[MAGI] Aladin x Kougyoku : Opacarophile

ตอนที่ 2 : Episode​ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    3 พ.ย. 63

หากบอกว่า เวลาสามปีเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายแล้ว ก็ยังไม่เท่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

หลังจบศึกมหาเวทย์

ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป....

อย่างแรก ภูมิประเทศบนโลก สถานที่เคยเป็นภูเขากลายเป็นทะเล บนท้องฟ้าปรากฏเกาะลอยฟ้ามากมาย ผู้นำแต่ละประเทศต้องมานั่งวางเขตแดนกันใหม่ทั้งหมด

อย่างที่สอง ดันเจี้ยนที่เคยปรากฏบนโลกหายไป ผู้ใช้ภาชนะโลหะไม่มีอีกแล้ว

อย่างที่สาม หลังจบศึกมหาเวทย์ ทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย ยกเว้นซินแบด....ที่ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน

และสุดท้าย เส้นแบ่งเขตแดนทวีปดำไม่มีอีกต่อไป สามารถเดินทางไปมาได้อย่างอิสระ

เรื่องราวทุกอย่างดำเนินมาถึงจุดจบ

            

และ....

“งานแต่งงานของอาลีบาบาจัง?”

“ใช่แล้ว!”

“หืม? แต่ข้าได้ยินมาว่ามันถูกเลื่อนออกไปนี่” โคเกียคุพักดื่มน้ำชาหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งวางเขตแดนประเทศใหม่

อาลาดินเอ่ย “ท่าทางอาลีบาบาน่าสงสารมากเลยนี่น่า ตอนที่โมลซังปฏิเสธไม่แต่งงานเพราะไม่มีชุด น้ำตาเขาแทบไหลเป็นสายเลือดเลยล่ะ”

โคเกียคุนึกภาพตามแล้วหัวเราะออกมา

“เราแอบเตรียมงานให้จะดีเหรอ?” ฮาคุริวที่นอนประคบตาอยู่ถาม

“ข้าว่าอาลีบาบาคุงต้องดีใจแน่ แต่ว่าเรามีปัญหาหลายอย่างนี่สิ” อาลาดินกลัดกลุ้ม

“ปัญหา?”

“ปัญหาของสาวๆ ไงล่ะ” บิสตี้เอ่ย “มีเจ้าสาวที่ไหนบ้างไม่อยากแต่งตัวสวยๆ ในงานแต่งของตัวเอง นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะ!”

ยามูไรฮะพยักหน้าเห็นด้วย “เป็นเรื่องเข้าใจได้นะ หากเราเลื่อนออกไปก่อน”

อาลาดินถอนหายใจ ในขณะที่ฮาคุริวแอบยิ้มน้อยๆ 

ฮาคุริวก็หมายปองโมเซียน่าเช่นกัน แต่เขาก็เคารพในการตัดสินใจของเธอ แม้จะรู้สึกเศร้าบ้าง แต่ที่มีมากกว่าคือ ความรู้สึกยินดีต่อทั้งคู่

โคเกียคุใช้ศอกสะกิดฮาคุริวให้เก็บสีหน้าสะใจลงไป ก่อนยกมือเสนอว่า “ถ้าเรื่องชุดล่ะก็ ข้าอาจพอช่วยได้นะ”

“จริงเหรอ?!” อาลาดินถาม

“ที่ห้องเก็บแพรพรรณในจักรวรรดิข้า มีผ้าไหมหายากมากมาย เราสามารถนำมาทำชุดแต่งงานให้โมลเซียน่าได้”

“แต่ว่า....”

“เรื่องแค่นี้เอง ถือว่าเป็นของขวัญแต่งงานให้เพื่อนของข้าด้วย”

“ดีเลยสิ! ข้าเบื่อฟังเสียงบ่นของอาลีบาบาเต็มทีแล้ว” ไททัสเดินเข้ามาในห้อง

“เรื่องตัดชุดให้ข้าจัดการเอง ข้าพอรู้จักคนเก่งๆ อยู่บ้าง” เร็น โคฮาเสนอตัวขึ้นมา

“งั้นข้าจัดการเรื่องสถานที่เอง” สฟินโตสเอ่ย

“ข้าจัดการเรื่องอาหาร” บิสตี้ยกมือ

“งั้นข้าจัดการเรื่องเหล้า”

“งั้นข้า....!”

ทุกคนแย่งกันยกมือเสนอตัว ลืมงานตรงหน้าไปเสียสนิท ทุกคนแยกเป็นกลุ่มเล็กๆ ปรึกษาหารือกัน

โคเกียคุบอกว่าทำงานเสร็จจะรีบกลับไปจักรวรรดิเพื่อหาผ้าที่ดีที่สุดมาให้ ส่วนยามูไรฮะวาดแบบชุดแต่งงานอย่างจริงจัง และถกเถียงกับโคฮาเกี่ยวกับรสนิยม

บิสตี้ เขียนรายการอาหารยาวเป็นหางว่าว และดูท่าเขียนไม่จบง่ายๆ 

สฟินโตสปรึกษากับไททัสเรื่องการจัดสถานที่ ไล่ลำดับรายชื่อแขกในงาน พร้อมออกแบบบัตรเชิญไปด้วย

บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีเสียงหัวเราะ และเสียงทะเลาะกันเป็นระยะ โคเกียคุเงยหน้าขึ้นมามองภาพเหล่านั้น

เธอไม่นึกเลยว่าตัวเองจะมีมิตรสหายมากมายขนาดนี้ ถึงแม้จะเป็นการรวมตัวกันชั่วคราว แต่คนเหล่านั้นล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน

“นี่ พี่สาว” 

“อะไรเหรอ อาลาดิน?”

“ขอบคุณมากนะ เพราะพี่สาวทำให้ทุกคนกระตือรือร้นขนาดนี้ ตอนแรกข้าเกือบถอดใจไปแล้ว”

เธอยิ้มแล้วส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ทุกคนอยากช่วยอาลีบาบาจังกันทั้งนั้น”

“นั้นสินะ”

เธอขมวดคิ้ว นึกบางอย่างขึ้นมาได้ “เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นดีกว่า”

“หืม? พี่สาวอยากได้อะไร?”

“ตอนนี้ข้ามองเห็นเจ้ามีหลายคนเลยน่ะสิ....ช่วยร่ายคาถาฟื้นฟูร่างกายให้ข้าที”

โคเกียคุใช้ดวงตาแดงก่ำ มีรอยคล้ำใต้ตามองอาลาดิน หลายวันมานี้เธอทำงานตลอดเวลา แทบไม่มีเวลาพัก ทำให้ตอนนี้สภาพอิดโรยมาก

อาลาดินเบิกตาขึ้น “จริงด้วย! เหมือนสัตว์ร้ายในดันเจี้ยนเลย”

“นี่เจ้า!”

โคเกียคุโมโหเหวี่ยงมือออกไป เด็กหนุ่มหัวเราะ รับมือข้างนั้นไว้ ทันทีที่ฝ่ามือประสานกัน โคเกียคุรู้สึกถึงพลังอบอุ่นไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย เธอสดชื่นอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน

‘เวทมนตร์ของอาลาดินมีประสิทธิภาพจริงๆ!’

ถึงอย่างนั้น โคเกียคุแสร้งทำสีหน้าโมโห “พูดอย่างนั้นกับผู้หญิงได้อย่างไร” เธอสะบัดหน้าไปอีกทาง “แต่ก็....ขอบคุณนะ”

อาลาดินยิ้ม “ครับ”

“แค่กๆ!”

ฮาคุริวไอออกมา โคฮาและยามูไรฮะที่อยู่ใกล้ๆ มองทั้งคู่ด้วยสายตาเป็นประกาย ทำให้อาลาดินรีบปล่อยมือออก

“ไม่สบายเหรอ ฮาคุริวจัง?” โคเกียคุถาม

“เจ็บคอนิดหน่อยครับ”

“แย่เลยนะมาป่วยตอนนี้....งั้นลองให้อาลาดินรักษาดูดีไหม?”

อาลาดินอยากพูดบางอย่าง แต่ฮาคุริวเอ่ยก่อนว่า “ฝากด้วยนะ อาลาดิน”

อาลาดินเม้มริมฝีปาก รู้สึกอึดอัดกับสถานการณ์นี้ แต่ก็กลั้นใจร่ายคาถาอย่างรวดเร็ว

ไม้เท้าในมือเด็กหนุ่มเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า พุ่งเข้าใส่ร่างของฮาคุริว

“เป็นยังไงบ้าง ฮาคุริวจัง?”

ฮาคุริวแสร้งทำหน้าประหลาดใจ ก่อนเอ่ยว่า “ไม่ต้องจับมือก่อนร่ายเวทย์เหรอครับ?”

ใบหน้าอาลาดินเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ เอ่ยว่า “นั้นเป็นอุบัติเหตุ”

“อุบัติเหตุ?”

“อ่า ใช่! อืม เหนื่อยจังเลยน้า ไปพักผ่อนดีกว่า”

อาลาดินเดินหนีไป ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องร้อนรนขนาดนั้น

“โคฮา เจ้าคิดเหมือนข้าไหม” ยามูไรฮะถาม

“น้องหญิงช่างมีดวงเรื่องผู้ชายจริงๆ” โคฮาเอ่ยถอนหายใจ

โคเกียคุไม่เข้าใจ มองพวกเขาสลับไปมา เธอแค่จับมือกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น มันน่าแปลกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?

ในสายตาของโคเกียคุ อาลาดินเป็นเพื่อนคนสำคัญ เธอเห็นเขาตั้งแต่ตัวเล็กๆ จนตอนนี้สูงเท่าอาลีบาบาแล้ว

เขาเป็นคนร่าเริง ยิ้มง่าย และรักพวกพ้อง นั้นทำให้โคเกียคุเอ็นดูเขามาก 

“เอ๋? นี่เจ้าแอบแก้ชุดตอนไหน ข้าอยากได้ลวดลายเยอะๆ” ยามูไรฮะเอ่ย

“ต้องเปิดเผยสักหน่อยสิถึงจะดี!” โคฮาบอก

“ไม่! โมลเซียน่าชอบแบบมีลวดลายมากกว่า”

“ของข้าสวยกว่า!”

“ของข้า!”

“ของข้า!”

โคเกียคุคิดว่าไม่ควรเข้าไปแทรกตอนนี้ มองดูพวกเขาเงียบๆ

“ท่านพี่โคเกียคุ” 

โคเกียคุหันกลับมา “มีอะไรเหรอ? ฮาคุริวจัง”

ฮาคุริวขมวดคิ้ว กลอกตาอย่างใช้ความคิด ผ่านไปครู่หนึ่งถึงถอนหายใจออกมา “ไม่มีอะไรครับ....เรามาทำงานที่เหลือกันเถอะ”

“นั้นสิ ข้าต้องรีบกลับไปเลือกผ้าไหมให้โมลเชียน่าด้วย” โคเกียคุเอ่ยอย่างร่าเริง 

ด้วยเวทมนตร์ทำให้เธอรู้สึกสดชื่น ในหัวจัดตารางงานอย่างรวดเร็ว

กลับไปถึงจักรวรรดิเจิดจรัสเธอต้องไปเลือกผ้ามาตัดชุด จากนั้นนั่งตรวจฎีกาให้เสร็จ

เธอต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาทั้งหมดก่อนถึงวันประชุม

เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้โคเกียคุเปลี่ยนการเข้าประชุมทุกวัน เป็นสามวันครั้ง และให้เหล่าขุนนางส่งฎีกามาถวายแทน ส่วนเวลาที่เหลือให้ไปช่วยประชาชนที่เดือดร้อน

 

โคเกียคุทำงานห่ามรุ่งห่ามค่ำจนหลงลืมเวลา รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงวันแต่งงานของอาลีบาบาแล้ว

เธอบิดขี้เกียจไล่ความเหนื่อยล้า วันนี้ทุกคนเลิกงานเร็วกว่าปกติ หลังจากแกล้งอาลีบาบาให้วิ่งหนีจากไปแล้ว ทุกคนก็รีบไปจัดงานแต่งงานให้เขาที่จักรวรรดิเจิดจรัส

หลังจากเดินทางผ่านเวทย์เคลื่อนย้าย โคเกียคุต้องรีบไปเข้าประชุมขุนนางทันที เธอสวมชุดเต็มยศเดินไปนั่งหลังม่านสีขาวโปร่ง ทุกคนในห้องโถงโค้งตัวทำความเคารพ เอ่ยอย่างพร้อมเพรียง

“ถวายบังคม องค์จักรพรรดินี!”

โคเกียคุวางท่าสง่างาม “ลุกขึ้น”

หญิงสาวอ่านฎีกาของทุกคนหมดแล้ว จึงบอกแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างราบรื่น 

“คนต่อไป”

“ทูลฝ่าบาท ทางตอนใต้ของจักรวรรดิเกิดปัญหาการปล้นสะดมขึ้นพะยะค่ะ”

“เป็นฝีมือของใครหรือ?”

“คาดว่าเป็นฝีมือของชนเผ่าเร่ร่อน หลังจากภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่คุ้นชิน ไม่อาจหาอาหารเองได้จึงออกมาปล้นสะดมพ่ะย่ะค่ะ”

“สถานการณ์ตอนนี้ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ....แต่จักรวรรดิของเราไม่ยอมให้ใครมารุกราน และไม่ช่วยใครอย่างไร้ประโยชน์เช่นกัน หากต้องการอาหารก็จงหาของมาแลกเปลี่ยน หรือยอมสวามิภักดิ์ต่อจักรวรรดิซะ! เช่นนั้นเราจะถือเป็นประชาชนของเรา แล้วจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่หากการเจรจาล้มเหลว....คงต้องใช้กำลังขับไล่สักครั้ง”

จริงอยู่ที่โลกใบนี้เปลี่ยนไปมาก สงครามเอาชีวิตถูกเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ทางการค้า อย่างไรตาม ยังมีปัญหาการต่อต้านเป็นระยะ ทำให้โคเกียคุเพิกเฉยการจัดการทหารไม่ได้

“ฝ่าบาท....คนที่จะส่งไปเจรจาเป็นท่านอาลีบาบาดีหรือไม่?”

“อาลีบาบา? อืม....ไม่ล่ะ เขาลาพักร้อนชั่วคราว”

“ลาพักร้อน?”

“ใช่ ส่งฮาคุริว น้องชายข้าไปแทนแล้วกัน”

“ทะ – ท่านฮาคุริว?!” ขุนนางพากันตื่นตกใจ พวกเขายังจำเรื่องเมื่อหลายปีก่อนได้ดี

“พวกท่านมีปัญหาหรือ?”

น้ำเสียงเย็นเยียบของจักรพรรดิดังออกมาจากหลังม่านโปร่ง ทำให้ทุกคนสั่นสะท้าน

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ”

“งั้นก็ตามนั้น”

โคเกียคุหลับตาอย่างอ่อนล้า หยิบฎีกาอีกเล่มขึ้นว่า “คนต่อไป”

ระหว่างการประชุม โคเกียคุเหลือบไปเห็นไม้เท้าโบกเล่นไปมากลางอากาศ เธอมองเจ้าของไม้เท้าที่ยืนมองเหล่าขุนนางอย่างเบื่อหน่าย

เพราะวันนี้เป็นงานแต่งงานของอาลีบาบา พวกเธอจึงวางแผนไปรวมตัวกันก่อน แล้วทำให้เขารู้สึกประหลาดใจสุดๆ แต่การประชุมที่ลากยาวอาจทำให้โคเกียคุไปไม่ทันเวลา อาลาดินจึงอาสามารับเธอ

“อาลาดิน”

โคเกียคุวางฎีกาลง แล้วกวักมือเรียกเขา

อาลาดินหันมา เดินขึ้นสู่บัลลังก์ทองคำหลังม่านโปร่ง เขาไม่รอนางกำนัล แหวกม่านเข้าไปด้านในเอง สร้างความตื่นตะลึงแก่ทุกคนในห้องโถง

อาลาดินเป็นเพื่อนของจักรพรรดิ นั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนต่างรู้ดี จึงพากันก้มหน้าลงอย่างสำรวม

โคเกียคุกระซิบเสียงเบา “ข้าไปไม่ทันแน่เลย”

ฎีกาบนโต๊ะดูเหมือนไม่ลดลงเลย ถึงแม้จะประชุมนานหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม โคเกียคุกระวนกระวาย

อาลาดินรู้ดีว่าหญิงสาวต้องการรักษามาดจักรพรรดินี จึงกระซิบตอบไปว่า “ยังพอมีเวลา ตอนนี้อาลีบาบาคุงกำลังไปตรวจสอบบริษัทในแดนอื่นอยู่”

โคเกียคุร้อนใจจนแทบร้องไห้ เธออยากไปงานแต่งจริงๆ แต่ติดที่ยังสะสางงานไม่เสร็จ “ข้าควรทำยังไงดี?”

หากรีบปิดการประชุมแล้วเลือนออกไปก่อนจะทำให้ขุนนางมองเธอไม่ดีหรือไม่

อาลาดินมองท่าทางกระวนกระวายของหญิงสาว แล้วจับมือที่สั่นเทาของโคเกียคุไว้ บีบเบาๆ ทำให้เธอสะดุ้ง มองอาลาดินทันที

“ข้าจะใช้เวทย์สื่อสารบอกให้ทางนั้นแสร้งทำเป็นว่าเวทย์เคลื่อนย้ายขัดข้อง บางทีอาจถ่วงเวลาไว้ได้บ้าง”

ได้ยินเช่นนั้น โคเกียคุค่อยเบาใจลง พยักหน้าให้อาลาดิน 

“ไปนั่งตรงนั้นสิ” โคเกียคุหยิบตะกร้าผลไม้ยื่นให้เขา “ข้าจะรีบทำงานให้เสร็จ”

อาลาดินพยักหน้ารับตะกร้าผลไม้ไปนั่งกินรองท้อง

 

ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง การประชุมก็สิ้นสุด

โคเกียคุรีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดมงกุฎบนศีรษะออก 

หลังจากไล่ทุกคนออกไปหมดแล้ว ก็รีบวิ่งมาหาอาลาดิน ท่าทางร่าเริงนั้นทำให้อาลาดินยิ้มออกมา เขายังสังเกตเห็นขอบตาดำคล้ำของเธอด้วย จึงร่ายเวทย์ฟื้นฟูพลังให้

เวทย์นั้นได้ผลทันที รอยดำจางหายไป สีหน้าอิดโรยพลันสว่างสดใส ผิวขาวราวกับกระเบื้องเคลือบชั้นดีถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูจางๆ

“เอ๊ะ! ข้าไม่ได้ขอนะ” โคเกียคุบ่น

“ข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะเป็นลมในงานเท่านั้น”

โคเกียคุขมวดคิ้วแต่ไม่พูดอะไร

“ฝ่าบาทโคเกียคุ!” คะโคบุนเข้ามาอย่างรีบร้อน

“มีอะไรเหรอ คะโคบุน?”

“ท่านจะออกจากวังหรือพ่ะย่ะค่ะ? เช่นนั้นต้องเตรียมกองทหารองครักษ์ไปด้วย”

โคเกียคุกลอกตาเบื่อหน่าย “ข้าแค่ไปงานแต่งของอาลีบาบาคุงเท่านั้น ไม่ต้องเตรียมคนไปเยอะแยะหรอก”

“แต่หากท่านบาดเจ็บจะทำเช่นไร?”

“คะโคบุน ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ”

“ชะ – เช่นนั้นให้กระหม่อมไปด้วย!”

โคเกียคุพยักหน้า “แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าก็ได้รับบัตรเชิญนี่ ไม่งั้นข้าไม่เรียกเจ้ามาหรอก”

“อะโอ้ เอ่อ....พ่ะย่ะค่ะ”

คะโคบุนตอบรับ สำรวมกิริยาทันที

“งั้นไปกันเถอะ”

อาลาดินยกไม้เท้าขึ้นตั้งบนพื้น อักขระเวทย์ส่องแสงและดูดกลืนพวกเราทุกคนไปยังจุดหมายทันที เพียงพริบตาเดียวก็มาถึงจุดหมายปลายทาง

“ทันเวลาพอดี” โคเกียคุถอนหายใจ

“เข้าไปกันเถอะ” 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #9 +MisChievous_Girls+ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 07:49
    โคเกียคุเข้มแข็งขึ้นมากเลยนะ
    #9
    0