้างพลาดไปโดนสินค้าขึ้นมา นอกจากสินค้าจะเสียหายแล้ว มันอาจหายนะขึ้นก็ได้ หากยิงไปโดนสินค้าจำพวกระเบิดเข้า ไม่อยากจะคิดเลยว่า ความวินาศสันตะโรอะไรจะเกิดขึ้น

 

จองกุกเดินเข้ามาในโกดังของตัวเองด้วยความระมัดระวังพอตัว แต่เพียงแต่เขาพลาดไปชนกับกล่องสินค้า ฝ่ายของชายแปลกหน้าก็สาดกระสุนใส่เขาทันที โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเขาเลยด้วยซ้ำ จองกุกอดคิดไม่ได้ว่า พวกนั้นจะยิงออกมาทันทีได้ยังไงถ้าไม่มั่นใจว่าเขาจะมาที่นี่

“หามันให้เจอ” นั่นคือคำสั่งของหนึ่งในนั้น จองกุกนึกขบขันในใจ พวกมันเป็นใครถึงได้บังอาจมาสั่งตามล่าเขาในที่ของเขาแบบนี้

จองกุกยอมรับว่าตัวเขาเองนั้นพลาดที่ชะล่าใจมากเกินไป กับการบุกเข้ามาที่นี่เพียงลำพัง มันเป็นเพราะเขาคาดไม่ถึงว่า คนพวกนั้นจะกล้าใช้อาวุธในที่อันตรายแบบนี้ได้ แค่เพียงก้าวแรกที่เดินเข้ามาแล้วพบศพของรปภ.ก็ทำให้เขามั่นใจแล้วว่า การเข้ามาที่นี่คนเดียว ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเดินกลับออกไปได้ง่ายๆอีกต่อไป

แต่ไม่ว่าเขาจะหันมองไปทางไหนในวิถีสายตาของตัวเอง ก็เจอแต่กองสินค้าที่เพิ่งส่งเข้ามาใหม่ทำให้ยังไม่ได้ทำการจัดเรียงให้เป็นระเบียบเหมือนสินค้าล็อตก่อนๆ  สิ้นค้าใหม่ๆเป็นอุปสรรคในการเอาตัวรอดของเขาในเวลานี้ที่สุด พวกมันบดบังวิสัยทัศน์ของเขาแทบจะทุกมุม เขาต้องพาตัวเองไปให้ถึงออฟฟิศของโกดังให้ได้ ออฟฟิศที่อยู่ตรงทางเข้า

หากแต่จองกุกกำลังอยู่ทางปีกด้านขวาที่อยู่เกือบด้านในสุดของโกดัง การที่จะพาตัวเองไปถึงที่นั่นมันไม่ง่ายดายเลยสักนิด และเหมือนวันนี้คือวันที่สวรรค์ไม่ได้เข้าข้างเขาดังเช่นทุกที กระสุนปืนของเขานั้นเหลือเพียงสามนัดนั้น  ในเวลาจองกุกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่เรียกว่า ทางตัน เป็นครั้งแรกในชีวิต



จวบจนสายตาคมกริบจะมองไปเห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครบางคน ใครคนที่เขามั่นใจว่าเขาสั่งเธอรู้เรื่องแล้วว่า ให้รออยู่ที่รถ แล้วทำไมยัยคุณหนูคนสวนถึงได้มายืนพยักพเยิดอยู่ตรงมุมเสาไม่ไกลจากเขาได้กันล่ะ มันคงเป็นเพราะพวกนั้น กำลังโฟกัสอยู่กับการตามล่าตัวเขากลัวว่าเขาจะหนีออกไปได้ เลยไม่ทันระวังคนที่ลอบเข้ามาอย่างนัมยูรินได้

“อยาก-ตาย-รึ-ไง” เขาพูดแบบไม่ออกเสียงกับว่าที่ภรรยาของตัวเอง แต่ยูรินไม่มีทีท่าว่าจะฟังสิ่งที่เขาพูด เธอชี้ไปที่มุมสิบสามนาฬิกา และพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเขา

“วิ่ง-มา-ทาง-นี้ ตรง-นั้น-ปลอด-คน”

“ตรง-ไหน?” แต่เพราะการสื่อสารไร้เสียงเสียงของทั้งคู่ไม่ได้เข้าใจง่ายดายอย่างที่คิด มันทำให้หญิงสาวมองซ้ายมองขวาเพื่อความแน่ใจว่าจะไม่มีใครนอกจากจอนจองกุกเห็นเธอก่อนจะหันหน้ามาบอกบางอย่างกับจองกุกอีกครั้ง

“ตาม-ฉัน-มา”

“อย่าบอกนะว่ายัยบ๊องนั่นจะวิ่งออกไป!


ชายหนุ่มหัวเสียไม่น้อยเลยกับความบ้าบิ่นของคนตัวเล็กที่จู่ๆก็วิ่งออกไปจากตรงนั้น แต่มันคงเป็นเพราะจากมุมที่เธออยู่ มองเห็นบริเวณรอบๆได้มากกว่าเขา จอนจองกุกไม่รอช้า เขากลั้นใจวิ่งตามร่างบางไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ถึงตัวหญิงสาว มือข้างที่ไม่ได้ถือปืนของเขาคว้าข้อมือเล็กของอีกคนเอาไว้แน่น แล้วทำการลากเธอให้วิ่งตามเขามา ถึงยังไงเขาก็รู้ทางหนีทีไล่ของที่นี่มากกว่าเธอ และมากกว่าคนพวกนั้นแน่นอน

“อยากตายก่อนมีสามีรึไง” ทันทีที่เขามั่นใจว่าวิ่งมาไกลจากคนร้ายพอสมควรแล้ว จองกุกก็ถามคำถามที่ฟังเหมือนเขาตั้งใจกวนประสาทคนตัวเล็กออกไป แต่อันที่จริงเขาไม่ได้กำลังล้อเล่นอยู่แม้แต่น้อย

“ก็ฉันเห็นคุณเข้ามาคนเดียว แถมยังมีอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาทางด้านข้างอีก” ยูรินตอบไปหอบไป

“ตัวเองยังจะเอาไม่รอด”

“ภาระตลอด”

ปั้ง!!

“กรี๊ด!!!

“คุณพวกมันมาแล้ว!!!” ยูรินกรีดร้องด้วยความตกใจเพราะเสียงปืนที่ดังขึ้น มันบ่งบอกได้ว่าพวกนั้นเจอทั้งสองคนเข้าแล้ว

“รู้แล้วน่า”

“ขาน่ะ ก้าวให้มันยาวๆดิ๊”

“ก็ อึ่ก คนมัน อึ่ก เหนื่อยนี่”

“ทีหลังก็สำเหนียกเอาไว้ ว่าไม่ควรเสนอหน้าเข้ามาในนี้ ฉันเอาตัวรอดได้”

“เออ ทีหลังจะไม่ อึ่ก เสนอหน้า อึ่ก เข้ามาช่วยคุณแล้ว คนเป็นห่วงยังจะด่าอยู่ได้”

จองกุกไม่พูดอะไรต่อ แต่เขากระชับมือหนาที่จับข้อมือเล็กให้แน่นขึ้น จนยูรินรู้สึกเจ็บขึ้นมา แต่นาทีนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องงอแงเพราะเจ็บข้อมือ เพราะมันอาจจะเป็นการงอแงครั้งสุดท้ายในชีวิตของเธอก็เป็นได้



จองกุกไม่รู้วิธีการพาผู้หญิงหนีหรอกนะ เขาไม่เคยทำมาก่อน หากลำพังแค่ตัวเขาเอง มันจะสะดวกและง่ายดายกว่านี้มาก เขาวิ่งเร็วขึ้นอย่างลืมตัว พร้อมๆกับหันหลังไปยิงศัตรูคนหนึ่งที่วิ่งตามมาจนร่างหนาในชุดสีดำล้มลง แต่ไม่ใช่แค่คู่อริเท่านั้นที่ล้มลง เรียวขาเล็กที่ฝืนวิ่งเร็วเกินกำลังก็เกิดขาพลิกขึ้นมาในเวลาเดียวกัน จนล้มลงไปกับพื้นอีกคนหนึ่ง

“อ๊ะ!!!

“ยูริน!!!” จองกุกหยุดวิ่งแล้วหันหลังกลับมาหาคนที่ล้มลงไปทันที

“รู้รึยัง ว่าตัวเองเป็นภาระ” ปากก็พูดไป สองมือก็ออกแรงประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืน แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวขา ยูรินก็แทบจะทรุดลงไปกับพื้นอีกครั้ง รอยแดงช้ำที่ข้อเท้ากำลังบอกเจ้าของมันว่า เธอกำลังขาแพลง

“คุณฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว”

“ฉันไม่ปล่อยเธอตายตรงนี้หรอก” ยัยนี่จะบอกให้เขาทิ้งเธอเอาไว้อย่างนั้นเหรอ ถึงเขาจะไม่ใช่พระเอกละคร แต่จะให้ทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งให้ตายตรงนี้ เขาทำไม่ได้หรอก

“เปล่า”

“ขอฉันขี่หลังหน่อย”

“เหอะ” จอนจองกุกถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้เหนือความคาดหมายจริงๆ

“เธอจะให้ฉันแบกเธอขึ้นหลังในสถานการณ์ที่มีคนวิ่งไล่ยิงเราอยู่อ่ะนะ?

“โง่รึเปล่าเนี่ย?

การจะร้องขอน้ำใจจากผู้ชายคนนี้ คงเป็นสิ่งที่หญิงสาวขอมากเกินไปสินะ ไม่น่าพูดออกไปเลย ยอมตายตรงนี้ยังดีกว่า เธอน่าจะรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างจอนจองกุก คงไม่มีทางสร้างภาระให้ตัวเองแบบนั้นเป็นอันขาด

“ฮึก คุณมัน ว๊าย!!!



นัมยูรินตกใจจากแรงดึงมหาศาลของคนตัวสูงตรงหน้า ที่จู่ๆเขาก็พุ่งเข้ามาอุ้มขึ้นในท่าที่มันแสนจะโรแมนติดหากทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ไล่ยิงกันเลือดสาดเช่นตอนนี้

“หัวน่ะ ก้มลงมา จะได้ไม่โดนยิงตายไปซะก่อน” ไม่พูดเปล่า จองกุกใช้มือของเขากดศีรษะของคนที่เขากำลังอุ้ม ทำให้ส่วนสำคัญของร่างกายของเธอ มีไหล่หนาของเขาเป็นปราการป้องกันเอาไว้  อย่างน้อยหากยัยคนสวนนี่พลาดถูกยิงขึ้นมา อย่างน้อยกระสุนก็คงจะไม่โดนจุดสำคัญ ก่อนจะออกวิ่งอีกครั้ง

จองกุกวิ่งได้ช้าลงเล็กน้อยจากภาระที่เพิ่มขึ้นมา แต่คนแข็งแรงอย่างเขาก็รู้ว่าตัวเองยังไปต่อไหวอยู่ ตอนนี้เขาไม่สามารถยิงคู่ต่อสู้ได้แล้ว ทำให้เขาคิดแต่การเอาตัวรอดออกไปจากตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

นัมยูรินไม่รู้แล้วว่าในเวลานี้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงกว่าเดิมเพราะเสียงปืนที่ดังไล่ตามหลังมาทุกขณะ หรือเพราะคนตัวสูงที่ปากก็บอกว่าเธอคือ ตัวภาระ เขาปฏิเสธที่จะแบกเธอขี่หลัง แต่เขาเลือกที่จะอุ้มเธอไว้ข้างหน้าแทนและเขาใช้ร่างกายแกร่งของเขาป้องกันกระสุนให้กับเธอไปพร้อมๆกัน ถึงวิธีนี้จะยากลำบาก และทุลักทุเลมากกว่า แต่มันปลอดภัยกว่าการที่เขาจะให้เธออยู่ด้านหลังของเขาในขณะที่คนร้ายตามทั้งคู่มาจากทางด้านหลัง

“มันตามมาแล้วค่ะ!!!

ยูรินดึงสติกลับมายังสถานการณ์ตรงหน้าอีกครั้งเมื่อเธอแอบมองยังด้านหลัง ก็พบว่ามาผู้ชายสวมชุดสีดำสามคนวิ่งตามมา

“รู้แล้ว”

“แต่ฉันยิงไม่ได้”

“แล้วคุณจะทำยังไง” ทั้งสองคนคุยกับไปพร้อมๆกับขาสองข้างของจองกุกที่วิ่งไปตามซอกเล็กซอกน้อยในโกดังไปเรื่อยๆ

“กรี๊ด คุณ จะ จะทำอะไร!!!” คนตัวเล็กถามเพราะคนที่อุ้มเธอกำลังใช้มือดึงขาข้างหนึ่งของเธออยู่

“เปลี่ยนท่า”

“เอาขาเธอเกี่ยวเอวฉันเอาไว้”

“หะ!

“เอาขาเกี่ยวเอวฉัน แบบนี้” ไม่พูดเปล่าจองกุกทำการจัดแจงท่าทางของยูรินให้เรียวขาทั้งสองข้างของเธอเกี่ยวรอบเอวสอบของเธอ เพื่อให้เธอยืดร่างของเขาเอาไว้ได้ เพราะจองกุกจำต้องใช้มืออีกข้างในการยิงคู่ต่อสู้ ยูรินจึงใช้ทั้งสองแขนโอบรัดรอบคอของชายหนุ่มเอาไว้เพื่อทุ่นแรงให้กับเขาอีกทางหนึ่ง

ปั้ง

ปั้ง

ปั้ง

หญิงสาวเห็นเต็มๆตาว่ากระสุนทั้งสามนัดที่จองกุกยิงออกไป มันสามารถพุ่งเข้าไปจัดการชายกลุ่มที่ตามไล่ยิงทั้งสองคนมาได้อย่างชะงักงัน

“เธอ ยังอยู่รึเปล่า?” จองกุกถามเมื่อจู่ๆคนตัวเล็กที่เมื่อครู่กรีดร้องวี้ดว้ายมาแทบจะตลอดทางกลับเงียบไปดื้อๆ ยิ่งไม่มีเสียงตอบรับจากเธอเขาเลยรีบทำการใช้มือดันใบหน้าของคนตัวเล็กให้มาอยู่ตรงหน้าเขา เพื่อให้มองใบหน้าของเธอได้อย่างถนัดมากยิ่งขึ้น

-///-

“เขินอะไร”

“อะ อะไร ใครเขินกันเล่า”

“เธอหน้าแดงตอนนี้”

“กำลังคิดอะไรอยู่ไม่ทราบ”

“อะไรใครคิด รีบๆเอาฉัน อ๊ะ!

“รีบๆเอาอะไรนะ?

เมื่อกี้คุณวิ่งตกหลุม เลยพูดไม่จบ ฉันบอกว่า รีบๆเอาฉันกลับท่าเดิมเดี๋ยวนี้นะ

“อ๋อ ที่แท้อยากเปลี่ยนท่า”

“ไอ้...” ยูรินเก็บคำด่าของตัวเองเอาไว้ ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาในเวลานี้  เวลาคับขันขนาดนี้ยังมีกะจิตกะใจคิดเรื่องนั้นออกมาได้

ปั้ง!!!

“บ้าชิบ” จองกุกสบถออกมา เพราะเสียงปืนที่ดังขึ้นอีกครั้ง  เขาเอาแต่วิ่งจนยูรินรู้สึกแปลกใจ

“กระสุนฉันหมด”

“หะ????

“หูตึงเหรอ”

ปั้ง!!

“อ๊ะ/กรี๊ด!!




ร่างสูงล้มลงเพราะกระสุนที่ยิงเฉียดเข้าที่ต้นขาด้านนอกของตัวเอง เป็นผลให้คนตัวเล็กกว่าล้มลงไปกับพื้นไม่ต่างจากจอนจองกุก ทั้งๆที่อีกไม่ไกลก็จะถึงประตูที่ปีกขวาของโกดังอยู่รอมร่อ

“คุณ เจ็บตรงไหนรึเปล่า” หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วง

“เธอ ข้อเท้าเธอยังพอไหวมั้ย” เขาไม่ตอบคำถามเธอ แต่กลับถามคำถามออกไปแทน

“วะ ไหวค่ะ” ถึงมันจะยังเจ็บอยู่แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้วิ่งจนข้อเท้าหลุดเธอก็คงต้องทำ

“วิ่งไป”

“คะ?

“วิ่งหนีไปซะ”

“จะให้ทิ้งคุณไว้ตรงนี้เหรอ”

“ไปเถอะ ฉันเอาตัวรอดได้”

“เดี๋ยวคนของคุณลุงก็จะมาถึงแล้ว”

“นี่เธอ บอกพ่อฉันเหรอ”

“ให้ทำไงได้ล่ะ คุณลุกไหวมั้ยพวกมันใกล้เข้ามาแล้ว” ฟังจากเสียงฝีเท้ามันบอกได้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งมาถึงตัวพวกเขาในอีกไม่ช้า

“ฉันบอกให้เธอไปซะ”

“ไป!!!” เขามั่นใจว่าพวกนั้นต้องการแค่ตัวเขาเท่านั้น คงไม่ได้สนใจนัมยูรินมากนัก แต่ถ้าเธอขืนอยู่ตรงนี้ด้วย มีหวังโดนหางเลขไปด้วยอีกคนแน่ๆ นาทีนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมีใครมาตายเพื่อใครทั้งนั้น มันน้ำเน่าเกินไป ใครต่อใครก็ต่างรักตัวกลัวตายกันทั้งนั้นแหละ

ยูรินมองหน้าจองกุกราวกับกำลังใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลับตาลงแล้วหันหลังวิ่งออกไปจากตรงนั้น

 



“ไง?” ไม่ถึงหนึ่งนาทีที่หญิงสาววิ่งออกไปจากตรงนี้ กลุ่มชายชุดดำสี่ห้าคนก็มาถึงตัวจอนจองกุกแล้ว

“อย่าคิดหาทางให้เหนื่อยเลยคุณเจค คนของเราล้อมในนี้เอาไว้หมดแล้ว ต่อให้พ่อคุณตามมา ก็คงช่วยคุณไม่ทัน”

“พวกมึงเป็นใคร กล้าดียังไงมาไล่ยิ่งเล่าเจ้าของโกดังในที่ของเขาแบบนี้” จองกุกถามเสียงนิ่งๆ เขาพยายามสะกดกลั้นความเจ็บเอาไว้

“จะตายอยู่แล้วยังจะปากเก่งอีกนะ”

“ปืนก็กระสุนหมด ขาก็เดี้ยง”

“ไม่คิดเลยว่า ว่าที่ผู้นำของบลูอีเกิ้ลจะมาตกม้าตายเพราะความอยากรู้อยากเห็นแบบนี้” คนได้ยินขบกรามแน่น เพราะเขาพลาดอย่างมหันต์ที่ชะล่าใจมากเกินไป ไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าบุกเข้ามาในที่ของเขาเช่นนี้

“พวกมึงต้องการอะไร”

“ที่ถาม เพราะต้องการซื้อเวลาหายใจให้นานขึ้นใช่มั้ยคุณเจค” สิ่งที่จองกุกทำอยู่ตอนนี้ มันคือการซื้อเวลาอย่างที่พวกนั้นพูดไม่ผิด แต่ไม่ใช่การซื้อเวลาเพื่อต่อชีวิต หากแต่เขานึกถึงสิ่งที่ยูรินบอกว่า พ่อของเขากำลังส่งคนตามมาที่นี่ในไม่ช้า

“แต่โทษทีนะ พวกผมไม่ชอบพูดเยอะว่ะ” จบประโยคนั้น คนที่ดูเหมือนะจะเป็นหัวหน้าก็ยกปืนขึ้นเล็งมาที่เขา ถึงแม้ว่าความกลัวจะเข้ามาภายในจิตใจของจอนจองกุก แต่เขาจะไม่ร้องขอชีวิตจากใครหน้าไหนทั้งนั้น เขาพยายามเต็มที่แล้ว หากจะต้องจบชีวิตลงตรงนี้ก็ขอตายอย่างมีศักดิ์ศรีดีกว่า ตายอย่างไร้ค่าเหมือนหมาข้างถนน

“พวกผมเป็นใคร?

“ต้องการอะไร?

“กล้าดียังไง?

“ขอให้คุณตายไปพร้อมๆกับความสงสัยซะ จะได้ตายอย่างไม่สงบ เหมือนที่พวกคุณเคยทำกับเรา” นิ้วชี้ของชายนิรนามค่อยๆเหนี่ยวไกปืนอย่างใจเย็นจนในที่สุด

ปั้ง!!!

ปั้ง!!!

“นายครับ!” หนึ่งในลูกน้องร้องเรียกเจ้านายของตัวเอง ด้วยความช็อคที่จู่ๆกระสุนที่ควรออกจากกระบอกปืนของผู้เป็นนายแล้วพุ่งไปเจาะทะลุหัวของเป้าหมายอย่างจอนจองกุก กลับกลายเป็นว่า มีเสียงปืนดังขึ้นก่อนเพียงแค่เสี้ยววินาทีนัดหนึ่ง และมันเจาะทะลุไปยังตัวช่วงท้องของร่างสูงอย่างจัง ส่วนนัดที่เขายิงมันหลับพุ่งไปโดนผนังแทนเพราะเขาถูกยิงก่อนที่จะลั่นไกนั่นเอง


“คุณเจค!!” จองกุกหันไปตามเสียงเล็กๆด้านหลัง พร้อมกับมือที่เอื้อมคว้ากระบอกปืนที่ถูกโยนลงกับพื้น แล้วเคลื่อนตัวมาใกล้ตัวเขาพอดิบพอดีจากความตั้งใจของคนที่เขาคิดว่า คงหนีไปไกลจากสถานการณ์อันตรายตรงนี้แล้ว

เมื่อปืนที่เขาจำได้ว่าคือปืนสำรองของเขาที่เก็บไว้ตรงเก๊ะรถ อยู่ในมือจอนจองกุกก็เล็งปากประบอกปืนไปที่อีกสองคนที่ยังยืนอยู่ในจุดตายจนล้มลงไป

“คุณเจค!!!” เสียงของยูรินดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนที่เธอเพิ่งจะบังเอิญยิงไปโดนท้องของเขาแล้วล้มลง เธอหลงคิดว่าเขาตายไปแล้ว แต่ชายคนนั้นกลับค่อยๆลุกขึ้น แล้วเล็งปืนมายังเป้าหมายของตัวเองตั้งแต่ต้นอีกครั้ง

แต่คงไม่ทันคงอย่างจอนจองกุกได้หรอก ทันทีที่ยูรินร้องบอกกับเขา ชายหนุ่มก็เล็งยิงไปยังคนที่คิดจะฆ่าเขาก่อนทันทีสองนัด นัดแรกกระสุนพุ่งตรงเข้าไปทะลุเนื้อเยื่อมือขวาที่ถือปืนจนทั้งเลือดและกระบอกปืนกระเด็นไปคนละที่คนละทาง

นัดที่สองเขาเล็งไปที่ขาของศัตรู จนชายร่างสูงใหญ่ไม่ต่างจากเขาล้มลงไปนอนจมกองเลือดอีกครั้ง การที่เขาจะเล็งยิงให้ศัตรูตายมันเป็นเรื่องง่ายกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เขาคิดว่าการเก็บชีวิตผู้ชายคนนี้เอาไว้ มันอาจสาวไปถึงตัวต้นตอที่บงการเรื่องนี้ก็เป็นได้

“คุณ!!!” จองกุกละสายตาจากเลือดสีแดงสดตรงหน้าไปมองยังต้นเสียง เขารีบวิ่งไปหาร่างบางที่วันนี้คงเป็นวันที่สภาพของเธอเลอะเทอะมอมแมมที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ยิ่งกว่าวันแรกที่เขาคิดว่าเธอเป็นคนสวนเสียอีก

“คุณเดินไหวมั้ย?

“โดนยิงไปก่อนรึเปล่า?

ไม่มีคำใดออกมาจากปากของชายหนุ่มเจ้าของความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นติเมตร มีเพียงสายตาเฉี่ยวคมที่กำลังจ้องมองใบหน้าสวยหวานราวกับเขาเองก็ต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างจากเธอเช่นกัน

“กลับมาทำไม?

“อยากตายก่อนมีสามีรึไง” เขาเลือกที่จะถามคำถามเดิม

“ก็คุณไง สามีฉัน” คนตัวเล็กตอบสิ่งประโยคนั้นออกไปโดยที่ไม่ทันคิด

“หึ...จำคำพูดของตัวเองเอาไว้ให้ดีล่ะ”

“หา???

“คุณเจค!!” ไม่ทันที่หญิงสาวขี้สงสัยจะได้รับคำขยายความใดๆจากประโยคนั้นของจอนจองกุก ก็มีเสียงดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงปืนที่ดังขึ้นมาอีกหลายนัด

“คุณเจคครับ เป็นยังไงบ้างครับ” และก็เป็นคนของจอนจินโมนั่นเองที่บุกเข้ามา และกำลังช่วยกำจัดพวกมันคนที่เหลือที่ยังอยู่ในโกดังนี้

“เก็บมันไว้ อย่าให้มันตาย” จองกุกหันไปสั่งลูกน้องว่าให้เก็บตัวหัวหน้ามันเอาไว้

“ขอโทษนะครับที่พวกเรามาช้า” เสียงพูดกระหืดกระหอบของอีกอนที่มาพร้อมกับโดยองดังขึ้นเมื่อเจอกับเจ้านายของตัวเอง

“ช่วงเถอะ”

“แต่คุณเจคถูกยิง!!” โดยองพูดออกไปด้วยความเป็นห่วง

“ส่งหมอไปที่ทกซูรี”

“ครับ” ทั้งสองคนรับคำสั่ง ก่อนจะแยกกันไปจัดการส่วนที่เหลือทันที



พูดจบจอนจองกุกก็เดินไปหาร่างบางที่นั่งอยู่กับพื้นไม่ไกลจากเขาโดยที่เขาไม่คิดจะสนใจสิ่งอื่นใดรอบกายอีกเลย มือใหญ่เอื้อมคว้ามือเล็กกว่าให้เจ้าของร่างบางยืนขึ้น ก่อนที่เขาจะแขนทั้งสองข้างออกแรงอุ้มยูริน อีกครั้ง ท่ามกลางสายตาของลูกน้องที่กำลังมองสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นและไม่คิดว่าจะได้เห็นจากนายน้อยของตระกูลจอน

“คุณจะอุ้มฉันทำไมเนี่ย”

“อยากอุ้ม”

“มีปัญหา?

“ใครมันจะอยากมีปัญหากับคุณกันเล่า อยากอุ้มก็อุ้มไปเลย ฉันปวดขา ขี้เกียจจะเดินแล้ว”

“เหอะ ไม่ดีดดิ้น ขอให้ฉันวางลงเหมือนในละครหน่อยรึไง”

“ดิ้นทำไม ก็คุณอยากอุ้มฉันเอง ฉันก็ไม่อยากจะขัดใจเท่าไหร่หรอกนะ”

“หึ อย่าขัดใจฉันให้มันได้ทุกเรื่องก็แล้วกัน”

“ว่าแต่ คุณไม่เจ็บแผลเหรอ โดยยิงเลือดสาดเลยนะ”

“ไม่เจ็บแล้ว”

“จริงเหรอคุณ”

“มันแค่ถากๆ”

“แล้วคุณคิดยังไง มาที่นี่คนเดียวหะ เกือบตายแล้วรู้มั้ย”

“ถามมาก”

“ก็คนอยากรู้ คุณลากฉันมาเสี่ยงด้วยนะ เผื่อคุณลืม”

“ฉันก็แค่คำนวณพลาด”

“อย่าพลาดอีกล่ะ คุณอาจตายได้เลยนะ”

“แล้วคุณ...”

“เธอหยุดถามฉันก่อน แล้วตอบคำถามฉันบ้าง” จอนจองกุกพูดประโยคนั้นหลังจากจัดแจงวางร่างบางลงไปยังเบาะรถหรู ร่างสูงนั่งยองลงเพื่อให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับคู่สนทนาพร้อมกับจ้องหน้าเธออยู่อย่างนั้น

“คำ ถะ ถามอะไร”

“กลับไปทำไม”

“คะ?

“กลับเข้าไปช่วยฉันทำไม” หากเธอเลือกจะหนีเอาตัวรอดไปซะเขาก็จะไม่กล่าวโทษเธอเลย แต่เขารู้ว่าคนตัวเล็กวิ่งกลับมาเอาปืนที่รถ ก่อนจะวิ่งแจ้นกลับไปหาเขาในโกดังอีกครั้ง ทั้งๆที่มันเสี่ยงมาก ไหนจะกล้าหาญชาญชัยยิงปืนเพื่อช่วยเขาเอาไว้อีก เขารู้ว่าคุณหนูอย่างเธอ ไม่มีทางเคยใช้มันมาก่อนแน่ๆ

“ขาคุณเลือดออกอยู่เลยนะคุณเจค รีบกลับบ้านกันเถอะ”

“ช่างมัน”

“อยากเลือดไหลหมดตัวรึไง”

“ตอบคำถามฉัน”


ประโยคสั้นๆแต่มันสร้างความกดดันมหาศาลแก่หญิงสาว ใช่แล้วยูรินไม่ใช่คนกล้าหาญอะไร จริงๆควรจะวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปแล้วด้วยซ้ำ ที่เธอตอบคำถามนี้ของจอนจองกุกไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่อยากตอบ แต่เพราะเธอเองก็ยังหาคำตอบของการกระทำที่แสนบ้าบิ่นของตัวเองไม่เจอเช่นกัน แต่ถ้าไม่ตอบล่ะก็ คนดื้อดึงอย่างเขาคงไม่ยอมง่ายๆ


“จะเพราะอะไรล่ะ ก็ฉันเป็นคนมีน้ำใจไง ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอย่างคุณสักหน่อย แล้วคนจิตใจดีๆแบบฉันเนี่ย จะปล่อยให้คนๆหนึ่งตายไปต่อหน้าได้ยังไง แต่จะว่าไปคนจิตใจโหดเหี้ยมอย่างคุณไม่เข้าใจหรอก”

“หึ ปากดี” ริมฝีปากเล็กๆยู่ไปพลางพูดไปพลาง ไหนจะคำตอบที่เขาได้ รวมๆมันทำให้เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ โคตรจะน่าหมั่นไส้ชิบหายเลย

“อะไรกัน ก็คุณอยากให้ฉันตอบเองนี่ ก็ตอบอยู่นี่ไงเล่า”

“ปากเธอน่ะ มันน่าโดนบี้นัก”

“โอ้โห...คนอุตส่าห์ช่วยนะ แล้วคุณถามมาฉันก็ตอบแล้วไง มีสิทธิ์อะไรคิดจะมาใช้กำลังบี้ปากฉันอีก” ยูรินเหลือบมองดูมือใหญ่ของคนตรงหน้า มือที่ใหญ่กว่าใบหน้าของเธอด้วยซ้ำ ขืนถูกมือเขาบี้ปากล่ะก็ มีหวังปากฉีกแน่ๆ

“มองมือไปก็เท่านั้น เพราะสิ่งที่ฉันจะใช้บี้ปากของเธอมันไม่มือ”

“อะไร จะใช้เท้าเลยเหรอ โหดร้ายเกินไปรึเปล่าคุณ”

“จะหยุดพูดมั้ย”

“มะ!!!


 ยูรินกลืนน้ำลายลงคอดังอึ่ก พร้อมกับร่างกายที่จู่ๆก็แข็งทื่อไปดื้อๆ หัวใจของเธอกลับมาเต้นในจังหวะที่ไม่ปกติอีกครั้ง มันเป็นเพราะใบหน้าหล่อคมกับดวงตาสีเข้มที่ถูกเจ้าของของมันขยับเข้ามาใกล้ใบหน้าของเธอในระยะที่รับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่ายหนึ่ง

“ถ้ายังไม่หยุดพูด”

“เธอได้รู้แน่ ว่าฉันจะใช้อะไรบี้ปากเธอ”

 

“หึ...นึกว่าจะแน่” รอยยิ้มแห่งผู้ชนะเมื่อเขาเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งไป ก่อนเขาจะยืนขึ้นเต็มความสูง

ท่ามกลางความมืดที่ความสว่างอันน้อยนิดจากเสาไฟตรงมุมถนนที่สาดส่องมายังมุมที่ร่างสูงยืนอยู่ อาจจะเคยมีใครสงสัยว่า เเสงไฟเพียงเท่านั้น จะสาดเเสงให้มองเห็นสิ่งใดได้กัน?

ณ เวลานี้ร่างบางที่กำลังใช้ดวงตากลมโตของเธอจ้องมองไปยังบริเวณที่เเสงไฟตกกระทบ  พลันได้คำตอบของคำถามเเล้วว่า ...

ถึงเเสงจากดวงไฟจะบางเบาเพียงใด เเต่มันก็ยังสามารถสะท้อนบางสิ่งบางอย่างให้ประจักษ์เเก่สายตาของเธอได้

"เขากำลังยิ้มอยู่รึเปล่านะ?"

"นั่นคือรอยยิ้มของเขาอย่างนั้นเหรอ?"

 

และไม่นานเขาก็มานั่งประจำที่คนขับเหมือนตอนที่ขับมา แต่คราวนี้มีรถของทีมอารักขาขับตามมาด้วยติดๆ ทำให้ยูรินรู้สึกโล่งใจและปลอดภัยขึ้นมาได้บ้าง

เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปได้สักพัก ยูรินก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา เเต่สิ่งที่ทำให้เธอเป็นกังวลอยู่ในตอนนี้มันไม่ใช่ศัตรูของว่าที่สามี แต่ในคือสายตาของจอนจองกุกที่ลอบมองเธออยู่เป็นระยะต่างหากล่ะ ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงชอบกล

“ถ้าพ่อรู้ว่าเราว่าพรีเวดดิ้งกันยังไง คงช็อคแน่ๆ”

มันก็จริงของเขา จะมีใครในโลกบ้างจะมาพรีเวดดิ้งด้วยการวิ่งหนีตายฝ่าดงกระสุนอย่างเธอและเขาแบบนี้ แต่เธออาจจะยังไม่รู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในอาจจะเป็นแค่เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

 

“เธอ” คนถูกเรียกหันไปตามเสียงเรียกของคนที่กำลังขับรถ

“ห้ามเลือดให้ที”

“หะ!” ด้วยความตกใจ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโหมดไฟฉาย ก่อนจะส่องไปที่ต้นขาของจองกุกตรงบริเวณที่เขาถูกยิง แล้วพบว่า มันยังคงมีเลือดไหลซึมออกมาเรื่อยๆผ่านกางเกงสีดำสนิทที่เขาสวมอยู่

“ให้ฉันห้ามยังไง” เธอถามเพราะไม่ใช่คนทั่วไปจะรู้วิธีการห้ามเลือดหรอกนะ

“ใช้มือเธอ กดแผลฉันไว้” เขาบอกไปในขณะที่ดวงตายังคงจดจ่ออยู่กับถนนตรงหน้า

“โอเค” ไม่ทันที่จองกุกจะพูดจนจบประโยคด้วยซ้ำ มือเล็กทั้งสองข้างของว่าที่ภรรยา เอื้อมไปกดตรงบริเวณแผลเอาไว้อย่างไม่นึกรังเกียจเลือดสีแดงสดที่ไหลออกมาเรื่อยๆด้วยน้ำหนักมือที่พอดี เพราะเธอกลัวทำให้เขาเจ็บ แล้วควักปืนขึ้นมายิงแสกหน้าเธอขึ้นมา

“ถ้าฉันกดแรงไปก็บอกนะ”

“กดแรงไป ไม่เป็นไร”

“อย่าเผลอกดผิดที่ก็พอ”

“ผิดที่ยังไงไม่ทราบ”

เพราะถนนบริเวณนี้กำลังทำการก่อสร้างอยู่ บวกกับบริเวณรอบข้างที่ค่อยข้างมืดทำให้คนขับอย่างจอนจองกุกมองไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร  เเละในขณะนั้นเอง เขาก็มองเห็นเเล้วว่า มีเเนวกั้นชิ้นหนึ่งคงจะกระเด็นหลุดมาอยู่เกือบจะตรงกลางถนน เขาจึงตัดสินใจหมุนพวงมาลัยหักเลี้ยวหลบเเนวกั้นอย่างกะทันหัน

มาเฟียหนุ่มเลี่ยงการเกิดอุบัติเห็นบนท้องถนนได้อย่างหวุดหวิด หากเเต่ว่า เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในรถคันนี้ได้ เมื่อของคนตัวเล็กที่ก่อนหน้านี้กำลังตั้งอกตั้งใจกดเเผลห้ามเลือดให้กับเขาอยู่ เกิดเลื่อนจากตำแหน่งเดิม ที่ต้นขาด้านขวา ไปอยู่ตรงกลางร่างแกร่งของเขาแทน!!!

OoO!!!

“เดี๋ยวก็แต่งงานกันแล้ว เธอรีบเหรอ?

End EP 06

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อันยองจ้าาาาาาา

คิดถึงกันมั้ยยยยยยยย

อีพีนี้ยากมากกกก จากใจไรท์ที่ไม่เคยเเต่งเเนวบู๊ระห่ำเเอคชั่น ระเบิดภูเขาเผากระท่อมขนาดนี้ เเอบบอกว่านี่ยังเเค่เริ่มต้นนะคะ ไม่รู้ว่าจะอ่านเเล้วเข้าใจกันรึเปล่า ยังไงก็คอมเม้นติชม เเนะนำ เมาท์มอยกันได้เลยนะคะ

บอกเลยว่า อีพีนี้ใครไม่เขิน ไรท์อนุญาตให้ถีบคนเเถวนั้นเลยค่ะ(ล้อเล่นเด้อ)

 

ขอบคุณที่รอคอยกันเสมอมานะคะ รักนะค้าาา

 


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #188 sareenn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 16:25
    ไม่ใช่เว้ยนาย5555555555555
    #188
    0
  2. #186 JINNIECHA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 12:09
    สนุกมากมากเลยยยย ไม่มีอ่านฟิคดีๆอย่างงี้มาสักพักแล้ว ขอบคุณมากนะคะไรท์ สู้ต่อไปนะคะ รออ่านอยู่ค่ะ
    #186
    0
  3. #160 BlueHeart0113 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 00:56

    ชอบมากอ่ะ

    มาอ่าน2รอบก้ไม่เบื่อเลยค่ะ

    ยิ้มจนเเก้มจะฉีกคุณเจคน่ารักจริงๆ

    #160
    0
  4. #159 M_wnd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 22:42

    คุ้มค่ากับการรอคอยมากค่า

    บู๊ระห่ำ ยาวจุใจมาก แล้วมีครบซีนอารมณ์ด้วย

    อ่านไปยิ้มไป ชอบมากๆ เขินพี่เจค

    พี่เริ่มสนใจนางเอกแล้วใช่มั้ย 🤭😊

    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #159
    0
  5. #158 WHOAMII (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:03
    อ่านเเบบจุใจเลยค่ะ ยาวมากกกก สนุกมากกกกก เป็นกำลังใจให้นะคะ รีบมาต่ออีกนะ
    #158
    0
  6. #157 Lisagirl3 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 00:05
    รอค่าาา เจคดูใจอ่อนเเล้วนะเนี้ย
    #157
    0
  7. #156 นมก้วยน้องจองกุก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 19:17
    เขินนนนนนนน
    #156
    0
  8. #155 _mirabell_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:48
    เขินไปหมดเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆค่ะ
    #155
    0
  9. #154 JK_nest9704 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 17:19

    เขินเคมีความเข้ากันของตัวละครอะ น่ารัก แอบตลกนิดๆ แล้วก็มีความน่าหมั่นไส้อะ โอ๊ยยย!ฉันล่ะชอบ!♡♡♡♡

    #154
    1
    • #154-1 JK_nest9704(จากตอนที่ 8)
      10 พฤษภาคม 2563 / 17:20
      ปล.รีทแอบเจอคำผิดอยู่นะคะ
      #154-1
  10. #153 Haeun-29 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 16:03
    เป็นตอนที่แอคชั่นโหดแต่โรแมนติกมากไม่ไหวว555
    #153
    0
  11. #152 biay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:37

    รีบมาต่อน้าไรท์🤟🤟
    #152
    0
  12. #151 Merry-g7 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:56

    เขินแล้วเขินอีกอ่ะค่ะ555

    #151
    0
  13. #150 M I N I - j (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 10:38
    ผิดที่แบบนี้นี่เองงง กิกิ
    #150
    0
  14. #149 wolfgirl2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 10:17
    โอ้ยยยย พี่เจคยิ้มเเล้วววว นี้ขำเลยพรีเวดดิ้งดงกระสุน บันเทิงๆจริง. สุดท้าย รีบค่ะ เเต่งค่ะพี่เจค!!!!

    เเล้วก็ ไรท์สู้ๆนะ สนุกมากเลย รักษาสุขภาพด้วย
    #149
    0
  15. #148 เมจิกสีดำ. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 10:11

    รีบหรอยูริน555555

    #148
    0
  16. #147 suksiriintawong (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 09:47
    มันมากเลยค่ะ
    #147
    0
  17. #146 RK_SDS (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 08:39
    ไม่ไหวตอนจบคือ....แต่งค่ะ55555
    #146
    0
  18. #145 0954254853 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 08:08
    โอ้ยยย ทำไมน่ารักกก มาต่อเร็วๆน้าาาไรท์
    #145
    0
  19. #144 pocky_pv95 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 05:08
    แง่ง ชอบๆ ต่อไปคุณเจคต้องหลงยูรินมากๆแน่ๆ 55
    #144
    0
  20. #143 tangmay2912 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 04:26
    กลับมาแล้วค่ะ!!
    สรุปคือเปงเขินมากค่ะ!!!!

    มาต่อไวๆนะคะ จะรอต่อไปนะคะไรท์ทึ🥰
    #143
    0
  21. #142 tangmay2912 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 03:44
    คิดถึงไรท์แบบมากๆเลยค่ะ!!ตอนแรกคิดว่าไรท์จะเทเรื่องนี้ไปแล้วคืออ่านแล้วได้ความรู้เยอะแยะเลยงั้นเดี๋ยวเค้ากลับมาเม้นต่อนะคะ เค้าขอกลับไปอ่านก่อนเพราะไรท์ลงเยอะมากกแต่ไม่เปนไรค่ะเค้าชอบ!!!!😘
    #142
    0