My mafia husband name is JK {BTSxYOU}

ตอนที่ 1 : EP 01: เงื่อนไข 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 272 ครั้ง
    9 เม.ย. 63

 

 

 

 

ปั้ง...!!!

“อ๊ากกกกกกก”

เสียงร้องอย่างโหยหวนที่เกิดขึ้นจากความเจ็บปวดเหตุเพราะลูกกระสุนจากปืนSID Sauer P226 สีดำสนิท ที่ยิงทะลุกล้ามเนื้อบริเวณต้นขา เลือดสีที่สดไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก ภาพนี้อาจเป็นภาพที่น่าสยดสอยองของคนทั่วไป แต่ไม่ใช่กับเขา จอนจองกุก หรือ “เจค” ลูกชายคนเล็กของ จอนจินโม ผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในคาบสมุทรเกาหลี หมายถึงอำนาจในด้านมืดเป็นส่วนใหญ่

ถึงแม้จอนจองกุกจะเข้ามารับงานได้ไม่กี่ปี และอายุของเขายังน้อยก็ตาม แต่เพราะเขาเกิดมาโดยมีเสียงปืนเป็นเสียงกล่อมนอน เสียงร้องโอดครวญจากศัตรูของผู้เป็นพ่อ ไพเราะราวกับเสียงเพลงคลาสสิคสำหรับเขา ไม่แปลกเลยที่ลูกชายคนเล็กของตระกูลจะเติบโตขึ้นมา โดยถอดแบบความเด็ดขาด เหี้ยมโหด ตรงไปตรงมา เลือดเย็น แต่กระนั้น เขาเองรักพวกพ้องและวงศ์ตระกูลมากกว่าสิ่งใด

และสองสิ่งที่เขายอมไม่ได้ และไม่มีทางยอมเด็ดขาด คือการถูกหักหลัง และการหยามศักดิ์ศรี เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว ว่า“ลูกผู้ชาย ฆ่าได้ และหยามไม่ได้” โดยเฉพาะ ผู้ชายที่ ชื่อ“จอนจองกุก”

ดวงตาคมกริบมองของเหลวสีแดงที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย พร้อมกับรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากข้างซ้าย บ่งบอกว่าเขาพอใจกับฝีมือการยิงของตัวเองไม่ต่างจากครั้งอื่นๆ

 

“ผมขอโทษครับคุณเจค ขอโทษจริงๆ แต่ที่ดินที่พวกผมเอาไว้ มันก็แค่ ห้าไร่ จากทั้งหมดสองร้อยไร่นะครับ”

ปั้ง!!!

“อ๊ากกกกกกกก” ชายคนที่กำลังร้องขอชีวิต ร้องลั่นกว่าเดิมเมื่อถึงยิงเข้าที่ขาอีกข้าง เขาทั้งกรีดร้องอย่างทุรนทุราย น้ำตานองหน้าจากความเจ็บปวดที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน และไม่เคยรู้ว่า ลูกชายคนเล็กของจอนจินโมจะโหดได้สักแค่ไหน จนมาเจอกับตัวเอง

“ต่อให้แค่ตารางวาเดียว ของของกูยังไงก็คือของของกู หมาตัวไหนก็ไม่มีสิทธิ์”

เสียงตวาดจากร่างสูงดังก้องไปทั่วทั้งโกดัง ไม่ใช่แค่ชายโชคร้ายตรงหน้าเท่านั้นที่ผวาด้วยความตกลง บรรดาลูกน้องของจอนจองกุกเองก็อดที่จะเกรงกลัวต่อโทสะของนายน้อยไม่ได้

“ผมขอโทษครับ ผมขอโทษ จะให้ผมชดใช้ยังไงก็ได้ แต่อย่าฆ่าผมเลยนะครับ ผมสำนึกแล้วผมผิดไปแล้ว”

“ไม่รอสำนึกตอนกระสุนกูเจาะทะลุหัวมึงก่อนเลยล่ะ”

“อึ่ก!!!” ชายคนดังกล่าวฝืนกลืนก้อนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“ผะ ผม ลำบากจริงๆ ผมต้องใช้เงิน ได้โปรดเข้าใจผมด้วย” คนที่ตอนนี้ร่างกายท่อนล่างอาบไปด้วยเลือดสีแดงฉานเอื้อมมือทั้งสองข้างกอดเข้าร้องขอความเห็นจากร่างสูงที่ยืนค้ำหัวตัวเองอยู่

จอนจองกุกแสยะยิ้มออกมา แต่หาใช่รอยยิ้มแห่งความเมตตาแต่อย่างใด มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชและความพอใจอยู่ในที ก่อนที่เขาจะค่อยๆย่อตัวนั่งลงให้ระดับสายตาของเขาอยู่ระนาบเดียวกับใบหน้าของอดีตคนของพ่อ ที่แอบยักยอกที่ดินของเขาไปแบ่งขายให้กับนายทุนแล้วเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

“ลำบากมาก?”

“อึ่ก ครับ พวกเราลำบากมาก”

“ก็เลยอยากได้ที่ดินของกู?”

“ผมขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ โปรดเมตตาผมสักครั้ง”

“ได้สิ คิดว่ากูเป็นคนใจจืดใจดำขนาดนั้นเลยเหรอ” ประโยคนั้นเป็นเหมือนความหวังของชายคนนั้นว่าเขาอาจจะรอดเงื้อมมือมัจจุราชอย่างจอนจองกุกได้ แล้วรอฟังสิ่งที่จอนจองกุกกำลังจะกระซิบบอกกับเขา

“กูจะแบ่งที่ดินให้มึง”

“!!!”

“สักสองเมตรคงพอ”

“???” คนฟังดูจะไม่เข้าใจในสิ่งที่มาเฟียหนุ่มกำลังบอกกับเขาเท่าไหร่นัก

“สองเมตร”

“เอาไว้ฝังศพมึงไง”

“!!!”

ปั้ง!!!

คราวนี้มาเฟียหนุ่มไม่รอฟังความอ้อนวอนที่แสนน่ารำคาญสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว เมื่อนิ้วชี้ของเขากดลั่นไกปืนคู่ใจออกไป ปลายทางของกระสุนตะกั่วคือกลางหน้าผากของ คิมซอกอุล คนที่บังอาจทรยศและหยามศักดิ์ศรีของตระกุลจอนเกินไป คิดเหรอว่าสุนัขที่มันทรยศจะได้รับโอกาสจากเขา ไม่มีวัน

“เอามันไปฝัง”

“ครับนายน้อย” ดวงตาคมกริบตวัดมองลูกน้องที่เผลอเรียกเขาแบบนั้น จริงอยู่ที่จอนจองกุกเป็นน้อยน้อยของตระกูล แต่ตอนนี้เขาโตแล้ว มันเลยค่อนข้างระคายหูที่เขาจะถูกเรียกแบบนั้น

“ขอโทษครับคุณเจค” ไม่มีการตอบกลับใดๆ จองกุกเก็บปืนไว้ที่ด้านหลังของขอบกางเกงสีดำสนิท ก่อนจะเดินนำลูกน้องราวๆห้าคนออกไปจากโกงดังเก็บของ อันที่จริงที่นี่เอาไว้ “เก็บคน” เสียมากกว่า

 

“ฉันขับเอง”

“แต่คุณโฮซอกสั่งว่า”

“ฉันจะบอกฮยองเอง” ไม่มีใครกล้าขัดใจเขา จึงปล่อยให้จอนจองกุกเปิดประตูรถ แล้วนั่งลงยังที่นั่งคนขับก่อนจะขับรถออกไปทันที เขาสายมากแล้วสำหรับคืนนี้ที่เขานัดกับเพื่อนสนิททั้งสองคนเอาไว้

 

 

ห้อง VIP ของคลับ Private ที่คนจะที่ใช้บริการต้องเป็นเมมเบอร์เพียงเท่านั้นถึงจะเข้ามาใช้บริการที่นี่ได้

โต๊ะสนุกเกอร์ตรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่พื้นผิวของมันทำจากผ้ากำมะหยี่อย่างดี ตอนนี้มีลูกสนุกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเพียงเจ็ดลูก ร่างสูงที่เอาเเต่ยืนมองลูก "คิลบอล" สีขาวที่จัดวางเอาไว้ไม่ค่อยตรงตำเเหน่งลูกสีเเดงที่เขาต้องการยิงมันให้ลงหลุมมุมด้านซ้ายตรงหน้าของเขา

"เฮ้อ..." ปาร์จีมินถอนหายใจออกมารอบที่เท่าไหร่เเล้วก็ไม่รู้ ทั้งๆที่เกมนี้มันควรจะต้องเป็นเกมของเขาเเท้ๆ ที่ไหนได้ เขาก็ยังเป็นคนโง่ที่ถูก คิมซอกจิน วางเกมมาเพื่อให้ตายใจจนได้

ดวงตาคู่สวยของเขาบัดนี้กำลังเพ่งมองไปยังลูกสนุกลูกที่พอจะให้เขามีหวังในเกมนี้ เพราะถ้าหากเขาพลาดล่ะก็ มันก็จะเหลือลูก "สีดำ" ที่มีเเต้มสูงสุดให้ฝ่ายตรงข้ามเก็บไปจนได้ เม็ดเหงื่อใสๆผุดออกมายังขมับทั้งสองข้าง มันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังเครียดเเละจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำมากเเค่ไหน

เขามีตัวเลือกอยู่ทางเดียว ก็คือต้องยิงลูกสีเเดงให้ลงไปก่อน เพื่อที่จะได้เป็นฝ่ายยิงลูกต่อไป เเต่เท่าที่ดูบนโต๊ะตอนนี้ คิมซอกจิน ที่ไม่ต่างอะไรกับการจับลูกสนุกมาวางตามที่ๆเขาต้องการด้วยมือของเขาเอง เเละเเน่นอน ปาร์คจีมินเเทบมองไม่เห็นทางที่เขาจะยิงลูกสีเเดงได้เลย

ป๊อก...

"หึ" เสียงหัวเราในลำคอของคิมซอกจินบ่งบอกว่าเขากำลังจะเป็นผู้ชนะอีกครั้ง เพราะความอ่อนประสบการของอีกคน

"อ๋าาาาา ฮยองงงง." เเละเสียงงอเเงที่เเสนปัญญาอ่อนที่สุดในความรู้สึกของคิมซอกจินก็ดังขึ้น เมื่อปาร์คจีมินไม่สามารถยิง ลูกคิลสีขาวให้ไปโดนลูกสีเเดงได้ เขาพลาดอีกเเล้วสินะ

"ก็นายใช้สมองน้อยไปจีมิน" เสียงนิ่งๆของผู้ที่เเม้จะไม่ต้องออกเเรงเเทงลูกที่เหลือ เขาก็เป็นผู้ชนะอยู่ดีเอ่ยขึ้น พร้อมการเอาก้อนชอล์คฝนที่ปลายไม้สนุกไปด้วย

"ฮยองจะบอกว่าผมโง่เหรอ"

"นายไม่ได้โง่"

"เเต่นายเเค่ไม่ใช้หัวคิด ก็เท่านั้น"

"ฮยอง!!!"

"ฮยองด่ามันว่าโง่เลยก็ได้ ถ้าจะพูดขนาดนั้น" เสียงของคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ดังขึ้น ก่อนที่ปาร์คจีมินจะพูดขึ้นมา

"กูจะเลิกคบมึงไอ้เจค" ใครจะรู้ว่าปาร์จีมินพูดประโยคนี้มานับร้อยครั้งเเล้ว

"ถ้ามึงทำได้ ป่านนี้มึงคงไม่มายืนงอเเงกับกูอยู่เเบบนี้หรอกจีมิน" จอนจองกุกนั่งลงที่โซฟาหนังสีน้ำตาลด้วยท่าทางที่ผ่านคลายมากขึ้น

"อารมณ์ดีมากเลยนะวันนี้" คนเเพ้ซ้ำเเล้วซ้ำเล่าตั้งใจเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากตอกย้ำความพ่ายเเพ้ของตัวเอง

"ก็ดี จัดการเสี้ยนที่มันตำเท้าได้ ก็สบายใจ"

"เเปลว่ารู้เเล้วว่าใคร" คราวนี้คิมซอกจินถามขึ้นบ้าง จอนจองกุกยกคิ้วขวาขึ้นเเทนคำตอบ

"โกดังมึงมีที่พอฝังเหรอวะ" เพื่อนสนิทที่สุดของจอนจองกุก อย่างปาร์คจีมินถามขึ้นอย่างประชดประชัน เพราะเขารู้ดีว่าคนอย่างเพื่อนคนนี้ ไม่เคยปล่อยให้คนที่ทรยศมีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ได้

"ไม่พอก็โยนทิ้งทะเล ไม่เห็นยาก"

"หึ...โฮซอกจะต้องบ่นมึงหูชาเเน่เจค"

"ใช่ๆ จริงอย่างที่จินฮยองพูด โฮซอกฮยองไม่ชอบให้มึงฆ่าคนพร่ำเพรื่อ คราวนี้มึงโดนตัดเเบล็กการ์ดเเน่"

"ไม่ต้องห่วงกูมีหลายใบ"

"เเต่ถึงยังไง กูก็จัดการหนอนบ่อนไส้ให้พ่อได้ รับรองวันเกิดพ่อกูอาทิตย์หน้า มึงเตรียมคาราวะนายใหญ่คนใหม่ได้เลย" วันเกิดครบรอบหกสิบปีของจอนจินโมปีนี้ มันเป็นธรรมเนียมของตระกูลจอน ที่พญาอิทรีย์ หรือผู้นำ จะต้องส่งมอบอำนาจให้กับทายาทรุ่นต่อไป เเละจอนจองกุกมั่นใจว่า สิ่งที่มันเป็นของเขามาตั้งเเต่ลืมตาดูโลกยังไงมันก็ต้องเป็นของเขาอยู่วันยังค่ำ

"ไม่เเน่นะนายใหญ่อาจจะยกตำเเหน่งให้พี่สาวมึงก็ได้"

"มึงอย่าพูดถึงพี่สาวกูได้มั้ยวะ" จอนจองกุกสวนขึ้นทันควัน

"หึหึหึ"

"จินฮยองอย่าขำ ผมไม่ตลก"

"โอเค เเต่จะว่าไป กูก็คิดถึงฮวานะ เมื่อไหร่จะกลับมาเยี่ยมกันบ้าง"

"เหอะ ไม่ต้องกลับมาได้ยิ่งดี เลี้ยงลูกเลี้ยงผัวอยู่อเมริกาไปเถอะ" พูดจบจองกุกก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

"อ้าว นั้นมึงจะไปไหนวะ" จีมินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งมากำลังจะเดินออกไป

"กลับ เสียอารมณ์"

"เเต่คืนนี้กาอึนจะมาหามึงนะ ไม่อยู่รอหน่อยเหรอ เผื่อว่าเธอจะทำให้มึงหายอารมณ์เสียจากพวกกูได้"

"ไม่ว่ะ พักนี้กูเบื่อๆ" จองกุกตอบอย่างไม่ค่อยสนใจนัก ถึงเเม้ผู้หญิงสุดเซ็กซี่ขยี้ใจที่จีมินพูดถึง อย่าง "มินกาอึน" จะเป็นคนโปรดที่รองรับอารมร์ของจอนจองกุกได้เป็นอย่างดี เเต่ตอนนี้เขากลับเบื่อเธอซะเเล้วซึ่งมันก็ไม่เเปลกหรอก คนอย่างจอนจองกุก ไม่เคยเอาตัวเองไปผูกติดกับผู้หญิงคนไหนอยู่เเล้ว

"เออ ตามใจมึงก็เเล้วกัน เจอกันวันเกิดนายใหญ่นะ" จอนจองกุกพยักหน้ารับ เเล้วเดินออกจากห้องไป พร้อมกับอารมร์ที่ดีขึ้นมาบ้าง เพียงเเค่นึกถึงวันที่อาำนาจทั้งหมดจะมาอยู่ในกำมือของเขาสักที

ป๊อกๆๆๆ

เสียงลูกสนุกสีขาว ที่ถูกปลายไม้ของคิมซอกจินเเทงไปเพียงครั้งเดียว มันกระเด็นไปโดนลูกเป้า ลูกสีน้ำตาล จนมันกระเด็นไปโดนลูกสีน้ำเงินตามด้วยลูกชมพู และสุดท้ายลูกที่มีเเต้มสูงที่สุดอย่างลูกสีดำ ก็ต่างพากันลงหลุมมุมโต๊ะไปจนหมด คิมซอกจินค่อยๆยืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะมองผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ

"ฮยองงงงง ไม่ต้องขยี้ผมขนาดนี้ก็ได้มั้ยล่ะ"

 

 

                                                         

 

 

50 %

 

มหาวิทยาลัย K

ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ที่ใบของมันที่กำลังค่อยๆเปลี่ยนสีเเดงอมน้ำตาล ราวกับต้องการตอกย้ำกับใครบางคนว่า โลกนี้ย่อมมีการเปลี่ยนเเปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะสิ่งเดียวที่ไม่มีการเปลี่ยนเเปลงก็คือ "สิ่งที่ตายไปเเล้ว"

เรียวขายาวก้าวเดินไปบนทางเดินที่คุ้นเคยของคณะเเพทย์ศาสตร์ที่เธอเรียนมาเกือบสามปี จุดหมายในวันนี้ของเธอต่างออกไป มันไม่ใช่ห้องเรียนเหมือนในทุกๆวันที่เธอมาที่นี่ วันนี้ที่ๆเธอต้องไปก็คือ ห้องฝ่ายทะเบียนนักศึกษา มือเล็กกำเอกสารสีขาวในมือเเน่นโดยที่ตัวเธอเองไม่รู้ตัวเลยเเม้เเต่น้อย หญิงสาวหลับตาลงเเล้วสูดหายใจเข้าให้เต็มปอดราวกับต้องการรวบรวมพลังบางอย่างสำหรับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำต่อจากนี้ เพราะ "การตัดสินใจ" ในวันนี้ มันอาจเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

หญิงสาวเจ้าของเรียนผมสีดำสนิท ยื่นเอกสารในมือไปยังเจ้าหน้าที่ ที่กำลังนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงาน หญิงวัยกลางคนรับเอกสารไปจากมือของเธอก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยื่นเอกสารเเผ่นนั้นให้อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

"นั่งก่อนสิ นัมยูริน"

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" เจ้าของชื่อค่อยๆนั่งลงตามคำเชิญ เเละเตรียมพร้อมกับคำถามที่เธอเอาไว้อยู่เเล้ว ว่าถ้าเธอตัดสินใจเลือกทางนี้ เธอต้องพบเจอกับคำถามมากมายเเค่ไหน

"เธอเป็นนักศึกษาเเพทย์ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด อนาคตของเธอยังไงก็ไม่พ้นเเพทย์มือดีอีกคนหนึ่งของประเทศเเน่ๆ ทางเราอย่างให้เธอลองตัดสินใจให้ดีๆ" มือเล็กจิกกำมือตัวเองเเน่นขึ้นเมื่อได้ยินอย่างนั้น

"หนูมีปัญหาจริงๆค่ะ"

"เราทราบเรื่องปัญหาครอบครัวของเธอมาบ้างเเล้ว เเต่ถ้าเธอตัดสินใจที่จะเรียนต่อ เรายินดีที่จะหาทุนการศึกษาให้นักศึกษาอนาคตไกลอย่างเธอได้ไม่ยากอยู่เเล้ว"

นัมยูรินรู้ดี ว่าตัวเธอเองมีความสามารถอยู่ในระดับไหน เพราะอาชีพ "เเพทย์" คือความใฝ่ฝันของเธอตั้งเเต่เด็ก ด้วยเหตุจากที่คุณพ่อของเธอป่วยมาตลอดตั้งเเต่เธอจำความได้ เเละเหตุผลเดียวกันเอง คือเหตุผลที่ทำให้เธอเลือกที่จะ ดรอปเรียนเอาไว้ก่อน นั่นก็เพื่อพ่อของเธอเช่นกัน

ในเวลานี้ นัมยูรินคนนี้ ไม่ใช่ นัมยูรินที่ใครๆรู้จักอีกต่อไปเเล้ว เธอหมดหนทาง ไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีเเม้เเต่บ้านที่จะซุกหัวนอน เธอไม่ใช่ คุณหนู นัมยูริน ลูกสาวนักธุรกิจเจ้าของ "จินชาง กรุ๊ป" บริษัทนำเข้าอุปกรณ์ทางการเเพทย์อันดับต้นๆของเกาหลีใต้อีกต่อไปเเล้ว

จริงอยู่เธอเเค่รับทุนการศึกษาที่เธอเองได้มันมาได้ง่ายๆเเค่เธอทำเรื่องขอ เเต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือสิ่งที่เรียกว่า "เวลา" นัมยูรินไม่มีเวลาพอที่จะเจียดมาเรียนอีกต่อไปเเล้ว เพราะเวลาของเธอในตอนนี้ จำเป็นทีจะต้องทุ่มเทให้กับการทำงานพิเศษทุกอย่างที่เธอพอจะทำได้ เพื่อที่จะนำเป็นเป็นค่ารักษาอาการของโรค หลอดเลือดสมองอุดตัน ขั้นวิกฤติของผู้เป็นพ่อ

"ขอโทษจริงๆนะคะ เเละต้องขอบคุณที่เมตตาหนู เเต่ตอนนี้หนูคงรับไว้ไม่ได้จริงๆค่ะ" พูดจบเธอก็ฝืนยิ้มกลับไปให้เจ้าหน้าตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนเเล้วเเสดงความเคารพตามมารยาท เเล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้น ก่อนที่ความลังเลจะมาเยือนจิตใจของเธอเสียก่อน

 

 

"วันนี้เห็นยัยคุณหนูตกยาก ไปที่ห้องทะเบียนด้วยนะ"

"ได้ข่าวว่า พ่อโดนฟ้องล้มละลายเลยนะ ไม่เหลืออะไรเลย เเถมยังป่วยหนักอีก"

"น่าสงสารนะ คงลำบากเเย่เลย"

"สมน้ำหน้ามากกว่า เกิดมาคงไม่เคยได้สัมผัสความยากลำบากกับใครเขาหรอก"

"จริง ลองลำบากดูบ้างจะได้เลิกหยิ่งเป็นหงส์สักที"

"คงลำบากได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ใช้วิธีเดียวกับเเม่เพื่อความสบาย"

"วิธีอะไร"

"ก็เเต่งงานกับผู้ชายรวยๆไง สบายไปทั้งชาติ เเต่ที่ไหนได้ ตกสวรรค์ ทั้งเเม่ทั้งลูก"

ปึ้ง!!!

เสียงประตูห้องน้ำห้องริมสุดถูกผลักออกอย่างเเรง จากใครบางคนที่ไม่อาจทนฟังสิ่งที่คนอื่นพูดถึงตัวเองเเละครอบครัวได้ โดยเฉพาะกับเเม่ของเธอ คนปากเเละจิตใจสกปรกพวกนี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาพูดจากร้าวร้าวถึงเเม่ของเธอได้

สามนักศึกษาสาวที่ก่อนหน้านี้เอาเเต่พูดจาเรื่องคนอื่นอย่างออกรสออกชาติถึงกับผงะ เมื่อพบว่าบุคคลที่พวกเธอกำลังนินทา คงจะรับรู้ทุกคำพูดที่พวกเธอพูดออกไปหมดเเล้ว

"อย่าลามปามเเม่ฉัน!!!"

"รู้จักฉันดีเเค่ไหนถึงได้กล้าพูดอะไรเเบบนั้นออกมา!!!" นัมยูริน ที่เมื่ออกจากห้องทะเบียน เธอก็เลือกที่จะมานั่งสงบสติอารณ์ของตัวเองอยู่ในห้องน้ำหญิง เเต่ใครจะคิดล่ะว่าที่นี่จะเป็นที่ๆยิ่งทำให้สติอารมณ์ของเธอเตลิดไปไกลจนเเทบกู่ไม่กลับเเล้ว

"ก็ที่เขาพูดกันมันไม่ใช่ความจริงรึไงล่ะ"

"ชเวอินฮยอน!!!" ยูรินไม่เคยเข้าใจเลยว่า ตัวของเธอเองไม่เคยเลยที่จะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับผู้หญิงร้ายกาจอย่าง "ชเวอินฮยอน" เลยสักครั้ง เเต่ทำไมกันผู้หญิงคนนี้กับเพื่อนๆของหล่อน ถึงได้ชอบหาเรื่องเธอนักหนา เท่าที่รู้เเม่ของอินฮยอนเองก็เคยเป็นเพื่อนกับเเม่ของเธอมาก่อน

"ไม่จริงก็เถียงสิ ว่าเเม่ของเธอไม่ได้เเต่งงานเพื่อจับผู้ชายรวยๆ โดยที่ไม่สนใจว่า จะไปเเย่งคนรักของใครเขามารึเปล่า"

ผลัก!!!

"หยุดพูดถึงเเม่ฉันเดี๋ยวนี้นะ!!!" ด้วยความบันดาลโทสะ ทำให้นัมยูรินตวาดออกไปพร้อมกับเเรงผลัก ผลักร่างของชเวอินฮยอน เซล้มลงไปกับพื้น

ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นัมยูรินต้องเผชิญกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นการเปลี่ยนเเปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต จนตัวเธอเองตั้งตัวเเทบไม่ทัน ทุกอย่างมันถาถมเข้ามาในคราวเดียวจนเธอเเทบจะประคองตัวเองไว้ไม่อยู่ อยู่เเล้ว เธอขอเเค่มุมสงบเพื่อพักสมอง พักหัวใจได้บ้าง เเต่สุดท้ายก็หนีคนนิสัยเเย่ๆอย่างนี้ไม่พ้น คนที่คอยตามซ้ำเติมตอกย้ำเธอไม่หยุดหย่อน มันทำให้ความอดทนของเธอขาดสะบั้นลง จากคนที่อ่อนโยนไม่เคยคิดจะใช้อารมณ์หรือกำลังกับใคร จำต้องระเบิดออกมา จนเจ้าตัวยังตกใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปไม่น้อย

"นี่เเกผลักฉันเหรอ!!!"

"ฉัน...ฉัน" สมองของยูรินยังคงประมวลผลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก การทำร้ายร่างกายคนอื่นเเบบนี้มันไม่ใช่นิสัยของเธอเลยสักนิด

"ดีในเมื่อเเกเริ่มก่อน ฉันก็ไม่ออมมือเเล้วกัน ดาวอน มิรัน ช่วยฉันจัดการยัยคุณหนูนี่ที จะเอาให้สาสมกับที่มันกล้ามาผลักฉัน!!!"

"เเค่นี้มันยังน้อยไป สำหรับคนที่ใจต่ำ ด่าว่าได้เเม้กระทั่งพ่อเเม่ของคนอื่น"

เเต่ยังไม่ทันที่เพื่อนทั้งสองคนของชเวอินฮยอนจะได้ทำตามคำสั่งของเพื่อน ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกพร้อมกับใครบางคนที่เดินเข้ามา

"นายอนอา!!!" ยูรินเรียกชื่อเพื่อนสนิทของตัวเองออกมาด้วยความดีใจ ที่ในที่สุดก็มีคนที่จะพาเธออกไปให้พ้นจากเรื่องบ้าๆนี้สักที เธอจะทนมันไม่ไหวอยู่เเล้ว

"อิมนายอน อย่ามายุ่งเรื่องนี้นะ!!"

"ขอโทษนะ ชเวมินฮยอน เเต่ฉันเป็นคนชอบเผือกน่ะ เเต่ต่างจากเธอนะ ที่ชอบเผือกเรื่องไม่จริงของคนอื่นเขาไปทั่ว"

"นี่!!!"

"อยากมีเรื่องกับฉันก็มา บอกก่อนนะฉันไม่ใช่ยูรินที่จะทำเเค่ผลักเบาๆอย่างกับลมเป่าเหมือนเมื่อกี้" ใครๆก็รู้ว่าครอบครัวของอิมนายอนไม่ใช่ธรรมดา มีข่าวลือมากมายว่าครอบครัวของเธอเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมาเฟียที่มีอิทธิพลมากๆของเกาหลีใต้ ทำให้ไม่มีใครอยากมีเรื่องกับเธอสักเท่าไหร่นัก

"หึ ปกป้องกันเข้าไปเถอะ อยากจะรู้นักว่าเพื่อนเธอจะลอยหน้าลอยตาในสังคมได้อีกนานสักเเค่ไหน อย่าอายจนฆ่าตัวตายไปซะก่อนล่ะ" หมดคำพูดเเย่ๆที่พ่นออกมา ชเวอินฮยอนกับเพื่อนก็เดินออกจากห้องน้ำไปทันที

 

เหลือเพียงนายอนกับยูรินที่กำลังยืนตัวเเข็งทื่อไปหมด นายอนหันไปมองเพื่อนที่เธอรู้ว่าเพื่อนเธอคนนี้ถูกเลี้ยงมาเเบบไหน เเละกำลังเผชิญกับสิ่งที่ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะได้พบเจอมาก่อน

"หายไปไหนมา เธอรู้มั้ยว่าฉันกับมุนบยอลตามเธอจนเเทบจะบ้านตายอยู่เเล้ว ยัยบ้าเอ้ย!!!"

"ฮึก นายอนอา" คำพูดที่เหมือนคำต่อว่าของนายอน ในความหมายที่ยูรินเเปลได้ก็คือ เพื่อนคนนี้เป็นห่วงเธอมากมายมากเเค่ไหน ทำให้น้ำตาที่ยูรินพยายามอดกลั้นมันเอาไว้ร่วมเดือน ทะลักออกมาอย่างมากมาย ก่อนที่เธอจะตรงเข้าไปสวมกอดนายอนเอาไว้เเน่น

"ฮึก นายอนอา ฉัน อึ่ก ฉันไม่รู้จะทำยังไง" มือเล็กของอิมนายอนลูบตบลงเบาๆที่เเผ่นหลังที่กำลังสั่นไหวรุนเเรง เพื่อปลอบใจ ตั้งเเต่ที่เธอรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของยูริน นายอนเป็นห่วงเพื่อนจนเเทบไม่เป็นอันทำอะไร เเต่เพราะทั้งเรื่องคดีความที่ฟ้องร้องกัน ระหว่างผู้ถือหุ้นที่ยักยอกเเละหักหลังพ่อของยูริน ที่หน้าด้านยื่่นฟ้องต่อศาลว่าพ่อของเธอไม่มีคุณสมบัติพอที่จะบริหารบริษัทที่ก่อตั้งมากับมือได้อีกเพราะอาการป่วย จนพ่อของยูรินถูกฟ้องร้องจนมีคำสั่งศาลให้เป็นผู้ล้มละลาย

เเม่ของยูรินพาทั้งพ่อเเละยูรินหนีไปอยู่ต่างประเทศชั่วคราวเพื่อรอให้ทุกอย่างคลี่คลายลงไปบ้าง โดยที่เพื่อนของพ่ออีกคนหนึ่ง รับปากว่าจะช่วยเหลือครอบครัวเธออย่งถึงที่สุด เเต่เพราะอำนาจของเงินที่มันช่างหอมหวลยั่วกิเลสของคนโลภ มันก็ทำให้พ่อของยูรินถูกหักหลังจากคนที่ไว้ใจ ซ้ำเเล้วซ้ำเล่า จนอาการป่วยทางกายบัดนี้ลุกลามด้วยอาการป่วยทางใจ ที่รังเเต่จะทำให้อาการของเขาเเย่ลงทุกที

"สิ่งเเรกที่เธอต้องทำ ก็คือ สู้ยูริน สู้มันให้ได้ เริ่มจากสู้คนที่มันทำร้ายเธอก่อน"

"ฮึก ฉันต้องทำยังไง ฉัน กลัวว่าฉันคนเดียว จะทำมันทั้งหมดไม่ได้" ได้ยินอย่างนั้น นายอนจึงค่อยๆดันเพื่อนรักออกจากอ้อมกอด เเล้วจ้องมองไปยังดวงตาคู่สวยที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาของยูริน

"ตอนนี้พ่อเเม่ของเธอ ต้องการเธอที่สุด ถ้าอยากปกป้องครอบครัวเเละคนที่เธอรัก เธอต้องเข้มเเข็งกว่านี้ ฉันเชื่อว่าเธอทำได้" นายอนคว้ามือสองข้างของเพื่อนขึ้นมา ในใจนึกสงสารจับใจ มือคู่นี้ที่เคยนุ่มนวลบอบบางน่าสัมผัส กลับกลายเป็นมือที่เริ่มหยาบกร้านจากการตรากตรำทำงานหนัก เพื่อหาเงินมารักษาผู้เป็นพ่อ

"เเต่ถ้าเธอไม่ไหว บอกฉันได้เลยนะ เธอก็รู้ว่าเเค่ฉันขอ พ่อฉันก็จะ"

"ไม่เอานะ ฉันรู้ว่า เธอต้องช่วยฉันได้ เเต่ฉันไม่อยากเป็นภาระให้ใครอีกเเล้ว ฉันจะพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองก่อน ฉันจะพยายาม"

"ดีมาก เเต่ถ้าเธอไม่ไหว ต้องรีบบอกฉันทันทีเลยนะ เข้าใจใช่มั้ย" ยูรินคลี่ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่สองเพื่อนรักจะโผเข้ากอดกันอีกครั้ง

"หลังจากนี้เธอจะต้องลำบากมากๆ รู้ใช่มั้ยยูริน"

"อื้ม รู้สิ ลำบากมากจนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเลยล่ะ"

"ฉันว่า เริ่มจาก..."

"ออกไปจากห้องน้ำก่อนดีกว่านะ"

คำพูดติดตลกของนายอน มันยังพอเรียกเสียงหัวเราะที่หายไปในรอบหนึ่งเดือนของเพื่อนเธอได้บ้างล่ะนะ อย่างน้อยเธอก็ยังพอช่วยเหลือเพื่อนผู้น่าสงสารของเธอได้อย่างหนึ่งเเล้ว

 

{อิมนายอน}

 

80 %

 

 ตึกโทกซูรี หตึกสูงสีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่บนทำเลที่มีมูลค่าสูงสุดในโซลก็ว่าได้ ชื่อตึกนี้เเปลว่า "นกอินทรีย์" ซึ่งเป็นที่รู้ดีว่ามันคือ สัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับ กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ อย่าง “บลูอีเกิล” ที่ครอบครองโดยตระกูลมหาอำนาจ อย่าง "ตระกูลจอน" มานาน  

ค่ำคืนนี้ที่เเห่งนี้ดูจะครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะวันนี้คือวันสำคัญของตระกูล ที่เรียกกันว่าพิธี 양도 (อ่านว่า yangdo) มันคือวันเเห่งการเฉลิมฉลองที่ผู้นำคนปัจจุบันอายุครบ ห้ารอบ(60 ปี) เเละที่มันพิเศษยิ่งไปกว่านั้นก็คือ มันคือวันเเห่งการ "ส่งมอบ" ภาระหน้าที่ทั้งหมดให้เเก่ผู้นำรุ่นต่อไป

เเน่นอน จอนจองกุกรอคอยวันนี้มานาน เพราะมันเป็นตัวการันตีว่า ทุกสิ่งที่อย่างที่เขาพยายาม ทุกสิ่งที่เขาเรียนรู้ที่จะทำ เรียนรู้ที่ตจะเป็น มันทำให้เขาเติบโตมาอย่างเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำของตระกูลอย่างเต็มตัวเสียที

ร่างสูงสมส่วน ที่เเม้ไม่มีเวลาออกกำลังกายมากนัก เพราะงานของเขาที่ค่อนข้างหนักเเละสำคัญ เเต่มันไม่ใช่ปัญหาที่จะทำลายรูปร่างที่เเสนดูดีไปทุกกระเบียดนิ้วของ "จองโฮซอง" ผู้ช่วยคนสนิทของจอนจองกุกคนนี้ได้

ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆบริเวณห้องโถง ที่ตอนนี้แขกเหรื่อต่างทยอยกันมา และแขกแต่คนล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลสำคัญทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ผู้บัญชาการตำรวจ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองคนดัง นักธุรกิจรายใหญ่ และที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือบรรดาคู่ค้าและพันธมิตรตระกูลจอน ที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันสำคัญของพวกเขาในค่ำคืนนี้

“ทุกอย่างเรียบร้อยครับคุณโฮซอก” ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำรายงานความเรียบร้อยต่อเจ้านาย

“ทีมอารักขานายใหญ่ล่ะ ประจำที่ครบทุกจุดรึยัง”

“ทีมซิลเวอร์สแตนบายพร้อมอยู่แล้วครับ” จองโฮซอกพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะนึกถึงอีกคนที่ค่ำคืนนี้ก็สำคัญไม่แพ้ผู้นำอย่างจอนจอนโม ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...

“แล้วคุณเจค?

“คุณเจคมาถึงตั้งแต่สี่โมงเย็น ตอนนี้กำลังแต่งตัวอยู่ที่ห้องพักครับ”

“มาเร็วจริงๆ” รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาเมื่อนึกถึงนายน้อยของเขา

“คุณเจคคงตื่นเต้น”

“หึหึหึ คืนนี้ คงเป็นคืนที่คุณเจคของนายต้องตื่นเต้นกว่าคืนไหนๆ”

“ผมก็หวังว่า คุณเจคคงจะดีใจกับข่าวดีในคืนนี้นะครับ”

“รอดูแล้วกัน”

“รอดูอะไรฮยอง!!!” ร่างสูงตกใจไม่น้อยๆที่จู่ๆ เขาก็ถูกท่อนแขนของคนที่กำลังถูกพูดถึงโอบไหล่เอาไว้

“นายน้อย!!!” โฮซอกเอ่ยขึ้นเป็นการเตือนกรายๆว่า สิ่งที่จอนจองกุกกำลังทำอยู่ตอนนี้มันเป็นการแสดงความสนิทสนมกับเขามากจนเกินไปสำหรับสถานะของเจ้านายกับลูกน้อง และเมื่อเจ้าตัวเห็นสายตากังวลของที่ปรึกษาคนสนิท เขาจึงค่อยๆเอาแขนแกร่งออกจากจองโฮกซอกทันที

“กำลังพูดถึงผมอยู่ใช่มั้ย”

“ใช่ครับ กำลังพูดถึงอยู่พอดี” โฮซอกตอบออกไป ก่อนจะหันไปบอกให้ลูกน้อยกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

“นินทาผมเหรอ”  จองกุกถามยิ้มๆ รอยยิ้มแบบนี้ของจองกุก มีไม่กี่คนหรอกที่จะได้เห็น

“ไม่ได้นินทาครับ แค่พูดถึง”

“โอเค ผมเชื่อก็ได้ ว่าแต่ฮยองเห็นจินฮยอง กับจีมินมั้ย สองคนนั่นมารึยัง”

“ผมก็คิดว่า จะอยู่ด้วยกันซะอีก”

“คงไม่ได้คิดจะทำอะไรแผลงๆอยู่นะ” จองกุกอดคิดไม่ได้ ยังไงวันนี้เขาก็ต้องฉลองใหญ่รับตำแหน่งใหม่ของตัวเอง อดคิดไม่ได้เลยว่าสองเพื่อนซี้ของเขาอาจจะมีเซอร์ไพรส์บ้าบอคอแตกให้กับเขาแน่ๆ

“อย่ากังวลไปเลยครับ เดี๋ยวนายใหญ่ก็มาถึงแล้ว นายน้อยพร้อมแล้วนะครับ?

“แน่นอน ผมพร้อมสำหรับเรื่องนี้มาตั้งแต่ลืมตาดูโลกแล้วล่ะ” จองกุกมั่นใจกับเรื่องนี้มาก ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ลูกชายคนเดียวของครอบครัว ไม่มีทางเลยที่ตำแหน่งผู้นำจะไม่ตกมาเป็นของเขา ไม่มีทาง

“ครับ การเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นได้เสมอ  นายน้อยต้องตั้งสติให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม” ประโยคที่จองโฮซอกพูดออกมามันก่อให้เกิดความสงสัยขึ้นในความคิดของผู้เป็นนายน้อย และความสงสัยนั้นจองกุกแสดงมันออกมาทางสายตาอย่างชัดเจน

“โลกนี้มันเปลี่ยนแปลงทุกวันครับ แต่ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นกับน้อยนายมันต้องเป็นเรื่องที่ดี”

“แน่นอน”

“ผมว่าตอนนี้นายน้อยเข้าไปรอที่โต๊ะเถอะครับ เดี๋ยวนายใหญ่ก็น่าจะมาถึงแล้ว”

 

{จอนจินโม}

ผ่านไปราวๆยี่สิบนาที ในเวลาเสียงพูดคุยที่ดังระงมภายในงานอันตระทานหายไปเพียงปลายเท้าของใครคนหนึ่งย่างก้าวเข้ามาภายในงานพร้อมกับคนสนิท และบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตที่เดินตามหลัง ร่างสูงโปร่งสง่างาม ที่มาพร้อมกับการก้าวเดินที่หนักแน่น มั่นคง สายตามุ่งมั่นฉายชัดบนใบหน้าที่ไม่ว่ากาลเวลาได้ผ่านไปหกสิบปีเต็ม ก็ไม่อาจทำลายความหล่อคมคายของเขาลงได้ จอนจินโมมีสายตาที่ดุดันและทรงพลัง ด้วยการสั่งสมบารมีในวงการนี้มากว่าสามสิบห้าปี มันทำให้แค่เพียงการก้าวเดินเข้ามาภายในงาน ด้วยรอยยิ้มมุมปากบางๆปรากฏบนใบหน้า ทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกได้ถึงรังสีแห่งความเป็นผู้นำที่ไม่อาจปฏิเสธได้ของ จอนจินโม คนนี้

“ฮวาล่ะ” หลังจากทักทายและรับของขวัญจากแขกที่มาร่วมแสดงความยินดีไปบ้าง จอนจินโมก็หันไปถามหาใครบางคนจากเลขาของเขา

“คุณฮวาติดธุระสำคัญครับ เธอบอกว่าจะตามมาฉลองกับท่านทีหลังครับ”

“เฮ้อ...ไหนใครบอกว่ามีลูกสาวตอนแก่จะไม่เหงา แต่งงานไปแล้ว ก็ต้องไปอยู่กับครอบครัวใหม่อยู่ดี” จินโมบ่นกับคู่สนทนาของเขา นายตำรวจใหญ่ที่เพิ่งย้ายมาประจำที่โซลได้ไม่นาน แต่จินโมรู้จักกับพ่อของเขาที่มีตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างดี

“ผมว่าคุณลุงคงต้องมีลูกสาวอีกคนแล้วล่ะครับ” จอนจองกุกที่ยืนอยู่ข้างๆพ่อตัวเอง ตวัดสายตาไปมองนายตำรวจหน้าอ่อนด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่นัก ที่เขาพูดจาเพ้อเจ้อ พ่อเขาอายุปูนนี้แล้ว จะมีลูกสาวอีกคนได้ยังไง ขืนมีตอนนี้ก็อายุห่างจากเขายี่สิบห้าปีเต็ม จองกุกคงไม่อยากมีน้องสาวตัวกะเปี๊ยกอ้อนขอนู่นขอนี่จากเขาในเวลานี้เป็นแน่

และมันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เพราะตั้งแต่แม่ของจองกุกจากไป พ่อของเขา ไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนมาแทนที่แม่ของเขาได้สักคน ทั้งๆที่จองกุกและพี่สาวของเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยถ้าพ่อของเขาจะมีใครเข้ามาในชีวิต แต่จอนจินโม เลือกแล้วว่าชีวิตนี้ของเขา รักผู้หญิงได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

“ฮ่าๆๆ เป็นความคิดที่ดีนะ” จองกุกมองพ่อตัวเองอย่างอดแปลกใจไม่ได้ ที่พ่อของเขาตอบออกไปแบบนั้น แต่แล้วความสนใจของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อสายตาไปปะทะเข้ากับสายตาเฉี่ยวคมของใครบางคนที่เขาไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในตอนนี้ ถึงแม้รู้ว่ายังไงคืนนี้เขาเลี่ยงที่จะเจอไม่ได้ก็เถอะ

“อ้าว ยุนกิ ไม่ได้เจอตั้งนานเลยนะ” เป็นจอนจินโมที่เอ่ยทักคนที่มาใหม่ก่อน และมินยุนกิ เองได้ยินเช่นนั้น เขาก็แสดงความเคารพต่อจอนจินโมทันที ก่อนจะยื่นขวดไวน์ชั้นเลิศในมือที่เขาเตรียมมาเพื่อเป็นของขวัญไปให้กับเจ้าของวันเกิด

“สุขสันต์วันเกิดนะครับ คุณอา คุณพ่อฝากขอโทษจริงๆที่ท่านมาร่วมงานนี้ไม่ได้” มินยุนกิตอบด้วยรอยยิ้ม และรอยยิ้มนั้นคือสิ่งที่จอนจองกุกเกลียดนัก รอยยิ้มจอมปลอมของมินยุนกิ

“ขอบใจมาก อ่ะ จองกุกถือให้พ่อที”

“ทำไมผมต้อง!” แต่ไม่ทันที่ลูกชายตัวดีจะได้โวยวายอะไรออกมาหรอก เพราะเพียงแต่คนเป็นพ่อใช้สายตานิ่งๆมองไปที่เขาเท่านั้น จองกุกจำต้องหยุดอารมณ์ขุ่นเคืองของตัวเองเอาไว้ แล้วจำใจรับขวดไวน์เฮงซวยนั่นมาถือเอาไว้

“พี่ยุนแจไม่สบาย ต้องพักผ่อนมากๆ อาเข้าใจ แล้วเราล่ะ ตั้งแต่รับช่วงต่อจากพ่อ ก็แทบไม่เจอหน้าเลยนะ คงจะยุ่งมากๆเลยใช่มั้ย”

“ทุกอย่างมันใหม่สำหรับผมน่ะครับ ก็เลยต้องใช้เวลาเรียนรู้ ถ้าไม่เป็นการรบกวน จะเป็นอะไรไม่ถ้าผมจะมาขอคำปรึกษาจากคุณอาบ้าง” เจ้าของใบหน้าขาวสะอาดตา แต่ทว่าดวงตาที่นิ่งสนิทคู่เล็กแบบเกาหลีแท้ของมินยุนกินั้น เป็นดวงตาที่คาดเดาอารมณ์และความคิดของเขาได้ยาก คำที่บอกว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ มันใช้กับผู้ชายที่ชื่อ มินยุนกิ ไม่ได้

“นายรับตำแหน่งตั้งแต่อายุยี่สิบสาม ถือได้ว่าอายุน้อยมาก กับตำแหน่งผู้นำของตระกูล ที่นายทำถือว่าเก่งมากแล้ว”  มินยุนกิ ถูกกล่าวถึงในหน้าหนังสือพิมพ์และข่าวในโทรทัศน์แทบทุกวันในฐานะผู้นำตระกูลที่สนับสนุนพรรครัฐบาล และเป็นกำลังสำคัญในฐานเสียงของบรรดารัฐมนตรีหลายคน  ด้วยความที่เขาขึ้นรับตำแหน่งตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วงแรกเขาถูกสบประมาทมาไม่น้อย แต่ด้วยความสามารถของเขา มันทำให้เขากลายเป็นที่ชื่นชมในสายตาของใครหลายๆคน

ยกเว้นเอาไว้คนหนึ่ง ก็คือ คนที่กำลังยืนขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นตัวเองไม่ให้หลุดปากด่าคนตรงหน้าออกไป เพื่อรักษาหน้าของผู้เป็นพ่อเอาไว้ จอนจองกุกไม่อยากจะมองนักหรอก ใบหน้าเย่อหยิ่งราวกับว่าตัวเองเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลกของมินยุนกิ



“ขอบคุณทุกคนมากๆที่เสียสละเวลามาร่วมงานวันคนเกิดคนแก่ๆของผม”

สิ้นประโยคนั้นเสียงผู้คนดังระงมขึ้นเป็นการแย้งว่า คำว่าแก่ยังห่างไกลนักสำหรับจอนจอนโม ถ้าไม่ติดว่าเป็นธรรมเนียมของตระกูลล่ะก็ ความสามารถระดับเขา คงไม่จำเป็นต้องรีบส่งต่อตำแหน่งผู้นำให้ทายาทเร็วขนาดนี้

 

“ตลอดสามสิบกว่าปีมานี้ ผมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ให้กับ บลูอีเกิล ยอมแลกทุกอย่าง ทั้งแรงกาย แรงใจ รวมถึง...” คำพูดของเขาขาดช่วงไปเมื่อนึกสิ่งหนึ่งที่เขาสูญเสียไปเมื่อเขามายืนอยู่ตรงจุดที่สูงที่สุดของชีวิต

“ความรัก” จอนจองกุกเม้มปากแน่นเพราะรู้ว่าในความคิดของพ่อตอนนี้ คงกำลังนึกย้อนไปยังค่ำคืนนั้น ค่ำคืนที่ทั้งเขาและพ่อของเขา สูญเสียผู้หญิงที่รักที่สุดไป

“แฮซู ภรรยาของผม ผมไม่นึกถึงเธอไม่ได้เลย เธอยืนเคียงข้างผมตั้งแต่วันนี้เมื่อสามสิบกว่าปี วันที่ผมก้าวขึ้นมารับตำแหน่งนี้ต่อจากพ่อ จนวันสุดท้ายในชีวิตของเธอ เธอก็ยังคงเลือกที่จะอยู่เคียงข้างผม”

“ถึงแม้ว่าผมได้จัดการคนที่มันพรากเธอไปจากผมได้อย่างสาสมแล้ว แต่...เพราะเธอ ผมถึงยังอยู่ตรงนี้” พูดสายดวงตาคู่คมของจอนจินโม ก็หันไปมองยังใบหน้านิ่งสงบของลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ดวงตาคู่นั้นช่างเหมือนแม่ของเขาราวกับถอดแบบกันมา

“และเธอได้มอบสิ่งสำคัญ ซึ่งก็คือลูกๆของผมเอาไว้ให้กับผม”

“ถึงวันนี้ ลูกสาวตัวแสบของผมจะไม่อยู่ที่นี่ก็เถอะ” จอนจินโมพูดออกมาด้วยอารมณ์ขัน

“บอกแล้วว่าผมแก่แล้ว พูดจาเพ้อเจ้อซะยาวเลย”

“วันนี้เป็นวันดี เป็นวันที่ทุกคนจะได้ร่วมแสดงความยินดี กับผมในฐานะเจ้าของวันเกิด และถึงเวลาที่ผมจะได้พักจริงๆสักที”

รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่ม รอยยิ้มแห่งคามพึงพอใจ ยิ่งเห็นคิมซอกจินและปาร์คจีมินที่ยืนอยู่ไม่ไกลส่งส่งยิ้มบางๆเพื่อแสดงความยินดีล่วงหน้าให้กับเขา หัวใจของจอนจองกุกเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เมื่อวันที่เขารอคอยก็มาถึงจนได้ เขาไม่ได้เพียงแค่อยากได้อำนาจ หรืออยากยิ่งใหญ่กว่าใคร ในฐานะผู้นำตระกูล อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เขาอยากให้พ่อของเขาได้มีเวลาพักและใช้ชีวิตตามที่ต้องการบ้าง เพราะท่านเหนื่อยและโดดเดี่ยวมามากพอแล้ว

 

“แต่ว่า วันนี้มันแตกต่างจากการส่งมอบตำแหน่งในทุกๆครั้งที่ผ่านมา” ทุกคนนิ่งเงียบ เพื่อรอฟังสิ่งที่ผู้นำจะพูดต่อจากนี้ เพราะประโยคที่เขาพูดขึ้นมามันทำให้ทุกคนในที่นี่ต่างพากันสงสัยว่า ความแตกต่างที่ว่านั่นคืออะไร

“ผมเข้าใจดีกว่าโลกสมัยนี้มันเปลี่ยนแปลงไป อะไรๆก็ไม่จำเป็นจะต้องยึดติดกับสิ่งเดิมๆ หรือ ธรรมเนียมเก่าๆอีกต่อไปแล้ว”

“ซึ่งผมมองว่า สิ่งใหม่ๆ กับธรรมเนียมปฏิบัติของเรามันต้องควบคู่กันไปทั้งสองอย่าง”

“ฉะนั้น จะยังไม่มีการส่งต่อตำแหน่งของผมให้กับลูกชายของผม ในคืนนี้”

เสียงฮือฮาดังไปทั่วบริเวณ เมื่อสิ่งที่จอนจินโมพูดออกมา มันได้สร้างความตกใจและความสงสัยใครรู่ไม่น้อยเลย ถึงสาเหตุที่เขายังไม่ยอมยกตำแหน่งผู้นำให้กับบุตรชาย และคนที่ตกใจที่สุดคงหนีไม่พ้น จอนจองกุก ที่ตอนนี้เขาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อและจ้องมองผู้เป็นพ่ออย่างไม่เข้าใจและต้องการคำอธิบายโดยด่วน

“ทุกคนอาจจะสงสัยว่า ลูกชายของผม มีข้อบกพร่องอะไร ทำไมผมถึงยังไม่ยกตำแหน่งผู้นำให้กับเขา”

“ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงที่ลูกชายของผมยังขาดบางสิ่งบางอย่างไป”

“พ่อพูดมาเลยดีกว่า ว่าผมยังไม่ดีพอตรงไหน” มาเฟียหนุ่มถามคนเป็นพ่อออกไปด้วยความไม่เข้าใจ

“ตามธรรมเนียมแล้ว วันที่ขึ้นรับตำแหน่งผู้นำ ทายาทที่จะมาสืบทอดจะต้องแต่งงานแล้วทุกคน” ยิ่งได้ยินคำเฉลยจากเจ้าของวันเกิด ยิ่งทำให้คนในงานต่างพากันตะลึงพรึงพรืดไปกันยกใหญ่ ใครๆก็รู้ว่าคนอย่าง จอนจองกุก หวงชีวิตส่วนตัวมากแค่ไหน เขาไม่เคยเปิดตัวว่าคบหาผู้หญิงคนไหนเลยด้วยซ้ำ

“นี่ใช่มั้ยคือ สิ่งที่พ่อถามผมตลอดว่าให้ผมกลับไปคิดเอาเองว่าผมยังขาดคุณสมบัติอะไร ที่แท้ก็ไอ้เรื่องไร้สาระ!!

ก่อนหน้านี้ จอนจินโม พูดเป็นนัยๆกับจอนจองกุกอยู่บ่อยครั้งว่าเขายังคงขาดบางสิ่งบางอย่างที่พ่อของเขามี แต่ไม่ว่าจะคิดเท่าไหร่เขาก็คิดไม่ออกว่าสิ่งที่เขายังขาดหายไปมันคืออะไร ที่แท้ก็คือการ “แต่งงาน” นั่นเอง และแน่นอน สิ่งนั้นคือสิ่งที่จอนจองกุกมองว่ามันคือ เรื่อง “ไร้สาระ” ที่สุดในชีวิตของเขา

“แกยังมีคุณสมบัติไม่ครบนะเจค”

“แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไง หาเมียตอนนี้เนี่ยนะ!!!

“หึ” รอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจที่สุดในความรู้สึกของจอนจองกุกปรากฏบนใบหน้าของพ่อของเขา

จอนจินโม หันกลับไปไมค์โครโฟนตรงหน้า พร้อมกับส่งยิ้มไปให้แขกที่มาร่วมงาน รอยยิ้มที่บอกได้ว่า เขากำลังมีความสุขกับการเห็นลูกชายตัวเองกำลังจะชักตายตรงต่อหน้าเพราะถูกขัดใจ

“ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำของ บลูอีเกิล ได้เท่าลูกชายของผมอีกแล้วล่ะครับ ทุกคนก็คงจะทราบดี”

“อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า หวังว่าทุกคนจะมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกชายของผมอีกครั้ง ในวันแต่งงาน และวันที่เขาขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำของเรา”

“หรือถ้าไม่ ทุกคนอาจจะต้องแสดงความยินดีให้กับลูกเขยของผมแทน”

“คืนนี้ฉลองกันให้เต็มที่ ขอบคุณที่มาร่วมงาน” 

จบคำพูดขอบคุณ ร่างสูงของผู้ที่ยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำของตระกูล ค่อยๆเดินผ่านหน้าลูกชายที่ตอนนี้ไฟที่ร้อนระอุคงกำลังแผดเผาอยู่ในใจของเขา จนแทบจะระเบิดออกมาเป็นแน่ แต่ยังไม่ทันที่จะเดินลงเวทีไป เขาก็ได้ยินบางอย่างที่ลูกชายของเขากัดฟันพูดขึ้นมา

“พ่อจะเล่นไม้นี้กับผมใช่มั้ย”

“ก็แค่เมีย พ่อคิดว่าผมจะหาไม่ได้รึไง” ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มไม่แพ้กันต่างกันแค่ที่รอยเหี่ยวย่นด้วยกาลเวลาบนใบหน้าเพียงเท่านั้น ค่อยๆหันกลับไปมองยังใบหน้าที่กำลังโกรธจัด แต่ยังคงพยายามข่มมันเอาไว้ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

“ถ้ามีปัญญาก็หามา คืนนี้ได้ยิ่งดี” 

นี่ใช่มั้ยรอยยิ้มที่ใครต่างบอกว่าถ้าได้เห็นมันจากจอนจองกุก มันคือรอยยิ้มที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเจ้าของรอยยิ้มอยู่เหนือกว่าคู่สนทนามากแค่ไหน เขาได้เห็นแล้ว รอยยิ้มแบบเดียวกันกับรอยยิ้มที่เขาชอบมอบมันให้กับพวกที่แกว่งเท้าหาเสี้ยนมามีเรื่องกับเขา ที่แท้เขาได้รอยยิ้มแบบนี้มาจากพ่อของเขานั่นเอง และแน่นอนตอนนี้จองกุกเหมือนกับผู้แพ้ ที่กำลังถูกพ่อของตัวเองเยาะเย้ยถากถางด้วยสายตา และมันคือสิ่งที่เขาไม่อาจยอมได้

นอกจากเป็นวันดีที่เป็นวันเกิดของพ่อ คืนนี้คือค่ำคืนแห่งหายนะของชีวิตจอนจองกุก เขาต้องถูกพ่อแท้ๆแหกหน้า ไม่ยกต่ำแหน่งผู้นำให้ไม่พอ ยังถูกบีบให้ทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ของเขาจะทำ ซึ่งก็คือการ แต่งงานภายในหนึ่งเดือน ถ้าเขาไม่ทำ จอนจองกุกคงเหมือนโดนเหยียบหน้าซ้ำๆ เพราะพ่อของเขาจะยกสิ่งที่เขาปรารถนาให้กับพี่เคยฝรั่งของเขา 

และที่ทำให้จอนจองกุกเจ็บใจมากที่สุดยิ่งกว่าสามอย่างที่ว่ามาทั้งหมด ก็คือ พ่อของเขาทำสามอย่างนั้นกับเขาต่อหน้า มินยุนกิ คนที่ตอนนี้กำลังมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนกำลังบอกกับ จอนจองกุกว่า เขาไม่มีทางได้มันครอบครองหรอก ตำแหน่งผู้นำสูงสุด อย่างที่มินยุนกิครอบครอง ที่ๆมินยุนกิยืนอยู่ จอนจองกุกไม่มีทางตะกายขึ้นไปถึง มีเหรอที่คนอย่างจอนจองกุกจะยอมให้ศัตรูได้มาหยามเขาถึงที่ ไม่มีทาง!!!

“เจค!!

“ไอ้เจค มึงจะไปไหนวะ” มือใหญ่ของคิมซอกจินคว้าแขนของคนที่กำลังหุนหันสาวเท้าลงจากเวทีไป ตามด้วยปาร์คจีมินที่วิ่งตามมาติดๆ จนถึงบริเวณที่เครื่องดื่มนานาชนิดถูกจัดวางเอาไว้

“ฮยองจะให้ผมอยู่ในงานเหรอ เกลียดที่ขี้หน้ามันชิบหาย” ทั้งสองคนรู้ดีว่าจอนจองกุกกำลังหมายถึงใคร

“คงสะใจมันที่ผมถูกบังคับให้แต่งงานแลกกับตำแหน่งแบบนี้”

“มึงช่วยลืมเรื่องยุนกิไปก่อน เอาเรื่องของมึงก่อน มึงจะเอายังไง” มือหนาถูกยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองอย่างหนักใจ คนอย่างเขาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำให้ตัวเองเป็นคนที่เพียบพร้อมและคู่ควรกับต่ำแหน่งผู้นำของตระกูล ยกเว้นเรื่องแต่งงาน เขาคิดว่ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไร ไม่คิดด้วยซ้ำว่าพ่อจะใช้เรื่องนี้มาต่อรองกับเขา

“พ่อกูคิดอะไรอยู่วะ!!!

“พ่อมึงคงอยากให้มึงเย็นลง”

“อะไรนะ” ปาร์คจีมินชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่ากำลังพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา

“เอ่อ คือ...”

“พูดออกมาจีมิน!!!” และแน่นอน เขาไม่อาจเลี่ยงได้ เมื่อเขาหลุดพูดมันออกไปแล้ว

“กูบังเอิญ ไปได้ยินพ่อมึงคุยโทรศัพท์กับพี่ฮวา พ่อมึงบอกว่ามึงร้อนเหมือนไฟ เลยอยากให้มึงแต่งงาน เผื่อว่ามึงจะได้เย็นลง”

“เหอะ แล้วกูตอนนี้ดูเหมือนจะเย็นลงมากรึไงวะ!!!” ไม่เลยสักนิด จอนจองกุกในเวลานี้ กำลังเดือดดาลไม่ต่างไปจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์

“ได้” จองกุกหันไปคว้าแก้วบรั่นดีขึ้นมายกดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะวางมันลง แล้วคว้าแก้วใหม่ขึ้นมาอีก เขาทำอย่างนั้นอยู่ซ้ำๆจนตอนนี้บรั่นดีหมดไปห้าแก้วเข้าไปแล้ว

“ในเมื่อพ่อกูอยากได้นัก กูจะคว้าผู้หญิงสักคนมาทำเมีย ผู้หญิงแบบนี้พ่อกูต้องช็อคตาตั้งไปเลย”

“ไอ้เจค กูว่ามึงใจเย็นๆก่อนนะ เรื่องแบบนี้ต้องค่อยๆคิด” จีมินพยายามปรามเพื่อน

“จริงของจีมิน พวกกูจะช่วยมึง.....” ยังไม่ทันที่คิมซอกจินจะพูดจบ จอนจองกุกก็พรวดพลาดออกไปอย่างรวดเร็ว จนทั้งคู่ห้ามอะไรไม่ทัน

“ไอ้เจค มึงจะไปไหนวะ!!!

“ไปหาเมีย!!!

 

“มันจะเอาจริงๆเหรอวะฮยอง” จีมินพูดอย่างร้อนใจ จองกุกในเวลานี้วางใจอะไรไม่ได้เลย

“มันจะหาเรื่องกวนตีนพ่อมัน”

“ยังไง???

“มันคงไปหาผู้หญิงสักคนมาแต่งงานด้วย แต่ผู้หญิงคนนั้น คงจะไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่พ่อของมันจะยอมรับได้ง่ายๆแน่”

 

 




“ฉันมีงานให้เธอทำด้วยนะ”

“จริงเหรอนายอน งานอะไรรีบบอกมาได้เลย”

“งานวันเกิดเจ้านายพ่อฉันเอง เขาต้องการพนักงานเสิร์ฟน่ะ งานไม่หนักนะ เธอพอทำได้มั้ย”

“ได้สิ ขอแค่ได้เงินฉันทำได้หมดแหละ”

“งานนี้ ห้าชั่วโมงสองแสนวอนเลยนะ”

“จริงเหรอ!!!

“ขอบคุณมากๆนะนายอน ฉันจะตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถเลย”

 

“เธอทำอีท่าไหนถึงได้ไปเหยียบแปลงดอกไม้จนพังได้ขนาดนี้หะ!!” เสียงพูดเชิงตำหนิถูกเอ่ยขึ้น ส่วนคนฟังเอาแต่ก้มหน้าก้มตายอมรับความผิด เพราะเธอมัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับดอกไม้นานาพันธุ์ จนเผลอสะดุดก้อนเห็นแล้วดันโชคร้ายไปล้มลงบนแปลงดอกไม้จนพังยับเงิน ลามไปจนถึงเนื้อตัวของเธอที่มอมแมมไปหมด

“ขอโทษจริงๆนะคะ เดี๋ยวหนูจะรีบปลูกให้ใหม่นะคะ”

“ดีที่ยังมีต้นสำรองอยู่ วันนี้วันสำคัญจะมีอะไรบกพร่องไม่ได้ รีบๆทำเข้าล่ะ ถ้านายใหญ่มาเห็นเข้า พวกฉันโดนเล่นงานกันหมดแน่” หัวหน้าฝ่ายจัดงานบอกกับนัมยูรินเพื่อให้เธอรีบแก้ไขสถานการณ์นี้โดยเร็วแล้วเดินจากไป ทิ้งไว้กับดอกไม้เซตใหม่ กับพวกอุปกรณ์การปลูก

“เฮ้อ... ซุ่มซ่ามไม่เลิกเลยนะยูริน” เธอบ่นกับตัวเอง ก่อนจะนั่งยองลงกับพื้นเพื่อสะดวกแก่การปลูกดอกไม้ มือเล็กหยิบช้อนปลูกขึ้นมาก่อนจะทำการขุดดินอย่างทุลักทุเล จริงอยู่ที่หลายเดือนมานี้ยูรินได้ทำในหลายอย่างที่ไม่เคยทำ รวมถึงตอนนี้ก็เช่นกัน ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ก็แล้วกัน

“อ๊ะ งื้อ เจ็บๆๆ>.<” เพราะเธออยากให้สิ่งที่ทำอยู่เสร็จโดยเร็วจะได้กลับไปช่วยคนอื่นๆเสิร์ฟเครื่องดื่มต่อ มือหนึ่งชุดดิน อีกมือหนึ่งดึงดอกไม้ออกจากกระถาง ความไม่ชำนาญทำให้เธอพลาดเอาช้อนปลูกกระแทกไปโดนนิ้วมือของตัวเอง

นัมยูรินหยิบกระดาษชำระที่พกมาขึ้นมาซับเลือดสีแดงที่ไหลซึมออกมาจากแผลอย่างรีบร้อน เพราะกลัวว่าสิ่งสกปรกมันจะเข้าไปในแผล แต่เธอไม่มีเวลามากพอที่จะไปทำแผลในตอนนี้เพราะเธอต้องรีบปลูกต้นไม่ให้เสร็จ มันทำให้เธอต้องกดแผลเอาไว้ก่อน แล้วเร่งมือปลูกต้นไม้ต่อไป

 

 

Jungkook Part

“พ่อนะพ่อ อยากให้มีเมียนักใช่มั้ย ได้... เดี๋ยวจัดให้”

เมื่อผมมองเห็นเป้าหมายตั้งแต่ตอนที่ยืนคุยกับสองคนนั่น ผมก็ไม่รอช้า รีบเดินไปให้ถึงเป้าหมายให้เร็วที่สุด ในเมื่อพ่อเล่นมุกนี้กับผม คิดเหรอว่าพ่อจะได้สุขสมหวังกับลูกสะใภ้แสนดีเพียบพร้อมอย่างที่พ่อต้องการ ถามว่าผมรู้ได้ยังไงว่าพ่อผมอยากให้ผมหาผู้หญิงแบบไหนมาทำเมีย บอกได้เลยว่ารู้ พ่อผมก็ต้องอยากได้ผู้หญิงที่ดีงาม เหมาะสมกับผมในทุกๆด้านอย่างที่แม่ผมเป็นยังไงล่ะ แต่ฝันไปเถอะ ในเมื่อพ่อคิดจะใช้วิธีนี้มาบีบผม ผมก็จะไม่ให้พ่อมีความสุขง่ายๆแน่

เป้าหมายของผมคืออะไรอย่างนั้นเหรอ ก็คือ "ยัยคนสวน" ที่กำลังปลูกต้นเวรอะไรสักอย่างอยู่ตรงนั้นยังไงล่ะ นี่แหละคงจะสมใจพ่อผมแน่ๆ แค่นึกถึงหน้าพ่อ ตอนผมลากยัยนี่ไปประกาศต่อหน้าคนในงานว่ายัยนี่แหละ “ว่าที่เมียผม” ก็โคตรสนุกแล้วว่ะ

ทั้งมอมแมม หัวฟูกระเซอะกระเซิง แถมยังเป็นคนสวนอีก รับรองพ่อผมยิ้มหน้าบานแน่ จะว่าผมมันเป็นลูกอกตัญญูก็ช่วยไม่ได้นะ พ่อผมอยากใช้วิธีนี้กับผมก่อนเอง แต่งงานงั้นเหรอ ไร้สาระ!! แต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมไม่ได้คิดจริงจังอะไร แค่อยากหาเรื่องเอาคืนพ่อก็แค่นั้น

"เธอ!!!"
"!!!"
"เธอนั่นเเหละ ยัยจืด"
"คะ คุณพูดกับฉันเหรอ??" ยัยนี่ทำไมถึงได้ซื้อบื้อนักวะ ก็ยืนอยู่กันสองคน จะให้ผมคุยกับต้นไม้รึไงวะ
"มีผัวรึยัง?!?!"
"?????"
"ตอบ -*-"  อย่าช้านะโว้ย ผมไม่ชอบรอ รีบตอบสิยัยจืด
"ยะ ยังไม่มี"

หมับ!!!

"กรี๊ดดด คุณจะพาฉันไปไหน"

"ไปแต่งงานกัน!!"


End Ep.01



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


พี่เจคคะ ใจเย็นๆนะคะ


จบไป 1 ตอนยาวๆจ้า หวังว่าคงถูกใจกันน้า ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ ด้วยเด้อ ^^ 


Lilyn260


อย่าลืมไปเล่นเเท็ก

‪#‎สามีของฉันเป็นมาเฟีย‬

กันเยอะๆนะคะ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 272 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #287 Suchanun_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 19:56
    -มีผัวยัง
    -ไม่มี
    ไปแต่งงานกัน
    ก๊ากกกกกกกกก55555ขำไม่ไหว
    #287
    0
  2. #266 Choompoo_08 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 11:26
    มีผัวรึยังโอ้ยยยยพ่อคุณใจเย็นนนนนนนน
    #266
    0
  3. #210 CuzBeURMine (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 23:17
    มีผัวรึยัง!!!!!! 55555555555
    #210
    0
  4. #138 PraewaPunnaphorn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 10:07
    เจอโหดจัดดด!!!555 รู้สึกว่านางเอกจะได้ผัวแบบงงๆอ่ะนะ ผัวหล่อด้วยที่สำคัญ!!!555
    #138
    0
  5. #126 Jiilii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 17:49

    พี่เจคใจเย็นๆเด้อเจอกันไม่ทันเท่าไหร่บอกไปแต่งงานกัน

    #ปลูกดอกไม้ยังไงให้ได้ผัวหล่อเหมือนพี่เจค

    #126
    0
  6. #65 have63255 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 00:10

    สนุกมากค่าา สู้ๆนะไรท์

    #65
    0
  7. #28 PornnipaKhim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 15:58
    ฮาร์ดคอร์มากแม่555
    #28
    0
  8. #23 wolfgirl2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 14:33
    ต้องไปปลูกต้นไม้มั้งละ เผื่อจะมีคนมาถามมีผัวยัง 55555 จพรีบตอบเลย ม่ายมีค๊าาา
    #23
    0
  9. #22 JK_nest9704 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 12:56

    สาธยายนางเอกทีค่ะ นี่อยากรู้มากเลยว่านางรูปร่างแบบไหนสูงไหมผิวยังไง ผมเป็นยังไง ปล.รอตอนต่อไปนะคะ

    #22
    0
  10. #21 0954254853 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 10:38
    อ้ยยย มาต่อเร้วๆน้าา
    #21
    0
  11. #20 baukaewdream (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 09:56
    พี่เจคสายรุกนะเนี่ย5555555
    #20
    0
  12. #19 Jungkook9795 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 09:13

    มาต่อเร็วๆนะคะ สนุกมากเลย

    #19
    0
  13. #18 BeMoGet (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 06:57
    มาต่อเร็วนะคะ สนุกกกก
    #18
    0
  14. #17 JK_nest9704 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 10:55

    มีตัสวละครมาเพิ่มแล้ว ตื่นเต้นเหมือนกันนะเนี่ย

    #17
    0
  15. #16 Jiilii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 15:13
    เจคสายโหดส่วนจีมินนั้นปุกปิ๊กน่ารัก
    #16
    0
  16. #13 Jungkook102 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 22:25
    แว้กกกกก เจคสายโหดมากกกกกก จีมินคนน่ารักกกกกก 555555555
    #13
    0
  17. #12 pocky_pv95 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:43
    พี่จีมินคนน่ารักกก
    #12
    0
  18. #11 BF_polaris (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 17:28

    พี่เจคสายโหดก็มา ชอบบบบบบ เรื่องราวแลดูซับซ้อนอีกตามเคย5555 https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-01.png

    #11
    0
  19. #9 JK_nest9704 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 12:11

    พี่เจคโหดจังเลยครับ รออ่านนะคะ สู้ๆเด้ออ

    #9
    0
  20. #7 wolfgirl2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 05:33
    อ่ะโฮะๆๆๆ ยันหว่างงงง ไม่หลับไม่นอนนนน
    #7
    0
  21. #6 LILI_S (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 05:19
    มาต่อน้าไรท์
    #6
    0