[Kimetsu​ No​ Yaiba]​ Doumashino : เมื่ออสุราอยากทำความดี

ตอนที่ 7 : ทำความดีครั้งที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    15 ส.ค. 63

เธอเร่งฝีเท้าไม่สนใจคนด้านหลัง จากที่จะจับตาดูเขา กลายเป็นอยากหนีไปเสียอย่างนั้น เธอเดินเร็วมาก เธอก้าวเท้าเร็วขึ้น จนเกิดเป็นเงาเลือนราง

คิดผิดจริงๆ ที่เดินทางร่วมกับอสูร ถึงจะกลายเป็นเด็กจำอะไรไม่ได้ แต่ศีลธรรมยางอายในตัวเขาคงปลิวหายไปหลายร้อยปีแล้ว

ชิโนบุเคยถูกโดมะเอาเปรียบในร่างผู้ใหญ่มาก่อน แต่ตอนนั้นค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อการทดลอง จึงเลิกสนใจไป ครั้งนี้ถูกเล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อจึงโกรธแค้น ตนเองพลาดท่าก็แล้วไปเถิด แต่รอยยิ้มนั้น เธออยากกระชากมันออกมาเหลือเกิน

ชิโนบุใช้แรงในการเดินมากกว่าปกติด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่น รู้สึกตัวอีกทีท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว เธอเริ่มมองหาที่พักราคาไม่แพงแถวนั้น 

ทันใดนั้นก็มีเงาพาดผ่านหน้าเธอ ชิโนบุเงยหน้าขึ้น ชายอายุประมาณสิบปลายๆ ถึงยี่สิบต้นๆ สี่ห้าคนยืนล้อมชิโนบุ พวกเขาน่าจะเป็นคนของหมู่บ้าน ท่าทางวางอำนาจ แววตาจวบจ้วงแทะโลม

“คนสวยหลงทางเหรอ ให้พวกข้าไปส่งไหม”

“ฉันไม่ได้หลงทางค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นข้าไปส่งที่บ้านเจ้าเอง”

เธอยิ้มหวาน “ไม่เป็นไรค่ะ”

ชิโนบุรู้สึกรำคาญหน่อยๆ

เธอเห็นคนกลุ่มนี้มาสักพัก พวกนั้นมองชิโนบุและคงคิดว่าชิโนบุจะไม่ทันสังเกตเห็น พวกเขาอาจอยากสนทนากับผู้หญิงสักคน และสานความสัมพันธ์ต่อกัน

แต่ตอนนี้ชิโนบุไม่อยากพูดคุยกับใคร

เมื่อชายคนนั้นคว้าแขนเธอแล้วอ้าปากพูด ชิโนบุก็เตรียมคำพูดรอไว้แล้ว คำพูดสั้นๆ และเย็นชา โดยไม่ลืมรอยยิ้มบนใบหน้า 

แม้จะคิดอย่างนั้น แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามา

“ภรรยา!”

พร้อมกับบางอย่างพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้แขนที่ชายคนนั้นจับคลายลง ชิโนบุถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เมื่อถูกบางอย่างกระแทกเข้าอย่างแรง

แท้จริงคือร่างของคนที่ไม่อยากพบที่สุด โดมะยื่นมือมากอดเธอไม่ปล่อย “ข้าคิดว่าเจ้าหนีไปเสียแล้ว”

ชิโนบุมุมปากกระตุกกึก ร่างเล็กของเขาสั่นระริกอยู่บ้าง “อย่าฉวยโอกาสกับฉัน! เอามือของนายออกไป!”

เธอยืนตัวตรง เขายืนตัวตรง ก็ยังเตี้ยกว่าเธอถึงหนึ่งช่วงศีรษะ มือโอบล้อมแผ่นหลังเธอกระชับแน่น ใบหน้าของเขาฝังไว้กับหน้าอกนุ่มๆ ของเธอพอดิบพอดี

เขากลับไม่รู้สึกว่ามีอะไรต้องกระดากอาย เงยหน้าขึ้นแล้วโอบแขนรอบคอไว้ ไม่รู้ทำไมคนตรงหน้ามักทำให้หน้ากากรอยยิ้มของเธอหายไปทุกครั้ง

“ออกไป”

โดมะร้องไห้เอียงหัวซบไหล่เธอ ปากเอ่ยว่า “ชิโนบุ อย่าหนีจากข้า ข้าสัญญาว่าจะเชื่อฟังทุกอย่าง”

ถ้อยคำนี้ทำให้เธอหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา จนไม่สามารถรักษาสีหน้าไว้ได้

“เจ้าหนูแกเป็นใคร ถ้าหลงทางก็รีบไปซะ พวกเรากำลังคุยกับนางอยู่”

โดมะปรายตามองพวกนั้นโดยที่กอดเธอไว้แน่น “เจ้าเป็นใคร?”

“แกนั้นแหละเป็นใคร อยู่ๆ มากอดนางแบบนั้นได้ไง!”

“ข้าเหรอ?” เขายิ้มมองเธอ “ถามภรรยาข้าดูสิ”

“ภะ ภรรยา!?” คนกลุ่มนั้นทำหน้าไม่อยากเชื่อ มองโดมะสลับกับเธอไปมา

“ฉันไม่ใช่....” เธอเอ่ยอย่างอ่อนแรง ร่างกายที่ไม่อาจขัดขื่นเรี่ยวแรงมหาศาลได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“หรือจะถามพวกเขาก็ได้”

 โดมะพูดเพียงแค่นั้น ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงเรียกขานอย่างร้อนลน

“ท่านศาสดา อยู่ที่ไหนขอรับ!”

มีสามคนวิ่งมาทางนี้ พวกเขาล้วนสวมใส่ชุดคล้ายคลึงกันเหมือนพวกนักบวชหรือลัทธิอะไรสักอย่าง

“ท่านศาสดา!”

คนกลุ่มนั้นวิ่งมาหยุดหน้าพวกเรา

“อืม ข้าอยู่นี่”

โดมะหันมองพวกเขาเล็กน้อย เปลี่ยนจากกอดเป็นจับมือเธอไว้แทน

“ศาสดาอะไรของมัน?”

โดมะเอียงคอเล็กน้อย ยกพัดทองขึ้นแตะปลายคาง “ข้าก็สงสัยว่าพวกเจ้าเป็นใคร บังอาจมาสัมผัสชิโนบุของข้า” เขาใช้พัดชี้ไปที่มือของชายคนที่จับแขนเธอ “มือสกปรกนั้น ให้ข้าได้หรือไม่?”

เกิดความเงียบขึ้นทันทีเมื่อคำพูดนั้นกล่าวออกไป โดมะไม่มีรอยยิ้มแผ่จิตสังหารออกมาข่มขวัญ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ชิโนบุและเขาเชื่อมโยงความเจ็บปวดด้วยกัน โดมะรู้ว่าฝ่ายนั้นจับแขนเธอแรงเพียงใด คงหวังให้เธอเสียการทรงตัวแล้วพาไปกับพวกตนเป็นแน่

ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลและพัดทองคมกริบราวกับมีดนั้น ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำเช่นนั้นได้จริง ชิโนบุสะดุ้งวาบในใจคิดหาทางหยุดอสูรตนนี้ให้ได้ เธอหันไปประชันหน้าเขาเพื่อบดบังสายตา 

ถามว่า “จริงหรอ”

“หือ?”

“ที่บอกว่าจะเชื่อฟังฉันทุกอย่าง?”

โดมะเก็บจิตสังหารเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสวยแปลกจ้องเธออย่างละเอียด “เป็นความจริง”

“ก็ดี” เธอพยักหน้า

“ตกลงแกเป็นใคร”

ชายกลุ่มนั้นแม้หวาดกลัวต่อจิตสังหารแต่ยังทำใจกล้า ทว่าถูกกลุ่มผู้ติดตามขัดขึ้นเสียก่อน “เสียมารยาท! คนตรงหน้าของเจ้าคือท่านโดมะ ศาสดาของลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์” 

“.... ลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์!?” 

ชายกลุ่มนั้นหน้าซีด มีใครในละแวกนี้ไม่รู้จักลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์บ้าง กล่าวกันว่าศาสดาผู้นำลัทธิเป็นผู้มีพลังพิเศษสามารถติดต่อสื่อสารกับเทพเจ้าได้ เขาไม่ปรากฏตัวให้เห็นโดยง่าย ผู้เป็นศัตรูกับลัทธินี้ไม่มีจุดจบดีสักราย

โดมะเข้าไปใกล้พวกเขาแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “ครั้งนี้ข้าเว้นโทษให้ หากเจอกันครั้งหน้า....ข้าคงไม่ใจดีแบบนี้อีกแน่”

ชายเหล่านั้นเผยสีหน้าหวาดผวา ในใจไม่คิดอยากเป็นศัตรูกับลัทธิเท่าใดนัก เมื่อเห็นว่าใช้กำลังสู้ไม่ได้จึงหนีหายไปไม่เห็นเงา 

“ชิโนบุ ข้าทำดีหรือไม่” โดมะหันมาด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ชิโนบุก้มไปถาม “นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?”

โดมะเอ่ย “อ่า.... ข้ายังไม่ได้เล่าให้ฟัง เดิมทีข้าเป็นผู้นำลัทธิน่ะ”

“ฉันรู้แล้ว ทำไมสาวกของคุณถึงมาอยู่ที่นี่?”

โดมะเคยกล่าวตอนที่ต่อสู้กันในปราสาทไร้ขอบเขตแล้ว ชิโนบุแปลกใจที่พบสาวกของเขาต่างหาก

โดมะยิ้มกว้าง “ห่างไปไม่ไกลเป็นที่ตั้งของลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์ ข้าส่งข่าวบอกพวกเขาให้มาที่นี่ไงล่ะ”

“...ที่ตั้งของลัทธิ” ชิโนบุพึมพำ “นาย...จำทุกอย่างได้แล้วเหรอ”

เขาส่ายหน้า “ความทรงจำข้ายังขาดๆ หายๆ แต่เริ่มนึกเรื่องสำคัญออกแล้ว อีกอย่างลัทธินั้นข้าอยู่มาตั้งแต่เกิด ไม่เคยย้ายอารามไปไหน”

ชิโนบุรู้สึกเหมือนถูกหลอกอีกครั้ง เธอไม่เห็นพิรุธใดๆ ของเขามาก่อน ตั้งแต่ตอนไหนที่เขาลอบส่งข่าว 

ตอนที่เธอเดินหนีเหรอ ไม่ใช่! เป็นตอนนั้น...โดมะเอาพัดด้ามหนึ่งไปแลกกับดังโงะสี่ไม้ จำได้ว่าเขากระซิบบางอย่างกับคนขายด้วย เธอคิดว่าเขากำลังเจรจาซื้อขายเลยไม่ได้ใส่ใจนัก กลายเป็นว่าเขาส่งข่าวไปหาพวกของตนเสียแล้ว

“หมดเรื่องแล้ว งั้นเราไปที่ลัทธิกันเถอะ”

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ไป” 

“ทำไมล่ะ”

“....”

โดมะทำหน้าสงสัยส่งมาให้ แต่พอเห็นเธอไม่พูดอะไรก็พยักหน้า “เข้าใจแล้ว ข้าเชื่อฟังเจ้า หากไม่อยากไปข้าก็จะอยู่ที่นี่กับเจ้าด้วย”

“ท่านศาสดา ท่านหายตัวไปเกือบหนึ่งปีเลยนะขอรับ ได้โปรดกลับอารามของเราเถอะ”

เหล่าสาวกคุกเข่าอย่างพร้อมเพรียง ทำเอาชิโนบุตกใจไปด้วย

“อ่า แต่ข้าไม่อยากห่างจากชิโนบุ” โดมะทำสีหน้ายุ่งยาก ทางหนึ่งก็จับมือเธอแน่น ทางหนึ่งก็สาวกคุกเข่าขอร้อง

“เออ ไม่ทราบว่าหญิงสาวผู้นี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับท่านหรือขอรับ?” สาวกที่ดูเป็นหัวหน้าใหญ่สุดถาม

“นางเป็นภะ....” ชิโนบุรีบพูดก่อนว่า “คนรู้จักค่ะ แค่คนรู้จัก”

โดมะชักสีหน้าไม่พอใจ “แค่คนรู้จักหรือ? เราผูกพันทางกายกันแล้วนะ!”

“นั้นมัน....”

ชิโนบุปฏิเสธคำพูดกำกวมของเขา แต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร สาวกเหล่านั้นก็เชื่อฟังศาสดาของตนเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา

“... ข้าขออภัยที่ล่วงเกินนายหญิง” หัวหน้าสาวกคลานเข่ามาใกล้เธอแล้วคำนับให้ “เช่นนั้นได้โปรดตามพวกเรากลับไปอารามด้วยเถิด”

ชิโนบุตั้งท่าปฏิเสธอีกรอบ แต่ถูกสีหน้าขอร้องแกมอ้อนวอนของเหล่าสาวกจนชะงักไป ลัทธิที่ขาดผู้นำไปกว่าหนึ่งปีคงสับสนวุ่นวาย แม้ชิโนบุคิดว่าลัทธิของโดมะเป็นเรื่องไร้สาระก็ตาม

“ที่อารามของเรากว้างใหญ่มาก ผู้คนล้วนใจดีมีเมตตา หากท่านต้องการสิ่งใดเพียงบอกมา ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลเลยขอรับ” สาวกคนนั้นยังคงพยายามโน้มน้าว

ชิโนบุเหลือบมองเด็กชายที่เงียบไป ไม่หลอกล่อให้เป็นไปตามต้องการเหมือนปกติ ดวงตาของเขาแน่วแน่ราวกับบอกว่า ‘ข้าเชื่อฟังเจ้า’

ชิโนบุคิดหาเหตุผลในการไปที่อารามของลัทธิโดมะ ความจริงเธออยากรีบเดินทางกลับไปที่คฤหาสน์ผีเสื้อ เพราะที่นั้นมีเครื่องมือทางการวิจัยครบครัน แต่ใจหนึ่งเธอก็รู้สึกหวาดกลัวที่จะกลับไป หากเพื่อนพ้องเห็นเธอกับอสูรที่สมควรตายไปแล้วยังมีชีวิตอยู่จะมีปฏิกิริยาอย่างไร จะผิดหวังที่เธอทำหน้าที่ไม่สำเร็จหรือไม่ สิ่งนี้วนเวียนอยู่ในหัวเธอไม่หยุด

ชิโนบุควรจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

“นายหญิง ข้าขอร้องท่าน”

ชิโนบุถอนหายใจ “เป็นฉันที่ควรขอร้องทุกคนค่ะ”

“ขอรับ?”

“รบกวนให้ฉันพักที่อารามของพวกคุณสักพักด้วยนะคะ”

“ข้าน้อยมิกล้า.... นายหญิงต้องการสิ่งใดล้วนไม่มีปัญหาทั้งนั้น”

“แล้วอย่าเรียกฉันว่านายหญิงเลยค่ะ ฉันชื่อโคโจ ชิโนบุ”

เหล่าสาวกเหลือบมองศาสดาของตน เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาก็พยักหน้าตกลง “ขอรับ.... ท่านโคโจ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #2 [{WOLF_REAPER}] (@Wolf-Of-Death) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 21:31

    งานดีมักค่ะไรท์ เราติดตามเลยหล่ะ!~~
    #2
    1
    • #2-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 7)
      31 กรกฎาคม 2563 / 12:54
      ดีใจนะคะที่ยังมีคนติดตาม >3<
      #2-1