My mafia husband name is JK {BTSxYOU}

ตอนที่ 14 : EP:10 You're not my wife

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    6 ส.ค. 63




ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองคนเมื่อคำถามนั้นถูกเอื้อนเอ่ยออกไป ทั้งจอนจองกุกและภรรยาในนามของเขา ต่างคนต่างเงียบ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่าย กำลังรอคำตอบ หรือกำลังคิดหาเหตุผลให้ตัวเองอยู่กันแน่ แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็เอ่ยประโยคหนึ่งออกไปพร้อมๆกัน ประโยคที่ต่างฝ่ายต่างพูดออกมาจากการคิดแทนอีกฝ่ายหนึ่งไม่ต่างกันเลย

“เพราะคุณไม่ได้รักฉัน/เพราะเธอไม่ได้รักฉัน”

 

“แย่แล้วครับคุณเจค!!!” ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับอีกอน และจองโฮซอกที่เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน จองกุกละสายตาจากภรรยาของตัวเองก่อนจะหันไปมองคนที่เข้ามา

“มีอะไรเหรอฮยอง”

“เธอมาอีกแล้วครับ คราวนี้ผมว่านายน้อยควรจะจัดการอย่างเด็ดขาดสักที” ยูรินจับสังเกตได้ถึงความตึงเครียดในเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นจากใบหน้าของทั้งของจอนจองกุกเอง หรือแม้กระทั้งคนที่เข้ามาใหม่ทั้งสองคน

“ตอนนี้เธออยู่ไหน”

“อยู่ที่หน้าตึกครับ แล้วคราวนี้เธอพากลุ่มเรียกร้องเพื่อสิทธิสตรีมาด้วยครับ” อีกอนตอบ

“พวกนั้นเรียกร้องอะไร”

“เอ่อ..เธอ เรียกร้องให้นายใหญ่ปลดคุณเจคออกจากตำแหน่งว่าที่ผู้นำครับ”

“นายน้อยจะไปไหนครับ” จองโฮซอกเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงที่จู่ๆจอนจองกุกก็กำลังจะเดินออกจากห้องไป

“เธออยากพบผม ผมก็ควรออกไปเจอเธอไม่ใช่รึไง”

“เธอไม่ได้อยากพบนายน้อยจริงๆหรอกครับ เธอมาก็เพื่อหาเรื่องทำลายนายน้อยนะครับ”

“แต่ถึงยังไงเธอก็เคยเป็น...”

“เธอเคยเป็นครูที่สอนนายน้อยมาตั้งเด็ก ผมเข้าใจความรู้สึกนายน้อยดี แต่เธอจะรักลูกศิษย์มากกว่าลูกสาวของตัวเองอย่างมิยอนได้ยังไง ผมว่านายน้อยไม่ควรลงไปเจอเธอ” 

จองนาราคือแม่แท้ๆของโชมิยอน คนที่เป็นต้นเหตุของความแปดเปื้อน ความบาดหมางและความสูญเสียในชีวิตของจอนจองกุก และที่ผู้หญิงคนนี้มีผลต่อความรู้สึกของนายน้อยของเขามากถึงเพียงนี้ก็เป็นเพราะจองนาราคือครูที่ถูกเลือกให้มาสอนจอนจองกุกที่บ้านตั้งแต่เขายังเด็ก จองกุกเองรักและเคารพเธอมาก 

แต่เพราะเรื่องราวระหว่าง จอนจองกุก มินยุนกิ และโชมิยอนเกิดขึ้น มันทำให้ จองนาราเป็นอีกคนที่เลือกที่หันหลังให้กับจองกุก ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะคนที่คิดว่าน่าจะเข้าใจเขามากที่สุด ต่างไม่มีใครเข้าใจและเลือกที่จะไม่เชื่อในตัวเขาเลยสักคน

และเธอคอยแต่จะหาสรรหาเรื่องราวต่างๆมายืนประท้วงหน้าตึกทกซูรีบ้าง ให้ข่าวกับสำนักข่าว เพื่อทำลายชื่อเสียงของจอนจองกุกก็เคยมาแล้ว และครั้งนี้ก็คงจะเหมือนเช่นทุกครั้ง เธอต้องการตอกย้ำสิ่งที่หลายคนตราหน้าว่าจอนจองกุกคือคนเลวทราม โดยที่ไม่คิดจะปล่อยให้เขาลืมเรื่องนี้ไปได้ง่ายๆ

คนอย่างจอนจองกุกไม่จำเป็นต้องรอให้ใครอนุญาตหากเขาคิดที่จะทำอะไรก็ตาม เขาเลือกที่จะไปเผชิญหน้ากับคนที่เขา รักไม่ต่างจากแม่คนที่สองเลยแม้แต่น้อย จองนารา คนที่เคยโอบกอดและอยู่เคียงข้างเขามานับสิบปี เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่า เธอจะทำร้ายเขาได้ลงจริงๆอย่างนั้นเหรอ

 




“นั่นไง เขามาแล้ว”

“หนอย ยังกล้าลงมาสู้หน้าคุณจองอีกอย่างนั้นเหรอ”

“ทำให้ลูกสาวเขาตาย ยังจะมีหน้าเชิดหน้าชูคอในสังคมอยู่ได้ยังไง”


“ไม่เจอกันนานเลยนะครับครูจอง” มาเฟียหนุ่มทักทายคนเคยคุ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หากสังเกตดีๆ จะมองเห็นว่า ภายในดวงตาที่เขาใช้มันจ้องมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้า มันกำลังสั่นไหวมากแค่ไหน

“หึ อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นอีก แกมันฆาตกร!” แต่น้ำเสียงและแววตาแสนชิงชัง คือสิ่งที่จอนจองกุกได้รับกลับมา

“ผมยังคงยืนยันคำเดิมนะครับว่าผมไม่ได้ทำ ทั้งหลักฐาน และพยาน มันก็ชัดเจนอยู่แล้วนะว่าผมไม่ได้ทำร้ายเธอ”

“ก็เพราะแกเป็นลูกชายของจอนจอนโมไงล่ะ แกคือคนของตระกูลจอน ต่อให้แกยิงฉันตายตรงนี้ คนของแกก็คงจะทำทุกทางให้แกพ้นผิดจนได้นั่นแหละ อย่าพูดให้ตลกไปหน่อยเลย เพราะถ้าแกไม่ได้ทำเธอ แล้วใครล่ะที่ทำ?

“ลูกสาวฉันข่มขืนตัวเองได้อย่างนั้นเหรอ”

“ฮ่าๆๆ ทำลายลูกสาวฉันยังไม่พอ แกยังพรากเธอไปจากฉัน ฮือ ลูกสาวที่น่าสงสารของฉัน มันเป็นเพราะแก”

“ครูจองครับ”

“ฉันไม่เคยมีลูกศิษย์เลวๆอย่างแก!!!” จองนาราตวาดลั่น พร้อมกับร้องตะโกนเพื่อให้คนที่เดินผ่านไปมา ได้ยินถึงสิ่งที่เธอต้องการบอกให้โลกรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เลวทรามแค่ไหน บอกได้เลยว่า ถ้าเธอไม่ใช่ครูที่เคยสอนจอนจองกุกมาล่ะก็ เธอไม่มีทางที่จะลอยนวลมาได้ถึงทุกวันนี้ได้หรอก

“คุณคะ ดูเอาไว้ ไอ้ผู้ชายคนนี้มันเลว มันเป็นสัตว์ มันไม่ใช่คน!!!

“ตระกูลจอนที่ยิ่งใหญ่นักหนา จะยอมให้คนที่มีตราบาปติดตัวแบบนี้มาเป็นผู้นำจริงๆเหรอ เหอะ เราไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด!!!

“พอเถอะครับ” 

จอนจองกุกพูดได้เพียงเท่านั้น เขาทำได้แค่ยืนฟังและซึมซับความเจ็บปวดมากมายเอาไว้ โดยไม่มีใครรู้ได้หรอกว่า ความเจ็บปวดที่เขากักเก็บเอาไว้ในใจมันมีมากมายเพียงใด จริงอยู่ที่จองนาราต้องเสียใจเจียนตายเพราะเสียลูกสาวไป มินยุนกิเกลียดเขาแทบบ้าเพราะสูญเสียคนรัก แต่ใครบ้างที่จะรู้ว่าจอนจองกุกเอง คือคนที่เจ็บปวดมากที่สุดเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ใครจะรู้ล่ะว่าภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งเขาซ่อนเร้นบาดแผลอะไรเอาไว้บ้าง ใครกันล่ะที่จะเชื่อล่ะว่าเขา บริสุทธิ์

“แกจะยืนเฉยแบบนี้น่ะเหรอ ฮือ ทำไมคนที่ตายต้องเป็นมิยอน ทำไมไม่ใช่แก” สองมือทุบลงบนแผงอกแกร่งของจองกุกเพื่อระบายความรู้สึกของตัวเองโดยไม่สนเลยว่าการกระทำนั้นมันจะทำให้เขาเจ็บแค่ไหนก็ตาม แต่หากว่ามันจะทำให้คนที่เขารักและผูกพันมานาน คลายความโกรธเคืองลงได้บ้างเขาก็ยินดี

ไม่นานจองนาราก็ผละจากจองกุกแล้วหันไปคว้าแก้วน้ำของคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เธอตั้งใจที่จะใช้มันสาดหน้าคนที่เธอแสนเกลียด เพื่อให้เขาอับอาย เธอยินดีทำทุกทางเพื่อที่จะสร้างความเจ็บปวดให้กับจอนจองกุก

“แก ไปตายซะ!!!

ซ่า!!!

!!!

“เธอ เป็นใคร?

“ยูริน!!!” จอนจองกุกเอ่ยเรียกคนตัวเล็กตอนนี้เปียกปอนไปหมดเพราะเธอไม่รู้โผล่มาจากไหน และกำลังยืนอยู่ตรงหน้าจองนาราแทนเขา มันเท่ากับว่านัมยูริน เอาตัวเข้ามารับน้ำแก้วนั้นแทนเขา พร้อมกับจองโฮซอกและอีกอนที่วิ่งตามมาด้วย


“คุณไม่มีสิทธิทำกับแบบนี้ ไม่ว่ากับใครก็ตาม” เสียงที่ฟังดูกรุ่นโกรธของยูรินเอ่ยออกไป

“ถ้าคุณหาหลักฐานมาได้ว่าเขาผิดจริงๆ ฉันในฐานะภรรยาของเขา จะจัดการเรื่องนี้เอง ฉันรับปากคุณได้เลย”

“ฉันรู้ว่าคุณเจ็บปวดกับการสูญเสีย แต่การที่พวกคุณกำลังกล่าวหาเขาลอยๆไร้ซึ่งหลักฐาน โดยใช้เพียงความรู้สึกมาตัดสินเขาแบบนี้ มันยุติธรรมแล้วเหรอคะ?” ดวงตากลมโตกวาดมองมองไปยังผู้คนที่ยืนอยู่โดยรอบอย่างต้องการคำตอบ

“หรือถ้าหากพวกคุณมีหลักฐานอยู่ในมือตอนนี้ก็เอาออกมาเลยค่ะ แล้วไปสำนักสถานีตำรวจกับฉันตอนนี้เลย ฉันยินดีช่วยพวกคุณอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้คนผิดรับโทษตามกฎหมายให้ได้!!!

จบประโยคนั้นของนัมยูริน ทั้งบริเวณก็เหลือเพียงความเงียบเท่านั้น เพราะนอกจากจองนารา ที่โกรธจนพูดไม่ออกแล้ว คนอื่นอย่าหวังว่าจะมีหลักฐานเลย พวกนั้นแค่ทำตามคำสั่งของใครบางคนเพื่อทำลายชื่อเสียงของจอนจองกุกเท่านั้นแหละ

“มานี่เลย” มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วทำการลากคนดื้อดึงให้เดินตามเขากลับเข้าไปในตึกทกซูรี ก่อนที่คนของบลูอีเกิ้ลจะเข้ามาจัดการกับคนที่มาก่อความวุ่นวายทันทีที่จองโฮซอกสั่งการ

 

“ยูรินนั่งก่อน” จองกุกดึงให้คนตัวเล็กนั่งลงบนโซฟาข้างๆเขา

“ทำไมต้องนั่งด้วยคะ?

“ฉันบอกให้นั่งลง”

“เนี่ย ทีกับเมียนะสั่งเก่ง แต่ทีกับคนพวกนั้นทำไมถึงยืนให้เขาทุบเฉยๆแบบนั้นล่ะคะ!! 

มาเฟียหนุ่มจ้องมองคนที่กำลังโมโหอย่างไม่เข้าใจนักในสิ่งที่เธอทำลงไป แต่มันก็อดทำให้เขารู้สึกได้ถึงหัวใจที่พองโตไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เธอทำลงไป เธอทำมันเพื่อปกป้องเขา ฟังดูบ้าบอพิลึก ที่มาเฟียโหดเลือดร้อนอย่างเขามีเมียตัวเล็กมาคอยปกป้องอย่างนั้นเหรอ?

แต่พอได้ยินว่ายูรินแทนตัวเองว่า 'เมีย' เรื่องเครียดที่เพิ่งเจอมามันก็เบาลงได้อย่างน่าเหลือเชื่อเลย จองกุกแก้ปัญหานี้ไม่ได้สักทีเพราะจองนารา คนที่เขาเคารพและรักเหมือนส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว ลองเป็นตาสีตาสามาทำกับเขาแบบเดียวกับที่จองนาราทำดูสิ ป่านนี้คงไปเกิดใหม่เรียบร้อยแล้ว

 “แล้วเป็นอะไร โกรธแทนฉันจนตัวสั่นเลย?” เขาถามเพราะสังเกตได้ว่าร่างบางนั้นกำลังสั่นไปทั้งตัว

“เปล่าคุณ ฉันหนาว”

“หึ แล้วทีเมื่อกี้ล่ะทำซ่านัก” จองกุกอดขำออกมาเบาๆไม่ได้ หรือเพราะเธอจะอยู่กับเขามากเกินไปนะ ถึงได้ติดเชื้อความบ้าบิ่นจากเขาไปบ้างแล้ว

“เอาเสื้อฉันใส่ไปก่อน แล้วก็ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” เสื้อสูทสีเข้มถูกถอดออกก่อนที่เขาจะนำไปคลุมให้คนที่กำลังนั่งหนาวจนตัวสั่น

ก๊อกๆ

“เข้ามา” จองกุกเอ่ยปากอนุญาตให้กับคนที่เค้าประตู ก่อนจะมีลูกน้องคนหนึ่งของเขาเปิดเข้ามา

“มีอะไร”

“นายใหญ่เรียกพบครับ”

“เดี๋ยวฉันไป” เขารับคำไป ก่อนที่ลูกน้องคนดังกล่าวจะเดินออกจากห้องไป

“กลับห้องไปได้แล้ว”

“โอเคค่ะ คุณรีบไปเถอะ”

“แล้วระหว่างทาง อย่าถอดเสื้อฉันออก” คนตัวสูงหันมากำชับเธอเสียดิบดี ก่อนจะเดินตามลูกน้องของเขาออกไป

 

 

 

 


สองขาตั้งใจออกแรงวิ่งให้เร็วขึ้น เพราะความเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่ยูรินเพิ่งจะได้รับโทรศัพท์เมื่อชั่วโมงก่อนว่าอิมนายอนเกิดอาการอาหารเป็นพิษอย่างหนักจนทางบ้านต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เมื่อเห็นแล้วว่าตัวเลขหน้าห้องที่บ่งบอกว่าคือห้องที่คนป่วยกำลังนอนพักอยู่ แม่ของนายอนบอกว่าอาการของเธอหนักเอาการทั้งอาเจียนทั้งท้องเสียจนแทบหมดเรี่ยวแรง ทำให้เพื่อนที่ฟังข่าวมากังวลว่านายอนจะเป็นอะไรหนักหรือไม่จนต้องรีบร้อนมาดูให้เห็นด้วยตาตัวเอง

และเมื่อมือบางเปิดประตูเข้าไป ภาพของเพื่อนที่นอนซมอยู่บนเตียงโดยที่ใบหน้าของเธอนั้นซีดเซียวและอิดโรยจนน่าเป็นห่วงนั้น พังทลายหายไปในทันทีเมื่อเธอมองเห็นแล้วว่าอิมนายอนนั้นกำลังอยู่บนเตียงผู้ป่วยจริงๆ แต่กำลังนั่งฉีกยิ้มแฉ่งหวานหยดโชว์ฟันครบสามสิบสองซี่ไปให้คนที่ดูจากด้านหลังก็รู้แล้วว่าคือคุณหมอหนุ่มที่ต้องหล่อมากแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำให้คนที่ท้องเสียเหมือนโดนสูบวิญญาณ กลับมาสดใสรื่นเริงได้รวดเร็วอย่างนี้เป็นแน่

“เดี๋ยวหลังจากนี้หมอจะให้นักศึกษาคิมเป็นคนดูแลเคสของคนไข้ต่อนะครับเพราะอาการไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว” นั่นคงเป็นคุณหมอเจ้าของไข้ตัวจริงที่กำลังพูดกับอิมนายอน

“เอ่อ เรียกว่าคุณหมอเลยได้มั้ยคะ”

“ถ้าคุณสะดวกก็ได้เลยครับไม่มีปัญหา” เสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับนายอนออกไปมันทำให้ยูรินจำได้ในทันทีว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร

“ขอบคุณนะคะคุณหมอแทฮยอง”

“ยินดีครับ” ใช่แล้วหมอหนุ่มคนนั้นแท้ที่จริงแล้วก็คือรุ่นพี่ของเธออย่างคิมแทฮยองนั่นเอง



“อ้าวยูริน มาเยี่ยมเพื่อนแล้วเหรอ...” อิมนายอนคนทะเล้นหันมายิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่เพิ่งเข้ามา แต่รอยยิ้มนั้นก็คงไม่อาจสู้รอยยิ้มที่นายอนมอบให้กับคนตัวสูงตรงหน้าเธอได้หรอก

“หมอขอตัวก่อนนะครับ มีอะไรสงสัยถามนักศึกษาคิมได้เลย” พูดจบหมอเจ้าของไข้ที่คงเป็นหนึ่งในอาจารย์หมอของคิมแทฮยองก็เดินออกจากห้องไป

คิมแทฮยองมองตามแพทย์ที่ปรึกษาของเขาจนมองเห็นแล้วว่าใครกันคือคนที่เพิ่งเข้ามา  คนที่เขาไม่ได้เจอหน้าร่วมเดือนทั้งๆที่ญาติผู้พี่คะคั้นคะยอทั้งกดดันให้เขาเข้าหาเธออยู่ แต่เขาก็หาทางบ่ายเบี่ยงด้วยการลงตารางเวรแบบอัดแน่นจนแทบไม่มีเวลากลับบ้านเพื่อที่จะเป็นข้ออ้างว่าเขาไม่มีเวลาว่างมาทำตามคำสั่งที่เขาไม่ได้อยากทำสักนิด แต่ถ้าจะให้ปฏิเสธไปตรงๆก็ทำไม่ได้ ถึงยังไงซะมินยุนกิก็เป็นผู้นำของตระกูลอยู่ในตอนนี้อยู่ดี

 

“สวัสดีค่ะรุ่นพี่แทฮยอง” หญิงสาวเอ่ยทักทายรุ่นพี่ตามมารยาท

“ไม่เจอกันนานเลยนะ”

“อ้าวรู้จักกันเหรอ” คนป่วยถามด้วยความสงสัย

“อื้ม รุ่นพี่แทฮยองเป็นรุ่นพี่ที่คณะฉันน่ะ”

“อ๋า...หมองานดี”

“หะ??” ทั้งยูรินและแทฮยองต่างหันไปมองคนที่พูดประโยคแปลกๆออกมา

“อ้อๆๆ หมายถึงคณะนี้ผลิตหมอที่มีคุณภาพมากๆเลยค่ะ” ยูรินมองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าอิมนายอนคงจะปลื้มรุ่นพี่ของเธอคนนี้เอามากๆ แต่ก็ไม่แปลกหรอก ใครบ้างล่ะไม่ปลื้มผู้ชายอย่างคิมแทฮยอง

แต่พอได้เห็นหน้าก็อดนึกถึงครั้งสุดท้ายที่เจอกันไม่ได้ เธอจำได้แม่นเลยล่ะว่ารุ่นพี่ที่เธอนับถือนักหนาโยนเธอเอาไว้กับเสือร้ายอย่างจอนจองกุกในวันนั้น โชคดีที่สามีในนามของเธอไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอย่างที่คิด ไม่อย่างนั้นไม่รู้เลยว่าตัวเธอเองจะเป็นยังไงหลังจากวันนั้น

 

“เป็นยังไง ไปกินอะไรมาล่ะถึงได้อาหารเป็นพิษได้ คงไม่ได้แอบไปกิน...” หญิงสาวหันไปถามอาการอิมนายอนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก

“ไม่ใช่น้า...ฉันไม่แน่ใจอ่ะ อาจจะเผลอกินขนมหมดอายุไป” นายอนตอบเพื่อนที่กำลังเป็นห่วงออกไป หากแต่เธอกลับมองไปยังแทฮยองด้วยสายที่ที่ทำให้ยูรินอดสงสัยไม่ได้เลยว่า เพื่อนเธอกำลังปิดบังอะไรเธออยู่หรือเปล่า

“ผมขอตัวด้วยอีกคนดีกว่านะครับ คนไข้จะได้คุยกับเพื่อนได้สะดวก” ใบหน้าเปื้อนยิ้มบางๆถูกส่งไปยังอิมนายอน ก่อนที่เจ้าของร่างสูงจะเดินออกไปอีกคน




“แล้วมาได้ไง แม่ฉันโทรบอกเธอเหรอ”

“ก็ต้องใช่สิ เธอป่วยจนเข้าโรงพยาบาลคุณน้าโทรบอกฉันมันแปลกตรงไหน อ้อนี่ถ้าคุณน้าไม่บอกฉัน เธอก็จะไม่บอกใช่มั้ย?

“ก็... ก็ฉันไม่อยากรบกวนเธอนี่นา”

“รบกวนอะไรกัน”

“เพิ่งแต่งงานได้สองวัน ฉันก็คิดว่าเธอน่าจะอยากใช้เวลากุ๊กกิ๊ก จุ๊กจิ๊ก ปุ๊กปิ๊ก กับสามีมากกว่านี่นา” คนได้ยินมองเพื่อนสนิทอย่างเหนื่อยใจกับความทะเล้นแม้ยามป่วยของนายอน

“เชื่อแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“อ้าวๆ เปลี่ยนเรื่องอ่ะ”

“เปลี่ยนเรื่องตรงไหน”

“ก็ฉันกำลังแอบหลอกถามเธอถึงชีวิตหลังแต่งงานอยู่น่ะสิ”

“เดี๋ยว เรียบเรียงหน่อยอิมนายอน เธอป่วย และฉันมาเยี่ยม ฉันรึเปล่าที่ต้องเป็นฝ่ายถามไถ่อาการเธอ ไม่ใช่เธอมาซักไซร้ชีวิตครอบครับของฉัน”

O.O

“มองฉันแบบนั้นหมายความว่าไง?

“ครอบครัวของฉันเลยน้า...>.<” คนแซวเขินจนตัวบิดจวนจะเป็นเกรียวอยู่แล้ว เมื่อจินตนาการเรื่องของเพื่อนไปถึงไหนๆ

“อย่าบอกนะว่า...ถูกคุณเจคกระทำมาแล้ว”

“อ๊ะๆๆ ห้ามฟาดนะ เพื่อนป่วยอยู่เห็นรึเปล่า เก็บมือของเธอลงไปเลยยัยเพื่อนโหด” นายอนร้องห้ามอย่างรู้ทันเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทกำลังจะเผลอตัวฟาดมือมาตีเธอเหมือนทุกที

“นี่แปลว่ายังไม่โดนกระทำ ว้า..เสียดาย”

“มันจะทะเล้นเกินไปแล้วอิมนายอน” ใครจะกล้าเล่าเรื่องที่ถูกวางยากันทั้งคู่กันล่ะ มันน่าอายมากสำหรับยูรินเอามากๆ

 

หลังจากอยู่คุยเป็นเพื่อนนายอนจนแม่ของเธอมาเปลี่ยนเวรเฝ้าไข้ต่อ นัมยูรินก็เดินออกมาจากห้องพักของนายอนและตั้งใจจะกลับทกซูรีเลย เพราะอีกไม่นานโดยองก็คงจะมารับเธอกลับตามคำสั่งของจอนจองกุกแล้ว

สายตามองเห็นไกลๆแล้วว่าประตูลิฟต์ตัวที่เธอต้องใช้มันกำลังจะปิดลง เธอจึงรีบวิ่งไปที่หน้าประตูลิฟต์แล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปในลิฟต์ได้ทันเวลา โดยไม่ทันสังเกตว่าภายในลิฟต์มีใครบางคนกำลังยืนจ้องมองเธออยู่เงียบๆ

พอเริ่มรู้สึกแล้วว่าตัวเองไม่ใช่เป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในที่นี้ ใบหน้าหวานค่อยๆหันไปยังคนด้านหลังของเธอ แล้วต้องตกใจไม่น้อยเลยที่เธอได้พบกับเขาอีกครั้ง

“คุณมิน!!



สายตานิ่งๆแต่ทว่าแอบแฝงไปด้วยความไหววูบและความกังวลอยู่ในนั้นปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนที่ผู้นำของตระกูลมินอย่างมินยุนกิ จะปรับสีหน้าให้ดูนิ่งตามเดิมก่อนจะระบายยิ้มที่ยูรินมองว่ามันคือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเสแสร้งออกมา

 “เจอกันอีกแล้วนะครับ”

ถึงเขาจะแสร้งยิ้มและกำลังสร้างภาพให้เธอเกรงกลัวเขา แต่เมื่อเธอสังเกตเห็นอาการที่ผิดปกติของคนตรงหน้าเธอมันทำให้เธอเลิกจับผิดนิสัยของผู้ชายคนนี้ไปก่อน เพราะดูแล้วอาการที่เขากำลังเป็นคือสิ่งที่เธอควรรีบจัดการก่อน

“คุณกลัวที่แคบเหรอคะ?” ทั้งใบหน้าที่ซีดเซียว แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล รวมถึงเหงื่อที่ไหลซึมตามร่างกายจนปรากฏเห็นได้ชัดที่กรอบใบหน้าของมินยุนกิ มันยิ่งทำให้อดีตนักศึกษแพทย์มั่นใจว่าคนตรงหน้าเธอกำลังอาการไม่ดี แต่ที่เธอสงสัยก็คือ ทำไมคนของเขาถึงได้ปล่อยให้เจ้านายที่ป่วยเป็นโรคกลัวที่แคบมาขึ้นลิฟต์แบบนี้ได้กันนะ

“คุณ คุณรู้ได้ยังไง” ยุนกิถามออกไปด้วยความตกใจ บวกกับความสงสัยที่ว่าผู้หญิงคนนี้ล่วงรู้ความลับนี้ของเขาได้ยังไง เพราะนอกจากคิมนัมจุนและคิมแทฮยองแล้ว มินยุนกิไม่เคยบอกเรื่องที่เขาเป็น Claustrophobia* กับใคร เขาแอบรักษาอาการนี้จนคิดว่าดีขึ้นแล้ว

วันนี้เขามาพบกับจิตแพทย์ประจำตัวตามปกติ แต่รู้มาว่ามีพวกนักข่าวแอบล่วงรู้ข้อมูลว่าเขามารักษาอาการโฟเบียที่โรงพยาบาลแห่งนี้ เขาจำต้องแอบขึ้นลิฟต์ตัวนี้มา เพื่อให้นักข่าวถ่ายรูปที่เขาใช้ลิฟต์ได้ทัน เพื่อตั้งใจกลบเกลื่อนสิ่งที่พวกนั้นรับรู้มา หากโลกรู้ว่าผู้นำสูงสุดของตระกูลเก่าแก่อย่างตระกูลมินกำลังรักษาอาการโรคกลัวที่แคบอยู่แล้วล่ะก็ มันไม่เป็นผลดีกับตัวเขาเองและตระกูลมินอย่างเเน่นอน

“ฉันเคยเรียนหมอมา คุณน่าจะทราบ” คนตัวเล็กกว่ารีบตอบออกไปตามความจริง เพราะรู้อยู่แล้วว่า เขาคงต้อสงสัยในตัวเธอแน่ๆที่พอจะคาดเดาจากอาการของเขาแล้วรู้ว่าเขากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ คงเพราะป่วยนี่เองไม่อย่างนั้นก็คงจะใช้คำพูดร้ายกาจ จิกกัดเธอเหมือนที่เคยทำไปแล้ว

“ผมไม่เป็นไร ถ้าลิฟต์มันไม่ค้างไปซะก่อน” การอยู่ในที่แคบๆเพียงเวลาไม่นานมันไม่ได้มีผลอะไรกับอาการของเขามากนัก เขาจึงพูดทีเล่นทีจริงแบบนั้นออกไป เพราะคนมักคิดว่าสิ่งที่พูดล้อเล่นออกไปมันจะไม่มีทางเกิดขึ้นจริงๆ

กึ่ก!!!

!!!

แต่แล้วจู่ๆลิฟต์ตัวที่ตั้งสองคนยืนอยู่ก็เกินการกระตุกแรงๆขึ้นมาหนึ่งครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะนิ่งสนิทไป

“เกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่าลิฟต์ค้าง!"

"เป็นไปไม่ได้ นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ!!!” คนพูดน้อยอย่างมินยุนกิถึงกับพรั่งพรูคำพูดมากมายออกมาเมื่อพบว่าสิ่งที่เขาพูดเล่นมันกำลังเกิดขึ้นจริงๆ

ปั้งๆๆๆ

เสียงฝ่ามือทุบที่ประตูลิฟต์อย่างแรงหลายครั้งจากมือหนาทั้งสองข้างของคนที่เม็ดเหงื่อหลั่งไหลออกมามากกว่าเดิน เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่า ตัวเองกำลังจะเริ่มขาดอากาศหายใจ

ปั้งๆๆ

“เปิดสิวะ!!” คนสุขุมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันมีการแสดงออกที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด มันบ่งบอกได้ว่า อาการกลัวที่แคบของมินยุนกิ ไม่ใช่แค่อาการธรรมดาแน่ๆ

ติ๊ด

“ลิฟต์ที่ตึกซีมีปัญหาค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” ยูรินกดไปที่ปุ่มฉุกเฉินภายในลิฟต์ เวลานี้เธอดูจะมีสติมากกว่าผู้ชายข้างๆเธอเสียอีก

“ขออภัยในความไม่สะดวกนะครับ มีการตัดไฟชั่วคราวที่โซนซีเพื่อตรวจสอบระบบไฟฟ้าห้านาทีครับ กรุณารอสักครู่นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ห้านาทีเลยเหรอ!! บ้าไปแล้วรึไง อึ่ก...” หญิงสาวสังเกตได้ถึงอาการที่ผู้ป่วยเริ่มกลัวจนหายใจติดขัดแล้ว เธอจึงค่อยเดินเข้าไปใกล้มินยุนกิมากขึ้น ก่อนจะใช้มือแตะลงเบาๆที่ต้นแขนของชายหนุ่ม เพื่อปลอบประโลมให้เขาใจเย็นลง

“คุณผมว่า ผมกำลังหายใจไม่ออก” มินยุนกิพูดออกไป ด้วยน้ำเสียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล จนน่าเป็นห่วง เธอจึงค่อยดึงให้ร่างสูงค่อยๆนั่งลงไปบนพื้นพร้อมๆกับเธอ ยุนกิเองก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เขาค่อยๆนั่งลงตามยูรินลงไปที่พื้นเรื่อยๆ

“เอาล่ะ คุณมินคะ” ดวงตาเล็กเฉี่ยวตวัดมองมายังคนที่เรียกชื่อเขา

“คุณมินคะ ตั้งสติ แล้วค่อยๆหายใจ”

“หายใจเข้า....”

“หายใจออก...” ยูรินหายใจเข้าออกยาวๆนำ โดยมีมินยุนกิทำตาม ทั้งๆที่แววตาแห่งความวิตกกังวลยังคงฉายชัดออกมา

“อึ่ก คุณ ผมว่า ผมไม่ไหว !!!” สองมือเล็กคว้าใบหน้าที่กำลังลุกลี้ลุกลน ของคนตรงหน้าเธอเอาไว้ เพื่อให้เขาโฟกัสแค่เธอเท่านั้น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และเรียกสติคนที่มีอาการของกลุ่มความวิตกกังวล

“มองหน้าฉันนะคะคุณยุนกิ” ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปยังดวงตาเล็กเฉี่ยวของผู้นำตระกูลมินที่ในเวลานี้ สิ่งที่เธอคุณมองเห็น เขาเป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวทุกอย่างรอบตัว

“มองหน้าฉันนะคะ ค่อยๆหายใจ แล้วตั้งสติ”

“คุณไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว”

“ยังมีฉันอยู่กับคุณตรงนี้นะคะ” ดวงตาที่เคยสั่นไหวแปรเปลี่ยนเป็นจ้องมองมาที่ตาคู่สวยของคนตรงหน้าเขานิ่งๆ  มือเล็กเอื้อมไปจับมือหนาแล้วบีบมือที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเบาๆ เพื่อทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจขึ้น และมันได้ผล

“ดีมากค่ะ ค่อยๆหายใจ อีกไม่นาน เราจะได้ออกไปจากที่นี่แล้วค่ะ”

“จริงๆนะ อึ่ก เธอ เธอจะไม่ไปไหนใช่มั้ย!!!” 

เธอจะหายตัวไปไหนได้กันล่ะ อดนึกขำไม่ได้เลย คนที่เต๊ะท่ามาดดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน บัดนี้กลับกลายเป็นเหมือนเด็กชายมินยุนกิ สำหรับเธอไปแล้ว เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้คิดไม่ดีกับสามีในนามของเธอ แต่ในฐานะคนที่เคยเรียนแพทย์มา เธอจะปล่อยให้อาการของเขากำเริบจนเข้าสู่ภาวะที่ควบคุมไม่อยู่ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นผู้ชายคนนี้จะต้องแย่แน่ๆ

พรึ่บ!!

ติ๊ง!!!

ไฟภายในลิฟต์สว่างจ้าตามเติมพร้อมๆกับประตูลิฟต์ที่ค่อยๆเปิดออก ภาพที่เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าลิฟต์เห็นก็คือ ภาพของชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังนั่งใกล้กันในระยะประชิดพร้อมกับมือของทั้งคู่ที่จับกันเอาไว้แน่น

เป็นนัมยูรินที่ตั้งสติได้ก่อน เธอรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับค่อยๆออกแรงประคองมินยุนกิให้ยืนขึ้นตามเธอไปด้วย

“เมื่อกี้แอร์ในลิฟต์เสียไปด้วย เพื่อนฉันเป็นหวัดอยู่ด้วย เลยหายใจได้ลำบากมากๆ รบกวนพาเพื่อนฉันไปตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดด้วยนะคะ ให้ตายเถอะ โรงพยาบาลปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงคะ” มินยุนกิตวัดสายตามองสิ่งที่ภรรยาของศัตรูหมายเลขหนึ่งกำลังทำ อันที่จริงเขาต้องทำการตกลงกับเธอก่อนว่าเธอต้องเก็บอาการป่วยของเขาเป็นความลับ 

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรออกไป ผู้หญิงคนนี้กลับกำลังช่วยเขาปกปิดอาการป่วยของเขาโดยที่เขาไม่ได้เอ่ยปากขอเลยด้วยซ้ำ

“เราต้องขออภัยอย่างมากเลยนะครับ ทางเราจะรีบพาเพื่อนของคุณไปตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียดเลยครับ” พูดจบ บุรุษพยาบาลอีกสองคนก็เข้ามาช่วยกันพาตัวมินยุนกิให้เดินออกจากลิฟต์ไป

“ยุนกิอา.. เดี๋ยวฉันมารับนะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วกับชื่อที่เธอใช้เรียกเขารวมถึงประโยคที่ไม่เป็นทางการที่เธอใช้กับเขาเพื่อความแนบเนียน

ถึงเธอจะเดินห่างออกไปไกลแล้วก็ตาม แต่มินยุนกิยังคงแอบหันไปจ้องมองคนที่ทำให้เขาคาดไม่ถึงจริงๆว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเธอหลับหูหลับตาแต่งงานกับผู้ชายอย่างจอนจองกุกเพื่อพาตัวเองกลับไปใช้ชีวิตที่สุขสบายเหมือนที่เคยเป็น แต่พอเขาได้มาเจอเธอวันนี้อีกครั้ง บางอย่างกำลังบอกเขาว่า สิ่งที่เขาตีกรอบตัดสินเธอไปก่อนหน้านี้ เขาอาจจะต้องลองคิดดูใหม่อีกครั้ง

 

ยูรินที่แยกตัวออกจากมินยุนกิมา และกำลังจะกลับอย่างตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก แต่แล้วสายตาก็มองเห็นคิมแทฮยองที่เดินผ่านตรงที่เธอยืนอยู่ไปไม่ไกล ด้วยความที่อยากรู้ข้อมูลอะไรบางอย่าง ทำให้เธอเลือกที่จะกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามเขาไปเพราะกลัวจะคลาดกันซะก่อน

“รุ่นพี่แทฮยองคะ!” คนถูกเรียกค่อยๆหันไปมองยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกเขา แต่เขาติดพันเรื่องที่มีพยาบาลคนหนึ่งกำลังคุยอะไรบางอย่างกับเขาอยู่

“เขากลับไปแล้วเหรอ” รุ่นพี่หนุ่มถามพยายามคนนั้น

“พบคุณหมอคังแล้ว ก็กลับออกไปแล้วค่ะ เหมือนคุณมินจะมีธุระต่อ”

“ขอบคุณที่มาบอกนะครับ” เมื่อคุยกันจบ พยายามคนนั้นก็เดินจากไป และแทฮยองก็หันมามองยังคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล


“มีอะไรเหรอ?” ว่าที่คุณหมอเอ่ยถาม

“คือว่า ...ฉันรู้ว่ามันอาจไม่เหมาะสมที่จะถามเรื่องนี้ แต่ว่า...”

“จะถามถึงสาเหตุของอาการเพื่อนเธอใช่รึเปล่า” คนถูกถามพยักหน้าอย่างอึ้งๆ เมื่อแทฮยองล่วงรู้ในสิ่งที่เธอกำลังสงสัยอยู่

“เธอรู้นี่ว่าการนำข้อมูลคนไข้มาเปิดเผยมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

“ขอโทษค่ะ” เธอคิดในใจว่าไม่น่าถามออกไปเลยจริงๆ

“อยากรู้อะไรก็ตัดสินจากสายตาของเพื่อนเธอที่มองฉันตอนเธอถามว่าทำไมถึงป่วยได้เอาก็แล้วกัน ฉันว่าเธอน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วนะ”

ไอ้สายตาล่อกแลกของนายอมตอนเธอถามถึงต้นเหตุที่ทำให้เธออาหารเป็นพิษ มันน่าสงสัยจริงๆนั่นแหละ พอได้ยินรุ่นพี่อย่างแทฮยองบอกมาแบบนี้ เธอยิ่งมั่นใจว่าเพื่อนรักของเธอคงจะดื้อด้านไปแอบกินชีสมาแน่ๆ ทั้งที่ตัวเองแพ้นมวัวแท้ๆ แต่เพราะอาการแพ้นมวัวของนายอนเพิ่งเป็นตอนอายุได้เก้าขวบเข้าไปแล้ว และที่น่าสงสารที่สุดก็คือ ชีสคือสิ่งที่นายอมโปรดปรานที่สุดยังไงล่ะยูรินถึงได้คอยกำชับนายอนตลอดว่าอย่าได้ไปแอบกินชีสเป็นอันขาด

“หนอย ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง”

“ขอทางด้วยครับ!!

“ระวัง!!!” แขนยาวๆของแทฮยองเอื้อมไปคว้าร่างบาง ที่ยืนขวางตรงทางเดินเข้าหาตัว เมื่อมีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ามาอย่างรีบร้อน

“คนไข้ถูกยิงค่ะ!!

“จากประวัติเธอตั้งครรภ์ได้สามสิบสัปดาห์ค่ะ”

คิมแทฮยองมองตามเตียงผู้ป่วยฉุกเฉินที่เคลื่อนผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว เขามองคนท้องที่ถูกยิงมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นกลัวจนยูรินที่ยืนอยู่ข้างๆรู้สึกได้.


“ฮือ แทฮยอง นายช่วยแม่เราที ช่วยแม่กับน้องเราที ฮือ...”

“แทฮยองอ่า.. ไหนนายสัญญาแล้วว่า เราขออะไรจะทำให้เราได้ทุกอย่างไง ช่วยแม่กับยัยหนูที ฮือ...”

“เราขอโทษนะจองกุก ฮือ แต่เราช่วยนายไม่ได้ ช่วยไม่ได้เลย”

“แม่ครับ...”

“ฮือ แม่ อย่าทิ้งผมไป...”




“เราขอโทษที่ทำขานายหักนะจองกุก”

“ไม่เป็นไรหรอก แผลแค่นี้ สบายมาก”

“แต่เราก็รู้สึกผิดอยู่ดีที่ทำให้นายอดไปเล่นสกีกับพี่ฮวา”

“เอาแบบนี้มั้ย ถ้านายรู้สึกผิด นายก็สัญญากับเราสิ ว่าถ้าหลังจากนี้ เราขออะไรนายก็จะทำให้เราทุกอย่าง”

“โอ้โห ทุกอย่างเลยเหรอ”

“ไม่ได้เหรอ???

“ได้สิ แน่นอน คิมแทฮยองคนนี้ขอสัญญากับจอนจองกุก เพื่อนรักของเรา ว่าถ้าหากจองกุกขออะไร เราจะทำให้นายทุกอย่างที่นายขอเลย โอเคมั้ยล่า...”

 


“รุ่นพี่คะ”

“รุ่นพี่แทฮยองคะ!

“หะ!! เธอพูดว่าอะไรนะ” คิมแทฮยองเหมือนถูกฉุดดึงออกมาจากภวังค์เพราะเสียงเล็กๆที่เรียกชื่อเขาอยู่หลายครั้ง

“เปล่าค่ะ ฉันแค่จะบอกว่า ขอบคุณนะคะที่ช่วยดึงฉันเมื่อกี้”

“อ่ะ อ้อ ไม่เป็นไร แล้วเจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“เปล่าค่ะ ไม่เจ็บเลยค่ะ แต่เมื่อกี้เหมือนมือรุ่นพี่จะ..” ยูรินห็นแวบๆว่ามือรุ่นพี่ของเธอถูกเตียงคนไข้เฉี่ยวไป จึงรีบคว้ามือของคนตัวสูงขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วงทันที แล้วพบว่า ที่มือข้างซ้ายของเขามีแผลอย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆ

“มีแผลจริงๆด้วยค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“แต่...”

“เป็นหมอ แผลแค่นั้นคงไม่ตายหรอกมั้ง”

ทั้งสองคนหันไปมองตามเสียงของใครบางคนที่ดังขึ้นไม่ไกลจากทั้งคู่มากนัก แล้วพบว่าเจ้าของเสียงคือคนที่ยูรินไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่

“คุณเจค!! มาได้ยังไงคะ”

“โดยองติดงานสำคัญ เลยไม่ว่างมารับเธอ” มาเฟียหนุ่มปากก็ตอบไป แต่สายตากำลังจ้องมองยังมือเล็กที่จับมือของผู้ชายอีกคนหนึ่งเอาไว้

“โดยองไม่ว่าง แต่คุณว่างเหรอคะ?”

“ถามมาก กลับได้แล้ว ตามหาตั้งนาน” ยูรินหันไปมองหน้ารุ่นพี่ของเธอก่อน เพื่อจะบอกลาเขาตามมารยาท

“เธอไปเถอะ แผลแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก”

“โอเคค่ะ แต่ต้องทำแปลก่อนรับเคสใหม่นะคะ”

“หึ รู้แล้วน่า”

“เร็วๆ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ยิ่งทำให้ยูรินรีบเดินตามคนที่เดินนำเธอไปก่อนแล้ว

“ปีนี้มึงยังไม่ได้ตรวจสุขภาพนะ”

“เหอะ รับทราบครับคุณหมอ” จอนจองกุกหันมาตอบรับด้วยใบหน้ากวนๆ ก่อนจะเดินออกไป โดยมีภรรยาของเขาเดินตามไปด้วย

เพราะผู้ป่วยที่ดูเหมือนจะเป็นเคสที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มันทำคิมแทฮยองหวนนึกถึงสัญญาในอดีตที่เขาเคยให้ไว้กับเพื่อนรักของเขาขึ้นมา สัญญาสำคัญที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนี้

สัญญาในวันนั้น กูยังคงรักษามันเอาไว้เสมอ ถึงเเม้มึงจะลืมไปเเล้วก็ตาม”

 

 



“คุณ เดินช้าๆได้มั้ย”

“โทษทีที่ขายาว แล้วนั่นเป็นอะไร” จอนจองกุกเอ่ยถาม คนที่กำลังเดินแปลกๆ

“ฉันอยากเข้าห้องน้ำ คุณรอแป๊บหนึ่งได้รึเปล่า” ได้ยินอย่างนั้น มาเฟียหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

“รีบไปเร็วๆ ฉันรอตรงนี้” จอนจองกุกแทบนึกไม่ถึงเลยว่า ชีวิตนี้จะได้มายืนรอเมียเข้าห้องน้ำ ใครมาเห็นเข้าคงต้องแอบเราเรื่องของเขาไปหัวเราะเยาะแน่ๆ

แต่นั่น มันก็คงไม่ได้ทำให้เขาอารมณ์เสียได้เท่ากับการที่ความบังเอิญได้พาให้ใครบางคนที่เขาไม่อยากเจอหน้า ให้มาเจอกันจนได้


“หึ...โลกโคตรกลม” กลมแค่ไหนกันล่ะ ที่ภายในวันเดียวมินยุนกิก็เจอทั้งคนเป็นภรรยา และสามี ในเวลาไล่เลี่ยกันขนาดนี้

“ยังไม่ตาย” จอนจองกุกชิงพูดขึ้นมาก่อน เพราะแววตาของมินยุนกิมันบ่งบอกว่า เขากำลังสงสัยว่า จองกุกมาทำอะไรที่โรงพยาบาล

“เหรอ...” มินยุนกิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยียวนกวนประสาทอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ

“คงผิดหวังสินะ ที่กูรอดมาได้ถึงวันนี้” เรื่องที่โกดัง08ในวันนั้น คนที่จองกุกเองอดสงสัยไม่ได้เลยก็คงจะเป็นคนตรงหน้าของเขานี่แหละ

“การที่มึงตาย มันง่ายไปนะกูว่า” จอนจองกุกจ้องมองใบหน้าขาวของคนที่เขาเคยให้ความเคารพราวกับพี่ชายแท้ๆ ที่บัดนี้ เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เพราะเรื่องบ้าๆนั่นมันจะพาทั้งคู่ให้มายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้


“แล้วมึงต้องการอะไรวะ บอกกูมาซิ” 

นี่คือคำถามที่อยู่ในใจของจองกุกเสมอมา เขาอธิบายทุกอย่างไปจนหมดแล้ว นอกจากมินยุนกิจะไม่เคยและไม่คิดที่จะเชื่อคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อยแล้ว ยังพยายามหาทางทำลายเขามาตลอด 

ยุนกิเองก็จ้องมองใบหน้าของคนตรงหน้านิ่งๆ แล้วค่อยๆเดินเข้ามาหาร่างที่สูงกว่าไม่มากช้าๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ที่จองกุกก็ไม่รู้ว่า เขาจะทำยังไง เพื่อที่จะลบล้างมันไปซะ จนเขาหมดหนทางและหันกลับมาห่ำหั่นกันเองอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้

"กูจะทำให้มึงเสียทุกอย่างที่มึงรัก โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น" จองกุกรู้ดีว่าคนที่มินยุนกิพูดออกมาก มันหมายถึงใคร ยุนกิเชื่อว่าเขาทำลายคนที่ยุนกิรัก และตอนนี้เขารู้แล้วว่า ยุนกิกำลังพุ่งความสนใจไปที่ใครถ้าไม่ใช่ภรรยาของเขา

"กูไม่ได้รักเธอ..."

"หึ... กูเเนะนำมึงอย่างหนึ่ง ในฐานะคนคุ้นเคย"

"ไม่รักก็ดี... เเต่เฝ้าเธอเอาไว้ให้ดีก็เเล้วกัน"

รอยยิ้มร้ายของมินยุนกิมันทำให้ความรู้สึกบางอย่างแล่นเข้ามาภายในใจของมาเฟียหนุ่ม ความรู้สึกที่เขาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน แต่เขาเลือกที่จะสลัดความรู้นั้นออกไป ก่อนจะหันกลับไปมองยังหน้าห้องน้ำที่ร่างบางเดินเข้าไป แต่เขาต้องตกใจเมื่อพบว่า คนที่เขากำลังมองหา ยืนอยู่ด้านหลังเขาอยู่แล้ว

“เธอ...!

“มานานรึยัง”

“ก็...ไม่นานเท่าไหร่ค่ะ ฉันว่า เรารีบกลับกันเถอะค่ะ”

 


ตลอดทางจองกุกสัมผัสได้ถึงแววตาและน้ำเสียงที่ผิดปกติของคนที่นั่งอยู่ข้างกายเขา ตั้งแต่ก่อนออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว นัมยูรินไม่ใช่คนช่างพูด แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่เงียบดังเช่นตอนนี้

 

ครืดๆๆๆ

จองกุกละสายตาจากการลอบมองภรรยาก่อนจะกดรับสายของจองโฮซอกที่เพิ่งโทรเข้ามา

“ว่าไงฮยอง”

(นายน้อยครับ เห็นข่าวรึยังครับ)

“ข่าวอะไร”

(ตอนนี้คุณจองนาราเสียชีวิตแล้ว)

“หมายความว่ายังไงที่บอกว่าครูจองตายแล้ว ฮยองอย่าล้อผมเล่นแบบนี้” ยูรินรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงที่ไม่โอเคเลยสักนิดของคนข้างๆเธอ เธอจึงหันไปมองเขาอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้

(มีคนพบศพเธอถูกทิ้งที่ทะเลแถบชายหาดคังนึงครับ)

(และตอนนี้นายใหญ่ต้องการพบนายน้อยด่วนเลยครับ)

สำหรับจอนจองกุกแล้ว ข่าวการจากไปของคนที่เขานับว่าเป็นคนสำคัญมันสร้างความสะเทือนใจให้เขาเป็นอย่างมาก แต่เขาพยายามตั้งสติเพื่อให้ขับรถต่อไปได้






ภายในห้องทำงานของจอนจินโม ในเวลานี้ความตึงเครียดของทั้งสามคนต่างแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจอนจองโมเอง จองโฮซอก และจอนจองกุกที่กำลังถูกพ่อของตัวเองมองเขาอย่างตั้งคำถาม

“ข่าวมันบอกว่าแกคือผู้ต้องสงสัย” จองกุกกวาดตามองหน้าหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเกี่ยวกับการถูกฆาตกรรมอย่างปริศนาของจองนารา โดยที่ผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งคดีนี้เป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากคนที่กำลังมีเรื่องบาดหมางกับผู้ตายอย่างเขา

“แล้วพ่อล่ะ สงสัยในตัวผมด้วยรึเปล่า”

 “แกถามอย่างนี้หมายความว่ายังไงเจค”

“จริงสินะ ผมไม่น่าถามพ่อเลย เพราะถ้าพ่อเชื่อว่าผมไม่ได้ทำ พ่อก็คงไม่ถามผมตั้งแต่แรกหรอก” 

จอนจองกุกฝืนยิ้มออกมา เพื่อสมเพชชีวิตตัวเอง ที่จู่ๆก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีสั่งฆ่าครูของตัวเอง แต่สำหรับเขาแล้วต่อให้คนทั้งโลกมองว่าเขาคือจำเลย หรือสงสัยในตัวเขา เขาจะไม่ใส่ใจกับมันเลย แต่ในเวลานี้จอนจองกุกรู้สึกได้ถึงความไม่เชื่อมั่นในตัวเขา จากแววตาของพ่อตัวเอง

“แกอย่าเพิ่งมาประชดฉันตอนนี้ เพราะสิ่งที่แกควรทำตอนนี้ก็คือหาพยานและหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่าแกไม่ได้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!!

“เรื่องนั้นผมต้องทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากมั่นใจก็คือ พ่อเชื่อรึเปล่าว่าผมไม่ได้ทำ!!” หากถามจากความรู้สึก จอนจินโมเชื่อสนิทใจเลยว่าลูกชายของเขาไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงที่ชื่อจองนาราได้ แต่เขาจะเชื่อเรื่องนี้โดยไร้หลักฐานไม่ได้

“แกไปจัดการตามที่ฉันบอก หาพยานหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่าแกไม่ได้ทำ แล้วทุกอย่างจะจบ”

“มันจบตั้งแต่พ่อเลือกที่จะไม่เชื่อผมแล้ว” จอนจองกุกเอ่ยประโยคที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและผิดหวังออกไป ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเลือกเดินออกไปจากห้องนี้ เขาทนมองไม่ได้จริงๆ สายตาที่พ่อใช้มองเขาอยู่ตอนนี้

“เจค!!

“ไอ้เจค กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!!


มาเฟียหนุ่มไม่สนใจเสียงของพ่อที่ตะโกนไล่หลังตามมาแม้แต่น้อย เขาปิดประตูห้องทำงานของจอนจินโมอย่างแรง เพื่อจะไปให้พ้นๆจากตรงนี้ แต่ขาของเขาก็ต้องชะงักลง เมื่อเขาเจอกันร่างบางที่ยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว และแน่นอนคนเป็นภรรยาในนามได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในห้องนั้น จองกุกตั้งใจที่จะเดินผ่านเธอไปหากแต่ว่ามือเล็กเอื้อมคว้ามือใหญ่ของเขาเอาไว้เสียก่อน

“ฉันไม่มีอารมณ์มาเถียงอะไรกับเธอตอนนี้หรอกนะ”

“กลับห้องกันนะคะ”

???

“ตอนนี้คุณไม่ควรขับรถออกไปไหน รอให้ใจเย็นลงกว่านี้ก่อนดีกว่านะคะ” เสียงหวานๆที่ยูรินพูดกับเขา มันเหมือนเป็นยาวิเศษที่ช่วยฉุดดึงความรู้สึกของเขาขึ้นมาได้ ราวกับถูกดวงตาคู่นั้นของเธอสะกดเขาเอาไว้ ให้เขาเดินตามมือเล็กที่จูงเขาให้เดินไปกับเธอ





จนทั้งสองคนขึ้นมาถึงเพนเฮาส์ที่เป็นเรือนหอของทั้งคู่แล้ว จองกุกตั้งใจเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง โดยที่ได้พูดอะไรกับยูรินแม้แต่คำเดียว ทั้งๆที่สิ่งที่เขาเจอมา มันหนักหนามากจริงๆ จนเธออยากให้เขาระบายมันออกมาบ้าง เธออยากให้เขาแบ่งมันมาให้กับเธอบ้างจะได้หรือเปล่า ความเจ็บปวดที่อยู่ภายในใจของเขา

ถึงจะได้ยินคำว่า 'ไม่ได้รัก' มาเต็มสองหู แต่มันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาลดน้อยถอยลงไปได้เลย ยิ่งได้มาเห็นสายตาปวดร้าวของจองกุกหลังจากที่เขาเดินออกมาจากห้องทำงานของพ่อแล้ว เธอแทบจะอยากโอบกอดเขาเอาไว้ หากแต่เธอมีความกล้าไม่มากพอ




(นายน้อยไม่ต้องกังวลนะครับ คนที่สร้างข่าวนี้ขึ้นมามันไม่ได้มีหลักฐานอะไรเลย พวกมันก็แค่อยากดิสเครดิตนายน้อยก็เท่านั้น) 

ปลายสายพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยแก้ไขเรื่องที่นายน้อยของเขาถูกใส่ร้ายในครั้งนี้ และจองโฮซอกมั่นใจว่า เรื่องนี้จะคลี่คลายได้ในไม่ช้า แต่ทว่า สิ่งที่คงจะคลี่คลายได้ยากก็คือ ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูก กับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ และความรู้สึกของนายน้อยของเขาที่พังทลายลงไป เพราะคิดว่าคนเป็นพ่อไม่เชื่อใจเขา

“ขอบคุณฮยองมากนะ”

(มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว นายน้อยพักผ่อนเถอะครับ)

จอนจองกุกทิ้งตัวลงนอน ด้วยความสบายใจขึ้นเปราะหนึ่ง หากแต่เขายังไม่อาจสลัดสายตาที่แฝงไปด้วยความคืบแคลงสงสัยในตัวเขาจากคนเป็นพ่อได้เลย คนอย่างจอนจองกุก ไม่เคยแคร์ไม่เคยสนใจคนที่ไม่มีความสำคัญกับชีวิตของเขาอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นคนที่เขารักยิ่งกว่าใครกำลังสงสัยในสิ่งที่เขาทำ

ทั้งมินยุนกิ จองนารา และใครต่อใครที่ไม่เชื่อในตัวเขา ก็เจ็บปวดมามากพอแล้ว ครั้งนี้จะเป็นพ่อของเขาอย่างนั้นเหรอ จองกุกไม่อยากจะคิดเลยว่า จะมีใครบ้างที่เชื่อเขาอย่างสนิทใจว่าเขาบริสุทธิ์



ก๊อกๆๆ

“คุณเจค^^

“ฉันยังไม่ได้อนุญาต ไหนมารยาท” คนที่ถือวิสาสะเข้ามาภายในห้องนอน ต้องยู่ปากเพราะถูกเจ้าของห้องตำหนิ

“ขอโทษค่ะ ฉันแค่จะมาถามว่าคุณหิวรึยัง วันนี้ยังไม่เห็นคุณทานอะไรเลย”

“ฉันไม่หิว”

“ไม่หิวจริงๆเหรอ”

“นัมยูรินเธอออกไปก่อน ฉันอยากอยู่คนเดียว” จองกุกบอกคนที่เข้ามาด้วยเสียงนิ่งๆ

“เวลาแบบนี้จะอยู่คนเดียวได้ยังไงคะ ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนมั้ย” จอนจองกุกตวัดสายตามองคนที่พูดประโยคนั้น ก่อนจะเกิดเข้าไปหาร่างบางแล้วใช้สองมอหนาบีบหัวไหล่ทั้งสองข้างของเธอ

“ทำแบบนี้ทำไม”

“ทำ ทำอะไรคะ” ร่างบางเอ่ยถามออกไปเสียงสั่นๆ เพราะตกใจไม่น้อยจากการกระทำของคนตรงหน้าเธอ

“ก็ทำเหมือนว่าเธอกำลังสงสารฉันไงล่ะ”

“บอกเลยนะว่าฉันไม่ต้องการ ความเห็นใจจากใครทั้งนั้นแหละ คนเลวๆอย่างฉันมันก็สมควรแล้วที่จะไม่ใครเชื่อใจฉัน ขนาดพ่อของฉันยังไม่เชื่อฉันเลย เธอก็เลยเกิดนึกสงสาร ไม่สิ เธอคงกำลังสมเพชฉันอยู่สินะ”

พรึ่บ

!!!” ร่างสูงถึงกับชะงักไปทั้งตัว เมื่อเขากำลังรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายเล็กๆที่กำลังโอบกอดเขาเอาไว้ ใช่แล้วนัมยูรินกำลังกอดเขาอยู่ นั่นคือสิ่งที่สมองของเขาประมวลผลได้

“ฉันเชื่อคุณ”

“ฉันเชื่อว่าคุณไม่ได้ทำร้ายผู้หญิงคนนั้น และเพราะฉันเชื่อแบบนั้น มันเลยยิ่งทำให้ฉันมั่นใจว่าคุณไม่มีทางสั่งฆ่าผู้หญิงคนที่มาก่อกวนคุณวันนั้นได้”

“ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าคนอื่นจะมองคุณยังไง แต่สำหรับฉัน ฉันมองคุณไม่เหมือนเดิมมานานมากแล้วคุณเจค คนอื่นไม่ได้สัมผัสคุณในมุมที่ฉันได้สัมผัส”

“ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกของฉัน มันจะมีค่าสำหรับคุณมั้ย แต่ฉันแค่อยากจะบอกให้คุณรู้ว่า...”

“ที่คุณคิดว่าคนทั้งโลกไม่มีใครเชื่อคุณเลย คุณคิดผิด”

“เพราะยังมีฉันคนนี้ ที่เชื่ออย่างสนิทใจว่าคุณบริสุทธิ์”

“เพราะฉะนั้น อย่าเศร้าอีกเลยนะคะ เพราะฉัน..” ทั้งๆที่เป็นคนพูดประโยคทั้งหมดนั้นออกมาเองแท้ๆ แต่เธอเองกลับกำลังจะร้องไห้ออกมา

รู้ตัวอีกที ร่างบางก็ถูกดันออกจากอกกว้างของจอนจองกุก  คนที่กำลังด่าตัวเองว่าไปเอาความกล้าที่ไหนมากอดเขาก่อนอีกแล้วไหนจะประโยคพวกนั้นที่ออกจากปากไปอีก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าจะคิดยังไง ทำให้ยูรินไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าคนตรงหน้า เอาแต่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้น

“เงยหน้าขึ้นมา แล้วตอบคำถามฉัน”

“ทำไมเธอถึงเชื่อฉัน?” 

ประโยคสั้นๆของร่างสูงตรงหน้า มันอาจเป็นเพียงประโยคคำถามแสนธรรมดา แต่เมื่อยูรินได้จ้องมองไปยังดวงตาสีนิลคู่นั้นที่มองจ้องมา คำถามที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมามันมีอะไรมากมายอัดแน่นอยู่ในประโยคนั้น

และก็เป็นเหมือนเช่นทุกที เมื่อใดก็ตามที่จอนจองกุกใช้สายตาที่จริงจังจ้องมองมาที่เธอ หัวใจดวงน้อยย่อมพบกับความพ่ายแพ้เสมอ รวมถึงครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้ยูรินเลือกที่จะหลบสายตาของเขาก่อนที่สมองจะสั่งการให้ตอบด้วยประโยคทีเล่นทีจริงแทนความในใจที่อยากจะบอกออกไป แต่ไม่รู้จะเรียบเรียงมันออกไปยังไงเพื่อให้จองกุกได้เข้าใจความรู้สึกที่ตัวเองมี

“ก็...ก็ฉันเป็นเมียของคุณไงคะ”

“ยังไงก็ต้องเชื่อคุณอยู่แล้ว”

“ไม่ใช่”

!!!” คนตัวเล็กรู้สึกได้ถึงหัวใจของตัวเองที่กำลังรอลุ้นสิ่งที่จองกุกกำลังจะพูดต่อจากนั้น

“เธอไม่ใช่เมียฉัน!


“.......” 

และแล้วหัวใจที่ได้คำตอบแล้ว กลับเหมือนอกข้างซ้ายถูกบีบรัดขึ้นมา เพราะสิ่งที่ออกมาจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีในนามของตัวเอง แต่ยังไงมันก็คือความจริงดังที่เขาพูด เธอไม่ได้เป็นเมีย ของเขาจริงๆ และก็คงไม่มีวันได้เป็น นั่นเป็นความจริงที่เธอจำต้องยอมรับมัน เพียงเท่านี้ก็คงรู้แล้วว่า ตลอดมาคงเป็นเธอแค่เพียงคนเดียวที่เผลอยกหัวใจไปให้กับคนที่คงไม่คิดจะรักใครเช่นเขา

“ตอนนี้ยังไม่ใช่ แต่หลังจากนี้...”


“อ๊ะ คุณ!!!” ไม่ให้ตกใจได้ยังไง เมื่อจู่ๆร่างของตัวเองก็ลอยขึ้นจากพื้นเพราะท่อนแขนแกร่งที่ออกแรงช้อนอุ้มเธอขึ้น ไหนจะไอ้ประโยคก่อนที่เขาจะอุ้มเธอขึ้นมันฟังดูแปลกๆจนรู้สึกได้

“อุ้มฉันทำไมคะ” คนถูกอุ้มถามด้วยความไม่เข้าใจ

“คุณวางฉันลงนะ” ยูรินร้องบอกคนเอาแต่ใจที่จู่ๆจะมาล้อเล่นอะไรกับหัวใจของเธออีก

 

“วางแล้ว” เสียงนิ่งๆสวนทางกับสายตาที่แปรเปลี่ยนไปของคนที่กำลังคร่อมร่างบางเอาไว้ ใช่ เขาวางเธอลงแล้ว แต่ที่ๆเขาวางลงก็คือผืนเตียงกว้างของเขานั่นเอง

“คุณเจค อย่าเล่นแบบนี้สิคะ”

“ฉันดูเป็นคนขี้เล่นเหรอ”

“ก็ดูคุณทำสิ”

“ไม่ได้เล่น”

“แต่กำลังจะทำสิ่งที่เธอเอาไปคุยโวเอาไว้ ให้เป็นเรื่องจริง”

“คุยโว??? ฉันเนี่ยนะ ไปทำตอนไหน”

“หึ เดี๋ยวเธอก็จะรู้”

สิ้นประโยคนั้น กลีบปากบางก็ถูกริมฝีปากร้อนเข้าฉกฉวยทันที จนเจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ ไม่แน่ใจว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาได้สัมผัสความหวานนี้ แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป เพราะเขาตั้งใจที่จะทำมันจริงๆ ไม่ใช่เพราะต้องการตบตาใคร ไม่ใช่จากการขอบคุณของคนตัวเล็ก หรือฤทธิ์ของยาใดๆ แต่เขาทำมันเพราะอยากทำ และสิ่งที่ทำให้คนอย่าง จอนจองกุก อยากทำ มันย่อมมีเหตุผลมากพอมารองรับอยู่แล้ว


“อื้อ คุณหยุดเลยนะ” คนที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงเอ่ยขึ้นทันทีที่จองกุกถอนจูบออก เพื่อให้กวางน้อยของเขาได้พักหายใจ

“คุณบอกเองว่าฉันไม่ใช่เมีย แล้วทำแบบนี้ทำไมคะ”

เสียงที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและกรุ่นโกรธอยู่ในที ถามออกไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า เธอเข้าใจว่าจองกุกเป็นคนกวนประสาท ปากร้ายและเอาแต่ใจแค่ไหน แต่กับเรื่องที่เขากำลังทำกับเธอ เธอจะไม่ยอมให้เขาทำเพื่อกวนโมโหของเธอแน่ๆ

เมื่อร่างสูงได้ยินและได้เห็นพราวน้ำตาที่เอ่อคลอที่ดวงตาของยูริน มันทำให้เขารู้ว่า เขาควรทำอะไรๆให้มันชัดเจนกว่านี้ และเขาเลือกที่จะทำสิ่งที่แม้ตัวของเขาเองยังคิดไม่ถึง  นั่นคือการใช้มือที่เคยจับแต่ด้ามมือ นิ้วมือที่เคยมีเอาไว้เหนี่ยวไกบรรจงซับน้ำตาที่เขารู้ว่าคนตัวเล็กกำลังสะกดกลั้นมันเอาไว้มากแค่ไหน

“ที่ทำ เพราะอยากให้เป็นเมีย”

“คะ? O///O

“อย่าร้อง”

“เก็บไว้ร้องหลังจากนี้จะดีกว่า”

???

“เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันเป็นคนเต็มที่กับทุกอย่างที่ฉันตัดสินใจทำ” 

คนใต้ร่างพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ เพราะเธอรู้จักนิสัยของสามีของเธอดีว่า เขามักจะเต็มที่กับทุกอย่างที่ทำ จนบางครั้งดูจะเต็มที่มากเกินไปด้วยซ้ำ

“ฉันไม่รู้ว่า...ทำเบาๆมันต้องยังไง ถ้าไม่ไหวก็บอกแล้วกัน”

“เดี๋ยวๆๆ คุณ ไหนบอกว่าจะไม่ทำถ้าไม่ได้รักไงคะ?

“ชู่ว..” นิ้วชี้ข้างเดิมแตะลงที่ปากเล็กเจ้าปัญหาที่เอาแต่ถามนู่นถามนี่ไม่หยุด

“เดี๋ยวเธอจะรู้เอง”

เรียวปากสีกุหลาบของเธอคนนี้ ในเวลานี้ไม่ควรจะมีเอาไว้ถามสิ่งที่ใจอยากล่วงรู้ หากแต่มันความมีเอาไว้เพื่อที่เขาจะได้ลิ้มรสความหวานของเธอ ไปทั้งคืนเสียมากกว่า

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

CUT NC 

เลือกอ่าน Dek d Ver. นะคะ

 เเอคทวิตเตอร์ @Lilyn_T_V  ใน Pin (ปักหมุด) 

กลุ่มเฟสบุ๊ค Lilyn-Fic  อยู่ในโพสประกาศค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++








รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่มครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้  นับตั้งแต่ได้ยินคำว่ารักจากปากของเธอ เขายิ้มมากกว่าที่เขายิ้มมาทั้งชีวิตด้วยซ้ำ

จอนจองกุกกดจูบลงไปยังหน้าผากมนที่ยังคงพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ ก่อนจะดึงรั้งร่างที่หลับใหลให้เข้ามายังแผงอกกว้างของเขา คนที่หลับไปก่อนเขาทุกคืน คงไม่รู้หรอกว่าอ้อมกอดนี้ที่เขากอดเธอเอาไว้ มันกำลังบอกทั้งความรู้สึกรัก และหวงแหนเธอมากมายแค่ไหน

“ขอโทษนะ เพราะเธอคือคนแรกที่ทำให้พี่รู้สึกแบบนี้”

 “แต่เธอคงต้องเหนื่อยกับพี่ไปตลอดชีวิตแล้วล่ะยูริน”

 

End EP:10


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ขออภัยที่หายนานน้า ไรท์กลับมาเเล้วค่า จะลงให้รัวๆเลยเด้อ




B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #293 lilin852 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 01:36
    ฮือออยอมมมม ร้อนแรงเหลือเกินพ่อคุณ
    #293
    0
  2. #285 JK_nest9704 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 22:12

    ปริม~ ปลื้มปิติสุดๆ อบอุ่นมาก ตาเจคแกคือมีความเป็นผช.อบอุ่นแบบแปลกๆอะ

    #285
    0
  3. #283 Choompoo_08 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 08:50
    โอ้ยยยยเขิลลลลลลลลไรท์ค่ะรอนะค่ะสู้ๆอ่านสนุกมากเลยชอบบงบง
    #283
    0
  4. #282 masmse45 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 18:01
    รักเลยยย
    สู้ๆค่ะไรท์
    สนุกมากกก
    #282
    0
  5. #281 Jutatip_20 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:31
    เขินไม่ไหวแล้ว รอค่าาา
    #281
    0
  6. #280 หนูน้อยทาสติ่ง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 22:03
    รอค่าา
    #280
    0
  7. #279 tuk-saowanee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 21:32
    อ่าน nc ได้ยังไงคะไรท์
    #279
    0
  8. #278 iamshippereiei (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 21:22
    ไม่เขินๆๆๆๆๆๆๆ ไม่มีใครเขินเลยไม่มี๊!
    #278
    0
  9. #276 muaynonbts136 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:22

    เขินนและดีใจจนน้ำตาไหล อินสุดๆ
    #276
    0
  10. #274 galaxyMN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 13:11
    ตัวจิแตกแล้ววว มันฟินมันเขิลในที่สุดวันนี้ที่รอคอยเขาก้รักกันโอ้ยยยปลื้มปิติ รักไรท์น่ะค่ะ
    #274
    0
  11. #273 tangmay2912 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 08:38

    ไรท์คะเค้าเขินแบบเขินมากๆเลยค่ะแต่เค้ากี้ดไม่ได้เพราะอยู่ข้างนอกคือนี่กระดุกกระดิกหลายรอบมากแต่แบบไรท์มันเขิน!!!!!!!! ดีใจมากกแบบมากๆๆๆเพราะว่าไรท์อัปแล้ววววคือมันดีค่ะไรท์ดีไปหมดโอ้ยยยยไม่รู้จะพิมยังไงแล้วค่ะมือสั่นไปหมดมันเขิน!!!!!รอไรท์มาต่อนะคะสู้ๆนะค่ะไรท์><
    #273
    0
  12. #272 Seokjinnieoppa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 08:26
    เขินมากค่ะ

    แงงง >_<
    #272
    0
  13. #271 Lisagirl3 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 01:37

    ไรท์อัพเช้ามาก555 เค้ารักกันเเล้วอ่า รอค่าา ไรท์มาอัพบ่อยๆนะคะ อยากอ่านมากๆ

    #271
    0
  14. #270 Paloma (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 01:22

    ไรท์สู้ๆนะคะ
    #270
    0