My mafia husband name is JK {BTSxYOU}

ตอนที่ 12 : EP:09 คืนเข้าหอ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63


ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างขวาง เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ฟังดูคงคิดว่าที่นี่คือที่ๆหลายๆคนปารถนาที่จะอยู่อาศัย แต่ไม่ใช่กับจอนจินโม เพราะที่แห่งนี่มันคือห้องพักประจำของเขาในโรงพยาบาลแฮอิน

“นายควรวางมือสักทีนะ” คนได้ยินหันไปมอง คิมฮยองวอนเพื่อนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งแพทย์ประจำตัวของจอนจินโม

“เฮ้อ...”

“ไม่เชื่อมือลูกชายตัวเองรึไง”

“ไม่ใช่อย่างนั้น ยังไม่บางอย่างที่ต้องทำให้จบก่อนที่เจคจะขึ้นมาอยู่ตรงนี้”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้น ฉันเชื่อว่าเจคทำได้ เลี้ยงลูกมายังไง ไม่รู้เหรอว่าใครต่อใครก็พูดกันว่าลูกชายนายคนนี้ เก่งกาจแค่ไหน ทำไม? หรือไม่อยากอยู่จนถึงวันที่จะได้เห็นหน้าหลานคนต่อไปเหรอ”

“ปากเสีย” จินโมหันขวับมามองเพื่อนสนิทอย่างไม่พอใจ

“อ้าว ไม่เห็นผลตรวจในชาร์ตนี้รึไง หัวใจปกติดีมากมั้ง ขืนนายยังโหมงานอยู่แบบนี้ รับรองเลย”

“รับรองอะไรวะ”

“ได้ไปเจอแฮซูเร็วๆนี้แน่ จินโมอ่า...ขอร้องวางมือได้แล้ว แล้วมารับการรักษาอย่างเต็มที่สักทีเถอะ” นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่แพทย์ฝีมือดีอย่างคิมฮยองวอนต้องอ้อนวอนแทบจะกราบกรานคนไข้แสนดื้อดึงคนนี้ ให้มารับการรักษา เขารู้ว่าจอนจินโมรักลูกชายและบลูอีเกิ้ลมากแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็อยากให้เพื่อนรักหันมารักตัวเองบ้างก็เท่านั้น

“เออน่า อีกไม่นานหรอก เจคจะยังไม่ปลอดภัย ถ้าเรื่องนี้ยังคาราคาซัง ถ้าฉันจัดการต้นตอได้ จะมานอนโรงพยาบาลให้นายเบื่อขี้หน้าไปเลย”

“ขอให้จริง” พูดจบหมอวัยกลางคนก็หันไปส่งยิ้มให้กับเลขคนสนิทของจอนจินโม ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

 

“ไม่ได้บอกเจคใช่มั้ย” คนเป็นนายรีบหันไปถามเลขาลีเพื่อความแน่ใจเขาไม่อยากให้ จองกุกต้องมากังวลเรื่องอาการป่วยของเขา

“ครับ” ลีฮยองฮยอกตอบกลับไป

“แล้ว?...”

ผลัก!!!

เสียงประตูที่เปิดออกเสียงดังบ่งบอกได้ถึงความรีบร้อนของคนที่เปิดมัน ดึงความสนใจจากทั้งสองคนที่อยู่ภายในห้องพักผู้ป่วยนี้ได้อย่างพร้อมๆกัน

พื้นที่ว่างเปล่าหน้าประตูถูกแทนที่ด้วยร่างสูงโปร่ง ที่มาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของคนที่เพิ่งมาใหม่

“ไหนบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมากไงครับ”

“โฮซอกอ่า...” จอนจินโมเอ่ยเรียกชื่อคนที่เพิ่งเข้ามา

“ไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้นหรอก ไม่ต้องกังวล” ชายวัยอย่างเข้าหกสิบ บอกออกไปด้วยรอยยิ้มบางๆหวังให้ความกลัวในสายตาคู่นั้นจางหายลงไปได้บ้าง

“ผมเป็นห่วง...” จองโฮซอก เหมือนอยากจะพูดบางอย่างออกมา หากแต่เขากลับเว้นมันเอาไว้ ก่อนจะสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ แลพูดประโยคเดิมขึ้นมาใหม่

“ผมเป็นห่วงนายใหญ่น่ะครับ”

“โฮซอกอ่า...เมื่อไหร่จะเลือกเรียกฉันแบบ...”

“แต่นายใหญ่ดูสดใสขึ้นแล้วนะครับ ผมค่อยโล่งใจหน่อย ขอโทษที่มารบกวนนะครับ”

“โฮซอกอ่า...” ไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ที่จอนจินโมเรียกชื่อคนสนิทของลูกชายด้วยน้ำเสียงแบบนี้ มันทั้งหนักใจ และมีความคาดหวังแฝงอยู่ในนั้น

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เจอกันที่ทกซูรีนะครับ” จองโฮซอกไม่รอให้คนที่เขาเรียกว่า นายใหญ่ มาตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเจอกับจอนจินโม เขาก็โค้งตัวทำความเคารพผู้เป็นนายดังเช่นทุกครั้งก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากห้องไป

“เด็กคนนี้ ทำไมถึงได้หัวแข็งแบบนี้นะ”

“ผมเชื่อว่าสักวัน เขาจะยอมอ่อนข้อให้กับนายนะครับ”

“เหอะ ถึงตอนนั้น ฉันคงตายก่อนแล้วล่ะมั้ง”

 

 


ทางด้านคนที่เดินออกมาจากห้อง จองโฮซอกก้าวเท้าไปตามทางเดินของโรงพยาบาล ใบหน้าหล่อเหลาของเขามักจะแสดงเป็นความสงบนิ่งจนไม่มีใครอ่านความคิดของเขาได้เลย มันเป็นเพราะสิ่งที่แม่ของเขาบอกกับเขาก่อนที่จะจากไปว่า จุดที่เขาเลือกที่จะยืน มันคือที่ๆอันตราย หากเขาก้าวพลาดพลั้งไปแม้แต่ก้าวเดียว มันอาจทำร้ายใครต่อใครได้มากมาย ทำให้จองโฮซอกกลายเป็นคนที่ใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะอ่านความคิดของเขาได้ รวมถึงความรู้สึกก็เช่นกัน แม้กระทั้งคนสนิทอย่าง คิมซอกจิน ปาร์คจีมิน หรือแม้แต่จอนจองกุกเอง ก็ยากที่จะรู้ได้ว่าจองโฮซอกกำลังรู้สึกอะไรอยู่


แต่แล้วขายาวก็ต้องหยุดก้าวเดินลง เมื่อจู่ๆก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาขวางทางเขาเอาไว้ จองโฮซอก เงยหน้ามาผู้มาเยือนด้วยสายตานิ่งๆ ดังเช่นทุกครั้งที่พบเจอกัน

“เจอกันอีกแล้วนะครับคุณจองโฮซอก”

“หึ นั่นสินะ แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เหมือนเดิม”

“คุณนี่รู้ทันผมตลอดเลยนะ ผมมองคนไม่ผิดจริงๆ ฮ่าๆ”

“ผิด!” เสียงหัวเราะของคนตรงหน้าเรียบลง เมื่อได้ยินคำสั้นๆที่ออกมาจากปากของคนตรงหน้า

“คุณคิดผิดที่เลือกผม และหวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นหน้าคุณ” จองโฮซอกหันหลังกลับ หมายที่จะเดินไปอีกทางหนึ่งเพื่อเลี่ยงที่จะสนทนากับคนที่เขาไม่อยากเจอหน้า

“แต่ผมว่าคนที่ผิด ก็คือคุณนะ”

“ผิดที่ไม่คิดจะคว้าสิ่งที่สมควรเป็นของคุณเอาไว้” คนพูดหวังให้คนที่กำลังเดินห่างออกไปทุกทีหันมาสนใจเขาเพียงสักนิด แต่มันก็ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง จองโฮซอก ไม่ใช่ใครที่เขาคิดว่าจะชักจูงได้ง่ายๆ

“แล้วผมจะรอดู”

 

“ผมว่านายเปลี่ยนเป้าหมายเถอะครับ”

“หึ อย่าเพิ่งท้อสิ แค่อำนาจ อาจจะยังทำให้ความอยากของหมอนั่นมีไม่มากพอ”

“แล้วเราต้องทำยังไงครับ” ผู้ช่วยของชายปริศนาเอ่ยถามขึ้น

“ก็ต้องหาสิ่งที่ทำให้อยากได้มากกว่านั้น มาจูงใจน่ะสิ”

 

 

 

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Blue Night Club

“คลับนี้ชื่อดูคุ้นนะนายอน” คนที่กำลังจะแต่งงานในอีกสามวันข้างหน้าหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ อิมนายอนคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้การลากเธอมาที่นี่เพื่อเลี้ยงฉลองสละโสดให้กับยูริน

“ไม่คุ้นได้ไง ก็คลับนี้เป็นของบลูอีเกิ้ล”

“หา!!!

“โอ้ย ไม่ต้องตกใจจนตาถลนหรอกย่ะ วันนี้ว่าที่สามีเธอไม่เข้ามาหรอก เขาไปตรวจงานที่คาสิโนย่านกังนัมใกล้ทกซูรีนั่นแหละ แล้วอีกอย่างที่นี่น่ะปลอดภัยที่สุด เพราะมีแต่คนของเราคอยดูแลความปลอดภัยเต็มที่ ถ้าไปลั้นลาที่คลับอื่น เกิดอะไรขึ้นมาจะแย่เอา”

คนฟังพยักหน้ารับในเหตุผลของนายอนที่ร่ายมาเสียยาวเหยียด นึกโล่งในที่วันนี้ที่คนจอมดุไม่มาที่นี่ ขืนถ้าเขามาเห็นว่าคืนนี้เธอสวมชุดอะไรมาเที่ยวสถานที่แบบนี้ล่ะก็ มีหวังอาจจะโดนจับเผานั่งยาง ไม่ใช่เพราะหวงอะไรหรอกนะ แต่เป็นเพราะชุดเซ็กซี่ที่นายอนคะยั้นคะยอให้เธอใส่มา มันอาจทำให้จอนจองกุกคิดว่ามันทำให้มีเรื่องเสื่อมเสียมาถึงเขาได้

แต่เพราะนายอนบอกว่าครั้งนี้แค่ครั้งเดียว หลังจากนี้ถ้าแต่งงานไปแล้วจะออกมาทำอะไรแบบนี้ได้ยากแล้ว ทำให้คนที่กำลังจะแต่งงานยอมออกมาเที่ยวโดยที่เป็นตุ๊กตาให้นายอนจับแต่งตัวได้ตามใจชอบ

 


“เดินให้มันมั่นใจหน่อยสิ เมื่อก่อนก็เคยแต่งตัวแบบนี้นี่นา” 

นัมยูรินไม่ได้เป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยจนถึงขั้นผ้าที่พับไว้ เธอก็มีมุมเปรี้ยวบ้างหวานบ้างตามโอกาส และชุดวันนี้ที่ใส่มาก็ไม่ได้โป๊เกินกว่าเหตุ เป็นเดรสสีขาวเทาสั้นเหนือเข่าขึ้นมาพอสมควร ท่อนบนคล้ายกับเสื้อเชิ้ตเพิ่มความเซ็กซี่ด้วยการปาดไหล่ เผยให้เห็นไหล่มนขาวเนียน แต่วันนี้เธอปล่อยผมยาวสลวยลงมา ทำให้ไม่ได้ดูวาบหวิวเท่าที่ควรจะเป็น

และเมื่อทั้งคู่เดินไปถึงโต๊ะที่จองเอาไว้ ก็ได้พบกับคนที่ยูริน ไม่ได้เจอมาเกือบสามเดือน

“บยอลอ่า...>.<” ร่างบางกระโจนเข้าไปกอด เพื่อนสนิทอีกคนที่ช่วงที่ผ่านมา เธอได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้บกันอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น

“ไงยัยยูริน คิดถึงฉันขนาดนั้นเลยเหรอ” มุนบยอลอี หรือทั้งยูริน และนายอนมักจะเรียกสั้นว่า บยอล สาวเท่ห์สุดมั่นแห่งคณะวิศวะกรรมศาสตร์ ทั้งสามคนสนิทกันตั้งแต่ช่วงเรียนปีหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นได้มีโอกาสเรียนวิชาทั่วไปด้วยกัน

“คิดถึงสิ ไม่เจอกันตั้งนาน”

“ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่ด้วยในช่วงที่เธอลำบาก” บยอลอีพูดด้วยความรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างเพื่อนสนิทในวันที่ยูรินคงต้องการเธอมากที่สุด

“ก็บอกแล้วไง ว่ามีฉันอยู่ไม่เห็นต้องห่วง” อิมนายอนพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ

“เท่าที่รู้มาก็ถือว่าดูแลยูรินได้ดี จนตอนนี้เพื่อนจะมีสามีแล้ว”

“แน่น๊อน ส่งเพื่อนถึงฝั่งฝันแล้วจ้า” นายอนพูดด้วยความภาคภูมิใจ

“ไหนๆวันนี้ก็อยู่กันพร้อมหน้า มาดื่มฉลองกันหน่อย^o^” คนที่สดใสที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มสีฟ้าของตัวเองขึ้นมา หลังจากนั้นทั้งสามสาวก็สนุกไปกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมกันโยกตัวเบาๆไปตามจังหวะเพลง

 

“เธอรู้จักผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงมุมนั้นรึเปล่า” บยอลอีถามขึ้นเมื่อสังเกตมาสักพักแล้วว่า มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งจ้องมองมาที่โต๊ะที่เธอทั้งสามคนอยู่เป็นระยะ อิมนายอนจ้องมองไปพลางนึกในใจว่ารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตากับผู้หญิงสุดเปรี้ยวกลุ่มนั้นขึ้นมา แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“ให้ไปส่งมั้ย” นายอนถามยูรินที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เธออดเป็นห่วงไม่ได้เพราะรู้ว่าเพื่อนสาวเริ่มจะเมาได้ที่แล้ว

“อยู่ใกล้แค่นี้เอง ไม่ต้องไปส่งฉันหรอกน่า ฉันดูแลตัวเองได้สบายมาก...” ยูรินบอกแบบนั้นเพื่อให้เพื่อนทั้งสองคนสบายใจก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะมากนัก

 


หลังจากทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย หญิงสาวก็เดินออกจากห้องน้ำมาเพื่อที่จะกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง แต่ระหว่างทางยูรินถึงกับต้องส่ายหน้าไปมาเพื่อเรียกสติของตัวเองให้ออกจากอาการที่มันหนักอึ้งอยู่ในหัว คงเพราะเธอไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์มานานพอควร ทำให้ถึงดื่มไปไม่มากก็รู้สึกถึงความเมาขึ้นมาบ้างแล้ว

“ขอทางด้วยค่ะ” แต่แค่เดินพ้นออกจากประตูห้องน้ำหญิงมาได้ไม่ไกล ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาขวางทางของเธอเอาไว้

“ถ้าไม่ให้ แล้วจะทำไม” หนึ่งในสี่ของกลุ่มผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าของยูรินพูดขึ้นฟังน้ำเสียงดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการหาเรื่องเธอ แต่เธอไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ไม่พอใจเธอเรื่องอะไร เท่าที่สมองของเธอประมวลผลได้ในเวลานี้ เธอไม่ยักจำได้ว่าเคยมีเรื่องหรือรู้จักกับคนพวกนี้มาก่อน

“คุณคงจำคนผิดแล้ว หลีกทางด้วยค่ะ” หญิงสาวพยายามเดินฝ่าผู้หญิงเซ็กซี่กลุ่มนั้นไป แต่ไม่พ้น เพราะมีมือหนึ่งคว้าแขนของเธอเอาไว้แล้วกระชากให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับพวกนั้นตามเดิม

“นี่คุณ!!

“คิดว่ากำลังจะแต่งงานกับคุณเจคแล้วจะขึ้นเสียงใส่ฉันได้อย่างนั้นเหรอ”  เพราะชื่อของว่าที่สามีที่หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้าเรียกความสงสัยจากยูรินได้ไม่น้อยเลยว่า ผู้หญิงคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับคนที่เธอเพิ่งเอ่ยชื่อไป

“เตือนในฐานะที่ฉันมาก่อน อย่ามั่นหน้าว่าการที่เขายกเธอเป็นเมียแต่งแล้วเธอจะอยู่เหนือพวกฉันได้”

“คุณกำลังพูดเรื่องอะไร”

“ก็กำลังพูดถึงเรื่อง ผัว ของเราอยู่ไงล่ะ”

“ของเรา???” ยูรินพอจะเริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้ว หรือผู้หญิงพวกนี้จะเป็นผู้หญิงของอีตาคุณเจค

ไหนว่าไม่เคยคบใครไง แล้วผู้หญิงพวกนี้คืออะไร???’

“อย่ามาตีหน้าใสซื่อไปหน่อยเลย เธอก็คงไม่ธรรมดาหรอก ไม่งั้นไม่จับคุณเจคได้หรอก แต่อันที่จริงที่คุณเจคแต่งงานก็คงเพราะอยากได้ตำแหน่งผู้นำมากกว่า เธอก็คงเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เขาได้ในสิ่งที่ต้องการแค่นั้นเอง”

“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ อย่ามาหาเรื่องกัน”

“อยากหาเรื่อง มีอะไรมั้ย หรือคิดจะไปฟ้องคุณเจค ว่าพวกฉันรังแก เชิญเลย อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่มาทีหลัง กับคนที่เป็นเมียมาก่อน คุณเจคจะเลือกใคร”

คำว่า เป็นเมียมาก่อน  มันเหมือนกิ่งไม้แห้งที่เร่งปฏิกิริยาของไฟในอกของคนได้ยินไม่น้อยเลย หญิงสาวไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมจู่ๆถึงได้นึกโมโหขึ้นมา ที่จู่ๆก็มีคนมาแสดงตัวเป็นเคยเป็นเมียของผู้ชายที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วย ในขณะเดียวกันสิ่งที่นายอนเคยพูดเอาไว้กับเธอก็แล่นเข้ามา

มันทำให้นัมยูริน แสยะยิ้มร้ายออกมา มันเป็นรอยยิ้มในแบบนี้ไม่เคยมีใครได้เห็นมันจากเธอมาก่อน รวมถึงตัวของเธอเองด้วย

“ถ้าคนที่เป็นฝ่ายกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เรียกตัวเองว่าเมียได้ แล้วคนที่อยู่ใต้ร่างคุณเจคมาตลอดอย่างฉัน จะเรียกว่าอะไรเหรอ”

เจ้าของปะโยคยิ่งย่ามใจเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามกำลังแสดงท่าทางตกใจจนตาแทบถลนออกจากเบ้า แถมยังมีอาการหวาดหวั่นขึ้นมาจนยืนแทบไม่ติดสักคน คงเพราะสิ่งที่เธอพูดออกไปมันทำให้ยัยผู้หญิงที่อวดอ้างตัวเองรู้แล้วว่าใครกันแน่ที่เหนือว่ากัน ถึงสิ่งที่เธอพูดออกไปมันจะไม่ใช่เรื่องจริงก็เถอะ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มารับรู้สักหน่อย

“คุณเจค!!!” ทั้งสี่คนเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่ได้หมายถึงคุณเจคแล้วจะหมายถึงใคร อ้อ ต้องพูดเต็มๆว่า คุณเจคสามีของฉันถึงจะถูก”

“พะ พวกเราขอโทษค่ะ นานะไม่ได้ตั้งใจ”

ยูริน เริ่มไม่เข้าใจแล้วว่า ไอ้ประโยคที่เธอพูดออกมา มันทำให้คนที่มาหาเรื่องเธออย่างมาดมั่นเมื่อครู่ กลัวจนตัวสั่นได้ถึงเพียงนี้เลยเชียวหรือ? หรือว่าออร่าภรรยามาเฟียของเธอก่อตัวขึ้น

แต่หญิงสาวก็ได้คำตอบเมื่อเธออดรนทนไม่ไหวเพราะรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจากทางด้านหลัง ทำให้เธอต้องหันหลังไปมองเข้าจนได้ และสิ่งที่พบมันก็ได้ทำลายความคิดเรื่องออร่าภรรยามาเฟียของเธอลงไปอย่างหมดสิ้น

“คุณเจค!!!


แววตาเรียบนิ่งดังเช่นเคยมองมาที่เธอครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆเดินเข้ามาหาร่างบาง และใช้มือหนาโอบเรียวไหล่ข้างที่เป็นส่วนปาดไหล่พอดิบพอดี คนตัวเล็กได้แต่ยืนตัวลีบปล่อยให้มาเฟียหนุ่มโอบไหล่ของเธอไปโดยไม่คิดขัดขืน เพราะเธอไม่ได้จดจ่อกับเหตุการณ์ตรงหน้า หากแต่เธอกำลังคิดว่า คนตัวสูงนั้นจะเข้ามาทันได้ยินในสิ่งที่เธอพูดกับผู้หญิงพวกนั้นไปหรือเปล่า

“ยังไม่รีบไปอีก?” เสียงทุ้มต่ำพูดกับผู้หญิงคนที่เขาคิดว่า น่าจะเป็นคนที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ด้วยเป็นแน่ แต่ไม่คิดว่าวันหนึ่งผู้หญิงพวกนี้จะอ้างสิทธิ์ความเป็น เมียของเขาขึ้นมา

“ค่ะๆๆ พวกเราจะรีบไปเลยค่ะ”

“อ้อ แล้วอย่าให้ฉันได้ยิน อีกว่าพวกเธอเรียกตัวเองว่าเป็นเมียฉัน”

“ค่ะคุณเจค พะ พวกเราจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ” นานะยืนตัวสั่นเพราะความกลัว ใครบ้างล่ะจะไม่กลัวสายตาคมคู่นั้นของจอนจองกุก แต่ที่เมื่อกี้เธอหาญกล้าเข้ามาหาเรื่องยูริน เพราะเธอหักห้ามแรงอิจฉาของตัวเองไม่ได้ และคิดว่าคืนนี้จอนจองกุกคงไม่เข้ามาที่นี่ เลยทำสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งลงไป

“แล้วจำไว้ ว่าฉันมีเมียแค่คนเดียว”

ใบหน้าหวานที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เห่อร้อนเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในเลือด หรือฤทธิ์ของเจ้าของมือที่กุมไหล่ของเธอเอาไว้กันแน่ เธอกำลังใช้สายตาสับสนมองไปยังใบหน้านิ่งๆที่คนพูด ที่ตอนนี้ไม่ได้มองหน้าเธออยู่

 

“คุณปล่อยได้แล้ว” เพราะความเขินอายมันทำให้เธอ ค่อยๆแกะมือหนาที่โอบไหล่เอาไว้ออก

“หึ มานี่”

“ว๊าย!!” ร่างบางปลิวไปตามแรงดึงของชายหนุ่มที่แทบจะไม่ได้ออกแรงอะไรเลย คนตัวเล็กกว่าที่พยายามขัดขืนแต่เพราะความเมาเจ้ากรรม ที่ทำให้เรี่ยวแรงของเธอมีไม่เต็มที่นัก แต่คิดเหรอว่าต่อให้มีเรี่ยวแรงและสติครบถ้วนสมบูรณ์จะขัดคนตัวสูงได้

“พาฉันมาตรงนี้ทำไม ฉันมากับเพื่อนนะ” เสียงเล็กเอ่ยถามเมื่อจองกุกพาเธอมายืนอยู่ข้างรถสีดำสนิทของเขาแล้ว

“กลับ”

“กลับแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

“กลับ!

“ไม่-กลับ-ค่ะ”

“ดื้ออีกแล้วนะ”

“อย่ามาใช้คำนี้ ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ” ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมยัยตัวเล็กถึงได้กล้าพูดอะไรแบบนั้นออกไปกับผู้หญิงพวกนั้น คงเพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป ถึงทำให้กล้าชูคอเถียงเขาฉอดๆได้

“แล้วใส่ชุดอะไร” จอนจองกุกอยากจะตีปากตัวเองนัก อุตส่าห์พยายามแล้วที่จะไม่พูดออกไป เพราะเขามองว่ามันคือเรื่องไร้สาระที่ผู้ชายจะมากะเกณฑ์เรื่องการแต่งตัวของผู้หญิง มันคือสิทธิ์ในร่างกายของทุกคนที่จะแต่งตัวยังไงก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไมพอมาเจอว่าที่ภรรยาตัวแสบใส่กระโปรงสั้นกว่าทุกทีไปมากโข แถมท่อนบนยังเปิดไหล่ลากยาวลงมาจนเห็นเนินออกอยู่รอมร่อ มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

“ไม่สวยเหรอ...” มาเฟียหนุ่มถึงกับนิ่งไปเมื่อได้ยินคำถามนั้น จะให้เขาตอบว่าสวยเดี๋ยวยัยตัวเล็กก็จะได้ใจไปอีก เขาเลยนึกอยากแกล้งเธอขึ้นมา

“ทำไม ถ้าตอบว่าสวย จะไปอยู่ใต้ร่างฉันรึไง?

“คุณ O///O”  เมื่อจอนจองกุกเลือกที่จะพูดในสิ่งที่จี้จุดตายของหญิงสาวออกไป มันทำให้คนเมาอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เธอกลัวแทบตายว่าจองกุกจะมาได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกไป แต่สิ่งที่เธอกลัวมันก็เกิดขึ้นจริงๆ จองกุกรู้ จองกุกเห็นทุกอย่าง

“พูดอะไรของคุณหะ???

“เหอะ ฉันควรเป็นคนถามมั้ย เธอต่างหากที่เอาเรื่องไม่จริงไปพูด แบบนี้ฉันเสียหายนะ”

“โอ้โห... คุณเป็นผู้ชาย เสียหายตรงไหน”

“ไม่รู้จักคำว่า ความเท่าเทียมเหรอ จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็เสียหายทั้งนั้นแหละ แล้วเธอเองยังไม่ได้แต่งงานกับฉัน พูดออกไปแบบนั้น ไม่กลัวคนอื่นมองไม่ดีรึไง”

ตากลมโตกระพริบปริบๆเมื่อได้ยินสิ่งที่คนตัวสูงพูดกับเธอ ไม่ให้เธอหวั่นไหวกับเขาได้ยังไง ในเมื่อเมื่อยักษ์ไททันตรงหน้าเธอ ถึงภายนอกจะดูน่ากลัว แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนที่เธอรู้สึกได้ว่าเขาละเอียดอ่อนกว่าที่ใครคิด

“มองแบบนี้หมายความว่าไง”

“เปล่าค่ะ”

“แต่ฉันยังกลับไม่ได้เหรอคุณ นานๆจะเจอกับเพื่อนทีนึง”

“แล้วชาตินี้จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วรึไง”

“ง่ะ-3-...”

“ไม่ต้องมาทำปากจู๋”

“แต่เพื่อนฉันรออยู่” จองกุกถอนหายใจออกยาวๆก่อนจะหยิบมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมา เขาพิมพ์บางอย่างลงไป ก่อนจะเก็บมันเข้าที่เดิม จองกุกรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ยูริน ออกมาเที่ยวกับอิมนายอน เมื่อเขารู้ว่ามากับใคร และสถานที่ก็คือที่ของบลูอีเกิ้ล เขาเลยไม่ได้นึกกังวลอะไร และอนุญาตให้ออกมาเที่ยวกับเพื่อนได้

“เพื่อนเธอรู้แล้ว เดี๋ยวคนของฉันจะไปส่งสองคนนั่นเอง”

“ได้ไง ยังสนุกอยู่เลย” เสียงเล็กๆเริ่มโวยขึ้นมาอีกครั้ง นานๆที่เธอจะได้ออกมาปลดปล่อยแล้วได้สนุกกับเพื่อนๆทั้งที ยังไม่ถึงเที่ยงคืนเลยด้วยซ้ำ จะให้กลับได้ยังไง

“เธอเมาแล้ว”

“ไม่เมา”

“เมา”

“ก็บอกว่าไม่เมางาย....”

“เถียงเก่งจังวะ”

“ก็บอกว่าไม่เมา ไม่เมา เข้าใจรึเปล่า....”

“เฮ้อ....” มาเฟียหนุ่มขี้เกียจจะเถียงต่อปากต่อคำกับคนที่ดื้อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วยิ่งบวกความเมาเข้าไปอีกแบบนี้ 

ชายหนุ่มร่างสูงจึงเลือกที่จะดึงคนตัวเล็กให้เดินตามไปยังโซฟา ที่มีไว้สำหรับนักเที่ยวให้มานั่งพักก่อนขับรถกลับบ้านหลังคลับปิด เขานั่งลงก่อนจะดึงร่างบางให้นั่งลงตาม แต่มันไม่ใช่การนั่งข้างกันเพราะโซฟาตัวนี้เป็นโซฟาเดี่ยวนั่นเอง

“นี่ไง เธอเมา”

“อะไรของคุณ” คนที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนตักแกร่งของชายหนุ่มถามขึ้น

“หึ” ถ้าสติยังครบอยู่ ยัยตัวเล็กคงไม่ยอมนั่งตักเขาง่ายๆแบบนี้แน่ ไอ้เครื่องดื่มที่พวกผู้หญิงชอบดื่มกัน มันมักจะออกฤทธิ์แบบนี้ ดื่มง่าย แต่ความเมาจะค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังดื่มไปสักพัก สติจะค่อยๆเลือนรางหายไปเรื่อยๆแม้หยุดดื่มไปแล้ว เหมือนที่คนบนตักของเขากำลังเป็นอยู่เป๊ะ

“คุณให้ฉันกลับไปดื่มต่อเถอะน้า วันนี้ฉันมาฉลองก่อนแต่งงานกับเพื่อนๆเลยนะ อีกไม่กี่วันก็ต้องแต่งงานแล้ว”

“ทำอย่างกับแต่งแล้ว ฉันจะไม่ให้เธอเจอเพื่อนเธออย่างนั้นแหละ”

“แล้วจะให้เจอรึเปล่า เจอเพื่อนได้มั้ย” จองกุกไม่พูดออกมา แต่เขาพยักหน้าแทนคำตอบ

“แล้วดื่มได้มั้ย”

“เธอ จริงๆแล้วเป็นยัยขี้เมารึไง”

“ใครบอก งื้อ..จาตก!!!” ได้ยินอย่างนั้น ท่อนแขนแกร่งรีบกระชับร่างบางบนตักให้แน่นขึ้น เพราะเมื่อครู่เธอขยับตัวมากไปจนเกือบตกลงไปแล้ว

“เป็นอะไร” จองกุกถามขึ้นเมื่อจู่ๆยูรินก็เงียบไป

“ง่วงแล้ว”

“หะ?” ผู้หญิงคือสิ่งมีชีวิตที่เข้าใจยาก ยิ่งกว่าที่เขาเคยรู้มาเสียอีก เมื่อกี้งอแงจะไปดื่มต่อ ไม่ถึงสองนาที ตาปรือง่วงนอนไปซะแล้ว แต่ไม่ทันที่จองกุกจะได้พูดอะไรออกไป ร่างกายแกร่งก็ต้องชะงักงันเมื่อคนตัวเล็กค่อยๆซบใบหน้าลงบนแผงอกกว้างของเขา

“หอมจัง” หลังจากได้ยินเสียงฟุดฟิดจากจมูกโด่งรั้นถูไปมาที่เสื้อของเขา คนที่ตอนนี้หลับตาพริ้มอยู่บนตักของเขาก็เอ่ยประโยคนั้นขึ้นมา

“ตัวหอมแบบนี้ใช่มั้ย ผู้หญิงพวกนั้นถึงบอกว่าคุณเป็นสามี”

“เพ้อเจ้อ” ชายหนุ่มพูดไปพลางใช้สายตาก้มลงมองสำรวจใบหน้าสวยที่กำลังเมาได้ที่ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ว่ากำลังใช้สายตาแบบไหนจ้องมองว่าที่ภรรยาอยู่ รู้แค่ว่า ใบหน้าน่ารักเวลาหลับอยู่บนตักของเขา ก็แปลกดีเหมือนกัน

“ไอ้เจค!!

“อ้าว มาอยู่นี่เองเหรอวะ นั่นแน่ อะไรวะเนี่ย...” มาเฟียหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้งเมื่อคนที่เขาไม่อยากให้มาเจอเขาในสภาพนี้มากที่สุด กลับเป็นคนที่มาเจอเขาเข้าจนได้

“ไหนบอกว่าลงมาตรวจงานชั้นล่าง แล้วนี้อะไร มากล่อมเมียนอนเหรอวะ” ปาร์คจีมินแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองด้วยซ้ำ ภาพที่เพื่อนสนิทจอมโหดของเขากำลังโอบกอดผู้หญิงเอาไว้แถมยังยอมให้นั่งตัก มันคือภาพเหนือจินตนาการของเขาตั้งแต่ลืมตาดูโลกมาเลยเชียวล่ะ

นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวโดนอุ้มไปโยนทิ้งทะเล เขาก็จะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายเอาไว้ แล้วเอาไปให้คิมซอกจินและจองโฮซอกดูให้เห็นเป็นบุญตา เพราะเรื่องแบบนี้ ขืนเขาเอาไปพูดโดยไร้หลักฐานล่ะก็ ไม่มีใครเชื่อเขาแน่นอน คนอย่างจอนจองกุกเนี่ยนะ จะกล่อมเมียนอนได้

“ไปไกลๆ”

“ได้ข่าวว่ามึงโทรตามให้กูมาช่วยเช็คบัญชีเอง”

“ตอนนี้ก็กลับไปได้ละ”

“โอ้โห เจอเมียแล้วไล่เพื่อน กูน้อยใจนะเนี่ย”

“อย่าเสียงดัง”

ปาร์คจีมินแทบไม่เชื่อหูตัวเอง กับสิ่งที่ได้ยิน นี่เพื่อนเขากลัวว่า ถ้าเสียงดังแล้วเมียจะตื่น โอ้โห เรื่องมหัศจรรย์เรื่องที่สองของวันนี้

“คุณน่ะ!!!” ทั้งสองสายตามองไปยังต้นเสียง ซึ่งก็คือคนตัวเล็กที่กำลังหลับไม่รู้เรื่องราวใดๆ ที่จู่ๆก็พูดประโยคนั้นหนี่งขึ้นมา

“อย่าให้รู้นะว่า ไปเป็นผัวใครอีก ไม่งั้นฉันสับๆๆๆๆ ไม่เลี้ยงเลยคอยดู”

ในขณะที่คนที่ถูกพูดถึงกำลังอึ้งจนอ้าปากค้างไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะละเมออะไรแบบนี้ออกมา ส่วนปาร์คจีมินน่ะเหรอ คนทะเล้นกำลังใช้สองมือปิดปากกลั้นขำเอาไว้อยู่

“มึงซวยแล้วเจค เมียแม่งโหดว่ะ”

“ไป-ตาย” จอนกุกพูดโดยไม่ออกเสียง ก่อนจะค่อยๆยืนขึ้นพร้อมกับออกแรงอุ้มร่างเล็กขึ้นตาม

“จะกลับแล้ว?”  จีมินถามคนที่เดินผ่านหน้าเขาไป

“เออ..”

 


มาเฟียวัยยี่สิบห้าปี ผู้ไม่เคยมีแม้กระทั่งแฟน เขาจินตนาการภาพของตัวเองที่จะต้องดูแลผู้หญิงคนหนึ่งไม่ออกด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เขากำลังค่อยๆวางคนที่หลับไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวลงไปยังเบาะรถหรูอย่างเบามือเพราะกลัวว่าเธอจะตื่น โดยระวังอย่างมากที่จะไม่ให้หัวของเธอโขกกับขอบประตูรถไปเสียก่อน

“แล้วทำไมต้องกลัวยัยนี่จะตื่นด้วยวะ ตื่นก็ตื่นไปดิ” คนตัวสูงพูดขึ้นเมื่อวางยูรินลงไปยังที่นั่งข้างคนขับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บรื้นนนนน!!!

“เวร อย่าให้กูรู้นะว่าใคร!” ชายหนุ่มหันไปด่าพร้อมมองตามหลังรถคันหนึ่งที่บังอาจเร่งเครื่องยนต์จนเกิดเสียงดัง  ก่อนที่จะเดินไปอีกฝั่งเพื่อนั่งประจำที่นั่งคนขับ

 

!!!” เพราะเขาหันไปมองข้างตัวเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยตามนิสัยของตัวเอง แต่แล้วมาเฟียหนุ่มก็ต้องตกใจเห็นว่า ไอ้กระโปรงที่มันสั้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอนั่งมันยิ่งสั้นกว่าเดิมไปมาก ไม่อยากจะคิดเลยว่าเมื่อกี้จีมินเพื่อนของเขาจะเห็นในสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้รึเปล่า

จองกุกตัดสินใจถอดเสื้อนอกของตัวเองออก ก่อนจะเอื้อมมือนำมันไปคลุมยังเรียวขาขาวเนียนของคนที่หลับฝันไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้

!!!O.O

แต่แล้วมาเฟียหนุ่มต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องตกใจซ้ำซ้อนเข้าจนได้ เมื่อยังไม่ทันที่เขาจะดึงตัวเองให้กลับไปนั่งประจำที่ให้เรียบร้อย ต้นคอของเขาก็ถูกเรียวแขนเล็กทั้งสองข้างของยูริน โอบรัดเอาไว้

“เธอ!!” เขาเห็นว่า ดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่เขา

“คุณน่ะ น่ารักจัง”

“น่ารัก?” เมาขั้นหนักจนสมองกลับแล้วชัวร์ เขามั่นใจว่า ตัวเขาเอง กับคำว่า น่ารัก อยู่ห่างไกลกันยิ่งกว่าดวงอาทิตย์กับดาวพลูโต

“น่ารักก็ต้อง...”

“ต้องอะไร?

“ต้องขอบคุณไงเล่า....” พูดจบยูริน ก็พุ่งใบหน้าเข้าไปหาใบหน้านิ่งๆตรงหน้าเธอทันที

“อื้อ...” คนตัวเล็กร้องประท้วงอย่างขัดใจ เมื่อมือใหญ่ของชายหนุ่มขวางทางการขอบคุณของเธอเอาไว้

“เก็บไว้ขอบคุณฉันทีเดียววันแต่งงานเถอะ”

พูดจบจอนจองกุกก็ผละออกจากร่างบาง เพื่อไปทำหน้าที่ขับรถอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก ถ้าขืนปล่อยให้ยัยตัวแสบขอบคุณเขาตามใจชอบตอนนี้ รับรองรถหรูของเขา คงไม่ได้มีเอาไว้เป็นยานพาหนะเพียงอย่างเดียวแล้วล่ะ

“อื้อ...คุณฉันร้อน” คนที่เมาหนักและคงกำลังร้อนตัวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังพยายามปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออก ถึงจองกุกอยากจะห้ามแค่ไหน แต่เขาก็ทำไม่ได้เพราะต้องสะกดจิตของตัวเองให้สงบเพื่อการขับรถที่ปลอดภัย

“เฮ้อ...เย็นซาบาย...”

มือหนากำพวงมาลัยรถแน่น เขาไม่คิดที่จะหันไปมองข้างตัวแม้แต่น้อย เพราะรู้แล้วว่ายัยตัวดีกำลังอยู่ในสภาพไหน

“สาบาน ว่าฉันจะไม่ให้เหล้าเข้าปากเธออีกเลย ยัยตัวแสบ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 


วันแต่งงาน


ถึงเจ้าสาวจะบอกกับจอนจินโมเอาไว้ว่า เธอต้องการเพียงงานแต่งเล็กๆที่มีเพียงสมาชิกในครอบครับและคนสนิทเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าคำว่า เล็กๆ สำหรับเธอ กับจอนจอนโม มันจะคนละความหมายกัน

นัมยูรินนั่งอยู่ท่ามกลางช่างแต่งหน้า ช่างทำผมร่วมห้าชีวิต ที่ต่างพากันลงมือเนรมิตให้เธอเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด หากแต่ภายในใจของเธอกลับมีแต่ความกังวลเพราะเธอเพิ่งจะรู้เมื่อเช้านี้เองว่างานแต่งงานของเธอกับจอนจองกุกถูกจัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงกลางของบลูอีเกิ้ล

 ถึงจะเป็นห้องระดับกลาง แต่ก็ถือว่าจุคนได้ร่วมสองร้อยคนอยู่ดี ไหนจะแขกเหรื่อที่มาร่วมงานที่เธอรับรู้มาว่า มีทั้งนักธุรกิจแนวหน้าของประเทศ นักการเมืองและบรรดาเซเลบชื่อดังที่เป็นที่รู้จักกันในแวดวงสังคม แต่ละคนล้วนเเล้วมีความเกี่ยวข้องกับบลูอีเกิ้ลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

“เรียบร้อยค่ะ”

“สวยมากๆเลยนะคะ ไม่แปลกใจเลยที่คุณเจคจะแต่งงานกับคุณ เจ้าสาวสวยแบบนี้นี่เอง” บรรดาช่างหน้าช่างผมต่างเอ่ยชมเจ้าสายป้ายแดงไม่ขาดปากจนเจ้าตัวเก็บความเขินอายเอาไว้ไม่อยู่

“เชิญคุณนัมยูริน ไปรอที่ห้องรับรองที่สองได้เลยนะคะ เดี๋ยวพวกเพื่อนๆกับคุณแม่ของคุณจะไปพบคุณที่นั่นค่ะ”

“ค่ะ ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ” เจ้าสาวเอ่ยขอบคุณทุกคนที่มาแต่งหน้าทำผมและช่วยแต่งตัวให้ จนเมื่อมองไปในกระจกยังอดตื่นเต้นไม่ได้เลย ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ วันที่ได้อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ถึงแม้ว่าการแต่งงานในวันนี้จะไม่ใช่การแต่งการจริงๆก็เถอะ แต่เธอตั้งใจเอาไว้แล้ว ว่าจะทำให้การแต่งงานกำมะลอครั้งนี้ไม่มีวันสิ้นสุดให้ได้

สองมือประคองดึงชายกระโปรงที่ยาวระพื้นขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการเดิน และมุ่งหน้าไปยังห้องรับรองที่ช่างแต่งหน้าได้บอกกับเธอไว้ แต่โซนจัดเลี้ยงของบลูอีเกิ้ลเป็นส่วนของตึกทกซูรีที่ยูรินไม่ค่อยคุ้นที่ทางมากนัก ทำให้เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีแล้วแต่เธอยังคงเดินหาห้องรับรองไม่เจอ

“มือถือก็ไม่ได้หยิบมาด้วย เฮ้อ...” ปากก็บ่นไปสายตาก็สอดส่องหาเส้นทางไปเรื่อยๆจนได้ยินเสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นเอาเสียเลยดังขึ้นจากทางด้านหลัง




“หลงทางเหรอครับ?

“คะ?” ยูรินมองยังเจ้าของผิวขาวสว่าง สิ่งแรกที่เธอเห็นคือรอยยิ้มที่มอบให้กับเธอช่างสวนทางกับสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งของเขาเหลือเกิน

“คุณคงจะเป็นนัมยูริน เจ้าสาวของเจคสินะ” คนถูกถามไม่แปลกใจที่ชายแปลกหน้าจะรู้ว่าเธอคือใครเพราะหากมองจากชุดที่เธอใส่ก็คงจะรู้ได้แล้ว

“คุณมีธุระอะไรกับฉันรึเปล่าคะ”

“หึ” มุมปากกระตุกขึ้นอย่างพอใจ เมื่อหญิงสาวที่เขาจงใจเดินตามเธอมา เป็นคนตรงไปตรงมาขนาดนี้

“คงเสียมารยาทถ้าผมจะไม่แนะนำตัวก่อน”

“ผมมินยุนกิครับ” มินยุนกิเป็นชื่อที่หลายๆคนย่อมรู้จักอยู่แล้ว ยูรินจำได้ลางๆว่าผู้ชายคนนี้เคยติดโพลชายหนุ่มในฝันของผู้หญิงเกาหลีเมื่อสองปีที่แล้ว หลังจากที่มีข่าวโด่งดังว่าคู่หมั้นของเขาหายตัวไป

“ค่ะฉันนัมยูรินค่ะ คุณคงจะรู้จักฉันอยู่แล้ว”

“ครับ แล้วเรื่องที่ผมอยากจะคุยกับคุณก็คือเรื่องของเจ้าบ่าวของคุณ”

“เรื่องคุณเจค? แล้วทำไมต้องคุยกับฉันเหรอคะ” ถึงจะเข้ามาอยู่ในวงการมาเฟียได้ไม่นาน แต่หญิงสาวก็พอรู้ว่า แต่ละคนที่เข้าหา ก็ล้วนแล้วแต่จะมีจุดประสงค์แอบแฝงกันทั้งนั้น รวมถึงผู้ชายคนตรงหน้าเธอด้วย

“ถ้าคุณรู้จักผม คุณน่าจะพอเคยได้ยินข่าวเรื่องคู่หมั้นของผมมาบ้าง” มินยุนกิตั้งใจพูดเพื่อหยั่งเชิงหญิงสาวคนที่เขาเพิ่งพบหน้าเป็นครั้งแรก เพราะเขาอยากรู้ว่าผู้หญิงของศัตรูเป็นคนยังไง และเขาควรใช้วิธีไหนจัดการกับเธอ

“เราไม่ได้รู้จักกัน คุณไม่จำเป็นจะต้องพูดเรื่องส่วนตัวกับฉัน ขอตัวนะคะ ฉันรีบค่ะ” หลังจากชั่งใจแล้วว่าไม่ควรสนทนากับบุคคลที่ดูก็รู้ว่าอันตรายอย่างเขา เธอจึงเลือกที่จะเลี่ยงแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น

“เธอไม่ได้หายตัวไป”

“แต่เธอตายแล้ว!!!

รองเท้าส้นสูงสีขาวหยุดก้าวเดินโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินสิ่งนอกเหนือจากข่าวที่โลกรับรู้ แต่เธอก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับเธอเลย ทำให้ยูรินเลือกที่จะเดินต่อไป

“เธอฆ่าตัวตายเพราะถูกคนที่เธอไว้ใจข่มขืน”

“และคนที่มันทำร้ายเธอ...”

“ก็คือว่าที่สามีของคุณยังไงล่ะ!!!


เป็นอีกครั้งที่สองเท้าเล็กหยุดก้าวเดิน สิ่งที่เพิ่งได้ยินส่งผลให้คนที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ค่อยๆหันกลับไปหาคู่สนทนาของตัวเองอีกครั้ง เมื่อเรื่องที่เขาพูดเกี่ยวของกับคนที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วย

“คุณคงไม่คิดว่าคนอย่างผมจะเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นๆหรอกใช่มั้ย?

“ลองถามสามีคุณดู แล้วรอฟังว่าเขาจะตอบคุณว่ายังไง”

“ผมอยากให้คุณมองในฐานะที่คุณเองก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง คุณจะแต่งงานใช้ชีวิตอย่างมีความสุข กับผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงอีกคนอย่างเลือดเย็นและไร้จิตสำนึกได้จริงๆเหรอ”

นัมยูรินยืนนิ่งงันเพราะเรื่องราวที่ออกมาจากปากของมินยุนกิ คนระดับเขาไม่ควรสาวเรื่องส่วนตัวที่น่าอับอายนี้ออกมาให้ใครรู้ก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะบอกมันกับเธอ

ทำไมกัน?’

แล้วผู้ชายที่กำลังจะเป็นสามีของเธอ เคยทำเรื่องไม่ดีอย่างมหันต์เอาไว้จริงๆเหรอ ในหัวของยูรินทั้งสับสนและเต็มไปด้วยคำถาม จอนจองกุกเป็นคนใจร้อน เอาแต่ใจ เด็ดขาด และโหดเหี้ยมในสิ่งที่จำเป็น แต่เขาจะเป็นปีศาจร้ายที่ทำลายชีวิตผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งลงได้จริงๆเหรอ

“อยู่นี่เอง” แต่แล้วเสียงของเพื่อนสนิทอย่างอิมนายอนก็ทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น ยูรินหันไปหาเพื่อนด้วยใบหน้าสับสนจนนายอนสังเกตได้

“ฉันต้องขอตัวเพื่อนของฉันไปก่อนนะคะคุณมิน” พูดจบนายอนก็ประคองเพื่อนรักให้เดินไปพร้อมๆเธอ

“เชิญครับ” ชายหนุ่มผายมือตามมารยาท เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แค่อยากทิ้งระเบิดเวลาเพื่อให้เวลามันนับถอยหลัง แล้วระเบิดชีวิตครอบครัวของคนที่เขาเกลียดให้พังทลายลงในไม่ช้า


“มึงคิดว่าเธอจะทำยังไง” เจ้าของร่างสูงโปร่ง ที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถาม

“หึ... อีกไม่นานผู้หญิงคนนั้นก็คงต้องตามหาความจริง มนุษย์ทุกคนใช้ชีวิตไปโดยขาดความอยากรู้ไม่ได้หรอก”

“คนอย่างไอ้เจคมันจะดิ้นสักแค่ไหน ถ้าผู้หญิงของมัน กลัวและรังเกียจในสิ่งที่มันเคยทำ แค่คิดก็สนุกแล้ว”

รอยยิ้มมาดร้ายส่งไปยังแผ่นหลังบางที่เดินออกไปไกลแล้ว มินยุนกิได้รับเชิญจากจอนจินโมเช่นเคย ให้มาร่วมงานแต่งงานครั้งนี้ เขารู้ว่า คนที่เขานับถือเหมือนกับญาติสนิท ยังคงอยากทำให้เขากับจอนจองกุกได้ปรับความเข้าใจกัน แต่มันจะเป็นไปได้ได้ยังไง ในเมื่อจอนจองกุกคือคนที่ย่ำยีและพรากคนที่เป็นดั่งหัวใจของเขาไป มินยุนกิในเวลานี้ ยังหายใจอยู่ได้ เพราะภาระหน้าที่ที่เขาต้องแบกรับ หากแต่ว่าหัวใจของเขา ได้ตายจากเขาไปแล้ว

ส่วนคนสนิทที่เป็นทั้งญาติเเละเพื่อนที่เหลือเพียงคนเดียวของเขาอย่างคิมนัมจุน ได้เเต่ยืนมองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เขาคิดว่าเขาควรรู้ทุกเรื่องที่ยุนกิคิดจะทำ เผื่อว่าเรื่องราวมันร้ายเเรงขึ้นเกินกว่าที่ยุนกิจะควบคุมได้ เขาจะได้ยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทันท่วงที

 



“อย่าไปฟังที่เขาพูด” นายอนพูดกับคนที่เธอประคองเอาไว้ เพราะเธอสัมผัสได้ว่าเพื่อนของเธอกำลังกลัวในสิ่งที่รับรู้มา

“เธอรู้เรื่องนี้รึเปล่า” ยูรินเอ่ยถามออกไปในที่สุด

“คนที่นี่ทุกคนรู้เรื่องคุณมิยอนดี ฉันหมายถึงเรื่องของคุณยุนกิ คุณเจค แล้วก็คู่หมั้นของคุณยุนกิที่ชื่อมิยอน”

“จริงรึเปล่า”

“เรื่องนั้นไม่มีใครรู้จริงๆหรอกนะ ฝั่งคุณยุนกิ เชื่อสนิทใจเลยว่าคุณเจคขืนใจคู่หมั้นเขา จนทั้งคู่แตกหักกัน ทั้งๆที่เคยสนิทกันอย่างกับพี่น้องคลานตามกันมา”

“แล้วคุณเจค?

“เท่าที่ฉันรู้ คุณเจคไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย แค่ได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้น เขาก็แทบคลั่งแล้ว”

“ยูรินฟังฉันนะ สำหรับฉัน เรื่องนี้มันเหมือนกับจิ๊กซอร์ที่ชิ้นส่วนของมันขาดหายไป ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ทั้งหมด ทั้งคุณยุนกิ คุณเจค หรือใครต่อใครก็จะรับรู้เรื่องต่างกันออกไป แล้วแต่มุมว่าใครจะมองยังไง”

“แต่ถ้าถามฉัน ว่าฉันเชื่อมั้ยว่าคุณเจคทำเรื่องแบบนั้น ฉันบอกได้เลยว่าฉันไม่รู้เลยว่ามันจริงมั้ย เพราะฉันไม่ได้รู้จักกับคุณเจคขนาดนั้น”

“แล้วฉันล่ะ ฉันจะทำยังไง” สิ่งที่ยูรินรับรู้มาจากปากของมินยุนกิ มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เป็นเรื่องเลวร้ายมากๆสำหรับชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ถ้ามันคือเรื่องจริง เธอจะทนมองหน้าผู้ชายที่กำลังจะมาเป็นสามีของเธอได้ยังไง

“สำหรับเธอ เธอไม่ต้องเชื่อใครทั้งนั้น ทั้งคุณยุนกิ คุณเจค หรือใครๆ ฉันอยากให้เธอ เชื่อหัวใจตัวเอง”

“หัวใจฉัน?

“ลองใช้ความรู้สึกของตัวเองตัดสินคุณเจคดู เคยได้ยินใช่มั้ย สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เธอต้องหาคำตอบเรื่องนี้ด้วยตัวของเธอยูริน”

“คุณเจค!!!

หญิงสาวหันขวับไปยังทางที่สายตานายอนมองไป แล้วพบว่าคนที่ทั้งคู่กำลังพูดถึงยืนอยู่ไม่ไกลไปจากพวกเธอเลย ยูรินอดใจสั่นไม่ได้ที่เห็นว่าจอนจองกุกกำลังใช้สายตาที่แปลกออกไปจ้องมองมาที่เธอ สายตาที่เหมือนกับแฝงไปด้วยความคาดหวังบางอย่างเอาไว้ แต่มันเพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าท่าทางให้เป็นปกติแล้วเดินเข้ามาหาเจ้าสาวของตัวเอง

“หายไปไหนมา”

“ฉัน หลงทาง” ยูรินเองก็พยายามปรับสีหน้าและอารมณ์ของตัวเองเช่นกัน เธอไม่อยากให้จองกุกรู้ว่าเธอไปรับรู้อะไรมา แต่ก็แอบหวั่นใจไม่ได้ เรื่องไหนที่เธอไม่อยากให้เขารับรู้ เขามักจะรู้มันเสมอ

“เหอะ ไปได้แล้ว แม่เธอรออยู่ที่ห้องรับรอง” พูดจบร่างสูงก็เดินนำยูรินไป แต่เพราะคนตัวเล็กเดินช้าลง เพราะเรียวขาที่ยังคงสั่นเทาจากเรื่องที่รับรู้มา มันทำให้จองกุกหันกลับมามองด้วยความสงสัย

“เป็นอะไร”

“เอ่อ คือ..”

"เป็นเจ้าสาวของฉัน ช่วยเดินให้มันดีๆหน่อย" มาเฟียหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเหมือนเช่นเคย

"ก็มัน"

"ก็มันอะไร กางเกงในเข้าวิน?"

"ไม่ๆๆ ฉันไม่"

"ไม่อะไร ไม่ได้ใส่? เออ เตรียมตัวมาดีนี่"

"ไม่ใช่ รองเท้ามันกัด ฉันไม่เคยใส่รองเท้าส้นสูงขนาดนี้มาก่อน" ยูรินเบี่ยงประเด็นโดยการโยนความผิดไปให้รองเท้าคู่สวยแทน

"งั้นไม่ต้องใส่"

"?!!!"

หมับ

คนที่กำลังอยู่ในชุดเจ้าสาวไม่ทันได้ตั้งตัวกับสิ่งที่ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอจู่โจมมาที่เท้าของเธออย่างกะทันหัน จองกุกใช้มือถอดรองเท้าของเธอออก ก่อนจะโยนมันทิ้งไปทั้งสองข้าง

ฟิ้ว.....

 

"รองเท้าช้านนToT โยนทิ้งทำไม"

“ก็บอกว่าใส่แล้วกัดไม่ใช่???

“วันแต่งงานก็ยังแกล้งฉันไม่เลิกนะคุณเนี่ย ก็บอกแล้วไงว่าให้งด”

“งด ที่แปลว่าทำได้อยู่อ่ะนะ” ใบหน้ายียวนกวนประสาทของร่างสูงตรงหน้ามันทำเอายูริน โมโหจนลืมเรื่องที่กวนใจเธอไปได้ชั่วขณะ

 

 

ส่วนอิมนายอนก็ได้แต่ยืนดูสถานการณ์ตรงหน้า ด้วยความคิดบางอย่างที่ปรากฏขึ้น เมื่อเห็นภาพที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวแสดงความรักต่อกันอย่างไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

กัดกันแบบนี้ โบราณเขาว่าลูกหัวปีท้ายปีแน่นอน

 

“เดี๋ยวนายอนไปเอาคู่ใหม่มาเปลี่ยนให้ยูรินดีกว่านะคะ จะได้เดินถนัดๆ”

 

 


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ตื่นเต้นกับวันสำคัญเช่นวันนี้ ถึงแม้เงื่อนไขในการแต่งงานในวันนี้ของเธอและเขามันจะไม่ใช่ ความรัก แต่เพราะใจดวงน้อยที่แอบหวั่นไหวไปกับตัวตนที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในของผู้ชายที่ใครๆต่างก็ตราหน้าว่าเขาคือคนโหดเหี้ยม เย็นชา และไร้หัวใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งเธอเองในครั้งแรกที่เจอกัน แต่เพราะสิ่งต่างๆมากที่เขาได้ทำให้โดยที่ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน มันกลับทำให้เธอรู้สึกกับเขามากขึ้นทุกวัน

 

แล้วยิ่งในเวลานี้จอนจองกุกในชุดสูทสีดำสนิทที่เหมาะกับเขาเป็นที่สุด ทั้งๆที่ก็เป็นเพียงเสื้อสูทเรียบๆกับกางเกงสแล็คสีเดียวกันธรรมดาเพียงเท่านั้น แต่เมื่อมันได้มาอยู่บนร่างกายสุดเพอร์เฟ็คของเขามันทำให้มาเฟียหนุ่มดูดีเกินกว่าคนทั่วไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ คงเพราะใบหน้าหล่อเหลาคมคายและร่างกายที่ผ่านการดูแลมาอย่างดี


แค่เวลาปกติยูรินยังแทบซ่อนความเขินอายเอาไว้ไม่มิด แต่วันนี้เขาคือคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ ในฐานะ เจ้าบ่าวแล้ว ต่อให้ภายในงานข้างหน้าจะมีสายตาผู้คนนับร้อยจับจ้องมาที่เธอ ก็ยังคงไม่อาจทำให้เธอใจเต้นแรงได้เท่ากับสายตาของจอนจองกุกเพียงคู่เดียว

“เป็นอะไร” เสียงนิ่งๆเอ่ยถาม ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็น เจ้าสาว ของตัวเอง เห็นหน้านิ่งๆแบบนั้นก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกอะไร นี่ก็งานแต่งงานครั้งแรกของเขาเหมือนกัน งานที่ไม่เคยคิดแม้สักน้อยว่าจะได้เกิดขึ้นกับเขา

“ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะ คนในงานต้องเยอะมากแน่ๆเลย” คนที่กำลังประหม่าอย่างหนักบอกกับคนที่ถามเธออกไป  ใครจะไปกล้าบอกกันล่ะว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เธอประหม่าจนใจสั่นลามไปถึงร่างกาย มันเป็นเพราะคนที่ยืนอยู่ข้างเธอไม่ใช่ใครอื่น เมื่อได้คำตอบจอนจองกุกก็นิ่งไปครู่หนึ่งราวกับว่าเขากำลังใช้ความคิด

“ตื่นเต้นจนล้มหน้าทิ่มกลางงานไม่ได้นะ ขายขี้หน้าคนอื่นแย่”

“ง่ะ”

!!!

“จับไว้” ดวงตากลมโตช้อนมองไปยังใบหน้าของคนที่ยื่นมือหนามาตรงหน้าเธอ

“จะได้ไม่ทำฉันขายหน้า” ความปากร้ายที่ช่างสวนทางกับการกระทำของว่าที่สามี มันทำให้หัวใจที่เต้นระรัวสงบลงเมื่อมือเล็กค่อยๆวางลงไปบนมือใหญ่กว่า มันไม่ใช่การวางมือลงบนมือของเขา แต่จอนกุกกลับขยับนิ้วมาแล้วจับมือของเธอเอาไว้หลวมๆ

“ยิ้มอะไร” คนที่ในใจไม่รู้จักพอ เม้นปากก่อนจะเอ่ยร้องขอบางอย่างที่มากกว่านี้ออกไป

“ฉันตื่นเต้นมากๆเลย”

“แล้ว?

“แค่จับมืออาจจะยังไม่พอ”

“ถ้างั้นก็ ขี่คอฉันเลยมั้ย” ความโรแมนติกพลันหายไปในพริบตา

“ไม่ใช่ค่ะ...”

“แล้วงอแงจะเอาอะไรอีก”

“ฉัน...”

???

“ฉันขอกอดแขนคุณเอาไว้ได้มั้ยคะ”

“จะได้มั่นใจไงว่าฉันจะไม่ตื่นเต้นจนสะดุดล้มกลางงาน แล้วทำคุณขายขี้หน้า”

“หึ...จะทำอะไรก็ทำ” สิ้นสุดคำให้อนุญาต คนตัวเล็กตรงเข้าไปควงแขนแกร่งของเจ้าบ่างทันที จอนจองกุกเองก็ตกใจไม่น้อยเลย เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกของเขาที่ยอมให้ผู้หญิงมาควงแขนถึงเนื้อถึงตัวเขาได้ถึงเพียงนี้ ในใจก็อดตั้งคำถามไม่ได้เลยว่าทำไมเขาถึงได้ต้องยอมเธอคนนี้นัก

 

ทุกๆก้าวของสองร่างที่ก้าวเดินไปข้างหน้าแท่นพิธีท่ามกลางสายตาชื่นชมของแขกที่มาแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มหวานหยดของคนเป็นเจ้าสาว ภายในใจกำลังเก็บซ่อนอาการหวั่นไหวเอาไว้มากมายเพียงใด 

ไม่มีใครล่วงรู้อีกเช่นกันว่าภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งราวกับไร้ความรู้สึกใดๆ ชายหนุ่มผู้ที่หัวใจไม่เคยมีเอาไว้เพื่อใคร ไม่มีผู้ใดหยั่งถึงหรอกว่า จริงๆแล้วเขาปกปิดความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ ความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่กล้าคิดหรือยอมรับว่ามันเกิดขึ้นกับเขาจริงๆ เพราะเธอ เจ้าสาวกำมะลอ ของเขา

 

 

50%

To be continue

 


 พรุ่งนี้มาต่อให้จ้า^O^

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

328 ความคิดเห็น

  1. #275 tuk-saowanee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 20:10
    Nc ด้วยค่ะ
    #275
    0
  2. #248 เมจิกสีดำ. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 23:13

    คำว่าพรุ่งนี้มันไม่มีเจรงงงงงง

    #248
    0
  3. #247 monyjm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 02:38

    Nc nc nc nc.

    #247
    0
  4. #245 PanchZA922812 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 19:57

    รอนะคะ
    #245
    0
  5. #244 JK_nest9704 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 22:08

    งื้อ~ จะบ้าตายคุณเจคก็ดียูรินก็ดี อ่า~ตาแทหายไปเลยนะเนี่ย แต่ความรักแบบไม่ได้ชัดเจนอ่านแล้วhappyมาก >< ปล.แต่ก็แอบรอดราม่าแบบหนักหน่วง อ่านแล้วน้ำตาเล็ดอยู่

    #244
    0
  6. #243 Eupholiax._ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 18:31
    อ่านในvnจบแล้วก็มาอ่านในนี้อีกเหมือนเดิมมมฮืออมันสนุกมากๆๆกี่รอบก็ไม่เบื่อออ
    #243
    0
  7. #242 Lisagirl3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 17:42

    รอค่า ชอบมากๆเลย

    #242
    0
  8. #241 nopparat_toey546 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 16:58
    โอ้ยยย มันดีต่อใจ~ น้องยูรินคือน่ารักมากๆ ใจบางไปหมดแล้วกับความน่ารักของน้อง คุณเจคก็คือดืออออออ

    มินยุนกิ!!!!! อย่าเชียวนะ!!! อย่ามาปั่นน้องยูรินของชั้นนน!!!
    #241
    0
  9. #240 galaxyMN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 13:01
    ฟินนนนนนนนนนนนนนน ยักมีคุณเจคเปนของตัวเอง
    #240
    0
  10. #239 tangmay2912 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 06:30
    ชอบแบบชอบมากๆค่ะไรท์ดีใจมากเลยค่ะที่วันนี้ไรท์จะมาต่อ><
    #239
    0
  11. #238 0615625614 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 02:25
    ชอบมากกง้าบบบบ~~~~~~~~
    #238
    0
  12. #237 dorapunch (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 02:03
    ไรท์อัพแต่ละทีดึกจัง ดีนะเราเป็นค้างคาวนอนดึก555555555 เม้นก่อนเดี๋ยวค่อยอ่าน
    #237
    0