[Kimetsu​ No​ Yaiba]​ Doumashino : เมื่ออสุราอยากทำความดี

ตอนที่ 1 : ทำความดีครั้งที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    22 ต.ค. 63

ชิโนบุตายแล้ว

ตั้งแต่การต่อสู้กับ ‘โดมะ’ อสูรจันทราข้างขึ้นลำดับสอง ที่ปราสาทไร้ขอบเขตนั้น เธอตระหนักถึงฝีมือต่อสู้ของตัวเองว่าไม่อาจเอาชนะเขาได้ เธอจึงเดิมพันด้วยชีวิตโดยการใช้พิษในตัวทำให้เขาอ่อนแอลงและถูกคานาโอะและอิโนะสุเกะบั่นคอในที่สุด

พรมแดนระหว่างความเป็นความตาย เธอพบกับเจ้าอสูรสารเลว ชิโนบุยินดีที่จะพูดถากถางมันสักประโยคเพื่อความสะใจ

“ชิโนบุ เจ้าน่ารักจังเลย”

โดมะใช้ชีวิตบนโลกมาหลายร้อยปีแล้ว ได้เจอผู้คนมากมาย มีหญิงสาวนับไม่ถ้วนที่เขาเคยคุยด้วย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ตุ๊กตาที่ผู้คนเคารพกราบไหว้ หรืออสูรผู้ช่วงชิงชีวิตของผู้อื่น เขารู้สึกว่าตนเองมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ในตอนที่เขารู้สึกเช่นนี้มันช่างน่าขันที่เป็นตอนที่เขาพ่ายแพ้ให้กับเหล่ามือปราบอสูร และคนที่ทำให้เขาใจเต้นแรงกลับเป็นคนที่เขาฆ่า แล้วเธอก็ใช้ยาพิษฆ่าเขาเสียด้วย

“ความรู้สึกนี้มีอยู่จริงเหรอ” เขาถาม “ถ้าอย่างนั้นสวรรค์กับนรกก็มีอยู่จริงใช่ไหม?”

ชิโนบุเงียบไม่สามารถโต้ตอบได้ เจ้าอสูรกำลังพล่ามเรื่องอะไรกัน? ดวงตาสีประหลาดที่มีตัวอักษรโบราณด้านในนั้นเปล่งประกายวาววับ ผิวขาวซีดราวกับกระดาษเริ่มมีสีของเลือดฝาดจางๆ บนแก้ม ริมฝีปากที่คลี่ยิ้มอยู่เป็นนิจปรากฏเขี้ยวทั้งสอง

“นี่ ชิโนบุ” โดมะเรียกร้องความสนใจจากเธอ “....ไปลงนรกด้วยกันกับข้าไหม?”

ชิโนบุที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “ไปคนเดียวเถอะ ไอ้สวะ”

คล้ายมีเสียงขาดผึงดังขึ้น เธอโยนหัวอสูรทิ้งไปให้ไกลที่สุด จากนั้นชิโนบุมุ่งหน้าไปยังปลายทางที่มีแสงสว่าง เป็นแสงที่อบอุ่นอ่อนโยน เมื่อเดินเข้าไปเธอก็ได้พบกับคนที่คิดถึงมากที่สุด

“พี่คานาเอะ...ท่านพ่อ ท่านแม่”

'จบแล้วสินะ’

 

....นั้นคือสิ่งที่ชิโนบุคิด 

ความมืดรายล้อมจนมองไม่เห็น เธออยู่ภายในความมืดนั้นเนิ่นนานแต่กลับไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอหลับตาลง

“ชิโนบุ ชิโนบุ!”

เสียงร้องเรียกดังมาจากที่ไกลๆ เธออ้าปากหาวอย่างเกียจคร้านพลางผุดลุกขึ้นนั่ง

ชิโนบุขยี่ตา มองรอบบริเวณ “ที่นี่ที่ไหน”

เธอมองห้องขนาดใหญ่มาก ดูผุพังและทรุดโทรม ยิ่งมองเธอก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย....

มันเหมือนกับห้องที่เธอต่อสู้กับอสูรข้างขึ้นที่สองไม่ใช่เหรอ เธอก้มมองร่างและลองหยิกตัวเอง “นี่ฉัน....”

“ยังไม่ตาย”

เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับแขนแกร่งรั้งไปด้านหลัง หลังของเธอชนเข้ากับแผ่นอกแข็งๆ และน่าขยะแขยง

ชิโนบุกรีดร้อง “ทำไมแกยังไม่ตาย”

อสูรข้างขึ้นที่สองยิ้มออกมา ดวงตาสีประหลาดมองเธอดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอดเขา “เจ้าโยนข้ามาเองไม่ใช่เหรอ”

“อะไรนะ”

“ก็เจ้าโยนหัวข้ามายังโลกฝั่งนี้เอง เพื่อเป็นการขอบคุณข้าก็เลยพาเจ้ากลับมาด้วยไงล่ะ”

ได้ยินดังนั้น ชิโนบุเบิกตากว้างไม่อยากเชื่อ เธอแค่โยนไปให้ไกลที่สุดเท่านั้น ไม่รู้ว่าจะทำให้อสูรฟื้นคืนชีพมาได้

สิ่งที่ทำได้ตอนนี้มีเพียงต้องฆ่ามันอีกครั้งเท่านั้น ไม่มีดาบก็ไม่เป็นไร เลือดของเธอใช้ได้ผลกับมันแน่

ชิโนบุแทงศอก ในตอนที่หมุนตัวเผชิญหน้านั้นเอง เธอรู้สึกเจ็บที่หน้าท้องจนตาลาย งอตัวลง

ถูกโจมตีเหรอ....

“อ่า ใจร้อนเสียจริง ข้ายังอธิบายไม่จบเลย” โดมะกล่าว “พวกเราต้องร่วมมือกัน”

โดมะยกมือขึ้นลูบผมที่แผ่สยายเต็มแผ่นหลังอย่างปลอบโยน

“ตอนนี้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ก่อนตายข้าดูดซับเจ้าเข้ามาในร่าง เมื่อฟื้นคืนชีพขึ้นมา ถึงจะช่วยเจ้าออกมาได้ แต่ร่างกายของเจ้าก็ผูกพันกับข้าแล้ว”

“มะ หมายความว่า”

ชิโนบุเบิกตากว้าง รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า

“เจ้าเจ็บข้าเจ็บ...เจ้าตายข้าตาย” ชายหนุ่มยิ้มอย่างตื่นเต้น “ไม่คิดว่าพวกเราเหมือนสามีภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเหรอ”

“ไปตายซะ!”

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เธอจะต้องผูกติดกับอสูรตัวนี้ตลอดไปงั้นเหรอ

“ท่านมุซันตายแล้ว ข้ารู้สึกได้….ตอนนี้ในร่างข้าไม่มีเลือดของท่านอยู่แล้ว” เขาเอ่ยว่า “นี่ ชิโนบุ ตอนนี้ข้ากลายเป็นมนุษย์แล้วนะ”

ชิโนบุนิ่งไป เธอมองอสูรหนุ่มอย่างพิจารณา ดวงสีแปลกที่เคยมีตัวอักษรโบราณกลายเป็นดวงตาของคนธรรมดาที่มีสีแปลกไปสักหน่อย กลางหัวที่เคยมีสีแดงราวกับเลือดก็หายไปกลายเป็นสีอ่อนทั้งศีรษะ เขี้ยวในปากก็หดเล็กลง

“ไม่...ยังไม่ใช่”

“ทำไมล่ะ”

“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่านายไม่ได้หลอก” ชิโนบุปัดมือของเขาออกจากตัว

“ข้าต้องทำยังไงล่ะ”

“ร่างกายของฉันยังมีพิษของดอกฟูจิอยู่ หากนายเป็นมนุษย์จริง เมื่อดื่มเลือดฉันเข้าไปจะไม่เป็นไร แต่หากยังเป็นอสูร พิษนั้นจะทำลายนายทันที”

“เข้าใจล่ะ แต่ว่าหากข้าตายเจ้าก็ตายเหมือนกันนะ”

ชิโนบุยิ้มหวาน “ตายอีกรอบจะเป็นไร”

พวกเขาทั้งสองจ้องหน้ากันไปมา จนในที่สุดโดมะก็พยักหน้าช้าๆ

“งั้นมาเริ่มกันเถอะ”

“ที่นี่มีมีดหรืออะไรสักอย่างไหม”

“จะหาทำไม” เขาพูด “กัดเอาก็ได้นิ”

“หา?! ....อะ! อื้อ!”

ไม่ทันขาดคำ ชิโนบุก็รู้สึกว่าร่างกายเอียงไปด้านหน้า จากนั้นมือของเจ้าอสูรก็ล็อกศีรษะ รัดเอว ขัดขาไม่ปล่อยให้เธอได้เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย         

ริมฝีปากเธอร้อนวูบ มีบางอย่างนุ่มลื่นแทรกเข้ามา ชั่วขณะนั้น จุมพิตที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศแทบจะช่วงชิงเอาลมหายใจของเธอไปจนหมด

ไอ้อสูรสารเลว!

เขี้ยวของอีกฝ่ายก็เกี่ยวริมฝีปากของเธอจนรู้สึกเจ็บแปลบ จากนั้นจูบของเราก็เริ่มมีรสชาติของเลือดสดๆ

เนิ่นนานกว่าผละออกมาได้ เธอสูดหายใจหอบถี่ ใช้หลังมือเช็ดคราบเลือดของตัวเอง แล้วพูดเสียงลอดไรฟันว่า “แกมันอสูรสารเลว ชั่วช้าสามานย์!”

โดมะเลียริมฝีปากของตัวเองแล้วเม้มปากอย่างเคร่งเครียด “เมื่อครู่...”

“อะไร ทรมานเหรอ”

โดมะส่ายหน้ากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “เลือดเมื่อครู่น้อยเกินไป ให้ข้าลองอีกครั้ง”

“หา? ....” ชิโนบุเริ่มดิ้น “เดี๋ยวสิ กินที่อื่นได้ไหม”

“ไว้วันหลัง”

“....”

เมื่อริมฝีปากสัมผัสกัน เขาค่อยๆ ใช้ปลายลิ้นเลียริมฝีปากของชิโนบุเบาๆ แล้วค่อยสอดเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดพันภายใน

จูบที่ทั้งร้อนและชุ่มชื้นนี้ยิ่งทวีความดูดดื่มมากขึ้น เธอพยายามดันลิ้นของเขาออก แต่อีกฝ่ายก็ยัดเหยียดทั้งยังขบกัดริมฝีปากจนเจ็บแสบไปหมด เธอแทบจมอยู่ในอ้อมกอดสูงใหญ่ของเขา

ท่ามกลางอารมณ์ที่ร้อนรุ่มจนแทบระเบิด 

เธอคลายมือจากแขนของเขาแล้วเลือนขึ้นไปที่ลำคอ ฝ่ามือแทรกเข้าไปในเส้นผม จากนั้นกระชากมันอย่างแรง จนได้ยินเสียงครางต่ำ ลิ้นที่พัวพันกับลิ้นอ่อนนุ่มของเธอก็ถูกฟันขบกัด จนชายหนุ่มยอมถอนริมฝีปากออกในที่สุด

“เจ็บนะ”

“แล้วฉันไม่เจ็บเหรอ!”

“เฮ้อ ร่างกายนี้อ่อนแอจริงๆ” โดมะถอนหายใจ “เชื่อหรือยัง ตอนนี้ข้ากลายเป็นมนุษย์แล้ว”

ชิโนบุเขยิบถอยห่างแล้วเช็ดริมฝีปาก “งั้นแค่ฆ่าก็พอสินะ”

“แต่เจ้าก็ต้องตายด้วยนะ”

“บอกแล้วไงว่าไม่สน”

“...อ๊ะ!” ชายหนุ่มหยุดชะงักตัวแข็งทื่อ ร่างกายเอียงล้มลงกับพื้นอย่างแรง

“เกิดอะไรขึ้น!?”

ชิโนบุเอ่ยถาม ขณะนั้นเองร่างของเขาค่อยๆ มีความร้อนพวยพุ่งออกมา นี่เป็นอาการของพิษดอกฟูจิหรือ?

เธอสังเกตร่างกายตัวเอง ไม่รู้สึกเจ็บปวดเหมือนเมื่อครู่ ดวงตาจ้องมองอสูรหนุ่มที่ค่อยๆ ถูกไอร้อนแผ่ปกคลุมทั่วทั้งร่าง 

จากนั้นหายตัวไป!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น