ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 8 : บทที่ 8 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    10 ต.ค. 58


 
 

 

 

บทที่ 8

 

ใบไม้ยังคงร่วงหล่นโปรยปรายบนพื้นเฝ้ารอวสันตฤดูที่ใกล้จะมาเยือนในไม่ช้า ต้นไม้มีเพียงกิ่งก้านสีน้ำตาลแห้งดูเปลี่ยวเหงาเดียวดาย หิมะละลายสิ้นแล้ว เหลือเพียงม่านไอเย็นแผ่หมอกของบางเบาปกคลุมทั่วเมืองเหอเสี่ยง

งานจิบน้ำชายามสายในสวนเรือนวสันต์คำนึงกำลังเริ่มขึ้น หลังการได้มาซึ่งชัยชนะอันไม่ยากเย็น แล้วยังได้รับการตบรางวัลอย่างงามจากคู่แข่งผู้ใจกว้างดุจมหานที คุณชายสี่นำขนมส่วนหนึ่งมาส่งถึงมือหย่งชิ่ง และคุณชายอู่จัดให้คนนำขนมส่วนที่เหลือมาส่งยังพรรควิหคเพลิง

 หย่งชิ่งสั่งให้แจกจ่ายขนมไปยังเรือนต่างๆ ในพรรควิหคเพลิง และแบ่งให้บ่าวไพร่ได้ลิ้มรสกันถ้วนหน้า

นับว่าคุณชายอู่หน้าใหญ่ใจโตไม่น้อยสั่งขนมราคาแพงมามากมายถึงเพียงนี้  เขาเลี้ยงดูนางอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่อง กว่าจะถึงวัยปักปิ่นนางอาจจะใจอ่อนกับอาหารการกินของคุณชายอู่ก็เป็นได้

พี่น้องพร้อมหน้าล้อมวง หย่งชิ่งรู้สึกเป็นสุขสงบไร้ความกังวล

คุณชายสามรับหน้าที่ชงชาด้วยกิริยานุ่มนวลสง่างามเป็นอาหารตาชั้นยอดดูเพลิดเพลินเจริญใจ ชาจื่อหลงชั้นดีเกรดวังหลวงถูกชงอย่างพิถีพิถันด้วยมือเรียวงามของคุณชายสามส่งกลิ่นละมุนหอมกรุ่นขึ้นนาสิก นางมองนิ้วมือเรียวยาวหยิบจับป้านชาและจอกใบเล็กอย่างคล่องแคล่ว น้ำชาร้อนถูกรินแจกจ่ายให้ทุกคน

พี่สามหยดน้ำผึ้งให้นางเล็กน้อยช่วยลดรสขมของใบชาเหมาะสำหรับเด็กๆ เขาชอบทำเหมือนนางเป็นเด็กไม่รู้จักโต แต่น้ำชาของพี่สามก็อร่อยลิ้นหวานนิดๆ อบอุ่นชื่นใจกลิ่นชาหอมกรุ่นอวลในปาก

ขนมหลากชนิดจัดวางในจานน่ากิน หย่งชิ่งหยิบขนมที่คล้ายกับจิงปาเจี้ยนหรือขนมดั้งเดิมแปดอย่างของปักกิ่งมากัดคำแรก แป้งนุ่มหอมสอดไส้เนื้อผัดบ๊วยดองรสเข้มข้นอร่อยลิ้นอย่างที่ไม่เคยกินมาก่อน ยิ่งจิบน้ำชาอุ่นไปด้วยเหมือนกำลังล่องลอยบนแดนสุขาวดี สมแล้วที่เป็นขนมจากร้านสายธารน้ำผึ้งอันเลื่องชื่อ

“อร่อยมากล่ะสิท่า” พี่ใหญ่จ้องหน้านางใบหน้าอมยิ้มนิดๆ คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ช่างเป็นบุรุษหนุ่มรูปงามที่หวงรอยยิ้มเหลือเกิน

“อืม...” หย่งชิ่งเคี้ยวตุ้ยจนหมดปาก แล้วหยิบขนมอีกชิ้นหนึ่งที่รูปร่างต่างกับอันที่เพิ่งลงกระเพาะไป  ไม่พูดไม่จากับผู้ใด

คุณชายทุกคนสบตากันแล้วส่ายหัว

“ชิ่งเอ๋อร์หยกประดับของเจ้าหายไปไหนเสีย ข้าจะถามตั้งแต่เช้าแล้วแต่ไม่มีโอกาส” พี่ใหญ่ถามขึ้น หยกประดับนี้ทุกคนจะผูกไว้ที่เอวเป็นหยกเนื้อดีสั่งทำพิเศษเป็นรูปวิหคเพลิงล้อมรอบอักษรชื่อของแต่ละคน

“หย่งชิ่งบอกว่ามันแตกไปตอนที่นางตกเหว ข้าว่าจะไปสั่งทำให้ชิ่งเอ๋อร์ใหม่” พี่สามที่เป็นคนช่วยนางแต่งตัวเมื่อเช้าเป็นคนบอกแทน เพราะดูท่าแล้วปากน้องน้อยคงไม่ว่างอีกนาน

ฝันร้ายยังไม่หายไป พี่สามนอนที่เรือนวสันต์คำนึงเป็นเพื่อนนางเป็นแรมเดือนแล้ว

หย่งชิ่งยังหยิบขนมใส่ปากไม่หยุด พี่สามรินน้ำชาใส่ถ้วยให้อย่างไม่ขาดตอน เข้าขากันดีไม่น้อย

“หยกประดับนั่นราคาสองร้อยตำลึงเชียวนะชิ่งเอ๋อร์” หยกที่ใช้ทำเป็นหยกเนื้อดีแข็งกว่าหยกทั่วไป จึงมีราคาแพงมากบวกกับค่าฝีมืออันประณีตของช่างชั้นหนึ่งแห่งเมืองเหอเสี่ยง

“อืม... พ่อค้าขูดเลือดขูดเนื้อพวกเราหนักไปหน่อยกระมังพี่รอง” หย่งชิ่งเริ่มอิ่มปากจึงว่างตอบ “อีกทั้งหยกแตกหักง่าย ข้าซนเล็กน้อยก็แตกเสียแล้ว น่าเสียดายเงินทอง อันที่จริงข้าไม่ผูกก็ได้นะ”

“ได้อย่างไร คุณชายตระกูลเฉินต้องผูกทุกคน” พี่ใหญ่คัดค้าน

“ถ้าอย่างนั้นข้าเปลี่ยนเป็นใช้ทองตีเป็นแผ่นบางตัดลวดลายก็น่าจะดีนะ”

พี่รองทำตาโตใส่นาง ต่อมงกถูกกระตุกอย่างง่ายดาย “แผ่นทองนั่นแพงกว่าหยกอีกนะชิ่งเอ๋อร์ แล้วไม่มีผู้ใดทำแผ่นทองเป็นป้ายประดับกันหรอก”

อ้าว... นางคิดว่าแผ่นทองน่าจะถูกกว่าแผ่นหยก คิดผิดไปแล้วสิ พี่รองถึงกับปาดเกลือที่แขนออกมาซัดใส่นางเลยทีเดียว ตั้งแต่เสียพนันคราวที่เดินหมากล้อมกับท่านพ่อ พี่รองก็เขี้ยวกับนางเป็นพิเศษ เหมือนถูกวิญญาณเฝ้าสุสานอาฆาตตามทวงสมบัติคืนอย่างไรอย่างนั้น

“ข้าอยากวาดลวดลายเอง ส่วนค่าจ้างสั่งทำ ไว้พรุ่งนี้ข้าแข่งหมากล้อมชนะ ก็เอาเงินรางวัลมาชำระแทน หวังว่าพี่รองคงไม่ขัดข้องอันใด”

หย่งชิ่งมีลวดลายที่คิดไว้ในใจนานแล้ว แต่ยังไม่สบโอกาสจะนำมาใช้ นางคิดถึงสมุดสเก็ตภาพใต้หมอนรู้สึกคันไม้คันมือเป็นอย่างมาก อยากจะออกไปร้านเครื่องประดับเสียตอนนี้เลย

“ดูเจ้ามั่นใจว่าจะคว้าชัยชนะมาได้” พี่สี่มาแล้วหลังจากถูกขนมปิดปากไว้นาน พี่สี่ชอบขนมหวานพอกับนางเชียวล่ะ พวกเรามีอุปนิสัยหลายอย่างคล้ายกันจนเกินไป ทำให้เกิดเรื่องหมางใจบ่อยครั้ง

“หากบอกว่าข้าไม่คิดเลยก็เป็นการโป้ปดเกินไป อย่างน้อยข้าก็มีโอกาสชนะครึ่งหนึ่ง พี่สี่เป็นห่วงว่าข้าจะเสียใจหากต้องพ่ายแพ้อย่างนั้นรึ”

“ใครว่าข้าเป็นห่วงเจ้า!” พี่สี่ขึงตาใส่น้องน้อยที่ทำเป็นรู้ความนัย มุมปากกระตุก กระแทกจอกชาบนโต๊ะหินดังกึก

“ฮ่าๆๆ เอาเถิด ถ้าเจ้าแพ้จริงๆ เงินที่เจ้าให้ข้าไปเปิดร้านยาน่าจะเหลืออีกหลายพันตำลึง  แค่ค่าเครื่องประดับแค่นี้จะกี่อัฐกันเชียว จริงไหมพี่รอง” พี่สามรอมชอมทุกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เขาทำพี่รองหน้าง้ำอีกแล้ว

อย่าได้พูดถึงเรื่องเงินพนันที่เสียไปเชียว

“น้องสามเจ้าหรือก็แปลก เปิดร้านยาแต่ไม่รับรักษาผู้คน เสียโอกาสหาเงินเข้ากระเป๋า แล้วเจ้าจะเปิดร้านยาไปเพื่ออะไร” พี่รองถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ร้านยากำลังเป็นรูปเป็นร่างอยู่ในทำเลดี หากน้องสามรับตรวจรักษาอาการด้วยแล้วกำรี้กำไรเป็นกอบเป็นกำจะหนีไปไหนเสีย แต่ครั้นเอ่ยถึงเรื่องนี้น้องสามกลับรีบบอกหนักแน่นว่าจะไม่รับตรวจรักษา

“ชิ่งเอ๋อร์อุตส่าห์เปิดร้านยาให้ข้า ข้าต้องถนอมตัวไว้รักษานางกับคนตระกูลเฉินเท่านั้น กับผู้อื่นข้าไม่ใส่ใจ” พี่สามตอบหน้าตาเฉย ยังคงแววตาอ่อนโยนจับจ้องไปที่น้องน้อย นิ้วเรียวสวยปัดเศษขนมจากแก้มเนียน ยิ้มขำใบหน้าเล็กๆ ที่มอมแมมไปด้วยขนมหอมหวาน

ทุกสายตาพุ่งไปที่พี่สามผู้อ่อนโยนดุจสายลมในฤดูใบไม้ผลิของนางอย่างรวดเร็ว ใครก็คาดไม่ถึง พี่สามผู้อ่อนโยนจะมีความคิดเช่นนี้

ผู้ที่เป็นหมอสมควรมีจิตใจเมตตาเห็นผู้อื่นประดุจลูกหลานช่วยดูแลรักษา

นางไปปลูกฝังความคิดแปลกพิสดารใส่พี่สามตั้งแต่เมื่อไรกัน รักษาแต่นางไม่รักษาผู้อื่น เขาเป็นถึงหมอเทวดาเชียวนะ ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ มีวิชาความรู้สามารถช่วยเพื่อนมนุษย์ได้ แต่เก็บงำไม่นำออกมาใช้

“ข้าอุตส่าห์คิดว่าน้องสามจะเป็นผู้สามัญที่สุดในบ้าน” พี่ใหญ่ว่าพลางส่ายหัว ไม่ไหว... ไม่ไหว... น้องสามก็เป็นไปกับเขาด้วย

“ข้าใช้คำว่าหน้าเนื้อใจเสือกับน้องสามได้แล้วสินะ” พี่รองกำลังนับนิ้วคำนวณค่าป้ายประดับของน้องน้อย ขาดทุนอีกแล้ว ขาดทุนอีกแล้ว...

“ฮึ! มีท่านให้ท้ายจอมมารน้อย ต่อไปนางจะเกรงกลัวผู้ใด” พี่สี่ตบพัดในมือกับโต๊ะเสียงดัง จอมมารน้อย... จอมมารน้อย... เจ้ากลายเป็นพยัคฆ์ติดปีกไปแล้ว

“ชิ่งเอ๋อร์พาข้าไปดู... ใช่แล้ว สมุดสเก็ตของเจ้าเถิด เจ้าต้องวาดลายที่ชอบไว้แน่ ภาพในนั้นวาดได้งดงามนัก ข้าไม่เห็นมาตั้งนานแล้ว สิ่งที่เจ้าเรียกว่ากระดาษก็ใช้แสนสะดวกสบาย พี่สามบ่นเสียดายกับข้าเป็นประจำที่เจ้าไม่เปิดโรงผลิตกระดาษค้าหากำไร แต่กลับให้ใช้เพียงในพรรควิหคเพลิงเท่านั้น”

ทำเช่นนั้นได้อย่างไร?

นางไม่มั่นใจว่าห้วงเวลาที่นางใช้ชีวิตอยู่ในช่วงใด ไม่มีรัชสมัยนี้ในประวัติศาสตร์ จึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นรัชสมัยที่เก่าแก่กว่าสองพันปี

หย่งชิ่งเคยอ่านวิธีผลิตกระดาษในสมัยโบราณจึงนำวิธีนั้นมาใช้ ลองผิดลองถูกอยู่เป็นปีกว่าจะได้คุณภาพเนื้อกระดาษที่ต้องการ แต่ไม่อาจเทียบเนื้อกระดาษในสมัยปัจจุบัน นางทำเพื่อความสะดวกสบายของตัวเองโดยแท้ หากนางเผยแพร่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในอีกหลายร้อยปีข้างหน้าในเวลานี้ ไม่แน่ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น จะคล้ายกับปรากฏการณ์ผีเสื้อ[1]ก็อาจเป็นได้ นางจึงต้องให้ใช้ในวงจำกัดและไม่สามารถนำไปให้ผู้อื่นรู้เห็น

“สิ่งใดควรเป็นความลับก็มิควรเผยแผ่ พี่สามไปช่วยข้าเลือกลายป้ายประดับเถิด พี่รองข้าอิ่มแล้วท่านช่วยบอกห้องครัวให้เก็บขนมส่วนที่เหลือไว้ให้ข้ากินวันอื่นด้วย” หย่งชิ่งสั่งเสร็จก็คว้ามือพี่สามเดินเข้าไปในเรือนวสันต์คำนึง

คนชงชาไปแล้ว พวกเขาจะนั่งตากลมหนาวอยู่ไย ชั่วพริบตาสวนหน้าเรือนวสันต์คำนึงกลับว่างเปล่าเฉกเช่นวันวาน ทิ้งไว้เพียงรอยทรงจำอุ่นจางมิเคยลางเลือน

 

การแข่งขันหมากล้อมรอบสุดท้าย

พรรควิหคเพลิงตั้งขบวนตั้งแต่อรุณยังไม่เบิกฟ้า ทุกคนกระปรี้กระเปร่าคึกคักประหนึ่งเป็นผู้ลงสนามแข่งด้วยตัวเอง อากาศยามเช้าขมุกขมัวเมฆหมอกปกคลุมแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า

ฤกษ์ยามช่างไม่เป็นใจ...

หย่งชิ่งถอนใจเล็กน้อย นางนั่งอาชาตัวเดียวกับพี่ใหญ่ ดีจริงพี่ใหญ่ตัวโตช่วยป้องลมหนาว แถมยังมีอกกว้างให้พักพิงไม่ว่ายามทุกข์หรือสุข วันข้างหน้าอู่เฉิงเชียนคู่หมั้นของนางจะสามารถทำให้นางรู้สึกปลอดภัยเหมือนพี่ใหญ่ได้หรือไม่ เมื่อคิดถึงร่างสะโอดสะองใบหน้าหล่อเหลาละมุนละไมแล้ว นางถึงกับส่ายหัว

ไม่มีทาง!

หย่งชิ่งตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่คิดว่าตัวเองจะฝ่าฟันมาถึงรอบสุดท้ายได้ นางไม่คิดถึงเรื่องเงินรางวัลหนึ่งหมื่นตำลึง แต่ไพล่ไปคิดถึงเรื่องที่พนันกับพี่สี่ สิ่งที่จะขอจากพี่สี่นางคิดไว้ในใจนานแล้ว ถ้าเขาได้รู้ต้องอกแตกตายเป็นแน่ คิดแล้วน่าสนุกไม่น้อย

“ยิ้มอะไรคุณชายห้า” พี่ใหญ่ก้มหน้าลงมาถาม

เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของนาง นางยังรู้สึกหวั่นไหวในอก ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงหญิงสาวนางอื่น

เฮ้อ... จะมีสาวงามสะคราญโฉมสักกี่คนที่ต้องทอดถอนหายใจเพื่อพี่ใหญ่ของนาง

“ข้ากำลังคิดถึงยามพี่สี่เต้นระบำเหมือนยืนบนถ่านร้อน ถ้าข้าคว้าชัยชนะมาได้”

พี่ใหญ่นิ่วหน้าครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเสียงดัง ทำเอาผู้ติดตามด้านหลังมีสีหน้าปละหลาดใจไปตามๆ กัน คุณชายใหญ่ผู้เย็นชากลับหัวเราะร่ายามอยู่กับน้องน้อยบนหลังอาชา

อาชาของพี่รองขยับมาเทียบกับอาชาของพี่ใหญ่ หย่งชิ่งปรายตามองพี่รองเล็กน้อยแล้วหันมาสนใจซาลาเปาไส้เนื้อผัดหน่อไม้ร้อนๆ ในมือ กัดไปคำหนึ่งถึงกับต้องหลับตาด้วยรสชาติอร่อยเลิศล้ำ เนื้อผัดหน่อไม้รสชาติกลมกล่อมเผ็ดร้อนด้วยเครื่องเทศเล็กน้อยกลิ่นหอมยั่วยวน ซาลาเปาเนื้อของท่านป้าฉู่นี่ไม่เคยทำให้นางผิดหวังสักครั้ง

“ชิ่งเอ๋อร์... วันนี้เจ้าต้องแสดงสุดฝีมือเลยนะ”

“พี่รองเปิดโต๊ะรับพนันอีกแล้วหรือ” หย่งชิ่งพูดทั้งที่ยังมีซาลาเปาเต็มปาก

“เจ้าก็ว่าไป ข้าแค่หาเรื่องสนุกเล็กๆ น้อยๆ ทำเท่านั้น ทำงานที่ร้านเงินน่าเบื่อจะตาย ให้ข้าหาความรื่นเริงใจบ้างสิ”

"อัตราต่อรองเท่าไหร่?"

"หนึ่งต่อห้า พนันข้างเจ้าจ่ายห้าเท่า"

คิ้วเข้มของเด็กหญิงเลิกสูง หากเป็นนางคงให้ไม่ถึงห้าเท่า หย่งชิ่งถือเป็นม้ามืดในการแข่งขันหมากล้อมครั้งนี้ ผู้ใดก็มิอาจดูแคลน น่าประหลาดใจนัก

"อัตราสูงขนาดนั้นเชียว"

"เจ้าเป็นผู้ท้าชิง คู่แข่งของเจ้าเป็นผู้ชนะเมื่อปีที่แล้ว และชนะติดกันมาสามปีซ้อน อัตรานี้ถือว่าไม่สูงแล้ว"

อ้อ... เมื่อวานหลังจากแข่งกับเฉิงเชียนเสร็จนางก็กลับบ้านเลยไม่ได้รอดูผลของคู่ถัดไป

"พี่สาม ท่านลงพนันข้างข้านะ" ซาลาเปาหมดแล้ว หย่งชิ่งรับผ้าเช็ดหน้าที่พี่ใหญ่ยื่นให้อย่างรู้งานมาเช็ดมือ

"เจ้ามั่นใจ?" พี่สามถามเสียงสูง ต่อให้ชิ่งเอ๋อร์ตอบว่ามั่นใจ เขายังไม่รู้ว่าจะกล้าลงพนันข้างนางหรือไม่

หย่งชิ่งยิ้มบาง ดวงหน้าสว่างไสวด้วยรอยยิ้มงดงาม ใบหน้าเล็กคล้ายคุณชายสี่อยู่หลายส่วน ทว่าดูคมคายคล้ายบุรุษมากกว่า เป็นมิตรมากกว่า ดูน่าใกล้ชิดผูกสัมพันธ์

"ข้าไม่มั่นใจ แต่ข้ามั่นใจในแรงถีบที่อยู่ข้างหลังข้า" หย่งชิงเหล่ตามองคุณชายสี่ ที่นั่งอยู่บนอาชาเยื้องไปทางขวามือ ใบหน้าสวมหน้ากากสีเงิน ผิวที่โผล่พ้นหน้ากากครึ่งหนึ่งขาวนวลเนียนดุจหยกล้ำค่า จมูกโด่งเรียว ริมฝีปากแดงระเรื่องดงามเกินจะเป็นเพียงมนุษย์เดินดินธรรมดา ใบหน้าเชิดน้อยๆ ชมท้องฟ้าอากาศขมุกขมัว ราวกับมีสิ่งใดน่าสนใจนักหนา

นางรู้ว่าพี่สี่ได้ยินประโยคที่นางพูดออกไป ดูริมฝีปากนั่นสิกลายเป็นเส้นตรงไปเสียแล้ว บอกถึงความขุ่นเคืองใจ

"อารมณ์เสียแต่เช้าหน้าแก่เร็วข้าไม่รู้ด้วยนะ สัญญาต้องเป็นสัญญา ผู้ใดผิดสัญญาต้องกลายเป็นลูกหมา"

ยังไม่ทันพูดจบประโยค ใบหน้างดงามก็หันขวับมาทางน้องน้อย เหยียดยิ้มบางๆ

"ข้ารอวันที่ตัวเกะกะอย่างเจ้าไปให้พ้นหน้าใจจะขาด"

"ท่านฝันกลางวันไปแล้ว ปลิงน้อยอย่างข้าท่านสลัดไม่พ้นหรอก กลัวจะต้องกระเตงข้าไปทุกที่สิไม่ว่า ฮ่าๆๆๆ" หย่งชิ่งหัวเราะเสียงดัง ราวกับจอมมารตัวน้อยในความรู้สึกของพี่ชายทั้งสี่

"ฮึ เด็กน้อยอย่างเจ้าก็ดีแต่ปาก เคยได้ยินประโยคหัวเราะทีหลังย่อมดังกว่าหรือไม่ รอให้ชนะเสียก่อนค่อยอวดเบ่งก็ยังไม่สาย" คุณชายสี่พูดเร็วลิ้นเกือบจะพันกันสีหน้าบูดบึ้ง แก้มกระตุกด้วยการขบกรามกรอด เต้นเป็นเจ้าเข้า

ได้ยั่วโทสะพี่สี่แค่นี้ นางก็อารมณ์ดีสมองปลอดโปร่งแล้ว แชมป์เก่าก็แชมป์เก่าเถิด หย่งชิ่งผู้นี้จะเอาชนะให้ดู

 

เมื่อขบวนของพรรควิหคเพลิงมาถึง ในสนามแข่งขันก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่แทบจะทะลักออกมารอบไม้กั้น เสียงป่าวร้องขายขนมของกินเล่นยามเช้าเซ็งแซ่ราวตลาดสด

งานแข่งขันครั้งนี้สร้างความคึกคักให้แก่ชาวเมืองเป็นอันมาก น่าชื่นชมในความคิดอ่านของท่านเจ้าเมืองอู่ไม่น้อย

ไม่นานนักท่านเจ้าเมืองอู่ก็ปรากฏตัวพร้อมกับบุตรชายนั่งในปะรำพิธีสำหรับประธาน

บนประรำสูงมีเงาร่างคนผู้หนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว หย่งชิ่งกระโดดขึ้นไปบนปะรำ นึกชื่นชมตัวเองที่มีท่วงท่าสง่าผ่าเผยเฉกเช่นจอมยุทธ์ผู้กล้า ในภายภาคหน้านางต้องดูสูงสง่างดงามไม่น้อยหน้าพี่สี่เป็นแน่ เมื่อคิดถึงพี่สี่อารมณ์หนึ่งเข้าสั่นคลอนในหัวใจ เขาเป็นพี่น้องที่ขาดความใกล้ชิดกับนางมากที่สุด แต่นางก็ชื่นชมในไหวพริบ ความไม่แยแส และเสน่ห์ตราตรึงจิตใจผู้คนให้ตกอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา ไม่มีผู้ใดสามารถเลียนแบบพี่สี่ได้

นางนับถือเขาเป็นไอดอลในดวงใจเชียวนะ!

พี่สี่ไม่แยแสนางมากเท่าไหร่ นางก็อยากกลั่นแกล้งให้เขาคิดถึงแต่นางอยู่ร่ำไปมากเท่านั้น

อ๊ะ ไหนคู่แข่งของนาง

ดวงตาคมมองหาเงาร่างของอีกฝ่าย นางเพิ่งเห็นคู่แข่งชัดแจ้งในเพลานี้เอง

"นักพรตเคราขาว... เช่นนั้นรึ" นางพึมพำแผ่วเบา นัยน์ตาฉายแววงุนงง

นักพรตเคราขาวตรงหน้า รูปร่างไม่อ้วนไม่ผอม ไม่สูงไม่ต่ำ ผิวขาวซีด สวมชุดลายตารางดำขาว มุ่นมวยผมสีขาวแซมดำกลางศีรษะ ในมือถือแส้ขาว ดวงหน้าสงบนิ่งดูน่าเลื่อมใส

ภายนอกดูธรรมดาสามัญยิ่ง หากแต่นางกลับขนลุกเกรียวตัวเย็นวาบไม่ทราบด้วยเหตุอันใด

"คารวะท่านผู้อาวุโส" หย่งชิ่งยกมือประสานก้มศีรษะให้อีกฝ่าย

"ไม่ต้องมากมารยาท ข้ารอเจ้ามานานแล้ว"

"ขออภัยที่ข้าน้อยล่าช้า"

"เจ้าไม่ได้มาช้า เพียงแต่ข้ามาเร็วต่างหาก มาเร็วถึงสามปี"

เมื่อครู่นางคงฟังผิดไป มาเร็วถึงสามปี หมายความอย่างไร?

“ท่านนักพรตคงพูดผิดกระมัง มิใช่สามปีดอกหนา”

ลมรำเพยพัดไอเย็นยะเยือกผ่านร่างน้อย นัยน์ตาของนักพรตแน่วนิ่งดุจน้ำในบ่อลึกยากจะหยั่ง นางต้องต่อสู้กับคนผู้นี้ ความมั่นใจที่เคยมีหายวับไปเกือบครึ่ง

“การแข่งขันหมากล้อมรอบสุดท้าย ระหว่างนักพรตเที่ยนมิ่งและเฉินหย่งชิ่งคุณชายห้าแห่งพรรควิหคเพลิงจะเริ่ม ณ บัดนี้”

ท่านพี่ทั้งสี่ของนางยังคงประจำอยู่ที่เดิมด้านล่างปะรำแข่งขัน หย่งชิ่งรู้สึกอุ่นใจขึ้นบ้าง นางนั่งลงเสี่ยงทายหมาก นักพรตเคราขาวได้เป็นผู้เดินหมากก่อน

ฤกษ์ไม่ดีเสียแล้ว

นิ้วเรียวยาววางหมากดำตัวแรกบนจุดเทียนหยวน[2] หย่งชิ่งถึงกับตกตะลึง

นางเล่นหมากล้อมหนึ่งร้อยกระดานมีเพียงห้ากระดานที่จะมีผู้เริ่มเล่นจากจุดเทียนหยวน และทั้งห้ากระดานนางแพ้ราบคาบ

เพียงแค่เดินหมากตาแรก ก็สามารถสั่นคลอนความมั่นใจทั้งหลายแหล่ ให้หลบไปอยู่ในซอกหลืบอย่างไม่ยากเย็น หย่งชิ่งใช้เวลากว่าหนึ่งเค่อก่อนจะวางหมากตัวแรกของตน

เวลาสองชั่วยามสำหรับการแข่งขัน หมากล้อมรอบสุดท้าย ดูเหมือนจะไม่เพียงพอเสียแล้ว

นางล่อมาทางซ้ายเขากลับเดินทางขวา นางแกล้งเดินหมากพลาดให้เขาเข้าโจมตีเพื่อดักล้อม แต่กลับถูกตลบหลังเสียหมากเชลยไป ไม่ว่าหย่งชิ่งจะใช้วิธีใดหลอกล่อท่านนักพรตเขากลับไม่ติดกับดักโดยง่าย เดินหมากอย่างสุขุมลุ่มลึกยากจะเดาความคิดอ่าน และแผนการอันแยบยล กระแสหมากไหลไปทางนักพรตเคราขาว การเดินหมากทีหลังยิ่งทำให้นางเสียเปรียบเป็นอันมาก

สมควรแล้วที่เขารักษาตำแหน่งผู้ชนะได้ถึงสามสมัย

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

เด็กหญิงเดินหมากจนตาลาย กลยุทธ์นับร้อยพันที่นำมารับมือบีบขมับของนางจนปวดร้าวไปทั้งศีรษะ

"โอ้ย! ปวดหัวจะแตก ข้าน้อยขอเวลานอกสักครู่เถิด"

หย่งชิ่งร้องเสียงดังหมดสิ้นความอดทน นางผุดลุกขึ้นยืนกระโดดโลดเต้นไปมาขึ้นลงปะรำเป็นที่น่าขบขัน

แต่ผู้อื่นได้ฟังคำขอของนางกลับมุ่นคิ้ว

"อะไรคือขอเวลานอก"

พี่ชายทั้งสี่ของนางพากันกลอกตา เอาอีกแล้วชิ่งเอ๋อร์ ชอบพูดภาษาที่รู้เรื่องอยู่ผู้เดียว เมื่อเล็กเป็นบ่อยพอเติบโตจึงได้หายไป บัดนี้พวกเขาได้ยินคำประหลาดของนางอีกจนได้

เมื่อวิ่งเต้นจนเหงื่อซึมสมใจแล้ว หย่งชิ่งจึงค่อยไปรินน้ำชาที่เพิ่งมีสาวใช้นำมาเปลี่ยนสองจอกติดๆ นางใช้แขนเสื้อเช็ดปากพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่

"แม่นางน้อยเจ้าดีขึ้นบ้างไหม"

แม่นางน้อย! หย่งชิ่งตาถลน

“ทะ ทะ ท่านเรียกผิดแล้ว”

“ทำใจให้สบาย หมากกระดานนี้คือชะตาชีวิตที่เจ้ากำหนดขึ้นเอง จะแพ้หรือชนะ เจ้านั้นเป็นผู้เลือกหาได้ขึ้นอยู่กับข้าไม่”

“ท่านพูดประหลาดนัก หมากกระดานนี้ข้าเป็นรองท่านอยู่ แต่ท่านกลับบอกว่าแพ้ชนะข้าเป็นผู้เลือกก็แปลกแล้ว”

ดวงหน้าแสนธรรมดายิ้มบาง “ตาเจ้าเดินหมากแล้วแม่นางน้อย”

นักพรตเคราขาวรู้ว่านางเป็นเด็กหญิงมิใช่เด็กชาย โชคยังดีที่ปะรำแข่งขันอยู่ไกลจากผู้ชม มิหนำซ้ำยังสนทนาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ต่อให้พวกพี่ชายทั้งสี่ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านล่างยังยากที่จะได้ยิน

หย่งชิ่งเทน้ำชาอีกจอกดับความตื่นเต้น ก่อนจะหลับตานั่งสมาธิอย่างที่บิดาในชาติภพก่อนเคยสอน จิตใจสงบจึงเห็นทางสว่าง อากาศเย็นสดชื่นไหลพรูเข้าปอด ไม่นานนักอากาศปวดศีรษะหายไป ดวงหน้าเล็กๆ แจ่มใสขึ้น

ดวงตาคมสวยเปิดขึ้นเชื่องช้า แผงขนตายาวกระพือเล็กน้อยเพื่อปรับภาพตรงหน้า กระดานหมากล้อมที่เคยหนักอึ้งในใจถูกยกออก

เห็นแล้ว!

จุดที่สามารถพลิกทั้งกระดานกลับมาชนะได้!

นักพรตเที่ยนมิ่งลูบเครายาวพยักหน้าน้อยๆ เป็นโองการสวรรค์ยากจะฝืนลิขิต

หย่งชิ่งวางหมากขาวด้วยความมั่นใจ นัยน์ตาพราวพรายด้วยความปรีดาแห่งชัยชนะ

 

“จบการแข่งขัน ทั้งสองฝ่ายกำลังนับคะแนน” เสียงประกาศก้องดังทั่วทั้งสารทิศ

หย่งชิ่งนับคะแนนอย่างใจหาย หัวใจเต้นแรง

นางชนะแล้ว ชนะด้วยคะแนนที่มากกว่าเพียงหนึ่งแต้มเท่านั้น!

"การแข่งขันหมากล้อมประจำปีแห่งเมืองเหอเสี่ยงในปีนี้ ผู้ชนะได้แก่ คุณชายห้าแห่งพรรควิหคเพลิง"

เสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้อง โดยเฉพาะเสียงจากลูกศิษย์พรรควิหคเพลิง

หย่งชิ่งประสานมือคารวะนักพรตเคราขาว

"ขอบคุณท่านนักพรตที่ชี้แนะ"

“ข้าขอชี้แนะแม่นางน้อยอีกสักอย่าง”

“เชิญท่านกล่าวเถิด”

“จากนี้ไปเจ้าต้องประสบเคราะห์กรรมใหญ่หลวง มิอาจฝืนชะตาฟ้าลิขิต โปรดจงเก็บยันต์คุ้มภัยนี้ไว้ มันจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา”

นิ้วเรียวยาวยื่นแผ่นยันต์สีแดงพับเป็นรูปสามเหลี่ยมวางบนกระดานหมากล้อมเลื่อนมาตรงหน้านาง มือน้อยยื่นออกไปรับยันต์สามเหลี่ยมชิ้นนั้น ทันทีที่แตะนิ้วสัมผัสผ้าสีแดงทุกอย่างในหัวว่างเปล่า ราวกับวิญญาณถูกกระชากออกไป

“ชัญญา... ชะตาฟ้าลิขิต แต่ใช่ว่าเจ้าไร้สามารถ เจ้าชนะข้าในครั้งนี้ได้ เจ้าก็สามารถข้ามผ่านความโหดร้ายของโชคชะตาได้เช่นกัน”

 

หนึ่งกระบี่ลิ้มเลือดนารี         สองชลธีเกรี้ยวกราดพรากผลาญ

สามสิ้นรักไร้ซึ่งดวงมาลย์      ปิดม่านแห่งชะตาลาไกล

 

น้ำเสียงแหบเครือดังแว่วราวกับอยู่คนละฟากฝั่งโลก แผ่นฟ้าดับสูญม่านสีดำคลี่ขยายปกคลุมท้องนภา เงามืดคืบคลานรัดร่างน้อยลงสู่ห้วงอเวจี

“ช่วยข้าด้วย!

“ชิ่งเอ๋อร์!

 

เฉินหย่งชิ่งสลบไปหลังการแข่งขันหมากล้อมเป็นเวลาสามวันเต็มๆ ท่ามกลางความห่วงใยของคนในพรรควิหคเพลิง และคุณชายอู่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย

คุณชายสี่กระโดดขึ้นบนปะรำรับร่างหย่งชิ่งที่ล้มลงนอนกับพื้นก่อนทุกคน แม้คุณชายสี่จะมีวิชาตัวเบาล้ำเลิศเคลื่อนไหวรวดเร็วว่องไว แต่กลับไม่เห็นเงาร่างของนักพรตผู้นั้นแล้ว ทั้งที่เขากระโดดขึ้นมาตั้งแต่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของน้องเล็ก ทุกคนคิดว่านักพรตเคราขาวทำร้ายหย่งชิ่งได้รับบาดเจ็บ ต่างหาตัวมันจ้าละหวั่น

ครั้นคุณชายสามตรวจร่างกายนางอย่างละเอียดถี่ถ้วน กลับไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการทำร้ายใดๆ

ตัวหย่งชิ่งจับไข้บัดเดี๋ยวร้อนบัดเดี๋ยวหนาวตลอดเวลา ธาตุหยินหยางไม่สมดุล พร่ำเพ้อละเมอด้วยภาษาแปลกหูไม่มีผู้ใดสามารถฟังออก หลายคนหวาดกลัวการเจ็บป่วยครั้งนี้ เกรงว่าภูตผีจะออกจากร่างหย่งชิ่งมานำชีวิตตนไปด้วยจึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้นาง มีเพียงคุณชายทั้งสี่และบุพการีทั้งสองที่ผลัดเวียนเข้ามาดูอาการ

ดวงใจผู้เป็นมารดาแทบแหลกสลายยามเห็นลูกน้อยทุรนทุรายไร้สติ เฝ้าแต่กอดตระกอง ปลอบโยนทุกโมงยามกระทั่งนางสงบลงในวันที่สาม ร่างกายกลับคืนสู่สมดุล แต่เมื่อมารดาช่วยเช็ดตัวกลับพบลวดลายประหลาดสีแดงชาดบนอกซ้ายของลูกน้อย

“ดอกโบตั๋น...” คุณชายสามอุทานไม่อยากเชื่อสายตา

“ใช่หรือลูกสาม แม่ไม่เคยเห็นลวดลายอ่อนช้อยงดงามแบบนี้มาก่อน ถึงพิศดูแล้วจะคล้ายดอกโบตั๋นก็ตามที”

“ชิ่งเอ๋อร์เคยบอกข้าตอนที่นางวาดภาพนี้” คุณชายสามควานมือเข้าไปใต้หมอนของน้องน้อยหยิบสมุดสเก็ตที่เจ้าตัวซ่อนไว้ออกมาแล้วเปิดหน้าหนึ่งยื่นให้มารดา “ข้าเห็นนางวาดภาพนี้ตั้งแต่นางสามารถจับพู่กันได้ นับว่าประหลาดยิ่ง ข้าเคยเลี้ยงดูน้องสี่กว่าจะวาดภาพได้ก็ราวห้าหกขวบไปแล้ว แต่ถ้าจะวาดได้งดงามเช่นชิ่งเอ๋อร์เกรงว่าเวลานี้น้องสี่ยังทำไม่ได้เลย”

สองแม่ลูกมองหน้ากัน

แล้วลวดลายนี้บังเกิดบนผิวขาวเนียนของหย่งชิ่งได้อย่างไร!

“อาจเพราะอาการป่วยของชิ่งเอ๋อร์” คุณชายสามพยายามหาเหตุผล

“หากเพราะอาการป่วยก็ไม่ควรเป็นลวดลายงดงามเยี่ยงนี้ หากไม่มีผู้ใดมือบอนมาสักลวดลายบนตัวชิ่งเอ๋อร์” มารดาสีหน้ากลัดกลุ้ม รอยสักไร้ที่มารอยนี้จักนำสิ่งใดมาสู่ลูกน้อย

“เป็นไปไม่ได้พวกเราเฝ้านางทุกโมงยามมิเคยคลาดสายตา อีกทั้งการสักลวดลายเช่นนี้ย่อมต้องใช้เวลานานนับวันทีเดียว”

มืดแปดด้าน!

 

“ชิ่งเอ๋อร์ข้าดีใจเหลือจะกล่าวที่เห็นเจ้าหายป่วย สดใสร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน”

“พี่เฉิงเชียนเป็นห่วงข้า ข้าซาบซึ้งน้ำใจท่านยิ่งนัก อีกทั้งยังส่งอาหารบำรุงชั้นเลิศมาให้ข้าถึงบ้าน บุญคุณครั้งนี้ข้าหวังได้ตอบแทนท่านในสักวัน”

“เพียงเจ้าสุขสบาย ยิ้มแย้มให้ข้าเช่นเพลานี้ถือว่าตอบแทนแล้ว มิหนำซ้ำเจ้ายังช่วยเหลือผู้ยากไร้ในเมืองเหอเสี่ยง นับเป็นการช่วยเหลือราษฎรของท่านพ่อข้าด้วย”

หย่งชิ่งใบหน้ายังคงซีดเซียวอยู่บ้างเพราะเพิ่งฟื้นไข้ มือเล็กตักข้าวสารใส่ภาชนะของชาวบ้านที่เดินทางมารับข้าวสารอาหารแห้งหน้าพรรควิหคเพลิง หลังจากนางฟื้นไข้รู้สึกถึงโชคร้ายที่ยังไม่หนีหายไปไหน จึงคิดทำบุญล้างซวยโดยการนำเงินที่ได้จากการแข่งขันซื้อข้าวสารอาหารแห้งแจกผู้ยากไร้

นางยื่นเรื่องไปขออนุญาตท่านเจ้าเมืองก่อน มิอยากทำเรื่องข้ามหน้าข้ามตาให้หมางใจกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ต่อไปจักอยู่อย่างลำบาก ท่านเจ้าเมืองอู่เห็นดีด้วยถึงกับเกณฑ์ข้ารับใช้มาช่วยขนสิ่งของ แถมยังเปิดยุ้งฉางนำเมล็ดพันธุ์ข้าวมาแจกชาวบ้านเพื่อการเพาะปลูกในฤดูฝนที่จะมาเยือนในอีกไม่ช้า

จากที่คิดไว้ว่าจะทำเพียงงานบุญเล็กๆ กลับแปรเป็นงานช้างอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ข่าวแจกทานครั้งนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองเหอเสี่ยง ทำให้หย่งชิ่งเห็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์อีกมากมาย ความดีครั้งนี้เป็นที่กล่าวขาน ชื่อของพรรควิหคเพลิงกลายมาเป็นพรรคคุณธรรมแถวหน้าของยุทธภพ ชื่อเสียงคุณชายห้าพรรควิหคเพลิงเลื่องลือไกล

“ชิ่งเอ๋อร์ดูเจ้าเหน็ดเหนื่อยแล้ว เพิ่งหายไข้อย่าหักโหมเข้าไปพักที่เรือนเถิด” พี่ใหญ่ส่งเสียงเข้มงวด ซ้ำยังซัดแววตาคมกล้าใส่บุรุษที่ยืนเคียงข้างน้องน้อยอย่างไม่เป็นมิตร

คุณชายอู่ชอบเข้ามายุ่มยามกับน้องน้อยของเขา คุณชายใหญ่รำคาญลูกนัยน์ตายิ่งนัก

"คุณชายใหญ่กล่าวถูกต้องแล้ว ดูสิเหงื่อเต็มหน้าเจ้าเลย ข้าเช็ดให้นะ" เฉิงเชียนล้วงผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อ ทำท่าจะซับเหงื่อให้หย่งชิ่ง แต่กลับถูกมือแข็งของคุณชายใหญ่จับไว้แน่น ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมปล่อยจนเจ็บมือไปหมด นัยน์ตาคู่งามแดงรื้นด้วยน้ำตา

"อย่าคิดจะเตะต้องชิ่งเอ๋อร์ ต่อให้เจ้าเป็นคู่หมั้น ข้าก็สามารถให้นางถอนหมั้นเจ้าได้" ดวงหน้าดุดันข่มขู่ ยื่นเข้าไปใกล้คุณชายบัณฑิตผู้อ่อนแอไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะมัดไก่

น่ากลัวเหลือเกิน คุณชายใหญ่พรรควิหคเพลิงเป็นยอดฝีมือ รูปร่างสูงใหญ่กำยำ กอปรกับใบหน้าคมเข้มคุกคามต่อให้ขวัญกล้าเพียงใดก็ต้องตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว

"คุณชายใหญ่ได้โปรดใจเย็น ข้าไม่เคยคิดล่วงเกินชิ่งเอ๋อร์ มีเพียงความเอ็นดูรักใคร่ด้วยใจบริสุทธิ์ ทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณของนาง ที่เคยช่วยชีวิตข้าไว้" เฉิงเชียงละล่ำละลักบอกด้วยความขลาดกลัว น้ำเสียงขาดห้วงตัวสั่นงันงกไร้หนทางสู้ ยิ่งดูยิ่งน่าสงสาร

คุณชายใหญ่ปล่อยมือคุณชายผู้อ่อนแอเป็นอิสระ โดยการสะบัดมืออย่างไม่แยแส มองอีกฝ่ายจับข้อมือบีบนวดบรรเทาความเจ็บปวดด้วยสายตาดูถูก

"คิดได้เช่นนั้นก็ดีแล้ว ชิ่งเอ๋อร์ยังเล็กนัก ไม่สมควรให้เจ้าคิดอกุศล จากนี้ไปถ้าไม่จำเป็นอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก" น้ำเสียงเด็ดขาดไม่ไว้หน้า ทำให้อู่เฉิงเชียนหน้าซีดเผือด

กว่าเขาจะได้พบหย่งชิ่งสักครั้ง ช่างยากลำบาก แล้วนี่คุณชายใหญ่ถึงกับออกปากไม่ให้เขาพบนางอีก หัวใจดวงนี้จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร

"พี่ใหญ่! ท่านทำเกินไปแล้วนะ พี่เฉิงเชียนดีต่อข้าถึงเพียงนี้ ท่านกลับแล้งน้ำใจต่อเขา ข้าละอายนักที่มีพี่ชายเช่นท่าน ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว" หย่งชิงเชิดหน้าน้อยๆ น้ำเสียงเง้างอดแง่งอน เดินหนีเข้าไปในบ้าน

ถึงนางจะไม่ได้รักใคร่เฉิงเชียนฉันชู้สาว แต่นางก็นับถือเขาเสมือนพี่ชายคนหนึ่ง ความดีและความอ่อนโยนที่เขามอบให้ ต่อให้ใจแข็งแค่ไหนก็ต้องใจอ่อน

ผู้ใดทำดีกับนางก็ต้องทำดีตอบแทนเท่าทวีคูณ แต่พี่ชายของนางกลับข่มเหงรังแกเขา ช่างน่าละอายยิ่งนัก

"ชิ่งเอ๋อร์ รอข้าด้วย" คุณชายใหญ่ร้องเรียก วิ่งตามร่างเล็กไปอย่างรวดเร็ว

"ท่านไม่ต้องมาพูดกับข้าอีก ตราบใดที่ท่านยังทำกิริยาไม่เหมาะสมกับพี่เฉิงเชียน ข้าเกลียดท่านที่สุด" หย่งชิ่งสะบัดเสียงใส่พี่ชาย ดวงหน้างอง้ำไม่พอใจ

คุณชายใหญ่ผู้ที่ไม่เคยหวาดเกรงศัตรูหน้าไหนไม่ว่าจะเก่งกาจสักเพียงใดกลับหน้าซีดเผือด หย่งชิ่งเกลียดเขาแล้ว เกลียดเขาเพียงเพราะไอ้คุณชายใจปลาซิวผู้นั้น

ดวงหน้าซีดเผือดเปลี่ยนเป็นเดือดดาล หากชายผู้นั้นถูกสังหารโดยมือมืดไร้ซึ่งที่มา หย่งชิ่งก็จะไม่ต้องแต่งงานกับบุรุษอ่อนแอปวกเปียก คงจะดีมิใช่น้อย

แต่ด้วยสติปัญญาของนางมีหรือจะไม่รู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลัง

คุณชายใหญ่ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม แค่คิดว่าต้องทำดีกับคุณชายผู้อ่อนแอ ก็แทบน้ำตาไหลด้วยความเจ็บแค้น แถมในวันข้างหน้ายังต้องยอมรับมันเป็นน้องเขย

เหตุใดหย่งชิ่งจึงไม่เป็นบุรุษไปเสียเลย เขาจะได้ไม่ต้องทนกล้ำกลืนฝืนใจเยี่ยงนี้

 

เสียงสกุณาขับขานในป่ากว้าง กางปีกร่อนถลาอย่างอิสรเสรี เมฆขาวลอยฟ่องบนท้องนภาสีฟ้าใส  กลิ่นพฤกษาบุปผาลอยล่องล้วนชื่นใจ อีกไม่นานแล้วหนาวสันตฤดูจะมาเยือน

ร่างน้อยสวมอาภรณ์ขาวพิสุทธิ์เหินทะยานไปมา ผ่านหุบเหวลึกอย่างสนุกสนานเริงร่า มือน้อยเก็บพฤกษาตามหน้าผาใส่ตะกร้าข้างหลัง ปากร้องขับขานบทเพลงดั่งสกุณาน้อย ทุกการเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ดวงตางดงามของคุณชายสี่ ไม่มีสักครั้งที่ดวงตาของเขาจะคลาดไปจากร่างน้องน้อย

ผ่านมาเกือบเดือน หย่งชิ่งอยู่อย่างสุขสงบสบายใจ มิอาจพูดได้ว่าเป็นเพราะบุญกุศลที่ได้ทำไว้ แต่นางรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

หลังจากหย่งชิ่งฟื้นขึ้นมาจากพิษไข้ ก็เริ่มร่ำร้องทวงสัญญาที่คุณชายสี่เคยให้ไว้ นางต้องการกราบเขาเป็นอาจารย์เรียนรู้วิชาใช้พิษ เท่ากับนางกำลังตีตรวนผูกตัวติดกับเขาไม่ยอมให้หนีไปไหน

ในคราแรกที่นางร้องขอเรียนวิชาพิษ ทุกคนห้ามปรามความเป็นห่วง

การเรียนวิชาพิษ สิ่งจำเป็นอย่างแรกคือต้องทดสอบพิษ และอาศัยดื่มพิษที่ละน้อยทุกวันเพื่อให้ร่างกาย สามารถต้านพิษได้ สำหรับเขาซึ่งเป็นบุรุษ การทนทรมานไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับน้องน้อยผู้บอบบางทุกคนต่างไม่เห็นด้วย แต่หย่งชิงกลับยื่นคำขาด หากพี่สี่ไม่รับนางเป็นศิษย์ นางจะแอบเรียนด้วยตนเอง และถ้าหากนางพลาดพลั้งใช้พิษจนตาย ก็ถือว่านางมีวาสนาได้อยู่ร่วมกับตระกูลเฉินเพียงเท่านี้

ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ทำให้ทุกคนกลับมาสร้างแรงกดดันแก่คุณชายสี่

หย่งชิ่งผู้ไร้พ่ายจึงได้กราบพี่ชายเป็นอาจารย์นับจากวันนั้น

มือน้อยเทพืชพิษในตะกร้าด้านหลังลงกับพื้น บอกจำแนกพืชแต่ละอย่างได้ถูกต้องมิผิดเพี้ยน ในมือกำลังวาดภาพลงสมุดอย่างขะมักเขม้น

"ท่านอาจารย์พิษหยกพันปีมิใช่ไร้สีไร้กลิ่นดอกรึ เหตุใดท่านจึงบอกว่ามันมีสีแดงกันเล่า"

หย่งชิ่งถูกค้อนประหลับประเหลือก

อาจารย์ผู้งดงามล่มบ้านล่มเมืองกำลังสอนลูกศิษย์หาพืชพิษบนภูเขานอกเมือง สมุนไพรหลายชนิดเป็นทั้งยารักษาโรคเป็นทางพิษพร่าผลาญชีวิตผู้อื่น

จอมมารน้อยต้องไม่ใช่มนุษย์เป็นแน่ ไม่ว่าเขาจะบอกสิ่งใด นางจดจำได้ทุกถ้อยคำ มิหนำซ้ำยังสามารถวาดภาพสมุนไพรพืชพิษต่างๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ นางวาดภาพลงในสมุดแล้วเขียนสรรพคุณวิธีการปรุงกำกับไว้ทุกหน้า เมื่อเขียนจนหมดเล่มหนึ่งก็ขึ้นใหม่อีกเล่ม เป็นตำราเก็บไว้ที่ห้องของนาง แบ่งปันแก่พี่สามเพื่อเสริมวิชาแพทย์ด้านการรักษาพิษให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

“ข้าลองภูมิจ้าเท่านั้นเอง อย่างข้ามีหรือจะจำพิษสับสน”

“แก้ตัวน้ำขุ่นๆ” หย่งชิ่งแลบลิ้นให้พืชพิษตรงหน้า

“เจ้าจงจำไว้ชิ่งเอ๋อร์ หากไม่มั่นใจในสรรพคุณของพิษในมือห้ามใช้สุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด นอกจากจะล้มเหลวแล้ว ยังนำภัยมาสู่ตนอีกด้วย พิษแต่ละชนิดวิธีการใช้ต่างกันพลาดเพียงครั้งเดียวเจ้าอาจได้รับพิษร้ายสู่ร่างกาย ถึงเวลานั้นคงยากจะแก้ไข” คุณชายสี่สั่งสอนจริงจัง เพราะหย่งชิ่งมักติดเล่นอยู่ร่ำไป หากไม่ฟังคำเตือนชีวิตนางอาจตกอยู่ในอันตราย

“ข้าทราบแล้วท่านอาจารย์” ยังไม่ทันที่นางจะทำหน้าทะเล้นใส่พี่ชายก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังเข้ามาใกล้

คุณชายสี่เป็นผู้ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าก่อน เรือนกายสูงปราดเปรียวขยับไปบังร่างน้องน้อยจนมิด หย่งชิ่งโผล่ใบหน้าเล็กๆ มาจากแผ่นหลังพี่ชายด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่จากประสบการณ์ครั้งก่อนสมควรอยู่หลังพี่สี่นี่แหละเหมาะสมแล้ว

เมื่อร่างบนอาชาขยับเข้ามาให้เห็นเต็มสองตาจึงรู้ว่าเขาคือม้าเร็วอันดับหนึ่งของพรรควิหคเพลิง ซีเผยเซิ่ง อาจเพราะรูปร่างเล็กลักษณะคล่องแคล่วว่องไว ทักษะการขี่ม้าดีเยี่ยมจึงได้ฉายาม้าเร็วอันดับหนึ่ง

“คุณชายสี่ คุณหนูเล็ก ท่านประมุขสั่งให้ข้ามาตามพวกท่านกลับบ้าน”

คนของพรรควิหคสวรรค์ขี่ม้าขึ้นมาตามถึงบนเขา ถึงแม้บนเขาลูกนี้จะมีทางสำหรับม้าแต่ก็ไม่สามารถวิ่งอย่างเต็มกำลังได้ หนทางขรุขระอันตรายเต็มไปด้วยหน้าผา หากไม่มีเหตุจำเป็นคงไม่มีผู้ใดกล้าห้อเหยียดม้าเต็มฝีเท้าเช่นนี้แน่

“เกิดอะไรขึ้น!” คุณชายสี่ถาม

“ข้าน้อยไม่ทราบได้ เพียงแต่ท่านประมุขออกคำสั่งให้มาตามพวกท่านกลับพรรควิหคเพลิงด่วนที่สุด” นี่คือข้อเสียของเผยเซิ่ง สามารถใช้ง่านรับส่งสารได้ดี แต่ถ้าจะหาใจความสำคัญจากคนผู้นี้อย่าได้คาดหวังเป็นอันขาด

หย่งชิ่งสบตากับพี่ชาย แล้วทั้งคู่ต่างรีบกระโดดขึ้นหลังม้าทันที

 

คุณชายสี่เฆี่ยนม้าควบขี่เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วยามจึงมาถึงหน้าพรรควิหคเพลิง ทั้งสองกระโดดลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็ว เหินทะยานเข้าไปข้างในด้วยวิชาตัวเบา เมื่อเข้ามาถึงโถงใหญ่ทุกคนต่างรออยู่พร้อมหน้า ยกเว้นคุณชายใหญ่ที่ออกไปทำธุระต่างเมือง

"เกิดอะไรขึ้นท่านพ่อ" คุณชายสี่ผู้มาถึงก่อนน้องเล็กเอ่ยถามบิดาหน้าตื่น

"อย่าเพิ่งพูดอะไร" ผู้เป็นบิดายกมือขึ้นปราม

หย่งชิ่งวิ่งตามมาติดๆ หอบหายใจเล็กน้อย รีบแทบตายเหนื่อยแทบบ้า นั่งบนหลังม้าบนเส้นทางมรณะอันน่าหวาดเสียว ต้องขอบคุณฝีมือบังคับม้าของพี่สี่พวกนางจึงรอดชีวิตมาได้หวุดหวิดหลายครา แต่เมื่อเห็นทุกคนยังสบายดีไม่มีใครเลือดตกยางออก นางจึงผ่อนหายใจอย่างโล่งอก

“ท่านพ่อ...” หย่งชิ่งเดินเข้าไปหาบิดา

"ชิ่งเอ๋อร์มาแล้ว ขออภัยที่ทำให้ท่านเจ้าเมืองอู่ต้องรอนาน" เฉินหย่งเป่ายกมือประสานเป็นเชิงขออภัยผู้ที่นั่งอยู่ตรงหน้า

ท่านเจ้าเมืองอู่ในอาภรณ์ขุนนางเต็มยศที่นั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ค่อยๆ วางถ้วยชาไว้ด้านข้าง แล้วจึงลุกขึ้นรับม้วนผ้าแพรสีเหลืองอร่ามจากนายทหารผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลัง คลี่ผ้าแพรผืนนั้นออก

“เฉินหย่งชิ่งรับราชโองการ” เสียงใต้เท้าอู่ไม่ดังไม่เบาหากแต่ก้องกังวานในหัวของนาง

ทุกคนในโถงใหญ่ต่างนั่งคุกเข่า หย่งชิ่งหน้าตื่นร่างน้อยคุกเข่าลงตามท่านพ่อ ใบหน้าแสดงความสับสนหวาดหวั่น

ราชโองการอะไรกัน

จักรพรรดิอะไรกัน

นางทำผิดอะไรกัน

หรือหายนะได้มาเยือนนางแล้ว!

 

19/05/2558

 

นิยายเรื่องนี้ยิ่งเขียนยิ่งสนุกค่ะ (สำหรับนักเขียน) ต้องขอขอบคุณนักอ่านที่เข้ามาพูดคุยลุ้นไปกับหย่งชิ่งด้วย

ต้องแจ้งข่าวร้ายสักนิด นิยายเรื่องนี้อัปไม่จบเรื่องนะคะ แต่พยายามอัปลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


ต้องขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วย

แต่เพราะความน่ารักของนักอ่าน นักเขียนจึงอยากตอบแทน

หากหนังสือนี้ได้ออกเป็นรูปเล่มแล้ว จะแจกให้นักอ่าน 3 รางวัลค่ะ (ไม่ว่าจะผ่านการพิจารณาจากสำนักพิมพ์หรือไม่ จะมีรูปเล่มหนังสือให้แน่นอนค่ะ)

และรางวัลที่ 1 (ได้จากการสุ่ม หรือแล้วแต่นักเขียนพึงใจ) จะมีกระเป๋าสตางค์ Flynow สีแดง 1 ใบส่งไปพร้อมกันด้วย เป็นของเล็กๆ  น้อยๆ ไม่ได้มีราคาอะไรมากมาย แค่อยากตอบแทนด้วยใจค่ะ

แต่เมื่อไหร่จะได้แจกนั้น นักเขียนยังไม่รู้เลย แหะๆๆ สัญญาได้เพียงแจกแน่นอนค่ะ

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 



[1] ปรากฏการณ์ผีเสื้อ หรือ ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (The Butterfly Effect) หมายถึง เรื่องเล็กๆ เช่นการที่ผีเสื้อกระพือปีกสามารถก่อให้ เกิดเรื่องใหญ่ๆ ที่ไม่คาดคิดในอนาคตได้

[2] จุดเทียนหยวน คือจุดกลางกระดานหมากล้อม

 

17/05/2558

 

เมื่อวานมีใครโชคดีบ้างคะ

ที่บ้านก็พอมีโชคอยู่บ้าง ได้ค่าหนังสือจีนเล่มใหม่แล้ว เย้ๆๆๆ

แวะมาอัปให้ก่อนค่ะ คิดว่าจะไม่มีเวลาเขียนนิยายเสียแล้ว

การแข่งครั้งสุดท้าย หย่งชิ่งจะสามารถคว้าชัยชนะได้หรือไม่ คอยติดตามกันนะคะ

ทุกคอมเมนต์คือกำลังใจและเงาสะท้อนผลให้ให้ผู้เขียนค่ะ

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 











 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2258 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 11:10
    นิยายเรื่องนี้อ่านแล้วชอบ
    โมเม้นระหว่างพี่สี่กับนางเอกแล้วชอบนะ


    ต้องไปคลิกลงตะกร้า แล้วคิดเงินแล้วซิ จได้ไม่ขาดช่วง เห็นปกแล้วหวานมากๆๆ
    #2,258
    0
  2. #2231 Berlin†† (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 19:31
    อ่านมาถึงตรงนี้แทบไม่กล้าอ่านต่อเลยค่ะ (แต่ก็จะอ่าน555) กลัวสิ่งที่จะเกิดกับน้องน้อยจัง อยากอ่านโมเมนต์พี่น้องเค้ามุ้งมิ้งกันต่อไปเรื่อยๆ ชอบบบบบบ
    แต่ราชโองการนี่มันอะไรกัน!?
    แล้วพระเอกจะโผล่ออกมาตอนไหน? เค้าคือใคร! เป็นคนยังไงกันแน่! ติดตามตอนต่อไป..
    #2,231
    0
  3. #2173 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 14:17
    ราชโองการอะไรกันค่ะ
    #2,173
    0
  4. #2113 เมมฟิส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 11:07
    ไม่รู้ทำไมอ่านตอนนี้แล้วจิ้นพี่ใหญ่กับพี่เฉิงเชียนจัง
    #2,113
    0
  5. #2112 เมมฟิส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 10:49
    เห็นด้วยกับคห.ที่ 1208 ค่ะ

    และเป็นห่วงชิ่งเอ๋อร์มากๆ ไรท์อย่าใจร้ายกับชิ่งเอ๋อร์น่ะค่ะ รีดเดอร์ขอร้องงงงง...
    #2,112
    0
  6. #2009 mojikiss2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 18:41
    ง่ะ พอรู้ว่าจะได้อ่านไม่จบ ขี้เกียจอ่านเลยอ่ะ ฮือ????
    #2,009
    0
  7. #1996 เบียคุจัง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 18:40
    ยิ่งอ่านไปเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าชิ่งไม่ใช่เด็ก 10 ขวบเลย รู้ว่านางเป็นอัจฉริยะแต่อ่านแล้วมันขาดความรู้สึกเอ็นดูเด็กไป เหมือนขาดความน่ารักสดใสของเด็กทำให้เหมือนนางไม่ใช่เด็ก อ่านแล้วตึงๆเครียดๆในตัวนางแต่กับพี่ๆคนอื่นลื่นไหล่ โดยเฉพาะพี่สี่ที่ให้ความรู้สึกธรรมชาติ มีชีวิตชีวาดีมาก



    เฮ้อ!!! พอบอกว่าจะอัพไม่จบก็รู้สึกหมดกำลังใจอ่านเลยแฮะ!! คือกว่าหนังสือจะทำออกมาแล้วมาถึงมือเรามันนานมากจนต้องแบกรับอาการค้างๆคาๆไว้นานมากน้อยแค่ไหนก็ยังไม่รู้ชะตากรรม เฮ้อ!!! ขอบอกว่าถ้าออกเป็นหนังสือหรือebook ก็จะตามไปเก็บล่ะนะแต่ขอว่า อย่าให้ขาดช่วงนานและให้ดีก็ออกหนังสือมาก่อนหยุดอัพได้จะดีมากๆ และจะขอบคุณอย่างสูงเชียวล่ะ
    #1,996
    0
  8. #1716 DarThailand (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 00:04
    ราชองค์การอะไรกันนะ
    #1,716
    0
  9. #1591 Nr poopa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 08:00
    สนุกมากค่ะอ่านจนนอนดึก
    #1,591
    0
  10. #1582 คุณหนูหมวกแดง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 21:31
    ติดงอมแงมเลย อ่านจนถึงตอนนี้แม้ไม่สามารถระบุตัวพระเอกคู่หย่งชิ่งได้ยังไม่รู้สึกเสียใจเลยหวังว่าจะมีเป็นเล่มให้ได้อุดหนุนนะคะ
    #1,582
    0
  11. #1440 ♠kuro-sora♠ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 18:33
    อ่านติดต่อกันจนลืมเม้น...#เซ่อซ่าได้อีกเรา สนุกดีครับไรท์ ถ้ามีเป็นเล่มอุดหนุนแน่นอน
    #1,440
    0
  12. #1208 erneiapsxon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 00:12
    สารภาพว่าเพิ่งได้มาอ่านเรื่องนี้ แล้วก็ติดงอมแงมเลยค่ะ
    แล้วพอเห็นคำว่า อัพไม่จบ ปุ๊บ ตาเหลือกค่ะะะ
    รู้สึกเลยค่ะอาการแบบที่เรียกว่าหัวใจเดาะเป็นยังไง ฮือออ T T
    แต่ถ้ามีเป็นเล่มออกมาเมื่อไหร่ เราคนนี้ขอให้สัญญา เราจะอุดหนุนแน่นอน
    เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกนะที่เรามาคอมเม้นท์ เรานิสัยเสีย อ่านจบตอนแล้วไม่ค่อยคอมเม้นท์เพราะมันจะทำให้สะดุด อ่านไม่ต่อเนื่อง คอมเม่นท์รวดเดียว 55555555แต่เรื่องนี้เราทนไมไ่หวเราต้องมาคอมเม้นท์ให้เลยค่ะ
    ไรท์ใช้ภาษาสวยมากค่ะ สวยแบบที่ไม่ได้ประดิษฐ์เว่อร์เกินไป
    แต่อ่านแล้วมันเห็นภาพแบบไม่กระตุกนะ (งงไหมคะ)
    เราขอใ้ไรท์มีแรงแต่งต่อไป สู้สู้นะคะ เราจะคอยซัพพอร์ตผลงานไรท์นะคะะะะ /มอบหัวใจ <3

    #1,208
    0
  13. #827 ฝนธารา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 20:57
    ซิกๆๆๆอัพไม่จบหรอซิกๆๆๆ
    #827
    0
  14. #581 นภาลัย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 05:10
    สนุกมาก
    #581
    0
  15. #453 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 14:21
    ฮึก ฮึก ฮือ..ไม่จบเหรอ??แต่จะได้ออกเป็นเล่มใช่ไหม??จะรอนะ
    #453
    0
  16. #293 centaurs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 09:53
    สนุกๆๆมากๆ
    #293
    0
  17. #222 Jeng Sirimap (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 07:53
    ติดงอมแงม เอาใจช่วยคนเขียนตลอด ลงเร็วๆนะคะ ^ ^
    #222
    0
  18. #187 EBINBAIPLY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 17:30
    นิยายเรื่องนี้ ยิ่งอ่านยิ่งสนุก ขอบคุณมากนะคะ จะเป็นกำลังใจให้เสมอ

    #187
    0
  19. #184 Maya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 14:02
    นิยายสนุกมาก ยินดีกับไรท์ด้วยจ้าที่นิยายเข้าตาสำนักพิมพ์ ขอให้ผ่านการพิจารณาน๊า ^^
    #184
    0
  20. #176 ข้าน้อย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 17:45
    สนุกตื่นเต้ลฝุดๆ
    #176
    0
  21. #169 mushroom boy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 09:08
    เรื่องนี้สนุกอยากให้เป็นรูปเล่มค่ะ
    #169
    0
  22. #166 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 08:06
    คนอ่านยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุกค่ะ แล้วนางเอกเราจะเจออะไรต่อไปนะ

    หวังว่านางเอกเราคงใช้สิ่งที่สวรรค์ประทานมาได้อย่างยิ่งยวดค่ะ
    #166
    0
  23. #157 เต่าหมุน^0^ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 02:40
    โอม จงโตขึ้นมาโตไวไวอิอิ
    #157
    0
  24. #155 โอริฮิเมะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 01:28
    ...เริ่มเห็นเค้าลางแห่งความดราม่ามาแต่ไกล นักพรตคนนั้นต้องมีบทสำคัญในอนาคตแน่ๆ
    ชิ่งเอ๋อร์นี่น่ารักจริง แสบสุดๆอีกต่างหาก 555 ชอบเรื่องนี้ค่ะ สนุกมาก เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ สู้ๆ ><
    #155
    0
  25. #150 littledevil (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 23:06
    เค้าอยากอ่านจนจบอ่า ลงจบแล้วลบไม่ได้หรอคะ TT เรื่องนี้สนุกมากเลยนะ
    #150
    0