My mafia husband name is JK {BTSxYOU}

ตอนที่ 17 : EP: 12 You make me tried 50 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    13 ต.ค. 63




เเก้มนวลสัมผัสได้ถึงความชื้นที่กระจายวงกว้างอยู่บนหมอนใบหนา ความเปียกชื้อที่มาจากหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ ถึงเวลาจะผ่านมาเเล้วร่วมสามชั่วโมง จนเข็มนาฬิกาได้เดินผ่านเลขสิบสองมา บ่งบอกว่าเเม้เวลาล่วงเลยข้ามผ่านมาอีกวันหนึ่งเเล้วก็ตาม เเต่ข้างกายของเธอยังคงว่างเปล่า

เจ้าของใบหน้าสวยปล่อยให้ความรู้สึกผิดเกาะกินหัวใจอยู่อย่างนั้น เพราะเธอกำลังโทษตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าเธอระวังตัวและคิดเยอะกว่านี้ ทุกคนก็คงไม่ต้องวุ่นวายมากขนาดนี้  และจอนจองกุกก็คงไม่ต้องกลับไปเจอสิ่งที่ทำให้เขาเสียใจอีก เพราะไว้ใจคนอื่นมากไปจริงๆ เธอลืมไปว่าในเวลานี้เธอไม่ใช่นัมยูรินคนเดิมอีกแล้ว 

ตอนนี้เธอเป็นของบลูอีเกิ้ล และเป็นภรรยาของผู้นำคนปัจจุบันอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าเธอจะคิดจะทำอะไรต่อจากนี้ เธอในฐานะ นายหญิง คนใหม่ของบลูอีเกิ้ล จะไม่ทำสิ่งใดก็ตามที่ทำให้สามีของเธอต้องพบเธอกับความลำบากอีก

เพราะสภาพร่างกายที่ไม่สู้ดีนักบวกกับเรื่องราวมากมายที่พบเจอมา ทำให้นัมยูรินทนต่อความอ่อนล้าไม่ไหว เธอเอาเเต่ร้องไห้จนคล้อยหลับไปในที่สุด



จนเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะแสงของวันใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าของดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก กับใบหน้าที่อิดโรยกลับรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น เพราะเธอได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากนอกห้องนอน

หญิงสาวรีบเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอนแล้วรีบพาตัวเองออกจากห้องนอนออกไปด้านนอก เพื่อพบกับคนที่เธอรอคอยมาทั้งคืน ยูรินดีใจไม่น้อยเลยที่ในที่สุดเขาก็กลับมาที่บ้านจนได้

รอยยิ้มสดใสกลับมาหาเธออีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเครื่องครัวดังมาจากทางห้องครัว ยิ่งทำให้หัวใจเต้นระรัว หากเจอหน้ากันเธออยากเข้าไปกอดเขาให้แน่นแล้วขอโทษสักร้อยครั้งที่ทำให้เขาต้องเป็นห่วงและเสียใจ

“พี่เจคคะ....”

แต่รอยยิ้มและเสียงเรียกของเธอก็ถูกกลืนหายไปในพริบตาเมื่อพบว่าเสียงที่ดังภายในเพนเฮาส์แห่งนี้ไม่ได้เป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากคนที่เธอคิดถึงมาตลอดคืน

“ยูรินตื่นแล้วเธอ เฮ้ย!! สภาพเธอทำไมถึง?

“ฮึก นายอนอ่า..”

“มานี่มา”

นายอนอดปวดใจตามเพื่อนไม่ได้เลยจริงๆ เมื่อเธอเห็นเธอเห็นใบหน้าที่ดูแล้วก็รู้ว่ายูรินคงนอนได้ไม่กี่ชั่วโมง ไหนจะดวงตาที่แดงก่ำคงเพราะร้องไห้มาทั้งคืน เธอจึงเดินเข้าไปหาร่างบางตรงหน้าแล้วโอบกอดเพื่อนรักเอาไว้

“นายอนอ่า...พี่เจคเขา...”

“เขาคงเกลียดฉันไปแล้ว”

“ไม่เอาน่า... คุณเจครักเธอมากนะ เขาจะเกลียดเธอเพราะเรื่องแค่นี้ได้ยังไง” นายอนพูดไปมือก็ลูบแผ่นหลังของเพื่อนเพื่อปลอบโยนไปด้วย


ผ่านไปพักใหญ่กว่านายอนจะเกลี่ยกล่อมและหาสารพัดวิธีมาหว่านล้อมยูรินให้ยอมกินข้าวเช้าที่เธอเตรียมเอาไว้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นเธอต้องหัวขาดแน่ ถูกส่งมาให้ทำหน้าที่ดูแลเพื่อน แต่กลับทำให้เพื่อนกินข้าวไม่ได้ แต่ถึงเจ้าตัวจะยอมกินแต่ก็กินไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้น

“ว่าแต่ เธอมาที่นี่ได้ยังไง...” อิมนายอนถึงกับสะดุ้งเล็กๆเมื่อถูกถามแบบนั้น

“เอ่อ... ฉันก็ตั้งใจมาหาเธอเป็นปกตินั่นแหละ แล้วก็พอรู้เรื่องเมื่ออวานมาจากพวกแม่บ้านน่ะ ก็เลยรู้ว่าเพื่อนรักกำลังไม่โอเค อิมนายอนคนนี้เลยต้องรีบมาดูแลยังไงเล่า”

-_-

“มองเพื่อนแบบนั้นหมายความว่าไงยะ”

“วันนี้มีเรียนไม่ใช่รึไง”

“อาจารย์เลิกคลาสพอดี บังเอิ้น บังเอิญเนาะ^^

นายอนลุ้นใจแทบขาดเพื่อให้คนตรงหน้าเชื่อที่เธอพูดเพราะถ้าเธอเกิดทำความแตกขึ้นมาล่ะก็ หัวคงได้หลุดออกจากบ่าก็งานนี้แหละ

“แล้วนั่นจะไปไหน” นายอนถามคนที่กำลังเดินไปที่ประตูใหญ่

“ไปหาพี่เจคที่ห้องทำงาน” เธอทนไม่ไหวหรอกนะที่จะให้เขาโกรธเธอนานขนาดนี้

“คุณเจคไม่อยู่หรอก พอดีตอนขึ้นลิฟต์มา เจอพี่โดยองน่ะ รายนั้นบอกว่าคุณเจคไปตรวจสินค้าล็อตใหม่ที่อินชอน”

ได้ยินอย่างนั้นคนฟังก็หน้าสลดลงทันที

“ไปตอนเช้าเลยเนี่ยนะ” ปกติแล้วสามีของเธอจะไปตรวจสอบสินค้าช่วงเย็นๆในบางวัน มันทำให้เธออดคิดไม่ได้เลยว่าเขาตั้งใจหนีหน้าเธอ

“สินค้าล็อตนี้คงสำคัญแหละ เลยต้องรีบไปเช็ค” นายอนไม่อยากให้เพื่อนคิดมาก

“คงไม่อยากเจอฉัน” ได้ยินอย่างนั้นนายอนก็รีบไปคว้ามือเพื่อนให้นั่งลงข้างๆกันที่โซฟาตัวยาว

“จะไม่เจอกันได้ยังไง นี้บ้านเธอกับคุณเจคนะ ยังไงเจคก็ต้องกลับมาหาเธออยู่แล้ว”

“ถ้าเขาโกรธฉันมากจนไม่กลับมาล่ะ”

“กลัวสามีโกรธก็เตรียมตัวง้อหนักๆเลยสิ”

“เรื่องง้อ ก็ต้องทำอยู่แล้วล่ะ จะไม่ให้ได้ยังไง เรื่องนี้ฉันผิดเต็มๆ”

“แต่จะง้อยังไง ถ้าเขายังหลบหน้าฉันแบบนี้ ปกติเขาก็งานยุ่งวันๆหนึ่งเจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงอยู่แล้ว แล้วมาเกิดเรื่องนี้อีก ฉันจะทำยังไงดี” ถึงจะมีคนเข้ามาจีบไม่น้อย เเต่ยูรินก็ไม่เคยมีแฟนเธอไม่รู้วิธีจัดการกับปัญหาเรื่องความสัมพันธ์เชิงคนรักแบบนี้เท่าไหร่นัก

“ถ้ามีเวลาเจอกันน้อย อย่างนั้นก็ต้องใช่วิธีง้อที่ได้ทีเดียว แล้วได้ผลแบบอยู่หมัด”

“วิธีไหน” คนที่กำลังเครียดฟังอย่างมีความหวัง แต่เริ่มชักไม่ไว้วางใจวิธีการของนายอนเอาเสียเลยเมื่อดูจากรอยยิ้มทะเล้นของเพื่อนแล้ว

นายอยค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ๆยูรินมากขึ้น แล้วทำการกระซิบบอกวิธีการง้อสามีที่เธอพอจะคิดออกให้กับเพื่อนที่กำลังเธอปัญหาครอบครัวครั้งใหญ่

“จะบ้าเหรอนะยอน>.<” ทันทีที่ได้ยินคำแนะนำจากอิมนายอน ยูรินถึงกับตาโตด้วยความตกใจ พร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดงไปหมด

“คิกคิก วิธีของฉันเจ๋งสุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่า...”

“เจ๋งอะไรล่ะ ใครจะกล้าทำแบบนั้นกัน”

“เป็นสามีภรรยากันแล้ว เรื่องแบบนี้ถือว่าจิ๊บๆ”

“ไม่เอาด้วยหรอก ฉันใช่วิธีของฉันเองดีกว่า” นัมยูรินยืนขึ้นก่อนจะเดินย่ำเท้าปึงปังกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง โดยมีนายอนตะโกนไล่หลังเพื่อแกล้งเพื่อนให้เขินไปมากกว่าเดิม

“ฉันเชื่อว่า เดี๋ยวเธอก็ใช้วิธีของฉันยูรินอา.. คิกคิก”

“รับรอง คุณเจคจะสะกดคำว่าโกรธ ไม่เป็นอีกเลยล่ะ”

“หยุดเลยนะอิมนายอน!

ปั้ง...

จนเสียงปิดประตูดังขึ้น อิมนายอนก็ยังคงไม่ออกจากจินตนาการของตัวเอง

“เอ...หรือว่าจะแกล้งโกรธบ่อยๆให้เพื่อนเราง้อเรื่อยๆกันน้า..”

 

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เช้าตรู่ของบ้านหลังใหญ่ที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเกาหลีเเบบดั้งเดิมเอาไว้ เพราะตระกูลมิน คือตระกูลขุนนางเก่าเเก่ที่สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมเเละความเป็นเอกลักษณ์จากรุ่นสู่รุ่น 'บ้านซาจา' เเห่งนี้คือบ้านเเนวเกาหลีผสมโมเดิร์นที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล บ่งบอกได้ถึงความยิ่งใหญ่เเละมีอำนาจของตระกูลผู้ครอบครองได้เป็นอย่างดี

เเละวันนี้ผู้นำคนล่าสุดของตระกูล กำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะความไม่เข้าใจตัวเองงอยู่ หลังจากที่เขาทำสารพัดวิธีเจ้าเล่ห์เพทุบายเพื่อทำให้จอนจองกุกพ่ายเเพ้ในเกมนี้ไปได้ เข้าควรจะยินดีกับชัยชนะครั้งนี้สิ เเต่ทำไมกัน 

"เเต่กูไม่สนุกด้วย"

"ไม่สนุกเลยสักนิด"

สายตาของจอนจองกุกที่ใช้มองมาที่เขา มินยุนกิยังคงสลัดมันออกไปจากหัวไม่ได้เลยตั้งเเต่เมื่อคืน มันไม่ใช่สายตาที่กำลังตำหนิหรือโกรธเคือง เเต่มันคือสายตาที่เต็มเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า ผิดหวัง เสียใจ ตัดพ้อ รวมอยู่ในนั้นไปหมด

"มีสิทธิอะไรมาน้อยใจกูวะ"

"นายใหญ่อยู่ข้างในใช่มั้ย"

"เข้าไม่ได้นะครับ"

"คุณเเทฮยองครับ!" 

ผัวะ

เสียงประตูห้องทำงานสีน้ำตาลเข้มถูกเปิดออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่มินยุนกิได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก

"ขอโทษครับนายใหญ่" หนึ่งในลูกน้องที่มีหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่หน้าห้องทำงานมีสีหน้าเป็นกังวลเพราะผู้มาเยือนเดินตรงเข้ามาภายในห้องโดยรีรอให้เจ้าของห้องอนุญาตเสียก่อน

"ไม่เป็นไร ออกไปได้เเล้ว" 

"ครับ" 

หลังจากที่ลูกน้องคนนั้นเดินออกจากห้องไป เหลือไว้เพียงสองพี่น้องที่ในเวลานี้สถานะของทั้งคู่ได้เเปรเปลี่ยนเป็นเจ้านายกับลูกน้องไปเเล้ว เเต่คงเป็นเพียงในความคิดของคนที่อายุน้อยกว่า เจ้าของร่างสูงที่ยุนกิไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าเจ้าเด็กน้อยคิมเเทฮยองของเขานั้นตัวโตกว่าเขาตั้งเเต่เมื่อไหร่

ในใจของผู้นำตระกูลมินกำลังบอกตัวเองว่า ให้ลืมเรื่องในหัวไปก่อนเเล้วโฟกัสกับใบหน้าหล่อคมที่คิ้วโก่งหนาคู่นั้นขมวดเข้าหากันบ่งบอกได้ถึงความไม่พอใจอย่างมากของคนที่เพิ่งเข้ามา

"พอเป็นเรื่องของไอ้เจค ก็อยู่เฉยๆไม่เคยได้เลยสินะ" มินยุนกิเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน เเน่นอนมันคือเรื่องเดียวกันกับเหตุผลที่ทำให้คิมเเทฮยองยอมกลับมาบ้านได้เพื่อมาเอาเรื่องกับเขานั่นเอง

"ทำเเบบนั้นได้ยังไง?" คิมเเทยองไม่ได้สนใจคำถามเชิงเหน็บเเนมของญาติผู้พี่เเม่เเต่น้อย

"ฉันทำอะไร?" คนถูกถามยักไหล่ตอบ โดยไม่ได้เเสดงความสำนึกผิดใดๆออกมา

"เอาคืนด้วยวิธีนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ นายใหญ่ก็รู้ดีว่าในความรู้สึกของเจค ที่นี่มันเคยเกิดอะไรขึ้น ไม่สิ ไม่ใช่เเค่เจค เเต่เราทุกคนต่างรู้ดีว่าเหตุการณ์วันนี้มัน...."

ในคืนนั้นที่เสียงปืนดังสนั่น มันได้หยุดความรุนเเรงเเละเกรี้ยวกราดดังพายุร้ายที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่า คนที่รักกันดั่งพี่น้อง มินยุนกิ เเละจอนจองกุกจะมีเรื่องที่ทำให้บาดหมางใจกันได้ถึงขนาดต้องทะเลาะกันอย่างรุนแรงได้ถึงเพียงนั้น

สิ้นเสียงดังลั่นของปืนกระบอกนั้นในมือของจอนจองกุกเเละมินยุนกิ เลือดสีเเดงฉานก็ไหลรินทะลักจากร่างกายของคิมเเทฮยองอย่างน่ากลัว ภาพของเพื่อนรัก เเละ น้องที่รักมาก นอนหายใจรวยรินจนในที่สุด ร่างทั้งร่างก็เเน่นิ่งเเละหยุดหายใจไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขา ใช่เเล้วเรื่องคืนนั้นมันไม่ได้ฝากรอยเเผลใจเอาไว้เเค่กับจอนจองกุกเพียงเท่านั้น เเต่มันเป็นพวกเขาทุกคน

"รู้ทั้งรู้ ก็ยังทำ" น้ำเสียงเเละสายตาของความผิดหวังส่งมาให้มินยุนกิ เขารับรู้ถึงมันอยู่เเล้ว เเต่ด้วยความอัคติเเละความเกลียดที่บังตามันทำให้เขาเลือกที่จะเเสร้งทำเป็นเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ออกจะสะใจด้วยซ้ำที่ทำให้จอนจองกุกเจ็บปวดได้

"เเล้วฉันต้องเเคร์มันเหมือนนายรึไงเเทฮยอง นายเป็นน้องฉันนะ นายคือคนของตระกูลมินไม่ใช่เพื่อนรักของมันอีกเเล้ว"

"เเล้วมันเป็นเพราะใครล่ะ เพราะใครที่ทำลายทุกอย่าง!" เสียงที่เคยทุ้มต่ำบัดนี้กลายเป็นเสียตะคอกที่ดังลั่นไปทั้งบ้านซาจา

"เพราะไอ้เจคต่างหาก!" 

ยุนกิเองก็ไม่มีทางยอมในเรื่องนี้ เขาคือคนที่ต้องสูญเสียคนรักไปไม่ใช่รึไง ทำไมคนของเขาอย่างคิมเเทฮยองกลับเห็นใจเเต่มัน เข้าข้างเเต่มันมาตลอด ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึก เเต่รู้สึกมาก จนต้องเก็บมันเอาไว้ในใจ เป็นใครบ้างจะไม่เจ็บ ที่น้องชายกลับเข้าข้างคนที่ทำลายหัวใจของเขาเเบบนี้

"เเค่เพราะผู้หญิงคนเดียว มันไม่ดูโง่ไปหน่อยเหรอ"

"คิมเเทฮยอง!"

"เเค่ผู้หญิงคนเดียวที่หาศพไม่เจอด้วยซ้ำ ผู้หญิงคนที่นายใหญ่ไม่เคยสงสัยอะไรเกี่ยวกับเธอเลย เพราะถ้าลองคิดดูดีๆสักนิดก็จะรู้ว่า มันมีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น"

"เเต่คนฉลาดอย่างนายใหญ่ก็กลับเลือกที่เชื่อเเค่สิ่งที่เห็น โดยไม่สนใจความจริงจากคนอื่นอีกเลย เเบบนี้มันยุติธรรมกับใครบ้าง?"

"นายก็เป็นเเบบนี้เเทฮยอง อะไรก็ไอ้เจคตลอด"

"ก็เหมือนฮยองนั่นเเหลที่อะไรก็มิยอน มิยอน"

"ก็มิยอนคือคนรักของฉันที่ถูกเพื่อนชั่วของนายย่ำยี จนเธอทนอยู่ไม่ได้ เเล้วต้องตายอย่างน่าสงสารไง มิยอนคือเหยื่อความเลวระยำไร้สติของเพื่อนรักนายต่างหาก ทั้งหมดคือความผิดของไอ้เจคไม่ใช่ฉัน!!"

"หึ สมเเล้วที่เจคมันจะเกลียดฮยอง เพราะคนที่มั่นโคตรนับถือเป็นพี่ชาย ไม่เคยคิดที่จะเชื่อมันเลย" นาทีนี้คิมเเทฮยองโกรธจนเผลอหลุดเรียกคำเเทนตัวในอดีตขึ้นมา ถ้าเป็นเวลาปกติ มินยุนกิได้ยินว่าคิมเเทฮยองเรียกเขาว่าฮยองล่ะก็ ก็คงดีใจจนยิ้มเเก้มปริ เเต่คงไม่ใช่ในเวลานี้

"อยากช่วยมันนัก ก็หาหลักฐานมาสิว่ามันบริสุทธิ์ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!!" ดวงตาคมเข็มสั่นระริกเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากญาติผู้พี่ของเขา

"เออ...ผมก็ไม่ได้อยากกลับมาเหยียบที่นี่นักหรอก!"

"ยุนกิ!!" คิมนัมจุนวิ่งเข้ามาด้วยหน้าตาที่ตื่นตระหนก เพราะลูกน้องไปบอกเขาอย่างรีบร้อนว่าสองพี่น้องกำลังมีเรื่องกัน

"เเทฮยองใจเย็นๆก่อน" คิมนัมจุนตรงเข้าไปปรามน้องชายเเท้ๆของตัวเองก่อน ก่อนที่ทั้งสองคนจะสาดพายุอารมณ์ใส่กันไปมากกกว่านี้

"ฮยองไปบอกนายใหญ่ของฮยองนู่น ว่าจะทำอะไรหัดใช้สติซะบ้าง เเบบนี้มันไม่ใช่มินยุนกิที่ผมเคยรู้จัก"

"ปากดีนักก็ไปอยู่กับมันเลยสิ"

"พอ!"

"พอกันทั้งคู่นั่นเเหละ" คิมนัมจุนเลือกที่จะใช้เสียงที่ดังขึ้นเเละจริงจังมากขึ้นเพื่อหยุดทั้งสอง เเละมันได้ผล

"ผมจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก จำคำที่นายใหญ่พูดเอาไว้ ถ้าวันไหนมีหลักฐานมายืนยันได้ว่าเจคไม่ผิด"

"วันนั้น นายใหญ่ต้องขอโทษมันต่อหน้าพวกเราทุกคน!"

"ไอ้!!" 

พรึ่บ!!

คิมเเทฮยองเบี่ยงตัวออกจากคิมนัมจุนเเล้วเดินออกจากห้องทำงานของผู้นำตระกูลมินไปในที่สุด


"ดู ดูมัน ดูมันทำ เออ...ไปเลย"

"อะไร?" คำพูดของมินยุนกิถูกเจ้าตัวกลืนลงคอไปเมื่อเห็นใบหน้าเหนื่อยอกเหนื่อยใจของคิมนัมจุนที่มองมา

"มึงจะด่ากูอีกคนใช่มั้ย"

"มึงดูน้องชายมึงก่อน เอะอะอะไรก็เข้าข้างเเต่ไอ้เจค นี่ถ้าเป็นผู้หญิงคงหนีไปเป็นเมียมันเเล้ว"

"มึงก็เพ้อเจ้อ ช่วยมีสติอย่างที่น้องกูบอกสักทีเถอะ"

"เอ้า ไอ้นี่"

"มึงรู้อยู่เเล้วว่าถ้ามึงเล่นงานเจคด้วยวิธี ยังไงเเทฮยองก็ต้องไม่พอใจ เเต่มึงก็ยังเลือกที่จะทำ"

"มึงจะสปอยน้องมึงเกินไปเเล้วนะ"

"คำว่าสปอย คงต้องใช้กับมึงมากกว่า"

ต่อหน้าเเทฮยองน้องชายเเท้ๆของตัวเอง คิมนัมจุนเลือกที่จะเข้าข้างมินยุนกิเสมอ เพราะเขาไม่อยากให้น้องกระด้างกระเดื่องต่อผู้ที่เป็นผู้นำสูงสุดของตระกูล เเต่หากมองในมุมของพี่น้อง ยังไงหลายๆเรื่องที่ผ่านมามินยุนกิเองก็เป็นฝ่ายที่ทำผิดพลาดลงไปก็ไม่น้อยเลย

"กูไม่ได้ขอให้มึงเชื่อเจค เเต่กูอยากให้มึงใช้สติบ้าง มึงลองคิดง่ายๆเลยนะ เมื่อคืนที่มึงขโมยของรักมันมา เเถมยังหลอกมันมาที่นี่ มันมาทั้งที่มันน่าจะพาพวกมาถล่มบ้านเราเละไปเเล้ว เเต่มันก็ไม่ทำ มึงลองคิดดีๆว่าเพราะอะไร" มินยุนกินิ่งไปเพื่อใช้ความคิด ก่อนจะเอ่ยถามคนตรงหน้าออกไป

"เพราะอะไร?"

"กูก็ไม่รู้"

"อ้าว ไอ้นี่"

"กูเเค่บอกให้มึงสงสัย เพื่อให้มึงลองใช้ความรู้สึกดูบ้าง มึงใช้เเต่สมองมาตัดสินเจคมันทั้งหมดไม่ได้ มึงสงสัยทุกอย่างที่เจคทำ เเต่มึงไม่เคยนึกสงสัยสิ่งที่เกิดขึ้นกับมิยอนบ้างเลย ล่าสุดที่เเม่มิยอนตายอย่างปริศนา มันพอจะทำให้มึงสงสัยอะไรขึ้นมาบ้างมั้ย หรือทุกอย่างมึงเอาเเต่โทษเจคมัน"

"กูบอกมึงได้เเค่นี้เเหละ ที่เหลือมึงก็ลองคิดเอาเอง"

อีกคนเเล้วที่หันหลังเเล้วเดินออกจากห้องไปเเล้วทิ้งเขาเอาไว้ ตั้งเเต่เมื่อคืนเเล้วนะที่มินยุนกิโดนผู้หญิงคนนั้นด่าเหมือนกับว่าเขาเป็นคนโง่งมงายที่ไม่ยอมฟังคนอื่น เเต่จะให้เขาทำยังไงล่ะ ไม่มีใครเห็นสภาพของมิยอนที่พังยับเยินทั้งกายเเละใจอยู่บนเตียง โดยมีอดีตน้องคนสนิทอย่างจอนจองกุกนอนหลับไม่ได้สติอยู่ข้างๆ เเถมยังตื่นขึ้นมาเเล้วยืนยันอย่างหน้าไม่อายไร้ความเป็นลูกผู้ชายว่า ไม่ได้เเตะต้องมิยอน เเละไม่มีคำขอโทษใดๆ ออกจากปากของจอนจองกุกสักครั้ง

เเม้ผลตรวจร่างกายจะชี้ชัดเเล้วว่าคู่หมั้นของเขาถูกบังคับขืนใจจริงๆ เเต่ก็ไม่พบคราบอสุจิหรือร่องรอยอื่นๆของจอนจองกุกบนร่างกายของฝ่ายหญิงเเม้เเต่น้อย เเต่มินยุนกิเลือกที่จะเชื่อคู่หมั้นสาวที่เป็นผู้เสียหายมากกว่าคนที่โตมาด้วยกันอย่างจอนจองกุก เขาเชื่อสนิทใจว่าคงใช้อำนาจบารมีของตระกูลจอนในการทำลายหลักฐานเเละบิดเบือนความจริงที่เกิดขึ้นในคดีนี้

เเต่เรื่องเลวร้ายในชีวิตของผู้หญิงที่เขารักก็ยังไม่จบ เพราะมิยอนทนรับความเจ็บปวดทั้งร่างกายเเละจิตใจจากคนที่เธอไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้อีกเเล้ว เธอจึงเลือกจบชีวิตตัวเองโดยการกระโดดลงไปในทะเลที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง เเละหายไปจากโลกใบนี้ตลอดกาลอย่างที่เธอตั้งใจ เพราะเธอเขียนมันเอาไว้ในจดหมายลาของเธอ

จดหมายที่อัดเเน่นไปด้วยความเจ็บปวดทุกข์ระทมของลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกย่ำยีไม่พอ ยังถูกสังคมตราหน้าว่าสร้างเรื่องขึ้นมาเพราะหวังสูงอยากจับปลาตัวใหญ่อย่างตระกูลจอน ทุกสิ่งทุกอย่างถาถมเข้ามาจนเธอ จนยากเกินกว่าเธอจะรับไหว มิยอนบอกในจดหมายว่า เธออยากหายไปจากโลกใบนี้ หายไปโดยไม่มีใครหาเธอเจอได้อีก เเละสิ่งที่สร้างรอยเเผลลึกฉกรรจ์ไว้ในหัวใจของมินยุนกิก็คือ เขาได้รู้ว่ามิยอนรักเขาเสมอมา เเต่เธอสกปรกเกินกว่าที่จะอยู่เคียงข้างเขา 

นั่นเเหละคือสิ่งที่มินยุนกิได้รับ ผลพวงจากความเลวของ จอนจองกุก คนที่ทั้งเขาเเละมิยอนไว้ใจ เเล้วจะให้เขาให้อภัยคนๆนั้นได้อย่างไร ต่อให้เขาเคยรักเเละเชื่อใจมากเเค่ไหน เขาก็ไม่อาจทำใจให้อภัยในความผิดครั้งนี้ของจอนจองกุกได้ เเละเรื่องนี้จะไม่มีวันจบ หากจอนจองกุกไม่ได้เจ็บปวดดังที่เขาเเละคนรักเคยได้รับ เขาจะไม่มีวันเลิกรา เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้คนเลวระยำพ่ายเเพ้เเละยอมคุกเข่าขอโทษหน้าหลุมศพที่ไร้ซึ่งร่างกายของมิยอนให้จงได้

 


คืนเดียวกัน


ค่ำคืนอันเงียบสงัดอันเป็นเวลาที่ทุกคนควรจะหลับใหล เเต่ก็ยังมีร่างสูงสมบูรณ์เเบบของใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ริมน้ำ สายตามองทอดไปข้างหน้าอย่างใจเย็น ไม่ได้เร่งเร้าใดๆกับการรอคอยที่เขากำลังเผชิญอยู่ เพราะรู้ว่าคนที่นัดเขามาที่นี่ก็คงมาถึงในอีกไม่ช้า 

เสียงปลายเท้าย่ำลงบนพื้นซีเมนต์อย่างเเผ่วเบาเพื่อที่จะทดสอบประสาทสัมผัสของคนที่รออยู่ก่อนเเล้ว เเต่หากใครได้รู้จักเขาล่ะก็ จะรู้ดีว่า 'คิมซอกจิน' นั้นมีประสาทสัมผัสรอบด้านที่ว่องไวกว่าคนทั่วไป

"เล่นอะไรวะ?" เสียงนิ่งๆปนขบขันเอ่ยถามออกไปในที่สุด ทำเอาคนที่พยายามเดินให้เบาเเทบตายถึงกับถอนหายใจเพราะความเซ็ง

"ทีหลังกูคงตอนถอดรองเท้าเดิน"

"ทีหลังมึงควรเลิกทดสอบกูสักที" 

"หึหึหึ" คนที่มาใหม่หัวเราะในลำคอ เมื่อเดินมายืนอยู่ข้างๆคิมซอกจินที่มารออยู่ก่อนเเล้ว

"นัดกูมามีอะไร" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรถามออกไป เพราะนิสัยของเขาไม่ชอบอะไรที่อ้อมค้อมสักเท่าไหร่นัก

ส่วนอีกคนไม่ได้ตอบอะไร เเต่มือหนาได้ยื่นบางสิ่งบางอย่างไปให้คิมซอกจิน เเละสิ่งนั้นคือซองสีน้ำตาลเข้มที่ถูกปิดผนึกเอาไว้อย่างมิดชิด

คิมซอกซอกรับมา ก่อนจะเเกะซองออกโดยไม่รีบร้อนอะไร เเละเขาก็พบกับบรรดารูปถ่ายหลายใบที่อยู่ภายในนั้น รูปถ่ายอิริยาบถต่างๆของใครคนหนึ่งที่เขารู้จักดี เขาเเปลกใจไม่น้อยที่คนที่เพิ่งมากำลังสะกดรอยตามคนในรูปอยู่ 

เเต่สิ่งที่ต้องทำให้เขาเเปลกใจมากกว่าเดิมก็คือ ใครอีกคนหนึ่งที่อยู่ในรูปด้วยเช่นกัน คิมซอกจินขมวดคิ้วราวกับไม่เข้าใจ เเต่อันที่จริงเขาเข้าใจทั้งหมดดี เเต่เพราะความกลัวเเละกังวลที่เกิดขึ้นในใจ มันทำให้เขาไม่อยากตัดสินคนๆหนึ่งจากรูปถ่ายเพียงไม่กี่ใบ

"สองคนนี้รู้จักกันได้ยังไง?"

"กูกำลังสืบอยู่"

"เฮ้อ..."

"กูถอนหายใจได้ยาวกว่ามึงอีก"

"สงสารเจคมันว่ะ คนหนึ่งก็ญาติฝ่ายเเม่ ส่วนอีกคนก็...ทำไมวะ กูไม่เข้าใจว่ะ"

"ญาติฝ่ายเเม่ ที่ไม่เคยนับตระกูลจอนเป็นญาติอ่ะนะ พังได้ก็พังเถอะ เก็บไว้ก็มีเเต่จะเเว้งกัดทีหลัง"

"มึงคิดมากไปรึเปล่าวะ พวกตระกูลลีเเทบจะไม่เข้ามายุ่งอะไรกับตระกูลไอ้เจคมันนานมากเเล้ว ตั้งเเต่ที่เเม่ของเจคเสีย" 

คนฟังยิ้มออกมาน้อยๆ เเต่มันไม่ใช่รอยยิ้มอบอุ่นเหมือนที่ใครๆคิด เเต่มันคือรอยยิ้มอันตราย ที่เขาเก็บซ่อนมันเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น

"มึงคิดว่าการตายของเเม่เจค มันจะหยุดความเกลียดชังที่พวกตระกูลลี มีต่อตระกูลจอนได้เหรอวะ นั่นลูกสาวคนโตของครอบครัวเชียวนะ ตั้งเเต่เเม่มันมาเเต่งงานกับพ่อ ตาของไอ้เจคก็เเทบจะมาเเหกอกพ่อมันอยู่เเล้ว"

"เเต่นี่ ลูกสาวต้องมาตายเพราะปกป้องสามีเลยนะ มึงคิดว่า พวกนั้นจะเข้าใจสัจจะธรรม เกิด เเก่ เจ็บ ตาย เเล้วเลิกราไปในที่สุดได้จริงๆเหรอวะ"

คิมซอกจินฟังคำของเพื่อนเเล้วคิดตามไปด้วย เหตุการณ์ในตอนนั้น พวกเขาเองก็ยังเด็กนัก ไม่ได้เข้าใจหรือรู้ข้อมูลทั้งหมด รู้เเค่ความรักของ 'จอนจอนโม' กับ 'ลีเเฮซู' มันคือความรักต้องห้าม ที่เกิดจากสองตระกูลซึ่งเป็นคู่เเข่งกันมาหลายสิบปีจนสะสมกลายเป็นความเกลียดชัง เเต่ความรักของโรมิโอเเละจูเลียตเกิดขึ้นได้ฉันท์ใด ความรักของจอนจินโมกับลีเเฮซูก็คงไม่ต่างกัน ทั้งสวยงาม เเละเจ็บปวดไม่เเพ้กันเลย เเต่เรื่องราวทั้งหมดมันก็ผ่านมานานมากเเล้ว นานจนมาถึงรุ่นลูกอย่างพวกเขา ความบาดหมางของสองตระกูลน่าจะสงบลงได้เเล้ว

"มึงเห็นคลื่นน้ำข้างหน้ามึงมั้ยซอกจิน"

"ไม่เห็น" คนถูกถามตอบไปตามความจริงที่ปรากฏตรงหน้า ที่ผืนทะเลนิ่งสนิทมีเพียงเสียงที่พัดมาเเผ่วเบา

"ทะเลมันจะไม่มีคลื่นได้ยังไง" คำถามนั้นทำให้คนฟังได้ใช้ความคิดมากยิ่งขึ้น จริงอยู่ทะเลมันต้องมีคลื่นลมเป็นธรรมชาติ เเต่ถ้าหากยามใดก็ตามที่คลื่นลมสงบล่ะก็....

"พายุกำลังมา..."

"นั่นเเหลtสิ่งที่กูคิด"

"มึงเเน่ใจนะว่าญาติมึงไม่ได้เป็นคนปั่นให้พายุนี้เกิดขึ้น" คำถามนั้นของคิมซอกจินทำให้คู่สนทนาถอนหายใจ ตามด้วยใบหน้าหล่อเป็นเอกลักษณ์ที่ส่ายไปมา 

"กูยังไม่เเน่ใจ...."

"พวกนั้นจงใจมาพึ่งบารมีตระกูลมิน มันก็ชัดเจนเเล้วไม่ใช่เหรอว่ายุนกิ กับพวกนั้นมีผลประโยชน์ร่วมกัน พวกตระกูลลี ได้รับการสนับสนุนความมั่นคงของคะเเนนนิยมจากยุนกิ เเล้วไม่คิดบ้างเหรอว่า ยุนกิ มันได้อะไรจากการสนับสนุน ตระกูลลีให้เป็นรัฐมนตรี"

"นั่นเเหละที่ทำให้กูยังไม่เเน่ใจ ยุนกิรู้ว่าพวกเราตัดกันไม่ขาด เรื่องเกี่ยวกับเจค มันไม่เคยมาปรึกษากูเลย ยิ่งเเทยองยิ่งเเล้วใหญ่ มันคิดเเละวางเเผนคนเดียวทั้งหมด"

"เหอะ กูเชื่อมันเลยว่ะ เพราะถ้าเเผนการของมันมีสมองของคิมนัมจุนเป็นที่ปรึกษา ก็คงไม่ออกมาเละเเบบนี้หรอก"

คิมนัมจุนถึงกับต้องถอนให้ใจยาวๆ  ในฐานะคนใกล้ชิด คิมนัมจุนสังเกตเเละรับรู้มาตลอดว่า การจากไปของโชมิยอน มันทำให้มินยุนกิเปลี่ยนเเปลงไปยังไงบ้าง

"เเต่มึงรู้ใช่มั้ย ว่าถ้ายุนกิ ร่วมมือกับพวกนั้นเพื่อทำลายเจคจริงๆ เป้าหมายมัน ก็คือความย่อยยับของบลูอีเกิ้ล เเละชีวิตของเจคเเน่นนอน"

"ยุนกิ มันอยากให้เจคตายจริงๆเหรอวะ" นี่เป็นคำถามที่พวกเขายังคงสงสัยเสมอมา เป้าหมายของยุนกิ.นการเอาคืนครั้งนี้ คือการหมายเอาชีวิตของจองกุกอย่างนั้นเหรอ?

"คำถามนั้นกูก็คงยังตอบมึงตอนนี้ไม่ได้"

"เอาเป็นว่ากูจะจับตาดูทางฝั่งนี้เอง" คิมซอกจินบอกออกไป เพราะถึงยังไงคนที่ปรากฏอยู่ในรูปถ่ายในมือเขา ก็เป็นใกล้ตัวเขาอยู่เช่นกัน

"กูก็จะคอยตามเรื่องทางฝั่งกูให้ ชัวร์เมื่อไหร่ค่อยมาเจอกัน" คิมนัมจุนบอกสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำ กับคิมซอกจิน เพื่อนสนิทที่ทำงานให้ฝั่งตรงข้ามกับเขา

"เกิดเป็นไอ้เจคเเม่งต้องสตรองเบอร์ไหนวะ เเม้กระทั่งคนที่มันไว้ใจ ก็ยังเชื่อใจไม่ได้"

"ซอกจินอ่า... เราตัดสินใครจากรูปถ่ายเเค่ไม่กี่ใบไม่ได้หรอกนะ เผื่อมึงลืม" คิมนัมจุนทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะบอกลาคิมซอกจินเเล้วเดินขึ้นรถคันหรูสีดำสนิทไป

“กูก็ขอให้ไอ้รูปถ่ายพวกนี้มันเชื่อไม่ได้เหมือนกับมึงแหละ นัมจุน”

 



โรงพยาบาลฮันรยู

ห้องตรวจระดับVIPของโรงพยาบาลฮันรยู เป็นห้องเอาไว้ดูแลคนไข้ที่ต้องการ การดูแลเป็นพิเศษ และความพิเศษของวันนี้ก็คือ การที่ผู้นำสูงสุดของบลูอีเกิ้ลมาทำการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลแห่งนี้แทนโรงพยาบาลประจำที่เคยดูแลเขาและคนของบลูอีเกิ้ลมาตลอด และอีกความพิเศษหนึ่งก็คือ เขาขอให้แพทย์ฝึกหัดที่ชื่อ คิมแทฮยอง มาเป็นผู้รายงานผลตรวจในครั้งนี้กับเขา

“นี่ถึงกับใช้บารมีของบลูอีเกิ้ลกับกูแล้วเหรอ?

“หึ กูแค่ไม่ไว้ใจคนอื่น” มาเฟียหนุ่มตอบหน้านิ่งๆเหมือนเดิม ตรงข้ามกับคิมแทฮยองที่ใบหน้าของเขามักจะมีรอยยิ้มบางๆประดับไว้เสมอ

“ผลตรงโดยรวมทั้งสุขภาพมึงยังโอเค ติดตรงนี้ที่มันบอกว่าร่างกายของมึงขาดการพักผ่อน แต่ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เดี๋ยวอาจารย์กูก็คงจะสั่งพวกวิตามินบำรุงให้มึงไปกิน” จอนจองกุกไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงพยักหน้ารับเบาๆ

“ถามจริง มึงโหมงานจนไม่ได้นอนมากี่วันแล้ว”

“.......”

“ถามไม่ตอบแล้วจะมาหาหมอทำซากอะไรวะ”

“หมอหยาบคายแบบมึง กูรายงานได้ที่ไหนบ้าง?” จอนจองกุกถามกวนๆ

“เอาดีๆ” เสียงถอนหายใจติดรำคาญดังขึ้น จอนจองกุกไม่ชอบถูกใครมาซักไซ้ไล่เรียงแบบนี้อยู่แล้ว

“อาทิตย์นึง”

“อาทิตย์นึงนี่แปลว่าไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านมาอาทิตย์นึงแล้วด้วย กูพูดถูกมั้ย” ท่าทางที่หลบสายตาของคนตรงหน้าทำให้แทฮยองรู้ว่าที่เขาพูดมันคือความจริงว่า ตั้งแต่วันนั้นที่จอนจองกุกตามไปทวงภรรยาคืนจากญาติผู้พี่ของเขาที่บ้านซาจา เขาก็ไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านอีกเลย และนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้จองกุกพักผ่อนน้อยก็เป็นได้

“มึงเลิกรู้สึกผิดได้แล้วเจค...” พอได้ยินประโยคนั้นจอนจองกุกก็ตวัดสายตามองไปยังคนพูดอีกครั้ง

“เพราะถ้ากลับกัน วันนั้นมึงก็จะเลือกทำแบบเดียวกับที่กูทำ แล้วกูก็ยังอยู่กวนตีนมึงอยู่ตรงนี้ไง เลิกนอยด์ได้เหอะ”

“นายใหญ่กู จะใช้เรื่องนี้มาทำร้ายมึงได้อีก ถ้ามึงยังคงไม่ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปซะ” คิมแทฮยองอยากให้เพื่อนของเขาเลิกจมอยู่กับอดีตเสียที คนๆหนึ่งไม่ควรจะต้องมีความทรงจำร้ายฝังอยู่ในหัวใจมากมายเท่านี้ หากจองกุกลืมเรื่องนี้ไปได้มันน่าจะพอทำให้สิ่งที่เขาแบกรับเอาไว้มันเบาลงได้บ้าง

“อ้อ..แล้วก็กลับไปหาเมียได้แล้ว น้องแม่งเศร้ามาก”

“มึงรู้ได้ไง?” จอนจองกุกเอียงคอตีคิ้วขมวดถามออกไป

“อย่าบอกว่าไม่มีไอจีเมียตัวเอง”

“........” 

มาเฟียก็คือมนุษย์คนหนึ่ง จอนจองกุกเองก็มีโซเชียลที่เขามีแอคเคาท์อยู่แต่ไม่ค่อยได้มีเวลาเข้าไปเล่นเหมือนกับคนอื่นๆนัก และเขาก็ไม่ค่อยสนใจมันเท่าไหร่ด้วย จึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าภรรยาของตัวมีแอคเคาท์ในแอปพลิเคชั่นนี้ด้วย ส่วนแทฮยองก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาก่อนจะกดเข้าไปยังอินสตราแกรมของนัมยูรินขึ้นมา แล้วยื่นให้จอนจองกุกดู

เขาเผลอใจเต้นไปกับรูปก่อนๆที่ภรรยาอัพลงไป จนเห็นรูปล่าสุดที่เธออัพลงประมานสามครั้ง โดยที่แต่ละภาพมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าในเวลาที่ผ่านมาภรรยาของเขากำลังเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น และกำลังรอให้เขากลับบ้านอยู่ทุกวัน



U_Rin : Can I say Sorry



U_Rin : I can't sleep,and I still cry ....


U_Rin : I always waiting for you


 ไม่นานโทรศัพท์เครื่องหรูก็ถูกส่งกลับไปยังเจ้าของ  แทฮยองรับมันกลับคืนมาหลังจากสังเกตปฏิกิริยาของเพื่อนตอนที่เห็นภาพของภรรยาตัวเอง เห็นได้ชัดเลยว่ารุ่นน้องของเขามีผลต่อความรู้สึกของจอนจองกุกมากจริงๆ ทำเอาแทฮยองอดยิ้มไม่ได้ ที่ในที่สุดเพื่อนรักของเขาก็เจอผู้หญิงที่รักสักที

“ไม่ใช่แค่นี้นะ กูเห็นว่าพวกผู้หญิงที่เคยถูกส่งให้มาบริการมึง โพสต์ไอจีในเชิงสมน้ำหน้าน้องอยู่ ถึงขั้นเมาท์กันในเม้นต์ว่าน้องถูกมึงเขี่ยแล้ว” คิ้วโก่งเข้มขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อรับรู้ข้อมูลนี้จากคิมแทฮยอง

“เห็นแบบนี้แล้วจะกลับไปหาน้องได้รึยัง”

“ขอทำใจก่อน”

“ทำใจเรื่อง?

“จำเป็นต้องรู้เรื่องกูทุกเรื่อง?

“กูไม่ได้อยากรู้เรื่องมึง กูแค่สงสารรุ่นน้องกู”

“เหรอ...เก็บคำนี้ไว้สงสารเมียมึงในอนาคตเหอะ”

พูดจบมาเฟียหนุ่มก็ลุกพรวดจากเก้าอีกแล้วเดินออกจากห้องตรวจไป การเดินจากไปโดยไม่มีคำล่ำลาใดๆ มันเป็นเรื่องที่ทั้งคู่คุ้นชินอยู่แล้ว แต่เมื่อคิมแทฮยองยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดู คิ้วของเขาถึงกับเลิกขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเขาพบว่าในตอนนี้ เขาไม่ได้เป็นผู้ติดตามอินสตาแกรมของนัมยูรินอีกแล้ว ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่เขาเข้าดูโปรไฟล์ของเธอได้อย่างปกติอยู่เลยเพราะต่างฟอลโล่กันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขาทำไม่ได้แล้วเพราะเธอตั้งค่าให้เฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่จะเข้าถึงข้อมูลของเธอได้

“หึหึหึ ไอ้เจคเอ้ย นี่มึงเป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอวะ” ว่าที่แพทย์อนาคตไกลได้แต่ส่ายหน้าไปมาให้กับการกระทำที่เขาคาดไม่ถึงของเพื่อนตัวเอง




สองวันต่อมา

ร่างสูงก้าวเข้ามาภายในห้องทำงานหรูหลังจากที่ประตูถูกเปิดออกมันทำให้นัมยูรินไม่รู้สึกเสียดายกับเวลาสองชั่วโมงที่เสียไปกับการนั่งรอสามีตั้งเเต่เช้า ในที่สุดจอนจองกุกก็กลับมาทำงานต่อที่บริษัทในช่วงสายของวันนี้อย่างที่คิมซอกจินเเอบบอกเธอจริงๆด้วย มันคุ้มมากกับการรอแค่นี้ เพราะเธอรอให้สามีกลับบ้านมาหลายวันแล้ว

มันไม่ง่ายเลยที่จะเจอเขาเมื่อเขาไม่อยากให้เธอหาเขาเจอ ไม่ว่าจะพยายามไปเจอเขาที่ไหนก็ตาม ก็มักจะพลาดมาตลอด

"พี่เจค^^" เจ้าของใบหน้ารูปไข่ระบายยิ้มหวานไปให้กับสามีที่เเทบไม่ได้เจอหน้ากันตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

"เฮ้อ..." เเต่สิ่งที่เธอได้กลับมาเเทนความคิดถึงก็คือ เสียงทอดถอนหายใจยาวๆของสามี ที่นอกจากจะไม่เเสดงอาการดีใจเมื่อเจอหน้ากันยังทำให้เธอเเทบร้องไห้เมื่อสายตาของเขามันบอกกับเธอว่าเขาไม่พอใจนักที่เจอเธอที่นี่

จอนจองกุกเหลือบมองภรรยาเเค่เสี้ยววินาทีก่อนจะเดินผ่านเธอไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเองราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ยังไงยังงั้น

เเต่ยูรินก็ไม่ละความพยายามง่ายๆ เธอตั้งใจเอาไว้เเล้วว่าจะไม่ปล่อยให้ระหว่างเขาเเละเธอกลายเป็นเเบบนี้เเน่ๆ เธอต้องการสามีคนเดิมของเธอคืนมาให้ได้

"ทานอะไรมารึยังคะ?" 

"....."

"ยูรินทำของโปรดของพี่เจคมาให้ด้วยนะคะ " พูดไปมือก็จัดเเจงกล่องอาหารวางลงบนโต๊ะที่สามีของเธอมักจะทานข้าวกลางวันตรงนี้เป็นประจำ เวลาที่เขาไม่อยากออกไปไหน

“ฉันไม่กิน มีงานต้องทำ”

“เอกสารบนโต๊ะมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ใจจริงอยากจะถามว่า มันสำคัญกว่าเธอรึเปล่า แต่ก็ไม่กล้าถามออกไป

“สำคัญมาก” และคำตอบของจองกุกมันยิ่งตอกย้ำความน้อยใจที่มีอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ให้เพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่คนที่รู้ตัวว่าผิดก็ยังคงเข้าใจว่าทำไมจอนจองกุกถึงได้เฉยเมยกับเธอเช่นนี้

"ช่วงนี้พี่คงเหนื่อยกับงานมาเยอะ ต้องทานของมีประโยชน์ด้วยนะคะ ดื่มเเต่กาเเฟไม่ได้นะรู้มั้ย"

ถึงรู้ว่าต่อให้พูดอะไรออกไป เธอจะไม่ได้รับสัญญาณใดๆตอบรับจากคนที่เอาเเต่ก้มอ่านเอกสารบนโต๊ะก็ตาม เเต่อย่างน้อยเธอก็อยากให้เขาเห็นว่าเธอต้องการปรับความเข้าใจกับเขามากเเค่ไหน เธอจึงเลือกที่จะพูดต่อไป

"คืนนี้รีบกลับบ้านเรานะคะ ยูรินจะเตรียมน้ำอุ่นให้อาบ เเล้วก็เตรียมข้าวเย็นไว้ให้พี่เจคด้วย"

"พี่เจคนอนน้อยเหรอคะ" เธอถามเพราะสังเกตได้ถึงรอยคล้ำที่ใต้ตาของชายหนุ่ม

"เเบบนี้ไม่ได้นะคะ เสียสุขภาพเเย่เลย ข้าวก็ไม่ทาน พักผ่อนน้อยอีก พี่เจคจะเหนื่อยเกินไป"

"เธออยากให้ฉันหายเหนื่อย?" 

ตาคู่สวยช้อนมองใบหน้าของสามีทันที พร้อมกับฉีกยิ้มด้วยความดีใจ เพราะในที่สุดเขาก็ตอบรับในสิ่งที่เธอพูดเเล้ว 

"ใช่ค่ะ"

"กลับไป"

"????"

"ถ้าไม่อยากให้ฉันเหนื่อย ก็กลับไปซะ"

"เพราะยิ่งเธออยู่ ก็ทำให้ฉันยิ่งเหนื่อย"

"พี่เจค"


50%


To be continue.... 

 *********************************************************

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

328 ความคิดเห็น

  1. #310 ซาวา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 00:21
    น้องเขาอุส่ามาง้อ ไล่น้องเฉยเลย 😢
    #310
    0
  2. #305 Jutatip_20 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 16:12
    น้องมาหายังไล่น้องอีก😭😭
    #305
    0
  3. #302 BTS-ARMY- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 14:57
    มุแงงพี่เจคค🥺🥺🥺
    #302
    0