ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    10 ต.ค. 58

















 

บทที่ 9

 

“เฉินหย่งชิ่งรับราชโองการ จักรพรรดิทรงมีราชโองการรับสั่งให้ เฉินหย่งชิ่ง คุณชายห้าแห่งพรรควิหคเพลิง เข้าเฝ้า ณ วังหลวง ภายในแรมสี่ค่ำเดือนอ้าย  จบราชโองการ”

“ฝ่าบาททรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นๆ ปี”

หย่งชิ่งจะลุกขึ้นรับราชโองการ แต่กลับเข่าอ่อนจนต้องให้บิดาช่วยพยุง มือน้อยเย็นเฉียบสั่นระริกรับราชโองการแล้วกำแน่นเกรงกว่าจะทำตก คุณชายสามที่คอยสังเกตน้องเล็กไม่วางตารีบดึงราชโองการมาถือแทนนาง

เด็กหญิงรวบรวมความกล้าหันไปพูดกับท่านเจ้าเมืองอู่

“ใต้เท้าอู่ ข้าน้อยรบกวนถามอะไรสักข้อไม่ทราบว่าท่าน

“เจ้าถามมาเถิด”

“เหตุใดองค์จักรพรรดิจึงมีรับสั่งให้ข้าน้อยเข้าเฝ้า”

ท่านเจ้าเมืองอู่หัวเราะเบาๆ ใบหน้าเปี่ยมเมตตา ยื่นมือมาลูบศีรษะหย่งชิ่งดุจผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก

“เจ้าอย่าได้วิตก เพราะการแข่งขันหมากล้อมจัดขึ้นทุกปี และองค์จักรพรรดิมักจะมีรับสั่งให้ผู้ชนะเข้าเฝ้า แต่มิใช่ทุกคนที่จะได้เข้าเฝ้า ต้องเป็นผู้ที่ฝ่าบาทให้ความสนพระทัยเท่านั้น ขนาดนักพรตเที่ยนมิ่งที่ชนะติดกันสามปียังไร้ซึ่งโอกาส แต่เจ้าเป็นผู้ชนะอายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งให้รีบเข้าวัง ฝ่าบาทเห็นเจ้ายังเด็กจึงมีพระกรุณาให้ส่งขบวนมารับเจ้าเพื่อความสะดวก กำหนดการเดินทางในอีกสิบวันข้างหน้าสามารถนำผู้ติดตามเข้าวังไปได้หนึ่งคน อย่างไรเสียจงเตรียมตัวให้เรียบร้อย”

ในแววตาของท่านเจ้าเมืองอู่ฉาบด้วยความชื่นชมเด็กน้อยตรงหน้า

“เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านเจ้าเมืองอู่มาก” หย่งชิ่งบอกเสียงสั่นยกมือประสานขอบคุณ ดวงตาหลุบต่ำซ่อนประกายตาบางอย่างไว้

“ถ้าเช่นนั้นท่านประมุขเฉินข้าขอลา”

หย่งเป่าออกไปส่งท่านเจ้าเมือง หย่งชิ่งมองตามจนลับสายตา แล้วจึงค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง   

“ข้าทำตัวเองโดยแท้” นางนั่งกอดเข่าซุกใบหน้าซีดเผือดลงมิให้ผู้อื่นเห็น ขดเป็นก้อนกลมสีขาวบนพื้น

ในประกาศกฎการแข่งขันไม่มีข้อไหนบอกว่าต้องเข้าเฝ้าจักรพรรดิ

ถ้า... ถ้า... ถ้านางรู้

ข้าจะไม่มีวันก้าวเท้าไปเหยียบสนามแข่งขันเป็นอันขาด!

แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยทำตัวเด่นดังให้ผู้อื่นอิจฉาริษยา มีแต่เรื่องนี้เท่านั้นที่นางทำลงไปเพราะนึกสนุก

แค่นึกสนุกเท่านั้นจริงๆ

รักสนุกจึงทุกข์ถนัด!

เมื่อทราบเหตุผลจากท่านเจ้าเมือง แทนที่หย่งชิ่งจะคลายกังวล นางกลับยิ่งหวาดหวั่นกว่าเดิมร้อยพันเท่า การเข้าเฝ้าจักรพรรดิในสมัยโบราณเพียงแค่ก้าวเท้าผิดข้างหรือหายใจแรงเพียงน้อยนิดก็มีสิทธิ์หัวหลุดจากบ่าได้ง่ายๆ

เพราะเหตุนี้หรือไม่ พรรคอสูรดำจึงต้องการกำจัดนางเพื่อได้ชัยชนะในการแข่งขันหมากล้อม ดีไม่ดีพวกนั้นอาจส่งคนไปกำจัดนักพรตเคราขาวด้วยซ้ำ เพื่อจะได้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ คุณชายน้อยที่ถูกตัดมือก็มีอายุเพียงสิบเอ็ดปีย่อมได้รับความสนพระทัยจากองค์จักรพรรดิเป็นแน่

เพื่อจุดประสงค์อันใดกัน?

โอย... ปวดหัวจะแตก

“ชิ่งเอ๋อร์เจ้าเป็นอะไรไป”

เสียงพี่สามดังอยู่ข้างตัวนาง หย่งชิ่งเงยหน้าขึ้นหันไปทางต้นเสียง

“พี่สามข้า... ข้า..” น้ำตาจะไหลรอมร่อ

ยังไม่ทันที่พี่สามจะคว้าตัวนางไปกอด กลับถูกอ้อมกอดอุ่นของมารดาโอบล้อมไว้แทน ด็กหญิงรู้สึกได้ถึงแก้มเปียกชื้นของมารดา จึงหันไปมองอย่างตกใจ

“ท่านแม่... ท่านร้องไห้...”

“ชิ่งเอ๋อร์... ฮือๆๆ ฮือๆๆ”

ทุกคนตกใจเป็นอันมาก ท่านพ่อที่เพิ่งเข้ามารั้งร่างสองแม่ลูกเข้ามากอดใบหน้าเคร่งเครียดหลายส่วน

“ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิงเอ๋อร์เจ้าอย่าร้องไห้...”

เสียงของท่านพ่อสั่นเครือเสียดแทงในความรู้สึก ในขณะที่ร่างบอบบางของท่านแม่อ่อนระทวยหมดสติในอ้อมกอดของท่านพ่อ

 

กำหนดการเดินทางเข้าวังหลวงในอีกสิบวันช่างกระชั้นชิด แทบไม่มีเวลาให้หายใจ แค่เตรียมตัวเครื่องแต่งกายบุรุษ ข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องซื้อใหม่ทั้งหมดของหย่งชิ่งก็ต้องใช้บ่าวไพร่นับสิบช่วยดูแล ทุกอย่างภายในพรรควิหคเพลิงวุ่นวายปั่นป่วน  เพราะราชโองการนั่นโดยแท้

เรื่องหนักใจที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องผู้ติดตามหนึ่งคน เพียงแค่หนึ่งคนเท่านั้น!

ช่างขาดแคลนด้านปริมาณยิ่งนัก ฉะนั้นคุณภาพจึงต้องเต็มเปี่ยม!

พี่ใหญ่ ตัดไปได้เลย คุณภาพพอได้อยู่ แต่ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมเย็นชาเปี่ยมด้วยจิตสังหาร ขืนพาไปด้วยอาจถูกเข้าใจผิดว่าเข้าไปลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิก็เป็นได้

พี่รอง น่าจะพอไหวแต่นัยน์ตาลุกวาวทุกครั้งที่เห็นเงินทองของมีค่าจะพานางซวยไปด้วย เห็นทีเข้าวังหลวงได้แต่ออกไม่ได้ ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น

พี่สาม ผู้อ่อนโยน มีวิชาแพทย์สูงส่ง รวมไปถึงสติปัญญา พร้อมทั้งอีคิวและไอคิว มิหนำซ้ำยังมีวรยุทธ์ไม่ด้อยไปกว่าพี่ใหญ่นับเป็นตัวเลือกที่ดี คุณภาพคับแก้วจนล้น

พี่สี่ คนนี้ตัดไปได้เลย ทั้งไร้คุณภาพไร้ราคาหาข้อดีไม่เจอ ไม่รู้ว่าจะไปช่วยนางหรือไปซ้ำเติมให้นางตายเร็วขึ้น

หย่งชิ่งเลือกพี่สาม ท่านพ่อและท่านแม่เห็นดีด้วย ส่วนพี่สามเองก็เต็มใจไปช่วยดูแลน้องน้อยนอกจากเครื่องใช้ส่วนตัวแล้ว พี่สามยังขนสมุนไพรล้ำค่าไปมากมาย ไร้กังวลเรื่องการป่วยไข้ พี่ชายคนอื่นไม่คัดค้านมีเพียงพี่รองทีน้ำตาคลอคลอง ดูท่าคงอยากจะไปยลสมบัติหลวงใจจะขาดรอนๆ

"ชิ่งเอ๋อร์ แม่ปักลวดลายบนผ้าเช็ดหน้าเหล่านี้ด้วยมือของแม่เอง เจ้าจงเก็บรักษาไว้ให้ดีพกติดตัวตลอดเวลา" มารดาพับผ้าเช็ดหน้าสีขาวปักลายละเอียดอ่อนช้อนงดงามอย่างมิหาอื่นใดเสมอเหมือน นางได้เห็นลายปักของร้านผ้านับสิบร้าน ฝีมือปักผ้าของท่านนับว่าเป็นหนึ่งในเหอเสี่ยง

"ข้าทราบแล้วท่านแม่"

"กิริยามารยาทที่แม่สอนให้ จงทบทวนทุกวันวันละสองชั่วยาม การเล่าเรียนอื่นให้พักไว้ก่อน แม่ให้คนไปแจ้งอาจารย์ทุกท่านแล้ว"

"ข้าทราบแล้วท่านแม่"

“เจ้าอย่าเอาแต่พูดเจื้อยแจ้ว จงจำคำแม่ไว้ คนโง่เท่านั้นมักอวดตนเป็นคนฉลาด”

“ข้าจะไม่อวดฉลาดอีกแล้ว” เข็ดไปจนตายเชียวล่ะ!

หย่งชิ่งสงสารมารดาจับใจ ตั้งแต่ได้รับราชโองการ ท่านแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ สีหน้าอิดโรยใต้ตาดำคล้ำใบหน้าที่เคยสง่างามอ่อนเยาว์กลับเพิ่มริ้วรอยบางส่วน ท่านเป็นห่วงนางมากเข้าขั้นวิตกจริต คืนนี้นางต้องขอชาคลายประสาทจากพี่สามใส่ป้านชาในเรือนของท่านแม่บ้างแล้ว

"ดูท่านแม่เป็นกังวลมากกว่าข้าเสียอีก"

"เฮ้อ... เจ้ายังเล็กนัก มิหนำซ้ำยังถูกเลี้ยงดูแบบชาวยุทธ์ น่ากลัวเจ้าจะไปเผลอล่วงเกินใครเข้า ถึงเวลานั้นแม่ไม่อยากมานั่งเสียใจภายหลัง" แววตาของมารดาฉายแววกลัดกลุ้ม

"ข้าจะสำรวมกิริยา" หย่งชิ่งบอกเสียงอ่อย เชื่อในคำพูดของมารดาสนิทใจ

ที่นางเป็นแบบนี้เพราะใครเล่า ถ้ามิใช่เพราะท่านพ่อและพวกพี่ชายทั้งสี่ที่ตามใจนางจนเหลิง ให้เปลี่ยนนิสัยกะทันหันผู้ใดจะทำได้

สวรรค์เลวยิ่งนัก จะกลั่นแกล้งข้าไปถึงไหนกัน!

 

หากไม่ต้องคิดถึงเรื่องเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ การเดินทางครั้งนี้นับว่าน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นการเปิดโลกกว้างครั้งแรกของหย่งชิ่งในยุคจีนโบราณ น้อยนักจะมีผู้ใดได้โอกาสเช่นนี้ การเดินทางไปเมืองหลวงใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน แต่ละเมืองที่แวะผ่านล้วนมีศิลปะวัฒนธรรมสำเนียงภาษาแตกต่างกัน หากวันไหนเบื่อแดดร่มลมตกหน่อย นางก็จะออกมานั่งม้าตัวเดียวกับพี่สาม ชมนกชมไม้ หรือบางทีก็ช่วยล่าสัตว์มาเป็นอาหาร หรือถ้าต้องนั่งในรถม้า นางก็จะเปิดหน้าต่างไว้มองสองข้างทาง เพราะอยากจดจำเส้นทางไปเมืองหลวง เผื่อมีโอกาสออกไปเที่ยวเล่นอีกจะได้ไม่ต้องพึ่งพาผู้ใด

นับตั้งแต่หย่งชิ่งรู้ว่ามีความสามารถพิเศษมีอยู่กับตัว นางใช้เวลามากมายกับการอ่านหนังสือ ดูสื่อต่างๆ ทั้งทางโทรทัศน์ วิดีโอ หรือสื่อออนไลน์ เพื่อให้สื่อเหล่านั้นผ่านตามากที่สุด เมื่อมาเกิดใหม่ก็ยังทำเช่นเดิม หอคัมภีร์ในพรรควิหคเพลิงนางก็นั่งอ่านจนหมดแล้วสิ้น แล้วยังรบเร้าให้ท่านพ่อกว้านซื้อหนังสือที่อยากอ่านมาเกือบทุกวัน จนแทบไม่มีหนังสือใดแล้วที่ไม่เคยผ่านดวงตาคู่นี้ของนาง

ก็ใช่ว่าสมัยนี้จะมีหนังสือตำราอะไรมากมายนัก

คนที่วังหลวงส่งมาเป็นองครักษ์ยอดฝีมือสองนาย สารถีบังคับรถม้าสามคน นางกำนัลดูแลอีกสองคน และข้ารับใช้ชายอีกหกคน นับเป็นขบวนเล็กๆ ไม่สะดุดตาอันใด แต่เมื่อสังเกตให้ดีจะเห็นว่านางกำนัลทั้งสองนั้นคอยสอดแนม เฝ้าดูพฤติกรรมของหย่งชิ่งและพี่สาม หย่งชิ่งคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นเพราะต้องการระวังความปลอดภัยให้องค์จักรพรรดิ หากนางและพี่สามมีพฤติกรรมน่าสงสัย ก็อาจเป็นเหตุให้หัวหลุดจากบ่าได้เช่นกัน

แต่เป็นแค่ในช่วงสองวันแรกเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นนางกำนัลทั้งสองก็ติดแร้วเสน่ห์ของพี่สามจนถอนตัวไม่ขึ้น แย่งกันเอาอกเอาใจผู้ติดตามของนางจนแทบไม่เห็นหัวนางอยู่แล้ว หย่งชิ่งแทบจะได้กินของเหลือจากพี่สามด้วยซ้ำ ถ้าพี่สามไม่เป็นคนยื่นอาหารให้นางกินก่อน

เด็กหญิงคิดถึงเรื่องราวในวังต้องห้ามที่เคยอ่าน ชีวิตในวังไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะชีวิตหญิงสาวในวังหลัง ทั้งแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นใส่ร้ายป้ายสีพอๆ กับละครหลังข่าวของเมืองไทย หย่งชิ่งเคยดูละครไทยแนวนี้เพียงตอนเดียวก็เลิกดู หันไปหยิบหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่านแทน ชิงรักหักสวาทได้มันกว่าเยอะ

เมื่อพี่สามผูกไมตรีกับนางกำนัลซึ่งเปรียบเสมือนหัวหน้าขบวนเดินทางได้ การเดินทางจึงเป็นไปตามใจปรารถนาของจอมมารน้อย

หย่งชิ่งแวะทุกที่ที่อยากแวะ ซื้อของกินทุกอย่างที่อยากกิน ดูการละเล่นร่ายรำอย่างสนุกสนาน ใช้ชีวิตอย่างคุณชายเจ้าสำราญ กว่าจะถึงเมืองหลวงก็ล่าช้ากว่าที่คาดไปสามวัน แต่ยังทันกำหนดในราชโองการ งานนี้นางได้กำไร

วังหลวงตั้งตระหง่านใหญ่โตโอ่อ่าปลูกสร้างอย่างวิจิตรบรรจง แต่ไม่สามารถทำให้หย่งชิ่งตาโตได้ นางเคยไปพระราชวังต้องห้ามหลายครั้ง เมื่อได้เห็นพระราชวังแห่งนี้จึงมิได้ตื่นตาตื่นใจแต่อย่างใด ใช่ว่าพระราชวังแห่งนี้จะด้อยกว่าพระราชวังต้องห้าม กลับใหญ่โตและงามสง่ามากกว่าด้วยซ้ำ หย่งชิ่งกลับสงสัยว่าพระราชวังแห่งนี้หายไปจากประวัติศาสตร์ได้อย่างไร?

แต่เวลานับพันปีผันผ่าน ย่อมมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ โดยเฉพาะวังหลวงของแคว้นต่างๆ มักตกเป็นเป้าโจมตีอันดับแรกๆ และถูกเผาทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี เป็นการทำลายขวัญกำลังใจของชาวเมืองที่ได้ผลรวดเร็วที่สุด ทำให้ประชาชนไม่กล้าลุกฮือขึ้นต่อต้านขัดขวางผู้รุกราน

เมื่อมาถึงวังหลวงแล้วใช่ว่าจะสามารถเข้าเฝ้าได้โดยง่าย ยังต้องรอต่อคิวผู้อื่นอีกหลายคิว กว่าจะได้เข้าเฝ้านางกับพี่สามก็ต้องพันอยู่ในวังหนึ่งสัปดาห์ เสมือนเลื่อนเวลาประหารอย่างไรอย่างนั้น โล่งใจก็ส่วนหนึ่ง คับข้องใจก็ส่วนหนึ่ง จะอกแตกตายก็ส่วนหนึ่ง ล้วนแล้วเป็นกรรมของนางทั้งสิ้น

พวกนางสองพี่น้องถูกนำมาพักยังตำหนักปทุมมาพันปีซึ่งน่าจะเป็นตำหนักที่ใช้สำหรับรับต้อนรับผู้มาเยือน โชคดีของนางที่ในพระราชวังแห่งนี้มิได้ถือกฎเคร่งครัดอันใด นางจึงสามารถออกเดินชมนกชมไม้ได้บ้าง อีกทั้งออกไปเที่ยวชมเมืองหลวงเปิดหูเปิดตา

นางกำนัลผู้ติดตามระหว่างเดินทาง ไป๋หลิง กับ ไป๋อวี้ อาสาพาพี่สามและนางที่กลายป็นตัวแถมเที่ยวชมเมืองหลวง โดยมิต้องร้องขอ พี่สามกับนางได้แต่มองตากันปริบๆ พยักหน้ารับอย่างเสียมิได้

เมื่อคืนนางได้นอนพักในตำหนักปทุมมาพันปีแปลกที่อยู่บ้าง แต่เครื่องนอนหมอนมุ้งแสนสบายดีกว่าพักตามโรงเตี๊ยมหรือในกระโจมท่ามกลางป่าเขา ด้วยการเดินทางที่ต้องนั่งรถม้าควบขี่อาชากระทบกระเทือนนานนับเดือน ล้วนมีประสิทธิภาพยิ่งกว่ายานอนหลับใดๆ เห่กล่อมนางเข้าสู่นิทราเมื่อยามหัวถึงหมอนได้อย่างไม่ยากเย็น

เพลาเช้าตรู่ พี่สามที่พักอยู่ห้องติดกันมาเฝ้านางตั้งแต่ไก่โห่ ปลุกหย่งชิ่งล้างหน้าล้างตา หลังจากนั้นไม่นาน นางกำนัลทั้งสองก็พาพี่สามและนางไปเดินเล่นตลาดเช้าตามสัญญา

อากาศในเมืองหลวงซึ่งอยู่ค่อนมาทางแดนใต้อบอุ่นกว่าเมืองเหอเสี่ยงซึ่งอยู่ติดชายแดนเหนือมาก นางแต่งกายด้วยอาภรณ์สองชั้นก็เพียงพอแล้ว หย่งชิ่งสวมอาภรณ์สีขาวยวงปักลวดลายตรงชายเสื้อ ที่เอวเล็กยังพกเฮยหลงเทียนที่ยาวเกือบลากพื้นดูน่าขบขันไม่น้อย ผู้คนหรือแม้กระทั่งองครักษ์ในวัง ต่างเห็นเฮ่ยหลงเทียนเป็นเพียงกระบี่ไม้เด็กเล่น จึงหามีผู้ใดใส่ใจยามที่นางพกมันออกมานอกวัง

ส่วนพี่สามนั้นสวมอาภรณ์ทั้งเนื้อผ้าสีสันการตัดเย็บ เหมือนอาภรณ์ของนางราวกับเป็นฝาแฝด จะไม่เหมือนได้อย่างไร ในเมื่อพี่สามจงใจเลือกอาภรณ์ชุดนี้ให้นางเอง

สองพี่น้องเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้คนในเมืองหลวง ด้วยอาภรณ์ที่เหมือนกัน และรูปลักษณ์งดงามสะท้านใจ

มีเพียงนางกำนัลทั้งสองที่ไม่เห็นความสง่างามน่ารักน่าชังของหย่งชิ่ง ดวงตาทั้งสองคู่มองผ่านเลยไปยังพี่สามผู้มีรอยยิ้มพิมพ์ใจประดับบนใบหน้า ทำให้พวกนางเคลิ้มฝันราวกำลังอยู่บนสรวงสวรรค์กับเทพเซียนอย่างไรอย่างนั้น

"พี่สามข้าหิวแล้ว" เดินตลาดเช้ามาเกือบครึ่งชั่วยาม แต่หย่งชิ่งกลับไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือให้พอบรรเทาความหิวแม้แต่อย่างเดียว

"คุณชายห้า ไม่ว่าเมื่อไรเจ้าก็พูดเป็นอยู่ประโยคเดียว ข้าหิวแล้ว.. ข้าหิวแล้ว.. ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก" ไป๋อวี้ยื่นมือมาหมายจะหยิกแก้มเด็กน้อย

หากนางกำนัลผู้นี้หยิกแก้มด้วยความเอ็นดูดังว่า หย่งชิ่งคงไม่นึกรำคาญ

แต่ครั้งแรกที่ถูกหยิกแก้ม เด็กหญิงรู้สึกเจ็บแก้มไปสามวัน

ถ้าไม่เห็นแก่ที่เป็นนางกำนัลในวังหลวง หย่งชิ่งคงซัดฝ่ามือสั่งสอนให้สองนางกำนัลเข็ดหลาบไม่กล้าแตะต้องหย่งชิ่งอีก ตอนนี้จึงทำได้เพียงเข้าไปหลบหลังพี่สามใช้เขาเป็นปราการป้องกัน

"เจ้าจะนั่งกินโจ๊ก น้ำเต้าหู้ หรือจะนั่งเหลากินบรรยากาศยามเช้ากันดีล่ะ"

"นั่งเหลาจะต้องรออาหารนานเกินกว่าท้องของข้าจะรอได้ ข้าอยากกินบะหมี่ ไปที่ร้านนั้นเป็นอย่างไร"

พี่สามพยักหน้าโดยไม่คิด

"ตามใจเจ้าเถิด เราไปนั่งกินบะหมี่กัน"

ถ้าจะบอกว่าพี่สามคือพระโพธิสัตว์มาโปรดนางย่อมไม่ผิดไปจากนี้ นางน้ำลายสอตั้งแต่เดินผ่านร้านโจ๊ก ร้านขายซาลาเปา ร้านเซาปิ่ง[1] จนบัดนี้ความหิวโหยได้กัดกินนางจนกระเพาะร้องครวญครางน่าสงสาร

นางกำนัลทั้งสองที่กินแต่อาหารเลิศรสในวัง ต่างสะบัดหน้าหนีบะหมี่ธรรมดาข้างทาง จึงขอตัวไปเดินดูเครื่องประดับในร้านหยกแห่งหนึ่งใกล้บริเวณแถวนั้น

"เฮ้อ..." หย่งชิ่งถอนหายใจออกมาดังๆ

คุณชายสามแค่นยิ้ม การต้องปั้นหน้ายิ้มตลอดเวลาช่างเป็นเรื่องเหน็ดเหนื่อยนักหนา เขานั่งลงบนเก้าอี้ร้องสั่งบะหมี่สองชาม

"หลังจากที่เฝ้าองค์จักรพรรดิเรียบร้อยแล้ว พวกเราถือโอกาสเที่ยวชมเมืองหลวงให้หนำใจเลยนะพี่สาม ข้าไม่รู้อีกเมื่อไหร่จะได้มาเยือนอีกครั้ง"

"ตามใจเจ้าเถิด"

หย่งชิ่งรักพี่สามและรักสี่คำนี้ยิ่งกว่า ตามใจเจ้าเถิด ในบรรดาพี่ชายทั้งสี่ พี่สามนี่แหละที่เอ่ยสี่คำนี้ ได้อย่างคล่องปากที่สุด

บะหมี่สองชามร้อนๆ ถูกนำมาวางตรงหน้า หย่งชิ่งคีบเส้นบะหมี่ใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย บะหมี่สองชามตกลงไปอยู่ในท้องของนางอย่างรวดเร็ว

"พี่สามเราไปกันเถอะ ประเดี๋ยวข้าจะเลี้ยงขนมดอกกุ้ยท่าน ร้านขนมดอกกุ้ยหัวมุมตรงนั้นส่งกลิ่นหอมมาถึงร้านบะหมี่ตรงนี้ มาเมืองหลวงในครั้งนี้นับเป็นบุญปากข้ายิ่งนัก"

พี่สามยังกินบะหมี่ไม่หมดชามนางก็เร่งแล้ว เหตุเพราะต้องการสลัดสองนางกำนัลจากการเดินเที่ยวตลาดครั้งนี้ ดูเหมือนพี่สามจะรู้ทันนางไปเสียทุกอย่าง จึงรีบลุกจากเก้าอี้วางเงินค่าบะหมี่ไว้บนโต๊ะ แล้วเกี่ยวมือน้องน้อยหายไปในหมู่ผู้คน

วิวทิวทัศน์ในเมืองหลวงช่างงดงาม ทั้งอาคารบ้านช่องร้านค้าล้วนเป็นระเบียบไม่ขัดตา ถนนหนทางเรียบลื่นใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย กลิ่นอายความรื่นรมย์ปูพรมทุกหย่อมหญ้า ประชาหน้าใสไร้ทุกข์เข็ญ นับว่าเฟิ่งเสี้ยวจักรพรรดิปกครองบ้านเมืองได้สงบสุขร่มเย็น เป็นจักรพรรดิผู้ประเสริฐ

หย่งชิ่งยืนเต๊ะจุ๊ยอยู่หัวเรือเอามือไขว้หลัง ทำเท่เข้าว่า พี่สามเป็นผู้พายเรือ

นางมีโอกาสได้พายเรือเล่นในแม่น้ำสายหนึ่ง อยู่ห่างจากวังหลวงไม่มากนัก อากาศในยามนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิสำหรับนางก็ไม่ปาน

"ระวังตกน้ำด้วยชิ่งเอ๋อร์" พี่สามร้องเตือนเมื่อเห็นนางกระโดดไปมาบนหัวเรือโบกไม้โบกมือให้เรือขนสินค้าลำใหญ่กว่าที่อยู่ตรงข้าม

"หากไม่เกรงใจข้าอยากกระโดดลงไปเล่นน้ำสักครา"

"ข้าคิดว่าเจ้าว่ายน้ำไม่เป็นเสียอีก"

แหะๆ หย่งชิ่งลืมไปเสียสนิท ว่าตั้งแต่เกิดมาในภพนี้ยังไม่เคยมีใครสอนนางว่ายน้ำเลยสักครั้ง ด้วยเหตุที่อากาศเมืองเหอเสี่ยงหนาวจัดเกือบตลอดทั้งปี เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงในการเรียนว่ายน้ำอาจจะพานแข็งตายไปเสียก่อน แต่ในชาติภพก่อนบิดาได้กล่าวไว้การว่ายน้ำไม่เป็นถือว่าเป็นการฆ่าตัวตายอย่างหนึ่ง ท่านจึงให้นางเรียนว่ายน้ำตั้งแต่สองขวบ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หากเป็นแล้วต่อให้นานแค่ไหนก็ไม่มีวันลืม

“ก็แค่อยากกระโดด แต่ไม่กระโดดหรอกพี่สาม ข้ายังรักตัวกลัวตายอยู่”

ทั้งสองเงียบไปพักหนึ่ง หย่งชิ่งจึงเอ่ยขึ้นลอยๆ

“ป่านนี้พี่สี่คงเจ็บใจที่ไม่ได้มาเมืองหลวงกับข้า”

“โดยนิสัยน้องสี่ป่านนี้คงเริงร่าร่อนทั่วยุทธภพ ร่ำสุราเคล้านารี เสเพลไปตามเรื่องตามราว”

หย่งชิ่งทำเสียงเฮอะเบาๆ แต่คนพายเรือยังได้ยิน

ทันใดนั้นเรือสินค้าลำใหญ่ที่แล่นมาเบียดเข้ากับเรือพายลำหนึ่งจนพลิกคว่ำ แต่เรือสินค้ากลับแล่นฉิวผ่านไปไม่หยุดช่วยคน

"ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย!" หญิงชาวบ้านกับเด็กน้อยต่างยกมือไขว่คว้าขอความช่วยเหลือ ก่อนจะดำดิ่งสู่พื้นน้ำอันเย็นยะเยือก แล้วโผล่ขึ้นมาใหม่อีกระลอก

ใกล้กันนั้นมีคนพายเรือเล่นอยู่สองลำ แต่คนบนเรือกลับนั่งเฉย ไม่รู้ว่าเพราะรักตัวกลัวตาย หรือว่ายน้ำไม่เป็น หรือทั้งสองอย่าง ทำให้หย่งชิ่งต้องสบตากับพี่สาม

"หากช้ากว่านี้พวกนางไม่รอดแน่" ถึงอากาศจะไม่หนาวเท่าเหอเสี่ยงแต่ในน้ำก็คงเย็นจัด พวกนางอาจจะช็อกน้ำเย็น หัวใจหยุดเต้นเพียงแค่ชั่วจิบน้ำชา

"ข้าสามารถช่วยได้เพียงคนเดียว เจ้าต้องเลือกแล้วแหละ ว่าจะให้ข้าช่วยเด็กหรือผู้ใหญ่" พี่สามพูดอย่างเสียไม่ได้

นี่เขาเป็นหมอแน่หรือ ช่างเพิกเฉยต่อความตายอย่างดีเยี่ยม หากเขาไม่ใช่พี่ชายของนาง ร่างนี้คงสั่นสะท้านหวาดกลัวแววตาบนดวงหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชาที่มองความตายได้อย่างเรียบเฉยดุจดวงตาของพญามัจจุราช

"ช่วยผู้ใหญ่" หย่งชิ่งตอบทันที คุณชายสามถอดเสื้อคลุมตัวยาวด้านนอกแล้วกระโดดลงน้ำไป ความเย็นของน้ำทำให้เขาสะท้านเยือก ก่อนที่จะเดินปราณปรับอุณหภูมิร่างกายป้องกันไอเย็นที่อาจทำให้เจ็บป่วย เขาได้ยินเสียงกระโดดน้ำตามลงมา ชวนให้ผวาใจยิ่งกว่า

หรือว่าหย่งชิ่งจะตกน้ำ!

ใบหน้าร้อนรนหันไปหาต้นเสียง หัวใจสั่นวูบคล้ายจะหยุดเต้น หากหย่งชิ่งเป็นอะไรขึ้นมาเขาจะไปจับกดหัวแม่สาวชาวบ้านกับเด็กนั่นให้จมน้ำตายไปพร้อมกัน!

"ท่านช้าแล้วพี่สาม ชีวิตผู้อื่นอยู่ในอันตราย ช่วยชีวิตคนบุญกุศลยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นท่านเร่งมือเถิด"

หย่งชิ่งว่ายน้ำนำหน้าพี่ชายไปก่อน ด้วยท่วงท่าที่งดงามว่องไว ดุจมัจฉากลับชาติมาเกิดก็ไม่ปาน

ด้วยการฝึกฝนวรยุทธ์และพลังลมปราณ ส่งเสริมให้นางว่ายน้ำได้อย่างคล่องแคล่วไม่เหน็ดเหนื่อย เหมือนที่เคยเป็น แต่น้ำในแม่น้ำเย็นมาก ถึงขนาดทำให้ผิวหนังเจ็บแปลบเหมือนถูกมีดกรีด ควันออกปากเวลาพูดด้วยความหนาวเหน็บ

เมื่อว่ายน้ำมาถึงบริเวณนั้นก็ไม่เห็นเงาร่างทั้งสองแล้ว หย่งชิ่งดำน้ำลงไปพร้อมกับพี่สามหาพวกนางชั่วอึดใจ ไม่นานนักพวกนางก็ทะลึ่งขึ้นมาเหนือน้ำ หญิงชาวบ้านกอดเด็กน้อยไว้แน่น พี่สามเข้าไปแยกทั้งสองออกจากกัน

"ไม่ๆๆ ข้าไม่ทิ้งน้องเด็ดขาด" หญิงสาวร้องบอกแผ่วเบา แต่เรี่ยวแรงหมดสิ้นแล้วไม่อาจต้านแรงของคุณชายสามได้

คุณชายสามไม่ฟังเสียง ดึงร่างเด็กหญิงในอาภรณ์เหมันตฤดูอุ้มน้ำหนักอึ้งให้หย่งชิ่ง เด็กหญิงโผกอดคอหย่งชิ่งไว้แน่น ทำให้ต้องสกัดจุดจนเด็กหญิงตัวแข็งทื่อ หย่งชิ่งจึงลากคอเด็กหญิงเข้าหาฝั่งอย่างยากเย็นพอควร ทั้งอาภรณ์เนื้อหนาและร่างกายแข็งทื่อเป็นอุปสรรคสำคัญ สวรรค์โปรดแล้วที่ท่านพ่ออนุญาตให้นางฝึกยุทธ์เคี่ยวกรำร่างกายนี้จนแข็งแกร่งกว่าเด็กทั่วไปหลายส่วน

ผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองนอนหายใจรวยรินบนพื้นหญ้าข้างฝั่งแม่น้ำ เด็กหญิงไอสำรอกน้ำออกมา ดูท่าคงไม่เป็นไรแล้ว

"พวกเจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เหตุใดจึงออกมาพายเรือทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น มันอันตรายมาก คราวหน้าอย่าทำอีก" คุณชายสามบอกอย่างเย็นชา หากหย่งชิ่งไม่เอ่ยปากให้ช่วยเหลือ เขาไม่มีทางกระโดดลงน้ำไปเด็ดขาด แล้วยิ่งถ้ารู้ว่าหย่งชิ่งจะกระโดดลงไปช่วยอีกแรงเขายิ่งไม่อยากทำ ชีวิตของน้องน้อยสำคัญเหนืออื่นใด ผู้อื่นจักรนหาที่ตายเองเขาไม่เกี่ยวข้อง

เมื่อครู่เขาได้เห็นน้องน้อยสามารถว่ายน้ำได้ราวกับมัจฉา จึงยอมให้นางลากร่างเด็กน้อยที่ตัวไล่เลี่ยกันเข้าฝั่ง

หย่งชิ่งปาดน้ำบนใบหน้า บิดน้ำออกจากอาภรณ์ที่ค่อนข้างบางเบา คุณชายสามเข้าไปช่วยบีบน้ำจากเรือนผมยาวสลวย ไม่ใส่ใจพวกนางที่พวกเขาเพิ่งช่วยขึ้นมาอีก

“ฮ่าๆๆ เห็นไหมพี่สามพูดยังไม่ทันขาดคำ ข้าได้กระโดดน้ำเล่นจริงๆ ด้วย” หย่งชิ่งมองตัวเองและพี่ชายที่เปียกปอนหมดหล่อทั้งคู่ ตัวสั่นปากเขียวแต่แววตายังคงฉายแววสนุกสนาน

คุณชายสามปัดเส้นผมบนดวงหน้าน้อย สำรวจหาร่องรอยบาดเจ็บแต่ไม่พบจึงได้แต่ถอนใจอย่างโล่งอก

“เจ้าก็ทำเป็นเล่นเสียทุกที หากเมื่อครู่เจ้าหมดแรงลากเด็กนั่นเข้าฝั่ง ข้าก็จะทิ้งหญิงผู้นั้นแล้วช่วยเจ้าแทน”

“พี่สามท่านช่าง... ฮะ ฮะ ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!” หย่งชิ่งจามติดกันหลายครั้ง หนาวจนเกือบเป็นน้ำแข็ง สองมือเล็กๆ โอบกอดตัวเอง เนื้อตัวสั่นเทา

"คุณชายสามท่านมาอยู่ที่นี่เอง ใยจึงตัวเปียกมะลอกมะแลกเช่นนี้เล่า" เสียงนางกำนัลทั้งสองไป๋หลิงและไป๋อวี้ดังแว่วมาแต่ไกล

หย่งชิ่งกลอกตาขึ้นฟ้า การเที่ยวเล่นสุขสำราญของนางล่มสลายไปเสียแล้ว

"ชิ่งเอ๋อร์ เจ้าต้องไปเปลี่ยนชุดแห้ง ตามข้ามาเถิด เราไปร้านผ้ากันหาอาภรณ์เปลี่ยนสักชุด" พี่สามหาสนใจเสียงของสองนางไม่ กลับจะดึงมือข้าหลบลี้หนีภัยนารี

"ต๊าย! พระอาญามิพ้นเกล้า องค์หญิงเจ็ดกับองหญิงสิบสอง เหตุใดพวกท่านจึงเปียกปอนเช่นนี้"

หย่งชิ่งและคุณชายสามหันขวับไปทางจอมยุ่งทั้งสองทันที อย่าบอกนะว่า...

สตรีที่อายุราวสิบแปดสิบเก้าตวัดดวงตาหงส์กำราบสองนางกำนัลน้อย

"พวกเจ้าอย่าเสียงดังไป พวกข้าแอบมาเที่ยวเล่นภายนอกวังอย่าให้เสด็จพ่อรู้เป็นอันขาด ข้าสองคนตกน้ำ โชคดีที่คุณชายทั้งสองคนนี้ช่วยชีวิตพวกข้าไว้" องค์หญิงเจ็ดบอกด้วยเสียงสั่นสะท้าน ผิวขาวเนียนดั่งหยกล้ำค่าบัดนี้ เขียวซีดไปทั้งตัว ฟันกระทบกันดังกึกกัก

นางกำนัลทั้งสองถอดเสื้อคลุมสวมให้องค์หญิงที่ยืนตัวเปียกหนาวสั่น มองหน้ากันเลิ่กลั่กกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ชีวิตพวกนางอยู่ในอันตรายแล้ว

"พวกเจ้าตามข้ามา" องค์หญิงเจ็ดทรงหันมารับสั่งกับคุณชายสามที่กำลังจูงน้องน้อยตั้งท่าจะจรลีหนีไปกับลมเหมันต์

 

ทั้งหมดหกชีวิตแอบเข้าวังหลวงอย่าเงียบเชียบ ที่จริงก็ไม่ได้เงียบนักหรอกเพราะองค์หญิงเจ็ดปรายตาใส่เหล่านายทหารที่เฝ้าทวาร รวมทั้งทหารยามที่เดินผ่านด้วนน้ำเฉียบขาดวางอำนาจ บ่งบอกนิสัยอันแท้จริงของพระองค์

“หากเรื่องนี้ถึงหูองค์จักรพรรดิพวกเจ้าก็อย่าได้มีศีรษะไว้บนบ่า”

องค์หญิงทั้งสองอยากออกไปเที่ยวเล่น แต่หากออกไปภายนอกต้องพานางกำนัลและเหล่าองครักษ์ติดตามไปด้วยเอิกเกริก แล้วยังไม่สามารถทำอะไรตามใจชอบได้ พระองค์จึงชอบปลอมตัวเป็นหญิงชาวบ้านหลบจากวังหลวงออกมา

ทุกครั้งราบรื่นโดยตลอด มีเพียงวันนี้ที่อยากพายเรือแต่ด้วยความที่พายไม่เป็น องค์หญิงเจ็ดเห็นว่ามิใช่เรื่องยากจึงดึงดันจะพายเรือเล่น เรือจึงออกจากฝั่งอย่างไร้ทิศทางจะพายกลับก็ทำไม่ได้ กระทั่งถูกเรือสินค้าชนเรือล่ม แต่ดวงขององค์หญิงทั้งสองยังไม่ถึงฆาตได้หย่งชิ่งและคุณชายสามช่วยเหลือไว้ทัน

นับเป็นกำไรอีกอย่างหนึ่งของพี่สามและตัวหย่งชิ่ง องค์หญิงทั้งสองให้ค่าปิดปาก อ้อ.. ไม่ใช่สิ เป็นค่าตอบแทนที่ช่วยเหลือชีวิตพระองค์ต่างหาก พระองค์ประทานเพชรนิลจินดา และเงินสามหมื่นตำลึงทอง หย่งชิ่งดูจะโลภมากไปสักนิด ตาโตยามเห็นสมบัติล้ำค่าไปสักหน่อย จะโทษใครได้ถ้าไม่ใช่พี่รองที่ปลูกฝังนิสัยเห็นแก่คุณค่าข้าวของใส่บนผิวของนาง ส่วนพี่สามยังคงกิริยาของยอดบุรุษไม่ไหวเอนแม้เห็นเงินทองกองตรงหน้า

แต่นางมิใช่บุรุษย่อมไม่ถือว่าเสียกิริยา ฮ่าๆๆ

ไม่รับถือว่าผิดต่อพี่รอง นางจะขนสมบัติเหล่านี้ไปให้เขาชมเป็นขวัญตา

องค์หญิงเจ็ดยามแต่งองทรงเครื่องไม่เปียกมะลอกมะแลกทรงงดงามไม่น้อย มิหนำซ้ำพระองค์ยังปักใจกับพี่สามเป็นอันมาก นัยน์ตาหงส์หยาดเยิ้มหยดย้อยราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้ มีไว้ชายตาแลพี่สามเพียงผู้เดียว

พี่สามกลายเป็นแขกผู้ทรงเกียรติขององค์หญิงเจ็ด ส่วนหย่งชิ่งก็ต้องกลายเป็นเพื่อนเล่นขององค์หญิงสิบสอง

เต็มใจไหม?

บอกเลยว่าไม่!

ได้เพชรนิลจินดาก็ดี ได้เงินทองก็ดี แต่ต้องมาเป็นเพื่อนเล่นขององค์หญิงนี่สิไม่ดี แค่วันแรกนางก็อยากจะจับองค์หญิงสิบสองโยนลงสระบัวให้รู้แล้วรู้รอด ช่างน่าปวดหัวยิ่งนัก

ตั้งแต่นั้นหย่งชิ่งก็นับวันที่จะได้ลาขาดจากวังหลวงแห่งนี้

 

"บ้าจริง! จนป่านนี้แล้วองค์หญิงเจ็ดยังไม่ปล่อยตัวพี่สามกลับมาอีกหรือ" หย่งชิ่งงัวเงียตื่นขึ้นเวลาค่อนดึกไปแล้วมองไปรอบกาย เทียนใกล้ดับ อ่างไฟในห้องก็กำลังมอดลา นางยังนั่งที่โต๊ะไม้มะเกลือไม่ได้ย้ายไปบนเตียง

หย่งชิ่งรอพี่ชายมาสางผมต้มยาให้ดื่ม รอจนฟุบหลับไปกับโต๊ะตื่นหนึ่งแล้ว พี่สามยังไม่กลับมาอีก

เกลียดองค์หญิงเจ็ดชะมัด ถือว่าเป็นองค์หญิงใช้อำนาจบาตรใหญ่ยึดครองพี่สามไว้คนเดียว หากตะวันไม่ตกดิน นางไม่เคยได้พบหน้าพี่สามสักครั้ง

ส่วนหย่งชิ่งต้องเล่นเป็นเพื่อนองค์หญิงสิบสองมาสองวันติด เอียนจะแย่ นางเป็นบุตรคนเล็กมีพี่ชายทั้งสี่เอาใจเล่นกับนาง แต่ครานี้ต้องฝืนใจเล่นกับเด็กหญิงอ่อนแอ มิหนำซ้ำยังติดหย่งชิ่งแจกระดิกกายไปไหนไม่ได้

นางตัดสินใจแล้วว่าพรุ่งนี้จะหลบออกไปนอกวังหลวงคนเดียว ในเมื่อพึ่งพาพี่สามไม่ได้นางก็ต้องพึ่งตัวเองแล้ว

ร่างน้อยสวมเพียงอาภรณ์สีขาวชั้นกลางเปิดประตูห้องเดินออกมาข้างนอก ใบหน้าปะทะกับอากาศเย็นฉ่ำจนต้องโอบกอดตัวเอง เท้าเล็กๆ เดินไปเรื่อยๆ ผ่านสะพานข้ามสระบัวที่ส่งกลิ่นหอมนุ่มนวล กลิ่นหอมมักติดกายนางไปทุกที่ สิ่งนี้อาจเป็นกุศโลบาย ทำให้รู้การเคลื่อนไหวของแขกผู้มาเยือนว่าอยู่ที่ไหนแห่งหนใด ง่ายต่อการควบคุม 

คืนจันทร์เพ็ญอันมีมนต์ขลัง จันทราทอแสงนวลอ่อนโยนอาบไล้ทั่วหล้า สะท้อนบนผืนน้ำดั่งอยู่ใกล้เพียงมือเอื้อม เด็กหญิงเดินไปเรื่อยๆ ไร้ทิศทางคลายอารมณ์ขุ่นมั่ว นางคล้ายระเบิดลูกน้อยที่จะ บึ้ม ในไม่ช้า หากไม่คลายความร้อนลงเสียบ้าง

เท้าเดินลัดเลาะตามแนวสวนดอกไม้ นัยน์ตาเลื่อนลอยเหม่อมองฟ้า มองดาราอันน้อยนิดที่มิอาจสู้แสงจันทรา มองเมฆดำที่บังอาจบดบังความงามของจันทร์เพ็ญ สดับเสียงจิ้งหรีดเรไร นานเท่าไรมิอาจรู้ได้

เสียงฝีเท้าย่ำหนักและเสียงโลหะดังกระทบกันของเหล่าทหารยามลาดตระเวน สะกิดหย่งชิ่งจากภวังค์ นางหันไปมองรอบกาย เดินมาถึงที่ใดแล้วนี่ เมื่อเห็นทหารยามเดินข้ามาใกล้จึงกระโดดข้ามกำแพงสูงหลบคนเหล่านั้น เด็กหญิงยังคงเดินต่อไป และหยุดอยู่ที่ศาลารับลมกลางน้ำ เงาจันทร์ทอดอยู่ในนั้น

ใต้ฟ้าเดียวกันป่านนี้พวกเขาจะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ

ป่านนี้พี่ใหญ่คงทำงานอย่างสบายใจไม่ต้องห่วงนาง

พี่รองคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ปราศจากผู้ช่วยผลาญเงิน

ส่วนพี่สี่คงปิดซอยเลี้ยงที่ไม่มีนางเกาะติดเป็นปลิงน้อยคอยกวนใจ

ท่านพ่อท่านแม่คงสบายหูไม่มีผู้ใดคอยฟ้องบรรดาพี่ชาย งอแง รบกวน เอาแต่ใจ

คิดถึงบ้าน...

ความตื่นเต้น แปลกใหม่ ความสนุกสนานทั้งมวลหมดสิ้นลงแล้ว นางอยากกลับบ้านแล้ว นัยน์ตาคมซึ้งเงาวับด้วยหยาดน้ำตาที่กำลังร่วงหล่น ทอดถอนใจดังแผ่วเบา  ต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้น

“วังหลวงมิใช่ที่วิ่งเล่นของเด็ก” น้ำเสียงทรงอำนาจที่สามารถสะท้านสะเทือนผืนปฐพีได้ดังขึ้น

ไหล่บางผวาเฮือก

ผู้ใดกัน?

เจ้าของพลังเสียงทรงอำนาจสั่นคลอนหัวใจนางเช่นนี้

ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า เก็บงำกลิ่นอาย แต่น้ำเสียงกลับทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา

ทหารยามผู้ใดถึงมีพลังยุทธ์สูงส่ง

แต่ข้ากำลังอารมณ์ไม่ดี อย่ามารบกวนได้ไหม?

“ข้ามิได้มาวิ่งเล่น ข้ามายืนชมจันทร์ต่างหาก” เสียงเล็กเครือสั่นไม่ปิดบัง ยังเชิดหน้ามองจันทราหาใส่ใจผู้ใดไม่

“เพลานี้มิใช่เวลานอนของเด็กหรอกหรือ” คิ้วเข้มเลิกขึ้น ชุดเกราะเงาวับสะท้อนแสงจันทร์เปล่งประกายในความมืด ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าไปใกล้

เด็กผู้นั้นยังไม่หันมามองเขาแม้แต่น้อย ช่างขวัญกล้าเกินไปแล้ว

คราแรกเขาเห็นเพียงเงาร่างสายหนึ่งกระโดดข้ามกำแพงตำหนักเข้ามา ร่างน้อยในชุดขาวกลางศาลารับลมคล้ายดั่งภูตพราย เรือนผมดำขลับปล่อยยาวสลวยพลิ้วไปตามแรงลมอ้อยอิ่งตัดกับอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์

“ตัวข้าน้อยยังเป็นเด็ก แต่จิตใจหาใช่เด็กไม่”

เด็กนี่ช่างยอกย้อน มุมปากที่เป็นเส้นตรงเมื่อครู่ยกขึ้นบางๆ

“หากเจ้าไม่ใช่เด็ก ข้าก็สามารถทำอะไรกับเจ้าก็ได้เช่นนั้นสิ”

นัยน์ตาเหยี่ยวพราวพร่างดุจกักเก็บดวงดาวนับพันไว้ในนั้น

หย่งชิ่ง! เจ้าพลาดท่าเสียแล้ว

 



[1] เซาปิ่งขนมแป้งอบหรือแป้งทอดบ้างมีลักษณะคล้ายขนมเปี๊ยะบ้างคล้ายกับพิซซ่าโดยมากจะโรยด้วยงาแต่สมัยก่อนจะสอดไส้หรือทาหน้าหลากหลายชนิดเช่นเนื้อแพะและต้นหอม

 

22/05/2558

 

ใกล้ถึงไคลแม็กซ์แรกของเรื่องแล้วค่ะ คนเขียนตื่นเต้นฮ่าๆ เขียนงานอืดมากเหลือเกิน แต่ก็ผ่าน 100 หน้าแรกมาด้วยดี (ที่อัปลงยังไม่ถึง 100 หน้าแรกนะคะ) ลงแต่ละตอนประมาณ 9-10 หน้าค่ะ เขียนแบบนี้โดยนิสัย ไม่รู้ว่ากะอย่างไรเหมือนกัน การเขียนเวลาจบตอนจะต้องทิ้งไว้ให้นักอ่านสนใจอยากอ่านตอนต่อไป เป็นวิถีของนักเขียนโดยแท้

จากการกะประมาณคร่าวๆ เรื่องนี้น่าจะอยู่ที่ 250300 หน้าค่ะ จะหนาไปหรือเปล่าหนอ

หวังว่าจะเขียนจบภายในเดือน ก.ค. 58 ค่ะ นักเขียนจะพยายาม

 

亮林  เลี่ยงหลิน




แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ กดที่รูปเลยค่ะ



ติดต่อสอบถาม อีเมล : lianglinwriter@gmail.com
Facebook https://www.facebook.com/profile.php?id=100009552997112



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2275 p-q5 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 10:07
    พระเอกรึเปล่า!?
    #2,275
    0
  2. #2174 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 14:48
    นางกำนัลกับองค์หญิงน่ารำคาญมากค่ะ
    #2,174
    0
  3. #2114 เมมฟิส (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 11:56
    เห็นด้วยกับคห.ที่ 1997 มากๆ และไม่ชอบองค์หญิงเจ็ดสุดๆ อย่าให้องค์หญิงเจ็ดคู่กับพี่สามเด็ดขาดน่ะ
    #2,114
    0
  4. #1997 เบียตุจัง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 19:10
    พี่สามหายไปไหน? เอาคืนมาได้แล้วนังองค์หญิงไร้ยางอาย หน้าหนาอีกด้วย เชอะ!! เบื่อวัง อยู่นานไปไหมนี่น่ะ
    #1,997
    0
  5. #1725 DarThailand (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 08:23
    ฮ่องเต้หรือ
    #1,725
    0
  6. #828 ฝนธารา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 21:21
    ใครกันนะ 
    #828
    0
  7. #226 EBINBAIPLY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 15:46
    มือปราบหย่งชิ่งใช่ไหมคนนี้
    #226
    0
  8. #207 yuechan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 10:40
    เห้อ ทำดีไม่ได้ดีแบบนี้นี่เองเนอะ หย่งชิ่ง
    #207
    0
  9. #206 littledevil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 10:40
    น่าจะปล่อยให้องค์หญิงเจ็ดนั่นจมน้ำไป ชิ กักตัวพี่สามไว้อยู่นั่นแหละ หย่งชิ่งหาทางเอาพี่สามคืนมาเร็วๆนะ
    #206
    0
  10. #200 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 01:30
    เฮียมาแย้วววววววว
    #200
    0
  11. วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 00:32
    ว้าวว ชิ่งเอ๋อร์ได้ของไปฝากที่บ้านแล้นน  ภาพสวย  ชอบค่าเข้ามากดภาพเล่นค่ะ   55

    แม่ทัพไร้พ่ายใช่ไหมคะเนี่ย   ชิ่งเอ๋อร์เจอคู่ปรับแล้วจิ สู้ๆๆนะคะพี่ไรเตอร์ 
    #199
    0
  12. #198 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 00:13
    ภาพน่ารักมากเลยค่ะ และแล้วก็เจอกัน
    #198
    0
  13. วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 19:24


    แก้ไขคำผิดค่ะ  หอคำภีร์ในพรรค เป็น หอคัมภีร์ จ้ะ

    จบแทบไม่มีหนังสือใดแล้ว เป็น จนแทบ ค่ะ

    เพราะหลังจากนั้นนางกำนันทั้งสอง เป็น นางกำนัล จ้ะ

    หย่งชิ่งสวมอาภรณสีขาวยวงปักลวดลายตรงขายเสื้อ เป็นชายเสื้อ ค่ะ

    พวกนางอาจจะช็อกน้ำเย็น เป็น ช็อค ค่ะ

     พี่สามกะชิ่งเอ๋อร์จะช่วยได้หรือเปล่าน้า  สนุกจัง ติดตามต่อจร้า

    #197
    0
  14. #196 KunOor (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 15:46
    สนุกอ๊าาาารีบมาต่อน้าาาา
    #196
    0
  15. #195 ยาเม็ด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 12:26
    รอๆๆๆๆอย่างจดจ่อ
    #195
    0
  16. #194 oranuch runhthongsri (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 11:49
    กำลังตืน่เต้ลรอตอนต่อไป ขอบคุณคะ
    #194
    0
  17. #193 yuechan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 10:37
    หย่งชิ่ง ชีตะกละเกินไปละ ระวังพุงยื่นนะ
    #193
    0
  18. #191 ยาเม็ด (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 00:35
    สามีคนที่5. ฮาเร็มของฉานนนน
    #191
    0
  19. #189 ข้าน้อย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 18:25
    น่าเป็นห่วงมากเนอะ
    #189
    0
  20. #188 Airly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 17:41
    เหตุใดท่านแม่จึงดูกังวลนัก...

    .

    .

    .

    .มาต่อไวๆๆๆๆๆ นะคร้าาา รอ..... ติดตามอ่าน

    ไรเตอร์ สู้ๆนะคะ
    #188
    0
  21. #185 หลง ชิ่งเอ๋อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 16:11
    ท่านแม่คือองค์หญิง ที่แต่งงานกับขอทานแน่เลย



    ว๊าวววว..... รอค่ะ
    #185
    0
  22. #183 yuechan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 12:05
    ท่านแม่น่าสงสัย มีอะไรเกี่ยวข้องกับราชสำนักแน่เลย
    #183
    0
  23. #182 aj-dvd (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 10:53
    รอหนุ่มน้อยคุณชายห้า ป่วนวังจ้ะ
    #182
    0
  24. #181 ดอก ลิลลี่ สีฟ้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 09:47
    เป็นเรื่องที่น่าติดตามมากๆๆ
    #181
    0
  25. #180 poonsuk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 08:35
    แอบเดา พี่ทหาร ในอนาคต เป็นพี่ใหญ่ในอดีตรึป่าวนะ
    #180
    0