[Kimetsu​ No​ Yaiba]​ Doumashino : เมื่ออสุราอยากทำความดี

ตอนที่ 9 : ทำความดีครั้งที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

สามวันต่อมา

ชิโนบุนั่งจดบันทึกอยู่ในห้องวิจัยเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่หน้าประตู

“เข้ามาได้ค่ะ”

เด็กสาวคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกล่องไม้ในมือ

“อีกแล้วเหรอ?” ชิโนบุถอนหายใจ “วางไว้บนโต๊ะเลยค่ะ”

เด็กสาววางกล่องไม้ลงตามคำสั่งแต่ยังไม่ออกไปไหน สายตาจับจ้องของในห้องวิจัยด้วยความใคร่รู้ จนชิโนบุเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งจึงสะดุ้งเก็บสายตากลับไป

“เอ่อคือ...ท่านศาสดาบอกว่าจะมาพบท่านเย็นนี้ค่ะ”

“มาหาเหรอคะ?”

สามวันนี้เธอขลุกอยู่ในห้องวิจัยที่โดมะจัดเตรียมไว้ให้ ไม่ได้เจอกันอีกเลย แม้ว่าเป็นเพราะเธอพยายามหลบหน้าก็ตาม โดมะก็ยังให้เหล่าสาวกจับตาดูเธอตลอด แล้วยังชอบส่งของมาให้เยอะแยะ

เธอนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง”

“คะ?”

“ท่านศาสดาน่ะ...”

เด็กสาวพยักหน้า “ร่างกายท่านศาสดากลับมาเป็นปกติแล้วค่ะ”

หมายความว่าตอนนี้เขาจำเรื่องทุกอย่างได้แล้วสินะ คิดได้ดังนั้น ชิโนบุก็สูดหายใจเข้าลึกๆ สามวันที่เธอหาข้ออ้างไม่เจอกับเขาตรงๆ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไม อาจเพราะกลัวว่าตนเองจะถูกความโกรธเข้าครอบงำจนทำเรื่องไม่คิดหน้าคิดหลังออกไป

“คุณซูซูกิ...สินะคะ” เธอถาม “คุณอยู่ที่ลัทธินี่มานานแค่ไหนแล้ว”

เด็กสาวที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งก่อนจะรีบตอบ “ห้าปีแล้วค่ะ”

“คุณเชื่อเรื่องที่ผู้นำลัทธิเป็นผู้วิเศษไหมคะ”

“แน่นอนสิคะ ท่านศาสดาสามารถติดต่อสื่อสารกับเทพเจ้า ได้รับคำอำนวยพรทำให้ท่านมีชีวิตอมตะไม่แก่ไม่ตายมาหลายร้อยปี สามารถแสดงอภินิหารได้ ท่านคือ! ผู้นำทางไปสู่สรวงสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้โดยแท้จริง!”

“....”

ชิโนบุอึ้งเมื่อได้ฟังคำอธิบายของสาวกผู้ภักดีต่อโดมะ หากเธอยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเขามาก่อนได้ยินคำอธิบายนี้ก็คงหลงเชื่อไปแล้ว จากความสามารถของอสูรก็ดูเป็นแบบนั้นจริงๆ...ราวกับเทพเจ้า

สาวกพวกนี้ถูกล้างสมองกันหมดแล้ว....

“หากเขาไม่ใช่ตัวตนที่ดีงามแบบนั้น แต่เป็นอสูรที่กินมนุษย์ล่ะ”

“ท่านไม่ใช่อสูร! ท่านคือพระโพธิสัตว์ของพวกเรา!”

เด็กสาวถลึงตาใส่เธอก่อนปิดประตูเสียงดัง ชิโนบุยิ้มเหยเก ดูเหมือนว่าเธอทำให้เด็กคนนั้นโกรธขึ้นมาเสียแล้ว

 

เย็นวันนั้น

ชิโนบุนั่งบนเก้าอี้ มือของเธอยุ่งอยู่กับการผสมสารเคมีในหลอดแก้วจนไม่สนใจเวลา จนรู้สึกตัวอีกทีโดมะก็มายืนอยู่หน้าประตูห้องแล้ว

เด็กชายที่บัดนี้กลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวเปิดประตูเข้ามา ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความลังเลและไม่มั่นใจ “ข้าเคาะประตูแล้วแต่เจ้าไม่ได้ยิน”

ชิโนบุเงยหน้าขึ้น เพิ่งรู้ว่าท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มไปแล้ว

“เข้ามาสิคะ” เธอบอก

ชิโนบุพยายามอย่างยิ่งที่จะลืมเรื่องในอดีต แต่ถ้ามันง่ายคงไม่หลบหน้ามาหลายวันแบบนี้

“ข้าอยากอธิบาย...” ชายหนุ่มพูดเสียงดังกว่าเดิมเล็กน้อย

อธิบายเถอะ

ชิโนบุเงียบ เธอตัดสินใจว่าจะยอมให้ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวของเขา เธอผายมือให้เขานั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ

“เจ้าคงรำคาญข้ามากสินะ”

ใช่แล้ว

“ตอนนั้นข้ายังฟื้นตัวไม่เต็มที่ เลยจำอะไรไม่ได้ ข้าขอโทษที่พูดแบบนั้นออกไป แล้วก็ทำเรื่องน่าอายต่อเจ้า หากเป็นตอนปกติคงจะ....”

โดมะเหลือบตามองเธอนิ่งไม่พูดอะไรต่อ

“อะไรคะ”

“คงจะ...ไม่ทำแค่นั้น” โดมะพึมพำ 

ชิโนบุนับหนึ่งถึงร้อยในใจ เธอรู้ว่าอสูรไม่สามารถสร้างทายาทเองได้ แต่สำหรับอสูรที่อยู่มาเป็นร้อยปีก็คงเคยมีประสบการณ์มาบ้าง 

“ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องนั้น” ชิโนบุจ้องเขาเอ่ยว่า “ทำไมนายถึงฟื้นคืนชีพทั้งๆ ที่โดนตัดหัวไปแล้ว”

คำถามนี้มาอย่างกะทันหันและจริงจังเสียจนโดมะต้องซื้อเวลาด้วยการขยับเปลี่ยนท่านั่งก่อนจะตอบ

“ในช่วงเวลาความเป็นตาย ร่างกายของข้ากำลังสลายไป ตอนนั้นข้ายังรู้สึกถึงกายเนื้อของตัวเองอยู่ การพ่ายแพ้ให้กับนักล่าอสูรรุ่นเยาว์ทำข้าไม่พอใจ จึงใช้วิชาเลือดอสูรแช่แข็งชิ้นส่วนหัวของตัวเองไว้ มันตกลงไปในน้ำทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น จากนั้นก็คืนสภาพร่างกายตัวเองขึ้นมาใหม่ ตอนนั้นข้าอ่อนแรงมาก พร้อมๆ กับที่ท่านมุซันถูกสังหารข้าเพิ่งฟื้นคืนชีพเจ้า ทำให้ข้าอยู่ในสภาวะหลับใหลไป”

ชิโนบุคิดตาม “ถ้าช่วงเวลาฟื้นคืนชีพห่างจากปัจจุบันหนึ่งปี ทำไมเราถึงไม่หิวตายล่ะ”

โดมะยิ้มบาง “เพราะข้าไม่ใช่มนุษย์ไงล่ะ”

“....”

คงเพราะเห็นเธอเงียบเขาจึงเล่าต่อว่า “แต่ข้าก็ไม่ใช่อสูร ข้าไม่มีเซลล์ของท่านมุซันอยู่ในร่าง แต่เหมือนร่างกายของข้าจะวิวัฒนาการตัวเอง”

“วิวัฒนาการ?”

“ข้าเป็นอสูรข้างขึ้นที่ 2 ความแข็งแกร่งระดับนั้นต้องใช้เวลากี่ปีรู้ไหม?”

ชิโนบุขมวดคิ้ว “นานมาก”

“ราวๆ ครึ่งสหัสวรรษ” โดมะเฉลย “หลายร้อยปีที่ร่างกายนี้เป็นอสูรกินคน แม้ว่าหลบเลี่ยงความตายได้ แต่ก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว และเจ้าที่ผูกพันความเจ็บปวดร่วมกับข้า จึงเป็นสาเหตุที่เราไม่หิวตายแม้จะหลับไปหนึ่งปีอย่างไรเล่า”

ชิโนบุสูดหายใจลึก เรื่องปริศนาได้คลี่คลายลงเสียที เธอถามอีกคำถามว่า “ร่างกายนี้มีอายุไขเท่าไหร่”

“ประมาณร้อยปี”

ชิโนบุขมวดคิ้ว มือบางยกสมุดขึ้นมาจดบางอย่างลงในสมุด

“มีเงื่อนไขอีกไหมคะ อย่างเช่น ต้องใช้ดาบนิจิรินเท่านั้นถึงจะฆ่านายได้”

“แค่มีดธรรมดาก็ทำร้ายข้าถึงชีวิตได้ เพียงแต่ข้ามีพละกำลังมากกว่ามนุษย์ทั่วไปเท่านั้น”

ชิโนบุจดบางอย่างลงในสมุดอย่างเคร่งเครียด จากสถานการณ์ปัจจุบันไม่ย่ำแย่เท่าไหร่นัก หากเธอวางแผนอย่างรอบคอบ อาจทำสำเร็จก็ได้

“พรุ่งนี้ฉันอยากเข้าเมืองค่ะ”

“ได้สิ ข้าจะพาไป”

ชิโนบุขอร้องเขา “ให้ฉันไปคนเดียวนะคะ ถ้าตกลงล่ะก็...” เธอหยิบกล่องเครื่องประดับผมขึ้นมา “ฉันจะรับมันไว้ ดีไหม”

โดมะเบิกตากว้าง กล่องนั้นเขาส่งมาให้ตั้งแต่วันแรกๆ ด้วยนิสัยของเธอนึกว่าโยนทิ้งไปเสียแล้ว ไม่อยากเชื่อว่าเธอยังเก็บมันไว้เพื่อต่อรองกับเขา

โดมะพยายามเก็บสีหน้ายินดีพูดว่า “แต่ว่า...ควรมีสักคนไปด้วย”

“อ่า จริงสิ!” ชิโนบุเอ่ย “พรุ่งนี้ช่วยรวบผมให้ฉันอีกรอบได้ไหมคะ”

คราวนี้โดมะอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “อะไรนะ?”

“แต่ถ้าไม่ได้ ฉันคงต้องโยนมันทิ้งแล้วก็ให้ใครสักคนช่วยนำทางเข้าเมือง”

“ไม่ๆ ข้าอนุญาตแล้ว ไม่สิ! ข้าตกลง!”

ติดกับแล้ว

ชิโนบุคิดในใจ มอบยิ้มที่คิดว่าสวยที่สุดไปให้ ถ้าหาจุดอ่อนเขาเจอ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะโจมตีกลับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น