ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    10 ต.ค. 58


แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ กดที่รูปเลยค่ะ












 

บทที่ 6

 

กึก!

เสียงหมากสีดำกระทบกระดานไม้ หย่งชิ่งมองบนกระดานซึ่งเกือบไม่เหลือพื้นที่แล้ว นัยน์ตางามซึ้งช้อนขึ้นมองอันสือด้วยแววตาแน่วแน่ สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

“เจ้า... เจ้า... เจ้า...”

อันสือกัดฟันกรอด ชี้หน้าหย่งชิ่งด้วยสีหน้าเคียดขึ้ง มือใหญ่โตตบปังบนกระดานกระดานไม้แหลกเป็นผุยผงด้วยพลังลมปราณแข็งกล้า หมากทั้งสองสีปลิวเกลื่อนพื้น ทว่าหย่งชิ่งยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่แม้แต่กะพริบตา

คุณชายสามและคุณชายสี่กระโดดเพียงก้าวเดียวจากข้างสนามลอยข้ามหัวผู้คนเข้ามายืนข้างหย่งชิ่ง ทั้งสองชักกระบี่เตรียมพร้อมรับมืออันสือที่ใบหน้าแดงก่ำราวกับกวนอูหน้าแดงเนื้อตัวสั่นระริก

“ไอ้หนู! บอกนามของเจ้ามา” หลงอันสือเปล่งเสียงด้วยพลังลมปราณดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม ต้นไม้สั่นไหวใบไม้ร่วงปลิว บอกถึงฝีมืออันสูงส่งของอันสือ

ผู้เข้าแข่งขันต่างชะงักมือหันมามองต้นเสียง ต่างมีสีหน้าหวาดกลัว แม้แต่ผู้คุมสนามยังถอยหลังไม่กล้าเสนอหน้า ทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงฝีมือและพลังยุทธ์ของอันสือเป็นอย่างดี ในงานแข่งหมากล้อมปีที่แล้ว นอกจากเดินหมาก อันสือยังเป็นตัวทำลายล้างชั้นยอดในรอบรองชนะเลิศ เมื่อเขาแข่งแพ้รอบปะรำแข่งขันราบเป็นหน้ากลอง เขาถูกปรับเป็นเงินหลายพันตำลึง และต้องเกณฑ์ช่างฝีมือสร้างปะรำใหม่สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

“ข้าน้อย... เฉินหย่งชิ่ง คุณชายห้าแห่งพรรควิหคเพลิง” หย่งชิ่งประสานมือบอกชื่อเสียงเรียงนามด้วยเสียงอันดัง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” เสียงหัวเราะของอันสือดังสนั่นคล้ายเสียงของพญามารอย่างไรอย่างนั้น ทำให้ยากจะเดาเจตนาว่าดีหรือร้าย ร่างใหญ่ยักษ์ลุกขึ้นยืนทำให้ร่างน้อยของหย่งชิ่งต้องลุกตาม

“ไอ้น้องชายฝีมือเจ้าไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาจริงๆ ข้าหลงอันสือต้องมาแพ้ตั้งแต่รอบคัดเลือกนับว่าไม่เสียดาย ไอ้น้องชายหากเจ้าตัวโตกว่านี้สักหน่อยข้าคงลากเจ้าไปก๊งสุราทั้งคืน ดวลหมากเสียให้หนำใจ”

“พี่อันสือชมเกินไปแล้ว ฝีมือการเดินหมากของท่านก็ล้ำเลิศไม่แพ้กัน เพียงแต่ท่านอ่อนข้อให้แก่ผู้น้อยเช่นข้าเท่านั้น ต้องขอบคุณท่านแล้ว”

“พูดได้ดี พูดได้ดี... เอ้า! พวกเจ้าทั้งสองวางกระบี่ลงได้แล้วกระมัง ข้าไม่ทำอะไรคุณชายของพวกเจ้าหรอก”

“เขาเป็นน้องชายของพวกข้า” คุณชายสี่ขยับริมฝีปากบางสวยแสดงความสำคัญของหย่งชิ่งที่มีแก่พวกเขาทั้งสอง ร่างสูงตระหง่านยืนบังร่างน้อยของหย่งชิ่งไว้ครึ่งหนึ่ง เป็นการยืนยันว่าเขาพร้อมจะปกป้องชีวิตนางด้วยชีวิตของตนเอง

อันสือพิจารณาสามพี่น้องด้วยแววตาชื่นชม ช่างสง่างามน่าเกรงขามไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเจ้าหนูตัวเล็กนั่น ระหว่างการเกมแวบหนึ่งเขาเห็นเจ้าหนูนี่กลายเป็นพยัคฆ์ที่กำลังเงื้อกรงเล็บตะปบเขาอย่างไม่ไว้ไมตรี เด็ดขาดแกร่งกล้าอะไรเช่นนี้

“ดี ดี ดี ดีมาก น่าเสียดายนักที่ข้าไม่ได้แข่งกับเจ้ารอบชิงชนะเลิศ ข้าจะเข้าแข่งปีนี้ปีสุดท้ายแล้ว แต่ช่างเถอะถ้าเจ้าว่างเมื่อไหร่ก็ไปเยี่ยมเยียนเผ่าหูหลางของข้า เดินหมากดื่มสุราชมจันทราให้หนำใจ เมื่อเจ้าไปถึงเพียงแค่แจ้งชื่อแซ่ของเจ้า พวกเขาก็จะพาเจ้าไปพบข้าเอง ข้าลาล่ะ” ร่างใหญ่ยักษ์เดินอาดๆ ออกไปจากสนามแข่ง

“ข้าไม่ส่งนะพี่อันสือ” หย่งชิ่งก้มศีรษะอำลา

“สักวันเราต้องได้พบกันอีกเฉินหย่งชิ่ง”

หย่งชิ่งยกมือปิดหูสองข้าง เสียงของอันสือดังปานฟ้าถล่ม ช่างเป็นผู้ที่ชอบความอึกทึกครึกโครมโดยแท้

คล้อยหลังอันสือเสียงปรบมือให้แก่คุณชายห้าพรรควิหคเพลิงดังกึกก้อง พร้อมด้วยเสียงโห่ร้องยินดี

“พี่สี่ช่วยอุ้มข้าออกไปได้ไหม?” หย่งชิ่งเอนกายพิงพี่สี่สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” น้ำเสียงคุณชายสี่ทุกข์ร้อน

“เปล่าข้ามิได้บาดเจ็บ แต่ขาข้าสั่นไปหมดแล้ว” หย่งชิ่งคว้ามือพี่สี่ไว้ มือน้อยเย็นเป็นน้ำแข็ง ร่างสั่นเทิ้ม

เกือบจะแย่แล้วสิ เมื่อครู่นางกลัวจนตัวแข็งทื่อ ไอ้ที่ไม่ขยับน่ะหาใช่เพราะเป็นผู้กล้า แต่มันกลัวจนขยับไม่ได้ต่างหาก หลงอันสือพลังยุทธ์สูงส่งอย่างน่าตกใจ หากไปเอาดีทางด้านต่อยตีคงรุ่งโรจน์กว่านี้เป็นแน่

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องห้าผู้เก่งกล้าก็รู้จัก... เอาเถิดข้าจะแบกเจ้าแห่รอบสนามให้ผู้คนชื่นชมคุณชายห้าผู้โค่นหลงอันสือแห่งหูหลางให้แล้วกัน”

“ถ้าท่านไม่อยากอุ้มข้า ข้าให้พี่สามอุ้มแทนก็ได้”

“เสียใจ” ร่างน้อยลอยขึ้นไปวางบนบ่าของคุณชายสี่ “เจ้าอยู่ในกำมือข้าแล้วน้องห้า”

คุณชายสี่แบกน้องน้อยพาเดินไปรอบสนามอย่างช้าๆ ด้วยความภาคภูมิใจ

หนทางการแข่งขันยังไม่จบ เหลือคู่แข่งอีกห้าร้อยคน จะนับครั้งนี้เป็นความสำเร็จมิได้ หย่งชิ่งสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ช่างน่าสนุกจริงๆ

 

“อะไรนะ คุณชายห้าที่ซื้อชายบำเรอนั่นน่ะรึชนะอันสือ เจ้าหลอกข้าเล่นหรืออย่างไร”

“ข้าว่าอันสือออมมือให้ไอ้เด็กนั่น คอยดูรอบถัดไปไอ้หนูนั่นต้องแพ้ราบคาบ”

“ข้าว่าฝีมือไอ้หนูนั่นไม่เท่าไหร่ร้อก อันสือต่างหากที่ไร้ฝีมือ”

“แต่หามีผู้ใดได้เป็นหมากกระดานนั้นไม่ เจ้าอันสืออันธพาลทำลายกระดานหมากเป็นผุยผง”

“ข้าล่ะอยากเห็นการเดินหมากกระดานนั้นจริงๆ”

 

มือน้อยค่อยๆ บรรจงเรียงหมากสีดำสลับสีขาวทีละตัวอย่างใจเย็น ภาพกระดานหมากล้อมเมื่อเช้าชัดเจนในความทรงจำ ต่อให้หลับตาวางนางก็ไม่มีปัญหา คุณชายสามเป็นผู้คะยั้นคะยออยากเห็นหมากกระดานที่หย่งชิ่งเดินกับอันสือ ทุกคนจึงมาชุมนุมในโถงใหญ่พรรควิหคเพลิงอีกครั้ง

ระหว่างนั้นก็มีพี่สี่รับหน้าที่บรรยายเหตุการณ์ที่อันสือถล่มกระดานหมากล้อม แบบน้ำลายแตกฟอง ทำประหนึ่งตัวเองเป็นจอมยุทธ์กู้ยุทธจักร หย่งชิ่งเรียงหมากไปก็ขำพี่สี่ไปมิได้เอ่ยขัดอะไร ถือเสียว่าวันนี้พี่สี่ดีต่อนางจะไม่ขัดคอสักวัน

“อันสือร้ายกาจยิ่งนัก แต่เจ้า หย่งชิ่ง... เจ้าร้ายกาจยิ่งกว่า” คุณชายสามเฉินหย่งฝูส่งสีหน้าชื่นชมไปให้น้องน้อยที่นั่งฝั่งตรงข้าม รอบโต๊ะล้อมรอบด้วยบุพการีและคุณชายทั้งสี่ “หมากของเจ้าช่วงแรกยังดูอ่อนพลัง แต่เมื่อผ่านครึ่งกระดานไปแล้วช่างเด็ดขาดเฉียบคม หากเป็นข้ายังไม่มั่นใจว่าจะชนะหมากกระดานนี้ได้ ข้ายิ่งสงสัยนักว่าเจ้าไปเรียนหมากล้อมจากผู้ใดกันแน่”

“ข้าเคยบอกไปแล้วนี่ว่าข้าอาศัยตำราเป็นอาจารย์ ครึ่งชั่วยามแรกข้ากลัวพี่อันสือต้องนั่งทำใจอยู่นานเหมือนกัน นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว” คำว่าไม่รอดเสียแล้วไม่ได้หมายถึงเกมหมาก หากแต่หมายถึงชีวิต ถ้าฝ่ามือนั้นฟาดมาบนกระหม่อมบอบบางของนาง

หย่งชิ่งคงไม่แคล้วสมองกระจุยกระจายอยู่ตรงนั้น บัดนี้นางยังตัวสั่นอยู่เลย

อาศัยตำราเป็นอาจารย์! การจะหาอาจารย์สอนหมากนั้นยังยาก ตำรายิ่งแล้วใหญ่ผู้คนต่างเก็บงำหวงวิชาแล้วจะหาผู้ใดเขียนตำราแจกจ่ายต่อผู้อื่น

หอคัมภีร์มีตำราสอนหมากล้อมเสียที่ไหน

หย่งชิ่งเรียนหมากล้อมมาจากไหนกันแน่!

“สนามหมากล้อมนี้มีผู้แปลกประหลาดอยู่มากมาย หากเจ้าเจอคู่มือเช่นอันสืออีกเจ้าจะเป็นอันตรายนะชิ่งเอ๋อร์” บิดาวางมือบนศีรษะบุตรสาว สีหน้าห่วงใย

หย่งชิ่งทำท่าครุ่นคิด นางเองรู้สึกกลัวเช่นกัน นางมีวิทยายุทธป้องกันตัวแต่คงไม่อาจรับมือจอมยุทธ์ฝีมือสูงส่ง

“ข้าอาจต้องพกกระบี่สักเล่ม” หย่งชิ่งเหลือบมองบิดาขอความคิดเห็น แต่ก็คิดต่อว่าจะดีรึ มิใช่เป็นการยื่นกระบี่ให้ผู้อื่นสังหารนางแทนการปกป้องตัวเอง

“ฝึกวิชาตัวเบากับน้องสี่ไปพร้อมกัน มีเวลาไม่มากแต่อย่างน้อยเจ้าควรฝึกให้เก่งขึ้นใช้หนีภัยเป็นการดียิ่ง” คุณชายใหญ่เป็นผู้เอ่ยปากแล้วหันไปทางคุณชายสี่

เหตุการณ์เมื่อเช้าสร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้แก่คุณชายทั้งสองไม่แพ้หย่งชิ่ง หากต้องสูญเสียน้องเล็กไปคงไม่มีผู้ใดทนได้

คุณชายสี่รวบพัดในมือ เคาะพัดกับปลายคางหลับตาครุ่นคิด

ข้าว่าให้น้องเล็กเลิกแข่งขันไปไม่ง่ายกว่าหรือ หากต้องเจอกับคู่มือแบบอันสืออีก ครั้งหน้าไม่แน่ว่านางจะรอด”

หย่งชิ่งลุกยืนตบโต๊ะปัง

พี่สี่! ท่านพูดอะไรกันนี่ ข้าไม่เลิกแข่งเด็ดขาดท่านอยากให้คุณชายห้า อยากให้พรรควิหคเพลิงเป็นเต่าหดหัวอยู่ในกระดองหรืออย่างไร อีกอย่างท่านไม่สามารถขังข้าไว้ในพรรควิหคเพลิงจนแก่เฒ่าหรอกหนา จะอยู่หรือตายขึ้นอยู่กับลิขิตสวรรค์ ต่อให้ไม่อยากตายหากสวรรค์ลิขิตแล้วท่านจะทำอย่างไรได้”

หย่งชิ่งกับคุณชายสามสบตากันแวบหนึ่ง

หากหย่งชิ่งต้องตายตอนอายุสิบขวบจริงก็เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้ว นางขอไขว่คว้าความสุขสนุกสนานในชีวิตครั้งสุดท้าย ไม่มีทางที่จะปล่อยมือเด็ดขาด

“น้องเล็กข้าไม่ให้เจ้าเลิกแข่งหรอกนั่งลงเถิด” คุณชายสามกดบ่าเล็กลงนั่ง “ข้าจะไม่ปล่อยให้ผู้อื่นทำร้ายเจ้า เชื่อพี่สามนะ” เขาโอบน้องน้อยไว้ในอกลูบศีรษะเอาใจ ส่งรอยยิ้มอบอุ่นดุจดวงตะวันหลอมละลายน้ำแข็งที่ฉาบหัวใจดวงน้อย ขจัดความโดดเดี่ยวในหัวใจนางทิ้งไป

ชิ่งเอ๋อร์ พ่อจะพาเจ้าไปเลือกกระบี่ในคลังอาวุธ ส่วนเจ้าสี่ฝึกวิชาตัวเบาให้น้องด้วย หาวิธีลัดสอนนางยิ่งเก่งเท่าไหร่ยิ่งดี” บิดาสั่งเฉียบขาด

ฝึกวิชาตัวเบามีทางลัดด้วยรึพี่ใหญ่” หย่งชิ่งหันไปกระซิบถามพี่ใหญ่ผู้มีวรยุทธ์ล้ำเลิศที่สุดในบรรดาพี่น้อง

คุณชายใหญ่พยักหน้า “มีสิ อันที่จริงข้าไม่อยากแนะนำวิธีนี้ แต่หากอยากฝีมือรุดหน้าในเวลาอันสั้น เห็นจะมีแต่วิธีนี้เท่านั้นแหละที่ช่วยได้”

วิธีอันใดรึ?” หย่งชิ่งอดสงสัยไม่ได้

เจ้าเคยเห็นแม่นกสอนลูกนกหัดบินหรือไม่?”

อืม” หย่งชิ่งพยักหน้า

แล้วถ้าลูกนกไม่ยอมบิน แม่นกทำเยี่ยงไร?”

หย่งชิ่งสีหน้าตื่นตะลึง

ถะ ถะ ถีบมันลงมา”

คุณชายใหญ่พยักหน้า ยืนยันความคิดของน้องน้อย “เจ้ารู้วิธีลัดแล้วล่ะ”

 

แอด...

เสียงบานพับประตู ดังเอี๊ยดอ๊าด ฝุ่นจับหนาภายในห้องอาวุธ ห้องสะสมอาวุธล้ำค่าของเฉินหย่งเป่าไม่มีผู้ใดมาเยี่ยมเยือนนานหลายเพลาแล้ว

ชิ่งเอ๋อร์ เจ้าลองเลือกกระบี่มาสักเล่มเลือกที่เหมาะมือแล้วกัน” หย่งเป่าเปิดเข้าไปในห้องลับปล่อยบุตรสาวไว้เพียงลำพังแล้วไปรออยู่ด้านนอก

ละลานตาไปหมด... อาวุธนับร้อยพันชิ้นจัดวางเป็นระเบียบ บนกำแพง ชั้นวาง โต๊ะไม้ตัวใหญ่ นางเพิ่งเคยเห็นสิบแปดศัสตราวุธเหมือนที่เคยอ่านในหนังสือกำลังภายในเป็นครั้งแรกที่มาเกิดในภพนี้ สิบแปดศัสตราวุธแบ่งออกเป็น เก้าอาวุธยาว เก้าอาวุธสั้น แต่ถ้านับกันจริงๆ มันมีมากกว่านั้น อาวุธเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือจุดประสงค์ในการใช้มัน

กระบี่... นางต้องจับอาวุธที่ใช้เข่นฆ่าผู้อื่น

หย่งชิ่งสูดหายใจเข้า ต่างวัฒนธรรม ต่างจิตใจ เราไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา หากเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน

อันที่จริงหย่งชิ่งไม่คิดจะเป็นจอมยุทธ์ผดุงคุณธรรม นางไม่ชอบฝ่ายธรรมะ นางไม่รักนางเอก นางไม่ชื่นชมพระเอก

นางชอบตงฟางปุ๊ป้ายในกระบี่เย้ยยุทธจักร

นางชอบลี้มกโช้วในมังกรหยก

นางชอบจิ๋นซีจักรพรรดิทรราชในสายตาชาวโลก

นางชอบพระนางซูสีไทเฮาผู้โหดเหี้ยม

นางรักเป็นผู้ร้ายมากกว่าผู้ดีที่แอบอ้างคุณธรรมเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามของตน

มือเล็กลากไปบนกระบี่เย็นเยือกที่เรียงกันบนโต๊ะตัวใหญ่แข็งแรงทำจากไม้ประดู่ดำ กลิ่นอายเข่นฆ่ากรุ่นอวลในความรู้สึก กระบี่ชั้นเลิศเหล่านี้ดื่มเลือดผู้คนมามากเท่าไรแล้วหนอ

“อุ๊ย!” หย่งชิ่งอุทานเสียงเบา เจ็บแปลบที่นิ้ว กระบี่เล่มหนึ่งได้ดื่มเลือดนางไปแล้ว กระบี่เลื่อนออกจากฝักคมกริบอย่างไม่น่าเป็นไปได้ หยดเลือดอาบคมกระบี่ นางรู้สึกเหมือนถูกดึงวิญญาณเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย

นางหยิบกระบี่เล่มนั้นขึ้นมาพิจารณา สีดำด้านดุจถ่านดูไร้ค่า หากเพียงแค่หยิบขึ้นมาก็รู้สึกว่าเหมาะมืออย่างมาก ทั้งตัวกระบี่และฝักน้ำหนักเบา ทว่าเมื่อชักกระบี่ออกมากลับสัมผัสถึงความแข็งแกร่ง และกระแสพลังมหาศาลที่ซ่อนเร้น หย่งชิ่งไม่นึกฝันว่าจะมีพลังเช่นนี้อยู่จริง

หากใช้ดวงตานางคงมองข้ามกระบี่เล่มนี้ไป

นี่คือกระบี่อะไรกัน

ร่างน้อยกระโดดแผล็วไปด้านนอกซึ่งเป็นลานกว้างกวัดแกว่งกระบี่ยาว ท่วงท่าคล่องแคล่วร่ายรำงดงาม เสียงโลหะแหวกอากาศเสียงดังไพเราะ เพียงแค่ฟาดฟันกระบี่ในอากาศใบไม้กลับร่วงหล่น กลีบบุปผาโปรยปรายลอยล่องโอบล้อม หย่งชิ่งในชุดบุรุษตวัดกระบี่คล่องแคล่วชุดขาวสะบัดพลิ้วท่ามกลางแสงจันทราแรงกล้าในคืนเดือนเพ็ญ กระบวนท่าผันแปรเพลงแล้วเพลงเล่ากระทั่งกระบวนท่าสุดท้ายจบลง

กระบี่ตวัดไปข้างหน้ากระทบแสงจันทรา บังเกิดเงาร่างสีเงินบนกระบี่สีดำด้าน มังกรโผนทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์

นางขนคอลุกตั้งชันเนื้อตัวแข็งทื่อพลังมหาศาลไหวเวียนในร่างน้อย จนมิอาจต้านทานเนื้อตัวสั่นสะท้านถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อตั้งหลัก กระบี่ถูกลดลงปักกับพื้น มือบางกุมหัวใจที่กำลังเต้นอย่างบ้าคลั่ง

พลังอำนาจแรงกล้า นางจะทานทนได้หรือ?

“ชิ่งเอ๋อร์เจ้าอย่าเลือกกระบี่เล่มนั้นเลย มันดู...” ไม่ทันแล้ว หย่งเป่ายื่นมือไปเบื้องหน้าหวังห้ามปราม

กระบี่นั้นได้ออกจากฝักแล้ว

เฮยหลงเทียน

“ข้าเลือกเล่มนี้ท่านพ่อ”

“มีกระบี่เล่มเล็กที่เหมาะกับเจ้ามากกว่านี้ อีกทั้งกระบี่เล่มนี้สีดำหม่นหมองดูไร้ราคาไม่เหมาะกับคุณชายห้าแห่งพรรควิหคเพลิงจะพกอวดผู้คน ให้พ่อเลือกให้เถิด”

หย่งชิ่งส่ายหน้า “เล่มนี้เหมาะแล้ว ข้าจับถนัดมือเล็กและเบา อีกทั้งกระบี่ใช้ป้องกันตัวหาได้ใช้อวดอำนาจบารมี” ถึงแม้มันจะยาวไปหน่อย แต่อีกไม่กี่ปีนางจะสูงขึ้นไม่น่าใช่ปัญหา

บิดาถอนใจหนักหน่วง

“หากเจ้าพอใจ เฮยหลงเทียน นับว่ามีวาสนาต่อกัน แต่เจ้าต้องนำกระบี่เล่มนี้ไปหาท่านแม่ของเจ้าเพื่อขออนุญาตก่อน กระบี่เล่มนี้เคยเป็นของนาง”

“กระบี่ของท่านแม่ ท่านแม่เคยเป็นชาวยุทธ์หรือท่านพ่อ”

“ทั้งใช่และมิใช่ อย่าได้ถามมากความ หากท่านแม่เจ้าไม่อนุญาตก็ต้องเปลี่ยนเป็นเล่มอื่นอย่าได้ดึงดัน”

“ข้าทราบแล้วท่านพ่อ” หย่งชิ่งเก็บกระบี่เข้าฝัก เสียงเชร้งดังกังวานสะท้านก้อง

เฮยหลงเทียน กระบี่สวรรค์มังกรดำ

โอ้โฮแฮะ! เท่ไม่หยอก ต่อไปเจ้าต้องอยู่กับข้าแล้วล่ะ หย่งชิ่งถือกระบี่วิ่งไปที่เรือนเหมันต์เร้นรัก

หย่งเป่ามองบุตรสาวด้วยแววตาห่วงใยไปจนลับสายตา

“หากเป็นลิขิตสวรรค์ ข้าคงต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม” ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาแหงนมองเบื้องบน

ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกับบุตรสาว

 

จันทราลอยเคลื่อนถึงริมขอบนภาใกล้เพลาตะวันเบิกฟ้า ลมหวีดหวิวเย็นเฉียบปะทะใบหน้าจนชาดิก เงาร่างสองสายบนหลังอาชาไหววูบเคลื่อนผ่านราวเร็วประดุจสายลม ผ่านประตูเมืองมุ่งตรงไปยังภูเขาสูงตระหง่านท่ามกลางสายหมอกหนาทึบ

“พี่สี่ข้าหนาวมาก”

“หันหน้ามาทางข้าจะได้มิต้องลมหนาว”

หย่งชิ่งหมุนกายเข้าหาอกกว้าง ซบใบหน้าชาดิกเข้าหาความอบอุ่น ไม่คิดว่าอากาศยามรุ่งสางจะหนาวเย็นต่างจากเมื่อวานลิบลับ ช่วงนี้อากาศปรวนแปรอย่างประหลาดราวกับจะเกิดอาเพศ

“ไหนท่านว่าจะพาข้าออกมาฝึกวิชาตัวเบา ทำไมต้องออกมานอกเมืองด้วย”

“การฝึกวิชาตัวเบา สถานที่ฝึกสำคัญยิ่ง เจ้าอย่าถามให้มากความ หากข้าเปลี่ยนใจจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่”

เด็กหญิงหน้ามุ่ย เอะอะก็ขู่ เอะอะก็ทิ้ง หากไม่ใช่เพราะพี่สี่วิชาตัวเบาล้ำเลิศ นางไม่มีวันติดสอยห้อยตามพี่สี่มาเด็ดขาด พี่สามขอตามมาด้วยกลับถูกพี่สี่ห้าม หรือพี่สี่มีความคิดชั่วร้ายจะกลั่นแกล้งอะไรนางอีก

หย่งชิ่งกุมกระบี่ข้างกายขอความอุ่นใจ เฮยหลงเทียนที่เพิ่งได้รับจากท่านพ่อนำพาความรู้สึกปลอดภัยมาให้นาง หากพี่สี่คิดเล่นตุกติกนางจะฟันให้ขาดสองท่อนเลยเชียว

ว่าไปแล้วอดคิดถึงเมื่อคืนไม่ได้ เหตุใดท่านพ่อกับท่านแม่จึงมีทีท่าไม่อยากให้เธอพกเจ้ามังกรดำเล่มนี้ เมื่อเห็นพวกท่านมีสีหน้ากังวลหนักใจ หย่งชิ่งคิดจะเปลี่ยนใจเช่นกัน แต่จู่ๆ ท่านแม่เกิดเปลี่ยนใจกะทันหันอนุญาตให้นางใช้มันได้ หย่งชิ่งโล่งใจอยู่ลึกๆ

ท่านแม่ขอให้นางรำกระบี่ให้ดู หลังจากนั้นก็มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย

เฮยหลงเทียนจะปกป้องคุ้มครองเจ้าจากภยันตรายทั้งปวง ราชันมังกรเล่มนี้ไม่เคยยอมรับเจ้านายใหม่ตราบใดที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกับแม่ เจ้าเป็นบุตรแห่ง... เจ้าคือบุตรของข้า มันจะยอมรับเจ้าเช่นเดียวกับที่ยอมรับแม่

น่าแปลกใจจริง กระบี่จะยอมรับผู้ใช้เพราะสายเลือดกระนั้นหรือ นางไม่เคยได้ยินมาก่อน

ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามพี่สี่พานางมาถึงลานกว้างบนภูเขาแห่งหนึ่ง เขาผูกอาชาสีดำไว้กับต้นไม้ปล่อยให้มันเล็มหญ้าแถวนั้น แล้วพานางไปยืนใกล้ขอบเหว อรุณรุ่งกำลังมาเยือน ท้องฟ้าเริ่มแซมด้วยสีทองผ่องอำไพ แสงสุริยาอันอบอุ่นเข้ายึดครองแผ่นฟ้า ดวงอาทิตย์กลมเคลื่อนคล้อยขึ้นจากหุบเขาตรงหน้าทอแสงระยิบระยับ ช่างงดงามเหลือคณา

หย่งชิ่งเคยเห็นพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าแบบนี้เป็นครั้งแรก หรือพี่สี่จงใจจะพานางมาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน นางเหลือบไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่เคียงข้าง ดวงหน้าหล่อเหลาบาดตาอาบด้วยแสงสีทองงดงามมลังเมลือง แม้แต่นางซึ่งเป็นน้องสาวยังยากที่จะถอนสายตา

ความงามอันสูงค่าช่างไร้ค่าเหลือเกินยามอยู่บนดวงหน้าของพี่สี่

เชอะ!

“ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม” หย่งชิ่งถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

เจ้าเคยเห็นแม่นกสอนลูกนกหัดบินหรือไม่?’

อืม

แล้วถ้าลูกนกไม่ยอมบิน แม่นกทำเยี่ยงไร?’

ถะ ถะ ถีบมันลงมา

“ฝึกวิชาตัวเบาไงเล่าไอ้น้อง” พี่สี่พูดยิ้มๆ ท่าทางอารมณ์ดีมิใช่น้อย ตบมือบนบ่าของนาง “เราจะหัดโดดข้ามไปฝั่งโน้นกัน” นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังขอบเหวฝั่งตรงข้ามราวกับเป็นเรื่องปกติ

ปกติกับผีน่ะสิ!

จากฝั่งนี้ไปฝั่งตรงข้ามกะประมาณด้วยสายตาน่าจะไม่เกินสิบจั้ง สิบจั้งก็ประมาณสามสิบกว่าเมตร มนุษย์หน้าไหนจะทำได้

หย่งชิ่งถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้สึกตัว ดวงตาคมหลุบมองเบื้องล่างแล้วขาสั่นน้อยๆ

“ไม่ลึกไปรึพี่สี่”

“ตื้นแค่นี้เจ้ากลัว?” น้ำเสียงคล้ายดูถูก

“มองลงไปยังไม่เห็นก้นเหว ท่านบอกว่าตื้นก็ผิดแล้ว ท่านโป้ปดได้ไม่เนียนสักเท่าไรนะ”

“ใจเจ้าว่าลึกก็คือลึก ใจเจ้าว่าตื้นก็คือตื้น ข้าหาได้โป้ปดไม่”

เฮอะ! เจ้าสำบัดสำนวน

ไม่ว่าทางวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ กลศาสตร์ กายวิภาคศาสตร์ อะไรก็ช่างมันไม่มีทางเป็นไปได้ทั้งสิ้น

แต่นางเคยเห็นพี่สี่ใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินเดินอากาศมากับตา อย่างกับในหนังจีนที่เคยดูบ่อยๆ แม้แต่นางเองก็ยังสามารถกระโดดได้สูงกว่าปกติมากทีเดียว

เพราะเหตุใด? ดวงหน้าเล็กๆ ครุ่นคิด

ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

แรงดึงดูดของโลกเปลี่ยนไป ในอนาคตแรงดึงดูดของโลกมีมากขึ้น ทำให้สรีระร่างกายระบบภายในเกิดวิวัฒนาการ ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย จนไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาได้เฉกเช่นคนสมัยก่อน รวมถึงพลังลมปราณที่หายไปด้วย  

จริงหรือไม่นั้น คงต้องพิสูจน์กันต่อไป

แต่ก่อนจะพิสูจน์เอาตัวรอดจากการเป็นลูกนกถูกถีบก่อนดีกว่าไหม?

“วันนี้ฝึกพื้นฐานเบาๆ ก่อนเถิดนะพี่สี่ พรุ่งนี้ข้าต้องไปแข่งหมากล้อมอีก ขืนหักโหมฝึกไป ข้าจะมีสติปัญญาอันใดไปสู้ผู้อื่นได้”

“เป็นคำสั่งท่านพ่อข้ามิอาจฝ่าฝืน ท่านพ่อจะทดสอบเจ้าด้วยว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว”

หย่งชิ่งหน้ามุ่ย เล่นเอาท่านพ่อมาอ้าง แล้วนางจะไหลไปทางไหนได้

อย่าบอกนะว่านางจะต้องตกเหวตายตอนสิบขวบ ไม่ตลกเลยนะพวก

“หย่งชิ่งฟังข้า เจ้าเป็นวิชาตัวเบาบ้างแล้ว หลังจากนั้นไม่มีอะไรยาก มันอยู่ที่ตรงนี้” คุณชายสี่จิ้มนิ้วไปบนอกด้านซ้ายของตัวเอง “หากใจเจ้าขลาดกลัว ต่อให้ฝึกร้อยปีเจ้าก็ยังคงย่ำอยู่ที่เดิม แต่ถ้าใจเจ้าข้ามผ่านไปได้ จากนี้ไปเจ้าจะกลายเป็นวิหคโผบินสู่ท้องฟ้า”

วิหคถูกหักปีกสิไม่ว่า

เด็กหญิงขยับขาเข้าไปใกล้ขอบเหวชะโงกหน้าลงไปมอง แสงสว่างมิอาจส่องถึงก้นบึ้งหัวใจอันล้ำลึกของพี่สี่ฉันใด ก้นเหวลึกตรงหน้าก็ดำมืดลึกล้ำเฉกเช่นหัวใจพี่สี่ฉันนั้น

สรุปคือลึกโคตรๆ

“มะ มะ ไม่ดีกว่า ข้าไม่ฝึกแล้ว พี่สี่ฝึกไปคนเดียวเถิดนะ ข้อขอลา” หย่งชิ่งถอยกรูดแล้วหันหลังวิ่งสุดฝีเท้าไปที่อาชาสีดำ หวังจะขโมยอาชาขี่กลับไปฟ้องมารดาเรื่องที่ถูกพี่สี่ทารุณกรรมอย่างโหดร้าย

คุณชายสี่ยิ้มเยาะมุมปาก ร่างสูงเปรียวสะกิดปลายเท้าเพียงนิดเดียวก็ไปยืนอยู่ข้างหลังเด็กหญิง

"เจ้าจะไปไหนจอมมารน้อย อย่าหวังเลยว่าจะหนีข้าไปได้ ข้าอุตส่าห์สละเวลาอันมีค่ามาสั่งสอนเจ้าทั้งที ไม่มีทางปล่อยเจ้าหลุดมือเป็นอันขาด" หย่งชิ่งถูกหิ้วคอเสื้อด้านหลัง ขาลอยขึ้นจากพื้นดิ้นกระแด่วกวัดแกว่งไขว่คว้าอากาศอยู่ในมือพี่สี่ มือน้อยเอื้อมไปด้านหลังจับมือของเขาไว้แน่นพยายามแกะนิ้วแข็งๆ นั่นหากแต่ไร้ประโยชน์

เฮอะ! เวลาอันมีค่า เวลาที่ไปขลุกอยู่ในหอชมบุปผาน่ะสิไม่ว่า ในบรรดาพี่ชายทั้งสี่ พี่สี่เฉินหย่งสือไม่เป็นโล้เป็นพายที่สุด ยามว่างไม่ร่อนไปตามหอคณิกาก็แวะหอสุรา ชีวิตช่างมีคุณค่าเหลือเกิน

"พี่สี่ปล่อยข้านะ ข้าจะกลับบ้านไปฟ้องท่านแม่"

เด็กหญิงโวยวายแกล้งตะโกนดังๆ อยากให้พี่สี่หูแตกไปเลย คิดแล้วก็น่าเจ็บใจนางเป็นลูกไก่ในกำมือของเขาแล้ว จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด ตรงนี้มีเพียงนางกับพี่สี่สองคนยากจะมีผู้ใดยื่นมือมาช่วยเหลือ

ทันใดนั้นหย่งชิ่งหยุดทุกการเคลื่อนไหว เมื่อพี่สี่ยื่นตัวนางออกไปยังอากาศว่างเปล่าไร้ผืนดินรองรับ ลมหมุนไหลย้อนขึ้นมาพัดชายเสื้อคลุมตีขึ้นทำเด็กหญิงอกสั่นขวัญแขวน เพียงแค่เขาปล่อยมือ... นางจะได้ลงไปนอนอยู่ก้นเหวแบบไปไม่กลับหลับไม่ตื่นฟื้นไม่มีหนีไม่พ้น สมใจเขาเป็นแน่

"พี่สี่ ท่านพูดเล่นใช่ไหมอย่าปล่อยข้าลงไปเชียวนะ มันสูงมาก ตกลงไปร่างกายแหลกเหลวไม่มีชิ้นดียากจะหาเศษซากไปจัดพิธีศพเชียวนะ" หย่งชิ่งบอกด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ถึงนางจะไม่ได้เป็นโรคกลัวความสูงแต่อย่างไรนางก็กลัวความตายอยู่ดี

"เจ้าจะลองใช้วิชาตัวเบาข้ามไปฝั่งโน้นเอง หรือจะให้ข้าใช้แรงถีบส่งไป เลือกเอาก็แล้วกัน" พี่สี่ใช้น้ำเสียงเด็ดขาด ไร้ซึ่งวี่แววล้อเล่นดังเช่นที่เคยเป็นมาก่อน

"ท่านว่าข้าต้องคิดอะไรอีก ปล่อยข้าบนพื้นดินเดี๋ยวนี้ ข้าจะกระโดดข้ามไปเอง"

เสียงหัวเราะหึหึของพี่สี่น่าขนพองสยองเกล้าเป็นที่สุด ร่างของนางกลับเข้ามายืนตรงส่วนพื้นดินอย่างมั่นคง ขอบเหวห่างไปเพียงหนึ่งก้าว ดั่งความตายที่อยู่ใกล้เกินกว่ามนุษย์จะคาดฝัน

คุณชายสี่ถอยหลังมาเล็กน้อยยืนกอดอก ดวงตาคู่งามตรึงอยู่บนร่างน้อยอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา

กระโดดข้ามไปเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ ต่อให้ไม่ต้องเป็นอัจฉริยะก็คิดได้

หย่งชิ่งสูดลมหายใจเข้าลึก นางปรายตาไปทางเบื้องหลังมองคนที่ยืนกอดอกสบายใจ เพลานั้นดวงตาคมซึ้งฉายแววเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มพึงใจประดับบนดวงหน้า ร่างน้อยทำเป็นยืนเท้าสะเอว มองไปข้างหน้า

"ดูจากระยะทางข้าว่าแม้แต่ท่านก็คงไม่อาจข้ามผ่านไปได้ แล้วท่านจะให้ข้าข้ามไปได้อย่างไร" น้ำเสียงแฝงแววเยาะหยันดูถูกอยู่ในที

มีหรือคุณชายสี่ผู้หยิ่งทะนงจะไม่เต้นเป็นเจ้าเข้า เขานิสัยเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรชอบเอาชนะเหมือนกับนางเสียแต่ว่าอีคิวน้อยไปหน่อย เมื่อเทียบกับนางที่สั่งสมความอดทนมาตั้งแต่ชาติภพก่อน บิดาสั่งสอนมิให้นางอวดฉลาดทำตัวเด่นดังกว่าผู้อื่น เพราะมันเป็นการชักนำอันตรายมาสู่ตน หย่งชิ่งเชื่อฟังและปฏิบัติตามมาตลอดกระทั่งจบชีวิตลงในวัยสิบขวบ

เป็นจริงดังคาด พี่สี่โกรธควันออกหู ย่ำเท้าหนักๆ มายืนเคียงร่างน้อยอีกครั้ง แววตาคุกรุ่นไปด้วยโทสะ

"ข้าไม่ได้อ่อนหัดเช่นเจ้า ระยะทางแค่นี้ ขนาดหลับตาข้ายังกระโดดข้ามไปได้เลย"

"ไฉนเลยข้าจะเชื่อน้ำลายของท่าน ไม่สู้แสดงให้ข้าดูเสียตอนนี้ ท่านทำเป็นตัวอย่างแล้วข้าทำตามจะได้หมดข้อกังขา"

"ได้... ได้... ข้าจะทำให้เจ้าตกตะลึงไปเลยชิ่งเอ๋อร์ คอยดูพี่สี่ผู้เยี่ยมยุทธ์ของเจ้าคนนี้ให้ดีเถิด"

ระหว่างนั้นคุณชายสี่หาได้สังเกตไม่ว่าหย่งชิ่งค่อยๆ เยื้องกายไปยืนอยู่ด้านหลังของเขาในขณะที่กำลังพูดปาวๆ ด้วยโทสะจนไม่สำเหนียกถึงภัยที่กำลังกล้ำกรายเข้ามา

"ข้าจะคอยดูความเก่งกาจของพี่สี่ให้เต็มสองตาเลยทีเดียว"

หย่งชิ่งยกเท้าขึ้นสูงรวบรวมลมปราณไว้ที่อุ้งเท้าแล้วถีบก้นคุณชายสี่ผู้งามล่มเมืองสุดแรง ร่างในอาภรณ์สีม่วงลอยละลิ่วไปข้างหน้าราวกับขนนกก็ไม่ปาน ก่อนจะร่วงหล่นลงไปในเหวลึกส่งเสียงร้องโหยหวน

หย่งชิ่งไม่รอดูผลงานรีบวิ่งไปที่อาชาเตรียมตัวหนีทันที

“เจ้าอยู่นี่เองไอ้หนู” สายร่างหนึ่งกระโดดมาขวางทาง

หย่งชิ่งผงะไปด้านหลังใบหน้าตื่นตระหนก หันมองซ้ายขวานางถูกล้อมกรอบทุกทิศทาง ชายชุดดำปกปิดใบหน้าห้าคนถือกระบี่พุ่งตรงมาที่นาง จิตสังหารรุนแรงไร้ปรานี ไม่ใช่เรื่องดีแน่

“พวกท่านต้องการอะไร”

“ข้าต้องการชีวิตเจ้าไงไอ้หนู” ชายตัวใหญ่ที่สุดท่าทางจะเป็นหัวหน้าเป็นคนเอ่ยปาก

“ข้าเป็นแค่เด็ก มิเคยบาดหมางกับผู้ใด ท่านจำผิดคนแล้วกระมัง” มือน้อยกระชับกระบี่ข้างกาย เนื้อตัวเย็นเฉียบด้วยความกลัว มันอะไรกันนักหนา ชีวิตนางใกล้ความตายทุกขณะ แต่ถ้าจะต้องตายทั้งทีขอตายแบบศพสวยสักนิดก็ไม่ได้ ท่าทางพวกมันอยากจะแล่เนื้อเถือหนังนางยิ่งนัก

“เจ้านั้นแหละ เจ้าหนูที่แข่งหมากล้อมชนะหลงอันสือ ใครก็จำเจ้าได้ทั้งนั้น”

เพราะพี่สี่แห่นางไปรอบสนามทุกคนต่างจดจำคุณชายห้าได้ทั้งนั้น พวกนี้ต้องการสังหารนางจริงๆ หาได้ผิดฝาผิดตัวไม่

หมากล้อมพาซวยหรืออย่างไร แค่นางอยากเล่นหมากล้อมทำไมจึงเกิดเรื่องคอขาดบาดตายไม่เว้นแต่ละวัน

“ข้าล่วงเกินผู้ใดวานบอก ข้าจะไปขอขมาโดยดี อย่าได้ถึงกับเอาชีวิตกันเลย เรื่องเพียงเล็กน้อยท่านอย่าได้ถือสาเด็กเล็กเยี่ยงข้า”

นางพยายามประวิงเวลา พี่สี่น่าจะขึ้นจากเหวลึกในอีกไม่ช้านี้ อย่างน้อยพี่สี่ก็น่าจะรับมือพวกนี้ได้ กลิ่นอายพวกมันไม่ใช่ผู้มีวรยุทธ์สูงนัก แต่นางคงไม่สามารถรับมือพวกมันทั้งห้าคนพร้อมกันได้

“เจ้าไม่ได้ล่วงเกินผู้ใด แต่เจ้าเป็นตัวเกะกะขวางทางเงินหนึ่งหมื่นตำลึงนั่นต่างหาก เจ้าชนะอันสือได้ ถ้าฆ่าเจ้าเสียเงินรางวัลต้องเป็นของนายข้าอย่างแน่นอน”

หน็อยแน่! ไอ้พวกสกปรกโสมม คิดจะฆ่านางเพื่อเงินรางวัลที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นผู้ชนะการแข่งขันหรือไม่ ต่อให้ฆ่านางหากผู้อื่นที่มีฝีมือเก่งกว่าเจ้านายของพวกมันแข่งชนะ ก็เท่ากับนางต้องตายอย่างไร้ค่า แต่ถ้าคิดอีกแง่หนึ่งคือเจ้านายของพวกมันต้องเป็นยอดฝีมือหมากที่อยู่เหนืออันสือ แต่กำลังหวาดเกรงฝีมือของนางจนต้องส่งมือสังหารมาจัดการกับนางเสีย

หย่งชิ่งชักเฮยหลงเทียนออกมาจากฝักอย่างเชื่องช้าด้วยอาการเยือกเย็น ปลายกระบี่ชี้ไปที่หน้าของหัวหน้าพวกมัน ดวงหน้างดงามเย็นชาแววตากล้าหาญไร้ซึ่งความเกรงกลัว กระบี่สีดำด้านคล้ายดาบไม้จนพวกมันส่งเสียงหัวเราะดังลั่นออกมา

“ฮ่าๆๆๆ กระบี่เด็กเล่นอย่างนั้นรึ น่าขันสิ้นดี ยืนให้ข้าเชือดเสียโดยดีจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวมาก ดาบเดียวเจ้าก็ได้ไปสบายแล้วไอ้หนู”

พวกมันกรูกันเข้ามาหาหย่งชิ่งพร้อมกัน!

 

 

11/05/2558

เรื่องยืดยาวไปอีก ที่จริงอยากเขียนรวบรัดแล้วตัดไปถึงตอนที่ต้องการซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง

แต่มีพล็อตย่อยให้เล่นอีก ไม่เขียนก็เสียดาย หวังว่าหย่งชิ่งจะได้รับความเอ็นดูจากนักอ่านนะคะ

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 

 

 



 

10/05/58

คาดว่านี้ยายเรื่องนี้น่าจะเป็นนิยายขนาดกลาง ไม่ยาว ไม่สั้น จนเกินไป

แต่ดูแล้วอาจจะกลายเป็นเรื่องยาวก็เป็นได้ จนป่านนี้แล้วยังไปไม่ถึงไหนเลย ปกตินิยายที่เขียนจะยาวไม่เกิน 200 หน้าเอสี่

ถ้าเรื่องนี้ยาวกว่านั้นก็จนใจ

ขอกำลังใจให้ชิ่งเอ๋อร์ด้วยนะขอรับ

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2268 สายฝนสีเทา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 21:07
    แม่ของนางเอกคือองค์หญิงคนนั้นใช่มั้ย????
    #2,268
    0
  2. #2256 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 08:29
    ดูจากที่นางเอกพูดว่าแม่ของนางดูสง่าสูงส่งไม่เหมาะกับท่านพ่อเลยนางเองก็เทียบท่านแม่ไม่ได้ รึท่านแม่คือองค์หญิงที่แต่งกับขอทาานที่เล่าขานกันมา
    #2,256
    0
  3. #2171 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 13:17
    เอิ่มมม นางเอกเราไหงเป็นงี้ นึกว่าจะมีความพยายามมากกว่านี้ซะอีก สนใจเรื่องวรยุทธ์ก็ต้องอดทนเข้าไว้ สู้ๆ
    #2,171
    0
  4. #2110 เมมฟิส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 23:22
    เห็นด้วยกับคห.ที่ 192 น่ะค่ะ

    และประทับใจและซึ้งใจมากๆ กับความรักของครอบครัวนี้
    #2,110
    0
  5. #2102 เรื่อยๆ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 05:18
    เลี่ยงหลินนี่ท่านแม่รึป่าวเจ้าคะ? ถ้าจำไม่ผิด นามเดิมของท่านแม่ คือหลิน...?
    #2,102
    1
    • #2102-1 เรื่อยๆ (จากตอนที่ 6)
      7 ตุลาคม 2558 / 05:21
      กระบี่น่าจะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสายเลือดของท่านแม่? มังกร?
      #2102-1
  6. #1994 เบียคุจัง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 02:30
    รูปนั่นคือพี่สี่?
    #1,994
    0
  7. #1686 DarThailand (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 19:25
    ใครหว๋า
    #1,686
    0
  8. #1577 cherryme (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 14:04
    จงเติบโตดั่งต้นกล้า
    #1,577
    0
  9. #1376 Flint (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 18:22
    กระบี่อะไรอ่ะ0.0
    #1,376
    0
  10. #918 Sel2aMOon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 20:39
    โอ้ยฮา นางเอกถีบก้นอีพี่สี่ตกเหวววว!!
    #918
    0
  11. #451 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 13:04
    ชอบรูปที่นำมาประกอบมากเลยทั้งภาพใหญ่และแบบจิบิ
    #451
    0
  12. #282 centaurs (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 19:18
    สนุกมสากๆๆ
    #282
    0
  13. #192 นางมารน้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 / 09:02
    แม่ของชิ่งเอ๋อร์คือองค์หญิงที่แต่งไปกับขอทานแน่เลย และกระบี่นั่นคงจะเป็นกระบี่จากสายเลือดมังกรหรือก็คือจักรพรรดิพ่อของแม่ชิ่งเอ๋อร์ กระบี่มังกรดำที่มีพลังนั่นก็เลยเลือกนาย..#..ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่าเดาเอาจากคำพูดและความรู้สึกของตัวละครค่ะ
    #192
    0
  14. #163 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 07:31
    แอบคิดไปแต่ไม่แน่ใจว่าคิดถูกหรือไม่ แม่นางเอกเราอาจเป็นองค์หญิงที่ไปกับขอทานหรือเปล่า

    ขอทานนั่นก็พอนางเอกปลอมตัวมา นางจึงดูสง่างามมาก
    #163
    0
  15. #123 Maya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 12:35
    ซวยแล้ว ไม่น่าถีบพี่สี่ตกเหวเลย
    #123
    0
  16. #111 ยาเม็ด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 20:45
    คำเดี่ยว. สนุก
    #111
    0
  17. #93 EBINBAIPLY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 14:24
    ง่ะ พี่สี่ถูกถีบตกเหวไปแล้ว ใครจะมาช่วยหย่งชิ่งเนี่ย
    #93
    0
  18. #90 Lam[Bor]Ghini'z ...~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 19:57
    หลงรักจอมมารน้อยเข้าเต็มเปาเลยล่ะค่ะ
    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #90
    0
  19. #79 Blue_myeyes (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 20:37
    เข้ามาอ่านครั้งแรกจ้า สนุกมากเลย หยุดอ่านไม่ได้เลยจ้า 
    #79
    0
  20. #78 Lemita Zsan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 19:36
    เเม่ชิ่งเอ๋อใช่เจ้าหญิงที่เเต่งไปกับขอทานรึเปล่าาา
    เดาาเอาาา
    #78
    0
  21. วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 15:55
    พี่สี่ช่างมีวิธีสอนน้องน้อยที่แยบยลนัก 55  น่ารักดีค่ะ

    แก้ไขคำผิดให้นะคะ ปะรัมพิธี เป็น ปะรำพิธีค่ะ

    น่าเสียดายนักที่ข้าไม่ได้แข่งกับเจ้ารอบชิงชนะเลศ เป็น ชนะเลิศ

    เป็นเต่าหัวอยู่ในกระดอง เป็นเต่าหัวหดอยู่ในกระดองป่าวคะ

    นางคอลุกตั้งชัน เป็น นางขนคอลุกตั้งชันไหมคะ

    ถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อตั้งหลัง เป็นตั้งหลัก จ้ะ

    เมื่อเที่ยวกับนางที่สั่งสมความอดทน เป็น เมื่อเทียบ ค่ะ

    ปาวปาว เป็น ปาวๆ ค่ะ

    อ่านแล้วขำกะพี่สี่ที่คอยแกล้งหมาน้อยชิ่งเอ๋อร์ตลอดจริงจร้า  55  รออ่านต่อน้า



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 พฤษภาคม 2558 / 15:58
    #77
    0
  22. #76 poonsuk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 11:04
    พระเอกออกยังเนี่ย ลุ้นๆว่าเมื่อไหร่ฮีจะปรากฏตัว
    #76
    0
  23. #75 แสนฤทัย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 07:06
    ถีบพี่สี่เร็วไปหน่อย อบากเห็นนางปกป้องน้องบ้าง.. ปกติจิกตลอด... 55+
    #75
    0
  24. #74 EBINBAIPLY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 15:11
    โถพี่สี่ถึงจะปากดีจิกกัดน้องแต่ก็ห่วงน้องหนักหนา

    ส่วกระบี่ท่านแม่มีความเป็นมายังไงกันน้อ อยากอ่านต่อแล้วสิ
    #74
    0
  25. #68 Arunya Sa-nganetr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 13:55
    หวังว่าท่านแม่คงมิใช่อดีตองค์หญิงนั่นหรอกนะ!? ลุ้นๆ!!
    #68
    0