[MAGI] Aladin x Kougyoku : Opacarophile

ตอนที่ 6 : Episode 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    10 พ.ย. 63

“น้ำหอมนี้มีใบรับรองสินค้าไหมคะ?”

“มีแน่นอนค่ะ”

เธอรับกระดาษแผ่นหนึ่งจากพนักงาน พิจารณาสักครู่ก่อนพยักหน้า “ข้าซื้อขวดนี้เลยค่ะ ไม่ต้องทดลองอะไรทั้งนั้น”

“ทราบแล้วค่ะ ทั้งหมดห้าเหรียญทอง”

อาลาดินควักจ่ายเงินพนักงาน ระหว่างออกจากร้านก็ถามโคเกียคุว่า “น้ำหอมนั้นเป็นยังไงเหรอ?”

โคเกียคุหวนนึกถึงเรื่องหนึ่งก่อนเอ่ยว่า “เหมือนถูกสะกดจิตเลยล่ะ”

“จริงเหรอ?”

อาลาดินสงสัย น้ำหอมที่ไม่มีส่วนประกอบของเวทมนตร์ทำได้ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?

“เราเดินเที่ยวรอบๆ งานเทศกาลกันเถอะ”

อาลาดินพยักหน้า 

ทั้งสองเดินไปรอบๆ งานเทศกาลขณะกินไอศกรีมไปด้วย ร้านค้ามากมายเรียงรายสองข้างทาง ทั้งคู่เจอร้านแผงลอยขายของน่ารักๆ

“ดูนี่สิ ข้าว่ามันเหมาะกับเจ้านะ” โคเกียคุเอ่ยขณะหยิบยางรัดผมที่มีจี้ลายพระอาทิตย์

“หืม?” อาลาดินกวาดตามองบนแผงลอยแล้วคว้าสร้อยข้อมือลายเดียวกันขึ้นมา “งั้นอันนี้ก็เหมาะกับเจ้า”

โคเกียคุหัวเราะ แล้วรับมาสวมบนข้อมือของตัวเอง

“ข้าดูดีไหม?”

“....”

อาลาดินหยุดชะงัก

เขามองหน้าเธอ ไม่รู้ทำไมภายใต้แสงไฟจากร้านรวงที่ตกกระทบลงมา ถึงทำให้เธองดงามขนาดนี้ ทั้งใบหน้า ดวงตา จมูก ปาก ลงตัวนุ่มนวลจนแทบอดใจไม่ไหว

มีความรู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ถูกในใจของเขา

มันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น ใบหน้าร้อนผ่าว

โคเกียคุจับปลายผมเปียของเขาขึ้นมา แล้วสวมยางรัดผมทับลงไป

“เหมาะจริงๆ ด้วย”

เมื่อเห็นสร้อยข้อมือและยางรัดผมรูปพระอาทิตย์ อาลาดินก็หัวเราะออกมา เขามีความสุขที่ได้เห็นเธอดวงตาเป็นประกายยามจ้องมองบางสิ่ง จึงตัดสินใจซื้อมาด้วย

ทั้งสองเดินรอบๆ งานเทศกาลอีกเล็กน้อยก่อนกลับพระราชวัง

พวกเขาหาสถานที่ไร้ผู้คน ก่อนที่อาลาดินจะร่ายเวทย์อีกครั้ง

โคเกียคุโอบแขนรอบลำคอเขา มันทำให้อาลาดินหน้าแดงกับความใกล้ชิดนั้น เมื่อก่อนเขาคิดว่าเธอตัวสูงมาก แต่ผ่านไปไม่กี่ปี อาลาดินต้องก้มมองเธอแทน 

เขาโอบรอบเอวเธออย่างอ่อนโยน สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยออกมาจากร่าง หลับตาลง พยายามตั้งสมาธิแล้วบินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว


ผ่านไปไม่นาน ก็มองเห็นหลังคาของพระราชวัง เขาส่งเธอที่ห้องนอนก่อนเอ่ยว่า

“ข้าจะเอาของไปส่งให้โคฮาเอง....ดึกมากแล้ว เจ้าพักผ่อนเถอะ”

เธอพยักหน้า รู้สึกง่วงเล็กน้อย “ราตรีสวัสดิ์ อาลาดิน”

เขานั่งอยู่บนขอบหน้าต่างถามว่า “ถ้ามีโอกาสอยากไปเที่ยวด้วยกันอีกไหม?”

“เอาสิ แต่เจ้าอย่าแกล้งข้าเหมือนวันนี้อีกก็พอ”

“....ข้าขอโทษ”

“ไม่เลย ข้าก็ต้องขอโทษเหมือนกัน แต่ครั้งหน้าเจ้าห้ามเดินหนีไปอีกนะ”

“ยังจะแกล้งข้าอีกเหรอ?”

เธอหัวเราะ “ขึ้นกับว่าเจ้าแกล้งข้าหรือไม่”

 

ผ่านไปอีกสองอาทิตย์ การวางเขตแดนเสร็จสมบูรณ์ เธอสำรวจประชากร รวมถึงพื้นที่ทั้งหมด และเริ่มใช้เวลาในการอ่านหนังสือมากขึ้น

“ฝ่าบาทจะลดภาษีเหรอพ่ะย่ะค่ะ?”

คะโคบุนตื่นตระหนก

เมื่อก่อนจักรวรรดิต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลคืนซินแบด เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจึงต้องเพิ่มภาษีสูงขึ้น และเพราะเหตุนี้ทำให้ประชาชนยากจนลง

“แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราควรเก็บภาษีเพิ่มขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ” คะโคบุนกล่าวอย่างเป็นกังวล

“ข้าคิดว่าการเพิ่มภาษีไม่มีประโยชน์อะไร ในตอนนี้เศรษฐกิจของจักรวรรดิกำลังเริ่มฟื้นตัว ยิ่งไปกว่านั้น ความเป็นอยู่ของประชาชนต่างหาก ที่ช่วยส่งเสริมจักรวรรดิให้เจริญรุ่งเรือง”

เป้าหมายของเธอคือทำให้ประชาชนสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข

โคเมย์ได้ฟังข้อเสนอของเธอเอ่ยว่า “การซื้อใจประชาชนเป็นเรื่องดี หากเราสนับสนุนให้พวกเขาผลิตสินค้าส่งออกไปยังต่างแดน จะช่วยส่งเสริมจักรวรรดิของเราด้วย”

“แต่ว่า ฝ่าบาท....” คะโคบุนพยายามหาข้อโต้แย้งแต่กลับคิดอะไรไม่ออก

“ท่านพี่เห็นด้วยกับข้าไหมคะ?”

โคเมย์ยิ้ม “ข้อเสนอไม่เลว”

เธอรู้สึกยินดีมาก “ขอบคุณค่ะ ท่านพี่โคเมย์”

เธอต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ยังมีเรื่องการเฝ้าระวังพื้นที่แถบชายแดนที่ต้องหาทางแก้ไขโดยเร็วด้วย

‘เหนื่อยจัง....’

โคเกียคุนวดเปลือกตาหนักอึ้ง

เธอมีตารางงานรัดตัว จึงรู้สึกเหนื่อย....เหนื่อยมากๆ ร่างกายของเธอต้องการพักผ่อน แต่จิตใจบังคับให้เคลื่อนไหวต่อไป

 

“เจ้าเหนื่อยมากใช่หรือไม่”

หลังมองดูสีหน้าอ่อนล้าของโคเกียคุ อาลาดินก็ถามประโยคนี้ขึ้นมา

อาลาดินเข้ามาในห้องทำงานของโคเกียคุ 

ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาเห็นเธอทำงาน อ่านหนังสือ และก็ใช้ยันต์สื่อสารทางไกลตลอดเวลา

สีหน้าอิดโรยของเธอ ทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น

“ช่วยไม่ได้นี่ ช่วงนี้มีหลายเรื่องต้องจัดการ”

เธอสอบถามการมาถึงของเขา

อาลาดินเอ่ย “ข้าต้องไปที่ทวีปดำ”

“ทำไมล่ะ?”

“มีคนบุกรุกเข้าทำลายพื้นที่ ข้าต้องไปตรวจสอบ”

โคเกียคุขมวดคิ้ว ทวีปดำเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ มีทั้งสัตว์และพืชพรรณประหลาดมากมาย เธอไม่เคยไปที่นั้น แต่อาลาดินคุ้นเคยกับมันดี

“เจ้าจะไปพักที่ไหน?”

“อาณาจักรคีน่า”

เธอพยักหน้า นึกถึงครั้งสุดท้ายที่พบกับคนของอาณาจักรคีน่า พวกเขาดูเป็นมิตรมากกว่าที่คิด

“อยากให้ข้าช่วยอะไรก็บอกได้นะ”

อาลาดินพยักหน้า เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “เจ้าควรพักผ่อน”

อาลาดินไม่รู้เช่นกันว่าทำไมถึงเป็นห่วงโคเกียคุขนาดนี้ มองท่าทางอ่อนล้าของเธอ เขาก็อยากทำอะไรสักอย่าง แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายมากกว่านี้

เขายังจำได้ว่าครั้งแรกที่เขาพบกับโคเกียคุ เธอสวมชุดองค์หญิงสีแดงงดงามสะดุดตา ยืนอยู่บนพรมวิเศษมองทุกสิ่งอย่างไม่หวั่นเกรง

แต่บัดนี้ เธอกลับมีสีหน้าอ่อนล้า

ถึงแม้ปกติอาลาดินจะเป็นคนร่าเริงสดใส แต่คำพูดเมื่อครู่นี้ของเขาทำให้โคเกียคุรับรู้ถึงความอบอุ่นได้อย่างชัดเจน

“ข้าไม่เป็นไร”

เธอยิ้มกว้างออกมา แต่ไม่ทำให้เขารู้สึกวางใจเลย

ในตอนนั้น ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับคะโคบุนเดินเข้ามา เธอยังต้องทำงานต่อ จึงกล่าวลาอาลาดินเป็นครั้งสุดท้าย

“เดินทางปลอดภัย อย่าลืมติดต่อกันบ้างนะ”

 

อาลาดินกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง เขาเก็บของใส่กระเป๋าใบเล็ก แล้วเหม่อมองท้องฟ้า

“อาลาดินเป็นไรไป?”

อาลีบาบาเข้ามาในห้อง สังเกตสีหน้าเพื่อนที่ไม่สู้ดีนัก

“อาลีบาบาคุง ทำไมคนเราต้องฝืนทำเรื่องที่ไม่ชอบด้วย?”

“เจ้าหมายถึงอะไร?”

อาลาดินส่ายหน้า “ข้าหมายถึง โคเกียคุทำงานหนักเกินไป นางแทบไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ”

“เจ้าเป็นห่วงนางเหรอ?” อาลีบาบายิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้ายังไม่ได้ถามเลยว่าคืนนั้น ไปเที่ยวกันสนุกไหม?”

อาลาดินหวนนึกถึงค่ำคืนนั้น รอยยิ้มสดใสของโคเกียคุ ดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากสีแดงสดที่เอื้อนเอ่ยน้ำเสียงไพเราะ สัมผัสเนียนนุ่ม และกลิ่นหอมที่ยังตราตรึงในความทรงจำ

“ใช่” เขายิ้ม

“เป็นค่ำคืนที่สวยงามมาก”

 

“นี่มันอะไร?”

“รายชื่อผู้มีคุณสมบัติถวายการรับใช้ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

โคเกียคุเปิดอ่านประวัติพร้อมรูปถ่ายของผู้ชายมากมายทั้งในและนอกจักรวรรดิด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

“เจ้าจะให้ข้าอภิเษกเหรอ!?”

“คะโคบุนผู้นี้เพียงอยากให้ท่านพบเจอกับความรักเท่านั้น”

“ข้าเพิ่งยี่สิบสอง!”

“เป็นช่วงวัยที่สมควรมีครอบครัวได้แล้ว”

“เจ้า!!”

โคเกียคุปวดหัวหนึบ ตอนนี้ภาระงานยังไม่มากพออีกหรือ? ทำไมถึงคิดจะจับคู่ให้เธออีก

“เอากลับไป”

คะโคบุนโค้งตัวออกจากห้อง 

อันที่จริงด้วยฐานะของโคเกียคุ สามารถแต่งกับชายกี่คนก็ได้ แล้วค่อยแต่งตั้งใครสักคนขึ้นเป็นจักรพรรดิของเจิดจรัส

เป็นการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี เพื่อเพิ่มฐานอำนาจ ไม่มีกฎหมายข้อไหนบังคับให้แต่งงานได้เพียงคนเดียว 

ด้วยยศศักดิ์ หน้าตา และอำนาจของโคเกียคุ บรรดาตระกูลใหญ่ทั้งในและนอกจักรวรรดิมากมายต่างให้ความสนใจเธอ และหวังแสดงไมตรีด้วยการส่งบุตรชายเข้าวัง

บนโลกนี้ มีใครไม่อยากแต่งงานกับจักรพรรดิแห่งเจิดจรัสบ้าง?

คะโคบุนรวบรวมรายชื่อมายื่นให้เธอ เขาคาดเดาปฏิกิริยาไว้บ้างแล้ว และไม่ร้อนใจกับมัน หลังปัญหาในประเทศคลี่คลายลง เพื่อให้แน่ใจว่าจักรวรรดิจะคงอยู่สืบไป เหล่าขุนนางจะกดดันเธอเอง

....คะโคบุนเดิมพันข้างเดียวกับองค์ชายฮาคุริว

เพราะฉะนั้น เขาจะไม่ยอมเสียเงินโดยเด็ดขาด!

เหล่าขุนนางคิดถึงเพียงผลประโยชน์ที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่อาลาดินไม่เหมาะสม แต่คุณสมบัติของเขาไม่เพียงพอทำให้ขุนนางพอใจ

เมไจแล้วอย่างไร? 

หากตัดฐานะเมไจออกไป ก็เป็นเพียงชายหนุ่มชาวบ้านทั่วไปเท่านั้น

ไหนจะผลประโยชน์ทางการเมืองอีกมากมาย.... 

 


อาลาดินใช่เวทย์เคลื่อนย้ายไปยังทวีปดำ

ทวีปนี้ไม่มีกลางวันและกลางคืน ลูฟที่นี่แตกต่างจากที่อื่น ทำให้แม้แต่เมไจหากข้ามมายังทวีปนี้ก็เป็นแค่นักเวทย์คนหนึ่งเท่านั้น

อาลาดินไปทักทายเพื่อนๆ ของเขา

“อาลาดิน เจ้าหายไปนานเลยนะ”

ฟอนาริส เผ่าพันธุ์ที่เหลือรอดจากโลกก่อน ร่างกายเป็นสัตว์ป่ามีพละกำลังมหาศาล

“ข้ามาตรวจสอบน่ะ เห็นว่ามีคนเข้ามาทำลายพื้นที่เหรอ?”

“ใช่แล้ว จู่ๆ วันหนึ่งก็มีเสียงดังมากเกิดขึ้น ข้าไปดูแถวนั้นก็พบว่าเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง”

“เป็นฝีมือของใคร?”

“ข้าไม่รู้ ตั้งแต่ไม่มีมหาหุบเหว คนจากภายนอกก็หลั่งไหลเข้ามามากขึ้น บางคนเป็นมิตรดีอยู่หรอก แต่บางคนก็พยายามแย่งชิงทรัพยากรไป ตอนนี้วุ่นวายมายเลยล่ะ”

อาลาดินขมวดคิ้ว หลังจากสงครามสุดท้ายจบลง มหาหุบเหวและเส้นแบ่งเขตแดนไม่มีอีกต่อไป ทำให้สามารถไปมาระหว่างทวีปดำได้อย่างอิสระ 

ถึงแม้ทวีปดำจะยังล้าหลังในสายตาคนภายนอก แต่ก็มีพ่อค้าจำนวนมากเข้ามาแย่งชิงทรัพยากรไปขาย เพราะเห็นเป็นของแปลก

“พาข้าไปดูหน่อย”

อาลาดินสำรวจพื้นที่รอบๆ จากนั้นเดินทางไปยังอาณาจักรคีน่า

อาณาจักรคีน่า ตั้งอยู่บนเกาะลอยฟ้า สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ทุกที่ ไม่ค่อยมีใครรู้จักและไม่ปรากฏให้ใครเห็น จึงถือเป็นประเทศโลกที่สามก็ว่าได้ ตอนที่อาลาดินหลบหนีการตามล่าจากซินแบดก็ได้ราชาของคีน่าช่วยเหลือไว้

“คุณอาลาดิน? มาได้ยังไงคะ”

“พี่นานาอุมิ ไม่ทราบว่าคุณลุงทาเครุอยู่ไหนครับ?”

“นายท่านของข้าไม่ใช่คุณลุงสักหน่อย!”

นานาอุมิบ่นอุบอิบ ในสายตาเธอ ราชาแห่งคีน่าเป็นชายหนุ่มรูปงามที่สุดในโลก

“นายท่านกำลังออกกำลังกายอยู่ในห้องฝึกซ้อมขอรับ” นาชิเมะตอบแทน เขาเป็นเด็กชายที่มีดวงตาเหมือนปลาตาย

อาลาดินเข้าไปเยี่ยมราชาคีน่าพร้อมกับของขวัญที่โคเกียคุฝากมาให้

“โห! นี่มันยันต์คลายกล้ามเนื้อไม่ใช่หรอ? ข้าเห็นในอุปกรณ์ถ่ายทอดสดกำลังอยากได้อยู่พอดี”

ยามาโตะ ทาเครุ ราชาแห่งอาณาจักรคีน่าหยิบยันต์ทรงสีเหลี่ยมยาวขึ้นมาแปะบนร่างกายตัวเอง สีหน้าเขาพลันผ่อนคลายและมีความสุข

“รอบก่อนที่เจอกัน นางก็มอบอุปกรณ์สื่อสารรุ่นใหม่ล่าสุดให้ด้วย ใจกว้างสุดๆ” 

โคเกียคุอยากตอบแทนบุญคุณที่เขาช่วยเหลือฮาคุริว อาลาดิน และโมลเชียน่า จึงมอบของขวัญมาให้

“ฮาคุริวคุงบอกว่าอยากเจอคุณลุงด้วยนะ” อาลาดินบอกยิ้มๆ

“จริงสิ อีกไม่นานข้าจะจัดงานวันเกิด ขอเชิญเจ้าล่วงหน้าเลยแล้วกัน” ทาเครุเอ่ย “แล้วมาหาข้ามีอะไรหรือ?”

“เรื่องคนบุกรุกในทวีปดำน่ะครับ....คุณลุงพอจะทราบอะไรไหม?”

“อ่า ข้าไปตรวจสอบที่นั้นมาแล้ว สิ่งที่ทำให้พื้นที่โดยรอบกลายเป็นซากปรักหักพังคือระเบิดขนาดใหญ่”

“หมายถึงเวทย์ระเบิดเหรอ?”

“ไม่น่าใช่ เป็นบางอย่างที่ไม่ใช่เวทมนตร์ ข้าเห็นรอยเท้าหลายรอย คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนจากภายนอก”

อาลาดินแปลกใจ นอกจากเวทมนตร์และปรากฏการณ์ตามธรรมชาติแล้ว ยังมีอะไรสามารถทำให้เกิดการระเบิดได้อีก?

ทันใดนั้นก็นึกถึงตอน มัคโนชุตัททำสงครามกับจักรวรรดิเรมขึ้นมา

อาลาดินลุกขึ้นยืน “....ข้าไปตรวจสอบอีกหน่อยดีกว่า”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #13 +MisChievous_Girls+ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 08:16

    ส่งกำลังใจให้ไรท์อ่านหนังสือสอบผ่านฉลุยงับ
    #13
    0