ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    10 ต.ค. 58

 

 

แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ กดที่รูปเลยค่ะ

 

 

 

บทที่ 4

 

พี่สาม เฉินหย่งฝู สายลมวสันต์อันอบอุ่น

 

เหมันต์เคลื่อนคล้อยล้อมนภา  ปักษาร่อนหารังอุ่น

เหมยโลหิตพร่างพื้นกลิ่นละมุน รุ่งอรุณวสันต์ร้างรานหทัย

 

อีกสามเดือนเฉินหย่งชิ่งจะอายุครบสิบขวบ

เมื่อชาติที่แล้วชัญญาสิ้นลมตอนอายุสิบขวบ เวลานี้ใกล้วันที่นางจะอายุสิบขวบเช่นชัญญา เมื่อคิดแล้วรู้สึกโหวงในอกอย่างประหลาด ฝันร้ายเริ่มต้นเข้าคืบคลานไม่ว่าหลับหรือตื่น ดุจสัญญาณกระตุ้นเตือน ในความฝันอสรพิษตัวเขื่องนับร้อยส่ายเลื้อยมุ่งร้ายต้อนจนมุมฉกนางจนสิ้นลม แต่เรื่องประหลาดคือในฝันมีบุรุษผู้หนึ่งอุ้มร่างไร้วิญญาณของนางหายลับไปในม่านหมอกสีเลือด

ความรู้สึกในฝันทั้งผิดหวังและเจ็บช้ำ ใจมีเพียงความเกลียดชัง นางพยายามเพ่งมองใบหน้าอันเลือนรางผ่านม่านน้ำตา แต่เห็นเพียงริมฝีปากได้รูปโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันน่ากลัว

นางร้องไห้จนแทบไม่มีน้ำตา ไม่ใช่น้ำตาที่เกิดจากความหวาดกลัวอสรพิษ

ไม่ใช่น้ำตาจากความหวาดกลัวความตาย

หากเพราะความเดียวดายเจ็บปวด เหตุใดนางจึงรู้สึกเดียวดาย ความรู้สึกนี้ยังคงค้างค้าไม่สามารถหาคำตอบได้

หรือนางจะต้องสิ้นลมในวัยสิบขวบดั่งเช่นชาติภพก่อน

เสียงพิณแปร่งประหลาดดังขึ้นจากเรือนวสันต์คำนึง

หย่งชิ่งใช้เสียงเพลงช่วยกลบเกลื่อนความฝันน่ากลัว เรือนวสันต์คำนึงยามกลางวันเกิดเสียงพิณพิลึกพิลั่นดังกระชากวิญญาณ ยามวิกาลเกิดเสียงร้องไห้ดังโหยหวน สร้างปริศนาแก่ผู้สัญจรผ่านกำแพงพรรควิหคเพลิง เกิดเสียงเล่าลือสร้างความน่ากลัวเกี่ยวกับภูตผีปีศาจแก่พรรควิหคเพลิงมากขึ้น

ผู้คนในพรรควิหคเพลิงรู้ว่าคุณหนูเล็กในวัยสิบขวบกำลังคลั่งไคล้พิณอย่างหนัก แต่ไม่ใช่การเล่นพิณแบบที่ทุกคนเคยเห็น

หากคนในสมัยปัจจุบันได้ฟังท่วงทำนองกระชากกระชั้นคงคุ้นหูเป็นอย่างดี คุณหนูเล็กไม่ได้ดีดพิณบรรเลงเหมือนบรรดาคุณหนูตระกูลสูงทั่วไป วิธีการดีดพิณของนางช่างพิสดารยิ่งนัก

หย่งชิ่งกำลังคิดถึงเพลงร็อกของเรดฮอตชิลิเปปเปอร์ส และใช้พิณบรรเลงเพลงอย่างเมามัน ระบายความหวาดกลัวอันอัดอั้นในอกที่ไม่อาจบอกใครได้มัน แต่มิใช่แค่บรรเลงเพียงอย่างเดียว นางถึงกับโยกหัวสะบัดตัวไปตามจังหวะประหนึ่งกำลังเล่นในคอนเสิร์ตก็ไม่ปาน

บ่าวไพร่ในเรือนต่างคิดว่านางถูกผีเข้าสิง ทุกคนกริ่งเกรงหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้เรือนวสันต์คำนึง แม้แต่สาวใช้ส่วนตัวของนางยังตัวสั่นงันงกยามเข้ามาปรนนิบัติคุณหนูเล็ก

หย่งชิ่งเห็นเป็นเรื่องสนุก จึงสรรหาท่วงทำนองเพลงร็อกสนุกสนานมาเล่นพิณมิขาดในแต่ละวัน ทั้งเพลงไทยและเทศ

ทว่าในยามรัตติกาลฝันร้ายมาเยือน

นางกลับร้องไห้เหมือนใจจะขาด

 

เช้าวันหิมะโปรยปราย ดอกเหมยสีเลือดร่วงหล่นพร่างพรมบนพื้นหิมะ อากาศเหน็บหนาวกัดกร่อนลึกลงถึงกระดูก ห่อหุ้มหัวใจอันปวดร้าวจนด้านชา

หย่งชิ่งดวงตาร้อนผ่าว ลืมตาตื่นในแต่ละวันช่างยากเย็นยิ่งนัก การอยู่ในห้วงฝันที่เหมือนไร้จุดสิ้นสุด ร่างน้อยขยับลุกจากที่นอน อ่างไฟในห้องรามอด อีกไม่นานสาวใช้จะนำน้ำร้อนสำหรับล้างหน้ามาให้ นางใช้ผ้าห่มคลุมกายมานั่งบนเก้าอี้ข้างหน้าต่างที่ปิดสนิท มือน้อยเปิดหน้าต่างรับเกล็ดหิมะที่ลอยล่องนำพาความหนาวเย็นมาเยือนเรือนวสันต์คำนึง

 

จุมพิตแห่งห้วงมหันต์ร้าย  พรากกายดับสิ้นอาลัย

ครั้นตื่นพบตะวันฉายใหม่  วอนสวรรค์อวยชัยไร้ภัยพาล

 

เกล็ดหิมะแตะแต้มบนดวงหน้าเย็นเฉียบ ดวงตาร้อนผ่าวเย็นลง ร่างกายหนาวสั่นเป็นนิมิตหมายอันดีของกายหยาบที่ยังมิดับสูญในภพนี้ ทุกรุ่งอรุณนางหวังเพียงได้เห็นตะวันทอแสงอีกครั้งเท่านั้น

เฉินหย่งฝูเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ ในมือมีถ้วยยาสีน้ำตาลอมเขียวควันกรุ่นส่งกลิ่นขมเอียนน่าเวียนหัว ตามด้วยสาวใช้หลายคนพร้อมอ่างน้ำร้อนและอ่างไฟ สาวใช้ปิดหน้าต่างไล่ความเหน็บหนาวนำพาความอบอุ่นราวกับวสันตฤดูมาเยือนอีกครั้ง

หย่งฝูวางถ้วยยาไว้บนโต๊ะแล้วหันมาอุ้มนางไปนั่งบนเก้าอี้

“พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” เขาเอ่ยปากไล่สาวใช้

พี่สามเป็นคนปรนนิบัตินางแทนสาวใช้ ดวงหน้าอ่อนล้าสดใสขึ้น ชุดบุรุษสีขาวขลิบแดงสวมบนร่างน้อย ตั้งแต่เกิดเรื่องที่คืนเทศกาลหยวนเซียวนางสวมแต่ชุดบุรุษจนลืมวิธีสวมชุดสตรีไปสิ้น ท่านพ่อไม่ได้บังคับแต่นางกลับชอบสวมชุดบุรุษที่คล่องแคล่วเหมาะกับการฝึกยุทธ์มากกว่า เส้นผมเงาเลื่อมถูกสางอย่างเบามือ เกล้าสูงแบบบุรุษ หย่งชิ่งนั่งเท้าคางอย่างมีความสุข

สองเดือนมานี้พี่สามเอาใจใส่นางเป็นอย่างมาก พบหน้ากันแทบทุกวัน คงเป็นเพราะคำสั่งท่านพ่อกระมัง ข่าวลือเรื่องผีเข้าคุณชายห้าพรรควิหคเพลิงจะลุกลามไปสักเท่าใดแล้วหนอ

“พี่สาม ข้าไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ท่านตรวจชีพจรแล้วมิใช่หรือ เหตุใดข้าต้องดื่มยาขมชามนี้อีก”

พี่สามในวัยสิบแปดปีแต่เป็นหมอผู้เก่งฉกาจหาตัวจับยาก แต่กลับไม่รักษาผู้อื่นง่ายๆ น้อยนักจะมีผู้ใดทราบเรื่องนี้ เพราะพี่สามรักษาคนในตระกูลเฉินเท่านั้น ด้วยเหตุใดไม่ทราบแน่ชัด

หย่งฝูนั่งลงข้างน้องเล็ก จับชีพจรบนข้อมือขาวบอบบางอีกครั้ง นัยน์ตาคมกริบอ่อนแสงลงยามมองใบหน้าซูบเซียว ใต้ตาดำคล้ำเช่นคนอดนอน ร่างสูงใหญ่นั่งหลังตรงดุจแผ่นหิน เคลื่อนไหวรวดเร็วหมดจด เมื่อพิจารณาดูแล้วคุณชายสามเป็นคุณชายตระกูลเฉินที่น่าเข้าใกล้ที่สุดด้วยท่วงท่าสุภาพอ่อนโยน และดวงหน้าหล่อเหลาละมุนละไม

“เจ้าชีพจรสับสน ลมปราณอ่อน อีกทั้งร่างกายถูกไอเย็นแทรกซึมไม่เป็นการดีแม้แต่น้อย” หย่งฝูปล่อยข้อมือน้องเล็กหันไปหยิบชามยาที่กำลังอุ่นพอดี "ดื่มยาเสีย นี่เป็นยาบำรุงชั้นดีที่ข้าต้มเองกับมือ มีทั้งโสมพันปี เห็ดหลินจือ หญ้าหนอนเพิ่มธาตุไฟ บำรุงกำลัง อีกทั้งตัวยาบำรุงนับยี่สิบชนิด”

หย่งชิ่งเป็นฝ่ายจับข้อมือพี่สามตรวจชีพจรดูบ้าง

“พี่สามก็พักผ่อนน้อยสมควรดื่มยาบำรุงกำลัง เราแบ่งยาชามนี้กันพี่สามว่าดีหรือไม่”

พี่สามหัวเราะ ตบบ่านางเบาๆ

“ข้าดูเบาเจ้ามิได้แล้ว สอนจับชีพจรเพียงไม่กี่ครั้งก็ใช้วิชามาย้อนรอยข้า เมื่อคืนใครกันเล่าที่ร้องไห้จนข้ามิได้หลับได้นอน”

“ท่านได้ยินด้วย” นางหลุบเปลือกตาลงต่ำ ซ่อนดวงตาจากพี่ชาย

พี่สามพยักหน้า “ข้ายืนอยู่หน้าเรือนของเจ้า เจ้าบอกมิให้ใครเข้าไป ข้าก็ไม่เข้า”

หย่งชิ่งไล่ทุกคนที่เข้าไปตอนนางฝันร้ายออกมา เกรงเรื่องที่นางยังมีความทรงจำในภพก่อนจะรั่วไหล เป็นภัยแก่นางในวันข้างหน้า

“พี่สาม ถ้าข้าตายไปท่านจะเสียใจหรือไม่” นางถามด้วยดวงตาฉ่ำรื้นแดงก่ำ กัดริมฝีปากสั่นระริกไม่ให้ปล่อยเสียงโฮออกมา

“เด็กโง่ เจ้าถามอะไรเช่นนี้ เจ้าจะตายได้อย่างไร ต่อให้เจ้าอยากตายจริงๆ พวกข้าก็จะยื้อชีวิตเจ้าจากยมบาลให้ได้”

“ข้า... ข้า...” หย่งชิ่งตาแดงจมูกแดง หากนางต้องจากโลกนี้ไปจริงๆ พวกท่านพี่จะเป็นอย่างไร

 

“ชิ่งเอ๋อร์เจ้ายิ้มทำไม?

“ก็เพราะข้าจะตายก่อนท่าน ช่างน่ายินดียิ่งนัก”

“ความตายมีสิ่งไหนน่ายินดี”

“เพราะข้าจะไม่ต้องดูท่านตายก่อนอย่างไรกันเล่า”

 

หย่งชิ่งจดจำทุกถ้อยคำที่ได้ยินก่อนตาย ครั้งแรกที่ได้ยินนางไม่รู้ความหมายหากรู้สึกถึงความเศร้าสร้อยอาดูรในน้ำเสียง แต่เมื่อมาอยู่ในภพนี้ นางเข้าใจความหมาย และยิ่งขนลุกเกรียวเพราะความหมายของมัน ช่างบังเอิญเหลือเกิน ชิ่งเอ๋อร์คือชื่อของนางในภพนี้ จะไม่คิดว่าเป็นนางก็คงไม่ได้ เสียงนั้นต้องเกี่ยวพันกับนางอย่างแน่นอน

นางตายเมื่อไร พูดกับผู้ใด แต่จากน้ำเสียงหาเสียงของใช่พี่ชายทั้งสี่ไม่

นางไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน

“เจ้ามีอะไรก็พูดมาเถิด” หย่งฝูเจ็บในอกยิ่งนักเมื่อเห็นใบหน้าโศกเศร้าสิ้นหวังของน้องเล็ก

หย่งชิ่งส่ายหน้าความสิ้นหวังยังฉายชัดในดวงตาคู่งาม

“ข้าจะดื่มยา แต่ท่านต้องช่วยข้าดื่มยาด้วย” หย่งชิ่งบอกเสียงเครือ

หย่งชิ่งยกชามยาอุ่นๆ ขึ้นจรดริมฝีปาก ยาขมทิ่มแทงลิ้นกลิ่นเหลือรับไหลผ่านลำคอลงไป นางเบ้หน้าก่อนจะขยับตัวยกชามจรดปากพี่สามบ้าง พี่สามจับมือเล็กๆ ของนางดื่มยาพร้อมกับจ้องใบหน้านางไปด้วย ใบหน้าหล่อเหลาไม่แสดงอาการใดๆ เขาแย่งชามยาไปและป้อนให้นางดื่มผลัดกันไปมากระทั่งหมดชาม

นิ้วเรียวยาวกรีดหยดน้ำตาจากดวงหน้างามซึ้ง มอบรอยยิ้มและคำชมแก่น้องน้อย

เขารินน้ำชาส่งหย่งชิ่งให้ล้างปาก

รสขมของยาแล่นพล่านไปถึงหัวใจ น้ำร้อนๆ ทะลักออกมาจากสองตา เด็กน้อยโผเข้ากอดพี่ชายตัวสั่นงันงก นางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

“พี่สาม ข้าอาจจะตายในไม่ช้า”

“เจ้ายังเด็กนักจะตายได้อย่างไร” หย่งฝูอุ้มน้องนั่งบนตักลูบหัวลูบหน้า ขบขันน้องเล็กอยู่ไม่น้อย ปกติมักทำท่าเป็นผู้ใหญ่เกินตัว แทบไม่เคยร้องไห้ให้เห็น แต่สองเดือนมานี้นางกลับอ่อนแอผิดเป็นคนละคน

“ข้า... ข้า... ข้าฝันร้าย” บอกความจริงไปพี่สามคงไม่เชื่อนาง และต้องหานักพรตหมอผีมาทำพิธีขับไล่วิญญาณร้าย

เป็นเพราะฝันร้ายนี่หรือ นางยังเด็กจริงๆ

“เด็กเอ๋ยเด็ก... แค่ฝันร้ายจะทำให้เจ้าตายได้อย่างไรกัน พี่สามจะมานอนเป็นเพื่อนเจ้าดีไหม?”

“แต่ข้าโตแล้ว... ท่านมานอนเป็นเพื่อนข้าได้หรือ”

“เจ้ายังเป็นน้องน้อยของข้าเสมอ คืนนี้ข้าจะมานอนเป็นเพื่อนจนกว่าเจ้าจะเลิกฝันร้าย”

“ไม่แน่ท่านอาจจะช่วยขับไล่ฝันร้ายให้ข้าได้” มีเพื่อนตายดีกว่าไม่มีใครเลย

นางไม่อยากตายอย่างโดดเดี่ยวแบบชาติที่แล้ว ดวงหน้าเล็กๆ ขยับเกลือกกลิ้งกับอกกว้าง  น้ำมูกน้ำตาทำเสื้อพี่สามเลอะเทอะแต่เขากลับไม่ทำท่ารังเกียจอันใด

พี่สามผู้เป็นวสันตฤดูของนาง สายลมอันอบอุ่นของนาง พี่ชายผู้อ่อนโยนของนาง

 


 

 

“กาลครั้งหนึ่ง มีพระธิดาองค์หนึ่งนามว่าผิงเอ๋อร์ทรงพระสิริโฉมงดงามเป็นหนึ่งในใต้หล้า แต่พระองค์ช่างอาภัพยิ่งนัก เพราะเป็นพระธิดาที่เกิดกับนางสนมซึ่งเป็นชาวต่างแคว้น ถูกรังแกจากโอรสและธิดานับสิบพระองค์ มิหนำซ้ำยังไม่เป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิแม้แต่น้อย แต่กระนั้นความงดงามของพระองค์เป็นที่เลื่องลือไกลไปถึงต่างแคว้น ฮะแอ้ม”

นักเล่าเรื่องในหอสุราบนชั้นสองกระแอมกระไอ ยกจอกสุราขึ้นจิบมองไปรอบๆ เมื่อเห็นแขกในหอสุราต่างตั้งใจฟังจึงเล่าต่อ

“ในเวลานั้นจักรพรรดิเฒ่าแคว้นเสอผู้มัวเมาในสุราและนารี ได้ยินคำร่ำลือเรื่องพระสิริโฉมขององค์หญิงก็ตาลุกวาว วางแผนชั่วส่งราชทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีเพื่อสู่ขอองค์หญิงไปเป็นชายารอง พวกท่านคิดว่าจักรพรรดิจะทรงทำอย่างไร” นักเล่าเรื่องถามให้ผู้ฟังคิดคล้อยตาม

“อย่าบอกนะว่าจักรพรรดิทรงยกองค์หญิงให้ตาเฒ่าหัวงูนั่น” หย่งชิ่งที่กำลังลุ้นตัวโก่งร้องถามเสียงหลง

นักเล่าเรื่องยกนิ้วชี้แตะปากเป็นเชิงบอกให้เงียบเสียง แล้วลูบหนวดสีขาวแสดงท่าทรงภูมิเล็กน้อย

“คุณชายน้อยอย่างเอ็ดไป ถึงแม้ข้าจะไม่ได้เอ่ยพระนามจริงขององค์หญิง แต่ทว่าองค์หญิงผู้นี้มีตัวตนจริงๆ ข้าต้องระมัดระวังหัวข้ามิให้หลุดจากบ่า”

“ท่านก็เล่าต่อสิ” คนกำลังลุ้นจะยึกยักอยู่ไย หย่งชิ่งยกจอกชาขึ้นดื่มระงับความหงุดหงิด

นักเล่าเรื่องกระแอมกระไออีกสองสามครั้งจึงเล่าต่อ

“จักรพรรดิทรงประกาศกร้าวในท้องพระโรงว่า จักรพรรดิแคว้นเสอจงใจดูถูกแคว้นหู่ ไม่เห็นฝ่าบาทอยู่ในสายตาถึงขนาดส่งราชทูตมาข่มขู่ให้ส่งองค์หญิงผู้สูงส่งไปเป็นชายาแคว้นเล็กๆ อย่างแคว้นเสอ ทรงรับสั่งให้ลากตัวราชทูตแคว้นเสอไปตัดหัว แล้วกรีฑาทัพไปตีแคว้นเสอเพื่อพระเกียรติของฝ่าบาทและพระธิดาผิงเอ๋อร์

แท้จริงแล้วจักรพรรดิหาเหตุเพื่อเข้ายึดครองแคว้นเสอเท่านั้นเอง ในเวลานั้นจักรพรรดิแคว้นเสอเป็นดั่งทรราชฝักใฝ่เพียงความสุขส่วนตัวไม่สนใจบ้านเมือง การทหารอ่อนแอ ราษฎรอดอยากไร้ที่พึ่ง นับเป็นโอกาสอันงามที่จะเข้ายึดครองแคว้นเสอ ฝ่าบาทส่งองค์ชายรองไปเป็นแม่ทัพเข้ายึดครองแคว้นเสอได้ภายในเวลาหกเดือน

หลังจากสังหารราชทูตแคว้นเสอ จักรพรรดิทรงจัดงานเลือกคู่ให้องค์หญิงผิงเอ๋อร์ คล้ายจะหยามเกียรติจักรพรรดิเฒ่าอยู่ในที ในวันเลือกคู่นั้นมีบุรุษนับร้อยล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ องค์ชายต่างแคว้น บุตรชายข้าราชบริพารชั้นสูงผู้มากบารมีและฐานะ หรือแม้แต่ประมุขพรรคผู้เยี่ยมยุทธ์ กระนั้นกลับมีขอทานสกปรกเข้ามาในงานเลือกคู่ด้วย เพราะการกลั่นแกล้งขององค์หญิงพระองค์อื่นที่อิจฉาริษยาองค์หญิงผิงเอ๋อร์

ลูกบอลแพรเลือกคู่ที่องค์หญิงผิงเอ๋อร์โยนออกไปกลับถูกขอทานผู้นั้นกระโดดรับไว้ได้ จักรพรรดิทรงไม่ยินยอมในการเลือกครั้งแรกรับสั่งให้ไล่ขอทานผู้นั้นออกไป และทรงอนุญาตให้องค์หญิงผิงเอ๋อร์โยนบอลใหม่อีกครั้ง แค่องค์หญิงยืนกรานจะสมรสกับขอทานผู้นั้น ซ้ำยังเอ่ยย้ำเตือนคำกล่าวที่ว่า จักรพรรดิตรัสแล้วไม่สามารถคืนคำได้ หากนางโยนบอลแพรใหม่อีกครั้งก็เท่ากับหลู่เกียรติขององค์จักรพรรดิ

ผู้อื่นคิดว่าองค์หญิงผิงเอ๋อร์ทรงฝ่าฝืนรับสั่งเพราะไม่ต้องการให้จักรพรรดิใช้พระองค์เป็นข้ออ้างในการก่อสงครามอีก ไม่ว่าพระองค์จะสมรสกับผู้ใดในที่นั้น ต่อไปก็คงไม่แคล้วถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือให้ราชสำนักหาผลประโยชน์

ก่อนหน้านั้นจักรพรรดิเคยส่งองค์หญิงผิงเอ๋อร์เป็นราชทูตเจริญสัมพันธไมตรียังแคว้นเสอ เป็นการวางแผนขุดหลุมพรางดักจักรพรรดิเฒ่าให้มาติดกับหญิงงาม จักรพรรดิเฒ่าผู้มากด้วยตัณหาราคะมีหรือจะมองข้ามองค์หญิงผู้งามล่มเมืองได้ พระองค์เสียใจเป็นอันมากที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องล้มตาย

ฝ่าบาททรงพระพิโรธหนักจนสั่งเนรเทศองค์หญิงผิงเอ๋อร์และขอทานผู้นั้นออกนอกเมือง ตั้งแต่นั้นมาไม่มีผู้ใดพานพบองค์หญิงผู้มีพระสิริโฉมงดงามเป็นหนึ่งในใต้หล้าอีกเลย”

เสียงปรบมือดังขึ้นเปาะแปะ แต่มีเพียงเสียงหนึ่งที่ดังก้องจากโต๊ะริมระเบียง เด็กชายเดินถือชามเรี่ยไรเงินตามโต๊ะต่างๆ หย่งชิ่งใส่ไปสองตำลึงอย่างไม่เสียดาย นางชอบฟังเรื่องเล่าแบบนี้มาก การสื่อสารในยุคนี้ช่างฝืดเคือง นอกจากการติดประกาศของทางการแล้ว ก็มีนักเล่าเรื่องนี้แหละที่พอให้นางรู้เรื่องราวต่างๆ ในยุคจีนโบราณนี้บ้าง

“เล่าลือกันว่าองค์ชายที่นำทัพบุกแคว้นเสอผู้นั้นคือจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน”

“พี่สี่ท่านนั้นช่างแสนรู้เสียจริง” หย่งชิ่งอมยิ้มเอ่ยวาจาแดกดันใส่พี่สี่ มือกำลังยื่นไปคีบห่านอบน้ำผึ้งใส่ปากแต่กลับถูกมือดีฉกไปต่อหน้าต่อตา

“พี่สี่ ถ้าท่านแย่งห่านอบน้ำผึ้งข้าอีกครั้ง เราได้เห็นดีกันแน่”

พี่สี่ใช้ตะเกียบเคาะหัวนางดังโป๊ก หย่งชิ่งถลึงตาใส่อย่างไม่เกรงกลัว ตะเกียบในมือคีบห่านอบน้ำผึ้งชิ้นสุดท้ายในขณะที่ตะเกียบของพี่สี่ก็ยื้อเนื้อห่านกับนาง

“เจ้ากล้าหือกับข้าช่างไม่กลัวตายจริงๆ อยากถูกพิษจนวิ่งเข้าเวจไม่ทันหรือไร”

มือที่สามคีบห่านอบน้ำผึ้งใส่ชามให้นาง ด้วยฝีมือที่คุณชายสี่ต้องอ้าปากค้าง แทบจะพ่นพิษในดวงตาใส่เจ้าของมือที่สาม

“น้องสี่ ข้าพาน้องห้าออกมากินข้าวข้างนอกเพราะอยากทำให้น้องห้าสบายใจ ไม่ให้เจ้ามารังแกซ้ำเติม”

หย่งชิ่งพยักหน้าเร็วๆ รีบคีบเนื้อห่านใส่ปากก่อนจะไม่ได้กิน ปากเล็กขยับเคี้ยวหนุบหนับ ดวงตาหลับพริ้มอย่างสุขี อร่อยล้ำเลิศสมควรสั่งไปกินที่บ้านทุกวันด้วยซ้ำ

วันนี้พี่สามพามากินข้าวที่หอสุราชื่อดังในเหอเสี่ยง ท่านพ่อเคยพามากินหลายครั้ง แต่ละครั้งหย่งชิ่งจะสั่งอาหารไม่ซ้ำอย่าง เพื่อจะได้ลิ้มรสอาหารดั้งเดิมของจีนหลายๆ อย่าง มีเพียงห่านอบน้ำผึ้งเท่านั้นที่นางติดใจต้องสั่งมากินทุกครั้ง

โชคร้ายที่วันนี้เป็นเวรพี่สี่ที่จับไม้สั้นไม้ยาวมาเป็นองครักษ์ประจำกายนางพร้อมกับพี่สาม อันที่จริงนางอยากให้พี่ใหญ่หรือพี่รองมาแทนพี่สี่มากกว่า พี่สี่มีแต่ทำให้นางปวดประสาทเพิ่มมากขึ้น

ฝันร้ายไม่เคยหายไปกลับเด่นชัดขึ้นทุกครั้งที่นางหลับตา พี่สามมานอนในเรือนวสันต์คำนึงเกือบเดือนแล้ว หย่งชิ่งที่รู้สึกเหมือนกำลังเฝ้ารอความตาย หลายครั้งที่นางพยายามสลัดภาพฝันในหัวเพื่อดำเนินชีวิตต่อไป แต่ด้วยความสามารถพิเศษของนางแล้ว คงต้องทุบหัวให้นางความจำเสื่อมจึงจะเห็นผลที่สุด

“พี่สาม ท่านหลงกลจิ้งจอกน้อยเสียแล้ว อันที่จริงนางกำลังงอแงเพื่อขอของเล่นเพิ่มมากกว่า”

“ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ” หย่งชิ่งรีบกลืนเนื้อห่านแล้วตอบทันควัน

“แล้วผู้ใดที่นอนร้องไห้ขี้มูกโป่งทุกคืน ปลุกข้าจนไม่ได้หลับได้นอน”

หย่งชิ่งซัดฝ่ามือน้อยใส่คุณชายสี่ แต่เขาหลบทันด้วยสีหน้ายั่วเย้า แถมยังแกล้งตบหัวนางเสียอีก

“พี่สี่ทำอย่างกับท่านนอนที่เรือนทุกคืนอย่างนั้นแหละ เมื่อคืนนี้ไม่ใช่ท่านอยู่ที่หอชมบุปผาหรอกหรือ ถ้าข้าบอกท่านแม่จื่อผิงผู้อ่อนโยนว่าเมื่อคืนท่านไปหาความสำราญกับหญิงคณิกา ท่านแม่จะชังน้ำหน้าพี่สี่ไปสักกี่วันกันหนอ” หย่งชิ่งลอยหน้าลอยตายั่วโมโหพี่ชาย

พี่สี่ผู้ร้ายกาจเอาแต่ใจกลับกลัวมารดาผู้อ่อนโยนที่ไม่เคยตีแม้แต่ยุงสักตัว เขาคงกลัวมารดาหันมารักน้องเล็กอย่างนางมากกว่าอดีตน้องเล็กอย่างพี่สี่

“เจ้า... เจ้า... ไอ้ลูกหมาหย่งชิ่ง เจ้ามันเป็นจอมมารกลับชาติมาเกิดชัดๆ” คุณชายสี่ชี้นิ้วใส่หน้าน้องทำท่าจะลุกข้ามโต๊ะไปจัดการกับน้องเล็ก

“คุณชายเฉินพบกันอีกแล้ว” เสียงนุ่มดุจเม็ดทรายไหลผ่านกำมะหยี่ทำให้หย่งชิ่งหันขวับอย่างดีใจ

ถังข้าวสารเคลื่อนที่ของนางมาแล้ว

“พี่เฉิงเชียนนั่งด้วยกันสิท่านกินอะไรหรือยัง ให้ข้าช่วยสั่งอาหารให้ไหม?” หย่งชิ่งยิ้มแย้มในใจคิดเมนูที่จะสั่งกลับบ้านเรียบร้อย เพราะมื้อนี้มีเจ้ามือแล้ว

“คุณชายอู่” คุณชายเฉินทั้งสองพยักหน้าส่งๆ เหมือนไม่เต็มใจรับแขก

อู่เฉิงเชียนนับจากวันที่พบกันครั้งแรกในฐานะชายบำเรอ บัดนี้เขาเหมือนเป็นชายบำเรอของหย่งชิ่งมากขึ้นทุกวัน ขยันไปเยี่ยมเยือนที่พรรควิหคเพลิงจนเป็นแขกประจำ ท่านพ่อชังน้ำหน้าเขาแทบอยากจะบุกไปจวนท่านเจ้าเมืองเอ่ยปากถอนหมั้นด้วยตัวเอง เขามักนำของขวัญ เครื่องประดับ ขนม ของกินมากมายไปฝากนาง อยากได้อะไรแค่เปรยเพียงคำเดียวรุ่งขึ้นก็จะมีคนจากจวนท่านเจ้าเมืองนำสิ่งนั้นมาให้ราวเนรมิต

วันไหนนางออกไปข้างนอกกับพี่ชาย วันนั้นก็จะต้องได้พบกับเฉิงเชียงราวกับเขากำลังเฝ้าดูนางจากดาวเทียม กูเกิลเอิร์ท หรืออะไรสักอย่างที่ในภพนี้ไม่มี เพราะเขาจะมาพบนางโดยไม่เคยพลาดสักครั้ง

“ข้ากำลังหิวพอดี ชิ่งเอ๋อร์...”

“ฮะแอ้ม” เสียงพี่สี่กระแอมกระไอดังขึ้น

พวกท่านพี่ไม่ชอบให้เฉิงเชียงเรียกนางอย่างสนิทสนม เสียงกระแอมเตือนสติจึงดังขึ้นบ่อยๆ

“รบกวนคุณชายห้าสั่งกับข้าวให้ข้าสักสองสามอย่าง”

หลงจู๊ที่เดินตามเฉิงเชียงมาติดๆ ด้วยรัศมีลูกค้ารายใหญ่จึงมาบริการด้วยตัวเอง หย่งชิ่งรีบสั่งอาหารสามอย่าง สุราชั้นดีหนึ่งไห พร้อมกับสั่งอาหารให้ไปส่งที่พรรควิหคเพลิงอย่างไม่เกรงใจ ไม่ถามไถ่คนจ่ายอัฐแม้สักคำ

มีหมูมาป้อนถึงปาก นางไม่เคี้ยวก็คงมิใช่คน

เฉิงเชียงยิ้มในหน้าไม่ว่ากระไรสักคำ ดวงหน้าหล่อเหลาหมดจดมองไปก็เพลินตามิใช่น้อย หย่งชิ่งจึงไม่รังเกียจที่จะมีเขาเป็นเพื่อนเล่น

“วันนี้คุณชายห้าหล่อเหลาดุจดอกบัวแรกแย้ม ไม่พบกันเสียหลายวันข้าคิดถึงท่านมาก” ดวงตาคมสวยฉ่ำเยิ้มจ้องนางราวกับจะกลืนกิน

แหวะ! หลายวันที่ไหนกัน เมื่อวานเขาเพิ่งไปหานางที่พรรควิหคเพลิงอยู่เลย

ไม่เป็นไรนางทนได้

“พี่เฉิงเชียงก็หล่อเหลาคมคาย ชุดสีน้ำเงินชุดนี้ขับผิวท่านให้ขาวผ่องดุจหยกล้ำค่า งดงามสมกับเป็นคุณชายอันดับหนึ่งของเหอเสี่ยง” หย่งชิ่งหยอดคำชมยิ้มหวานหยด ดูเอาเถิดขนาดนางประชดชุดใหญ่เขายังยิ้มรับอย่างยินดี “เอ่อ แล้ววันนี้พี่เฉิงเชียงออกมาทำอะไรหรือ” อย่าได้ดูแคลนลูกชายท่านเจ้าเมืองผู้นี้ทีเดียว ทุกครั้งที่พบกันเขาจะหาเหตุผลที่ฟังขึ้นให้นางได้ทุกครั้ง

“วันนี้มีงานแข่งขันหมากล้อมประจำปีของเมืองเหอเสี่ยง ข้ามาดูแลความเรียบร้อยวันรับสมัคร”

“แข่งขันหมากล้อม” หย่งชิ่งตาโตนัยน์ตาเต้นระริก

ภพก่อนนางเคยเข้าร่วมการแข่งขันหมากล้อมตอนอยู่เมืองจีนเช่นกัน ช่วงนั้นนางเข้าหอสมุด อ่านหนังสือกลยุทธ์หมากล้อมเท่าที่มีในหอสมุดจนหมดเกลี้ยง แต่มันไม่เพียงพอเธอจึงซื้ออีบุ๊กมาอ่านทั้งที่เป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เปิดยูทูปดูการแข่งขันเกมสำคัญจนตาแห้ง เตรียมตัวเข้าแข่งขันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

ครั้นเมื่อไปถึงการแข่งขันหมากล้อมแบ่งรุ่นตามอายุ ทำให้นางต้องแข่งรุ่นเยาวชนอายุไม่เกินสิบสองปี ในครั้งนั้นหย่งชิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่กลับผิดหวังเป็นอย่างมาก แท้จริงนางอยากแข่งรุ่นทั่วไปน่าเสียดายที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ตามกำหนด อยากแข่งกับผู้อาวุโสที่มีฝีมือสูงส่ง อยากดวลหมากกับผู้มีฝีมือสักตั้งใจจะขาด

หมากล้อมเป็นเกมที่ต้องอาศัยประสบการณ์ ความคิด มุมมองหลากหลายด้าน การอ่านเกมที่เฉียบขาด รู้จักการรุกและรับเพื่อถอย สำหรับนางแล้วหมากล้อมคือสนามรบ หาใช่เป็นแค่เกมการแข่งขันไม่

เมื่อรู้ว่ามีการจัดแข่งขันในยุคนี้ นางตัวสั่นสะท้านด้วยความยินดีอย่างหาที่เปรียบมิได้

คราวนี้ต้องมีเรื่องสนุกแน่

"ข้าอยากเข้าแข่งขันด้วยได้ไหมพี่สาม" หย่งชิ่งหันไปขอร้องคนที่พึ่งพาได้มากที่สุด

"พี่สามไม่มีทางให้เจ้าผลาญเงินร้อยตำลึงไปเปล่าๆ แน่ เจ้าไม่รู้ล่ะสิว่าผู้เข้าแข่งขันต้องจ่ายเงินหนึ่งร้อยตำลึง เป็นค่าสมัครเข้าแข่งขัน และผู้ชนะจะได้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงเป็นรางวัล จึงมีผู้คนแห่แหนมาสมัครนับพัน หวังใช้เงินหนึ่งร้อยตำลึงแลกหนึ่งหมื่นตำลึง ท่านเจ้ามืออู่ได้กำไรทุกปีจากการจัดแข่งขัน"

ดูเหมือนพี่สี่จะขัดแข้งขัดขานางไปเสียทุกเรื่อง แต่แค่อสรพิษรูปงามอย่างเขามีหรือจะสู้ปีศาจน้อยที่มีขุนพลทั้งสามคอยหนุนหลังได้

"คุณชายสี่พูดไม่ผิด ท่านพ่อของข้านำเงินที่ได้ไปใช้บำรุงบ้านเมืองและสร้างโรงทาน หากคุณชายห้าติดปัญหาเรื่องเงิน ยืมเงินข้าก่อนก็ได้" เฉิงเชียงรีบออกปาก เขาอยากให้นางติดหนี้เขาเยอะๆ ติดจนไม่กล้าหนีเขาไปไหนได้อีก

"ข้าคงไม่รบกวนท่าน น้องห้าเดี๋ยวข้าจะแวะร้านเงิน แล้วเราค่อยไปลงชื่อเข้าแข่งขันด้วยกัน" คุณชายสามเห็นท่าไม่ดี คุณชายอู่ผู้นี้พยายามผูกมัดน้องเล็กมีหรือเขาจะไม่รู้ หากน้องเล็กจะต้องเป็นหนี้บุญคุณผู้อื่น สู้ให้เป็นหนี้บุญคุณพี่ชายไม่ดีกว่าหรือ

"พี่สามเงินตั้งร้อยตำลึงเชียวนะ ท่านเอาไปซื้อสมุนไพรได้เป็นถัง โอ๊ย!"

หย่งชิ่งกระทืบเท้าพี่สี่ใต้โต๊ะแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

"พี่สามไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าข้าชนะข้าจะเปิดร้านยาให้ท่านเลย"

"น้องห้า เจ้าฝันเฟื่องไปแล้ว ตั้งแต่เจ้าเกิดมาข้ายังไม่เห็นเจ้าแตะกระดานหมากล้อมเลยสักครั้ง ยังมีหน้าริอ่านจะไปแข่งขันกับพวกเซียนทั้งหลาย เจ้ารู้ไหมว่าขนาดพี่สามยังเคยได้แค่เข้ารอบชิงเท่านั้น” คุณชายสี่ยื่นมือไปดึงแก้มทั้งสองข้างของน้องเล็ก ตั้งใจกลั่นแกล้ง แต่ดวงหน้าเล็กกลับเอนไปหาพี่สามที่นั่งอยู่ข้างๆ หลบมืออสรพิษรูปงามได้อย่างหวุดหวิด

หย่งชิ่งเผยแววตาไม่แน่ใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ขนาดพี่สามผู้ปราดเปรื่องขนาดสามารถสอบเป็นจอหงวนได้อย่างไม่ยากเย็นยังไม่สามารถชนะในเกมหมากล้อมได้

นางจะดูเบาคนยุคนี้ไม่ได้เสียแล้ว

“ท่านกลัวว่าข้าจะชนะแล้วทำให้ท่านพ่อรักข้ามากกว่าท่านกระมัง”

หย่งชิ่งแย่งหน้ากากสีเงินบนใบหน้าพี่สี่ออกมาปิดหน้าตัวเองแทน พี่สี่หน้าบึ้งเขาเกลียดการเปิดเผยดวงหน้างามซึ้งของตนต่อหน้าผู้คนเป็นที่สุด

“สวรรค์! ถ้าเจ้าชนะข้ายอมเจ้าทุกอย่าง แต่ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าห้ามมาเกะกะข้าหนึ่งเดือนตกลงหรือไม่” เสียงคุณชายสี่ดังลั่นหอสุรา

สายตาของทุกคนถูกสะกดนิ่งบนดวงหน้าหล่อเหลาปานล่มเมืองของคุณชายสี่แห่งพรรควิหคเพลิง

“ตบมือสัญญา” หย่งชิ่งยกมือซ้ายยื่นไปหาพี่สี่

สองมือต่างขนาดตบมือให้สัญญา ท่ามกลางสายตาของพยานนับร้อยในหอสุรา

หากรอยยิ้มของคุณชายสี่เรียกว่าร้ายกาจ รอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนริมฝีปากเล็กได้รูปของคุณชายห้าคงต้องเรียกว่ารอยยิ้มจอมปีศาจแล้วกระมัง

 


 

 

 

02/05/2558

 

สรุปงานรีไรท์ส่งสำนักพิมพ์ไม่เดิน

แต่กลับมาเขียนเรื่องนี้ต่อ

ก้มหน้าสำนึกผิด

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 



 

 

 

 

29/04/58

ว่าจะแก้งานส่ง แต่หัวตัน เลยแวบมาเขียนเรื่องนี้ได้หลายหน้า ท่าทางเรื่องนี้จะจบก่อนรีไรท์งานกระมัง

ตัวขี้เกียจจงหลุดออกไปเสียดีๆ

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 

 

28/04/58

หายตัวสองวันค่ะ ไปเคลียร์งานเก่าเขียนเรื่องย่อส่งสำนักพิมพ์ก่อน ผ่านหรือไม่ผ่าน จะมาแจ้งให้ทราบนะคะ

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2169 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 12:16
    นางเอกสู้ ๆค่ะ ชนะให้ได้จะได้แกล้งพี่สี่ผู้งามล่มเมือง 5555 แต่คุณชายอู่นี้ไม่เหมาะกับพระเอกอย่างแรงงง
    #2,169
    0
  2. #2109 เมมฟิส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 22:08
    ใช่ๆ อยากรู้ว่าใครงามกว่ากัน ระหว่างพี่สี่และน้องห้า และความฝันของชิงเอ๋อร์หมายความว่าไงค่ะ ต่อไปตอนที่ชิงเออร์โตขึ้นจะต้องตายเหรอค่ะ
    #2,109
    0
  3. #1992 เบียคุจัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 01:31
    อยากให้นางเอกแต่งหญิงแล้วอ่ะ!! อยากรู้ว่าใครจะงามกว่ากันระหว่างพี่สี่กับน้องห้า
    #1,992
    0
  4. #1679 DarThailand (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 18:18
    คุณชายห้าสู้ๆ
    #1,679
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #915 Sel2aMOon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 19:56
    เอ็นดูวววววว อีพี่สี่ =..=
    #915
    0
  7. #240 RBoKuc (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 21:10
    ซนจุง
    #240
    0
  8. #161 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 06:53
    นางเอกเราแสบ เปรี้ยว เซี้ยว ซ่า ขาร็อคมากค่ะ 555
    #161
    0
  9. #108 ยาเม็ด (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 19:27
    ไรท์คะไรท์รู้ตัวไหมว่านิยายที่ไรท์เขียนมันแบบ!!!

    สนุกโครตอ่ะค่ะ ภาษาไหลลื่นไม่ติดขัด คำผิดมีบ้างเป็นเรื่องปกติ.บนแต่ละตัวครเด่นดีค่ะ โดยรวยดีมากเลยนะคะ รออ่านตอนต่อไปค่ะลงเร็วๆนะคะได้โปรดอย่าแกล้งคนอ่าน
    #108
    0
  10. #72 EBINBAIPLY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 15:04
    โอ๊ย พี่สี่เจ้าขาเปิดรับ FC เถอะค่ะ จะสมัครเป็นคนแรกเลย
    #72
    0
  11. #32 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 21:14
    ชอบพี่สี่จัง
    นางเกรียนดี
    #32
    0
  12. #25 aj-dvd (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 14:25
    ชอบคุณชายสี่ค่ะ จิกกัดน้องห้า น่ารักดี
    #25
    0
  13. #24 yuechan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 16:41
    แหม ชิ่งเอ๋อจะเอาชนะได้ยังไง
    #24
    0
  14. #23 Ti amo My LovE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 / 02:52
    ต่อค่าาา
    #23
    0
  15. #20 Kamuningka (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 23:18
    พี่ทหารคนนั้นคือใครอ่ะ มีบทบาทในอดีตไหม (ติดใจมาก)
    #20
    0
  16. #18 meimei (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 22:11
    คำว่า นิมิต ที่ถูกต้อง ต้องไม่มี ร จ้ะ
    #18
    0
  17. #16 Luciferrock (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 18:07
    อ๊ากกกก ค้างงง
    #16
    0