[Kimetsu​ No​ Yaiba]​ Doumashino : เมื่ออสุราอยากทำความดี

ตอนที่ 5 : ทำความดีครั้งที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

วันที่สี่ในบ้านหลังนั้น โดมะตื่นแต่เช้าตรู่ มองหญิงสาวที่นอนห่างออกไปอีกฝากหนึ่งของห้อง ห่อกายอย่างแน่นหนาด้วยผ้าห่ม เขาเหม่อมองใบหน้าหวานซึ่งอยู่ในนิทรา แล้วเดินไปปิดประตูลง หมอกยังอ้อยอิงอยู่บนผิวน้ำ และแสงก็ยังซีดจางอยู่ ดูเหมือนไม่ใช่ของจริง ตัวเขาเองซึ่งตื่นขึ้นมาด้วยเรือนผมยุ่งเหยิงก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ของจริง เขานั่งอยู่ชานบ้านแหงนหน้ามองแสงอาทิตย์โผล่จากยอดเขา นี่ก็เหมือนไม่ใช่ของจริงเช่นกัน....

หลายครั้งที่โดมะเหมือนนึกบางอย่างออก แต่เรื่องอะไร เขากลับจำไม่ได้

“อรุณสวัสดิ์”

เขาได้ยินเสียงฝีเท้า นั้นคือคุณตาเจ้าของบ้าน เมื่อเห็นเขาตื่นแล้วก็ยิ้มออกมา แล้วกระซิบว่า

“ดีจริง เจ้าตื่นแล้ว” ตาพูด “มาสิ มาช่วยข้าจับปลาเป็นอาหารเช้าดีกว่า”

คราวแรกโดมะส่ายหน้าแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของหญิงสาวจึงพยักหน้าช้าๆ

มีเรือไม้เก่าๆ อยู่ลำหนึ่งใกล้ๆ โดมะปีนลงไปในเรือนั้นอย่างทุลักทุเล เขาค่อยๆ ไต่ไปนั่งท้ายเรือ

ตาเจ้าของบ้านโยกพายเรือไปเรื่อย ๆ ผ่อนช้าแล้วลอยล่องกลางบึง

“หลับสบายไหม” ตาถาม

“ไม่เลว”

“งั้นก็ดีแล้ว เคยตกปลามาก่อนหรือเปล่า”

“ไม่เคย” เขาตอบ เคยแต่มีคนเอาอาหารมาถวายให้ ไม่เคยต้องหาอาหารเองมาก่อน

“แล้วจะชอบ สนุกดีนะ”ตาบอกพลางยิ้มให้

หมอกเริ่มลอยสูงขึ้น ขณะที่แสงแดดสาดส่องลงมาเหนือผืนน้ำเปล่งประกายระยิบระยับ ตาพาเรือเข้าไปใกล้กอใบบัว

“เราจะคอยให้มันโผล่มาจากแถวนี้แหละ มีปลาเทราต์บิวะอยู่ใต้ต้นไม้น้ำแห่งนี้ ส่งคันเบ็ดมาสิ ข้าจะเกี่ยวเหยื่อให้”

โดมะเฝ้าดูตาเจ้าของบ้านทำงาน

“เจ้าอยู่ที่นี่แค่สองคนมาตลอดเลยหรือ”

คุณตาเงยหน้าขึ้น สบตาเด็กชายด้วยแววตาอ่อนโยน

“ข้าเคยมีลูกสองคน” เขาบอก “คนหนึ่งเป็นลูกสาวข้าพานางมาตกปลาด้วยเหมือนกัน” ใบหน้าของเขาหม่นหมองลง แล้วก็ส่ายหน้า ”แกชื่ออายาเนะ เป็นเด็กที่อ่อนโยนและน่ารักเหลือเกิน มันแปลกเหลือเกินเมื่อนึกว่าแกไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ส่วนลูกชายประสบอุบัติเหตุไปเมื่อหลายปีก่อน”

“เกิดอะไรขึ้น”

“มีอสูรมาที่บ้านของข้า ในคืนที่หนาวจนแม่น้ำจับตัวเป็นน้ำแข็ง ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อนว่าลูกๆ ของข้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว เอ้า! นี่เบ็ดของเข้า แค่โรยเบ็ดลงไป ถ้าปลามันฮุบเหยื่อ เจ้าจะรู้เอง”

โดมะรับเบ็ด เฝ้ามองสายเบ็ดจมลงไปช้าๆ ผีเสื้อสีม่วงสวยเหมือนอัญมณีตัวหนึ่งโฉบลงมาหยุดนิ่งอยู่เหนือดอกบัว แล้วก็โผบินจากไปในที่สุด

“เจ้าคงโศกเศร้ามาก คิดถึงลูกๆ ของตนแต่ทำอะไรไม่ได้สินะ” โดมะยกยิ้มทั้งน้ำตานองหน้า มองตาเจ้าของบ้านอย่างเห็นใจสุดซึ้ง “ช่างน่าสงสาร”

คุณตามองหน้าเขาอย่างอึ้งๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา “ข้าไม่เศร้าหรอก แม้จะสูญเสียลูกๆ ไป แต่ข้ายังมีคนที่อยากให้มีความสุขที่สุดในชีวิตอยู่”

“คนรักของเจ้าสินะ” โดมะถาม “เจ้าทำดีกับนางเพราะเจ้ารักนางใช่ไหม”

“ใช่แล้ว ข้าอยากให้นางมีความสุข เต็มไปด้วยรอยยิ้มในทุกๆ วัน” เขายิ้ม “เมื่อเจ้าโตขึ้นก็จะได้พบความรักเช่นกัน ถึงตอนนั้นทั้งหัวใจเจ้า หรือแม้แต่สายตาเจ้าจะไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป”

“งั้นหรือ?” โดมะสงสัย ความรักจะทำให้เป็นเช่นนั้นจริงหรือ หัวใจของเขาก็ต้องเต้นเพราะเขาสิ หากเอาแต่มองคนผู้นั้นเขาก็ไม่เห็นสิ่งใดอีกเลยน่ะสิ

“เจ้าจะสุขเพราะนาง ทุกข์เพราะนาง”

โดมะเช็ดน้ำตาแล้วส่ายหน้า “ไม่เข้าใจเลย”

ทันใดนั้น คันเบ็ดในมือเขาก็กระตุกพรวด จากนั้นก็โก่งเป็นวงโค้ง

โดมะกระชับคันเบ็ดแน่น นัยน์ตาโต

คุณตาเอ่ย “ปลาติดเบ็ดแล้ว เราจะได้ปลาเทราต์บิวะสดมาเป็นอาหารเช้ากันล่ะ เจ้าหนู”

แต่ทันใดนั้นคันเบ็ดก็ดีดกลับเป็นเส้นตรงอีกครั้ง แล้วสายก็หย่อนเหมือนเดิม 

“หลุด” คุณตาพูด “มันหลุดแล้ว…”

“บังอาจนัก!”

โดมะลุกขึ้นยืน ดวงตามองลงไปในน้ำเขม็ง จากนั้นสะบัดพัดทองคู่ใจเป็นครึ่งวงกลม ทำให้น้ำแตกกระจายเป็นวงกว้างสะท้อนกับแสงอาทิตย์เป็นรุ้งกินน้ำอย่างสวยงาม

“โถ่ เดี๋ยวปลาก็หนีไปหมดหรอก” คุณตาถอนหายใจ “หลุดไปแล้วก็ไม่เป็นไร ตกใหม่อีกรอบก็ได้ พัดของเจ้าทำกาบเรือข้าเป็นรอยแล้วนะ”

โดมะอึ้งไป มองพัดทองคำอย่างสงสัยในปฏิกิริยาตอบสนองของตัวเอง

“นี่ ทำอะไรกันอยู่” เสียงหนึ่งกังวานขึ้น นั้นคือชิโนบุ 

เธอยืนอยู่ตรงท่าเรือ ผมยาวยุ่งเหยิงไม่ได้ม้วนขึ้นเหมือนทุกที อยู่ในชุดนอนตัวใน ใบหน้าหวานโดนหมอกหนาวเย็นขึ้นสีแดงเรื่อน่ามองยิ่งนัก

คุณตาเจ้าของบ้านเป็นคนบอก “เรากำลังตกปลากันอยู่”

ชิโนบุมองเด็กหนุ่มที่ยืนค้างอยู่อย่างนั้น เธอรู้สึกถึงจิตสังหารอันคุ้นเคยจึงรีบวิ่งออกมาดู “ทุกอย่างเรียบร้อยนะคะ”

“ไม่มีปัญหา” คุณตาหัวเราะ “เจ้าหนูนี่เกือบตกปลาได้แล้ว พอมันหลุดก็เลยโมโมหัวฟัดหัวเหวี่ยง”

“ข้าไม่ได้หัวฟัดหัวเหวี่ยง!” โดมะรีบแย้งทันที

“เอาเถอะๆ” คุณตาหันมาพูดกับเขา “เจ้าก็นั่งลงได้แล้ว มาตกปลาให้พี่สาวเจ้ากัน”

“นางไม่ใช่พี่สาวข้า” โดมะสูดหายใจเข้า นั่งลงถือเบ็ดตกปลาอีกครั้ง

“หรือเป็นแม่ลูกกัน แต่ไม่น่าเป็นไปได้”

“ไม่ใช่” โดมะตอบ “นางเป็นภรรยาข้า”

 

มื้อเช้าวันนั้นเอง โดมะได้ปลาเทราต์บิวะมาตัวหนึ่ง เขาอวดชิโนบุด้วยความภาคภูมิใจ

“ข้าทำดีหรือไม่?”

“....”

“ข้าเห็นผีเสื้อบินมาหยุดที่บัวดอกนี้ จู่ๆ ก็นึกถึงเจ้าขึ้นมา เลยเก็บดอกบัวมาฝาก ข้าทำดีหรือไม่?”

“....หืม?”

“ภรรยา ข้ารวบผมให้เจ้าดีหรือไม่?”

“....”

ชิโนบุถูกถามคำถามไม่ทันตั้งตัว ยืนนิ่งเป็นก้อนหินถูกฉุดรั้งไปนั่งที่ชานบ้านด้วยแรงของเด็กชายตัวน้อย

“แหมๆ หนุ่มสาวสมัยนี้ ทำให้ยายแก่อย่างข้าเขินอายไปด้วยเลย”

ชิโนบุเอนตัวหนีมือของอสูรตนนั้นพูดว่า “ไม่เป็นไร”

“เจ้ารังเกียจข้าหรือ?”

โดมะถามเสียงแผ่วเบา ในดวงตาสีประหลาดมีน้ำตาเอ่อคลออย่างน่าสงสาร

คุณตาที่เก็บคันเบ็ดเรียบร้อยเดินเข้ามา “ตามใจเขาเถอะ สามีตัวน้อยอยากเอาใจเจ้าเชียวนะ”

“ขะ เขาไม่ใช่สามีฉัน”

“อย่างที่คิด ภรรยารังเกียจข้า” โดมะมองเธอแล้วน้ำตาไหลออกมาเป็นสายน้ำ “เพราะข้าตัวเล็กกว่าเจ้าหรือ ไม่ต้องห่วงนะ...อีกไม่กี่ปีข้าก็ตัวโตแล้ว เจ้าอย่ารังเกียจที่ข้าเตี้ยเลยนะ”

ชิโนบุอยากกินยาพิษแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย จะได้ไม่ต้องเจอกับอสูรจอมปลิ้นปล้อนตนนี้ ตายายที่มองเหตุการณ์อยู่ก็ส่งสายตากดดันมาให้เป็นระยะ จนเธอต้องพยักหน้าอย่างจำยอมในที่สุด

“ภรรยาไม่รังเกียจข้าแล้ว” โดมะยิ้มกว้างออกมา “ข้ารวบผมให้เจ้าได้หรือไม่”

เธอบังคับให้ตนเองฝืนพยักหน้าขึ้นลง

“เช่นนั้นเรานอนด้วยกันดีหรือไม่”

“อะไรนะ”

“ก็เจ้าเป็นภรรยา ส่วนข้าเป็นสามีไม่ใช่หรือ”

เธอกัดฟันพูดว่า “อย่าเล่นสนุกให้มากนัก”

โดมะยิ้มแย้มไม่ว่าอะไร มือเล็กทั้งสองสางผมของเธอจนเรียบจากนั้นยกขึ้นบิดผมเป็นมวยตรงกลางใช้ดอกบัวที่เขาเก็บมาปักเป็นปิ่นดอกไม้

“ชอบหรือไม่?”

โดมะวิ่งไปเอากระจกมาให้ โดยที่ลำตัวเขาพาดที่ด้านหลังเธอ มีเพียงมือที่ถือกระจกยื่นมาด้านหน้า 

เธอมองแล้วอดชื่นชมฝีมือเขาไม่ได้ ชิโนบุตัดผมสั้นประบ่าเพื่อความคล่องตัว แล้วใช้ปิ่นผีเสื้อปักผมเท่านั้น น่าเสียดายที่เธอหามันไม่เจออีกเลย ตลอดมาจึงใช้กิ่งไม้ปักผมง่ายๆ เท่านั้น 

“ข้าปักผมให้เจ้าทุกวันดีหรือไม่” โดมะวางคางบนไหล่เธอ เอียงคอแล้วถาม

ชิโนบุหายใจเข้าอย่างอดทน เห็นว่าอีกฝ่ายจำอะไรไม่ได้ กลายเป็นเด็กสิบขวบ ก็ใช้ความอดทนในการสนทนาอีกรอบ

“ไม่เป็นไร”

“แต่ข้าอยากปักผมให้เจ้า”

ชิโนบุกัดฟัน อยากตะโกนใส่หน้าเขาเหลือเกิน

“...แต่ฉันไม่อยากให้ทำค่ะ” เธอเอียงคอมองเด็กชายที่จ้องมาด้วยนัยน์ตาสีประหลาด ไม่ใช่สีใดสีหนึ่ง แต่เป็นหลายๆ สีรวมกัน “ฉันไม่ใช่ภรรยาของนาย แม้ว่าทั้งโลกจะเหลือนายเป็นผู้ชายคนเดียวก็ตาม พวกเราเป็นได้แค่ศัตรูกันเท่านั้น”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #3 KyBwrite (@KyBwrite) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 11:11
    ฮรุก คุณชิโนบุต้องใจเย็นๆ
    #3
    1
    • #3-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 5)
      1 สิงหาคม 2563 / 12:29
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ >€<
      #3-1