ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    10 ต.ค. 58

แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ กดที่รูปเลยค่ะ


 

 


 

บทที่ 5

 

ก๊อกๆๆ

"เข้ามาได้" น้ำเสียงอ่อนหวานดังมาจากภายในเรือน

"ท่านแม่" หย่งชิงเปิดประตูเข้าไปในห้อง ท่านแม่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ บนโต๊ะมีแพรพรรณหลายพับเนื้อผ้าล้วนละเอียดงดงาม มีทั้งแบบสีสันสดใส สีอ่อนละมุนตา และสีเข้มแบบสำหรับบุรุษ

"ท่านแม่กำลังเลือกแพรพรรณให้ข้าอยู่ใช่ไหม?” เด็กหญิงยิ้มกว้าง เข้าไปนั่งข้างมารดา

มารดาของนาง สกุลเดิมคือ หลิน นาม จื่อผิง เป็นหญิงงามและอ่อนหวานสมเป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว กิริยามารยาท  เพียบพร้อมจนบางครั้งหย่งชิ่งคิดว่าท่านพ่อไม่คู่ควรกับท่านแม่ มันเป็นความคิดที่แปลกประหลาด ท่านพ่อเป็นชาวยุทธ์ วรยุทธ์สูงส่งชื่อเสียงเลื่องลือในยุทธภพ รูปร่างหน้าตาจัดว่าหล่อเหลาเร้าใจ ถ้าไม่เชื่อก็ดูพี่ชายทั้งสี่ของนางสิ แต่เป็นเพราะท่านแม่ที่เปี่ยมด้วยสง่าราศีดูสูงส่งเกินกว่าจะมาเป็นฮูหยินของชาวยุทธ์อย่างท่านพ่อได้

ท่านแม่ในชาติภพก่อนมีใบหน้ากับท่านแม่จื่อผิงราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่กลับไม่มีสง่าราศีและความเยือกเย็นเท่ากับท่านแม่จื่อผิง แม้กระทั่งเวลานี้ท่านแม่จื่อผิงที่กำลังนั่งเลือกผ้าไหมนำผ้ามาทาบกับตัวของหย่งชิ่ง นางรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่บ่าวรับใช้แทนที่จะเป็นบุตรสาวของท่านแม่

“เจ้าชอบผืนไหนเป็นพิเศษก็เลือกไว้ ส่วนพี่ชายของเจ้าเป็นบุรุษไม่มีใครเรื่องมาก”

“ยกเว้นพี่สี่ พ่อนกหงส์หยกของท่านแม่” หย่งชิ่งอดกระทบถึงพี่สี่ตัวแสบไม่ได้

“เจ้าก็ช่างยั่วเย้าพี่สี่ วันใดเจ้าสองคนเจรจาพาทีมีน้ำใจต่อกัน แม่คงนอนไม่หลับ”

จื่อผิงคว้าตัวลูกสาวคนเล็กไปกอดโยกตัวลูกน้อยไปมา หย่งชิ่งตัวเย็นเฉียบคงเพราะมัวเดินเล่นแชเชือนไม่สนใจผู้ใดอยู่ข้างนอกเป็นนาน ทั้งที่ให้สาวใช้ไปตามที่เรือนตั้งนานแล้ว

“ไหนลองยืนขึ้นให้แม่ดูเจ้าเต็มตาสิ” จื่อผิงลุกขึ้นดึงมือลูกน้อยให้มายืนตรงหน้านาง

หย่งชิ่งแต่งชุดบุรุษตลอดเวลา อีกทั้งใบหน้าที่คล้ายบิดาหลายส่วนจึงทำให้เด็กหญิงมีรูปลักษณ์เหมือนเด็กชายหน้าตาคมคาย นึกไม่ถึงว่านางอุตส่าห์คลอดบุตรสาวหวังจะได้ตัดชุดสตรีน่ารักๆ แต่กลับต้องตัดชุดบุรุษให้เหมือนกับชุดของพวกพี่ชายทั้งสี่ของหย่งชิ่ง

ท่านพี่ก็กระไรอยู่ ช่างห่วงหย่งชิ่งเกินเหตุ หรือหวงมากไปก็ยากจะแยกแยะว่าส่วนไหนมากกว่ากัน

“ดูสิ... เจ้าโตขึ้นมากจริงๆ ร่างกายก็แข็งแรงแบบผู้ฝึกยุทธ์ แม่จะตัดชุดสำหรับฤดูใบไม้ผลิเตรียมไว้ให้เจ้า ปีนี้เจ้าตัวสูงขึ้นมาก ชุดปีที่แล้วคงสั้นเต่อต้องตัดใหม่ทั้งหมด”

ได้ฟังดังนั้นดวงหน้าเล็กของบุตรสาวกลับหม่นหมองลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

ความคิดที่หย่งชิ่งจะอยู่ไม่ถึงฤดูใบไม้ผลิกัดกร่อนความสดใสจากดวงหน้าไปจนสิ้น

“ข้าช่วยท่านแม่เลือกผ้าให้พวกพี่ๆ ดีกว่า” หย่งชิ่งฝืนยิ้ม ไม่อาจอยู่กับความคิดอัปมงคลของตัวเองได้ ขืนนางเอาแต่ร้องไห้พานให้คนอื่นต้องเป็นห่วงไปด้วย

“พี่ใหญ่ต้องผ้าสีสว่างเนื้อหนาไม่ฉูดฉาดไม่สำรวย ปกติพี่ใหญ่ชอบสวมแต่ชุดสีดำ ข้าว่ามันทำให้เขาดูดุดันจนไม่น่าเข้าใกล้ ผืนนี้ดีไหมท่านแม่”

หย่งชิ่งเลือกผ้าเนื้อนุ่มทอแน่นสีฟ้าครามเดินลายน้ำ กับผืนสีฟ้าที่เนื้อผ้าคล้ายกันต่างที่ลวดลาย

“เจ้าช่างสังเกตยิ่งนัก พี่ใหญ่ของเจ้าวันๆ เอาแต่ทำงานไม่ชอบคลุกคลีกับผู้ใด หน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จาหามีใครกล้าเข้าใกล้ จนบัดนี้ยังหาสะใภ้แต่งเข้าตระกูลไม่ได้ แม่หนักใจยิ่งนัก”

“นั่นสิ หากพี่ใหญ่ไม่แต่งงานแล้วพี่น้องคนอื่นจะแต่งได้อย่างไร ข้าอยากส่งพี่สี่แต่งออกไปเป็นสะใภ้บ้านอื่นใจจะขาด”

“ชิ่งเอ๋อร์เจ้านินทาอะไรเจ้าสี่ฮึ ประเดี๋ยวก็ได้ต่อยตีกันอีก” เสียงเปิดประตูตามด้วยเสียงนุ่มทุ้มของพี่สามดังขึ้นด้านหลังหย่งชิ่ง

“ถ้าพี่สามไม่บอก พี่สี่ก็ไม่มีทางรู้ว่าถูกข้านินทา” หย่งชิ่งหันไปบอกพี่สาม

โป๊ก!

“ไม่ทันแล้ว... เจ้าหมาน้อยชิ่งเอ๋อร์ บังอาจนัก! คิดจะส่งข้าไปเป็นสะใภ้บ้านอื่นเชียวรึ ข้าเป็นบุรุษจะแต่งเป็นสะใภ้ได้ที่ไหน นับวันความคิดอ่านของเจ้าพิลึกพิลั่นประหลาดผิดผู้อื่น ถ้าข้าไม่ได้แต่งเจ้าก็อย่าหวังเลยว่าจะได้แต่งออกไปเป็นสะใภ้บ้านตระกูลอู่” คุณชายสี่ฟาดพัดในมือบนหัวน้องสาวอย่างไม่ออมแรง

หย่งชิ่งที่ถูกลอบทำร้ายวิ่งเข้าไปกอดมารดา

“โอ๊ย! ท่านแม่ดูพี่สี่สิจะตีให้ข้าสมองเสื่อมเลยหรือไง พี่สี่งามปานล่มเมืองให้แต่งสะใภ้เข้าบ้านก็น่าเสียดาย สู้ให้ท่านแต่งออกไปเป็นสะใภ้จะได้แบ่งปันความงามของท่าน ให้ผู้อื่นได้ลิ้มรสอสรพิษ เอ๊ย! ได้พิศความงามพิลาสของท่านตายไปจักไม่เสียชาติเกิด”

“เจ้าสองพี่น้องพบกันไม่ได้ต้องต่อยตีกันทุกครั้ง หย่งสือเจ้าต้องใจเย็นกว่านี้ ชิ่งเอ๋อร์หยอกเย้าเจ้านิดหน่อยก็หน้าดำหน้าแดงรังแกน้องเสียแล้ว รู้จักรอบคอบระวังจิตใจคือผู้เฉลียวฉลาด ใจร้อนเช่นนี้ภายหน้าจะนำความลำบากมาสู่เจ้า”

มารดาช่วยคลึงหัวบวมปูดของบุตรสาวคนเล็กแผ่วเบาทะนุถนอม ดวงหน้าเล็กๆ บูดเบี้ยวช่างน่าเอ็นดู นางคลอดเด็กน้อยน่ารักผู้นี้ออกมาจริงหรือนี่

“ท่านแม่! ท่านถูกจอมมารน้อยหลอกอีกคนแล้ว” คุณชายสี่ชักสีหน้าไปทางน้องเล็ก นางลอบแลบลิ้นใส่พี่ชายคนงามอย่างทะลึ่งทะเล้น

“น้องสี่เจ้าเลิกหาเรื่องน้องเล็กเถิด” คุณชายใหญ่ที่เข้ามาในห้องอีกคนหยุดยืนข้างคุณชายสี่ “อย่างไรเจ้าก็แพ้น้องเล็กอยู่ดี” คุณชายใหญ่เอียงหน้ากระซิบข้างหูน้องชาย

“ตั้งแต่มีน้องเล็ก ข้าเป็นหมาหัวเน่าทุกที” คุณชายสี่บ่นพึมพำไปนั่งเจียมตัวที่เก้าอี้ ยกป้านชารินน้ำชาร้อนจัดใส่จอกอย่างยอมแพ้

“พี่ใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว” หย่งชิ่งร้องเรียกพี่ใหญ่ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี

คุณชายใหญ่ผู้อัตคัดรอยยิ้มกับผู้อื่นกลับยิ้มกว้าง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเปล่งประกายยินดี

หย่งชิ่งกระโดดกอดคอคุณชายใหญ่ที่อ้าแขนรอรับอย่างคุ้นเคย เมื่อก่อนเขามักขัดเขินกับกิริยาอาการที่แสดงความรักใคร่ระหว่างพี่น้องอย่างโจ่งแจ้งของน้องน้อย พอนานวันเข้าหากน้องเล็กไม่ต้อนรับเขาด้วยการกระโดดกอดคอเป็นวานรน้อยเช่นนี้ เขาคงรู้สึกบ้านไม่ใช่บ้านอีกต่อไป

คุณชายใหญ่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ตัวสูงใหญ่อย่างน่าตกใจ เขาอุ้มน้องเล็กลอยขึ้นดุจยกกระสอบนุ่นวางบนท่อนแขน คุณชายใหญ่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญของท่านพ่อ มักถูกส่งไปสืบข่าวต่างเมืองหรือส่งสารสำคัญซึ่งแฝงด้วยอันตรายถึงชีวิต

หย่งชิ่งจึงดีใจทุกครั้งที่เห็นพี่ใหญ่กลับมาบ้านอย่างปลอดภัย

“ท่านมอมแมมเป็นลูกแมวเลยพี่ใหญ่ ข้ากำลังช่วยท่านแม่เลือกแพรพรรณตัดชุดให้พี่ใหญ่” หย่งชิ่งดึงผ้าจากอกเสื้อมาเช็ดใบหน้าเปื้อนหิมะพี่ใหญ่ของนาง

“ชุดที่ใส่อยู่เจ้าเป็นผู้เลือกแพรพรรณถูกใจข้ายิ่งนัก เจ้าชอบผืนไหนก็จัดการไปเถิด”

“แล้วของข้าล่ะ จะมีผู้รู้ใจเลือกให้บ้างหรือไม่” พี่รองเอ่ยถาม

ท่านพ่อและพี่รองเข้ามาสมทบอีกสอง

เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ครอบครัวของนางมาอยู่พร้อมหน้ากัน อากาศเหน็บหนาวมิอาจกล้ำกรายหัวใจดวงน้อยของเฉินหย่งชิ่ง

ตายไปจักต้องเสียดายอันใดอีก?

“ของพี่รองเนื้อผ้าต้องเบาสบายคล่องแคล่ว เลือกสีเข้มให้ดูน่าเกรงขามเวลาไปเก็บเงินจะได้ไม่เปลืองแรงมาก”

“มิน่าล่ะ ปีนี้ข้าเก็บเงินได้ง่ายดายโดยมิต้องออกแรงมากนัก” คุณชายรองแกล้งเยินยอเอาใจ

“หย่งชิ่งเจ้าสามบอกว่าเจ้าไปลงชื่อแข่งหมากล้อมรึ” ท่านพ่อนั่งลงข้างท่านแม่ เป็นภาพที่น่าประทับใจทุกครั้งที่ได้เห็น

ท่านพ่อเอ่ยถึงพี่สาม แต่ตัวการที่แท้จริงเบื้องหลังคำถามของท่านพ่อคือพี่สี่อย่างไม่ต้องสงสัย

ระยะหลังพี่สามเป็นคนดูแลเรื่องสุขภาพและรายงานความเคลื่อนไหวของนางแก่ท่านพ่อทุกครั้งที่ออกจากคฤหาสน์ พี่สามจึงเป็นคนบอกเรื่องที่นางไปลงชื่อแข่งหมากล้อม แต่เรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้คงมาจากปากพี่สี่เป็นแน่

หย่งชิ่งเหลือบมองคุณชายสี่ ไม่รู้ไปพ่นพิษอะไรใส่ไฟนางบ้าง

“เจ้าค่ะ” นางตอบแบบถนอมถ้อยคำ

“เจ้าเล่นเป็นหรือ?”

หย่งชิ่งพยักหน้า ตะกายตัวลงจากแขนพี่ใหญ่เข้าไปยืนหน้าท่านพ่อ

“ข้ารู้ว่าข้าใช้เงินสิ้นเปลือง ท่านพ่อหักเบี้ยอัฐประจำเดือนของข้าก็ได้เจ้าค่ะ”

คุณชายทุกคนต่างแยกกันจับจองเก้าอี้คนละมุม ทำเป็นเลือกแพรพรรณ แต่หูเงี่ยฟังการสนทนาของบิดากับน้องเล็ก

คุณชายสี่อมยิ้มมุมปาก

“พ่อถามว่าเจ้าเล่นหมากล้อมเป็นหรือไม่”

“พอเป็นเจ้าค่ะ”

คำตอบ พอเป็น ทำให้ท่านพ่อมีสีหน้าหนักใจวูบหนึ่ง

“เล่นกับพ่อสักกระดาน ถ้าเจ้าชนะเราก็ไม่ต้องพูดถึงเงินร้อยตำลึง ยุติธรรมไหม?”

ท่านพ่อหันไปมองพี่สี่

หย่งชิ่งยิ้มมุมปาก เจ้าพี่สี่อสรพิษ! เล่นงานนางมากี่ครั้งไม่รู้จักจำ มีหรือนางจะยอมให้เขาสาสมใจโดยง่าย

“เพื่อพี่สี่แล้วข้ายินดีเจ้าค่ะ” นางสบตากับพี่สี่แล้วยิ้มหวานหากรอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตาคมดุราวกับพยัคฆ์ร้าย

 

มือใหญ่ของท่านพ่อกำหมากสีขาวเพื่อเสี่ยงทายสีหมาก หย่งชิ่งวางหมากสีดำหนึ่งเม็ดแทนการทายจำนวนคี่บนกระดานหมากล้อมสิบเก้าเส้นที่ทำจากไม้เนื้อแข็งสูงค่าด้านข้างแกะสลักลายนูนลายกิเลนงดงาม เมื่อนับจำนวนได้เลขคี่ หย่งชิ่งเป็นฝ่ายทายถูกจึงใช้หมากสีดำวางหมากก่อน ส่วนของท่านพ่อใช้หมากขาว

การเดินก่อนย่อมได้เปรียบโดยเฉพาะในยุคนี้ที่หมากขาวไม่ได้แต้มต่อ 5.5 แต้มเหมือนในยุคปัจจุบัน

ตั้งแต่ท่านพ่อใช้การเสี่ยงทายสีหมากแทนที่จะให้ผู้เล่นอ่อนอาวุโสเดินก่อนทำให้หย่งชิ่งรู้ทันทีว่าหมากกระดานนี้จะดำเนินไปด้วยความยุติธรรม ไม่อ่อนข้อ และเข้มงวดอย่างยิ่ง

หมากกระดานนี้ได้รับความสนใจจากทุกคนไม่เว้นแม้กระทั่งท่านแม่ ผู้คนเกือบทั้งหมดในพรรควิหคเพลิงต่างมานั่งกองในโถงใหญ่ แถมยังมีบรรดาบ่าวไพร่มาชะเง้อคอรอชมการประลองครั้งนี้ด้วย

หย่งชิ่งกับบิดานั่งประจันหน้ากัน คุณชายใหญ่ คุณชายรอง คุณชายสามนั่งอยู่ด้านหลังน้องเล็ก ส่วนมารดาและคุณชายสี่นั่งอยู่ด้านหลังบิดา

สาวใช้รินน้ำชาแจกจ่าย จานขนมเปี๊ยะผักชีร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางบนโต๊ะสำหรับคุณชายและฮูหยิน ส่วนคนอื่นๆ ได้รับซาลาเปาไส้เนื้อร้อนๆ แจกไม่อั้น เป็นน้ำใจจากเฉินฮูหยินที่สั่งให้บ่าวรับใช้ไปเหมาจากร้านซาลาเปาในตลาดมาจนหมด คนขายซาลาเปาดีใจยกใหญ่ที่ไม่ต้องยืนทนหนาวขายซาลาเปากระทั่งมืดค่ำ

ดูเหมือนการเล่นหมากล้อมระหว่างพ่อลูกจะกลายเป็นมหรสพรื่นเริงไปแล้ว

คุณชายรองลุกขึ้นเป็นเจ้ามือรับพนันขันต่อแพ้ชนะจากผู้คนในพรรค อัตราส่วนสิบต่อหนึ่ง ท่านประมุขเป็นต่อหย่งชิ่ง

คุณชายสี่วางเดิมพันข้างท่านประมุขหนึ่งพันตำลึง

พี่รองกับพี่ใหญ่เดิมพันข้างหย่งชิ่ง คนละหนึ่งร้อยตำลึง

ส่วนทุกคนที่เหลือวางเดิมพันข้างท่านประมุขอย่างไม่ต้องคิดให้เปลืองสมอง

“หย่งชิ่งถ้าเจ้าแพ้ พี่รองของเจ้าต้องสูญเงินร่วมหมื่นตำลึงเชียวนะ ขนาดท่านแม่ยังลงเงินพนันสองพันตำลึงข้างท่านพ่อเลย” คุณชายรองโน้มกายลงไปกระซิบข้างหูน้องเล็ก น้ำเสียงร้อนรนมิใช่น้อย แอบปาดเหงื่อไม่ให้ผู้อื่นเห็น

พี่รองรนหาเรื่องโดยแท้

หย่งชิ่งกลอกตา

“พี่รองท่านบอกข้าเช่นนี้ไม่เป็นการกดดันเกินไปหน่อยหรือ  ข้าแบกความหวังอันหนักอึ้งของท่านไม่ไหวดอกหนา” หย่งชิ่งใช้น้ำเสียงกึ่งตำหนิกึ่งเล่นตัว ไม่อยากให้พี่รองตั้งความหวังกับนางจนเกินไป นางยังไม่รู้ฝีมือท่านพ่อจะบอกว่านางชนะใสไร้กังวลก็เป็นการประมาทคู่แข่งอย่างน่าเกลียด

“โธ่... ข้าแค่อยากเล่นสนุกเล็กน้อย ใครจะคิดว่าเจ้าสี่ดันบ้าลงเงินเดิมพันข้างท่านพ่อเป็นคนแรกตั้งหนึ่งพันตำลึง ทำให้คนลงเงินทีหลังต่างเพิ่มเดิมพันกันอย่างบ้าคลั่ง ข้าไม่ขาดทุนงานนี้จะขาดทุนงานไหน”

พี่รองโอดครวญ มันน่าอยู่หรอกอัตราเดิมพันแตกต่างอย่างมาก แม้แต่พี่รองยังดูถูกฝีมือนาง แล้วใครจะกล้าลงเดิมพันข้างหย่งชิ่งกันเล่า

“พี่รองว่าพี่สี่เดิมพันเท่าไหร่นะ”

“หนึ่งพันตำลึง” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นขึ้นมาทันควัน

“ถ้าข้าชนะ ข้าขอเงินเดิมพันของพี่สี่ หวังว่าพี่รองคงไม่ขัดข้อง” หย่งชิ่งทำหน้าเฉยชาแบบไม่ทุกข์ไม่ร้อน

“หึหึ... ถ้าเจ้าอยากสั่งสอนพี่สี่ของเจ้า จะรออะไรอยู่เล่า” คุณชายรองแปะมือกับกับน้องเล็กใต้โต๊ะไม่ให้ผู้อื่นเห็น อุ่นใจขึ้นมาบ้าง หากน้องเล็กไม่มั่นใจคงไม่กล้าเอ่ยปากขอเงินของน้องสี่

“ถ้าอย่างนั้นข้าขอวางเงินเดิมพันข้างตัวเองหนึ่งพันตำลึงด้วย ใช้เงินของพี่สี่นั่นแหละ”

“ได้อยู่แล้ว... หา! เจ้าว่าอะไรนะ” พี่รองที่พยักหน้าในคราแรก สะดุ้งโหยงอุทานเสียงหลง

“ข้าขอวางเดิมพันข้างตัวเองหนึ่งพันตำลึง” หย่งชิ่งประกาศก้อง นัยน์ตาเจ้าเล่ห์จ้องไปทางพี่สี่ที่ยังคงสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง ยักคิ้วเข้มใส่พี่ชายอย่างยียวน

“อา... คุณชายรองจะมีเงินเดิมพันจ่ายพวกข้าแล้วสิ” หนึ่งในกลุ่มคนพูดเสียงดังออกมา

“ว่าแต่คุณหนูเล็กมีเงินหนึ่งพันตำลึงด้วยหรือ ข้าล่ะแปลกใจ”

“นางเป็นถึงบุตรท่านประมุขพรรควิหคเพลิงเชียวนะ แต่... เงินตั้งหนึ่งพันตำลึงนางอายุเท่านี้ถ้ามีก็น่าแปลกไม่น้อย”

ทุกคนต่างวิจารณ์เซ็งแซ่ หามีผู้ใดสังเกตเหงื่อบนหน้าผากของคุณชายรองแม้แต่น้อย

เดิมพันหนึ่งพันตำลึง ถ้าชนะเดิมพันหย่งชิ่งก็จะได้เงินหนึ่งหมื่นตำลึง

ไม่ล่มจมงานนี้จะล่มจมงานไหนล่ะคุณชายรอง

 

นิ้วเรียวเล็กของเด็กน้อยวางหมากสีดำดูคล้ายสะเปะสะปะไร้แบบแผน ไม่เป็นที่คุ้นชินของผู้คนในภพนี้ ผิดกับหมากสีขาวของท่านประมุขที่เฉียบขาดเข้ารุกล้อมเขตพื้นที่เป็นระเบียบ ในโถงใหญ่เงียบกริบมีเพียงเสียงหายใจที่หายเป็นช่วงๆ เหมือนกำลังกลั้นลม ผู้นั้นคงเป็นคุณชายรองอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าใบหน้าของหย่งชิ่งยังคงสงบนิ่งดุจน้ำในบ่อ เวลาผ่านไปหมากสีดำกระจายบนกระดานมากขึ้น ในขณะที่หมากสีขาวยังวางอย่างไร้รูปแบบ

เฉินหย่งเป่าส่ายหน้าเมื่อเห็นนิ้วเล็กวางหมากสีขาวอีกตัวหนึ่งลงไป เขาคงตามใจบุตรสาวมากทำเธอเหลวไหลถึงเพียงนี้ หย่งชิ่งคึกคะนองตามประสาเด็กไปสมัครแข่งหมากล้อมทั้งที่ยังเล่นแทบไม่เป็น เห็นทีครานี้จำต้องสั่งสอนลดความคะนองให้รู้จักคุณค่าของเงินตรา

เงินหนึ่งร้อยตำลึงสามารถให้ครอบครัวหนึ่งใช้จ่ายไปถึงห้าปี แต่หย่งชิ่งกลับทำหายวับไปกับตา เขามองบุตรสาวผิดไปจริงๆ

“ท่านแม่เห็นไหม หย่งชิ่งซุกซนเกินเด็ก ทำอะไรไม่รู้จักประมาณตน แถมยังมีพวกพี่ใหญ่ให้ท้ายต่อไปนางจะพยศแค่ไหนยากจะเดา ท่านแม่ต้องทำโทษนางบ้างแล้วล่ะ” คุณชายสี่กางพัดป้องปากไส่ไฟหย่งชิ่งกับมารดา

“เจ้าเล่นหมากล้อมเก่งแค่ไหน?” มารดาเอ่ยถามคุณชายสี่

“ข้าเก่งกว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยแน่นอนท่านแม่” คุณชายสี่ตอบอย่างมั่นใจ

“รอดูกับแม่ให้จบกระดานก่อนเถิด” ดวงตาเยือกเย็นจับอยู่ที่ดวงหน้าของบุตรสาวในชุดบุรุษ นางลงเงินข้างสามีไปสองพันตำลึง เมื่อได้เห็นหมากกระดานนี้แล้วนางกลับไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่น้อย

หย่งชิ่งยังคงตั้งสมาธิกับกระดานหมากตรงหน้า นางไม่เหลียวมองไปทางคุณชายรองที่สะกิดชายเสื้อจากด้านหลัง หมากในมือบิดาวางลงในตำแหน่งที่ทำให้นางตาลุกวาบ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบไม่เป็นที่สังเกต

ในโถงใหญ่เงียบสงัดชวนอึดอัด หามีผู้ใดกล้าเปิดปาก สาวใช้นำป้านชาร้อนมาเปลี่ยนแทนป้านชาที่เย็นชืด ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องขนมเปี๊ยะผักชีอันน่าสงสาร ทุกคนกำลังจดจ่อกับการแข่งที่ดูเหมือนในใจจะตัดสินแพ้ชนะเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว

หย่งชิ่งวางหมากดำอีกเม็ดในมือ บิดาหยิบหมากขาวตั้งท่าจะวางแต่กลับชะงักมือแล้วย้ายไปอีกจุดหนึ่งแล้วก็ชะงักอีก

หย่งเป่าผู้เป็นบิดาวางหมากขาวใส่คืนในโถ ยืดกายตรงดุจแผ่นศิลาพิจารณากระดานหมากล้อมอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างเลื่อนไปมองบุตรสาวด้วยแววตาล้ำลึก พยักหน้าน้อยๆ ดวงหน้าคมสันในวัยห้าสิบปีเปลี่ยนจากคร่ำเคร่งเป็นผ่อนคลายประดับรอยยิ้มปริศนา หยิบหมากขาววางบนกระดานด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

“หย่งชิ่งเจ้าไม่เคยเดินหมากล้อมกับพ่อเลย”

“วันนี้ก็ได้เดินหมากด้วยกันแล้วอย่างไรเจ้าคะ” หย่งชิ่งก้มศีรษะน้อยๆ ให้บิดา เส้นผมสีดำดุจม่านไหมไหลลงมาประบ่าบอบบาง นัยน์ตาซุกซนไหวระริกรื่นรมย์ นางวางหมากดำลงไปอย่างรวดเร็วเฉียบขาดผิดกับเมื่อครู่ที่ทำท่าเรื่อยเอื่อย

ในช่วงครึ่งชั่วยามหลังกลับเป็นบิดาที่ลังเลและใช้เวลาเนิ่นนานในการวางหมากแต่ละตัว หมากดำที่เปรียบเสมือนใยแมงมุมล้อมเข้าหาหมากขาว กินพื้นที่สำคัญรอบนอกจบหมดสิ้น

ท่านพ่อเดินหมากรวดเร็วมั่นใจ รู้จักวางแผนเป็นอย่างดี นับว่าฝีมือไม่ธรรมดา ทว่าซื่อตรงไร้เล่ห์กล แต่เมื่อเทียบกับที่นางเคยแข่งขันกับเด็กวัยสิบกว่าปีในยุคดิจิตัล ท่านพ่อยังอ่อนเล่ห์เหลี่ยมกว่าพวกนั้นมากนัก วิธีการเดินหมากล้อมบ่งบอกตัวตนของผู้เดิน ท่านพ่อของนางช่างเป็นคนดีมีคุณธรรมน่าสรรเสริญ

หย่งชิ่งลดอาการเกร็งลงหายใจสะดวกขึ้น เดินหมากอย่างสบายใจมากขึ้น นางต้องการชัยชนะที่ไม่ได้มุ่งเอาชนะ การเดินหมากอย่างรอมชอมสร้างเขตแดนไม่ปล่อยให้ทำแต้มแต่ก็ไม่ได้ช่วงชิงหักหาญทำคะแนนขึ้นนำ นี่คือการเดินหมากสำหรับท่านพ่อ

เวลาเดินผ่านไปนานเท่าไหร่ คิ้วเข้มของบิดายิ่งขมวดมากขึ้น ดวงตาเหลือบมองคู่มือเป็นระยะด้วยสายตาที่แสดงความอัศจรรย์ใจอย่างชัดเจน

หย่งเป่าผู้เป็นบิดาหยิบหมากขาวเงื้อง่าอยู่เหนือกระดานแข็งข้างอยู่นาน ก่อนจะวางหมากในมือลงใส่โถ

“เจ้าช่างร้ายกาจ ข้าแพ้แล้ว” หย่งเป่าประกาศด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

“เป็นเพราะท่านพ่อออมมือให้ข้าต่างหาก ขอบคุณท่านพ่อ ขอบคุณพี่สี่ที่ให้โอกาสข้าพิสูจน์ฝีมือ” หย่งชิ่งยกมือคาราวะทั้งคู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะหัวเราะดังลั่นเมื่อเห็นใบหน้าเหมือนกลืนยาขมทั้งชามของพี่สี่

“ไม่จริงน่า ท่านประมุขแพ้บุตรสาวที่อายุเพียงสิบขวบ”

“จริงหรือไม่เจ้าดูหมากบนกระดานสิ ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดเดินหมากล้อมเช่นนี้มาก่อน”

“นางแค่วางหมากมั่วๆ ไปเท่านั้นเอง ข้าไม่เห็นมีกลยุทธ์ใด”

“ใช่ๆ นางแค่วางมั่วไป มันเป็นเรื่องบังเอิญหาใช่เพราะฝีมือของนางไม่”

เสียงต่างๆ ยังอื้ออึง พร้อมกับอาการอิดเอื้อนไม่อยากจากไป ทุกคนต่างเสียดายเบี้ยอัฐที่เปลี่ยนไปอยู่ในมือคุณชายรองหลายพันตำลึง พวกเขาไม่น่าเคลิบเคลิ้มไปตามคุณชายสี่ผู้มีใบหน้างดงามเหนือมนุษย์ดุจเทพเซียนจุติลงมาเกิดอย่างไรอย่างนั้น ไม่ว่าคุณชายสี่กระทำอันใดก็สามารถให้ผู้อื่นคล้อยตามอย่างลืมตัว

อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์เมื่อมั่นใจแน่แล้วว่าคุณชายรองไม่คืนเงินเดิมพันแน่นอน ทุกคนจึงเดินคอตกออกจากห้อง

“น้องสามเจ้าเคยสอนน้องเล็กเดินหมากอย่างนั้นหรือ” คุณชายใหญ่กระซิบกระซาบกับน้องชาย

คุณชายสามส่ายหัวแบบไม่ต้องคิด

“ข้าไม่เคยสอนนาง วันๆ น้องเล็กเล่นแต่พิณเหมือนถูกผีเข้าสิง ข้าจะมีเวลาไหนไปสอน ตั้งแต่เล็กข้าไม่เคยเห็นนางเล่นหมากล้อมสักครั้ง”

“การวางหมากของนางแปลกประหลาดจริงอยู่แต่ไม่ใช่เพราะบังเอิญเป็นแน่ นางช่างหาเรื่องประหลาดใจมาให้พวกเราได้ตลอดเวลา”

“พวกเจ้าแค่ประหลาดใจ แต่ข้านี่สิเสียเงินหมื่นตำลึง โอย... ข้าขอเป็นลมก่อน” คุณชายรองหลับตานวดขมับใบห้าซีดเผือด

“ข้าบอกแล้ว พี่สามว่ามันแปลกประหลาดไหมล่ะ น้องเล็กต้องเป็นจิ้งจอกพันปีจำแลงมาแน่ๆ” คุณชายสี่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พลิ้วกายมายืนด้านหลังพี่ทั้งสามตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครสังเกต

ผัวะ!

“เจ้าสี่พูดจาเหลวไหล หาว่าน้องเป็นปีศาจได้อย่างไร ขืนเจ้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าผู้อื่น หย่งชิ่งไม่กลายเป็นขี้ปากชาวบ้านไปรึ” บิดาตบหัวบุตรชายปากเสียเอ็ดตะโรยกใหญ่

“โธ่ ท่านพ่อก็เห็น นางมิเคยหยิบจับตัวหมากสักครั้ง แล้วเล่นชนะท่านได้อย่างไร”

“ผู้ฉลาดย่อมไม่ยกตน น้องเล็กของเจ้าช่างฉลาดเฉลียวแต่หาได้ป่าวประกาศกับผู้ใด เก็บงำประกายไว้เป็นการดียิ่ง เจ้าควรเรียนรู้จากน้องเล็กมากกว่านะเจ้าสี่”

“ท่านพ่อกล่าวเกินไปแล้ว ข้าเพียงชอบอ่านตำราศึกษามาบ้างเท่านั้น หาได้เก่งกาจอะไร พี่สี่หวังดีกับข้าช่วยเตือนมิให้หลงระเริงไปกับชัยชนะ ท่านพ่ออย่างได้ตำหนิพี่สี่เลย” หย่งชิ่งแสร้งออกตัวแทนคุณชายสี่ พาคุณชายที่เหลือทั้งสามกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

บิดาลุกขึ้นมาโอบกอดบ่าเล็กของบุตรสาวเปี่ยมด้วยความรักใคร่

“เจ้าช่างมีน้ำใจกว้างขวางดุจมหานที หย่งชิ่งนับว่าพ่อดูเจ้าไม่ผิดจริงๆ พรุ่งนี้เป็นวันแข่งขัน อย่างไรให้พี่สี่ไปเรียนรู้จากเจ้าจักได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่มากว่านี้” บิดาหันไปบอกคุณชายสี่ด้วยน้ำเสียงเข้มงวด สีหน้าเคร่งขรึมเอาจริง

“ท่านพ่อ!” คุณชายสี่ที่อยากสลัดหย่งชิ่งไปจากวิถีชีวิตกลับถูกผูกติดกับนางดุจขี้ปลาทอง ไม่มีอะไรน่าโมโหเท่านี้อีกแล้ว

“ข้าต้องขอบคุณพี่สี่ด้วยที่ช่วยให้ข้ามีเงินไปให้พี่สามเปิดร้านยา”

หย่งชิ่งลุกขึ้นหันไปทางพี่รอง เจ้ามือรับเดิมพัน

“รบกวนพี่รองช่วยเป็นธุระหาทำเลดีๆ สำหรับเปิดร้านยาให้พี่สามด้วย หวังว่าเงินหนึ่งหมื่นตำลึงจะพอสำหรับการนี้ พี่สามพรุ่งนี้ข้าต้องขอคำชี้แนะจากท่านอีกมาก ต้องรบกวนพี่สามไปงานแข่งหมากล้อมกับข้าพรุ่งนี้แล้ว”

คุณชายรองหน้าซีดซวนเซไปปะทะร่างพี่ใหญ่ สุภาษิตจับเสือมือเปล่าเขาเพิ่งประจักษ์แก่ตนเองชัดเจนในวันนี้

ส่วนคุณชายสามยิ้มนุ่มนวลคว้ามือน้องน้อยไปกุม

“ท่านพ่อนี่ก็ดึกแล้ว ข้าขอพาตัวน้องเล็กเข้านอนก่อน ประเดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นไม่ทันไปจับสลากแบ่งสายแข่งขัน”

“ไปเถิด พ่อฝากดูแลน้องด้วย”

คุณชายสามอุ้มหย่งชิ่งวางบนบ่าราวกับต้องการแห่เพื่อชัยชนะให้น้องน้อย พานางออกไปจากโถงใหญ่สู่ระเบียงยาวเหยียดที่เชื่อมต่อไปยังเรือนต่างๆ ในพรรควิหคเพลิง ติดตามด้วยพี่ใหญ่ที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดีกับชัยชนะของน้องเล็ก

เฉินฮูหยินยังคงยืนอยู่ที่โต๊ะวางหมากล้อม พิจารณาหมากบนกระดานทีละตัวอย่างชื่นชม ก่อนจะให้หย่งเป่าประคองพากลับไปที่เรือน ทิ้งหมากกระดานนั้นไว้ยังที่เดิมของมัน

 

ยามรุ่งอรุณตะวันทอแสงอบอุ่นฉาบบนผืนแผ่นดินอันชุ่มฉ่ำหยาดน้ำค้าง หมู่ปักษาสยายปีกโบกโบยเหนือท้องนภา อาชาสีขาวตัวใหญ่พ่วงพีก้าวกุบกับเป็นสง่า ผ่านถนนกลางใจเมืองเหอเสี่ยง สองพี่น้องนั่งบนอานถูกมองด้วยสายตาชื่นชมจากชาวเมืองที่เฝ้าดูขบวนของปรมาจารย์หมากล้อมที่มุ่งหน้าเข้าสู่กลางใจเมือง

ตลาดเช้าคึกคักเป็นพิเศษ คนขายเต้าหู้เรียกลูกค้า คนขายโจ๊กเรียกลูกค้า คนขายซาลาเปาเรียกลูกค้า กลิ่นอาหารหอมกรุ่นเตะจมูก หอสุราลูกค้าเต็มทุกร้าน โรงน้ำชาผู้คนอุ่นหนาฝาคั่ง เศรษฐกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง เพราะการจัดแข่งหมากล้อมนับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่เมืองชายแดนแห่งนี้ นับว่าท่านเจ้าเมืองอู่มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล

เนื่องจากสถานที่แข่งขันหมากล้อมอยู่ไกลจากพรรควิหคเพลิง พี่สามและพี่สี่จึงขี่ม้าไปยังลานกว้างของเมืองเหอเสี่ยงซึ่งอยู่กลางใจเมืองถูกจัดเป็นสถานที่แข่งขันกว้างขวางใหญ่โต หย่งชิ่งนั่งม้าตัวเดียวกับพี่สาม ที่จริงนางพอขี่ม้าได้แต่การขี่ม้าในเมืองต้องใช้ความชำนาญอย่างมาก นางไม่อยากเสี่ยงจึงขอนั่งไปกับพี่สาม

ระหว่างทางพี่สามใจดีลงจากม้าไปซื้อขนมให้นางหลายอย่าง ทำอย่างกับนางเป็นเด็กเล็กๆ ใช้ขนมล่อให้ทำโน่นทำนี่ได้อย่างนั้นแหละ

“พี่สามอยากให้ข้าชนะการแข่งไหม?” หย่งชิ่งเคี้ยวผลไม้เชื่อมในมือรสหวานอมเปรี้ยวกรอบๆ หอมๆ  นับว่าเป็นขนมล่อใจรสเลิศทีเดียว

“ชนะหรือแพ้ใช่เรื่องสำคัญ เพียงแค่เจ้าเติบโตขึ้นข้านับเป็นเรื่องดี”

“แต่ข้าอยากชนะ”

คุณชายสามยิ้มนุ่มนวล “ทำไมล่ะ”

“ข้าอยากแกล้งพี่สี่”

“พูดยังไม่ทันขาดคำ เจ้านี่นะ... เป็นเด็กไม่รู้จักโตสักที”

คุณชายสามโยกศีรษะน้องเล็กไปมา หย่งชิ่งยื่นผลไม้เชื่อมใส่ปากพี่ชาย เป็นภาพที่ผู้ใดเห็นก็อดยิ้มชื่นชมมิได้

ภพก่อนนางไม่รู้จักหาความสนุกในวัยเด็ก ในครานี้นางมีพี่สี่ไว้เล่นสนุกด้วย หากปล่อยทิ้งความสนุกนี้ไปนางคงเสียชาติเกิด

“ข้างหน้าเสียงอะไรพี่สาม มีงานเฉลิมฉลองอะไรที่ข้าไม่รู้” นางยื่นคอยืดคอยาวเอียงซ้ายเอียงขวาอยู่ไม่สุขบนหลังอาชา

เสียงดนตรีตีฆ้องร้องป่าวดังตึงตังอยู่ข้างหน้าไกลๆ มีขบวนยาวเหยียดคล้ายขบวนแห่งานในเทศกาลเป็นที่สะดุดตา และธงสีแดงโบกสะบัดปรากฏตัวหนังสือสีทองอร่ามตระการตา ชาวบ้านร้านรวงต่างหลีกทางให้ขบวนแห่ใหญ่โตน่าเกรงขาม

“ขบวนแห่ของหลงอันสือ เขาเป็นผู้ชนะอันดับสามของปีที่แล้วนับว่าฝีมือวางหมากร้ายกาจพอตัว” พี่สามก้มลงบอกนาง

“หากปีนี้ข้าเป็นผู้ชนะอันดับสาม ปีหน้าข้ามิต้องจัดขบวนแห่น่าอายหรือพี่สาม” น้องน้อยถามอย่างใคร่รู้

“ฮ่าๆ เจ้ามิต้องแห่อันใด ขบวนแห่นี้อันสือเป็นผู้จัดขึ้นเอง” คุณชายสามตอบกลั้วหัวเราะในความไร้เดียงสาของน้องน้อย

หลงอันสือผู้นี้ช่างป่าวประกาศทำตัวใหญ่โตโดยแท้ หย่งชิ่งหัวเราะเสียงใสไปด้วย ทำคุณชายสี่ที่นั่งตัวตรงบนม้าอีกตัวเชิดหน้าที่สวมหน้ากากสีเงินปิดครึ่งหน้างดงาม รู้สึกขัดหูขัดตาสองพี่น้องที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จึงกระตุ้นอาชาสีดำทะมึนล่วงหน้าไปก่อน

หลังจากนั้นหย่งชิ่งเกือบหัวเราะไม่ออกเมื่อจับสลากได้หลงอันสือเป็นคู่แข่งคนแรก

 

วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสเมฆขาวลอยล่อง อากาศเย็นสบายไม่หนาวจนมือแข็งแต่ก็ไม่ร้อนจนเหงื่อไหลไคลย้อย อีกไม่นานจะก้าวล่วงเข้าสู่วสันตฤดู การจัดการแข่งหมากล้อมในลานโล่งจึงเหมาะสมอย่างยิ่ง

ลานกว้างถูกจัดที่นั่งเรียงต่อกันเว้นระยะพอเหมาะ ผู้ที่จับสลากตามสายเรียงเป็นสองแถว วันนี้เป็นการแข่งขันรอบคัดเลือกจะคัดผู้สมัครสองพันคนลดเหลือห้าร้อยคน ผู้สมัครมีทุกเพศทุกวัยทุกชนชั้นแม้กระทั่งยาจก อายุมากที่สุดคือแปดสิบแปดปี และผู้สมัครอายุน้อยที่สุดสิบปี เด็กผู้นั้นคือคุณชายห้าแห่งพรรควิหคเพลิงนั่นเอง

เฉินหย่งชิ่งจึงเป็นที่จับตามองจากผู้ชมทั่วสนาม การแข่งคัดเลือกรอบแรกแบ่งเป็นสี่สนาม หย่งชิ่งได้ลงสนามรอบแรก ทั้งหมดเดินเป็นระเบียบเข้านั่งบนเบาะที่ตรงกับหมายเลขสลากที่จับได้  แต่ละแถวจะมีผู้ดูแลการแข่งขันป้องกันการเล่นตุกติก หากจับได้จะถูกปรับแพ้และคู่แข่งจะได้เข้ารอบถัดไปทันที

ร่างน้อยในอาภรณ์บุรุษสีขาวยวงผ้ารัดเอวสีดำผูกผ้าคลุมกันลมสีขาวที่คอดูเคร่งขรึมเกินวัยนั่งลงก่อนฝั่งตรงข้ามยังไม่มีผู้ใด นางนั่งตัวตรงดูสง่างามรอคอยอย่างอดทน

ไม่นานนักร่างหนาหนักของบุรุษผู้หนึ่งก็นั่งลงฝ่ายตรงข้าม หย่งชิ่งตัวแข็งทื่อนัยน์ตาเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง เขาตัวใหญ่เหมือนยักษ์พุงยื่นนิดๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราดูน่ากลัว แต่งกายด้วยอาภรณ์สีสันสดใสคล้ายชนเผ่ากลุ่มน้อยนอกเขตชายแดน ฟันเหลืองอ๋อยแยกเขี้ยวใส่เธอส่งเสียงฮึ่มฮั่มไม่พอใจ

“ข้าหลงอันสือผู้เก่งกาจต้องแข่งกับเจ้าเปี๊ยกเนี่ยนะ ผู้ดูแลมาเปลี่ยนคู่แข่งให้ข้าซิ ข้าไม่แข่งกับมันเด็ดขาด”

เสียงฮือฮาจากผู้ชมรอบสนามดังขึ้นทันที ตามด้วยเสียงซุบซิบ

คุณชายห้าแห่งพรรควิหคเพลิงถูกหยามเกียรติ พรรควิหคเพลิงมิยอมดูดายแน่ เท่ากับกระตุกหนวดเสือเชียวนะ

โอย... เสียงดังแสบแก้วหูแถมยังปากเหม็นเหลือรับประทาน นางต่างหากที่สมควรเป็นฝ่ายขอเปลี่ยนคู่แข่ง

“พี่อันสือโปรดใจเย็น หากท่านไม่แข่งกับข้าก็ต้องถูกปรับแพ้ แข่งไปเถิดไม่ดีหรือที่คู่แข่งเป็นเด็กฝีมืออ่อนด้อย ท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแรงอย่างไรกันเล่า” หย่งชิ่งบอกในขณะที่ดวงตาเหลือบไปมองพี่สามและพี่สี่ หากเกิดเหตุต้องประมือต่อยตีกันจริงๆ นางคงต้องเผ่นให้พวกเขาทั้งสองมาช่วยรับมือแทน

ท่าทางเอาเรื่องอ่อนลงยามได้ฟังเหตุผลจากปากเด็กน้อย

“เจ้าฉลาดพูดนักไอ้หนูเปี๊ยก เออ! ก็ได้ข้าจะแข่งกับเจ้าให้จบๆ พวกเจ้าไม่ต้องเข้ามาแล้วไปๆซะ” อันสือโบกมือไล่ผู้ดูแลที่กำลังเดินมาระงับเหตุ

อันสือเลื่อนโถหมากดำให้นางแล้วเลือกหมากขาวให้ตัวเอง

“ไม่ต้องเสี่ยงทายอันใด ข้าให้เจ้าเดินก่อนเลย”

อีกฝ่ายเห็นนางเป็นเด็กจึงให้เดินหมากก่อน ร่างน้อยยกมือประสานขอบคุณตามมารยาท หย่งชิ่งวาดแผนกลยุทธ์ในหัวพยายามเดานิสัยฝ่ายตรงข้าม วางหมากตัวแรกด้วยความระมัดระวังยิ่งยวด

นับว่าอันสือเป็นยอดฝีมือหมากล้อมอย่างแท้จริง นางมิอาจดูเบารูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายอันธพาลมิคล้ายบัณฑิต หมากทุกตัวทรงพลังแข็งกร้าวพยายามกวาดต้อนหมากดำให้จนมุม ขับไล่ทำคะแนนดุดันดั่งพยัคฆ์ร้าย ความคิดเฉียบคมฉับไว นางพบศึกหนักตั้งแต่รอบแรกเสียแล้ว

เวลาผ่านไปสองเค่อ[1]นางเป็นรองอยู่สองแต้ม ทั้งที่ได้เดินหมากก่อน

มือน้อยชื้นเหงื่อกำชายเสื้อไว้แน่น ดวงตาหลุบต่ำมองกระดาน หัวใจเต้นกระหน่ำจนอึดอัดในอก นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้พบเกมที่บีบหัวใจเยี่ยงนี้ มือน้อยเลื่อนขึ้นมาวางที่อกนิ่วหน้า

อันสือเปรียบเสมือนกำแพงสูงตระหง่านที่ยากจะข้ามผ่านไปได้

ความกดดันทำลายสมาธินางจนสิ้น รู้สึกเหมือนตัวเล็กลงมิอาจหาญสู้ยักษ์ใหญ่ผู้แข็งแกร่ง

สุขุมลุ่มลึก

หากนางอ่านหมากเกมนี้ขาด คงคว้าชัยชนะมาได้อย่างไม่ยากเย็น

“ไอ้หนูเปี๊ยกคิดนานแล้วนะ ข้าเบื่อจะรอเจ้าแล้ว” เสียงกระโชกโฮกฮากบาดหูกระชากสติของหย่งชิ่งกลับมา

เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อโดยที่หย่งชิ่งไม่รู้สึกตัว นางกำลังหลงอยู่ในห้วงจิต ขุดคุ้ยกลยุทธ์หมากล้อมทุกเล่มที่เคยอ่าน การแข่งขันทุกกระดานที่เคยได้ชมผ่านทุกสื่อโทรทัศน์ วีดีโอ การแข่งขันจริง หรือผ่านยูทูป

แต่ผลที่ได้ก็คือ...

 

“ข้าด้อยปัญญาต้องใช้เวลาขบคิดนานสักนิด พี่อันสือโปรดอภัย” นัยน์ตาคมซึ้งเปล่งประกายเด็ดเดี่ยวมั่นใจ

หมากล้อมไม่ใช่เกมที่สามารถเล่นตามตำราได้ นางเคยเล่นหมากล้อมมานับพันเกม ทั้งการแข่งในสนามจริงหรือการเล่นกับเพื่อนนิรนามทางอินเทอร์เน็ต เคยแม้กระทั่งเขียนโปรแกรมขึ้นใหม่เพื่อให้เล่นพร้อมกันได้มากกว่าหนึ่งกระดาน ทุกกระดานสั่งสมประสบการณ์ไหวพริบชั้นเชิงชั้นยอด อยู่ในนั้นทั้งหมด

หย่งชิ่ง เจ้าคือเด็กอัจฉริยะเมื่อภพก่อน จงมั่นใจใช้สติปัญญาพลิกแพลงตามสถานการณ์ หากแพ้ก็ต้องแพ้อย่างสนุกสนาน เมื่อได้พบคู่มือที่คู่ควรแล้ว

ยุคสมัยเปลี่ยน หมากล้อม ไม่เคยเปลี่ยน

แพ้หรือชนะหาใช่เรื่องสำคัญไม่ การได้เรียนรู้ต่างหากที่สำคัญ

หย่งชิ่งหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นของความมุ่งมั่นฟุ้งกระจายในอากาศ ทุกคนในสนามต่างแข่งขันกันอย่างทัดเทียมด้วยจำนวนหมากในมือที่เท่ากัน

นิ้วเล็กคีบหมากดำวางบนกระดานอย่างมั่นคงส่งเสียงสะท้อนกังวานในความรู้สึก แววตาดุจพยัคฆ์ร้ายฉาบบนดวงตาคู่งาม หมากดำเปลี่ยนรูปแบบการเดินเป็นแบบเข้าปะทะอันดุเดือด ไล่ต้อน อุดช่องโหว่ บุกกลางกระดานสร้างเขตพื้นที่ กระแสหมากเปลี่ยนไปอย่างรู้สึกได้

อันสือกลับไร้ซึ่งอาการหวั่นไหว สีหน้าดูถูกแปรเปลี่ยน การวางหมากแต่ละตัวทอดเวลายาวนานขึ้น แววตาที่มองดูเด็กน้อยตรงหน้าแตกต่างจากคราแรกอย่างสิ้นเชิง

ไอ้หนูนี่มันเป็นใครกันวะ

ช่างเดินหมากได้โหดเหี้ยมราวไม่ใช่เด็ก กล้าได้กล้าเสีย แถมยังไม่กลัวเขาทั้งที่เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนจิตยังอ่อนราวกับเด็กเพิ่งหัดเดิน อันสือจงใจวางหมากขาวลงไปเสียงดังตั้งใจสะเทือนขวัญคู่ต่อสู้ แต่กลับทำอะไรเด็กนั่นไม่ได้เลย

ดีมาก... ดีมาก...

 



[1] เค่อ หน่วยนับเวลา 1 เค่อประมาณ 15 นาที

 

07/05/58

เพิ่งรู้ว่ามีคนรออ่าน
มัวแต่แอบอู้ไปดู
Avengers 2 มา สนุกมากค่ะ เป็นหนังครอบครัวที่ดูได้ทุกวัยจริงๆ

ตลก น่ารัก ล้างผลาญตามแนวมาเวล

วันนี้เขียนเพิ่มได้นิดหน่อย ยังรีไรท์นิยายไม่เสร็จเลย จะเฆี่ยนให้เสร็จคืนนี้

ไปก่อนนะคะ

亮林  เลี่ยงหลิน

 



 

 

04/05/58

แวะมาอัปให้นิดหน่อยก่อนจ้ะ ยังแก้งานเก่าไม่เสร็จเลย

ถ้าเลือกให้แก้งานกับ กับเขียนงานใหม่ ขอเขียนงานใหม่ร้อยหน้าดีกว่ามากมายนัก

ขอให้ทุกท่าอ่าน ดวงใจไร้กาล อย่างมีความสุข

ใครชอบกดโหวด ใครักกดแชร์ ใครชอบมากบอกต่อเพื่อนค่ะ


 

亮林  เลี่ยงหลิน


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2239 แมวหง่าว001 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 07:18
    คิดถึงHikaru on ko เลย
    ชอบจังงง ความรู้สึกแบบนี้
    #2,239
    0
  2. #2170 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 12:48
    นางเอกน่่รักมากค่ะ เปิดน้านยาให้พี่สาม สงสารพี่รองสุดเค็มเงินกระเด็นออกกระเป๋าอีกแล้ว 5555 แม่กับพ่อนางเอกจะใช่องค์หญิงกับขอทานคู่นั้นรึเปล่าคะ
    #2,170
    0
  3. #1993 เบียคุจัง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 02:08
    ลุ้นสุดตัวเลยขอบอก
    #1,993
    0
  4. #1683 DarThailand (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 18:56
    โอ๊ยบอกได้คำเดียวว่าสนุกมากค่า
    #1,683
    0
  5. #1157 ซาลาสซา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 15:35
    สำหรับตอนนี้ หมากดำ ขาว สลับกันค่ะ ตรวจสอบดูนะ

    แล้วก็ ยาจก มีเงิน 100 ตำลึง มาสมัครหมากล้อม 555 ขอทานรายได้ดี
    #1,157
    0
  6. #917 Sel2aMOon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 20:21
    อีพี่สี่ฮีซึนมาก 5555
    #917
    0
  7. #599 Mazato Yume (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 14:05
    พี่สีนี่กวนจัง 555
    #599
    0
  8. #398 Lapasrada Komalabutr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 17:22
    เร้าใจฝุดๆ
    #398
    0
  9. #162 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 07:13
    กับพี่สี่ทะเลาะกันตลอด แต่เชื่อว่ารักน้องห้าไม่แพ้พี่คนอื่นๆ แน่
    #162
    0
  10. #121 Maya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 12:09
    แข่งกันดุเดือดมาก ลุ้นๆ
    #121
    0
  11. #110 ยาเม็ด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 20:03
    ชอบพี่สี่จังเบย
    #110
    0
  12. #109 ยาเม็ด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 20:03
    ชอบพี่สี่จังเบย
    #109
    0
  13. #73 EBINBAIPLY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 15:05
    นางมีของ สู้ๆนะหย่งชิ่ง
    #73
    0
  14. #54 Mario (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 10:35
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #54
    0
  15. #53 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 23:08
    น้องห้าสู้ๆ
    ล้มเจ้ายักษ์ให้ได้นะ
    #53
    0
  16. #52 แสนฤทัย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 22:22
    รอลุ้นผลหมากกก...
    #52
    0
  17. #51 yuechan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 19:16
    ความประมาทเป็นคนทางแห่งความตาย หุหุ
    #51
    0
  18. #50 littledevil (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 17:43
    รีบๆมาต่อให้ครบเร็วๆนะคะ ตื่นเต้นจัง *0*
    #50
    0
  19. #49 หลง ชิ่งเอ๋อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 09:39
    การประลองเริ่มแล้ว ลุ้นแทน
    #49
    0
  20. #48 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 19:11
    พี่สี่กับพี่รองโดนน้องเล่นงานอีกจนได้
    #48
    0
  21. #47 aj-dvd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 15:09
    แหม....หมดตูดไปด้วย วางเดิมพันท่านพ่อไปนะเนี่ย

    อีเฮียสี่มาดพัดป้องปากนินทาเนี่ยะ  สาวมากนะฮ้า
    #47
    0
  22. #46 Bloody Lily (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 11:10
    สนุกมากค่ะ ชอบมากกกกกก
    #46
    0
  23. #45 Moi Aussi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 09:34
    ติด ค้าง ชอบ
    #45
    0
  24. วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 06:54
    ยีนดีกะพี่สี่เอ๊ยชิ่งเอ๋อร์ด้วยนะคะ

    แก้ไขคำผิดจ้ะ ไม่จริงน่า ท่าประมุขแพ้บุตรสาว เป็น ท่านจ้ะ

    คุณชายสี่ผู้มีใบห้างดงาม  เป็นใบหน้า

    ก็สามารถให้ผู้อื่นคล้อยตา เป็นคล้อยตาม ค่ะ

    สู่ระเบียงยาวเหยียดที่เชื่อต่อไป เป็น เชื่อม

    ข้าหน้าเสียงอะไรพี่สาม  เป็น ข้างหน้า ค่ะ

       คู่แข่งอันดับสามหน้ากลัวจังค่ะ  รออ่านต่อน้าค้า
    #44
    0
  25. #43 จันทราอสูร (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 17:55
    ตอนนี้ติดงอมแงมเลยคะ หลังจากอ่านตอนแรกเมื่อวาน 
    ทำงานไปรอเวลาเลิกไปจะได้อ่านให้ทัน ส่วนตอนนี้แย่กอ่านตอนต่อไปแล้วคะ
    #43
    0