[MAGI] Aladin x Kougyoku : Opacarophile

ตอนที่ 7 : Episode 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    16 พ.ย. 63

สองเดือนต่อมา

โคเกียคุได้รับคำเชิญจากราชาแห่งคีน่า

หลังประชุมสภาขุนนางเสร็จ โคเกียคุวางบัตรเชิญลงบนโต๊ะทำงานแล้วอ่านเนื้อหาภายในนั้น

เป็นบัตรเชิญร่วมงานวันคล้ายวันเกิด

โคเกียคุขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะบอกให้คะโคบุนส่งจดหมายยืนยันกลับไป

 

“พี่หญิง ไปกันเถอะ”

โคเกียคุสูดหายใจ มองตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วพยักหน้าให้

วันนี้เธอต้องทำหน้าที่จักรพรรดิไปเข้าร่วมงานเลี้ยงของราชาคีน่า ฝ่ามือเธอสั่นอยู่ภายใต้แขนเสื้อ

โคเกียคุจับมือของฮาคุริวไว้แล้วเดินเข้าไปในงาน ด้านหลังมีอาลีบาบา และโมลเชียน่าเดินตามมา

“ขอแสดงความยินดีกับท่าน ราชาทาเครุ แห่งอาณาจักรคีน่า”

เธอและฮาคุริวทำความเคารพตามแบบฉบับของเจิดจรัส ราชาแห่งคีน่าโค้งตัวลงเช่นกัน

“ขอบคุณที่ตอบรับคำเชิญของข้า” 

เธอมอบของขวัญแล้วถอยไปนั่งที่ เพื่อหลีกทางให้คนอื่นอวยพรต่อไป

โคเกียคุถอนหายใจ เธอไม่ได้พาคะโคบุนหรือทหารองครักษ์มาด้วย เพราะการรักษาความปลอดภัยที่นี่ไม่เลว และภาระงานในจักรวรรดิยังไม่เรียบร้อยนัก จึงให้คะโคบุนคอยอยู่ช่วยโคเมย์ที่จักรวรรดิแทน

“นี่ฮาคุริว มาประลองกันไหม” ราชาคีน่าเอ่ย

“ห่ะ? แต่นี่มันงานวันเกิดท่านนะครับ”

“ช่างเถอะน่า ได้เจอกันทั้งที หรือว่าเจ้าอ่อนซ้อมไปแล้ว?”

“ข้าฝึกทุกวันครับ! งั้นเรามาประลองกันดีกว่า”

“โอ้ น่าสนุกนี่! ได้ยินว่าราชาทาเครุเป็นยอดฝีมือเชียวนะ” อาลีบาบาเอ่ยอย่างตื่นเต้น

“เตรียมตัว” ฮาคุริวจับหอกคู่ใจของตนแน่น

ทาเครุเหยียดยิ้ม หยิบอาวุธขึ้นมาตั้งรับเช่นกัน ลานกว้างที่เดิมทีใช้แสดงดนตรีร่ายรำ มีชายสองคนยืนประจันหน้า

ทุกคนในอาณาจักรคีน่าดูเคยชินกับนิสัยของราชาไปแล้ว ถอยหลังเว้นพื้นที่ตรงกลางให้กว้างขึ้น 

“โคเกียคุ เจ้าคิดว่าใครจะชนะ?” อาลีบาบากระซิบถาม

“ต้องเป็นฮาคุริวจังอยู่แล้วสิ” เธอตอบอย่างมั่นใจ

ไม่นานก็เกิดเสียงปะทะของอาวุธดังขึ้นครั้งหนึ่ง และตามด้วยอีกหลายครั้ง ร่างทั้งสองเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนลานกว้าง 

ฮาคุริวไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเข้าประชิดตัว เขาหมุนควงหอกแล้วแทงออกไปสุดแรง แต่เพียงเสี้ยววินาที ทาเครุก็พลันพลิกตัวหลบได้อย่างว่องไว 

ทาเครุยกยิ้มมุกปาก ตวัดหอกสุดแรงกระแทกฮาคุริวให้ล้มลุกคลุกคลานไปบนพื้น โชคดีที่เขากำอาวุธในมือไว้แน่น จึงกระถดตัวหนีปลายหอก เตรียมหาทางโต้กลับอย่างรวดเร็ว

อาลาดินที่เพิ่งเดินทางมาถึง ทักทายเพื่อนๆ ของตน

“อาลาดิน ทำไมถึงมาเอาป่านนี้?” อาลีบาบาถามอย่างสงสัย 

ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา เขาไม่ได้เจออาลาดินอีกเลย มีแต่คุยผ่านอุปกรณ์สื่อสารเท่านั้น

อาลาดินนั่งลงข้างๆ ตอบว่า “มีปัญหานิดหน่อย”

อาลีบาบาตกใจ “เกิดอะไรขึ้น?”

“เรื่องทวีปดำน่ะ ไว้ค่อยเล่าให้ฟัง....แต่ว่านี่มันงานวันเกิดไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณลุงกับฮาคุริวถึงสู้กันล่ะ?”

“พวกเขากำลังรำลึกความหลังกันอยู่น่ะ”

เคร้ง!

หอกหลุดออกจากมือฮาคุริว 

“เจ้าอ่อนซ้อมจริงๆ ด้วย”

ฮาคุริวยิ้ม เอื้อมไปจับมือของทาเครุ “มั้งครับ”

ทาเครุยังยืนนิ่งอยู่ตรงลานกว้าง ยกปลายหอกขึ้นแล้วตะโกนว่า “ข้าขอท้าประลองทุกคนในงาน! ใครที่สามารถล้มข้าหรือทำให้อาวุธหลุดออกจากมือข้าได้ ข้าจะมอบสมบัติล่ำค่าของอาณาจักรให้!”

“นายท่านเมาเกินไปแล้ว! สมบัตินั้นคงไม่พ้นเหล้าที่เพิ่งหมักขึ้นมาล่ะซิ” นานาอุมิบ่นอุบ

ทุกคนในงานต่างรู้สึกตื่นเต้น ทยอยกันออกไปประลอง

“ข้าขอร่วมด้วย!” อาลีบาบาลุกขึ้น หยิบดาบสั้นออกมา

นานๆ ทีจะได้ลับฝีมือ หากเอาแต่ทำการค้า นานวันเข้าฝีมือคงขึ้นสนิมหมด

“หืม? อาวุธแปลกดีนี่”

ทั้งสองประจันหน้าแล้วเหวี่ยงอาวุธใส่กันอย่างรวดเร็ว อาลีบาบาใช้ความว่องไวหลบหลีกปลายหอกและเข้าประชิดตัว เขาย่อตัวลงแล้วแทงออกไปสุดแรง ทาเครุรับมือกับการบวนท่าแปลกๆ อย่างทุลักทุเล ยกเท้าขึ้นถีบกลางลำตัวเพื่อสร้างช่องว่าง

อาลีบาบาจับปลายด้ามหอก แล้วพลิกตัวกลับ ทำให้ทาเครุถูกแรงเหวี่ยงจนเซไปเล็กน้อย เขาตีลังกาไปข้างหน้าทำให้มืออาลีบาบาหลุดออกไป โดยไม่ทันตั้งตัวปลายหอกก็ตรงเข้ามายังลำคอ

“....ข้ายอมแพ้”

“เจ้าไม่ได้เอาจริงนี่?”

อาลีบาบาหัวเราะ กล่าวแก้ตัวสองสามประโยคแล้วกลับไปนั่งที่

“มีใครอีกไหม?”

“ให้ข้าประลองกับท่านได้ไหมคะ?”

โคเกียคุที่นั่งมองการต่อสู้อยู่นานยกมือขึ้น เธอหยิบดาบเล่มหนึ่งจากทหารข้างๆ เดินไปที่ลานกว้าง

“ท่านหรือ?”

ทาเครุมองหญิงสาวในชุดตัวยาวปักด้วยดิ้นทองลายมังกร ดูบอบบางจนไม่อยากเชื่อว่าจะต่อสู้อะไรได้เลย

“ข้าเองก็เคยเป็นถึงราชาผู้ใช้ภาชนะโลหะ คงพอเป็นคู่ต่อสู้ให้ท่านได้ใช่ไหม?”

ชายหนุ่มยิ้ม “ได้ตามที่ท่านต้องการ”

ดวงตาของโคเกียคุเปล่งประกาย ราชวงศ์เจิดจรัสเรืองอำนาจได้ด้วยกองทัพและการทำสงครามแย่งชิงดินแดน จึงมีความกระหายในการต่อสู้ซุกซ่อนอยู่ในสายเลือด กล่าวได้ว่า การจับเอกสาร ฟาดฟันกันทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่งานถนัดของพวกเธอ

โคเกียคุหมุนข้อมือทำความคุ้นเคยกับอาวุธ แล้วเป็นฝ่ายบุกเข้าไปเอง

ดาบยาวโบกสะบัดอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นแสงสีเงินรอบตัว ทาเครุยกหอกขึ้นมาตั้งรับไว้ได้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาแทงหอกเข้าใส่จากด้านขวา เธอหมุนตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แล้วเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพัก

“....”

ทุกคนในที่นั้นมองการต่อสู้ตาไม่กะพริบ ไม่ใช่ว่ามันน่าตื่นเต้น หรือพิสดารอะไร ทว่าการเคลื่อนไหวนั้นกลับดูลงตัวสวยงาม ทุกคนถูกเธอดึงดูดสายตาเอาไว้ แขนเสื้อและชายกระโปรงพลิ้วไหวบนลานกว้าง ราวกับดอกไม้กำลังพลิบาน

“แน่ใจนะว่า โคเกียคุไม่ได้กำลังร่ายรำอยู่?”

ฮาคุริวยิ้มเอ่ยว่า “เชื่อพระวงศ์ของเจิดจรัส มีการต่อสู้ที่แตกต่างกันไป ท่านพี่หญิงเคลื่อนไหวดั่งสายน้ำเป็นหลักในการต่อสู้”

ในที่สุด เธอถูกหอกเล่มนั้นตวัดจนดาบหลุดออกจากมือ แทนที่จะโมโห โคเกียคุกลับเผยรอยยิ้มสมใจ เลือดในกายพลุ่งพล่านด้วยความยินดี ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ

“แข็งแกร่งสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ”

ราชาคีน่าโค้งตัวลง “ขอบพระทัย”

โคเกียคุเดินกลับไป เพิ่งสังเกตเห็นคนที่นั่งข้างๆ อาลีบาบา

“อาลาดิน? เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อ่า....สักพักใหญ่ๆ แล้วน่ะ”

ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอเอาแต่สนใจการต่อสู้จนลืมสิ่งรอบตัวไปชั่วขณะ

เธอถามยิ้มๆ “การต่อสู้ของข้าเป็นยังไงบ้าง?”

อาลาดินเห็นนัยน์ตาเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น จึงตอบกลับไปว่า “สุดยอดมาก เหมือนกำลังร่ายรำอยู่เลย”

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

ราชาแห่งคีน่าแข็งแกร่งก็จริง แต่เขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลย 

โคเกียคุหัวเราะอารมณ์ดี 

เป็นไปตามคาด คนที่ล้มราชาแห่งคีน่าในคืนนี้ เป็นใครไม่ได้นอกจาก โมลเชียน่า นั้นเอง

“จริงสิ โคเกียคุเคยไปที่ทวีปดำไหม?” อาลีบาบาถาม

เธอส่ายหน้า

“ถ้างั้นพรุ่งนี้ข้าจะพาไปเที่ยวเอง!”

เธอยิ้ม “ได้สิ”

พวกเขาดื่มเหล้าที่โมลเชียน่าได้จากการประลองอย่างสนุกสนาน ก่อนแยกย้ายกันกลับห้องพัก

โคเกียคุเกาะพนัง ไม่คิดเลยว่าเหล้าของอาณาจักรคีน่าจะแรงขนาดนี้ เห็นว่ามีส่วนผสมของผลไม้ที่เติบโตในทวีปดำ รสชาติหวานติดลิ้นแต่สามารถทำลายสติสัมปชัญญะอย่างง่ายดาย

เธอไม่ใช่นักดื่มตัวยง และค่อนข้างคออ่อน แต่รู้จักลิมิตตัวเองดี เวลาร่วมงานเลี้ยงจึงไม่เคยเมามายเช่นนี้มาก่อน

มีทางแยกตรงหน้า เธอขยี้ตาสับสนว่าต้องเดินไปทางไหน แต่ความคิดไม่แล่นเอาเสียเลย ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ เธอหลงทางเสียแล้ว

“โคเกียคุ เป็นอะไรเหรอ?”

เธอหันไปมองตามเสียงนั้น อาลาดินกับอาลีบาบากำลังหิ้วปีกฮาคุริวอยู่

“ข้า....หลงทาง” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเหม่อลอยหน่อยๆ

อาลีบาบาหันมองโมลเชียน่า คนทั้งสองพยักหน้าให้เป็นสัญญาณที่รู้กันเอง

 

โอกาสมาถึงแล้ว!

 

“เอาอย่างนี้ ข้ากับโมลเชียน่าจะแบกฮาคุริวไปเอง ส่วนเจ้าเดินไปส่งโคเกียคุแล้วกันนะ!”

“แต่ว่าให้โมลซังไปไม่ดีกว่าเหรอ?”

“โมลเชียน่าเมาแล้ว! อีกอย่างให้ผู้หญิงเดินกลับห้องคนเดียวได้ยังไง? เจ้านั้นแหละดีแล้ว”

อาลีบาบาดันหลังเขาไปข้างหน้า ก่อนช่วยโมลเชียน่าแบกฮาคุริวไปอีกทาง

อาลาดินถอนหายใจ ไม่เข้าใจว่าการที่โมลเชียน่ากลับห้องคนเดียวมันอันตรายอย่างไร

‘นางเป็นฟอนาริสนะ!’

คนอื่นต้องกลัวนางต่างหาก

อาลาดินหันกลับมาสังเกตใบหน้าแดงเรื่อของโคเกียคุ ดวงตาคู่นั้นฉ่ำไปด้วยน้ำ ดูไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่นัก เธอยกแขนขึ้นขยี้ดวงตา พยายามเกาะกำแพงเอาไว้ มีบางครั้งที่ร่างเอนไปข้างหน้าจนแทบล้มลง

“เดินไหวไหม?”

เขาเข้าไปช่วยประคองเธอ

“....ข้าหลงทาง”

“เข้าใจแล้วๆ เอ่อ....ขออนุญาตนะครับ”

อาลาดินช้อนร่างคนเมาขึ้นมาแนบอก เพราะเธอดูท่าเดินไม่ไหวแล้ว แต่มันกลับทำให้เธอตื่นตระหนก

“เจ้าเป็นใคร บังอาจมาแตะต้องตัวข้า!”

มือทั้งสองทุบบนแผ่นอกแรง จนเขาแทบสำลัก ดวงตาคู่โตจ้องมองอย่างโมโห เธอจำเขาไม่ได้ เอาแต่ดิ้นไปมาแล้วพยายามทำร้ายเขา

“โอ๊ย! พี่สาว ข้าเจ็บนะ”

“....อาลาดิน?”

โคเกียคุคลายฟันที่งับบนร่างเขาออก พยายามใช้สายตาเลือนรางมอง

“ใช่ ข้าเอง”

เมื่อได้รับคำยืนยัน คนเมาก็เหมือนสร่างลงเล็กน้อย ก่อนจะสงบลงในที่สุด

“ขะ – ขอโทษ”

“ไม่ให้อภัย!”

โคเกียคุเบิกตากว้าง หยาดน้ำตาก่อตัวขึ้นช้าๆ เอ่ยอย่างละล่ำละลักว่า

“ข้าผิดไปแล้วที่ทำร้ายเจ้า ขะ ข้าขอโทษ.... จะแก้แค้นคืนก็ได้ ยกโทษให้ข้าเถอะนะ”

“จริงนะ?”

อาลาดินใช้เวลานั้นเดินไปที่ห้องพักของเธอ เขาเลี้ยวขวา แล้วเปิดประตูห้องเข้าไปด้านใน

“อืม!” เธอพยักหน้าแรงๆ

อาลาดินวางเธอลงบนเตียง แล้วยืดตัวขึ้นครุ่นคิด “อะไรก็ได้ใช่ไหม?”

เขาเหยียดรอยยิ้มนึกสนุก แบมือข้างหนึ่งออกมา

“ขอมือหน่อย”

เธอยื่นมือซ้ายให้

“กระโดดสามครั้ง”

เธอยืนขึ้น แล้วกระโดดสามครั้ง

“หมุนตัวด้วย”

เธอหมุนตัว

อาลาดินหัวเราะ หากเป็นตอนปกติเธอคงไม่ทำตามเช่นนี้แน่ และคงโกรธจนหน้าแดงที่เขาแกล้งเธอ

โคเกียคุยืนโอนเอียงบนเตียง เหล้าที่ดื่มไปเมื่อไม่นานเริ่มออกฤทธิ์อีกครั้ง พลันรู้สึกว่าโลกพลิกกลับด้าน

“ระวัง!”

อาลาดินเข้ามาช่วยประคองเธอไว้ แต่เพราะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เขาเซถอยหลังไปชนขอบโต๊ะล้มลงกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

ร่างบางทาบทับอยู่ด้านบน และเหมือนเวลาหยุดเดิน....

ตึกตัก ตึกตัก

เธอนั่งอยู่บนตักของเขา มือบางรั้งไหล่กว้างอย่างต้องการยึดเหนี่ยว

ริมฝีปากทั้งสองแนบชิดกัน

เขารู้สึกได้ถึงทรวดทรงภายใต้ชุดตัวยาวของเธอบดเบียดกับอกแกร่ง

คล้ายกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง เขาโอบกอดร่างเธอไว้แน่น

แต่แล้ว เวลาก็เดินต่อ....

โคเกียคุคู้ตัวลง แนบหน้าผากกับไหล่ของเขา

“มึนหัวจัง”

มันเกิดขึ้นแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น และเธอก็เมาเกินกว่าจะรู้ตัว

ริมฝีปากเขาร้อนผ่าว....ความจริงแล้วเขาร้อนรุมไปทั้งตัว

“หืม? ขอโทษที่ล้มทับเจ้านะ”

“มะ – ไม่เป็นไร!”

อาลาดินรีบประคองเธอนั่งบนเตียง 

“นะ นอนได้แล้ว”

อาลาดินรีบออกไปจากห้อง จนกระทั้งปิดประตูลง ทั้งร่างก็พลันไร้เรี่ยวแรง เขาซุกหน้ากับเข่าตัวเอง

ภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ฉายวนซ้ำในหัวอย่างไม่รู้จักเบื่อ เขายกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเอง

อาลาดินกำลังหน้าแดง แล้วก็แดงมากๆ ด้วย หน้าของเขาขึ้นสีเรื่อจนลามไปถึงหู และดูเหมือนจะแดงขึ้นเรื่อยๆ 

‘ให้ตายสิ นางทำอะไรกับข้า!?’

อาลาดินคิดในใจ ตอนนี้จิตใจเขาตีรวนไปหมด ทั้งตกใจ สับสน ไม่เข้าใจ แล้วก็....ดีใจอย่างประหลาด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #18 +MisChievous_Girls+ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 01:52
    เขินตอนจุ๊บกันนะแต่เผลอนึกหน้าคะโคบุนที่กรีดร้องเรียกองค์หญิงแล้ว5555+😂//ทำไมเป็นคนแบบนี้!!
    #18
    0
  2. #17 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 09:46

    น่ารักกกกกอะ
    #17
    0
  3. #16 arry (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 22:26

    กรี๊ดด เขาจูบกันแล้ววววว -///-

    #16
    0
  4. #15 chuthamani (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 20:16
    แงง น่ารักม้ากกก เป็นกำลังใจน้าาไรท์//จุ้ฟเหม่ง
    #15
    0
  5. #14 5413349052 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 19:38
    อ๊ากกกกกก!!น่ารักมากต่อยาวๆเลย
    #14
    0