[Kimetsu​ No​ Yaiba]​ Doumashino : เมื่ออสุราอยากทำความดี

ตอนที่ 6 : ทำความดีครั้งที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    15 ส.ค. 63

วันต่อมา

ชิโนบุและโดมะกล่าวอำลาสองตายายเจ้าของบ้านเพื่อออกเดินทางต่อไป

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ นี่เป็นยาสมุนไพรที่ฉันปรุงขึ้นมาเองมอบให้เป็นของขวัญ”

“ไว้แวะมาอีกนะ พวกข้ายินดีต้อนรับพวกเจ้าตลอด”

ชิโนบุมอบยาสมุนไพรให้สองตายายก่อนโบกมืออำลา จากนั้นใช้เวลาหนึ่งวันลงจากภูเขาจึงเห็นหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

 

วันนั้นที่หมู่บ้านจัดงานเทศกาลขึ้น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปีจะมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในหมู่บ้าน เธอเห็นดอกไม้ผลิดอกสวยงามตลอดทาง เด็กชายตัวเล็กถือขนมน้ำตาลปั้นรูปกระต่ายหันซ้ายหันขวามองเมืองที่เจริญขึ้นกว่าที่เคยจำได้

“ที่นี่ที่ไหนกัน ทุกอย่างดูแปลกตาไปหมด”

ชิโนบุบอก “ตอนนี้คือยุคไทโช ที่นี้ห่างจากเมืองหลวงไม่มาก เลยได้รับความเจริญเข้ามาไม่น้อย”

“ไทโชหรือ? เวลาผ่านไปนานเพียงใดกัน”

“สำหรับนาย คงมากกว่าร้อยปีล่ะมั้ง”

โดมะครางรับในลำคอ ปากลิ้มรสของหวานอย่างชอบใจ พวกเขาโดนฝูงคนเบียดจนพลัดหลงกันรอบหนึ่ง คราวนี้จึงตัดสินใจจูงมือกันไว้แน่น

ชิโนบุหาเงินด้วยการขายยาสมุนไพรที่ทำขึ้นเอง จากนั้นทานราเมนที่ร้านข้างทาง ร้านราเมนนั่นเป็นร้านขนาดเล็กสามารถเคลื่อนที่ได้ ขณะเดียวกันก็ฟังเหล่าผู้คนสนทนนาไปด้วย

หลังศึกสุดท้ายกับอสูรจันทราและ คิบุตซึจิ มุซัน เวลาผ่านไปแล้วหนึ่งปี ขณะนั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย อสูรที่เคยปรากฏตัวอย่างอุกอาจได้หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เรื่องของอสูรกลายเป็นเรื่องเล่าขานไร้สาระ 

จากการสันนิษฐาน เมื่อผู้ให้กำเนิดอสูรอย่างคิบุตซึจิ มุซันตายไป เลือดที่อยู่ในร่างของอสูรตนอื่น ๆ ก็อันธพาลหายไปด้วย ทำให้อสูรที่เหลือรอดตายหรือกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง ซึ่งนี้สามารถอธิบายเรื่องของอสูรข้างขึ้นที่สองได้ ทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่ทั้งๆ ที่ถูกบั่นคอไปแล้ว อสูรบางตนที่แข็งแกร่งแม้จะถูกบั่นคอก็สามารถงอกหัวขึ้นใหม่ได้ หากคิดเช่นนั้นก็เข้าใจได้ว่าทำไมโดมะจึงยังไม่ตาย

อสูรที่แข็งแกร่งคืออสูรที่รับเลือดของคิบุตซึจิ มุซันเข้ามาในร่าง ยิ่งมากก็ยิ่งแข็งแกร่ง เมื่อผู้กำเนิดอสูรตายเลือดในร่างก็หายไปด้วย ถึงแม้บางกรณีอสูรจะไม่ตายแล้วกลับเป็นมนุษย์ ก็ไม่แน่ว่าจะเผชิญกับสภาวะเสียเลือดฉับพลันหรือไม่

โดยเฉพาะสิบสองอสูรจันทราที่ได้รับเลือดในปริมาณมาก มีโอกาสเสียเลือดฉับพลันจนเกิดอาการช็อคเสียชีวิตได้

ชิโนบุพยายามนึกว่ามีตัวแปรใดบ้าง ที่ทำให้อสูรกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง จากการเฝ้าสังเกตการณ์ หลังเดินทางร่วมกับโดมะมาหลายวัน สามารถสังเกตบางอย่างได้ เขาไม่ใช่ทั้งมนุษย์หรืออสูร เป็นตัวตนที่อยู่กี่งกลาง เขาสามารถกินอาหารของมนุษย์ได้ ไม่ฆ่ามนุษย์เพื่อดูดกลืน ทว่ามีพละกำลังมหาศาล สามารถย่อร่างตนเองได้ เธอต้องแน่ใจว่าเขาไม่เป็นภัยต่อมนุษย์อีก

หลังจากจ่ายเงินค่าอาหารเสร็จก็เดินออกจากร้าน มองหาที่พักสำหรับคืนนี้ไปเรื่อย ๆ บ้านเรือนข้างทางมองดูอบอุ่นและสวยงาม สินค้านานาชนิดละลานตา ในถนนใหญ่ตรอกซอกซอยล้วนได้ยินเสียงพ่อค้าแม่ค้าของขาย ทั้งหมู่บ้านจึงเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอย่างยิ่ง

“ภรรยา ข้าอยากกินสิ่งนั้น”

“ไม่ได้ค่ะ” ชิโนบุพูด “หยุดเรียกฉันว่าภรรยาสักที”

”เอ๊ะ?”

โดมะทำหน้าง้ำงอ หญิงสาวมักปฏิเสธเขาประจำ บ่อยครั้งเข้าก็สร้างความไม่พอใจไม่น้อย เขาไม่เคยถูกปฏิเสธมาก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากได้ เขาย่อมต้องได้มันมา

ชิโนบุปรายตามองดังโงะที่เขาชี้ “กินของหวานมากไปไม่ดีนะคะ”

โดมะหน้าขึ้นสีแดง “เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ”

“ขอโทษทีค่ะ เพราะฉันมีความรู้เรื่องแพทย์เลยเผลอพูดตามความเคยชิน ต่อไปจะไม่พูดแล้วค่ะ

“ไม่ๆ” เขาส่ายหน้า “ข้าอยากให้เจ้าเป็นห่วงข้า”

“ไม่ได้เป็นห่วง” เธอถอนหายใจ “เราต้องหาเรียวกังสักแห่งเพื่อพักผ่อน ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นค่ะ”

โดมะจ้องขนมน้ำตาลอย่างไม่อาจตัดใจ ก่อนก้มมองพัดทองในมืออย่างแน่วแน่

“งั้นข้าไม่รบกวนเจ้า”

เด็กชายปล่อยมือจากเธอแล้ววิ่งไปที่ร้านดังโงะ เขาสนทนากับเจ้าของร้านสี่ห้าประโยค กระซิบกระซาบอีกสองสามคำ จากนั้นยื่นพัดทองด้ามหนึ่งแลกกับดังโงะสี่ไม้

โดมะวิ่งกลับมาด้วยใบเปี่ยมสุข “ข้าซื้อมาฝากเจ้า ภรรยาลองทานดูว่าอร่อยหรือไม่”

เสียงนั้นไม่ดังแต่ก็ไม่เบา ผู้คนที่ผ่านไปมาได้ยินอย่างชัดเจน ชิโนบุรู้สึกถึงสายตาหลายคู่มองอย่างเคลือบแคลง แม้คิดว่าตนเองรักษาสีหน้าได้ดีเยี่ยมยังตอบสนองช้าไปหนึ่งจังหวะ

“...ได้โปรดเรียกชื่อของฉัน”

“ภรรยาก็คือภรรยา ต้องมีชื่ออื่นด้วยหรือ?”

ความอดทนใกล้หมดแล้ว เธอยิ้มแล้วก้มไปพูดกับเด็กชาย “ฉันชื่อโคโจ ชิโนบุ เรียกฉันว่าโคโจเถอะค่ะ”

“ไม่เอา” โดมะปฏิเสธ “ฟังดูห่างเหินจะตาย ข้าจะเรียกว่าภรรยา”

ขณะกำลังสับสนไม่รู้จะจัดการเด็กเอาแต่ใจยังไง เขาก็พูดต่อว่า “ถ้าหาก... เจ้ายอมกินดังโงะในมือข้า ข้าจะยอมเรียกก็ได้”

ชิโนบุจ้องเขาอย่างประเมิน ไม่รู้จะมาไม้ไหนแน่ “จริงนะ?”

เห็นโดมะพยักหน้าให้ ชิโนบุก็เอื้อมมือไปที่ดังโงะช้าๆ ก่อนจะคว้าได้เพียงอากาศเมื่อถูกเบี่ยงหนีเสียก่อน

“ข้าบอกว่าให้กิน ‘ในมือข้า’ ไงล่ะ”

“….ไม่กินแล้วค่ะ”

“งั้นข้าจะเรียกเจ้าเช่นเดิม”

“....”

“ภรรยา ไปดูดอกไม้ทางนั้นกันเถอะ”

ชิโนบุเม้มปาก เธอไม่อยากกินดังโงะที่เขาป้อน แต่ไม่อยากถูกเรียกว่าภรรยามากกว่า...ชิโนบุหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจออกมา เมื่อตัดสินใจทำการใหญ่ที่สุดในชีวิต

“ก็ได้”

“หืม?”

ชิโนบุก้มตัวอยู่ในระดับเดียวกันจากนั้นอ้าปากออกเล็กน้อย ใช้สายตาบังคับให้รีบๆ ป้อนมันได้แล้ว!

โดมะยิ้มยกดังโงะขึ้นใกล้ริมฝีปาก จากนั้นเธอใช้ฟันรูดมันออกจากไม้ ริมฝีปากอมชมพูระเรื่อสวยและฟันขาวสะอาดกำลังเคี้ยวดังโงะอย่างไม่สบอารมณ์นัก สร้างความแปลกประหลาดให้คนมองนัก

อา...ข้าอยากสัมผัสมันบ้าง...จะนุ่มเพียงใดกันนะ แล้วรสชาติล่ะ จะหวานเหมือนดังโงะหรือไม่?

“พอใจรึยัง” ชิโนบุถาม

โดมะส่ายหน้า “เจ้าต้องกินให้หมด”

เธอมองดังโงะทั้งสี่ไม้อย่างอึ้งๆ “นั้นของนายไม่ใช่เหรอ”

“จู่ๆ ข้าก็รู้สึกแน่นท้อง ให้เจ้าทั้งหมดแล้วกัน”

“....”

หลังจากนั้นเธอถูกบังคับให้กินดังโงะจนรู้สึกแน่นท้องไปหมด แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่พอใจ ยื่นไม้สุดท้ายให้เธอพร้อมอ้าปากทำเสียงเหมือนหลอกล่อเด็กอย่างไรอย่างนั้น

“ชิ้นสุดท้ายแล้ว...อ้าม”

พวกเธอนั่งพักที่เนินเล็กๆ ที่สามารถมองเห็นซากุระกำลังผลิบานสวยงาม บรรยากาศผ่อนคลาย ลมพัดเบาๆ ทำให้กลิ่นหอมของซากุระลอยเข้ามา แต่เธอนั้นทุกข์ระทมอย่างไม่อาจเอ่ยออกมาได้ จำต้องกล่ำกลืนมันไว้ในท้อง 

อดทนไว้ชิโนบุ...แค่ตอนนี้เท่านั้น

โดมะมองหญิงสาวด้วยตาเป็นประกาย เขาชอบที่เธอว่าง่ายไม่ขัดขื่นเขาเช่นนี้นัก ในตอนที่เธอกินชิ้นสุดท้ายจากมือเขานั้น โดมะก็ร้องออกมาคำหนึ่ง “โอ๊ะ!” แล้วยืดตัวตามหญิงสาวชกชิงไปครึ่งหนึ่ง ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกันเบาๆ ก่อนที่เด็กชายจะรีบขยับออกมา “จู่ๆ ข้าก็หิวขึ้นมา”

ชิโนบุอ้าปากค้าง เมื่อหน้าคนไร้ยางอายอย่างทึ่มทื่อ เมื่อครู่สัมผัสริมฝีปากบางของเขาไม่พอ ยังถูกฟันเล็กๆ ขบกัดริมฝีปากล่างอย่างหยอกเย้าอีกด้วย!

“อร่อยจัง”

“กะ...แกมันอสูรสารเลว! ตัวแค่นี้ยังทำเรื่องไร้ยางอายได้! ยะ อย่าเข้ามานะ!” ชิโนบุถอยห่างไปสองสามก้าว ใบหน้าหวานแดงเรื่อจนต้องยกมือขึ้นปิดเอาไว้

โดมะขยับตามทันที เธอถอยอีกก้าว เขาเดินตามอีกก้าว เธอถอยจนหลังชนเข้ากับต้นไม้ เขาเข้ามาประชิดตัว แต่เพราะเตี้ยกว่าจึงต้องเงยหน้าขึ้น ใช้แรงดั่งอสูรโน้มใบหน้าเธอลงมาแล้วใช้เสียงต่ำกระซิบพร้อมจับจ้องเธอไปด้วย

“เจ้าน่ารักจังเลย ชิโนบุ” น่ารักจนอยากมองเจ้าทั้งวัน สัมผัสเจ้าทั้งคืน...

ชิโนบุนิ่งไป ทั้งที่ไม่อยากให้เขาเรียกชื่อตน แต่ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป เธอบอกชื่อแก่เขาเอง แล้วยังทำเรื่องน่าอายแบบนั้นอีก อยู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงจนต้องกุมมันไว้ ทั้งสับสนและสงสัย

นี่เธอเป็นอะไรไปกันแน่?

“วันนี้เรานอนด้วยกันดีหรือไม่?” เขากระซิบถาม “แล้วข้า...จะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่างเลย”

ชิโนบุเบิกตาค้าง เจ้าอสูรนี่ความจำเสื่อมจริงหรือ? 

ทำไมท่าทางคำพูดถึงได้ไร้ยางอายเช่นนี้

“ไม่” เธอเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสเขา แค่นี้ก็มากพอแล้ว ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะไม่มีแผนอื่นซ่อนอยู่อีก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น