[Kimetsu​ No​ Yaiba]​ Doumashino : เมื่ออสุราอยากทำความดี

ตอนที่ 12 : ทำความดีครั้งที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

อารามลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์

ชิโนบุหมกตัวอยู่ในห้องวิจัยไม่ออกไปไหน แม้ว่าโดมะเอ่ยชวนไปดูดอกไม้ด้วยกันก็ตาม

หลังจากชิโนบุพบกับกิยูก็ทำให้ตัดสินใจบางอย่างได้ หญิงสาวคนส่วนผสมในขวดแก้วอย่างใจเย็น ครั้งก่อนที่ทำการวิจัยร่วมกับอสูรที่ชื่อโทโมโยะ เธอก็จดจำสูตรและปริมาณได้อย่างแม่นยำ

....ครั้งนี้ต้องไม่พลาดแน่นอน

เธอตวงส่วนผสมขั้นสุดท้ายก่อนจะนำมาใส่ไว้ในเข็มฉีดยา ของเหลวสีฟ้าอ่อนเคลื่อนไหวช้าๆ ราวกับท้องฟ้าสีครามในฤดูร้อน เธอมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนใส่ไว้ในกล่องเล็ก

เธอชำระร่างกายเรียบร้อย สวมชุดตัวในสีขาวและฮาโอริสีม่วงไล่จากเข้มไปอ่อน ปักปิ่นรูปผีเสื้อบนมวยผม ชิโนบุเดินออกจากห้องไปเรื่อยๆ

“ไม่ทราบว่าท่านศาสดาอยู่ไหนคะ”

ทาดาชิก้มตัวลงอึกอักตอบ “ท่านอยู่ที่ศาลากลางน้ำขอรับ”

ชิโนบุโค้งตัวขอบคุณเขา

ศาลากลางน้ำ เป็นพื้นที่สำหรับผู้นำลัทธิ สำหรับผ่อนคลายความเครียดและหาความรื้นเริง ชิโนบุไม่เคยมาสำรวจที่นี่ แต่ก็หาเจอได้ไม่ยาก

ท่ามกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกบัวและพืชน้ำนานาพันธ์ มีศาลาตั้งอยู่หลังหนึ่ง แสงสุดท้ายหายไปจากฟากฟ้า เหลือเพียงแสงดาวแสงจันทร์ทอประกายในค่ำคืนนี้

ศาลากลางน้ำมีชายหนุ่มร่างสูงนั่งอยู่อย่างโดดเดียว ท่ามกลางความมืดมีเพียงแสงจากตะเกียงสีเหลืองนวลเพียงดวงเดียวคอยให้แสงสว่าง ในมือเขาถือขวดใบหนึ่งไว้ กลิ่นหอมฟุ้งไปตามลม เขาเหม่อมองออกไปอย่างไร้อารมณ์

“สาเกเหรอคะ”

ชิโนบุเดินเข้ามาใกล้เลิกคิ้วถาม แปลกใจที่เห็นเขาดื่มตั้งแต่หัวค่ำเช่นนี้ ข้างๆ เต็มไปด้วยขวดสาเกที่ว่างเปล่ามากมาย

โดมะส่งเสียงตอบรับ รินสาเกใส่จอกแล้วกระดกดื่มจนหมดรวดเดียว

“ดอกไม้สวยดีใช่ไหม?”

ชิโนบุอยากบอกเหลือเกินว่าตอนนี้มองอะไรไม่เห็นแล้ว แสงจากดวงจันทร์ส่องลงมาเห็นเพียงเงาตะคุ่มเลือนรางของต้นไม้เท่านั้น 

“เมาแล้วเหรอคะ” ชิโนบุหวั่นใจว่าเขาจะเมาแล้วทำเรื่องเหลวไหล ปกติก็ไม่รู้จักขอบเขตอยู่แล้ว

“ไม่เมา” โดมะพูดเสียงหนักแน่น “แค่ดื่มสาเกไปไม่กี่จอกเท่านั้น”

ชิโนบุกรอกสายตามองบน ตัดสินใจนั่งลงข้างๆ เขาหยิบจอกอีกใบออกมารินสาเกบ้าง จากนั้นวางกล่องไม้ที่พกติดตัวมาด้วย เรียกสายตาสงสัยจากชายหนุ่มทันที

“นี่อะไร?”

“เป็นยาที่ฉันกับคุณทามาโยะคิดค้นขึ้น ทำให้อสูรกลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง”

ชิโนบุยกสาเกขึ้นดื่มช้าๆ รสชาติหวานสากไหลผ่านลำคอลงไปที่ท้องจนรู้สึกร้อนวูบขึ้นมา สายตาหลุบลงคลึงจอกสาเกในมือเล่น

โดมะได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ เขาเปิดกล่องหยิบเข็มฉีดยาแทงใส่คอตนเองอย่างรวดเร็ว เอ่ยพร้อมกระดกสาเกขึ้นดื่ม

“คราวนี้ข้าก็เป็นเหมือนเจ้าแล้วใช่หรือไม่”

ชิโนบุนิ่งอึ้ง มองยาเข็มนั้นฉีดใส่ร่างชายหนุ่มถูกโยนทิ้งไปไกล “ไม่ถามอะไรหน่อยเหรอคะ?”

“ถามแล้วเจ้าจะตอบข้าเหรอ”

“อืม” เธอพยักหน้า

“ถ้างั้น...." โดมะเอ่ยว่า "เจ้ากับชายผู้นั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร”

ชิโนบุอึ้ง ไม่คิดว่าคำถามจะประหลาดแบบนี้ “คุณโทมิโอกะ... คือเสาหลักวารีแห่งหน่วยพิฆาตอสูร เราได้รับภารกิจด้วยกันบ่อยๆ ก็เลยค่อนข้างสนิทกัน”

โดมะจ้องเธอ “แค่นั้นเหรอ?”

“ไม่เชื่อเหรอคะ”

โดมะเม้มริมฝีปาก พ่นลมหายใจร้อนระอุออกมา “....ข้าไม่เคยไม่เชื่อเจ้าเหรอ” 

โดมะรู้แก่ใจดีว่าชิโนบุไม่อยากอยู่กับเขา คิดจะหนีไปกับชายคนนั้น แต่เขากลับอยากใกล้ชิดเธอแทบบ้า อยากครอบครองเธอไว้คนเดียว ไม่ให้ใครพบเจออีก

ช่างน่าสมเพชนัก....

ต้องทำอย่างไร เธอถึงอยู่ข้างกายเขา ถึงต้องบีบบังคับเขาก็ยอมทำหากมันทำให้พวกเราไม่แยกจากกันอีก

ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้ามากะทันหัน เขายกมือขึ้นกุมหน้าอกแน่นแล้วร้องออกมาคำหนึ่ง

ชิโนบุมองเขา ถามเสียงเรียบ “เป็นอะไรคะ”

“มันเจ็บ ข้าเจ็บ ทรมาน”

ชิโนบุประหลาดใจ ยาไม่น่าออกฤทธิ์เร็วขนาดนี้ จึงขยับเข้าไปดูอาการ “เจ็บแผลเหรอคะ?” เธอดึงมือเขาออก ตั้งหน้าตั้งตาหาบาดแผล “ก็หายดีแล้วนี่”

โดมะยังคงร้องโอดโอย

“เจ็บตรงไหน บอกมาสิคะ”

เขาเอ่ยว่า “หัวใจข้าน่ะสิ...มันทรมาน”

พลันอาการตกใจหายปลิดทิ้ง​ สีหน้าของชิโนบุมืดครึ้มลง “เมาแล้วแกล้งบ้าอยู่เหรอคะ”

โดมะเงยหน้าขึ้น นัยน์สีแปลกเจิดจ้าจ้องมองชิโนบุ เบ้าตาปริ่มน้ำพร้อมจะร่วงลงมาได้ตลอดเวลา เธอถูกสายตาตัดพ้อของเขาจ้องเอาจนรู้สึกแปลกๆ ในอกจนต้องหลบสายตา

จริงสิ ตอนนั้นเขาก็มองเธอแบบนี้ ดวงตาคู่นั้นมีแต่เงาร่างของเธออยู่ด้านใน ทั้งแน่วแน่และเปล่งประกาย เปิดเผยความรู้สึกออกมาทั้งหมด 

ทั้งๆ ที่เธอกับเขาเป็นศัตรูกัน ไม่มีคนสติดีที่ไหนมองศัตรูด้วยสายตาเช่นนี้หรอก 

ช่างโง่เง่าเหลือเกิน

เธอผ่อนเสียงให้อ่อนลง “คุณเมาแล้วค่ะ ไปนอนเถอะ”

ชิโนบุลุกขึ้น คิดจะกลับไปพักผ่อนเช่นกัน

แต่พอเธอลุก แขนเสื้อก็ถูกดึงอย่างแรง

เขาดึงเสื้อเธอแน่น คอเสื้อถึงกับเลือนลงจนเห็นไหปลาร้า ชิโนบุล้มลงบนตักของชายหนุ่ม เธอตวัดสายตาจ้องเขาอย่างโมโห ขมวดคิ้วลงพร้อมกับริมฝีปากเริ่มบึ้งตึงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สองตาชายหนุ่มบวมแดงเหมือนลูกหมา “เจ้าต้องรับผิดชอบข้า”

คำพูดนี้ฟังดูแปลกๆ ชอบกล “รับผิดชอบอะไร?”

“เจ้าทำให้ข้าโกรธ ดีใจ หึงหวงเหมือนกับคนบ้า แค่เห็นเจ้าอยู่กับคนอื่นก็รู้สึกไม่ชอบใจ” โดมะกล่าว “ทำให้ข้าอยู่ไม่ได้หากไม่มีเจ้า มองเห็นแต่เจ้า ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หัวใจและสายตาไม่ใช่ของข้าอีกต่อไป”

โดมะคว้าตัวเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา เมื่อครู่เขาดึงคอเสื้อเธอจนเปิดออก ตอนนี้เลยกัดลงบนไหปลาร้าเปลือยเปล่าของเธอได้อย่างถนัดถนี่

ชิโนบุโมโหเริ่มดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของเขา สองมือทุบร่างแกร่ง เล็บยาวข่วนผิวอย่างแรงจนเกิดรอยแดงยาว “เจ้าคนชั่ว ไอ้อสูรร้าย”

ลมหายใจแผ่วเบาผสมกลิ่นสาเกที่พ้นรดต้นคอ ทำให้ชิโนบุรู้สึกขนลุกไม่น้อย เธอก้มหน้าลงประสานสายตามึนเมาคู่นั้น พบว่าดวงตาคู่นั้นอ่อนโยนอย่างยิ่ง

โดมะมองริมฝีปากของเธอที่ถูกแสงของตะเกียงสาดส่องยิ่งเกิดความรู้สึกประหลาด

“คนใจร้าย...” โดมะพึมพำเบาๆ เขาโอบกระชับร่างของเธอเข้าหา “ข้าทำดีกับเจ้าขนาดนี้ ยังไม่รู้อีกเหรอว่าข้ารักเจ้า”

“!” 

พูดจบชายหนุ่มก็ครอบครองริมฝีปากเธอทั้งหมดและบดขยี้อย่างกระหาย

เขาจุดไฟแผดเผาไปทั้งตัวเธอไม่ให้ปฏิเสธเลยสักนิด ลมหายใจของชิโนบุค่อยๆ ไม่มั่นคงแปรเปลี่ยนเป็นลนลาน มือบางผลักชายหนุ่มออก มือของโดมะเริ่มกระชับตัวเธอแน่น ให้เธอแนบสนิทกับตนเองยิ่งขึ้นอีก เขาอยากโอบกอดเธอไว้ บดคลึงเธอเข้าไปในเลือดและกระดูกของตน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจแยกพวกเขาออกจากกันได้

เธอเหมือนยาพิษที่ทำให้คนเสพติด ยิ่งถอยห่างยิ่งรัดพันจนแน่น โดมะแนบมือลงบนเอวบาง เริ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนกายหญิงสาว จากหน้าท้องแบนราบ ค่อยๆ เคลื่อนไปยังแผ่นหลังและหน้าอกนุ่มนิ่ม

รสเค็มฝาดไหลแทรกเข้ามาระหว่างจูบลึกล้ำที่แทบจะเป็นการดูดกลืน ชิโนบุไม่รู้ว่าหลั่งน้ำตานองหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่

ต่อให้เธอแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าโดมะก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ จุมพิตนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ

ชิโนบุหลั่งน้ำตาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ทำให้โดมะหยุดชะงักแล้วถอนริมฝีปากออก ลิ้นเรียวไล้เลียหยาดน้ำตาให้เธอ จูบซับบนเปลือกตาอย่างอ่อนโยนอย่างยิ่ง ลมหายใจหอบของทั้งคู่ผสานเข้าด้วยกัน

ชิโนบุพึมพำออกมาเบาๆ “นายมันเลว”

โดมะไม่คิดจะตอบโต้ข้อกล่าวหา เขารู้ดีว่าตัวเองเลวทรามสุดๆ แต่บางครั้งก็นึกอยากเป็นคนดีอีกหน่อย โดยเฉพาะต่อหน้าชิโนบุ อย่างน้อยเขาก็อยากให้เธอคิดว่าเขามีข้อดีอยู่บ้าง

โดมะใช้กลีบปากเคล้าเคลียกับริมฝีปากบาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจากคลื่นอารมณ์ “ข้าขอโทษ”

“พอเถอะ” เธอบอก “อย่ามากไปกว่านี้เลย”

โดมะได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป เขามองเธอแล้วบังคับให้ตัวเองยิ้มออกมา “ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็เอาแต่ปฏิเสธข้า”

ชั่วชีวิตนี้ ชิโนบุปรารถนาเพียงการแก้แค้น ทั้งพ่อแม่ พี่สาว เพื่อนๆ หน่วยพิฆาตอสูร ล้วนล้มตายจากไป ทิ้งเธอไว้บนโลกอันโหดร้ายนี้คนเดียว มันทั้งโดดเดี่ยว อ้างว้างจนน่าใจหาย

มีอสูรเพียงตนเดียวที่เธอต้องโค่นมันให้ได้ อนาคตจะเป็นยังไงก็ช่าง แค่ได้ล้างแค้นให้พี่สาวก็พอ

หลังจากไล่ตามอสูรเป็นเวลานานนั้นเอง เธอก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ความยึดติดนี้กำลังเผาพลาญอย่างช้าๆ จนทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก ทรมานกับความแค้นอันไร้ที่สิ้นสุด

เมื่อไหร่จะเป็นอิสระจากความแค้นนี้เสียที... 

ยิ่งเขาทำให้หัวใจเธอหวั่นไหว ยิ่งไม่อาจให้อภัยได้ หัวใจน่าตายดวงนี้มันทรยศเธอไปเสียแล้ว 

 

ก่อนจะสายไป ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องสักที... 

 

 

 

 

ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์​และกำลังใจที่ส่งมาให้นะคะ เป็นสิ่งเดียวเลยที่ทำให้อัพเดทต่อ นิยายดำเนินมาถึงท้ายเรื่องแล้วค่ะ ทุกคนเตรียมตัวรับแรงกระแทกไว้นะคะ

 -​--Libran

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #7 Allen8958 (@Allen8958) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 18:24
    แรกๆใสๆเขินตัวบิดหลังมารู้สึกถึงไออุ่นจากความดราม่าQwQ
    #7
    2
    • #7-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 12)
      3 สิงหาคม 2563 / 19:35
      รัดเข็มขัดให้แน่นๆ นะคะ ไรท์จะพาไปเล่นรถไฟเหาะ 🤣
      #7-1
  2. #6 Kattrinmanowong (@Kattrinmanowong) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 13:42
    หือเศร้า เมื่อไหร่ชิโนบุจะยอมรับโดมะสักทั😢
    #6
    1
    • #6-1 Libran (@Libran) (จากตอนที่ 12)
      3 สิงหาคม 2563 / 19:18
      น้องแค้นค่ะ น้องไม่ยอม 😂
      #6-1