ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 15 : บทที่ 15 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    10 ต.ค. 58





บทที่ 15

 

หย่งชิ่งสลบไปครึ่งเดือน นางได้รับการดูเเลอย่างดีกระทั่งฟื้นขึ้นมา เอินหมิงบอกว่าดีแล้วที่นางสลบไปเพราะถ้าฟื้นขึ้นมาคงต้องทนทรมานกับพิษบาดแผล อาจจะสิ้นลมไปก่อนก็เป็นได้

นางรอดชีวิตแต่ภายในจิตใจกลับหดหู่เศร้าหมองอย่างหาที่มาที่ไปไม่ได้ โชคดีที่มีเสี่ยวเหยาคอยเป็นเพื่อน เด็กน้อยช่างเจรจาน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้นางรู้สึกสดใสขึ้นบ้าง

หอโอสถตะวันตกอยู่ ณ เชิงเขาคุนต๋าทางทิศตะวันตกของเมืองหลวงห่างออกมาประมาณหกสิบลี้ ล้อมรอบด้วยป่าเขาและธรรมชาติ หอโอสถสูงสามชั้นสร้างยื่นเข้าไปในทะเลสาบสีเขียวใสกระจ่าง ทางเดินทอดยาวไปยังชายฝั่งปลูกสร้างด้วยหินอ่อนงดงามจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างที่งดงามแห่งนี้ซ่อนเร้นอยู่ในป่าลึก

ในหอโอสถมีตัวยาล้ำค่าอยู่มากมายจนน่าสงสัย ส่วนเทพโอสถนั้นเป็นผู้เฒ่าศีรษะขาวโพลนท่านหนึ่ง วันๆ เอาแต่นอนแทบไม่เคยพบหน้าคาดตา

หย่งชิ่งพักรักษาตัวอยู่ที่หอโอสถตะวันตกนานนับเดือน ความทรงจำยังไม่กลับมา แต่มักมีภาพแปลกๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ขี้นมาในหัวบ่อยครั้ง อีกทั้งนางรู้จักสมุนไพรและพืชพิษเป็นอย่างดี ไม่เคยบอกชื่อและลักษณะพลาดสักครั้งยามเดินในแปลงสมุนไพรที่ปลูกไว้จนเอินหมิงแปลกใจ

เอินหมิงเป็นลูกศิษย์ของเทพโอสถที่มาไม่แน่ชัด มีบุตรสาวหนึ่งคนอายุสามขวบชื่อเสี่ยวเหยา ภรรยาจากไปด้วยโรคระบาดเมื่อสองปีก่อน ด้วยมีดวงตาออดอายสองสีทำให้ต้องเก็บตัวหลบซ่อนเพราะผู้คนต่างคิดว่าเขาคือปีศาจร้าย ทว่าน่าแปลกนักทำไมภรรยาของเขาจึงไม่กลัวซ้ำยังมีบุตรด้วยกันอีก

อาการบาดเจ็บของหย่งชิ่งเกือบหายดีในเดือนที่สาม บาดแผลภายนอกหายดีนานแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกเสียวแปล๊บในอก ยามตื่นเต้น ดีใจ หรือเวลาที่หัวใจเต้นแรง นางจึงพยายามกดความรู้สึกต่างๆ ไว้ไม่ให้แสดงออกมาเกินไป

เวลาผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้วอาการเหล่านั้นยังไม่หายไปจากในอก นางพยายามไม่คิดมากใช้ชีวิตในหอโอสถตะวันตกอย่างมีความสุข หน้าที่หลักของนางคือเล่นกับเสี่ยวเหยาและช่วยเทพโอสถปรุงยาแปลกๆ เขามักชอบทวงบุญคุณที่ได้ช่วยชีวิตนางเอาไว้

“เจ้าน่ะมันดวงแข็งเกินคน เป็นข้าหรือตายตั้งแต่ถูกกระบี่แทงแล้วไม่รอดมาจนถึงมือเทพโอสถอย่างข้าหรอก”

น่าหงุดหงิดตัวเองชะมัด นางจำตอนที่ถูกทำร้ายไม่ได้สักที แต่ความทรงจำบางอย่างค่อยๆ กลับมาเรื่อยๆ บางอย่างที่มีความสุข บางอย่างที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของครอบครัว จนนางอยากเห็นหน้าพวกเขาที่มีเงาดำปิดทับเอาไว้ ภาพคฤหาสน์หลังหนึ่งเลือนลาง ดอกเหมยสีแดงในสวนปลิดปลิวไปตามแรงลม เสียงพิณท่วงทำนองอบอุ่นสบายใจฟังแล้วนางอยากจะเล่นพิณสักครั้ง

“ท่านปู่ท่านมีพิณสักตัวให้ข้าลองบรรเลงไหม?”

“โบตั๋นน้อยเจ้าหาเรื่องอู้อีกไม่ได้นา ใกล้ถึงหน้าฝนแล้วจะไม่มีแดดตากสมุนไพรพวกนี้แล้วเสี่ยวหมิงจะเอาสมุนไพรที่ไหนไปขายในเมือง”

“ท่านอบแห้งก็ได้นี่”

“อบแห้ง?”

“ก็ใช้ความร้อนจากไฟอบให้แห้งอย่างไรเล่า”

เทพโอสถตบหน้าผาก “อา... ข้าไม่คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน”

“ข้าเล่นพิณได้แล้วสินะ”

“ประเดี๋ยวนะ ข้าจำไม่ได้แล้วว่าเก็บไว้ที่ใด” ท่านผู้เฒ่าหันหลังเดินงกๆ เงิ่นๆ ไปทางหอโอสถเชื่องช้าโคลงศีรษะไปมา

ไม่นานนักพิณโบราณก็ถูกยื่นให้ตรงหน้า

“ขอบคุณท่านปู่”

“ข้าเป็นเทพโอสถ ไม่อยากเป็นท่านปู่ของเด็กโง่อย่างเจ้าหรอก” เทพโอสถทุบหัวเด็กน้อย “ข้าจะไปงีบแล้ว เจ้าเล่นพิณเบาๆ หน่อยแล้วกันมันหนวกหู”

“ท่านนอนทั้งวันไม่เบื่อบ้างหรือ ข้าวิ่งๆ เล่นๆ ทั้งวันยังเบื่อแทบตาย”

“ข้าก็วิ่งๆ เล่นๆ มาทั้งชีวิตแล้ว ปล่อยข้าไปเถิดท่านปู่น้อย” เทพโอสถทุบหัวหย่งชิ่งอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป

 

หย่งชิ่งเอียงคอมองพิณในมือ นางจะบรรเลงได้ไหม? เท้าเดินไปข้างหน้าในป่ามีที่นั่งเล่นประจำของนาง ยามว่างจะไปนั่งวางหมากล้อมกับเอินหมิง แต่วันนี้เขาเข้าไปส่งสมุนไพรให้ร้านขายยาในเมืองค่ำๆ กว่าจะกลับพาเสี่ยวเหยาไปเปิดหูเปิดตาด้วย คิดแล้วก็ขำเขาเป็นผู้ใหญ่แท้ๆ แต่กลับเดินหมากล้อมแพ้นางทุกครั้ง เขาชอบบอกให้นางออมมือให้บ้าง แต่นางเป็นเด็กเรื่องอะไรจะยอมกันเล่า

เอินหมิงชอบบอกว่านางไม่เหมือนเด็ก คิดไม่เหมือนเด็ก ทำไม่เหมือนเด็ก พูดจาไม่เหมือนเด็ก

แต่นางยังเด็กอยู่นะ

หย่งชิ่งวางพิณโบราณบนตอไม้ส่วนตัวเองนั่งบนพื้นดินที่ปูด้วยใบไม้ร่วงหล่น อากาศแสนอบอุ่น แสงแดดส่งลงมาบริเวณที่นางกำลังนั่งอยู่ โดยรอบเป็นลานโล่งนางและเสี่ยวเหยาชอบมาวิ่งเล่นจับผีเสื้อกันที่นี่

นิ้วเรียวเล็กกรีดบนพิณทีละสาย พิณโบราณเก่าคร่ำคร่าแต่เสียงกลับไม่เพี้ยนเลยสักนิดเดียว เด็กหญิงลองไล่เสียงทีละเส้นไปเรื่อยๆ นิ้วดีดเป็นทำนองเพลงแปลกประหลาด กลับคุ้นหูนางยิ่งนักช่างตลกสิ้นดี หรือว่านางมีฝีมือบรรเลงพิณเพียงเท่านี้

หย่งชิ่งดีดพิณไปเรื่อยๆ ท่วงทำนองแปลเปลี่ยนไป เพลงพิณบรรเลงเป็นจังหวะค่อนข้างเร็วดุดัน ภาพของบุรุษผู้หนึ่งร่ายรำเพลงกระบี่ปรากฏขึ้นบนลานกว้างตรงหน้า เพลงกระบี่ของบุรุษตรงหน้าร่ายรำราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับเพลงพิณ องอาจสง่างามเปี่ยมไปด้วยความร้ายกาจ เมื่อเพลงจบลงหย่งชิงวางมือบนพิณทุกเส้นสายสั่นทะท้านมือเล็ก บุรุษผู้นั้นหันหน้ามาหานางแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

'ชิ่งเอ๋อร์ ฝีมือบรรเลงพิณของเจ้า เกือบเทียบเท่าท่านแม่แล้วนะ'

"พี่ใหญ่" หย่งชิงเปล่งเสียงเรียกบุรุษตรงหน้าออกมาแผ่วเบา

ทันใดนั้นในหัวของนางปวดร้าวราวกับจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ

ใบหน้างามฟุบลงบนพิณ หมดสติไปในทันใด

 

“ชิ่งเอ๋อร์... ชิ่งเอ๋อร์...” ริมฝีปากเล็กเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา

“โบตั๋นน้อยเจ้าละเมอแล้ว เป็นอะไรมากไหม? เจ็บปวดตรงไหนบอกข้าสิ” มืออุ่นทาบบนแก้มเนียน มองดวงหน้าเล็กๆ ที่ดูกระสับกระส่ายบนหมอน

เอินหมิงกลับมาจากในเมืองก็ใกล้ค่ำแล้ว เมื่อกลับมาไม่เห็นโบตั๋นน้อยเขาจึงเป็นห่วงมาก เรียกเทพโอสถมาช่วยกันออกตามหา โชคดีที่เสี่ยวเหยาไปพบนางในป่าที่เคยไปเล่นประจำ ใกล้ค่ำในป่าอันตรายมากภัยจากสัตว์ร้ายและสัตว์มีพิษ พบว่านางเพียงแค่สลบไปเขาก็โล่งใจ

นัยน์ตาคู่งามลืมขึ้น โบตั๋นน้อยในเวลานี้งดงามดุจดอกไม้แรกแย้ม กึ่งเด็กกึ่งผู้ใหญ่อย่างบอกไม่ถูก เอินหมิงชอบมองดวงตาคมซึ้งที่บรรจุอารมณ์หลากหลายไว้ในนั้น งดงามกว่าดวงตาปีศาจของเขามากนัก นางไม่กลัวเขาเลย ทีแรกเขาคิดว่านางคงพูดอวดเก่งตามประสาเด็กไปเช่นนั้นเอง

แต่มันตรงกันข้าม โบตั๋นน้อยทำตัวกับเขาเป็นปกติเหมือนเวลาอยู่กับเทพโอสถหรือเสี่ยวเหยา นางโอบอ้อมอารีเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น กินข้าวด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน เวลาเผลอกลับทำหน้าเศร้าจนเขาต้องเข้าไปชวนคุย นางบอกกับเขาเองว่าอยากลืมเลือนทุกอย่าง ไม่อยากรื้อฟื้นความทรงจำ เพราะการบาดเจ็บใกล้ตายนั่นบอกนางว่าชีวิตของนางไม่น่าจะมีความสุขนัก

เอินหมิงไม่ว่ากระไร เขาอยากให้โบตั๋นน้อยอยู่ที่นี่นานๆ เสี่ยวเหยามีความสุข เขาเองก็รู้สึกเบิกบานไปด้วย เทพโอสถก็ดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ขยันปรุงยาไม่เอาแต่นอนแหมือนเมื่อก่อน หนึ่งปีมานี้โบตั๋นน้อยเปรียบเสมือนเครื่องปรุงยาตัวสำคัญที่ทุกคนในหอโอสถตะวันตกแห่งนี้ขับเคลื่อนไปได้

“พี่หมิง”

“เจ้าสลบอยู่ในป่า เป็นอะไรมากไหม เสี่ยวเหยาเป็นห่วงเจ้ามาไม่ยอมกินข้าว บอกจะอยู่เฝ้าเจ้าลูกเดียว พอดึกแล้วก็ฟุบหลับไปข้างเตียงเจ้านี่แหละ”

“ข้าไม่เป็นไร..” หย่งชิ่งตอบเสียงเบาใบหน้าของนางดูสับสนปนไม่สบายใจอยู่หลายส่วน

“เจ้าดูแปลกไป” แววตาของโบตั๋นน้อยแปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดมากกว่าเดิม เหินห่างคล้ายรู้จัก คล้ายไม่รู้จัก

“ไม่มีอะไร ท่านไปนอนเถิดวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันยังต้องมาดูแลข้าอีก แค่นี้ข้ายังคิดค้างหนี้บุญคุณของท่านไม่พอใช่ไหม?”

“เรื่องเล็กน้อย ข้าไม่ใช่บัณฑิตอ่อนปวกเปียกไม่มีแรงแม้แต่จะมัดไก่สักหน่อย เห็นเทพโอสถบอกว่าเจ้าหายไปตั้งแต่บ่ายป่านนี้ยังไม่ได้กินอะไรคงหิว ข้าจะไปอุ่นกับข้าวให้นะ” เขากำลังหมุนตัวจากไปแต่กลับถูกดึงมือเอาไว้ นัยน์ตาสองสีลดต่ำมองดูมือบอบบาง ความอบอุ่นบางอย่างแล่นเข้าสู่หัวใจ

"อย่าลำบากเลย ข้าอยากออกไปเดินเล่นข้างนอก ท่านกลับไปนอนเถิด"

"ข้าจะออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนเจ้าแล้วกัน"

"อื้อ..."

 

อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่ต้องตัวสั่นงันงกยามเดินในป่าโปร่งห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ พวกเขาเดินท่ามกลางดงต้นสาลี่ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกสาลี่ช่วยให้จิตใจรู้สึกสงบขึ้น ในมือเอินหมิงถือโคมไฟเดินด้วยฝีเท้าไม่เร็วไม่ช้า มืออีกข้างเกี่ยวนิ้วเล็กๆ ของหย่งชิ่งพาเดินไปด้วยกัน

อากาศดีกว่าในกรุงเทพฯ ตั้งเยอะ

"ตอนเจ้าสลบไป เจ้าพูดถึงชื่อชิ่งเอ๋อร์ พอจะคุ้นอะไรบ้างหรือไม่?"

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น มองผืนนภากว้างสีดำดุจกำมะหยี่ผืนใหญ่ประดับด้วยดวงดาวสุกสกาวใหญ่น้อย โลกเอย ทางช้างเผือกเอย สุริยจักรวาลเอย จักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด โลกกว้างใหญ่ นางเป็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆ มีหรือจะหาญสู้ชะตาฟ้าลิขิตได้

“ท่านรู้จักดวงดาวบนฟ้าทุกดวงหรือไม่?”

ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก “ไม่..”

“ตรงนั้นเรียกว่าดาวหมีใหญ่ ข้ามองทีไรก็ไม่เห็นเหมือนหมีสักครา นั่นดาวหมีเล็กดวงที่สว่างที่สุดท่านเห็นไหม? นั่นเรียกว่าดาวเหนือ มันจะอยู่ทิศเหนือเสมอเช่นเดียวกับชื่อของมัน” นางชี้นิ้วบนท้องฟ้าไปตามตำแหน่งดวงดาวที่บอก 

เอินหมิงไม่บอกออกไปว่าที่เขาเคยได้ร่ำเรียนมา ไม่ได้เรียกชื่อดวงดาวแบบนั้น เขาวางโคมไฟลงข้างกายร่างสูงโปร่งยืนเคียงข้างเด็กหญิง นางสูงเท่าอกเขาแล้ว และดูท่าจะสูงไม่หยุด

"ส่วนข้าชื่อโบตั๋นน้อย ชื่อที่ท่านตั้งให้... ไพเราะมาก" ดวงหน้างามซึ้งหันข้างมาส่งยิ้มซาบซึ้งตรึงใจให้ชายหนุ่มข้างกาย

นัยน์ตาสองสีกะพริบถี่ๆ เขาไม่อาจละสายตาจากดวงหน้างดงามของเด็กหญิงได้เลย น่าประหลาดนักเพลานี้นางไม่เหมือนเด็กหญิงแม้แต่น้อย แววตาเยือกเย็นดุจน้ำนิ่งในทะเลสาบไม่อาจหยั่งถึงความลึกของมัน

เอินหมิงยิ้มบางให้ตัวเองพลางลอบถอนหายใจ คิ้วเข้มขมวดน้อยๆ แล้วคลายออก

"เพราะข้าเห็นลายสักดอกโบตั๋นของเจ้า เลยตั้งชื่อเจ้าว่าโบตั๋นน้อย"

หย่งชิ่งวางมือบนอก รู้สึกถึงหัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะ ดอกโบตั๋นเล็กลงเพราะกลีบดอกหายไปสามกลีบจากเก้ากลีบ เป็นเรื่องประหลาดแต่นางคร้านจะหาคำตอบ

“ไม่ว่าจะชื่ออะไร ข้าก็คือข้าไม่อาจเปลี่ยนเป็นใครอื่นได้ พี่หมิง..” หย่งชิ่งคุกเข่าลง “ข้าซาบซึ้งในบุญคุณของท่าน หากมีโอกาสไม่ว่าจะต้องลำบากบุกน้ำลุยไฟหรือต้องสละชีวิตเพื่อท่าน ข้าพร้อมยินดี” หย่งชิ่งก้มลงคำนับผู้มีพระคุณ

ชายหนุ่มรีบรั้งบ่าของนางไว้ เขาดึงตัวนางลุกขึ้นยืนอย่างทะนุถนอม มือใหญ่วางบนศีรษะของนางแล้วยีหัวอย่างเอ็นดู

“สิ่งที่ข้าทำลงไปมิเคยหวังสิ่งตอบแทน ได้เห็นเจ้าในเวลานี้ข้าดีใจยิ่ง คิดถูกแล้วที่ได้ช่วยเจ้าไว้” เอินหมิงไม่อยากคิดถึงภาพร่างไร้วิญญาณหากเขาทิ้งนางไว้ท่ามกลางศพเหล่านั้น หากเขาช้าไปอีกนิดเดียว เขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นความน่ารักสดใสของเด็กหญิงผู้นี้

“ขึ้นสวรรค์นั้นยาก พึ่งคนยิ่งยากกว่า ข้าโชคดีที่สุดแล้วที่ได้รู้จักกับท่าน”

รอยยิ้มไร้เดียงสาเพิ่มความเอ็นดูที่เขามีแก่เด็กน้อยมากขึ้น สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในความนึกคิดคือ

อย่าให้โบตั๋นน้อยจำอดีตได้เลย

“ข้าจะพาเจ้าไปดูหิ่งห้อย”

“ไปสิ... ข้าอยากจับดวงดาวด้วยมือตัวเอง” หย่งชิ่งแหงนมองเขา นัยน์ตาสะท้อนแสงจากโคมไฟดูระยิบระยับดุจดวงดาราบนท้องนภา

ดาวดวงน้อยกำลังอยู่ในมือของเขาต่างหาก ดวงหน้าหล่อเหลาก้มต่ำยิ้มกับผืนดิน เกี่ยวก้อยมือน้อยเดินไปในดงหิ่งห้อยด้วยกัน

 

เมืองเหอเสี่ยง พรรควิหคเพลิง

วันนี้เป็นวันครบการการตายของคุณชายห้าแห่งพรรควิหคเพลิง จากวันนั้นก็ครบสองปีแล้ว ทุกคนมากันพร้อมหน้า จุดธูปไหว้ป้ายวิญญาณที่อยู่หน้าสุด ควันธูปลอยขึ้นสูงราวกับกำลังส่งสารไปถึงดวงวิญญาณบนสรวงสวรรค์

คุณชายสามและคุณชายสี่ออกท่องทั่วยุทธภพ ในใจหวังจะได้ข่าวคราวของหย่งชิ่งไม่มากก็น้อย แต่งเติมความหวังให้แก่ทุกคน ผ่านมาสองปีทุกอย่างว่างเปล่า ราวกับไม่เคยมีเฉินหย่งชิ่งอยู่ในแผ่นดินแคว้นหู่มาก่อน คุณชายเฉินทั้งสี่ต่างอยู่เหมือนคนไร้หัวใจตั้งแต่น้องสาวจากไปจนถึงบัดนี้

อู่เฉิงเชียนก็ไม่พลาดที่จะมาร่วมในวันนี้เช่นกัน เขายืนนิ่งมองป้ายวิญญาณด้วยดวงตาแดงก่ำ เนินนานแล้วที่ไม่ได้พบหน้าชิ่งเอ๋อร์ และจำไม่ได้พบนางตลอดไป

ป้าบ!

ร่างสูงเพรียวของคุณชายอู่เซถลาไปข้างหน้า มือตบอย่างคุณชายใหญ่ช่วยคว้าคอเสื้อไว้ทันก่อนที่ใบหน้าสวยเกินบุรุษจะทิ่มบนพื้นหิน

บุรุษอันใด แข็งแกร่งนั่นรู้จักบ้างไหม แค่ดีดนิ้วก็กระเด็นไปไกลแล้ว เห็นรูปร่างสะโอดสะองแล้วระคายตา หากไม่เกรงใจท่านเจ้าเมืองอู่ซึ่งเป็นสหายของบิดาแล้วล่ะก็ แม้แต่ครึ่งก้าวก็ไม่มีทางเข้ามาในพรรควิหคเพลิงได้

“เป็นลูกผู้ชายน้ำตาเอ่อน้ำตาคลอแล้วจักปกป้องผู้ใดได้ จะถือว่าชิ่งเอ๋อร์ของข้าโชคดีกระมังที่ไม่ต้องแต่งให้คนอย่างเจ้า”

เฉิงเชียนปัดมือคนหาเรื่องอย่างไม่พอใจ ดวงตาเอ่อล้นน้ำตาเจียนจะหยดขึงใส่คุณชายใหญ่แห่งพรรควิหคเพลิงอย่างอาฆาต หลายปีมานี้เขาเริ่มมีจิตแข็งกล้าพอจะต่อกรกับคุณชายใหญ่ได้บ้างแล้ว ถึงไม่มีชิ่งเอ๋อร์คอยปรามคุณชายใหญ่เขาก็ไม่กลัว เพราะรู้ดีกว่าอีกฝ่ายแค่ยั่วแหย่ให้เขาโมโหเท่านั้น

“จะได้หรือไม่ได้แต่ถ้าชิ่งเอ๋อร์ยังอยู่ข้าก็จะปกป้องนางด้วยชีวิตของข้า มิให้ผู้ใดรังแกนางได้” เฉิงเชียนกลั้นใจเชิดหน้าน้อยๆ แสดงศักดิ์ศรีแห่งตน มิให้ผู้ใดมาหยามได้

“หึหึ น้ำหน้าอย่างเจ้าคงได้แต่เอาชีวิตไปทิ้งกระมัง เลิกมาที่นี่ได้แล้วพรรควิหคเพลิงกับเจ้าหาได้มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันไม่”

น้ำเสียงดูแคลนระคายหูผู้อื่นยิ่งนัก เหล่าคุณชายเฉินต่างหันมาสนใจวาทะระหว่างคุณชายใหญ่และคูรชายอู่กันถ้วนหน้า ในขณะที่ผู้อื่นต่างแยกย้ายกันไปหมดแล้ว

“คุณชายใหญ่ท่านช่างไร้เหตุผล ท่านพ่อของข้ากับท่านประมุขก็ยังไปมาหาสู่เป็นสหาย เหตุใดท่านจึงต้องกีดกันข้าไม่ให้พบแม้กระทั่งป้ายวิญญาณของชิ่งเอ๋อร์” ครานี้คุณชายอู่คอแข็งบ่าตั้งยืดอกผึ่งผายสาวเท้าเข้าไปใกล้คุณชายใหญ่อย่างไม่กลัวเกรง

ดูน่าขันและก็น่ารักในเวลาเดียวกัน

คุณชายใหญ่วัยยี่สิบสามปีซึ่งเป็นหนุ่มฉกรรจ์เต็มตัวทะเลาะกับ คุณชายอู่ที่อายุสิบเจ็ดปีเพิ่งย่างเข้าวัยหนุ่ม ดูอย่างไรก็เหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็ก

ใบหน้าคมเข้มของคุณชายใหญ่เคร่งขรึม เขาไม่ชอบหน้าสวยๆ ของคุณชายอู่เป็นอย่างมาก แค่เฉพาะหน้าคุณชายอู่ไม่เกี่ยวกับบุรุษที่หน้าสวยอย่างน้องสี่หรือผู้อื่น แค่คิดว่าชิ่งเอ๋อร์เคยหมั้นกับบุรุษอ่อนแอปวกเปียกเช่นนี้ก็รู้สึกหงุดหงิดหัวใจแล้ว

“ก็เพราะ...” คุณชายใหญ่ขมวดคิ้ว อันที่จริงชิ่งเอ๋อร์ก็ไม่อยู่แล้ว จะบอกว่าเขาหวงป้ายวิญญาณหรือก็ฟังน่าหัวร่อไปหน่อยกระมัง หรือจะตอบว่าไม่ชอบขี้หน้าก็จะเผยนิสัยอันธพาลหาเรื่องให้ขายขี้หน้า

“เพราะ...” คุณชายใหญ่ยังหาเหตุผลไม่ได้ อื้อๆ อ้าๆ อยู่ในลำคอ

“หากท่านหาเหตุผลไม่ได้ข้าก็จะมาเคารพป้ายวิญญาณชิ่งเอ๋อร์ทุกเดือนอย่างที่เคยเป็นมา ท่านอย่าหวังว่าจะห้ามข้าได้เลย ข้ารักชิ่งเอ๋อร์ต่อให้ตายไปแล้วนางก็เป็นของข้า” เฉิงเชียนทำฝีปากกล้าทั้งที่ใจหดเหลือเพียงนิดเดียว แต่เขาไม่มีทางยอมทิ้งชิ่งเอ๋อร์เพียงเพราะหวาดเกรงคุณชายใหญ่เป็นอันขาด

“เจ้า... เจ้า” คุณชายใหญ่ชี้หน้าคนปากสามหาว “เจ้ามันชักจะเอาใหญ่แล้ว ถือว่าเป็นบุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมืองแล้วข้าจะไม่กล้าจัดการหรืออย่างไร”

คุณชายใหญ่ดึงกระบี่ออกมาพาดบนบ่าคุณชายอยู่ด้วยความเร็วเพียงแค่พริบตา ในขณะที่คุณชายเฉินที่เหลือยืนกอดอกกระดิกเท้าดูละครโรงใหญ่กันอย่างสนุกสนาน

“ท่าจะฆ่าข้าก็ได้ ข้าจะได้ไปอยู่กับชิ่งเอ๋อร์ครองรักกับนางบนสวรรค์”

“โธ่เว้ย! ไอ้คุณชายตัวเท่าลูกหมาริอ่านอยากมีเมีย น้ำหน้าอย่างเจ้ารอดตายไปถึงวัยสวมหมวกก็บุญรักษาแล้ว อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกนะ ครั้งหน้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”

กระบี่ถูกเก็บเข้าฝักกระแทกกระทั้น คุณชายใหญ่หัวฟัดหัวเหวี่ยงเดินลงเท้าหนักๆ จากไป

“ข้าขอลาก่อน” คุณชายอู่กล่าวลาสั้นๆ แล้วเดินจากไปอีกคน หากสังเกตดีๆ จะเห็นขาสั่นเทาของเจ้าตัวที่เดินอย่างไม่มั่นคงนัก

คุณชายเฉินทั้งสามมองหน้ากันไปมา

“จ่ายข้ามาสามตำลึง วันนี้ถือว่าคุณชายอู่ชนะ” คุณชายสามแบมือกระดิกนิ้วไปทางคุณชายรอง

ก้อนเงินวางแหมะบนมือคุณชายสาม

“จะไปไหนเจ้าสี่ สิบตำลึงสิบอีแปะจ่ายมาเสียดีๆ อย่าเบี้ยว”

“แต่ข้าพนันแค่สามตำลึง” คุณชายสี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกคว้าคอเสื้อไว้มั่น

พี่รองมือไวชะมัด!

“เจ้าค้างข้าเมื่อปลายปีที่แล้วก่อนออกไปท่องยุทธภพของเจ้าสามตำลึง ข้าคิดดอกเบี้ยกันเองมากสี่ตำลึงสิบอีแปะ ทั้งต้นทั้งดอกเบ็ดเสร็จเจ็ดตำลึงสิบอีแปะ รวมกับของใหม่อีกสามตำลึง รวมแล้วสิบตำลึงสิบอีแปะ ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นน้องเล็กข้าจะลดให้หนึ่งอีแปะ จ่ายมา!

“ลดให้ตั้งหนึ่งอีแปะ ข้าล่ะซาบซึ้งซะไม่มี” คุณชายสี่บ่นปากแบะล้วงก้อนตำลึงทองหนึ่งก้อนวางบนมือคุณชายรอง

“ข้าไม่ทอนนะ” คุณชายรองบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ก็ไม่คิดว่าจะได้อยู่แล้ว” คุณชายสี่เบ้หน้าใส่

ทุกคนมุ่งไปทางโถงใหญ่เพื่อรับประทานข้าวกันอย่างพร้อมหน้า

 

สมุดสเก็ตภาพถูกพลิกไปทีละหน้าอย่างเบามือ คุณชายเฉินสี่พี่น้องต่างรุมหัวกันมุงอยู่ด้านหลังมารดาที่กำลังเปิดดูภาพในนั้นอย่างทะนุถนอม ส่วนหย่งเป่าผู้เป็นบิดานั่งจิบชาอยู่ใกล้ๆ หลายครั้งเมื่อทุกคนมารวมตัวกัน การเปิดภาพวาดฝีมือหย่งชิ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำทุกครั้งไปโดยปริยาย

บางภาพเป็นสถานที่ก่อสร้างแปลกประหลาดที่พวกเขาไม่เคยพบพาน บ้างเป็นรูปผู้คนเสมือนจริงน่าตื่นตะลึง ไม่ก็สัญลักษณ์แปลกตา สุสานหุ่นปั้น แต่ภาพสุดท้ายในนั้นทำให้ทุกคนครุ่นคิดไปต่างๆ นานา

มารดาหยิบผ้าเช็ดหน้าในอกเสื้อมาซับน้ำตา

รูปของจักรพรรดิองค์ปัจจุบันที่วาดเฉพาะใบหน้าและภาพเต็มตัวในฉลองพระองค์ปักลายมังกรงามสง่าสมพระเกียรติ ภาพที่ดูเหมือนจริงทุกประการเก็บรายละเอียดเล็กน้อยแม้กระทั่งลายน้ำบนผ้า

หย่งชิ่งตั้งใจวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์เพื่อให้มารดาได้เห็นองค์จักรพรรดิที่เหมือนพระองค์จริงมากที่สุด ใต้ภาพเขียนคำพูดที่พระองค์ตรัสกับนางทุกถ้อยคำไม่มีผิดเพี้ยนแม้เพียงครึ่งคำ ทำให้มารดารู้เหตุการณ์ในวันที่หย่งชิ่งเข้าเฝ้า

หลินจื่อผิง หรือในอดีตคือองค์หญิงเซี่ยเมี่ยวผิงเข้าใจความคิดขององค์จักรพรรดิเป็นอย่างดี ทั้งยังซาบซึ้งในน้ำพระทัยที่พระองค์ยังระลึกถึงนางได้ทั้งที่เห็นเพียงผ้าเช็ดหน้าที่นางจงใจให้หย่งชิ่งพกไปด้วย นางทำเพื่อหย่งชิ่ง บุตรสาวยังเล็กนักอาจไม่รู้ความไปล่วงเกินผู้อื่นเข้า โดยเฉพาะกับฝ่าบาท เผื่อว่า... เผื่อว่าพระองค์ได้เห็นผ้าเช็ดหน้าซึ่งบ่งบอกฐานะของหย่งชิ่งได้ฝ่าบาทจะได้ละเว้นให้อภัยหลาน

คาดไม่ถึงว่าหย่งชิ่งกลับต้องตายด้วยน้ำมือผู้อื่น เมื่อสืบสาวไปกลับมีเพียงความมืดดำ ทุกคนที่เกี่ยวข้องล้วนถูกฆ่าตายอย่างอนาถและโหดเหี้ยม ผู้บงการคงมิใช่สามัญธรรมดาจึงกระทำอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

ไม่คิดว่าหลังจากหย่งชิ่งตาย ฝ่าบาททรงได้ส่งสารลับมาถึงนาง พร้อมกับป้ายหยกประจำตำแหน่งพระขนิษฐาเมี่ยวผิง

 

เมื่อถึงเวลาอันควร ผู้ใดทำกับเจ้าและครอบครัว เราจักให้เจ้าได้เห็นพวกมันถูกห้าม้าแยกร่างตายอย่างทรมานตกไปตามกัน

ผิงเอ๋อร์จงรับป้ายหยกและนำหลานของเรากลับมาเมื่อเจ้าพร้อม

 

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าที่นางมิอาจรับไว้ได้

ขุนนางชั่วผู้นั้นทำร้ายนางยังไม่พอ กลับวางแผนทำร้ายบุตรตัวน้อยของนางอย่างไร้เมตตา

สาเหตุที่นางต้องออกจากวัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงยุแยงของคนผู้นั้นที่ละโมบในอำนาจวาสนาไม่เกรงกลัวฟ้าดิน วางแผนชั่วใช้นางเพื่อก้าวขึ้นไปสู่อำนาจสูงสุดในแผ่นดิน เมื่อนางหนีออกมาทำให้เสด็จพี่สามารถก้าวขึ้นครองบัลลังก์มังกรได้อย่างราบรื่น

ระหว่างที่ออกมาจากวัง นางเกือบถูกฆ่าตายหลายครั้ง แต่หย่งเป่าช่วยนางจนรอดพ้นเงื้อมมือเสนาบดีโหยวมาได้ บัดนี้มันเป็นถึงอัครเสนาบดีแล้ว นับวันยิ่งเหิมเกริมไม่เกรงกลัวผู้ใด อีกไม่ช้ามันต้องกำเริบเสิบสานแย่งชิงบัลลังก์เป็นแน่

เสด็จพี่กำลังรอมันผู้นั้นลงมือ เพื่อจะได้ลงโทษสถานหนักถอนรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นให้หมดสิ้น

“สองปีมานี้ไม่มีข่าวคราวใดๆ ของชิ่งเอ๋อร์เลย พวกเราควรตัดใจได้แล้วกระมัง” บิดากล่าวแล้วทอดถอนหายใจ วางมือหยาบกร้านบนมือบอบบางของภรรยาบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ

ทุกคนนิ่งเงียบเหมือนยอมรับความสิ้นหวัง สองปีมานี้ทุกคนและพรรควิหคเพลิงพยายามอย่างหนักในการตามหาหย่งชิ่ง แต่ไม่มีหวังอันใดให้จิตใจอันห่อเหี่ยวแห้งแล้งได้ชุ่มชื่นหัวใจ หรือจะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อคนที่ยังเหลืออยู่

“เจ้าสามเจ้าหยุดได้หรือยัง?” หย่งเป่าถามบุตรชาย

คุณชายสามเฉินหย่งฝู ก้มหน้าน้อยๆ ซ่อนรอยน้ำตา เวลาสองปียังน้อยไปสำหรับเขา

“เจ้าใหญ่ เจ้ารอง เจ้าสาม เจ้าสี่ พ่อกับแม่อยากอุ้มหลานแล้ว อย่างน้อยที่นี่จะได้มีเสียงหัวเราะเหมือนเก่าก่อนบ้าง ไม่คิดจะทำให้พ่อกับแม่ของเจ้าสมหวังบ้างรึ?”

ทั้งสี่มองหน้ากันก่อนกลุ่มจะค่อยๆ แตกกระจายไปคนละทิศละทาง

“ข้าต้องไปสืบข่าวรับเงินมาแล้วด้วย พบกันเดือนหน้านะท่านพ่อท่านแม่ ข้าลาล่ะ” คุณชายใหญ่ไหวตัวทันเป็นคนแรกแล้วรีบใช้วิชาตัวเบาเหินข้ามกำแพงอย่างรีบร้อน

ที่เหลือทั้งสามต่างมองหน้าคน คนที่สมควรแต่งเมียเอาใจบิดามารดาหนีเอาตัวรอดไปเสียแล้ว แววตาคาดหวังจึงตกมาที่คุณชายรอง

“เอ่อ... ข้า...” คุณชายรองพ่นลมหายใจ หันซ้ายหันขวาขอความช่วยเหลือจากน้องชายทั้งสอง แต่เหมือนพบทางตันเมื่อทั้งคู่ต่างเมินใส่เขา

นอกจากชิ่งเอ๋อร์แล้ว ผู้หญิงทุกคนในสายตาพวกเขาน่ารำคาญทั้งนั้น!

หากคิดดูแล้วในบรรดาพี่น้องคุณชายรองมักอยู่ติดบ้าน ทั้งยังมีเวลาเหลือเฟือจะหาเมียสักคนมาเป็นลูกสะใภ้ช่วยกิจการร้านเงินให้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น

“บุตรีของเถ้าแก่ซุนก็เข้าวัยปักปิ่นพอดี ข้าจะส่งแม่สื่อไปทาบทามให้เจ้าดีเห็นว่าอย่างไร” มารดาเป็นผู้เอ่ยปากด้วยตัวเอง ดวงตาคู่งามจับจ้องบนใบหน้าหล่อเหลาของบุตรชายแน่วนิ่งเอาจริงเอาจังจนรู้สึกได้

คุณหนูซุนนั่นนะ! ให้แต่งงานกับนางเขาขออยู่คนเดียวไปทั้งชาติดีกว่า

“ท่านพ่อท่านแม่ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจะไปดูทำเลขยายกิจการร้านเงินในเมืองเฉิงกงแดนใต้ บัดนี้บ้านเมืองสงบสุข ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลเข้าไปทำมาหากิน หากข้าไปเปิดร้านเงินจะดีไม่น้อย อย่างไรข้าค่อยมาให้คำตอบท่านแม่แล้วกันนะ ข้าลาล่ะ” คุณชายรองเร่งฝีเท้าออกจากโถงใหญ่

คุณชายสามและคุณชายสี่เหลือบตามองกัน

คุณชายสามรีบออกตัวก่อนเพื่อจะได้ไม่เสียบเปรียบน้องชาย

“ท่านแม่ข้ายังไม่ตัดใจจากน้องเล็ก ข้าจะออกตามหาชิ่งเอ๋อร์ไม่พบไม่เลิกรา ข้าขอตัวแล้ว” คุณชายสามประสานมือคารวะผู้บังเกิดเกล้า เดินก้มหน้างุดผิดปกติจากไป

คุณชายสี่กลอกตา

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านก็รู้ว่าข้าไม่ถูกกับพวกผู้หญิง ให้ข้าแต่งงานเหมือนส่งไปตายชัดๆ มีหญิงใดบ้างงดงามกว่าข้า สติปัญญาล้ำเลิศกว่าข้า นิสัยดีกว่าข้า ถ้าท่านแม่หาได้เราค่อยมาคุยกัน ข้าไม่กวนพวกท่านแล้ว” คุณชายสี่ยังแสดงความเอาแต่ใจได้คงเส้นคงวาไม่เคยเปลี่ยนแปลง

เมื่อเสียงฝีเท้าคุณชายสี่จากไป เหลือเพียงบุพการีทั้งสองที่ได้แต่มองตากันปริบๆ ส่ายหน้าให้กัน แล้วเมื่อไรพวกเขาจะได้อุ้มหลานสักที

 

ในอุทยานหลวงแคว้นเสอ

บริเวณลานโล่งส่วนหนึ่งถูกจัดไว้สำหรับเป็นที่ฝึกยุทธ์ของท่านแม่ทัพ ลดทอนความงดงามของอุทยานหลวงไปหลายส่วน แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากทักท้วง เพราะเกรงศีรษะจะมิได้อยู่บนบ่า

เสียงโลหะกวัดแกว่งแหวกอากาศ อาภรณ์ของเงาร่างหนึ่งโบกสะบัดพลิ้วไปทั่วบริเวณกว้างร่ายรำเพลงทวนด้วยพลังยุทธ์แกร่งกล้า พลิกโผนโจนทะยานรวดเร็วประหนึ่งสายลม แกร่งกล้าดุจหินผา น่าประหวั่นพรั่นพรึงในกลิ่นอายจิตสังหารอันเข้มข้นลึกล้ำ

ทันใดนั้นเองสายร่างหนึ่งไม่ทราบที่มา แทงกระบี่เข้าใส่แม่ทัพหนุ่มอย่างไม่ให้เขาตั้งตัว แต่ถูกทวนสะกัดไว้อย่างทันท่วงที ทั้งสองประมือกัน เพลงทวนแข็งแกร่งห้าวหาญ เพลงกระบี่เฉียบขาดทรงพลัง เพียงไม่ถึงยี่สิบกระบวนท่าผู้ถือกระบี่ก็เป็นฝ่ายปราชัย

องค์รัชทายาทเก็บกระบี่เข้าฝัก ใช้แขนเสื้อซับเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนที่นางกำนัลจะนำผ้าอุ่นมาให้เขาใช้เช็ดเหงื่อ

อ๋องน้อยส่งทวนให้ทหารรับใช้ แล้วเดินตามองค์รัชทายาทไปนั่งที่ม้าหิน

ดวงตาแห่งความห่วงใยมองร่างสูงใหญ่ของสหายสนิท อีกทั้งยังเป็นญาติใกล้ชิดอย่างพิจารณา

สองปีมานี้เหวินหรงแทบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากเคยแค่สวมหน้ากากเย็นชาต่อหน้าผู้อื่น บัดนี้เขากลายเป็นภูเขาหินลูกหนึ่ง ทั้งเย็นชากระด้างและโหดเหี้ยมไร้ปรานี

แผนการรบที่เคยเป็นระเบียบรอบคอบ ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นกับตาคือความเฉียบขาดร้ายกาจไม่มีคำว่าละเว้นต่อผู้คิดร้ายบ้านเมือง ไม่มีเชลยศึกมีแต่ซากศพเท่านั้น!

 

"ขาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"

"หายดีแล้ว" เหวินหรงตอบห้วนๆ รินน้ำชาแล้วยกจอดดื่มรวดเดียวด้วยความกระหาย

"การเดินเหินเล่า"

"คล่องแคล่วดี เจ้าก็เห็นมิใช่หรือ?"

ใบหน้าขององค์รัชทายาทกำลังครุ่นคิด

"เมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากเจ้ากลับมาจากปราบปรามกองกำลังพวกอำนาจเก่าแคว้นเสอ เมื่อลงจากหลังอาชาเจ้าเดินกะเผลกเล็กน้อย"

เหวินหรงวางจอกชาบนโต๊ะ คาดไม่ถึงว่าองค์รัชทายาทสังเกตถึงเพียงนั้น เขามักจะเดินกะเผลกขาซ้ายก็ต่อเมื่อ อยู่ในอาการเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด เพราะความเจ็บปวดบริเวณแผลที่ต้นขาซ้ายยากจะทนทาน แต่น้อยคนนักที่จะได้เห็น

"มิใช่เรื่องใหญ่ ข้าหายดีแล้ว" ใบหน้าขรึมจัดยากจะเดาอารมณ์ แม่ทัพใหญ่ทำเสมือนไม่รู้สึกรู้สาอันใด

องค์รัชทายาทพยักหน้าเข้าใจ เหวินหรงพยายามปิดบังความอ่อนแอทุกอย่างมิให้ผู้อื่นล่วงรู้ หลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ช่วงเวลาสองเดือนระหว่างรักษาตัว เขาไม่เคยเห็นเหวินหรงเป็นเช่นนั้นมาก่อน หมดความนับถือในตัวเอง โศกเศร้าไม่กินไม่นอน บาดแผลจึงหายช้ามาก แต่เหมือนจะคิดได้ เพราะเมื่อเวลาล่วงเลยผ่าน เหวินหรงผู้อ่อนแอคนนั้น กลับกลายเป็นเหวินหรงผู้เย็นชาไร้หัวใจคนนี้

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าสงสัยว่าส่งนางกำนัลไปให้เจ้ามากมาย แต่เจ้าก็ปฏิเสธทุกครั้ง มีอันใดที่พวกนางขัดใจเจ้าทำไมไม่บอก หรือเจ้านิยมบุรุษมากกว่าสตรี”

ถูกกระเซ้าถึงเพียงนี้ ท่านแม่ทัพใหญ่ยังทำหน้าตายได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

“หรือเจ้ามีหญิงในดวงใจแล้ว”

ครานี้ดวงหน้าแข็งกระด้างเผือดสีไปวูบหนึ่ง จอกชาวางบนโต๊ะแรงจนแตกเป็นผุยผง นัยน์ตาแข็งกร้าวถลึงใส่องค์รัชทายาทเหลียงหรง

“ไม่ใช่เรื่องของเจ้าห่วงตัวเองก่อนเถิด จะจัดการอย่างไรกับบุตรีของเหล่าข้าราชบริพารที่ส่งเข้าวังหลวงทุกวัน” พวกประจบสอพลออยากใช้สตรีไต่เต้าขึ้นสู่ขุมทรัพย์แห่งอำนาจมีอยู่ทุกที่

แคว้นเสอเปลี่ยนชื่อเป็นแคว้นหู่ใต้แล้ว แต่ผู้คนส่วนมากยังติดปากเรียกแคว้นเสอ เนื่องจากในสมัยจักรพรรดิองค์ก่อนเป็นทรราชใช้อำนาจข่มเหงรังแกราษฎร เมื่อถูกแคว้นหู่เข้ายึดครองประชาราษฎร์ต่างแซ่ซ้องต้อนรับผู้ครองแคว้นคนใหม่ มีเพียงพวกอำนาจเก่าที่แสดงความไม่พอใจ บ้างหลบเร้นซ่องสุมกำลัง บ้างแสร้งยอมสวามิภักดิ์แต่ก่อคลื่นใต้น้ำอยู่เนืองๆ

“ยกให้เจ้าสิง่ายที่สุด”

“ข้าไม่รับ” เหวินหรงลุกขึ้นยืนเอามือไพล่หลังเหม่อมองไปยังเป้ายิงธนู เหมือนไม่ต้องการสนทนากับองค์รัชทายาทแล้ว เป็นการไร้มารยาทต่อองค์รัชทายาท แต่แม่ทัพใหญ่หรือจะสนใจ

“นอกจากเรื่องรบแล้ว เจ้านี่พึ่งพาอันใดไม่ได้สักอย่าง” น้ำเสียงประชดประชันออกจากปากที่มักจะเจรจาพาทีอ่อนหวาน เมื่ออยู่กับสหายสนิท เหลียงหรงไม่เคยแสแสร้าง “อ้อ.. เจ้าจะกลับแคว้นหู่เลยไหม?"

"ฝ่าบาทมีราชโองการมาแล้วรึ?" เหวินหรงหันกลับมาทางรัชทายาททันที ขยับตัวอย่างกระตือรือร้น แคว้นเสอสงบเกินไป หรือต่อให้มีสงครามก็ไม่น่าสนใจแม้แต่น้อย พวกอ่อนหัดทั้งนั้น

อีกอย่างเหวินหรงยังมีเรื่องที่อยากทำอยู่สองสามอย่าง มือหยาบกำหมัดแน่นเมื่อคิดถึงสิ่งที่ต้องทำ

“ตอนนี้เสด็จพ่อส่งคนแทรกซึมเข้าไปในกองกำลังลับของอัครเสนาบดีแล้ว น่าเสียดายที่มันขี้ขลาดยังมิกล้าลงมือสักที”

“ยื้อไปยื้อมาเช่นนี้ทางเราตึงเครียดไปฝ่ายเดียวเปล่าๆ ปลี้ๆ สู้กำจัดไปเลยไม่ดีกว่าหรือ”

“ถ้าเป็นข้าคงกำจัดไปนานแล้ว แต่เจ้าอย่าลืมว่ามันสร้างสมสมัครพรรคพวกไว้มาก หากประหารโดยไม่มีหลักฐานแน่นหนาพวกของมันต้องปลุกระดมประชาชนลุกฮือกันต่อต้านเสด็จพ่อเป็นแน่ ท่านไม่ต้องการให้เลือดของชาวหู่นองแผ่นดิน”

“เรื่องนั้นข้าเห็นด้วย”

เหวินหรงพอทราบรายชื่อเหล่าขุนนางที่หนุนหลังอัครเสนาบดีโหยว แล้วยังมีรายชื่อที่เขาไม่รู้อีกเท่าใด แต่ถ้ามีหลักฐานชัดแจ้งคนที่หนุนหลังต้องไม่กล้ายืนมือเข้ามาแน่ เพราะลำพังข้อหากบฎก็ถูกลงโทษประหารเก้าชั่วโคตรแล้ว ถ้าใช้ข้อหาอื่นพวกที่เหลืออาจใช้การประหารขุนนางชั่วไปสู่การนองเลือดของคนในแผ่นดิน

“เสด็จพ่ออยากให้เจ้าไปช่วยดูแลชายแดนเหนือ เหมือนจะมีการเคลื่อนไหวของแคว้นเป้าจื่อ หากเจ้าไปประจำอยู่ที่นั่นแคว้นเป้าจื่ออาจล้มเลิกความคิด”

“แล้วเจ้าล่ะ ฝ่าบาททรงให้ทำอย่างไร?”

“ข้ากลับแคว้นหู่แล้วส่งอัครเสนาบดีโหยวมาปกครองแทน”

“เจ้าว่าอะไรนะ!” เหวินหรงอุทาน

“เจ้าฟังไม่ผิดหรอก ส่งอัครเสนาบดีโหยวมาปกครองแทน”

“ฝ่าบาททรงคิดอะไรอยู่ นี่เป็นการติดปีกให้ขุนนางชั่วผู้นั้นเชียวนะ”

“ข้ามิอาจหยั่งถึงจิตใจของเสด็จพ่อได้เช่นกัน หวังเพียงเสด็จพ่อจะไม่วางหมากผิดทำให้ผลพลิกทั้งกระดาน”

เหวินหรงเม้มปากสีหน้าไม่พอใจชัดเจน “เห็นทีข้าต้องซ่อนหมากบางตัวไว้ที่นี่เสียแล้ว”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น” เหลียงหรงอือออเห็นด้วย

“มีเวลาอีกสักเท่าไร?”

“สองเดือน”

เหวินหรงหรี่ตาแคบ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวไม่น่ามองแม้แต่น้อย

“ข้าจะเตรียมการต้อนรับอัครเสนาบดีโหยวไว้ที่นี่เอง!

 

 

14/06/2558

 

เรื่องนี้ไม่มีวายนะคะ

ดูปากนิชชาค่ะ ไม่มีวายนะคะ ไม่มีจริงๆ ค่ะ ไม่มี้ ไม่มี

วันนี้ไปวัดมาค่ะ ได้เลขเด็ดมาด้วยงวดนี้ว่าจะซื้อสักคู่ จะได้มีค่าขนมเลี้ยงเด็กๆ แถวบ้าน

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2243 มีมี่ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 23:13
    ไรรรรท์ เค้าขอคู่ พี่ใหญ่-คุณชายอู่

    และพี่สี่กับผั...เออ..สามีสักคนได้ปะ

    แบบว่าเค้าอยากได้มากกกกก
    #2,243
    0
  2. #2152 Whatever it is (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 21:26
    แต้ก็จิ้นอยู่นะ 555
    #2,152
    0
  3. #2139 จอมเวทย์ที่ถูกลืม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 15:59
    ไม่วายก็ขอให้ได้จิ้นเถอะค่ะ ความฟินมันมีอยู่ในหัวใจ อิอิ ชูป้ายไฟ พี่ใหญ่รุก คุณชายอู่รับ
    #2,139
    0
  4. #2121 เมมฟิส (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 23:24
    ไม่วายเหรอค่ะ แต่ทำไมพี่ใหญ่กัยพี่เฉิงเชียนแล้วยิ่งจิ้น

    อยากให้ชิ่งเอ๋อร์กลับมาไวๆ สงสารท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ๆรวมทั้งเหวินหรงมากๆ และอยากให่ชิ่งเอ๋อร์เลิกเข้าใจผิดเหวินหรงด้วย ไม่เอาดราม่าที่นางเอกเข้าใจพระเอกผิดโกรคแค้นพระเอกและทำร้ายร่างกายและจิตใจพระเอกน่ะค่ะไรท์

    ขอให้ชิ่งเอ๋อร์รู้ความจริงไวๆ เลิกเข้าใจเหวินหรงผิด ศึกษาการแพทย์จนเก่งจะได้มารักษาขาของเหวินหรงให้หายดี และครอบครัวชิ่งเอ๋อร์กลับมามีความสุขอีกครั้ง

    และอย่าให้องค์จักรพรรดิเสียทีอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายเลยน่ะค่ะ ขอให้องค์จักรพรรดิและองค์รัชทายาทปลอดภัยจากคนเลวน๊า
    #2,121
    0
  5. #2029 TeruTeru (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 08:54
    เมื่อคืนอ่านจนตีสาม
    ไม่ได้อ่านติดลมนานแล้วแหละ
    เช้ามายังแอบมาอู้งานอ่านอีกนิด
    #2,029
    0
  6. #2003 เบียคุจัง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 03:05
    สงสารพี่ทั้งหลายยิ่งนักโดยเฉพาะพี่สาม ชิ่งโผล่มาซะทีเถอะนะ
    #2,003
    0
  7. #1633 Marius Yo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 23:44
    อ๊ากกกก น้องอู่กับพี่มหญือย่ามีซัมติงอะไรมากกว่านี้ ถึงเราเป็นสาววาย แต่พี่ใหญ่เป็นข้อยกเว้นน๊าาาาT^T
    #1,633
    0
  8. #1474 KillerKill (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 13:02
    แอบจิ้นไปนิดนึงแล้วแหละ ฮิๆ
    #1,474
    0
  9. #935 pream_oak (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 19:12
    มาดับความหวังเราทำไม อุตส่าห์แอบจิ้นเงียบๆแล้ว
    #935
    0
  10. #934 Sel2aMOon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 18:46
    คือจะบอกว่าแอบจิ้นพี่ใหญ่ชายอู่นี่มาตั้งแต่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกละ พอมาตอนนี้ยิ่งชัดเจน 555555 // โอ้ยเอ็นดูวอีพี่สี่ที่ซู้ดดดดด อ่านท่อนนั้นแล้วขำพรืด งดงามเท่าข้า นิสัย"ดี"เท่าข้า โอ้ยยยยย
    #934
    0
  11. #732 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 03:58
    ไม่มีจริงอ่ะ วายน่ะ สักคู่เถอะ พี่ใหญ่กับชายอู๋นับวันยิ่งเคมีเข้ากัน ไหนๆชายอู๋ก็ต้องอกหักอยู่แล้ว พี่ใหญ่ก็ดีเกินกว่าจะยกหญิงที่ไหนไม่รู้ให้ เอาชายอู๋เถอะ (เชียร์หนักมาก) กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ตอนเถียงกันนี่ทำเอาหัวใจฟูฟ่องเลยค่าาาา จากเครียดๆจากตอนก่อนๆนี่ หายเป็นปลิดทิ้ง สักคู่เถอะ มันมุ้งมิ้งมาก แงงงงง


    เราหวั่นไหว โฮรรรรร
    #732
    0
  12. #666 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 10:50
    ไรท์เตอร์คะ..ตัวแอนท์เองไม่ใช่คนคลั่งเรื่องตัวเลข.......ว่าแต่ได้เลขอะไรมาคะ??? 555

    #666
    0
  13. #653 poptit (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 22:54
    ไม่ทันแล้วค่ะไรท์ มันจิ้นไปแล้วอ่ะ 555
    #653
    0
  14. #651 RBoKuc (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 22:26
    มาต่อน้าาา
    #651
    0
  15. #650 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 21:00
    คนแต่งบอกไม่มีวาย
    แต่ไมเราจิ้นได้ทุกทีสินะ
    #650
    0
  16. #649 centaurs (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 20:26
    ขอบคุณที่เขียนนิยายสนุกๆให้อ่าน
    #649
    0
  17. #648 pippin_pie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 19:46
    อยากได้ฉากหวานๆ จังค่ะ 😚
    #648
    0
  18. #647 The Faith (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 19:36
    #จ้องปากไรท์ 
    โอเค ชัดเจนมากค่ะ5555555  

    #647
    0
  19. #646 Riordan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 19:35
    รอพี่น้องเจอกัน
    #646
    0
  20. #645 Pair p. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 19:26
    อุ้ย..แหม.. ไม่วายหรอกหรอ.. //เก็บหางสีม่วงๆ แต่ก็ยังเหล่มองคนคู่หนึ่งด้วยสายตาลึกลับ ลึกล้ำ
    #645
    0
  21. #644 yuechan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 18:47
    แหม ไม่วายหรอ อิอิ 

    เฮียแกคงโทษตัวเองสินะ ดีๆ ให้สมกับความแค้นของชิ่งเอ๋อหน่อย
    #644
    0
  22. #643 K'S. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 18:44
    เมื่อไรพี่น้องจะเจอกันนนนน.......รอค่ะรอ
    #643
    0
  23. #642 ตาตี่แล้วงัย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 18:20
    รอติดตามต่อ เมื่อไหร่จะได้เจอกันนะ >w<
    #642
    0
  24. #641 littledevil (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 18:16
    ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีวายหรอกนะ แต่ไรท์ย้ำจังอ่ะ เราเลยไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ เอาคุณชายอู่ไปเก็บเต๊อะ อ่อนซะขนาดนั้น นางเอกยังเก่งกว่าเลย ปล่อยให้เป็นตัวก่อกวนต่อไป~ 555
    #641
    0
  25. #640 แสนฤทัย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 18:05
    ไม่วายจริงนะ แต่จิ้นได้ใช่ม่ะ คุณชายใหญ่กะคุณชายอู๋อ่ะ คิกๆ เมื่อไหร่จะมีคนพบโบตั๋นน้อยซักที.. - -"
    #640
    0