My mafia husband name is JK {BTSxYOU}

ตอนที่ 16 : EP: 11 ผู้ชายเจ้าเล่ห์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    13 ต.ค. 63





เช้าวันต่อมาหลังจากที่จอนจองจองกุกในฐานนะตัวแทนของบลูอีเกิ้ล และชินนาราตัวแทนของเอ็มแอลกรุ๊ป ดูงานในเหมืองเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเย็น จนพอถึงเวลาที่ทั้งสองกลุ่มต้องเดินทางออกจากเหมืองนั้น จู่ๆก็มีบรรดานักข่าวกรูกันมาเข้ามารุมล้อม จอนจองกุก และชินนารา เอาไว้ พร้อมกับเสียงรัวชัตเตอร์ที่ดังอย่างไม่ขาดสาย

ที่มีข่าวว่า บลูอีเกิ้ลกับเอ็มแอลกรุ๊ปจะมีโปรเจกร่วมกันคือเรื่องจริงแล้วใช่มั้ยคะ

หึหึ จริงๆแล้วฉันกับคุณเจค เราต้องการให้เป็นความลับเอาไว้ก่อนนะคะ แต่ทุกคนรู้แล้ว ก็ตามที่เห็นค่ะชินนาราตอบคำถามนักข่าวออกไป ด้วยท่าทางเหนียมอาย ราวกับว่ากำลังตอบคำถามเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจสักนิด

ทำไมถึงแอบมาดูงานบนเกาะที่บรรยากาศดีๆแบบนี้กันสองคนคะ

ว๊าย อย่าถามแบบนี้สิคะ เราสองคนมาทำงาน ‘ร่วมกัน’ จริงๆค่ะ บรรยากาศดีๆ ก็ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนราบรื่นด้วยนะคะ” หญิงสาวเน้นคำบางคำมากเกินไป จนจองกุกตวัดสายตามามองอย่างไม่พอใจ จากที่แค่รู้สึกรำคาญ แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแล้ว

แบบนี้นอกจากเรื่องโปรเจกใหญ่ของทั้งสองบริษัทแล้ว ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกันด้วยใช่มั้ยคะนักข่าวคนเดิมถามคำถามที่ฟังดูก็รู้ว่าต้องการให้ข่าวออกมาเป็นแบบไหน ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจอนจองกุกมากขึ้นไปอีก

ความสัมพันธ์ที่ดีของคนที่ร่วมงานกัน ก็ส่งผลที่ดีต่องานไม่ใช่เหรอคะ” 

ชินนาราลอยหน้าลอยตาตอบคำถาม แล้วหันไปขอความเห็นของคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆเธอ เธอคิกว่าต่อหน้าสื่อมากมายขนาดนี้ จอนจองกุกคงต้องเห็นภาพลักษณ์ของงานและองค์กรมาก่อนสิ่งอื่นใดจนต้องยอมตามน้ำไปกับเอแน่ๆ เพราะหากเขาแสดงความไม่พอใจออกมา หรือตอบอะไรที่ไปคนละทิศคนละทางกับเธอ รับรองงานที่ทั้งสองบริษัทเริ่มมาด้วยกันมันอาจจะไม่ราบรื่นนักในสายตาของคนทั่วไป และคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจต่อการประมูลเหมืองครั้งนี้

แล้วคุณจอน คิดว่ายังไงบ้างคะ

ครับ ตามนั้นแหละครับเขาตอบได้แต่นั้นจริงๆ และไม่อาจทนยืนอยู่ตรงนั้นได้อีกต่อไปไม่อย่างนั้น งานใหญ่ครั้งนี้ได้พังลงเป็นแน่ คงจะมีข่าวหน้าหนึ่งลงกันให้หราว่า จอนจองกุกผู้นำคนใหม่ของบลูอีเกิ้ลจ่อยิงหัวพาทเนอร์สาวสวยตายต่อหน้านักข่าว แต่เขาก็ถูกบรรดานักข่าวรายล้อมเอาไว้และกดดันให้ถ่ายรูปคู่กับชินนาราต่อ

ผมขอตัวก่อนที่เขาจะระเบิดอารมณ์ออกไปจนเสียเรื่อง เขาทำได้แค่พาตัวเองออกมาจากสิ่งเร้าตรงนั้น และได้แต่ภาวนาว่าขออย่าให้ใครอีกคนได้เห็นข่าวนี้เลย

 

แต่คำภาวนาขอมาเฟียหนุ่มคงจะเกิดผลช้าไปสักหน่อย เมื่อคนที่เขาไม่อยากให้เห็นข่าวนี้กำลังนั่งดูข่าวนี้พร้อมกับสองเพื่อนซี้ของเธออยู่

ทำไมถึงแอบมาดูงานบนเกาะที่บรรยากาศดีแบบนี้กันสองคนคะ

ว๊าย อย่าถามแบบนี้สิคะ เราองคนมาทำงาน ‘ร่วมกัน’ จริงๆค่ะ บรรยากาศดีๆ ก็ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนราบรื่นด้วยนะคะ

แบบนี้นอกจากเรื่องโปรเจกใหญ่ของทั้งสองบริษัทแล้ว ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่พิเศษต่อกันด้วยใช่มั้ยคะ” 

ความสัมพันธ์ที่ดีของคนที่ร่วมงานกัน ก็ส่งผลที่ดีต่องานไม่ใช่เหรอคะ

แล้วคุณจอน คิดว่ายังไงบ้างคะ

ครับ ตามนั้นแหละครับ"

"ผมขอตัว

 

ทั้งมุนบยอลและนายอนต่างพากันหันไปมองหน้ายูรินที่นิ่งไปเลย เมื่อได้ฟังสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ทั้งสองสาวรู้ใจเพื่อนว่ายูรินต้องรอให้จอนจองกุกปฏิเสธสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดไป แต่เมื่อเห็นว่าจอนจองกุกนอกจากจะไม่ปฏิเสธแล้ว ยังยืนเคียงคู่กับผู้หญิงคนนั้นให้นักข่าวถ่ายรูปคู่ต่ออีก คนเป็นภรรยาาต้องรู้สึกไม่โอเคกับมันแน่ๆ ทั้งสองสาวรู้สึกได้

ฉันว่า ที่คุณเจคตอบไป ก็น่าจะเป็นงานนี้เป็นงานสำคัญแหละเนาะนายอนเอ่ยขึ้นก่อน

นั่นสิๆ ถึงยัยชินอะไรนั่นจะสวยสะพรั่งขนาดไหน แต่ระหว่างทั้งสองคนมันก็คืองาน เธอรู้นิสัยของสามีเธอดีนี่นา คุณเจคไม่น่ามีอะไรเกินเลยกับยัยนั่นหรอกสองเพื่อนซี้หวังว่าจะได้ยินอะไรตอบกลับมาจากยูรินบ้าง แต่ว่าเธอกลับเงียบสนิท ทำเอาเพื่อนทั้งสองคนเริ่มใจคอไม่ดี

ยูรินเธอ อย่าเงียบแบบนี้สิ

มันจะไม่มีอะไรจริงๆใช่มั้ย

สองคนนั้น

โอ้ย...คนอย่างคนเจค เจอแส่บกว่ายัยชินอะไรนี่มาตั้งเยอะแยะ ยังรอดมาได้เลย ก็รู้อยู่ว่าคนเจคโหดแค่ไหน ยัยนั่นกับคุณเจคเป็นไปไม่ได้หรอก ที่คุณเจคทนขนาดนั้น ก็เพราะไม่อยากให้เสียงานนั่นแหละ เธอสบายใจได้ คอยดูนะ เดี๋ยวพอคุณเจคมาถึง ก็ต้องรีบมาอธิบายให้เธอเข้าใจแน่นอน

ฉันโอเค ไม่รู้ทำไมเมื่อกี้ตอนเห็นข่าว ถึงได้รู้สึกแปลกๆ

แปลกๆยังไงมุนบยอลถามด้วยความเป็นห่วง

ก็...โมโหอ่ะ น้อยใจ ไม่อยากให้เข้าใกล้ผู้หญิงคนนั้น อยากเข้าไปจิกหัวยัยนั่นออกมาห่างๆคุณเจค

O[]o” นายอน

ม่ายยยย...” มุนบยอล

ยัยยูรินเพื่อนรักของฉันไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา
อย่าเพิ่งตกใจกันสิ แค่เมื่อกี้มันรู้สึก แป๊บเดียวจริงๆ พอพยายามทำความเข้าใจแล้วก็ ไม่รู้สึกอะไรแล้ว

แน่นะ...” คนที่นั่งข้างๆนายอนพยักหน้าตอบเพื่อน

งั้นก็ดี พวกฉันกลับก่อนแล้วกัน เธอก็อาบน้ำถูสบู่หอมๆ เตรียมรอรับคุณเจคแล้วกัน วันนี้เขาต้องรีบกลับมากินข้าวเย็นกับเธอแน่นอน

โอเค...พวกเธอกลับไปได้แล้ว เมื่อคืนน้ำก็ไม่อาบตัวเหม็นไปหมดแล้วเนี่ย

โหย เดี๋ยวนี้มีรังเกียจเพื่อนแล้วนะ ชิ กลับก็ได้ พอสามีจะมาก็ถีบหัวส่งกันเลยนะยะนายอนแกล้งทำเป็นงอน แล้วคว้ามุนบยอลให้เดินตามเธอออกไป ยูรินกับมุนบยอลได้แต่ขำกับท่าทางตลกๆของนายอน

 


กลางดึกสะงัดที่เสียงประตูบานใหญ่ค่อยๆปิดลงอย่างเบามือ ที่ว่างข้างเตียงนอนถูกแทนที่ด้วยร่างสูงที่เหน็ดเหนื่อยจากการประชุมโปรเจกสำคัญที่พาทเนอร์คนใหม่ของเขา ขยันหาเรื่องประชุมหลังจากบินกลับมาถึงโซลทันที ลากยาวมาจนถึงเที่ยงคืน อยากจะกลับมากอดเมียใจจะขาด แต่เพราะงานรัดตัวกว่าเขาจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว แถมยุ่งจนลืมโทรบอกคนตัวเล็กอีกต่างหาก

จอนจองกุกใช้มือหนาลูบแก้มนวลเนียนของคนที่กำลังหลับสนิทอยู่ภายในห้องที่ยังคงเปิดไฟสว่างจ้าดูก็รู้ว่าคนตัวเล็กคงรอเขาจนเผลอหลับไปเป็นแน่ เพราะดูจากไฟในห้องและชุดที่เธอสวมใส่อยู่ดูยังไงก็ไม่ใช่ชุดนอนแน่ๆ

ใบหน้าหล่อเหลาฝังจมูกโด่งลงไปที่ซอกคอขาวเพระรากลิ่นหอมของครีมอาบน้ำที่ยูรินใช้เป็นประจำมันเตะจมูกเขาจนห้ามใจไม่ไหว ปลายจมูกเลื่อนมาเป็นพวงแก้มใส เขาสูดเอากลิ่นหอมนั้นเข้าเต็มปอด ความเหนื่อยที่สะสมมาก็พลันหายไปโดยพลัน จนเจ้าตัวก็แปลกใจไม่น้อยเลยที่เพราะการกลับห้องมาแล้วมีใครสักคนกำลังรอคอยเข้าอยู่ มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง แต่วันนี้เขาให้เธอรอนานเกินไปสักหน่อยจริงๆ

Jungkook Part

ผมเลือกหยิบชุดนอนตัวที่ใกล้มือที่สุดมาสวมหลังจากรีบอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง โดยไม่ลืมที่จะดึงยูรินเข้ามากอดอย่างเบามือเพราะกลัวว่าเธอจะตื่นขึ้นมา พอยัยตัวแสบถูกดึงเข้าหาตัวผม จนใบหน้าของเธอมาซบลงที่หน้าอกของผมพอดิบพอดี เธอก็ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนกำลังพิสูจน์กลิ่นอยู่ ก่อนจะทำการฝังจมูกลงมาที่อกผมผมพร้อมกับส่ายหน้าไปมา ขาเล็กๆของเธอพาดมากอดผมเอาไว้เช่นกัน

พี่เจค... ยูรินคิดถึง

นั่นไงล่ะ พูดออกมาทั้งๆที่ยังหลับแบบนี้แปลว่าละเมอใช่มั้ย เป็นการละเมอที่ทำผมใจเต้นแรงชิบเป๋งเลย แต่ไม่เจอหน้าเกือบสองวัน มันทำให้ผมรู้เลยว่าโคตรคิดถึงเธอเลย มันเป็นความรู้สึกที่โคตรทรมานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งๆที่เมื่อก่อนผมก็นอนคนเดียวมาตลอด แต่พอมีคนตัวเล็กให้นอนก่อนมาเกือบเดือน พอไม่มีเธอนอนข้างๆ เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเลยจริงๆ นี่ผมกำลังจะกลายเป็นพวก 'คลั่งรัก' อย่างที่จีมินมันเรียกแล้วใช่มั้ย

แต่พอได้นอนกอดยูรินแบบนี้ มันเหมือนกับเธอได้เยียวยาความเหนื่อยล้า ความเครียด ที่ผมมีให้หายไป แถมยังทำให้ผมรู้สึกมีความสุขจนบอกไม่ถูกเลยล่ะ คืนนี้คงนอนหลับได้เต็มตื่นสักที

จริงๆอยากรีบกลับมาหา เพื่ออธิบายเรื่องข่าวให้เธอเข้าใจตั้งแต่ตอนเย็น แต่เพราะยัยผู้หญิงคนนั้น ชินนารา ไม่รู้จะขยันอะไรนักหนา พอถึงโซลก็เรียกประชุมต่ออีก ไม่รู้ว่าตั้งใจจะไม่ให้ผมได้พักเลยรึยังไง และดูๆแล้ว ผมรู้สึกได้เลยว่า ผู้หญิงคนนั้นคงจะทำให้ให้ผมเหนื่อยกับเธอไปอีกนาน จนกว่าจะปิดโปรเจกนี้ได้เลยนั่นแหละ 

แต่ผมคิดว่าตัวเองน่าจะทนได้นะ คงไม่ยิงยัยนั่นตายไปซะก่อนหรอก ถ้าเธอไม่ล้ำเส้นผมก่อน ถ้าถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ล่ะก็ ผมไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น แม้กระทั่งพ่อของเธอที่เป็นเพื่อนกับพ่อของผมก็เถอะ ผมจะเร่งทำทุกอย่างเพื่อให้งานนี้จบลงให้เร็วที่สุด

อดทนนะครับ อีกไม่นาน

 

End Jungkook Part

 

หลายวันต่อมา

ทำไมยังไม่นอนอีกจอนจองกุกถามด้วยความแปลกใจที่คืนนี้เขากลับมาที่ห้องดึกอีกเช่นเคย ราวๆตีหนึ่งแล้ว แต่อดแปลกใจไม่ได้ที่ภรรยายังคงนั่งอยู่ที่โซฟา ใบหน้าของเธอมันดูออกไปอย่างชัดเจนเลยว่ามีบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกไม่โอเค

รอพี่เจคค่ะ

รอพี่ทำไม มันดึกมากแล้วนะคนตัวโตพูดขึ้นหลังจากที่เดินไปนั่งข้างๆภรรยาของเขาที่โซฟา

เป็นอะไรเขาอดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆที่คนตัวเล็กเอาแต่ก้มหน้า เธอเหมือนมีบางอย่างอยากจะถาม แต่ก็ดูจะเกรงใจเขาจนไม่กล้าถามออกมา

อยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะ

ถ้าพูดออกไป ฉันต้องกลายเป็นผู้หญิงที่งี่เง่ามาก” 

เธอไม่พอใจ ไม่โอเคมากๆ ที่สามีของเธอหายไปแบบนี้ วันๆหนึ่งแทบไม่เจอหน้ากันเลยด้วยซ้ำ แต่เธอก็เข้าใจว่ามันคือเรื่องงาน แต่ที่เธอต้องมันนั่งเป็นกังวล มันเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นมากกว่า เธอไม่ชอบใจ จนนึกรำคาญตัวเองที่กลายเป็นผู้หญิงขี้หึงจนเกินควร

เป็นเมีย พี่ให้สิทธิ์เธองี่เง่าได้เต็มที่เลย”  ตากลมโตช้อนมองคนที่นั่งข้างๆเธอเมื่อได้ยินประโยคนั้น

มานี่มา

ไม่ใช่แค่พูดเปล่า แต่จอนจองกุกออกแรงประคองร่างบางให้มานั่งอยู่บนตักแกร่งของเขาตามด้วยโอบเอวบางเอาไว้หลวมๆ เขาชอบนะ การที่มีเมียตัวน้อยนั่งอยู่บนตัวของเขา

ไม่ชอบที่พี่ทำงานกับผู้หญิงคนนั้นใช่มั้ยคนบนตักพยักหน้าแทนคำตอบ

พี่ก็ไม่ได้ชอบ แต่อยากให้อดทน อีกไม่นานมันก็จะจบแล้วมือใหญ่กว่าเอื้อมคว้ามือเล็ก แล้วค่อยๆเลื่อนให้มาทาบอยู่ที่แผงอกของตัวเอง จนยูรินรู้สึกผ่านมือของเธอได้ว่าเธอสัมผัสได้ถึงมัน 

มันเป็นแบบนี้แค่กับเธอ...

เชื่อใจพี่...นี่ไม่ใช่ประโยคคำสั่งดังเช่นทุกที แต่มันคือการที่เขาปฏิญาณกับเธอว่าเธอคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาเต้นแรงขึ้นมาได้ และมันยังคงเต้นต่อไป เพื่อเธอ...

หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมา ความรู้กังวลที่เธอแบกรับเอาไว้พังทลายลงทั้งหมด เพียงแค่เพราะคำพูดไม่กี่คำของเขา แต่ทว่าเธอรีบรู้ได้ถึงความจริงใจที่เขามอบให้ ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เธอรู้จักสามีของเธอดี จองกุกจะไม่พูดในสิ่งที่เขาทำไม่ได้เป็นอันขาด

ค่ะ ยูรินเชื่อพี่จองกุก

จูบหน่อย...

คนที่ถูกร้องขอไม่รีรอให้สามีรอนาน เธอจรดริมฝีปากอิ่มลงไปยังเรียวปากอุ่นๆที่เธอแสนคิดถึง และรับรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่ได้ได้เป็นฝ่ายที่คิดถึงเขาอยู่เพียงฝ่ายเดียว เพราะจูบหวานล้ำที่เขามอบให้ มันเป็นการแสดงออกของของจอนจองกุกผ่านร่างกายของเขา มันบอกให้เธอรับรู้ได้ทุกอย่างที่เขาอยากจะบอกมันกับเธอ....ผ่านริมฝีปาก และอ้อมกอดของเขา

 

 

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

นี่มันจะเกินไปแล้วนะ มีข่าวยัยนั่นกับคุณเจคแทบทุกวัน ดูสิบางข่าวถึงกับซุบซิบกันว่า ยัยนั่นเหมาะสมกับคุณเจคมาก ถึงขั้นจะมาเป็นนายหญิงอีกคนของบลูอีเกิ้ลแล้วนะ

ใจเย็นก่อนนายอนมุนบยอลร้องห้ามนายอนที่กำลังเดือดแทนเพื่อน แต่เธออาจจะลืมไปว่าเพื่อนที่เธอกำลังโมโหแทนนั้นกำลังนั่งอยู่ข้างๆพวกเธอด้วย

ใจเย็นได้ไงล่ะ ยูรินถามจริงๆ ช่วงนี้เจอคุณเจคบ้างมั้ย

ก็...มีเจอตอนเช้าแป๊บนึง

แล้วตอนเย็นล่ะ
สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ไม่ค่อยเจอหรอก รู้ตัวอีกทีเธอเห็นเขากลับมานอนแล้ว

เธอไม่ได้บอกที่บางคืนสามีของเธอก็ไม่ได้กลับมานอนที่ห้องให้เพื่อนฟัง เพราะนายอนคงเดือดกว่าเดิมแน่ๆ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่กังวลกับเรื่องนี้ เพราะเธอรู้สึกได้ว่าเธอกับจอนจองกุกเริ่มห่างกันมากเกินไป เขาดูยุ่งกับงานจนเธอไม่กล้าจะโทรไปหาเขา เพราะกลัวว่าจะรบกวน และเขาเองก็ยุ่งจนไม่ได้มีเวลาโทรหาเธอเช่นกัน พอวันที่เขากลับมานอนที่ห้อง คงเพราะงานที่เหนื่อยมาก หัวถึงหมอนก็หลับสนิทไปเลย จนเวลาคุยกันแทบจะไม่มีอยู่แล้ว

ถามว่าคิดถึงมั้ย ตอบได้เลยว่ามันคงดูงี่เง่าเกินไปที่จะยอมรับเธอคิดถึงเขามาก อยากเจอหน้า อยากยู่ใกล้ๆ แต่ก็กลัวว่าจะไม่เหมาะสมที่เธอจะไปหาเขาที่โซนออฟฟิศ ทั้งๆที่อยู่ห่างจากชั้นที่เป็นเพนเฮาส์ไปไม่กี่ชั้นก็ตาม

ฉันว่า เธอควรไปแสดงความเป็นเจ้าของบ้างนะ ให้ยัยนั่นรู้ไปเลยว่าใครเป็นใคร

แต่ว่า ฉันไม่อยากให้งานของพี่เจคมีปัญหา

อย่าไปฟังนายอน เธอแต่ไปหา ทำอาหารกลางวันไปให้สามีทาน ยิ้มหวานๆเป็นกำลังใจให้เขา แค่นั้น ฉันว่าโอเคเลยนะ” คนฟังถึงกับตาโตเพราะความคิดที่มุนบยอลเสนอ

จริงด้วย..ทำอาหารไปให้พี่เจคก็ได้นี่เนาะ

ใช่ จะได้ไปเจอให้หายคิดถึง แล้วช่วยเติมพลังให้สามีของเธอด้วยยังไงล่ะ

นัมยูรินยิ้มออกจนได้ และเธอก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วตรงไปที่มุมครัวเพื่อเตรียมทำอาหารกลางวันไปให้สามีอย่างแข็งขัน

 



สวัสดีค่ะนายหญิงหนึ่งในพนักงานในทีมของจอนจองกุกเอ่ยทักทายนัมยูรินเมื่อเธอเดินผ่านมา

สวัสดีค่ะ..คุณเจคอยู่ในห้องทำงานรึเปล่า

อืม...คุณเจคออกไปจัดการเรื่องสเปคของเครื่องผลิตที่โรงงานตั้งแต่เช้า น่าจะกำลังกลับมาแล้วค่ะ นายหญิงไปรอในห้องทำงานคุณเจคก่อนดีกว่านะคะ

ขอบใจนะ อ่ะนี้ฉันอบขนมมาฝาก เอาไปแบ่งกันนะถึงสีน้ำตาลถุงใหญ่ถูกส่งให้กับพนักงานคนเดิม พวกเธอรับมาด้วยรอยยิ้ม ชื่นชมที่นายหญิงของพวกเธอเป็นคนอ่อนหวานน่ารักขนาดนี้

หอมทะลุกล่องมาเลยอ่ะพนักงานหญิงที่รับถุงไปเอ่ยขึ้น

แต่เดี๋ยวนะมินยอง

อะไร

แกให้นายหญิงไปรอคุณเจคที่ห้องทำงานเหรอ!

ใช่ ทำไมล่ะ

ก็ ก่อนหน้านี้ฉันคุณชินเพิ่งขอเข้าไปรอคุณเจคในห้องทำงานเหมือนกัน

อะไรนะ!!!

ไม่ทันแล้วแกทำไมเหล่าพนักงานจะดูไม่ออกว่าพาทเนอร์คนสาวสวยคนนี้ มีจุดประสงค์มากกว่าการร่วมทำธุรกิจกับเจ้านายของเธอ ดูออกได้ชัดเจนเลยล่ะ ว่าชินนาราอยากร่วมอย่างอื่นกับเจ้านายเธอมากกว่า

โทรบอกคุณโดยองให้รีบพาคุณเจคกลับมาเร็วๆดีกว่า ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง

โอเคๆ



เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของสามีโดยไม่ได้เคาะประตูเพราะเธอคิดว่าไม่มีใครอยู่ภายในห้อง แต่แล้วเธอก็รู้ว่าตัวเองคิดคิดผิด เมื่อเห็นว่ามีใครบางคนที่เธอเคยเห็นผ่านๆทางโทรทัศน์และข่าวสังคม กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของสามีของเธอ นั่งอยู่บนเก้าอี้ของเขา ที่ๆเป็นใครก็ต้องรู้ว่าไม่ควร เพราะต่างรู้กันดีว่าจอนจองกุกหวงแหนความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน

กลับมาแล้วเหรอคะนารารอตั้งนาน

ผู้หญิงตรงหน้าเธอมีใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ ไหนจะเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ส่งเสริมให้เธอยิงสวยสง่ามากขึ้นไปอีก แต่ยูรินรู้สึกขัดตาจนเกิดคำถามขึ้นมา ชุดทำงานจำเป็นจะต้องแหวกจนเป็นร่องอกถึงเพียงนั้นเลยเชียวเหรอ

อุ้ยไม่ใช่คุณเจคเหรอเนี่ย...ชินนารายืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะค่อยๆก้าวเข้ามาหาคนที่เพิ่งเข้ามาช้าๆ

เธอเป็นใคร เข้ามาในห้องทำงานของคุณเจคได้ยังไง ประตูก็ไม่เคาะ รู้จักมารยาทรึเปล่า

ฉันเป็นภรรยา การจะเข้ามาในห้องทำงานของสามี มันคงไม่ได้เสียมารยาทมากกว่า ‘คนอื่น’ หรอกค่ะ” ยูรินตอกกลับคนที่จงใจหาเรื่องเธออกไปนิ่งๆ ผู้หญิงคนนี้เสแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเธอมากกว่า

อ้าวเหรอ ไม่เคยเห็นหน้าเลยอ่ะ สงสัยจะเป็นภรรยาลับๆที่คุณเจคไม่อยากให้ออกสื่อสักเท่าไหร่

หวังว่าคงจะเป็นฉันกับสามีของเรา อุ๊บส์

สามีของเธอในข่าวแทบทุกวันอยู่แล้วเนาะ

สามีของฉันรู้ดีค่ะว่าอะไรคืองาน อะไรคือเรื่องส่วนตัว มันเป็นเรื่องที่คนมีสามัญสำนึกทุกคนจำเป็นต้องรู้อยู่แล้ว ว่ามนุษย์เราแตกต่างจาก ‘สัตว์เพราะเราคิดได้ค่ะ ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร

หึ” ยูรินมองเห็นประกายของความไม่พอใจจากแววตาของชินนารา ที่ถูกเธอหลอกด่าไปเต็มๆ ชินนาราไม่พูดอะไร แต่เธอเดินเข้าหาคนตรงหน้าจนประชิดตัว เพื่อพูดบางอย่างออกไป

ฉันไปก่อนก็ได้...แต่ฝากบอกอะไรคุณเจคหน่อยนะร่างระหงยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้คนตรงหน้าเธอมากขึ้น

ฝากบอกเขาว่า รอยสักรูปนกอินทรีย์สวยดี ฝากถามให้ด้วยนะว่าไปสักที่ไหน ฉันจะได้ไปสักตาม

เพราะเวลาที่เราเห็นรอยสักของกันและกัน อะไรๆมันคงร้อนแรงกว่าเดิม

ร่างทั้งร่างราวกับถูกปิดสวิตส์ไปชั่วขณะเมื่อได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของชินนารา รอยสักรูปนกอินทรีย์ที่อกด้านซ้ายของเขา เธอมั่นใจว่านอกจากบรรดาคนสนิทของเขา ก็มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่เคยเห็นมัน แล้วการที่ผู้หญิงคนนี้กล่าวอ้างถึงมันขึ้นมา มันเหมือนเป็นการฉุดกระชากความอดทนเฮือกสุดท้ายของนัมยูรินให้ขาดสะบั้นลง จนเธอเผลอปล่อยมือจากถุงข้าวกลางวันที่ตั้งใจทำมันมาให้สามีโดยไม่รู้ตัว

ผลัก

ทั้งสองแขนออกแรงผลักผู้หญิงคนตรงหน้าให้ออกห่างเพราะเธอรังเกียจผู้หญิงคนนี้เกินกว่าจะทนอยู่ใกล้กับเธอได้อีก  มันยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้ชินนารายิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก เธอพุ่งเข้าไปหายูรินที่กำลังตกใจกับการกระทำของตัวเองอยู่พร้อมๆกับง้างมือขึ้น นึกในใจว่าที่มันได้ฟาดลงบนใบหน้าที่เธอแสนหมั่นไส้ดูสักฉาดคงจะสะใจน่าดู

นังนี่ แกกล้าผลักฉันเหรอ!!!

หมับ

แต่แล้วมือนั้นก็ต้องหยุดค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อถูกมือของใครบางคนคว้าเอาไว้

คุณเจค!

ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างเมื่อคนที่เข้ามาเห็นว่าเธอกำลังจะตบหน้านัมยูรินคือใคร และก็เป็นคนที่เธอไม่อยากให้มาเห็นมากที่สุด

ส่วนจอนจองกุกที่เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นว่า อันตรายกำลังจะเกิดขึ้นกับภรรยาของเขา ก็รีบปรี่เข้ามาคว้ามือของผู้หญิงอวดดีคนนี้เอาไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะผลักร่างของชินนาราซ้ำอีกครั้ง แต่เพราะแรงของจองกุกเยอะกว่านัมยูรินหลายเท่านัก ทำให้ร่างระหงล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ชินนาราเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวดเพราะแรงกระแทก

คุณเจค คุณผลักฉันเหรอ!!!

แต่จอนจองกุกไม่ได้สนใจเสียงแผดร้องของเธอแต่อย่างใดเขารีบหันไปหาภรรยาตัวเล็กของเขา ที่กำลังยืนน้ำตาคลอตัวแข็งทื่ออยู่ มือทั้งสองข้างจับลงที่ไหล่มนก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ยูรินเจ็บตรงไหนรึเปล่า

“ยูรินบอกพี่มา มันทำอะไรเธอรึเปล่า??

รอยสักนั่น

???

รอยสักของพี่ ผู้หญิงคนนั้นเห็นได้ยังไง” คนตัวเล็กกว่าไม่ได้ตอบคำถามเขา แต่กลับเป็นฝ่ายเอ่ยถามเขาแทน แต่คนฟังไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่เธอถามแม้แต่น้อย

รอยสักของพี่ หมายความว่ายังไง

เธอบอกว่า รอยสักรูปนกอินทรีย์ของพี่สวย อยากสักตาม เพื่อให้พี่ได้เห็น ฮึก...ตอบมาว่าเธอเห็นได้ยังไง” ยูรินกำลังโกรธเขามาก เขารู้ดี แต่คำถามที่เธอถามเขา มันไม่ต่างอะไรกับว่าเธอไม่ได้เชื่อใจเขาอย่างที่เขาขอเธอเอาไว้สักนิด

เธอเชื่อผู้หญิงคนนั้นเหรอ?

เอาไว้ค่อยคุยกันค่ะ ตอนนี้ฉันไม่พร้อมจะคุยอะไรกับพี่ทั้งนั้น

เธอรู้เลยว่า ตอนนี้อารมณ์ของเธอมันไปไกลเกินกว่าจะคุยกันด้วยเหตุผลได้อีกแล้ว เธอเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าคนใจเย็นอย่างเธอปล่อยให้อารมณ์โทสะเข้าครอบงำจิตใจได้มากถึงเพียงนี้ได้ยังไง เธอจึงขอพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ก่อน

“ยูริน! นัมยูริน!

เจ้าของชื่อไม่ได้สนใจเสียงเรียกของจอนจองกุกอีกเลย เธอวิ่งออกมาจากห้องทำงานของสามีอย่างรวดเร็ว โดยมีจุดหมายคือที่ๆจะทำให้เธอเย็นลงได้ ซึ่งที่นั่นก็คือโรงพยาบาลที่พ่อของเธอรักษาตัวอยู่นั่นเอง มีเพียงพ่อของเธอเท่านั้นที่จะดับไฟโทสะนี้ของเธอได้


คุณเจค อย่าหันหลังให้ฉันนะ!” 

และเสียงเรียกของชินนาราก็ทำให้คนที่กำลังจะวิ่งตามยูรินไปหยุดชะงักลง คนฉลาดอย่างเขาประมวลผลในสมองได้เลยว่า ก่อนที่เขาจะตามไปเคลียร์กับภรรยา เขาควรจัดการกับต้นตอของปัญหาให้สิ้นซากไปก่อนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นคนลืมเงาหัวตัวเองอย่างชินนาราคงจะได้ลุกขึ้นมาให้เขากับคนรักมีปัญหากันอีกไม่รู้จบแน่ๆ

คุณเจค คุณ คุณจะทำอะไรหญิงสาวรู้สึกได้ถึงความไปลอดภัยจากสายตาที่จองกุกใช้มองเธอ สายตาที่ไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกที หากแต่มันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นี่คงเป็นการแสดงความรู้สึกต่อเธอครั้งแรกของนายใหญ่คนใหม่แห่งบลูอีเกิ้ล

แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่เธอปรารถนาแน่นอน เพราะสายตาของจอนจองกุกในเวลานี้ มันกำลังบอกเธอว่า เขาสามารถฆ่าเธอให้ตายลงตรงนี้ยังได้เลย

เธอทำอะไรแค่คำที่ใช้เรียกเธอที่เปลี่ยนไปมันบอกได้ชัดเจนแล้วชะตาเธอกำลังจะขาดลง

ฉัน เปล่า

เธอแอบดูที่ฉันเปลี่ยนเสื้อเมื่อวาน แล้วปากสว่างไปพูดแบบนั้นกับเมียฉัน นี่เหรอที่บอกว่าไม่ได้ทำอะไรเสียงเยือกเย็นพูดพร้อมกับยาวๆที่ก้าวเข้าหาชินนาราช้าๆอย่างไม่รีบร้อน เพราะการไล่ต้อนเหยื่อให้จนมุม มันคือเรื่องสนุกของเขา

คุณเจค ฉันว่าคุณใจเย็นๆก่อนดีกว่านะหญิงสาวเริ่มใช้ไม้อ่อน แต่ทว่ามันสายไปแล้ว เธอบังอาจแตะต้องสิ่งที่เขาแสนหวงแหนไปแล้ว

เธอล้ำเส้นเกินไปว่ะ

เธอคิดว่าการที่ฉันอดทนกับเธอมาตลอดเพื่ออะไร

เพราะฉันเห็นแก่ที่พ่อฉันเป็นเพื่อนกับพ่อเธอมานาน

น่ะ นั่นสิ คุณจะทำอะไรฉันไม่ได้นะ ฉันเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อคุณนะ

เธอคิดว่าฉันให้ค่า เพื่อนพ่อมากกว่าเมียของฉันงั้นเหรอ หึหึหึ...

คุณไม่กล้าหรอก ถ้าฉันเป็นอะไรไป ดีลทุกอย่างเกี่ยวกับเหมืองที่เชจูจะต้องพังไม่เป็นถ้า และคุณก็จะพลาดโปรเจกนี้แน่นอน

คนเราทุกคน มีโอกาสทำพลาดกันทั้งนั้น จริงมั้ยชินนารา

ถ้ามันพลาด ก็คงเป็นเรื่องผิดพลาดครั้งแรกของฉัน

แต่เธอล่ะ พลาดมากี่ครั้งแล้ว

หมายถึงพลาดที่บังอาจมาล้ำเส้นฉัน กี่ครั้งแล้วนะ?

ปึ่ก!!

กรี๊ด!

ชินนาราตกใจอย่างมากเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองถอยหยีมาจนชนกับหน้าต่างห้องที่เป็นกระจกบานใหญ่แล้ว แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอกลัวมากที่สุด เพราะสายตาของเธอเห็นแล้วว่า จอนจองกุกหยิบบางอย่างออกมาจากทางด้านหลัง เงาสะท้อนกับสีดำขลับมากระทบกับสายตาของเธอเข้าอย่างจัง ชินนาราไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าสิ่งที่จอนจองกุกถืออยู่คือ ‘ปืน

คุณเจค อย่านะ

ฉันปล่อยเธอก็ได้ มันอยู่ที่ว่า เธออยากชดใช้ให้ฉันรึเปล่า

ให้ฉันชดใช้อะไร ได้หมดเลย ให้ฉันทำอะไรก็ได้

คนที่เคยเย่อหยิ่งและรู้จักจอนจองกุกน้อยเกินไป พูดออกมารวนไปหมดเพราะเธอกลัวคนตรงหน้าจริงๆ เธอเคยคิดว่าที่ใครต่อใครพูดกันว่า จอนจองกุกนั้นโหดเหี้ยมและเลือดเย็นแค่ไหน มันไม่ใช่เรื่องจริง ยิ่งมาเจอตัวจริงของเขา ได้มาเห็นใบหน้าหล่อเหลาและร่างกายสุดแสนจะเพอร์เฟคของเขา ความนิ่งขรึมของเขามันท้าทายให้เธอเลือกที่จะลองเล่นกับไฟเพื่อเอาชนะและครอบครองเขา เธอหาทางสารพัดมาเพื่อรั้งให้จอนจองกุกอยู่กับเธอโดยเอาเรื่องการประมูลมาอ้างและหวังเข้าแทรกกลางระหว่างเขากับภรรยา แต่นาทีนี้เธอรู้แล้วว่าเธอคิดผิด

ฉันอยากรู้ว่าน้ำในแม่น้ำฮันตอนนี้ มันเย็นแค่ไหน

ลงไปดูให้หน่อยสิ

!!!

ถ้าฉันยิงเธอ ให้ตายตรงนี้ จะไปสนุกอะไรเพราะเธอจะตายทันที  สู้ฉันยิงกระจกบานนี้ให้แตกแล้วปล่อยให้เธอค่อยๆร่วงลงไป แล้วซึมซับความรู้สึกกลัวก่อนตาย มันน่าสนุกกว่าเยอะ!

คุณเจคอย่า ขอร้อง อย่าทำฉันเลยฮือ ฉันกลัวแล้วใครมาเห็นเธอตอนนี้คงจำไม่ได้สักนิดว่าเธอคือคุณหนูชินนาราแห่งเอ็มแอลกรุ๊ป สภาพน่าสมเพชที่หาความเย่อหยิ่งไม่เจอ

แต่แล้วจอนจองกุกก็เลือกที่จะไม่ยิงเธอ เพราะเขาคิดว่าทีแค่นี้ผู้หญิงคนนี้คงไม่กล้าทำอะไรอีกแล้ว เผลอๆ จะไม่กล้ามาให้เขาเจอหน้าของเธออีกเลยชั่วชีวิตด้วยซ้ำไป

ทันทีที่จอนจองกุกลดปืนลงแล้วถอยห่างออกจากเธอ ชินนาราก็ทิ้งร่างลงไปนั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาราวกับคนที่สติหลุดไปแล้ว

ฉันคิดว่า อยากจะทำธุรกิจอย่างที่คนอื่นๆเขาทำกัน หวังว่าเธอคงรู้นะว่าถ้างานประมูลครั้งนี้ฉันไม่ชนะล่ะก็ บริษัทของพ่อเธอจะต้องเจอกับอะไร

ไม่ได้อยากใช้วิธีนี้กับพ่อเธอเลยสักนิด แต่เพราะเธอบังอาจแตะต้องเมียฉัน

แต่ฉันยังไม่ได้แตะต้องตัวเมียคุณเลยนะ

แค่ความรู้สึกของยูริน เธอก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง จำเอาไว้

จอนจองกุกใช้สายตาที่แสดงให้ชินนาราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า นอกจากภรรยาของเขา ผู้หญิงทุกคนแทบจะไร้ตัวตนในสายตาของเขา เธอไม่น่าทำในสิ่งที่เกินกว่าข้อตกลงที่เธอทำเอาไว้กับเพื่อนคนหนึ่งของเธอ ที่ต้องการให้เธอมาป่วนครอบครัวของจอนจองกุกเพียงเท่านั้น เพราะนิสัยชอบเล่นกับไฟของเธอนั่นแหละ ที่ทำให้เธอต้องมาพบเจอกับด้านมืดของจอนจองกุกด้วยตัวเองแบบนี้

 


ทางด้านคนที่พยายามเช็ดน้ำตาของตัวเองออกตลอดทางเดินที่เธอลงมาจากตึกทกซูรี โดยไม่เรียกให้ใครมารับใช้ทั้งนั้น ในเวลานี้เธอต้องการอยู่คนเดียวมากกว่า แต่ไม่รู้เพราะอะไร ยิ่งเธอเดินไปเรื่อยๆอย่างเป็นปกติที่เธอเคยทำมาก่อน แต่วันนี้เธอรู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงของเธอมันลดน้อยลงไป เมื่อยิ่งเดินเธอยิ่งเริ่มรับรู้ได้ถึงความไม่มั่นคงของพื้นที่เธอเดินยู่ ในหัวเริ่มเบาหวิวพร้อมกับรอบกายที่เริ่มหมุนไปรอบๆอย่างควบคุมไม่ได้

คนที่เคยเรียนหมออย่างเธอรู้ตัวเองเลยว่า ร่างกายของเธอกำลังเผชิญกับภาวะที่ไม่ปกติ และเธอต้องการความช่วยเหลือจากใครสักคนก่อนที่เธอจะหมดสติไป

ปรื๊น...!

เสียงแตรรถดังขึ้นไม่ไกลตัวของเธอเท่าไหร่นัก ทำให้นัมยูรินหันไปมองยังต้นเสียงแล้วพบกับรถคันที่เธอไม่คุ้นเคยจอดเทียบอยู่ข้างทาง ก่อนที่คนขับจะลดกระจกลงเผยให้เห็นว่ารถหรูคันนี้เป็นของใคร

คุณโอเครึเปล่า

คุณมิน...

คุณจะไปไหน

ฉัน ฉันไม่เป็นไร” หญิงสาวไม่ค่อยอยากข้องแวะกับผู้ชายคนนี้สักเท่าไหร่ แต่ร่างกายของเธอก็ไม่ไหวแล้วจริงๆ

ผมว่าคนไม่น่าจะไหวนะ ให้ผมไปส่งดีกว่ามินยุนกิอาสาไปส่งคนที่กำลังหน้าซีดเผือดอยู่ริมถนน

คุณคงไม่คิดว่าผมจะทำร้ายคนที่กำลังป่วยหรอกใช่มั้ย ผมดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลย?” ยูรินแปลกใจไม่น้อยที่มินยุนกิล่วงรู้ในสิ่งที่เธอคิด มินยุนกิเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจในสายตาของเธอจริงๆ

ผมมีเรื่องอับไอ้เจคก็จริง แต่คุณกับมันคนละคนกัน ผมว่าตอนนี้คุณควรจะห่วงตัวเองก่อนนะ

ฟังสิ่งที่มินยุนกิพูดออกมา เธอไม่ไว้ใจเขา แต่ผู้ชายคนนี้เป็นคนมีหน้าตาในสังคมในวงกว้าง เขาคงไม่ทำร้ายคนป่วยอย่างเธอจริงๆนั่นแหละ คิดได้อย่างนั้นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูรถออกแล้วลงไปนั่งข้างๆคนขับอย่างอ่อนแรง

ให้ผมไปส่งที่ไหนเจ้าของรถเอ่ยถามพร้อมกับดึงแมสก์ขึ้นมาสวมเอาไว้

ไปโรงพยาบาลxxx

แอร์เย็นไปรึเปล่านะปากก็พูดไป มือก็เอื้อมมาปรับบางอย่างที่แอร์ เหมือนกับตั้งใจเพิ่มอุณหภูมิภายในรถให้อุ่นขึ้น แต่ไม่นานเธอก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในรถ

"กลิ่นในรถคุณทำไมถึง??" กลิ่นแปลกๆที่เธอได้กลิ่นมันน่าจะใช่กลิ่นของน้ำหอมปรับอากาศภายในรถแน่ๆ

"เเล้วทำไมคุณต้องใส่เเมสก์ด้วย"

"คุณยุนกิ ได้ยินที่ฉัน...ถามคุณรึเปล่า" หญิงสาวที่กำลังไม่เข้าใจสถานการณ์เอ่ยถามอย่างร้อนรน ด้วยยน้ำเสียงที่ขาดห้วงไปทุกทีๆ

หึ หลับให้สบายเถอะสาวน้อย

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



พวกมึงจะบอกว่าหาเมียกูไม่เจออย่างนั้นเหรอ” 

เสียงเย็นยะเยือกถูกเอ่ยออกไป ยังบรรดาลูกน้องที่สั่งให้ตามหาภรรยาของเขาที่หายออกจากตึกไป เขาคิดว่าเธอจะไปรอเขาที่ห้องแต่เปล่าเลย พอเขาตามไป ห้องทั้งห้องกลับว่างเปล่า มันทำให้จอนจองกุกร้อนอกร้อนใจอย่างมาก เขาให้คนของตัวเองโทรเช็คทุกคนทั้งพ่อแม่ และเพื่อนสนิทของยูริน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครพบเธอเลย เมื่อนึกถึงสภาพของภรรยาที่ร้องไห้ออกไปจากห้องทำงานของเขา เขายิ่งนึกโทษตัวเองในใจ ว่าเขาไม่น่าปล่อยเธอไปเลย เขาน่าจะวิ่งตามเธอออกไปทันที

คุณเจคครับ เราตรวจกล้องวงจรปิด แถวนี้ทั้งหมดแล้ว และเราเจอคุณยูรินแล้วครับอีกอนยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองไปให้เจ้านาย

จอนจองกุกรับมาแล้วกดเปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดที่อีกอนได้มา เขาต้องรู้สึกดีใจที่หาตัวภรรยาจนเจอ แต่เปล่าเลย เขายิ่งร้อนใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อเขาจำได้ดีว่ารถคันที่เธอขึ้นไปมันเป็นรถของใคร มือหนายื่นโทรศัพท์กลับคืนให้เจ้าของด้วยอารมณ์โทสะที่ผสมปนเปขึ้นไปหมด เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่านัมยูรินไว้ใจมินยุนกิและขึ้นรถไปกับมันได้ยังไง ทั้งๆที่ก็น่าจะรู้ว่าเขากับมินยุนกิมีเรื่องบาดหมางกันอยู่

"คุณเจคจะไปไหนครับ?" หนึ่งในบรรดาลูกน้องของเขาเอ่ยถามขึ้น เมื่อจู่ๆเจ้านายก็กำลังจะเดินออกจากห้องทำงานไปอย่างรีบร้อน

"ไปทวงเมียกูคืนจากเเมวขโมย!"

แต่นั่นบ้านซาจานะครับอีกอนรู้ดีเลยว่า จอนจองกุกเคยประกาศออกไปแล้วว่าเขาจะไม่มีวันไปที่นั่นอีกหลังจากเรื่องราวบาดหมางระหว่างจอนจองกุกและมินยุนกิเกิดขึ้น เรื่องบาดหมางในวันนั้นที่ยังคงฝังอยู่ในใจของเขาตลอดมา

 

ยังไงก็ต้องไป

 

เขายอมทิ้งทุกอย่างเพียงเพื่อช่วยให้หัวใจของเขาปลอดภัย เขาคิดว่าเขาเคยรู้จักมินยุนกิดี แต่เขาก็ไม่รู้ว่าในตอนนี้คนที่เขาเคยรู้จักเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆตอนนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยยูรินเอาไว้กับผู้ชายคนไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะคนที่ประกาศตัวเป็นศัตรูของเขาไปแล้วอย่างมินยุนกิ

 

 

 

เปลือกตาที่ถูกเเต่งเเต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าเพราะฤทธิ์ของยาสงบที่สูดดมเข้าไป มือทั้งสองข้างค่อยๆดันร่างกายชองตัวเองให้ลุกขึ้นตามสัญชาตญาณเมื่อสติที่ค่อยๆกลับคืนมาประมวลผลเเล้วว่าที่ๆเธอตื่นขึ้นมา มันไม่ใช่ที่ๆเธอคุ้นเคยสักนิด

นัมยูรินเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอนสีเข้มอย่างตื่นตระหนก มือน้อยกุมศีรษะมนหวังเรียกคืนความทรงจำก่อนหน้าให้เร็วที่สุด

คุณคงไม่คิดว่าผมจะทำร้ายคนที่กำลังป่วยหรอกใช่มั้ย ผมดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลย?

"กลิ่นในรถคุณทำไมถึง??"

"เเล้วทำไมคุณต้องใส่เเมสก์ด้วย"

"คุณยุนกิ ได้ยินที่ฉัน...ถามคุณรึเปล่า"

 

"ผู้ชายเจ้าเล่ห์!" 

เสียงเล็กๆเอ่ยขึ้นเมื่อเธอรู้ถึงสาเหตุที่เธอมาอยู่ ณ ที่เเห่งนี้ซึ่งเธอไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันคือที่ไหนในโซล เธอนึกในใจว่าไม่น่าพลาดท่าประเมินผู้ชายคนนี้สูงเกินไป เเท้ที่จริงความเป็นผู้ชายในฝันที่ใครๆพูดกัน มันก็เเค่ภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความร้ายกาจเอาไว้เพียงเท่านั้น 

 

Your Part

ฉันบอกไม่ถูกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังมีความรู้สึกอะไรบ้างอยู่ในตัว เท่าที่รู้ตอนนี้ ฉันโกรธ ฉันโมโห ฉันหัวร้อน เเละนึกด่าตัวเองที่พลาดขึ้นรถมากับผู้ชายอย่างเขา 

รอบกายของฉันมันคือห้องๆหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นห้องทำงานมากกว่าห้องนอน เเต่มันเป็นห้องทำงานที่มีเตียงขนาดเล็กเอาไว้สำหรับพักผ่อนอยู่ด้วย ซึ่งก็คือเตียงที่ฉันนอนอยู่ก่อนหน้านี้

ภายในห้องนี้ทั้งโครงสร้างเเละการตกเเต่งมันเป็นสไตล์การตกเเต่งเเบบผสมผสานระหว่างความเป็นวัฒนธรรมเกาหลี กับความทันสมัยได้เป็นอย่างดี 

บ้านเเบบนี้ส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นของพวกตระกูลเก่าเเก่ดั้งเดิม เพราะเป็นมรดกตกทอดสืบต่อกันมา มันชัดเจนอยู่เเล้วว่าที่ๆฉันกำลังยืนอยู่คือ ที่ใดที่หนึ่งของพวกตระกูลมินอย่างเเน่นอน

 

หลังจากที่ความพยายามในการเปิดประตูห้องนี้เเละตามหากระเป๋าของตัวเองหมดลงเพราะคนพวกนั้นคงไม่ได้โง่ทิ้งมันไว้กับฉันหรอกใช่มั้ยล่ะ

ฉันเลือกที่จะมองไปรอบๆห้องเพื่อหาทางหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ หรือหาทางติดต่อให้คนมาช่วย และฉันก็มั่นใจมากขึ้นว่า ห้องนี้คือห้องทำงานของผู้ชายเจ้าเล่ห์ที่ชื่อมินยุนกิไม่ผิดเเน่ เพราะมีรูปของเขาตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน ในห้องนี้มีรูปถ่ายของเขา กับคนอื่นๆที่ดูๆเเล้วคงมีความสัมพันธ์กับตระกูลมินในเชิงธุรกิจไม่ก็ผลประโยชน์เเน่นอน

สายตาของฉันเลื่อนมาเจอรูปถ่ายในกรอบหรูรูปหนึ่งที่มันทำให้ความไฟในหัวของฉันปะทุขึ้นไปจนสุดขีด เพราะคนในรูปนั้นคือเจ้าของห้องนี้ เขากำลังยืนอยู่กับคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่ดูยังไงก็รู้ได้เลยว่ากลุ่มคนในภาพต้องมีความสนิทสนมกันอย่างมาก เเละหนึ่งในคนที่อยู่ในภาพนั้นก็คือ ยัยชินนารา

 

ฉันโกรธจนตัวสั่นเพราะในหัวกำลังประมวลสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเป็นพาทเนอร์กับพี่เจค และดูจะจงใจเข้ามาอย่างมีจุดประสงค์ไม่ดีต่อความสัมพันธ์ของฉันและพี่เจคอย่างชัดเจน 

เรื่องที่เกิดขึ้นในห้องทำงานของพี่เจค แล้วไหนจะที่ฉันไปเจอผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนั้นโดยบังเอิญใกล้ๆกับตึกทกซูรีอีก มันบังเอิญจนเกินไป บังเอิญจนเหมือนทุกอย่างถูกจัดวางเอาไว้หมดแล้ว ผู้หญิงคนนั้นทำให้ฉันทะเลาะกับพี่เจค แล้วออกมาจากตึก จนมาเจอกับอีตาคุณมินเข้า และถูกเขาหลอกมาที่นี่จนได้ 

และแน่นอนฉันกำลังทำให้ตัวเองเป็นภาระของพี่เจคในที่สุด ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง จะกังวลแค่ไหน คิดแล้วก็อยากจะตีตัวเองโทษฐานที่วู่วามเกินไป ถ้าฉันฟังพี่เจคสักนิดก็คงไม่ต้องออกมาจากทกซูรีแล้วมเจอกับมินยุนกิเข้า ฉันเป็นหมากตัวสำคัญที่ทำให้เขาใช้ฉันทำลายพี่เจคชัดๆ ไม่รู้แล้วว่าจะเกลียดผู้ชายคนนั้น ยัยชินนารา หรือเกลียดตัวเองก่อนดี ที่ไม่รู้ไปเอานิสัยใจร้อนแบบนี้มากจากไหนกัน

บ้าเอ้ย!

ถึงกับพูดคำหยาบเลยเหรอและเสียงยียวนกวนประสาทก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก

ไอ้คุณมิน!!! คุณกล้าทำแบบนี้กับคนป่วยได้ยังไง ไม่อายบ้างเหรอ!” คนฟังถึงกับผงะไป ที่จู่ๆก็ถูกด่าแบบนั้น

เธอเรียกฉันว่า ยังไงนะ

ไอ้คุณมินยุนกิ ชัดมั้ย ไอ้คนเลว!

เลวไม่ได้ครึ่งของสามีเธอหรอกมินยุนกิตอบกลับนิ่งๆ ข่มความไม่พอใจเอาไว้

หึ เลวกันให้หมดไปเลย ฉันจะบอกให้โลกรู้ว่าคนอย่างคุณมันกลัวที่แคบ

ว่าไงนะ!

คุณมันก็แค่ไอ้เด็กน้อยที่ร้องไห้งอแงตอนติดอยู่ในลิฟต์ ร้องให้ฉันโอ๋ แค่นั้นแหละ

นี่เธอ... กล้ามากเลยนะรู้ตัวรึเปล่า

เออ กล้าได้มากกว่านี้อีก ถ้าคุณยังไม่ปล่อยฉันไป

ปล่อยเหรอ ปล่อยยังไง

 “ปล่อยนอก หรือปล่อยในดีล่ะ?

ไอ้กรี๊ด!!!” ฉันดิ้นสุดแรงแต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้ เมื่อไอ้คนเลวเหวี่ยงฉันลงไปที่โซฟา ก่อนจะตามมาคร่อมตัวฉันเอาไว้ แล้วล็อคแขนทั้งสองข้างของฉันไว้ที่เหนือศีรษะ

ปล่อยนะ คุณกล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้

สามีของฉันยังไม่เคยทำกับฉันแบบนี้เลยนะ

น้อยไปสิ มันไม่ทำกับเธอแต่มันมาทำกับผู้หญิงของฉันไง

แล้วตอนนี้ ฉันก็กำลังจะได้ขืนใจผู้หญิงของมันแล้ว สะใจเป็นบ้า อยากจะรู้นักว่ามันจะทำหน้ายังไง ตอนที่รู้ว่าเมียมันก็เป็นเมียฉันเหมือนกัน

กรี๊ดไม่นะคนเลวก้มลงมาซุกไซร้ซอกคอของฉันอย่างหยาบคาย จนฉันรู้สึกขยะแขยงทุกสัมผัสของเขา ในใจนึกถึงแต่หน้าพี่เจค คิดถึงแต่เขาคนเดียว อยากให้เขามาช่วยฉันให้พ้นไปจากขุมนรกนี่เต็มทีแล้ว

ฮึก...ฮือ..

ร้องไห้ทำไม

ฮึก ฮือ....ฉันเกลียดคุณ ไอ้คนเลวทราม คุณบอกว่าคู่หมั้นคุณเจ็บปวดเพราะถูกขืนใจจนฆ่าตัวตาย คุณอยากให้ฉันเป็นแบบนั้นใช่มั้ย เอาเลย เพราะฉันก็จะทำเหมือนที่เธอทำ ฉันจะตายต่อหน้าคุณ ให้คุณรู้สึกผิดไปจนวันตายเลยคอยดู ฮือ...มินยุนกิมองหน้าฉันด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนที่ลุกออกไปจากตัวฉัน

ฉันทำไม่ได้ เพราะฉันไม่เลวเหมือนสามีเธอ

พี่เจคไม่ได้ทำ

เธอคงหลงผัวจนตาบอดมากกว่า ขอโทษที่ฉันไม่ใช่เมียมันอย่างเธอ เลยไม่ขอเข้าข้างมันแล้วกัน

คุณทำฉันไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ เพราะคุณรู้ว่ามันผิดไง

คุณลองคิดดูให้ดีๆ คุณคือคนที่รู้จักพี่เจคดีกว่าฉัน เท่าที่ฉันรู้ พวกคุณโตมาด้วยกัน คุณละอายที่ต้องขืนใจฉันทั้งๆที่อยากเอาคืนพี่เจคมากขนาดนั้น แล้วคุณคิดว่าพี่เจคที่ไม่มีแรงจูงใจอะไรเลย จะทำแบบนั้นกับคุณมิยอนได้ยังไง แล้วยิ่งเขารู้ว่าคุณมิยอนคือคนที่คุณรัก พี่เจคไม่มีทางทำแบบนั้นแน่”  เป็นอีกครั้งที่มินยุนกิมองมาที่ฉัน แต่ครั้งนี้เขาเหมือนกำลังตกใจและใช้ความคิดไปพร้อมๆกัน

มันจะรู้ได้ยังไงว่าฉันรักมิยอน

หมายความว่ายังไง? เขาพูดอะไรของเขากันนะ ทั้งสองคนเป็นคู่หมั้นกันไม่ใช่รึไง

มันจะรู้ได้ยังไง เมื่อแม้กระทั่งตัวมิยอนเองยังไม่รู้เลยว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ...

ฉันไม่เคยพูดมันออกไป ยิ่งรู้ว่ายัยนั่นโดนบังคับให้หมั้นกับฉัน ฉันยิ่งไม่อยากพูดออกไป เพราะฉันคิดว่ามิยอนตกลงหมั้นกับฉันเพราะเงิน ฉันเลยไม่เคยสักครั้งที่จะกล้าพูดออกไปว่ารัก เอาแต่ผลักไส ไม่เคยเลยสักครั้งที่ฉันจะได้ทำหน้าที่คู่หมั้นจนวันที่ฉันเสียมิยอนไป

แต่เธอ เธอ กล้าพูดสิ่งที่ฉันรู้สึกออกมาได้ กล้าพูดมันออกมาได้ยังไง!” ฉันงงไปหมดแล้ว ฉันนึกว่ามินยุนกิกับมิยอนจะรักกันมาก แต่สิ่งที่ฉันเพิ่งรับรู้มันไม่ใช่เลย

แบบนั้นคุณก็ไม่ควรที่จะโกรธ หรือโทษคนอื่น คนที่ผิดที่สุดก็คือคุณ หรือว่าที่จริงแล้วคุณก็กำลังรู้ผิดกับสิ่งที่ทำกับคุณมิยอน คุณรู้สึกผิดที่คุณไม่เคยบอกว่ารักเธอออกไป รู้สึกผิดที่ไม่เคยทำหน้าที่คนรักที่ดีให้กับเธอเลย คุณรู้สึกผิดที่ปกป้องเธอไม่ได้ คุณก็เลยโยนความผิดทุกอย่างมาให้พี่เจค!

ไม่จริง!!

เขาตะโกนออกมาด้วยใบหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน ใช่เขากำลังสับสนเพราะคำพูดที่ฉันจากการคาดเดาเอาล้วนๆ แต่สิ่งที่เขาแสดงออกมาตอนนี้มันบ่งบอกได้ชัดเจนว่าสิ่งที่ฉันคาดเดามันใกล้เคียงกับความจริงมากพอสมควร

เล่นกับเธอไม่สนุกเลยจริงๆ

นายครับเสียงของคนที่น่าจะเป็นลุกน้องของเขาดังขึ้นจากด้านนอก

พวกนั้นมาแล้วครับ

หึ มาเร็วกว่าที่คิด"

"อย่างน้อยวันนี้ก็ถือว่าคุ้มที่ฉันลงทุนไป เพราะอย่างน้อยทำให้ไอ้เจคมันถ่อมาถึงที่นี่ได้ ทั้งๆที่มันเคยลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกเป็นอันขาด

มันคงรักเธอมากสินะ ถึงได้ยอมทิ้งศักดิ์ศรี ยอมกลับมาเผชิญกับความทรงจำที่มันอยากจะลืม แล้วมารับเธอที่นี่ด้วยตัวเอง

แล้วที่คุ้มกว่าก็คือ นั่นเขาชี้ไปที่บางอย่างที่อยู่ด้านหลังของฉัน มันคือกล้าองวีดีโอ ที่ถ้าเดาไม่ผิดมันคงถ่ายตอนที่ทำคิดจะขืนใจฉันที่โซฟาเอาไว้ได้แน่ๆ

คนของฉันตัดต่อแค่ตอนเด็ดๆส่งให้สามีของเธอดูแล้วล่ะ ป่านนี้มันคงใจสลายแล้วล่ะมั้ง หึหึหึ

พี่เจค ฮึกแค่ฉันหายตัวมาแบบนี้ เขาก็คงเป็นห่วงมากแน่ๆ แล้วยิ่งเห็นคลิปบ้าๆนั่นอีก ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาต้องเสียใจแค่ไหน

คุณมันเลว

ไม่เท่าสามีเธอหรอก

พวกข้างนอกน่ะ เข้ามา แล้วเอาตัวนายหญิงของทกซูรีไปคืนเจ้าของกันดีกว่าคนเลวใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างจงใจปั่นประสาทฉันขั้นสุด และเขาทำสำเร็จซะด้วยสิ

 


ฉันถูกลูกน้องสองคนของมินยุนกิพาตัวออกด้านนอก และใช่จริงๆด้วยที่นี่น่าจะเป็นบ้านของพวกตระกูลมินไม่ผิดแน่ พอฉันถูกพาตัวออกมาถึงบริเวณที่เป็นเหมือนลานกว้างฉันเห็นผู้คนมากมายมายืนอยู่เต็มไปหมด ที่แน่ๆคนพวกนี้คือคนของบลูอีเกิ้ล ที่กำลังยืนเตรียมปะทะกับคนของตระกูลมินอยู่

ฉันกวาดสายตามองหาคนที่ฉันอยากเจอมากที่สุด จนฉันเจอเขาแล้ว พี่เจคยืนอยู่ตรงนั้นท่าทางของเขาดูอิดโรยแต่แววตายังคงมุ่งมั่นเหมือนเดิม และเขามองมาที่ฉัน แต่หัวใจของฉันก็กระตุกวูบขึ้นมาเมื่อเขามองฉันเพียงแวบเดียวเท่านั้น สายตาที่เขามองมามันมีความผิดหวังอยู่ในนั้น ก่อนที่เขาจะหันไปมองมินยุนกิด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

โอ้โห...เป็นไง กลืนน้ำลายตัวเองอร่อยมั้ยวะ?” เขาดูชอบอกชอบใจที่ทำให้พี่เจคยอมมาที่นี่ได้ เพราะฉัน ฉันจะทำยังไงดี ฉันเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดใช่มั้ย?

ต้องการอะไรก็พูดมา อย่าเสียเวลาน่ารำคาญ

ตอนแรกก็...ต้องการทำมากกว่าในคลิปที่มึงเห็น

แววตาของพี่เจคไหววูบอย่างเห็นได้ชัด นี่เขาเห็นคลิปนั่นแล้วใช่มั้ย คลิปที่ผู้ชายเลวๆคนนั้นแตะต้องตัวฉัน ฉันมั่นใจเลยว่า มินยุนกิต้องเลือกตัดเอาส่วนที่พี่เจคไม่ควรเห็นที่สุดส่งให้เขาดูแน่นอน เขาต้องเสียใจและโทษตัวเองแค่ไหนกันนะ

ขอโทษนะคะพี่เจค

แต่กูดันมีสามัญสำนึกมากกว่ามึงว่ะ ก็เลยทำระยำแบบที่มึงทำไม่ลง

ว่าแต่ อันที่จริงมึงไม่เห็นต้องพาลูกน้องบุกมาบ้านกูเยอะแยะขนาดนี้เลยนะ

เพราะแค่มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูอีกครั้ง กูก็ถือว่าเป็นเกียรติมากๆแล้วว่ะ ฮ่าๆๆ

ส่งผู้หญิงกลับไปมินยุนกิหันมาสั่งลูกน้องที่คุมตัวฉันอยู่ และทั้งสองคนก็ทำตามทันที เขาพาฉันไปส่งคืนให้พี่เจค

คงสนุกมากสินะพี่เจครับตัวฉันและประคองฉันเอาไว้ ก่อนจะพูดประโยคนั้นกับมินยุนกิ

สนุกมาก...หน้าตาเขาดูซะใจมากที่ทำให้พี่เจคมาที่นี่ได้

แต่กูไม่สนุกด้วย ไม่เลยสักนิดเขาพูดกับมินยุนกิ แต่เหลือบมองฉันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองผ่านไป

พี่เจคพาฉันมาขึ้นรถ ตามด้วยเขาเองที่ตามมาขึ้นนั่งอีกฝั่งหนึ่ง วันนี้อีกอนเป็นคนขับรถให้ต่างจากทุกทีที่พี่เจคจะชอบขับรถเองมากกว่า คงเพราะว่าตลอดหลายวันที่ผ่านพี่เจคเหนื่อยกับงานมาก แล้วต้องมาเหนื่อยกับเกมเด็กเอาแต่ใจไร้สาระที่ผู้ชายอย่างมินยุนกิสร้างขึ้นมาเพื่อกลั่นแกล้งเขาอีก


ฉันอยากขอโทษเขาเป็นพันครั้งที่ทำให้เขาต้องมาเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นวันนี้ ฉันไม่รู้หรอกว่าสาเหตุที่พี่เจคประกาศว่าจะไม่ไปที่บ้านของพวกตระกูลมินอีกมันมีสาเหตุมาจากอะไร มันคงมีเหตุผลมากพอที่เขาตัดสินใจทำแบบนั้น แต่เพราะความคิดน้อยของฉันเองที่ทำให้พี่เจคต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง และพอเขาได้มาที่นี่ พี่เจคดูเหนื่อยหนักกว่าเดิม ทั้งสายตาและน้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าเขาเกลียดที่นี่จริงๆ

ตลอดทางที่รถเคลื่อนตัวออกมาจากบ้านพวกตระกูลมิน คนข้างๆฉันไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำหนึ่ง มีเพียงความเงียบและเสียงเบาๆของเครื่องยนต์ที่ดังแทรกผ่านความเงียบ มันเงียบจนฉันไม่กล้าที่เปล่งเสียงใดๆออกมา แม้แต่คำว่า ‘ขอโทษ’ ที่อยากบอกกับเขาใจจะขาด เอาไว้รอให้ถึงห้องก่อนแล้วกัน ฉันขอโทษเขาและคุยเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาเข้าใจ


ไม่ถึงชั่วโมง รถก็มาจอดอยู่ที่หน้าตึกทกซูรีแล้ว และเป็นโดยองที่มาเปิดประตูรถฝั่งที่ฉันนั่งอยู่ออกสร้างความแปลกใจให้กับฉันอีกครั้ง ว่าทำไมจู่ๆเขาถึงเป็นคนมาเปิดประตูรถให้ฉัน

พานายหญิงไปส่งที่ห้อง ฉันจะไปตรวจบัญชีที่คาสิโนต่อเขาพูดโดยที่ไม่หันมามองฉันสักนิด เลยไม่เห็นว่าท่าทีเย็นชาของเขา มันทำให้ฉันจะแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว เรายังคงไม่เข้าใจกัน และเขากำลังจะหนีฉันไปทำงานอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ

นายหญิงครับเสียงโดยองเรียกฉัน สายตาของเขาบอกฉันว่า ฉันควรปล่อยพี่เจคไปก่อน มันทำให้ฉันหมดหนทางที่จะรั้งเขาเอาไว้ แล้วยอมเดินลงมาจากรถในที่สุด

“ยูรินจะรอพี่เจคนะคะ

ออกรถ” 

เขาไม่มองหน้าฉันเหมือนเดิม เขาทำแค่บอกให้อีกอนออกรถและรถคันที่พี่เจคนั่งอยู่ก็เคลื่อนออกไป พร้อมกับน้ำตาที่ของฉันที่ไหลลงมาจนได้

ฮึก เขาโกรธฉันมาเลยเหรอโดยอง

เพราะฉัน ทำให้เขาต้องไปที่นั่นเหรอเขาถึงโกรธฉันขนาดนี้

คุณเจคเป็นห่วงนายหญิงมากนะครับ

ทำไมล่ะ เป็นห่วงแล้วทำไมถึงไม่แม้แต่จะมองหน้าฉัน

ที่บ้านซาจา...

วันที่คุณเจคกับคุณยุนกิทะเลาะกันอย่างหนัก คุณเจคไปที่นั่น

ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรงจนถึงขั้นที่ชักปืนออกมากันทั้งสองฝ่าย

พวกเขาจะยิงกันเลยเหรอ

ไม่มีใครตั้งใจยิงหรอกครับ แค่อารมณ์พาไป แต่วันนั้นเกิดปืนลั่นน่ะครับ

ปืนลั่น?

คุณแทฮยอง เพื่อนสนิทของคุณเจค และเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณยุนกิ เข้ามาห้ามทั้งสองคนไม่ให้ทะเลาะกัน

แต่ปืนลั่น ไปถูกคุณแทฮยองเข้า

!!!

ตอนนั้นคุณแทฮยองหัวใจหยุดเต้นต่อหน้าต่อตาทั้งคู่ คุณเจคเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้คุณเจคไม่ไปที่นั่นอีก ถึงคุณแทฮยองจะไม่ได้จากพวกเราไป แต่คุณเจคก็ฝังใจจนไปที่นั่นอีกไม่ได้

เพราะเขาโทษตัวเองสินะ โทษตัวเองทำให้รุ่นพี่แทฮยองเกือบตาย ที่ๆมีแต่ความเจ็บปวดของพี่เจค แต่ฉันกลับพาเขากลับไปที่นั่น พาเขาไปเจอกับอดีตที่เจ็บปวดอีกครั้ง เพราะฉันแท้ๆ

ฮึก...ฉันจะทำยังไงโดยอง ฉันจะทำยังไงดี?

End EP:11


 

 



B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

328 ความคิดเห็น

  1. #301 bobiekim (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 11:16
    สงสารใครดี แต่ที่แน่ๆสงสารตัวเองก่อน ฮือออออออออ
    #301
    0
  2. #300 Lisagirl3 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 05:39

    รอนะคะหายไปนานเลย มาอัพบ่อยๆนะคะ ชอบมาก

    #300
    0
  3. #299 WHOAMII (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 05:15
    สงสารจองกุก สงสารนางเอกด้วย รีบมาต่ออีกนะคะ รออ่านอยู่นะ
    #299
    0