My mafia husband name is JK {BTSxYOU}

ตอนที่ 15 : EP: 11 ผู้ชายเจ้าเล่ห์ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    9 ก.ย. 63



ในที่สุดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตระกูลผู้ครอบครอง บลูอีเกิ้ล อย่างตระกูลจอนก็มาถึง 

เมื่อ 'จอนจองกุก' บุตรชายคนเล็กและเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของ 'จอนจินโ 

ผู้ที่ ณ เวลานี้คงเรียกได้ว่า ผู้ที่นำพาองค์กรให้ก้าวมาสู่ความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ตลอดสามสิบปีที่ผ่านมา 

ในฐานะอดีตผู้นำ ได้ทำการแต่งตั้งจอนจองกุกบุตรชาย ที่เพิ่งเข้าพิธีสมรสมาได้เพียงหนึ่งเดือนให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง               ‘ ผู้นำคนใหม่ ของบลูอีเกิ้ลอย่างเต็มตัวแล้ว หลังจากที่ได้เตรียมตัวเพื่อรับช่วงต่อภาระที่ยิ่งใหญ่นี้จากบิดามาหลายปี

และเพราะจอนจองกุกคือคนที่ใครๆก็ต่างกล่าวขวัญถึงในความสามารถรอบด้าน ความเด็ดขาด 

รวมถึงความเฉลียวฉลาด และไหวพริบปฏิภาณ จากการถูกฝึกฝนและบ่มเพาะมาตั้งแต่เกิด 

ทำให้เขาขึ้นแท่นบุคคลที่ถูกจับตามองจากผู้คนมากมายและสื่อทุกสำนัก และหนีไม่พ้นการถูก จับผิด ไปพร้อมกัน 

เพราะข่าวฉาวที่ถูกสังคมมองว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยในการอุ้มฆ่า อดีตครูที่ชื่อ 'จองดาวอน' 

แต่ด้วยพยานและหลักฐานที่ชัดเจน ก็ทำให้เขาหลุดพ้นข้อครหาได้เป็นที่เรียบร้อย

แต่อีกประเด็นหนึ่งที่ยังคงเป็นที่จับตามองมาตลอดก็คือ ประเด็นความบาดหมาง

ระหว่างสองตระกูลที่แข็งแกร่งอย่าง ตระกูลจอนและตระกูลมิน 

ใครๆต่างก็รู้ว่าทั้งสองตระกูลยักษ์ใหญ่ต่างมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเสมอมา 

แต่อาจจะถึงคราวขาดสะบั้นลงได้ เมื่อผู้นำของทั้งสองตระกูลคือ จอนจองกุก และ มินยุนกิ

 

ห้องทำงานที่ห้อมล้อมไปด้วยกระจกใสบานใหญ่บานเดิม ที่มองไปเมื่อไหร่ก็จะพบเจอการเดินทางของแม่น้ำฮันเส้นเดิม ที่ยังไงไหลไปข้างหน้าและไม่มีวันที่สายธารนั้นจะไหลย้อนกลับ จอนจองกุกเองก็เช่นกัน วันนี้เขาถูกสายน้ำพัดพามาไกลจนถึงจุดที่เขาปรารถนาเสมอมา 

ความเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากผู้เป็นพ่อประกาศส่งมอบตำแหน่งผู้นำสูงสุดของ 'บลูอีเกิ้ล' ให้แก่เขา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่นัก เพราะก่อนหน้านี้ นอกจากอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดที่เป็นของพ่อ มาเฟียหนุ่มก็ได้ครอบครองมาทุกอย่างแล้ว

เว้นแต่ความเป็นเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องหนึ่งต่างหากล่ะที่ทำให้ หัวใจแกร่งรู้สึกได้ว่า ชีวิตเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะคำว่า รัก จากปากของเธอคนนั้น

“เราต้องรอทางเอ็มแอลกรุ๊ป ว่าจะส่งใครเข้ามาเป็นพาทเนอร์กับเรา คุณเจคคิดว่าทางนั้นจะส่งใครมาเหรอครับ” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเอ่ยถามเพื่อขอความเห็นจาก นายใหญ่คนใหม่ หากแต่ว่าคนถูกถามไม่ได้จดจ่ออยู่กับการประชุมนี้แม้แต่น้อย รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นที่มุมปากตลอดการประชุมบวกกับสายตาที่หลุบต่ำราวกับเขาไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังประชุมอยู่ยังไงยังงั้น

ซึ่งมันคือเรื่องจริงที่หลายวันมานี้ ใครก็ต้องสังเกตได้ว่าตั้งแต่จอนจองกุกพักงานไปร่วมอาทิตย์และกลับมาพร้อมกับตำแหน่งใหม่ และเหมือนพวกเขาได้เจ้านายคนใหม่ที่วันๆเอาแต่ยิ้มและเหม่อลอยราวกับกำลังคิดถึงใครอยู่

“เจค เจค”

“ไอ้เจคโว้ย!

“มึงจะตะโกนทำไม” มาเฟียหนุ่มตวัดตาขวางมองเพื่อนที่นั่งอยู่ไม่ไกล แต่มันก็พอทำให้จอนจองกุกดึงสติของตัวเองให้กลับมาได้

“เอ่อ เมื่อกี้ผอ.พูดว่ายังไงนะ” นายใหญ่ที่มีตำแหน่งคือประธานกรรมการของกิจการในเครือของบลูอีเกิ้ลทั้งหมดถามออกไปหลังจากปรับสีหน้าของตัวเองให้นิ่งขรึมดังที่เคย

“คุณชเวถามว่าท่านประธานคิดว่า ทางเอ็มแอลกรุ๊ปจะส่งใครมาทำงานคู่กับเราในโปรเจกสัมปะทานเหมืองแร่ที่เชจู” เป็นคิมซอกจินที่พูดขึ้นแทนผู้อำนวยการชเว

“จะเป็นใครก็ช่าง ขอแค่ทำหน้าที่ของตัวเองไป อย่ามาล้ำเส้นกันก็พอ” 

เอ็มแอลกรุ๊ปคือกลุ่มธุรกิจที่แสวงผลกำไรจากพลังงานธรรมชาติมานานทำให้จอนจินโมได้ดำเนินโปรเจกร่วมนี้ไว้ก่อนหน้าที่จอนจองกุกจะมารับช่วงต่อ เพราะบลูอีเกิ้ลวางแผนในระยะยาวเอาไว้ว่า ต้องการเป็นผูกขาดในการผลิตกระสุนปืนเองเพื่อทำการค้าภายในประเทศ แทนการนำเข้า หมายรวมถึงการผลิตส่งออกเองในอนาคต และเหมืองแร่ที่อุดมไปด้วยส่วนประกอบสำคัญของการทำกระสุนปืนทุกชนิดอย่าง กำมะถัน เกาะเชจูจึงเป็นดั่งขุมทรัพย์ที่พวกเขาปรารถนาที่จะได้มาครอบครอง

“การที่เราได้เอ็มแอลกรุ๊ปมาร่วมงานกับเราได้ ถือว่าเราได้เปรียบคู่แข่งในการประมูลครั้งนี้มากครับคุณเจค พวกเขามีความน่าเชื่อถือในด้านนี้มาก ทางฝั่งเราถือไพ่เหนือกว่าผู้ร่วมประมูลรายอื่นแน่นอนครับ”

“ดี”

“แต่สายของเราบอกว่า ทางนั้นจะส่งลูกสาวคนโตที่เพิ่งรับตำแหน่งรองประธานกรรมการมาหมาดๆ เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ ว่าเธอจะมาดิลกับมึงด้วยตัวเองชัวร์”

“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนนั่งหัวโต๊ะเอ่ยถามปาร์คจีมินออกไป

“ใครๆก็รู้ว่าคุณหนูตระกูลชินชอบความอันตราย อันไหนยิ่งยาก นั่นแหละเธอจะพุ่งเข้าใส่”

“มึงหมายถึงเหมือง หรือท่านประธานของเรา” คิมซอกจินถามยิ้มๆ

“หึ เดี๋ยวก็รู้”

“เหอะ” จอนจองกุกถอนหายใจบ่งบอกว่าเขาไม่ได้สนใจผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น แล้วยิ่งถ้าคิดจะเอาชนะเขา ก็อย่าหวังเลย สำหรับเขาธุรกิจมันเป็นเรื่องผลประโยชน์ขององค์กรล้วนๆ อย่าได้ดึงเรื่องไร้สาระเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอันขาด

เพราะครั้งนี้มาเฟียหนุ่มตั้งใจเอาไว้เเล้วว่าเขาจะดำเนินโปรเจกนี้ด้วยสันติวิธีอย่างที่พ่อของเขาเคยทำ จะไม่ใช้วิธีเดิมๆคือเอาอำนาจบารมีหรือความรุนเเรงเข้ามาในการทำให้งานสำเร็จลุล่วงเหมือนที่เขาเคยทำ


หลังจากที่ผู้ร่วมประชุมแยกย้ายกลับไปทำงานของตัวเอง จอนจองกุกก็เช่นกัน เขากลับมานั่งที่ทำงานของตัวเอง แต่เขาสงสัยว่าทำไมสองคนสนิทของเขายังคงไม่ไปไหนแถมยังเอาแต่จ้องเขาไม่วางตา

“ทำไมยังไม่ไปที่ชอบๆอีก” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอถามอย่างนึกรำคาญ

“งั้นกูก็คงไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ” ปาร์คจีมินตอบขำๆ แต่คนฟังไม่ได้ขำด้วย

“อย่าเพิ่งคิดฆ่าจีมินมันตอนนี้ ที่พวกกูยังอยู่นี่ เพราะกูอยากคุยอะไรกับมึงหน่อย” จอนจองกุกมองหน้าคิมซอกจินกับปาร์คจีมินสลับกันไปมาก่อนจะพยักหน้า

“มึงรู้ตัวรึเปล่า ว่าพักนี้มึงดูแปลกๆไป”

“ยังไง?

“กูกับซอกจินฮยอง ไม่สิ ทุกคนรอบตัวมึงนั่นแหละ พวกเราสัมผัสได้ถึงรัศมีสีชมพูรอบๆตัวมึง”

“-*- เพ้อเจ้อ”

“ถามจริง มึงไม่รู้ตัวเองจริงเหรอวะ วันๆหนึ่งมึงเอาแต่เหม่อใจลอยไปชั้นบนกูรู้ แถมยังยิ้ม ย้ำว่ามึงยิ้ม”

“ผมก็คนมั้ยฮยอง ยิ้มมันแปลกตรงไหน”

“แปลกเพราะมึงคือจอนเจคไง เป็นทุกทีมึงยิ้มทีไร ไม่ชิบหายก็มีคนตาย แต่นี่ทุกอย่างปกติ และยังไม่มีใครตาย มึงแอบยิ้มคนเดียวทุกวันแบบนี้หมายความว่าไงวะ”

“อย่าบอกนะว่าช่วงที่มึงลาพักก่อนขึ้นรับตำแหน่งมีอะไรเกิดขึ้น” สายตาคมกริบของคมซอกจินจ้องมองไปยังใบหน้าของน้องชายคนสนิทอย่างจับผิด

“ไปชาร์ตพลังอีท่าไหนน้า...ถึงได้หน้าใสเบบี้เฟซออร่าพุ่งราศีจับแบบนี้” คนทะเล้นที่ชื่อจีมินคิดถึงเรื่องอื่นไม่ได้จริงๆ นอกเสียจากเพื่อนของเขากำลังมีความรักเบ่งบานในหัวใจ

“เงียบแบบนี้แปลว่าจริง!

“......”

“นี่มึงกับน้องยูริน OMG” ท่าทางเอามือสองข้างป้องที่ปากอันแสดงถึงความประหลาดใจของจีมินยังคงน่าหมั่นไส้ในสายตาของจอนจองกุกเสมอ

“เรื่องจริงเหรอวะ นี่มึงกับน้องยูริน!

“น้องยูรินคนสวยของสวยของกู เสร็จโจรโหดใจโฉดป่าเถื่อนอย่างมึงแล้วเหรอวะ”

“เมียกู แล้วกูก็ไม่ใช่โจรมึงพูดดีๆ” มาเฟียหนุ่มพูดด้วยสายตาไม่พอใจ

“เรียก เมียเสียงหนักแน่นเชียวนะครับนายน้อย” คนที่เดินเข้ามาเอ่ยแซว

“โฮซอกอา พักนี้กูไม่ค่อยเจอมึงเลยนะ” คิมซอกจินทักทายเพื่อนที่หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ เขาไม่ค่อยได้เจอหน้าจองโฮซอกเลยนับตั้งแต่วันแต่งงานของจอนจองกุก

“ฮยองคงมีหลายเรื่องให้จัดการ”

“ใช่มั้ย?” คำถามของผู้เป็นนายน้อยทำให้จองโฮซอกเงียบไป แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น

“ใช่ครับ แต่อีกไม่นานหรอกครับ ทุกอย่างจะเรียบร้อย”

“ว่าแต่ฮยองมีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่า”

“แค่จะมาดูหน้าคนกำลังมีความรักน่ะครับ”

“-*-”

จะยิ้มก็ไม่ได้ เพราะมาเฟียหนุ่มกลัวโดนแซวหนักกว่าเก่า เขาก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าชีวิตนี้จะมีความรักเหมือนอย่างคนอื่นเขา เลยไม่ได้เตรียมใจว่าจะต้องถูกกลุ่มเพื่อนสนิทแซวด้วยสายตา คำพูด และท่าทางที่เกือบทำคนนิ่งขรึมหลุดยิ้มไปหลายหน

 





เช้าวันต่อมา กลิ่นกาแฟดำหอมกรุ่นลอยไปกระทบกับประสาทสัมผัสของร่างสูงในชุดสูทสีดำที่ดูเป็นทางการกว่าทุกที เพียงเขาเอ่ยปากบอกภรรยาว่า วันนี้มีนัดสำคัญกับพาทเนอร์ทางธุรกิจรายใหม่ ภรรยาป้ายเเดงก็จัดแจงจัดชุดที่ดูพิเศษกว่าทุกวันให้กับสามีของเธอ

แต่กลิ่นหอมใดก็คงไม่เท่ากับกลิ่นแก้มนวลที่มาเฟียหนุ่มแอบฝังจมูกลงไปหอมฟอดใหญ่ ในขณะที่หญิงสาวกำลังตั้งอกตั้งใจทำไข่ม้วนน่าตาน่าทานอยู่ในกระทะ

“อ๊ะ! คุณเจคคะ” ใบหน้าหล่อคมเอียงคอเล็กน้อยพร้อมกับแววตาที่ฉายแววไม่พอใจส่งไปยังคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอใช้คำแทนตัวที่ไม่ถูกต้องออกไป

“ขอโทษค่ะ พี่เจค แหะๆ” ถึงสามีจะยอมให้เธอเรียกชื่อจริงของเขาแล้ว แต่ยูรินอยากเก็บเอาไว้เรียกในเวลาที่พิเศษมากกว่า บวกกับหากคนอื่นมาได้ยินว่าเธอเรียกเขาว่า พี่จองกุก ล่ะก็ เขาคงต้องเสียเวลาตอบคำถามของใครต่อใครไม่จบสิ้นเป็นแน่ เพราะขนาดคนเป็นพ่ออย่างจอนจินโม ยังไม่เรียกชื่อจริงของเขาให้ใครได้ยินเลยสักครั้ง

“ทำอะไร”

“ไข่ม้วนค่ะ^o^” เสียงใสตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ทำเอาคนตัวสูงถึงกับส่ายหน้าไปมา

“เป็นอะไรไปคะ พี่เจคบอกว่าชอบกินไข่ม้วนฝีมือฉันที่สุดนี่คะ”

“บอกตอนไหนว่าชอบ?

“พี่เจคกินหมดก็แปลว่าชอบนั่นแหละค่ะ” แก้มพองๆที่คงแอบน้อยใจที่ได้ยินคำถามนั้นจากปากของสามี มันน่ารักในสายตาของจอนจองกุกเสมอ ไม่แปลกเลยที่เขาชอบแกล้งเธออย่างเช่นตอนนี้


จองกุกนั่งลงที่เก้าอี้ตำแหน่งที่เขานั่งเป็นจำ โดยที่ยกแก้วกาแฟดำขึ้นมาดื่ม สลับกับขนมปังปิ้ง ตาก็แสร้งทำเป็นดูข้อมูลสำคัญจากโทรศัพท์มือถือไปด้วย โดยที่ไม่ได้สนใจจะกินไข่ม้วนที่ภรรยาตั้งใจทำให้เขาแม้แต่น้อย

ดวงตากลมโตจ้องมองการกระทำของคนตัวสูงอย่างไม่พอใจและน้อยใจปนเปกันไปหมด จริงอยู่ที่เธอรู้แล้วว่าคนปากแข็งคนนี้รู้สึกอย่างไรกับเธอ แต่เขาก็ยังคงเป็นคนนิ่งขรึมพูดน้อย ดูไม่ค่อยใส่ใจอะไรอยู่เหมือนเดิม


ผ่านไปเกือบสิบนาทีไข่ม้วนที่คนเป็นภรรยาตั้งอกตั้งใจทำก็ยังคงถูกทอดทิ้งเอาไว้ในจานอยู่อย่างนั้น มันทำให้นัมยูรินหมดความอดทน เธอจึงเอื้อมมือไปคว้าจานไข่ม้วนตรงหน้าจอนจองกุกตั้งใจจะเอาไปเททิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่กลับถูกมือหนาที่ไวกว่าคว้าข้อมืออีกข้างเอาไว้ได้ทัน เพราะเขากำลังรอเวลานี้อยู่ก่อนแล้วยังไงล่ะ

จอนจองกุกออกแรงไม่มากก็ดึงรั้งให้ร่างบางปลิวมานั่งแหมะอยู่บนตักของเขาอย่างรวดเร็ว มืออีกข้างก็รีบแย่งจานไข่ม้วนมาแล้วทำการวางกลับที่เดิม

“จะทำอะไร”

“ก็เอาไปทิ้งไงคะ”

“ทิ้งทำไม” คนขี้งอนคงไม่ทันสังเกตรอยยิ้มน้อยๆที่ปรากฏที่มุมปากของมาเฟียหนุ่มเป็นแน่ การได้เห็นเมียตัวเองงอนแบบนี้ยูริน คงไม่รู้หรอกว่าท่าทางน่ารักน่าฟัดของเธอมันเป็นกำลังใจชั้นดีในการของงานของสามีมากแค่ไหน

“ก็คนแถวนี้ไม่อยากกินนี่คะ”

“บอกเมื่อไหร่ว่าไม่อยากกิน” ปากก็ถามไปท่อนแขนแกร่งก็กอดรัดเอวบางไปโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่งอนอยู่

“อย่ามากวนกันนะคะพี่เจค” เธอยังพูดแทบไม่จบประโยคด้วยซ้ำ ก็ต้องตกใจไม่น้อยที่คนขี้แกล้งคีบไข่ม้วนเข้าปากตัวเองไปเกือบทั้งจานภายในคำเดียว เธอมองดูกระพุ้งแก้มของชายหนุ่มที่ภายในปากคงกำลังอัดแน่นไปด้วยไข่ม้วนด้วยหัวใจที่ปลาบปลื้มไม่น้อยเลย

“แค่กๆๆ”

“ค่อยๆกินสิคะ สำลักหมดแล้ว” มือเล็กรีบคว้าแก้วน้ำเปล่ายื่นให้จองกุก ด้วยเห็นว่าเขากำลังสำลักของกินที่อยู่ในปากเพราะเขากินมันคำใหญ่เกินไป

“ทำไมไม่กินคำเล็กๆล่ะคะ”

“พี่กินดุ เธอก็รู้นี่”

“พี่เจค>.<” ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เพราะไอ้คำว่ากินที่จองกุกหมายถึง เธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้หมายถึงอาหารอย่างแน่นอน เพราะเขาคนเดียวที่สอนให้เธอเรียนรู้เรื่องพวกนี้จนเธอกลายเป็นพวกที่มีจินตนาการเรื่องบนเตียงอยู่ในหัวบ่อยครั้งแบบนี้

“หน้าแดง” มาเฟียหนุ่มยิ้มชอบใจ ที่เขาแกล้งเมียตัวน้อยได้สำเร็จ

“ปล่อยฉันลงได้แล้วค่ะ เดี๋ยวชุดพี่เจคยับหมดนะ”

“ใครสน?” คนตัวโตยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจจริงๆ ว่าชุดที่เขาสวมมันจะมีรอยยับเกิดขึ้น

“ใครสน ใครสน มีอะไรที่คุณพี่เจค สนบ้างมั้ยคะ” หญิงสาวถามด้วยความจงใจประชดประชันอย่างชัดเจน

“เธอไง”

และคำตอบที่ได้รับ มันทำให้เธอรู้ตัวแล้วว่าคิดผิดที่ถามคำถามนั้นออกไป เพราะแววตาซุกซนที่จอนจองกุกใช้มองเธออยู่ในขณะนี้ มันแฝงไปด้วยความจริงใจที่ทำให้เธอไม่มีแม้แต่ความคืบแคลงสงสัยในคำพูดของเขาแม้สักน้อย เธอรู้ดีเลยล่ะว่า สามีของเธอเป็นคนที่ถ้าได้ลองบอกความรู้สึกออกไปแล้ว ทุกคำพูดที่ออกมาจากปากของเขามันจริงใจ และซื่อตรงเสมอ

“หยุดเขิน”

“สั่งเก่ง”

“อย่างอื่นก็เก่ง”

“ถ้าไม่หยุดหน้าแดง ฉันจะแสดงเรื่องที่เก่งกว่าสั่งให้เธอดูตอนนี้เลย” เมื่อรู้ถึงสัญญาอันตราย ร่างบางรีบกระโดดออกจากตักแกร่งของสามีทันที เพราะเธอรู้ว่าจอนจองกุกไม่ใช่คนที่เก่งแต่คำพูดจริงๆ เขาเก่งทุกอย่างเลยเชียวล่ะ

“กินอิ่มแล้วก็รีบลงไปทำงานได้แล้วค่ะ”

“ยังไม่ได้กินเลยจะอิ่มได้ไง”

“พี่เจค>///<

“หยุดแกล้งสักทีได้มั้ยคะ”

“หึหึ” เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงความพึงพอใจที่ได้แกล้งภรรยาของตัวเอง ก่อนที่จอนจองกุกจะยืนขึ้นเต็มความสูง ตามด้วยการจัดแจงชุดของตัวเองให้เข้าที่ ยูรินเห็นอย่างนั้นเดินเข้าไปช่วยตรวจเช็คความเรียบร้อยให้สามีของเธอ

“วันนี้แค่เซ็นสัญญาคงใช้เวลาไม่นาน”

“อยากไปไหนรึเปล่า”

ยูริน เงยหน้าขึ้นมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของคนตัวสูงกว่า ด้วยแววตาที่เป็นประกาย ใช่ว่าสามีของเธอจะมีเวลาว่างง่ายๆเสียเมื่อไหร่

“เดทกันมั้ยคะ?

“เดท?” คำทั่วๆไป ที่จอนจองกุกรู้ว่ามันคืออะไร แต่ไม่เคยแม้แต่จะนึกถึง จนมาได้ยินจากปากคนตัวเล็กตรงหน้าเขา

“คนคบกันกันก็เดทกันเป็นเรื่องธรรมดา”

“เราไม่ได้คบกัน”

“แต่เราเป็นผัวเมีย”

>.<” เกือบจะใจแป้วอยู่แล้วเชียวที่บอกว่าไม่ได้คบกัน แต่ไอ้ประโยคที่ตามมา มันก็อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยของยูริน 

“เป็นแบบนั้นก็เดทกันได้นี่คะ เราสองคนยังไม่เคยเดทกันเลย”

“เป็นแบบนั้น คือแบบไหน?”

“พี่เจคไม่แกล้งยูรินแล้วได้มั้ยคะ”

“ตอบก่อนงั้นไม่ไป” จอนจองกุกยื่นใบหน้าหล่ออันตรายต่อหัวใจ เข้าไปใกล้ใบหน้าสวยของเมียตัวน้อยอย่างจงใจแกล้งเธอเช่นเดียวกับเมื่อครู่นี้

“เป็น...”

“เป็นอะไร หืม?

“เป็นสามีภรรยาค่ะ” รอยยิ้มของผู้ชนะปรากฏขึ้นอีกครั้ง

“เลือกร้านไว้แล้วกัน”

“ให้ฉันเลือกเหรอคะ”

“อยากตามใจเมีย จบนะ”

จบแต่โดยดีเลยค่ะ


เมื่อแผ่นหลังของจอนจองกุกลับตาไป นัมยูรินก็อดยิ้มตามไม่ได้ เธอคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมีวันนี้ ชีวิตแต่งงานหลอกๆที่เธอคิดว่ามันต้องทรมานและอึดอัดกันทั้งคู่แน่ๆ แต่ที่ไหนได้ เป็นเพราะสิ่งที่เขาทำเพื่อเธอมันทำให้เธอรักเขาจนเต็มหัวใจ และยิ่งกว่านั้นคือเธอรับความรักมากมายจากเขาที่เขามอบให้เธอคืนกลับมา มันทำให้เธออดคิดถึงอนาคตข้างหน้าในชีวิตที่จะมีผู้ชายที่ชื่อ จอนจองกุก อยู่ในทุกๆช่วงเวลาของชีวิตต่อจากนี้ไป

 


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ทุกๆย่างก้าวที่ปลายส้นเข็มสูงสี่นิ้วของรองเท้าราคาแพงระยับกระทบกับพื้นลายหินอ่อนของตึกทกซูรี เรียกให้ทุกสายตาที่ร่างระหงเดินผ่านมองตามเจ้าของมันได้อย่างไม่อาจละสายตาไปได้ มุมปากอิ่มเปื้อนด้วยรอยยิ้มพอที่ไม่ว่า ชินนารา จะปรากฏตัวที่ไหน เธอมักจะเรียกความสนใจให้มารวมไว้ที่เธอเพียงผู้เดียวได้เสมอ

ด้วยใบหน้าสวยราวกับพระเจ้าตั้งอกตั้งใจปลุกปั้นเธอขึ้นมาเพื่อเป็นต้นแบบของความงามแก่โลกมนุษย์ ทั้งรูปร่างและผิวพรรณที่สุดเพอร์เฟค มันยิ่งส่งเสริมให้ คุณหนูใหญ่แห่ง 'ตระกูลชิน' มั่นใจในตัวเองกว่าใคร

ประตูห้องประชุมหลักของทกซูรีถูกเปิดออกช้าๆ ตามด้วยหญิงสาวผู้งามสง่าให้เดินเข้าไปภายในห้องที่เป็นที่นัดหมายในการเซ็นต์สัญญาครั้งนี้

ทันที่ที่เธอก้าวเข้ามาภายในห้องประชุม สายตาของเธอก็มองไปยังเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่เอกสารสัญญาอย่างที่ใครๆเข้าใจ แต่เป้าหมายที่สำคัญกว่าของเธอในวันนี้คือคนที่จะมาเป็นผู้เซ็นสัญญาร่วมกับเธอในวันนี้ต่างหากล่ะ

“สวัสดีครับคุณชิน” เป็นจองโฮซอกด้วยตำแหน่งผู้ช่วยของจอนจองกุก เขาจึงทำหน้าที่แนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกันเสียก่อน

“สวัสดีค่ะคุณจอง” คำพูดทักทายที่เธอมอบให้จองโฮซอก แต่สายตาของเธอกลับมาตรงไปอีกทางหนึ่งแทน

“คุณชินครับนีคือ คุณจอน ประธานกรรมการบลูอีเกิ้ล หรือจะเรียกว่า..”
“สวัสดีค่ะ คุณเจค” 

นั่นไม่ใช่เสียงของจองโฮซอกแต่อย่าง หากแต่เป็นเสียงหวานปนเซ็กซี่ของ 'จองนารา' ที่เอ่ยเรียกชื่อของร่างสูงสุดเพอร์เฟคตรงหน้า ซึ่งในสายตาของคนที่ถูกเรียก มันคือการกระทำที่เป็นการถือวิสาสะสำหรับเขาไม่น้อยเลย แต่จอนจองกุกเลือกที่จะทำเพียงแค่ใช้สายตานิ่งๆมาที่ชินนารา เป็นสายตาที่ราบเรียบเย็นชาไร้ความรู้สึกใด จนทำให้คนที่พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าอย่างเธอถึงกับประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย เธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนเลยที่จะใช้สายตาแบบนั้นกับเธอมาก่อน

“เอ่อ...นายน้อยครับนี่คุณชิน รองประธานกรรมการเอ็มแอลกรุ๊ปครับ” ดวงตาสายหวานจ้องมองไปที่จอนจองกุกอีกครั้ง หวังได้ยินคำทักทายจากเขา

“มาเซ็นสัญญากันเลยดีกว่าครับ” ชินนาราถึงกับหน้าเหวอไปเลยเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากชายหนุ่ม

“เซ็นเลยเหรอคะ?

“ผมอ่านรายละเอียดทุกอย่างแล้ว และคิดว่ามืออาชีพอย่างเอ็มแอลกรุ๊ป ก็น่าจะอ่านรายละเอียดของดีลนี้มาเป็นอย่างดีก่อนมาที่นี่แล้ว ผมเข้าใจถูกใช่มั้ย”

อวดดี เย่อหยิ่ง

นั่นคือความรู้สึกที่เธอมีต่อพาทเนอร์คนใหม่ของเธอ และแน่นอนทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งที่เธอมีเช่นกัน มันยิ่งทำให้เป้าหมายของชินนาราน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ” ร่างระหงนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับจอนจองกุกที่ถูกจัดเอาไว้สำหรับเธอ ก่อนจะจรดปากกาเซ็นลงไปตรงตำแหน่งของชื่อตัวเองของสัญญาทั้งสองชุด ก่อนจะประทับตราประจำตัวตามลงไป

ชินนารายืนขึ้นเต็มความสูงและกำลังยื่นมือสวยไปจับมือของจอนจองกุกตามารยาทที่ควรจะเป็น หากแต่มือของเธอไม่ต่างจากค้างอยู่กลางอากาศ

“หวังว่า งานของเราจะสำเร็จไปด้วยดีนะครับ” 

จอนจองกุกเอ่ยเพียงเท่านั้นหลังจากที่เขาเซ็นสัญญาเรียบแล้วแล้วยืนขึ้น และเมื่อเขาพูดจบประโยค ชายหนุ่มไม่ได้รีรอให้คู่สนทนาตอบอะไรกลับมา เขาเดินออกไปจากโต๊ะโดยที่เป้าหมายของเขาคือการไปที่ประตูและเดินออกจากห้องไป เพราะเขามีนัดสำคัญรออยู่

การกระทำของมาเฟียหนุ่มสร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมากให้กับชินนารา คุณหนูผู้แสนเย่อหยิ่ง ในชีวิตนี้ไม่เคยมีใครกล้าดีหันหลังให้กับเธอมาก่อน มือเล็กกำหมัดแน่นพยายามข่มอารมณ์เดือดดาลภายในใจ เพื่อให้เธอคิดอะไรบางอย่างที่จะเอาชนะผู้ชายคนที่บังอาจหันหลังให้กับเธอได้

“เดี๋ยวค่ะ!

ร่างสูงและคนของเขาหยุดฝีเท้าลง และค่อยๆหันกลับไปตามเสียงมองชินนาราอีกครั้ง

“ครับ?

“คุณอาจจะคิดว่าคุณคือบลูอีเกิ้ล ที่ไม่เคยพลาดอะไรมาก่อน”

“แต่งานประมูลเหมืองครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกคุณ”

“เพราะฉะนั้น แค่เซ็นสัญญาแล้วเดินออกแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้คุณชนะประมูลได้ง่ายๆหรอกนะคะ” คางเรียวเชิดขึ้น เธอพูดกับจอนจองกุกโดยที่สบตากับเขาทั้งประโยค อย่างไม่นึกเกรงกลัวใดๆ

“แล้วคุณต้องการให้เราทำอะไร” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามออกไป

“คุณต้องไปศึกษาข้อมูลเหมืองที่เชจูอย่างละเอียดด้วยตัวเอง” จองกุกตวัดสายตาไปถามความเห็นจากที่ผู้ช่วยอย่างโฮซอก และสายตาของโฮซอกก็บอกเขาว่า เรื่องที่ชินนาราพูด มันคือสิ่งที่ควรจะทำ

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอเช็คตารางและจะติดต่อ...”

“วันนี้ค่ะ”

???

“ต้องวันนี้เท่านั้น ฉันนัดคุณลุงคังเจ้าของเหมืองเอาไว้แล้ว” ชินนาราพูดไปพร้อมกับใช้สายตาอันชาญฉลาดของตัวเองประเมินฝ่ายตรงข้ามไปพร้อมๆกัน

“หรือว่าคุณจะผิดนัดกับคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดของงานประมูลครั้งนี้ก็ได้นะคะ”

จอนจองกุกเกลียดที่สุดคือการถูกไล่ต้อนอย่างที่ชินนาราทำอยู่ในตอนนี้ แต่งานประมูลครั้งนี้คืองานแรกที่เขาเข้ามารับผิดชอบในฐานนะผู้นำของบลูอีเกิ้ล เพราะฉะนั้นเขาจะทำทุกอย่างเพื่อตัดทุกความเสี่ยงที่จะทำให้เขาพลาดงานสำคัญงานนี้

“ตกลง ตามนั้น”

เขาตอบตกลงออกไป ทั้งๆที่ในใจกำลังร้อนรนด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของคนที่คงกำลังรอเขาอยู่ เขาออกปากชวนยูรินเองแท้ๆ แถมพอนึกถึงประกายในแววตาของเธอที่เอ่ยชวนเขาไปเดทมันยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากกว่าเดิม นี่เป็นเดทแรกในชีวิตของเขา และเป็นเดทแรกระหว่างเขากับภรรยาเชียวนะ แต่สุดท้ายก็เป็นเขาที่ทำมันพัง

 

 




“ค่ะ...ไม่เป็นไรค่ะพี่เจค”

“ฉันยังคิดไม่ออกเหมือนกันค่ะว่าจะไปที่ไหน”

“พี่เจคติดงานนี่คะ ไว้นัดกันใหม่ก็ได้ค่ะ”

“อ๋อ อยู่บ้านค่ะ ค่า แล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

นิ้วเรียวกดวางสายที่เพิ่งคุยเสร็จไปด้วยความรู้สึกผิดหวังหน่อยๆ ที่ถูกเลื่อนนัด แต่เธอก็เข้าใจได้เพราะเขาต้องไปทำงานสำคัญ


“อยู่บ้าน???

“คิดไม่ออกว่าจะไปไหน???”  เสียงของอิมนายอนถามเพื่อสนิทด้วยความไม่เข้าใจ

“แล้วในของกินในรถเข็นนี่อะไร เอาไปถมที่รึไงยะ” ยูรินมองไปใยรถเข็นที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบที่เธอชวนนายอนออกมาซื้อเป็นเพื่อน เพราะตั้งใจให้เดทแรกของเธอกับจอนจองกุกเป็นเวลาที่ทั้งคู่ได้ใช้ร่วมกันที่ระเบียงห้อง โดยที่เธอคิดเมนูอาหารเอาไว้สารพัด และแต่ละอย่างก็เป็นเมนูที่เธอโทรไปถามแม่บ้านแล้วว่าเป็นของที่สามีโปรดปรานทั้งนั้น

“ก็พี่เจคติดงานสำคัญน่ะ”

“พี่เจคแล้วนะเดี๋ยวนี้”

“หยุดเลย เลิกแซวได้แล้ว” ตั้งแต่นายอนได้ยินคำที่เพื่อนใช้เรียกแทนเจ้านายของเธอใหม่ ก็อดแซวไม่ได้ จินตนาการถึงเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแล้วก็เขินแทน

“แล้วงานสำคัญที่ว่าคือ??

“เกี่ยวกับงานประมูลเหมืองที่เกาะเชจูนั่นแหละ”

“อ๋า ไปไกลเลย แบบนี้ต้องค้างคืนรึเปล่า?” ยูรินพยักหน้า

“ดีแล้ว เธอจะได้พักผ่อนบ้างดูดิ๊ ขอบตาคล้ำเป็นแพนด้าไปหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าคุณเจคจะร้อนแรงและหื่นกระหายขนาดนี้ อ๊ะ!” นายอนร้องลั่นเพราะฝ่ามือของเพื่อนฟาดลงไปที่หัวไหล่ของเธอเต็มแรง

“พูดอะไรเนี่ย” คนถามตอนนี้หน้าแดงลามไปถึงใบหูอยู่แล้ว

“คิกคิก อีกไม่นานหรอก เจคน้อยมาแน่ๆ”
“อิมนายอน หยุดเลยนะ
!” เรื่องทะลึ่งตึงตังไว้ใจนายอนเลยจริงๆ เจอกันที่ไรเธอก็ชอบแซวเพื่อนสนิทเรื่องนี้ตลอด ตั้งแต่ช่วงก่อนที่
ยูริน หายไปหลายวัน และเจ้านายของเธอก็ลางานด้วย เจอกันอีกทีสภาพของยูรินก็ไม่ต่างจากผ่านสรมรภูมิรบดีๆนี่เอง

“หลังๆมา พี่เจคก็ลดๆลงแล้วนะ”

“ลดลงหมายถึงเว้นวันบ้างงิป๊ะ?” คนถูกถามส่ายหน้าอีกครั้ง

“เปล่า >///<

“แล้วที่บอกว่าลดลงแล้วนี่ยังไงกันหะ?” นายอนถามอย่างไม่เข้าใจ

“เหลือวันละหนึ่ง>.<

“แว๊กกกกก So Dam Hot

“พอเลย ไม่คุยเรื่องนี้กับเธอแล้ว...”

“ไม่คุยกับเธอแล้วจะให้ไปคุยเรื่องนี้กับใครล่ะ”

“นั่นสิน้า...คนไม่มีประสบการณ์อย่างอิมนายอน จะไปรู้เรื่องนี้จากใครดีล่ะ”

“ไม่ต้องทำเสียงล้อฉันคืนเลยนะยะ มาคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงกับของกินในรถเข็นนี้ก่อน จ่ายตังค์หมดแล้วด้วยเนี่ย”

“รู้หรอกว่ารอฉันชวนกินข้าวเย็นนี้”

“แหม...รู้ทันตัลลอด”

“โทรชวนบยอนมาด้วยดีกว่า”

“ดีๆ งั้นไปซื้อโซจูเพิ่มได้ป๊ะ คืนนี้จะจัดให้หนักเลย นานๆจะครบทีมสักที” นายอนยิ้มร่าอย่างดีใจ ครั้นจะชวนยูริน ออกไปสังสรรค์ข้างนอกก็เกรงใจสามีเพื่อน สบโอกาสที่จอนจองกุกไม่อยู่แบบนี้ คืนนี้คงหนีไม่พ้นปาร์ตี้สาวโสด(บางคน)แน่นอน

“ได้เลย ถ้าไม่ไหวก็ค้างที่บ้านฉันได้เลย ยังไงพี่เจคก็คงกลับพรุ่งนี้ค่ำๆนู่นล่ะ”

 


คืนนั้นระหว่างปาร์ตี้เล็กของแก็งค์เพื่อนสาว นัมยูรินก็ได้หลบมารับโทรศัพท์ในห้องนอนเพราะจอนจองกุกโทรมาหาเธอ

“ค่ะพี่เจค...”

(ทำอะไรอยู่) เสียงนิ่งๆจากปลายสายมันทำให้เธออดคิดถึงอ้อทกอดอุ่นๆของเขาไม่ได้

“กำลังนั่งคุยกับนายอนแล้วก็บยอนค่ะ เอ่อ ขอโทษนะคะที่พาเพื่อนมาที่บ้านโดยไม่ขออนุญาตพี่เจคก่อน” เพราะรู้ว่าสามีเป็นคนค่านข้างรักความเป็นส่วนตัวมากๆ ทำให้เธอรู้สึกเกรงใจ

(ไม่เป็นไร บ้านฉันก็ก็คือบ้านของเธอ)

“แล้วพี่เจคกินอะไรรึยังคะ”

(เรียบร้อยหมดแล้ว กำลังจะเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปดูการทำงานในเหมืองอีกนิดหน่อยก่อนกลับ)

“พักผ่อนเยอะๆนะคะ หวังว่าคงจะไม่แอบพาสาวที่ไหนไปด้วยนะคะ” คนตัวเล็กตั้งใจแกล้งสามีเธอเล่นๆบ้างแต่ จอนจองกุกกลับเงียบไปชั่วขณะ

“ทำไมเงียบไปล่ะคะ”

(ฉันยังไม่ได้บอกเธอ ว่าพาทเนอร์ที่มาช่วยเรื่องประมูลเหมืองเป็นผู้หญิง)

“เธอก็ไปด้วยเหรอคะ”

(อืม..มันจำเป็น)

 คนฟังเงียบไปบ้าง มันคงเป็นความรู้สึกชั่ววูบที่รู้สึกไม่สบายใจที่สามีต้องไปทำงานไกลหูไกลตากับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เพราะเธอเป็นคนมีเหตุผลมากพอ เธอเข้าใจเขาได้ไม่ยากเลยว่ามันเป็นเรื่องของงาน

(ทำไมเงียบไปล่ะ ไม่สบายใจรึเปล่า ไม่ได้มากันสองคน โฮซอกฮยอง กับอีกอนก็มาด้วย)

“ไม่เลยค่ะ มันเป็นงานของพี่นี่คะ ฉันเข้าใจค่ะ”

“พี่เจคพักผ่อนได้แล้วนะ เหนื่อยมาทั้งวัน”

(เรื่องเดท เดทของเรา กลับไปจะชดเชยให้)

“พี่เจคไม่ต้องเครียดนะคะ ว่างเมื่อไหร่ ค่อยไปก็ได้ เรายังอยู่ด้วยกันอีกนาน”

(นั่นสินะ แต่ฉัน...)

“ทำไมคะ”

(คิดว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับ)

(@%$^UTU(*U9&)

“พี่เจคพูดว่าอะไรนะคะ” เพราะปลายเสียงพูดเสียงเบาราวกับบ่นพึมพำกับตัวเอง จึงทำให้คนฟังได้ยินไม่ถนัดนัก

“หาอะไรอุ่นๆดื่มนะคะ จะได้หลับสบาย เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

(ยูริน!)

“คะ?” ยังไม่ทันที่เธอจะกดวางสายเธอก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอจากปลายดังดังขึ้นมาอีกครั้ง

(เอ่อ..พรุ่งนี้เจอกัน)

“ค่ะ..”

(อืม..)

“ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยคะ”

(เอ่อ อืม..เท่านี้แหละ อยู่กับเพื่อนต่อเถอะ)

 

 

ทางด้านคนที่ยืนอยู่ริมระเบียงของบ้านพักบนเกาะเชจูที่ถูกตระเตรียมเอาไว้ จอนจองกุกมาเฟียหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีกำลังทำในสิ่งที่เรียกว่า โทรศัพท์คุยกับคนรักครั้งแรกในชีวิต

“คิดว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับ”

“รู้อย่างนี้พาเธอมาด้วยดีกว่า”

(พี่เจคพูดว่าอะไรนะคะ) 

“เปล่า ไม่มีอะไร”

(หาอะไรอุ่นๆดื่มนะคะ จะได้หลับสบาย เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ)

"ยูริน!"

(คะ?)

"เอ่อ..พรุ่งนี้เจอกัน”

(ค่ะ..)

“อืม..”

(ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยคะ)

“เอ่อ อืม..เท่านี้แหละ อยู่กับเพื่อนต่อเถอะ”

และเมื่อเจ้าของเสียงหวานวางสายไป มาเฟียหนุ่มก็ถึงกับต้องถอนหายใจออกมายาวๆ

“คำว่าคิดถึงมันพูดยากเหรอครับ” จอนจองกุกหันไปตามต้นเสียง แล้วพบว่าเป็นจองโฮซอกนั่นเองที่เดินเข้ามา

“ฮยองรู้ได้ยังไง” เขาตกใจไม่น้อยเลยที่โฮซอกล่วงรู้คำที่เขาอยากจะพูดออกไป

“ผมรู้ว่านายน้อยไม่ได้เตรียมใจที่จะมาที่นี่ ไม่ได้เตรียมใจว่าจะไม่ได้กลับไปนอนที่บ้าน นายน้อยขึ้นเครื่องมาโดยไม่ได้บอกลาคุณยูรินต่อหน้าเลยด้วยซ้ำ ไม่คิดถึงก็แปลกแล้วครับ”

“ก็ไม่ได้ขนาดนั้นสักหน่อย” คนตัวที่ยังคงตัวเล็กเสมอในสายตาของจองโฮซอกแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำหน้ายังไงเวลาที่พูดคุยกับคนอื่นเรื่องรักๆใคร่ๆแบบนี้

“จะพยายามเชื่อแล้วกันนะครับ”

“ขอให้นอนหลับนะครับนายน้อย” โฮซอกพูดไปยิ้มไป เพราะตั้งใจแกล้งนายน้อยของเขา

“คุณเจคเป็นโรคนอนหลับยากเหรอคะ?

ทั้งสองหนุ่มต่างขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินเสียงจากบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ บ้านพักของชินนาราอยู่ห่างออกไปสองหลัง แต่เธอนึกยังไงถึงได้ถ่อมาถึงที่นี่ดึกดื่นแบบนี้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านพักที่มีจอนจองกุกพักอยู่คนเดียว

“ผมหลับยากเพราะปกติไม่ได้นอนคนเดียว”

“ไม่ได้นอนคนเดียว?

“ทุกทีผมนอนกับภรรยา วันนี้ต้องนอนคนเดียวเลยไม่ชิน” จองกุกตอบออกไป เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้เข้าใจสถานการณ์ได้สักที

“หมายถึงคุณเจคแต่งงานแล้วเหรอคะ ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ” ไอ้ท่าทางแปลกใจเมื่อรู้ว่าเขาแต่งงานแล้ว ดูยังไงก็คือการแสดงชัดๆ เป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่จะมาร่วมงานกับบลูอีเกิ้ลจะไม่รู้ว่าจองกุกแต่งงานแล้ว

“แล้วคุณชินมาที่นี่มีเรื่องด่วนอะไรไรรึเปล่าครับ” จองโฮซอกเอ่ยถามแทนเจ้านาย

“มันบังเอิญที่ฉันก็นอนไม่หลับเหมือนกัน ก็เลยตั้งใจจะมาชวนคุณเจค ดื่มด้วยกัน เผื่อจะได้สนุก เอ่ย เพื่อจะได้หลับสบายน่ะค่ะ” ไม่พูดเปล่า ชินนาราค่อยๆเดินนวยนาดเข้าไปหาร่างสูงช้าๆโดยไม่สนใจว่าจะมีสายตาของจองโฮซอกจ้องมองอยู่ก็ตาม

“สนใจดื่มกับฉันมั้ยคะ”

หมับ!

ไม่ทันที่มือเล็กจะวางลงไปบนแผงอกแกร่งกำยำอย่างที่เธอตั้งใจ ข้อมือของเธอก็ถูกมือใหญ่คว้าเอาไว้เสียก่อน

“ถ้าคุณคัน เอ่ย เหงามากล่ะก็ บ้านหลังถัดจากหลังนี้สองหลังมีลูกน้อยผมอีกเป็นสิบคนที่เลยก็คงเหงาเหมือนกัน”

“เชิญได้นะ” 

พูดจบจอนจองกุกก็ทิ้งให้คนที่กำลังรู้สึกชาไปทั้งหน้ายืนอยู่กับอารมณ์ที่กำลังพุ่งพร่านของตัวเองต่อไป โดยที่เขาเองก็เดินขึ้นไปยังชั้นบนที่เป็นห้องนอนของเขา โดยที่มีบอดี้การ์ดอีกสองคนยืนขวางที่บันไดเอาไว้

ชินาราหันขวับไปมองยังบันไดที่ไม่มีจอนจองกุกอยู่แล้วด้วยความโมโหอย่างถึงที่สุด คนอย่างเธอไม่ต้องลงทุนเดินเข้ามาหาใครก่อนแบบนี้ด้วยซ้ำ ทุกทีมีแต่ผู้ชายแทบจะคลานไปหาเธอถึงที่ แต่กับจอนจองกุก เธอยอมลงทุนเดินมาหาเขาในบ้านดึกดื่น แถมเปิดทางให้ทุกอย่างแบบนี้ แต่ดูสิ่งที่ทำกับเธอ นอกจากจะไม่สนใจหรือนึกสนใจเธอสักนิดแล้ว เขายังปฏิบัติต่อเธอดั่งสิ่งน่ารักเกียจด้วยซ้ำไป

“ผมว่าคุณชิน กลับห้องพักไปเถอะนะครับ เรื่องงานก็ขอให้จบที่งาน อย่าพาตัวเองเข้ามาวุ่นวายกับเจ้านายผมจะดีกว่า”

“คุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับฉัน เจ้าตัวเขายังไม่ออกปากไล่ฉันเลย คุณกล้าดียังไง”

“หึ ผมว่า ให้ผมเป็นคนไล่ ดีที่สุดแล้วครับ” เป็นจองโฮซอกอีกคนที่เดินหนีเธอไป ผู้ชายของบลูอีเกิ้ล คือสิ่งมีชีวิตที่คนอย่างชินนาราไม่เคยพบเจอมาก่อน

หญิงสาวที่กำลังเดือดดาลและพาลไปทุกอย่างเพราะเจอสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจ กำลังนึกหาวิธีแก้เผ็ดคนที่กล้าปฏิเสธเธอแบบนี้ ด้วยการพุ่งเป้าไปยังคนที่น่าจะสิ่งกีดขวางความปรารถนาของเธอก่อน

“หึ รักเมียมากงั้นเหรอ พรุ่งนี้รู้กัน”

 

 

 


50% 

To Be Continue 


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เดี๋ยวมาต่อให้นะคะ ^^

ถ้าว่างๆอยากชวนกันพูดคุยได้ที่ #พี่เจคใจเย็น นะคะ

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

328 ความคิดเห็น

  1. #297 yhong552200 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 14:38

    พิเจคเขาคลั่งเมียเพียงคนเดียวค่ะหลอน ต่อให้หลอนเปิดทางจนขาแหกไปข้าง เขาก็เอาเมียเขาแค่คนเดียว55555

    #297
    0
  2. #296 Keobuasa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 10:35
    ยัยชินนางหล่อนกำลังคัน😂เเต่โดนหักหน้า 555
    #296
    0
  3. #295 JK_nest9704 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 00:26

    ร่า*เหมือนกันนะเรา ;)

    #295
    0
  4. #294 lilin852 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 01:59
    อย่ามารังแกนายหญิงของชั้นนะ!!
    #294
    0
  5. #292 MY Name PK (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 20:08
    อ๊ากกยัยชินแกจะทำอะไร!! เคยเจอพี่เจคเวอร์ชั่นฮาร์ดคอยัง? คิดถึงมากไรท์หายไปนานเหมือนกันแงงง
    #292
    0
  6. #291 Lisagirl3 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 18:33

    รอค่าา ไรท์หายไปนานเลย ดีใจที่มาอัพนะคะ เธอจะทำอะไรนางเอก!!!

    #291
    0
  7. #290 _JMPBJk_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 09:42
    คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลยค่ะไรท์ฮืออออออ อย่ามายุ่งกับครอบครัวนี้เชียวนะหล่อนนนมาทางไหนคลานกลับไปทางนั้นเลยยยย
    #290
    0
  8. #289 tangmay2912 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 09:32

    ฮรุกกกㅠㅠคุนไรท์กลับมาแล้วเค้าคิดถึงคุนไรท์เท่ากาแล็กซี่เลยค่ะㅠㅠเค้าเฝ้ารอคุนไรท์นานมากๆเลยค่ะแต่ไม่เป็นไรค่ะเค้าเข้าใจว่าคุนไรท์อาจมีเหตุผลบางอย่างที่มาอัปต่อไม่ค่อยได้แต่เค้าก็ดีใจค่ะที่คุนไรท์มาอัปแล้วก็อัปได้เยอะมากๆเลยค่ะเลยได้อ่านแบบฟิรๆไปเลย><แล้วหลังจากนี้คุนพี่เจคของเราจะเป็นยังไงต่อไปก็คงต้องรอติดตามคุนไรท์ต่อไปนะคะ^^คุนไรท์ก็อย่าลืมพักผ่อนเยอะๆนะคะ^^
    #289
    0
  9. #288 Jutatip_20 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 07:44
    รอค่าาาา
    #288
    0