ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 14 : บทที่ 14 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    10 ต.ค. 58


แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ กดที่รูปเลยค่ะ







บทที่ 14

 

อากาศอบอุ่นคล้ายจะเข้าสู่วสันตฤดูแล้ว รถม้าสองขบวนผ่านด่านประตูเมืองออกมาอย่างง่ายดาย

เกิงกงกงนำรับสั่งจากองค์จักรพรรดิมาบอกหย่งชิ่งในวันรุ่งขึ้น นางเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ อยากจะขอเข้าเฝ้า เพื่อขอบพระทัยฝ่าบาท แต่ใจหนึ่งก็เกรงว่าฝ่าบาทจะเปลี่ยนใจจนนางไม่ได้ออกจากวังหลวง จึงไม่ได้เอ่ยลาเพียงแต่ฝากจดหมายลาไปกับเกิงกงกงเท่านั้น ท่านอ๋องน้อยช่วยพาพี่สามและนางมาส่งที่โรงเตี๊ยมสาขาของพรรควิหคเพลิง หลังจากนั้นสองสัปดาห์พี่สามหายเป็นปกติจึงได้ออกเดินทางกลับเหอเสี่ยง พร้อมกับผู้คุ้มกันสิบคนซึ่งเป็นคนของพรรควิหคเพลิง

หลังจากออกมาจากวังหลวง ก็มีข่าวเรื่ององค์หญิงเจ็ดถูกศรขององครักษ์ซึ่งกำลังฝึกยิงเป้าเคลื่อนที่เข้าที่ท้องอาการสาหัส

เมื่อได้ข่าวนี้นางรู้สึกแปลกใจมาก องครักษ์จะประมาทเลินเล่อเพียงนั้นเทียวหรือ ไม่น่าจะยิงธนูสุ่มสี่สุ่มห้าไปถูกองค์หญิงเจ็ดได้ เรื่องนี้ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่นางก็เพียงฟังผ่านๆ มิได้ใส่ใจ

อย่างไรเสียนางก็เป็นแค่สามัญชนธรรมดาผู้หนึ่ง ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวังหลวงแล้ว รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด

หย่งชิ่งนอนหนุนตักพี่สามอยู่ในรถม้า เปิดม่านหน้าต่างรับกลิ่นอายของหมู่มวลพฤกษา ต้นไม้สูงเริ่มผลิดอกออกใบเพิ่มสีเขียวให้แก่ป่านอกเมือง รถม้าเคลื่อนไปข้างหน้าไม่เร็วไม่ช้า ผ่านทิวทัศน์บ้านเรือนที่เริ่มบางตาและเข้าสู่เขตป่าในที่สุด

ริมฝีปากเล็กฮัมทำนองเพลงบ้านเกิดอย่างเพลิดเพลิน

"ดูเจ้ามีความสุขเหลือเกินนะชิ่งเอ๋อร์" พี่สามชะโงกหน้าหล่อๆ ของเขามาจ้องนางเขม็ง

หย่งชิ่งยกมือแตะใบหน้าพี่ชาย พี่สามซูบเซียวลงไปมาก ระหว่างทางกลับบ้านนางคงต้องขุนพี่สามให้มีน้ำมีนวลสักหน่อยไม่อย่างนั้นท่านแม่คงตกใจแย่

"แล้วท่านไม่มีความสุขหรือ เราจะได้กลับบ้านกันแล้ว ข้าจะได้กลับไปนอนหนุนตักท่านแม่ออดอ้อนให้หนำใจ" ดวงหน้าเล็กฉีกยิ้มตาปิดเหมือนแป๊ะยิ้ม

นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้มผมที่หลุดรุ่ยบดบังดวงหน้าของนาง

คุณชายสามเผลอยิ้มตามน้องน้อยไปด้วย ยามหย่งชิ่งมีความสุขก็เหมือนพาให้โลกทั้งใบสว่างไสว เวลาสองเดือนช่างยาวนานเหมือนสองปี เขารู้ดีว่าหย่งชิ่งกดดันเพียงใดยามอยู่ในวังหลวง ออกมาได้ก็ดีแล้ว

ดีแล้ว ดีแล้ว... ดีแล้วจริงๆ

"แล้วเมื่อคืนใครกันที่ลุกขึ้นมานั่งร้องไห้กลางดึก"

"ก็ข้าฝันร้ายนี่นา เมื่อคืนในความฝันมันเหมือนจริงมาก เหมือนจริงกว่าทุกครั้ง บัดนี้ข้ายังรู้สึกกลัวอยู่เลย" แววตาคู่งามถูกความกลัวบดบังไม่พราวใสเช่นเมื่อครู่

ดวงหน้าปริศนาอันเลือนลางชะโงกมาดูชัญญาในวัยสิบขวบที่กำลังสิ้นลม ความเจ็บปวดของร่างกายไม่เท่าเจ็บปวดที่ใจ นางลุกขึ้นมาร้องไห้แม้แต่ตอนที่พี่สามเข้ามาปลุกปลอบนางก็ยังไม่ตื่นจากฝันร้าย

"เจ้าเลยขนผู้คุ้มกันมานับสิบอย่างนั้นสินะ" พี่สามใช้น้ำเสียงหยอกเย้าไม่จริงจังอันใด

หย่งชิ่งลุกขึ้นนั่งทันที นางหันหลังไปคุ้ยหาขนมในห่อผ้าที่ซื้อมาจากเมืองหลวง หยิบขนมดอกกุ้ยฮวาใส่ปาก

"ใครบอกว่าข้าพาทุกคนมาเพราะข้ากลัว ท่านพี่เหล่านี้ล้วนมีญาติอยู่เหอเสี่ยง นานหลายปีแล้วที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมญาติ จึงถือโอกาสกลับไปพร้อมกับข้าต่างหาก" นางบอกเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่แท้ที่จริงในส่วนลึกนางหวาดกลัวเรื่องความฝันอยู่ไม่น้อย

"ข้าไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ดีแล้วเหมือนกันที่พาผู้คุ้มกันไปด้วย ฝ่าบาททรงพระราชทานสิ่งของมีค่าอีกทั้งเงินทองมากมาย ทำให้เจ้ากลายเป็นเศรษฐีตัวน้อยไปแล้ว มีผู้คุ้มกันไปด้วยจะได้อุ่นใจ"

"จริงด้วย ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท เพียงคิดว่ามีเพื่อนร่วมทางไปด้วยหลายคนก็สนุกดี"

หลังออกจากวังท่านอ๋องน้อยนำทรัพย์สินมีค่ามากมายมาให้นางถึงโรงเตี๊ยม บอกว่าองค์จักนพรรดิทรงพระราชทานให้เป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะหมากล้อมแห่งเมืองเหอเสี่ยง หย่งชิ่งรีบรับมาอย่างไม่อิดเอื้อน เพราะเกรงว่าจะเป็นการเสียน้ำใจหากไม่รับเอาไว้

กำไรนางแล้ว!

"กลับบ้านไปคราวนี้ เห็นที่ข้าต้องเคี่ยวเข็ญให้เจ้าตั้งใจเรียนเขียนอ่านมากขึ้น หนีมาเล่นสนุกเกือบสองเดือนป่านนี้วิชาความรู้กระเด็นหายไปหมดแล้วกระมัง"

หย่งชิ่งถึงกับขนมติดคอนางไอแค่กๆ คุณชายสามจึงหยิบถุงน้ำมาให้นางดื่ม นางค้อนพี่ชายทั้งที่รู้ว่าเขาแกล้งพูดแล่น

"ใครบอกพี่สามว่าข้าเล่นสนุกกันเล่า ท่านไม่เป็นข้าไม่รู้หรอกว่าเวลาอยู่ในวังข้าอึดอัดใจแค่ไหน"

"วันๆ ข้าเห็นเจ้าเอาแต่เล่นซนออกไปเที่ยวตลาด ไม่ก็หลอกกินขนมจากท่านอ๋องน้อย ว่าไปแล้วท่านอ๋องน้อยมีบุญคุณกับพวกเราสองพี่น้องมาก จากมาครั้งนี้เจ้าไม่คิดถึงเขาบ้างเชียวหรือ?"

ทำไมจะไม่คิดถึง... หย่งชิ่งหน้าหมองลงทันควัน ไม่รู้ว่าจะมีวาสนาได้พบกันอีกครั้งหรือไม่ ยามจากกันนั้นง่ายยามพบกันนั้นยาก หากไร้ซึ่งวาสนาจนตายก็ไม่มีวันได้พบกันอีก

วันนี้รู้ทั้งรู้ว่านางจะเดินทางกลับ แต่ท่านอ๋องน้อยก็ไม่มาส่ง นางรู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ แต่ก็เข้าใจดีว่าตัวนางไม่ได้สลักสำคัญอันใด ถึงขนาดต้องให้ท่านอ๋องน้อยมาส่งด้วยตัวเอง

"คงต้องแล้วแต่บุญพาวาสนาส่ง"

"หึหึ ท่านอ๋องน้อยหย่งชิ่ง ข่าวว่าเจ้าต้องมีวาสนาแน่ เป็นถึงอ๋องน้อยแห่งผิงอ๋องไปแล้วนี่ จะไม่มีวาสนาได้อย่างไร?"

"พี่สามท่านล้อข้าเล่นอีกแล้ว ห้ามพูดเรื่องนี้กับท่านแม่เป็นอันขาด เกิดท่านแม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ท่านต้องไม่สบายใจอีกแน่ ขอให้การเข้าวังหลวงครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเถิด"

"เห็นด้วย! เจ้าเล่าแค่ตอนที่ออกหนีเที่ยวก็แล้วกัน ท่านแม่จะได้วางใจ ไม่คิดมาก"

อืม... เหมือนจะดีเนอะ

ขบวนเดินทางเข้าไปในป่าไม่นานรถม้าก็หยุดลง พี่สามเปิดม่านยื่นหน้าออกไปหน้ารถม้า

"ใกล้ค่ำแล้ว เราหาที่พักกันก่อนดีไหม" หลี่ฟางอี้หัวหน้าผู้คุ้มกันลงจากหลังม้ามาแจ้งแก่คุณชายสาม

"ดีเลยพี่อี้ข้าเริ่มหิวแล้วด้วย" หย่งชิ่งบอกทั้งที่ปากยังเคี้ยวขนมไม่หยุด

"ในปากไม่ใช่ขนมหรอกหรือคุณชายห้า"

"โธ่... พี่อี้กินขนมก็ไม่เหมือนกินข้าว ประเดี๋ยวก็ไม่โตกันพอดี ข้าอยากโตเร็วๆ จะได้ออกมาช่วยงานท่านพ่อ"

"ใกล้ๆ นี้มีลำธาร เหมาะแก่การพักค้างแรม เดี๋ยวข้าจะจับปลาให้เจ้ากินนะชิ่งเอ๋อร์"

หย่งชิ่งประสานมือขอบคุณฟางอี้

“ลาภปากข้าแล้ว”

ทันใดนั้นเอง เงาร่างหลายสายกระโดดข้ามรถม้าและเหล่าผู้คุ้มกันไปมา ซ้ำยังมีพวกที่หลบซ่อนอยู่หลังต้นไม้และโขดหินวิ่งกรูกันเข้ามา ชายชุดดำปิดบังใบหน้าจำนวนมืดฟ้ามัวดินโอบล้อมขบวนรถม้าทั้งสองคัน เสียงชักอาวุธเคร้งคร้างข่มขู่ด้วยท่าทีโหดเหี้ยมคุกคาม เหล่าสรรพสัตว์ได้กลิ่นอายจิตสังหารต่างหลบหนีชุลมุน หมู่นกกาบินหนีภัยพาลขึ้นบนท้องฟ้า เพียงชั่วพริบตารอบบริเวณกลับเงียบเชียบ

ผู้คุ้มกันทั้งสิบสองคนหยิบอาวุธออกมาตั้งท่าระแวดระวังพร้อมรับมือ ต่อให้หาญกล้าเพียงใดแต่ต้องอยู่ในวงล้อมของกลุ่มคนปริศนาแฝงกลิ่นอายเข่นฆ่า ผู้คุ้มกันยอดฝีมือต่างหน้าถอดสีด้วยกันทั้งนั้น หย่งชิ่งหยิบเฮยหลงเทียนแล้วกระโดดออกมานอกรถมาพร้อมกับคุณชายสาม

"มีทรัพย์สินเท่าใดส่งมาให้หมด" พวกมันแจ้งจุดประสงค์

โจรป่า! ขนมาเยอะถึงเพียงนี้ แน่ใจหรือว่ามาปล้นทรัพย์มิใช่เพื่อจุดประสงค์อย่างอื่น

ดวงตาทุกคู่ของชายชุดดำจ้องไปที่หย่งชิ่ง นางถึงกับขนคอลุกตั้งชัน ดูจากแววตาและจิตสังหารของพวกมันแล้ว น่าจะเป็นนักฆ่ามากกว่าโจรป่า

คุณชายสามก้าวไปข้างหน้าบอกกับพวกมัน

"อยากได้ทรัพย์สินก็เอาไป แต่อย่าทำร้ายผู้ใด" เขาพยายามเจรจาอย่างสันติ

"พวกข้าต้องการทั้งทรัพย์สินและชีวิตของพวกเจ้า พวกเราจัดการเด็ดหัวมันมาให้ได้"

หนึ่งในนั้นสั่งการ ก่อนที่เงาร่างหลายสายกลุ้มรุมเข้ามาอย่างรวดเร็ว กระบี่สี่เล่มพุ่งใส่หย่งชิ่งหมายชีวิต ดีที่ผู้คุ้มกันช่วยปัดไว้ได้ทัน คุณชายสามดึงตัวหย่งชิ่งไปหลบข้างหลัง ชักกระบี่รับมือชายชุดดำที่มีมากจนน่ากลัวว่าจะไม่อาจต้านทานพวกมันไว้ได้

พวกมันล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ เพลงกระบี่ดุดันเฉียบขาดหมายสังหารเอาชีวิต ทุกกระบี่พุ่งเป้าไปที่คุณชายสามและหย่งชิ่ง แม้วรยุทธคุณชายสามจะไม่ธรรมดาแต่ต้องต่อกรกับนักฆ่ายั้วเยี้ยกอรปกับเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ เพียงไม่นานเขาก็พลาดพลั้งได้แผลฉกรรจ์บนร่างหลายแห่ง

"ชิ่งเอ๋อร์เจ้ารีบหนีไปก่อน" คุณชายสามสั่ง เขาแทบรับมือพวกมันไม่อยู่แล้ว วรยุทธของผู้คุ้มกันไม่ใช่ด้อยเลยแต่พวกมันมีมากอีกทั้งฝีมือยุทธ์สูงส่ง ผู้คุ้มกันหลายคนถูกปลิดชีพราวกับใบไม้ร่วงนอนตายเกลื่อนบนพื้น

"จะหนีหรืออยู่ก็ตายเหมือนกัน สู้ข้าตายเป็นเพื่อนท่านไม่ดีกว่าหรือ"

"หนีไป! เจ้าอาจมีทางรอด"

หย่งชิ่งชักเฮยหลงเทียนออกจากฝัก ตวัดกระบี่ใส่ชายชุดดำที่พุ่งเข้าใส่นาง เพลงกระบี่ที่ใช้ไม่ใช่แค่ป้องกันตัวแต่หมายเอาชีวิต นางเพิ่งเข้าใจประโยค เราไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา อย่างลึกซึ้งก็เวลานี้เอง

หนีอย่างนั้นหรือ? หย่งชิ่งกวาดตามองเหล่านักฆ่าที่ดาหน้ากันเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวความตายคนแล้วคนเล่า แค่เดินฝ่าออกไปได้สองก้าวก็เก่งแล้ว นางเห็นกระบี่เล่มหนึ่งที่พวกมันถือจึงพอจะเดาจุดประสงค์ของพวกมันได้ กระบี่เล่มนั้นเป็นขององครักษ์ในวัง พวกนี้เป็นคนจากราชสำนัก

ไม่ได้ต้องการปล้นทรัพย์สินแต่ต้องการชีวิตของนางต่างหาก!

"ดูท่าแล้วทั้งข้าและท่านคือจุดประสงค์ของพวกมัน ไม่เป็นไรดอกชาตินี้ข้าเกิดมาได้อยู่กับพวกท่านนับว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว"

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเพราะการเดินทางมาวังหลวงในครั้งนี้ ไม่ว่านางกระทำสิ่งใดให้ผู้มีอำนาจในพระราชสำนักโกรธเคือง พวกเขาเหล่านั้นกำลังสังหารผู้คนบริสุทธิ์อย่างไร้เหตุผล และไม่น่าให้อภัย

นี่สินะจุดจบวัยสิบขวบของนางที่หวาดกลัวมานานหลายเดือน รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากของเด็กหญิง หย่งชิงกวัดแกว่งเฮยหลงเทียนอย่างกล้าหาญไร้ซึ่งความเกรงกลัว กระบี่และใจรวมเป็นหนึ่งเดียว รู้สึกถึงลมปราณทั้งหมดภายในร่างกายถูกถ่ายทอดไปสู่กระบี่เพียงจุดเดียว เสริมพลังให้ทุกการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไว เหล่าชายชุดดำไม่คาดคิดว่าคุณชายตัวน้อยจะมีวรยุทธแข็งแกร่งสามารถรับมือพวกมันและปลิดชีพมือสังหารบางคนได้อย่างไม่ยากเย็น

เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องในป่าที่กำลังถูกม่านราตรีเข้าปกคลุม ผู้คุ้มกันถูกฆ่าตายไปทีละคน ทุกหย่อมหญ้าปกคลุมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน และกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เวลานี้เหลือเพียงฟางอี้ คุณชายสาม และหย่งชิ่ง ทั้งสามตกอยู่ในวงล้อมของชายชุดดำซึ่งถูกฆ่าตายไปนับไม่ถ้วนแต่ก็ยังไม่ลดจำนวนลงไปเลยแม้แต่น้อย

ทั้งสามมองตากันรู้แล้วว่าจุดจบของพวกเขาจะมาถึงในอีกไม่ช้า

"สู้แค่ตายเท่านั้น" คุณชายสามประกาศกร้าว เลือดไหลเข้าตาบนร่างกายได้รับบาดแผลหลายแห่ง เขาจับมือน้อยของหย่งชิ่งไว้ ถ้าตายก็ต้องตายด้วยกัน

"พี่อี้ พวกข้าขอโทษที่ทำให้พวกท่านต้องมารับเคราะห์ไปด้วย” หย่งชิ่งส่งสายตาลุแก่โทษไปยังฟางอี้

“ครั้งหนึ่งได้เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตาย ข้าไม่คิดเสียดาย หากครานี้รอดไปได้ ข้าขอสาบานเป็นพี่น้องกับพวกท่าน”

“ได้! เป็นพี่น้องกันตลอดไป” หย่งชิ่งรับคำ

ทั้งสามพยายามฝ่าวงล้อมออกไป พวกมันเข้ากำจัดคุณชายสามที่มีวรยุทธสูงและแข็งแกร่งกว่าทุกคน หย่งชิ่งเห็นท่าไม่ดีจึงยื่นมือเข้าไปช่วย ทันใดนั้นนางถูกระชากตัวอย่างรุนแรงก่อนที่จะรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่อกซ้ายของนาง

กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งตรงมาหานาง ปลายกระบี่เย็นเฉียบทิ่มลึกสู่กลางอก เลือดในกายพลันเย็นเฉียบเมื่อได้เห็นใบหน้าของชายชุดดำเจ้าของกระบี่

ก่อนตะวันจะลาลับขอบฟ้า แสงสีส้มแดงฉาบบนใบหน้าเจ้าของกระบี่อย่างชัดเจน ดวงตาคมซึ้งเบิกโพลงรู้สึกเจ็บในอกจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

เหวินหรงจ้องนางด้วยนัยน์ตาเหยี่ยวแข็งกร้าวดุจมัจจุราช เขาดึงกระบี่ออกจากอกหย่งชิ่งเลือดพุ่งกระเด็นถูกใบหน้าคมเข้ม จากนั้นก็สะบั้นปลายกระบี่บาดบนลำคอปลิดชีพผู้คนด้วยดาบเดียว

นัยน์ตาคู่งามปิดลง...

สิ้นแล้ว... เฉินหย่งชิ่ง

“อ้ากกกก”

เหวินหรงเชือดคอหอยมือสังหารชุดดำที่ดึงตัวหย่งชิ่งมารับกระบี่ของเขาอย่างขี้ขลาด เขารับร่างน้อยไว้ในอ้อมแขน แล้วจ้วงกระบี่ใส่อกมือสังหารผู้นั้นครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเคียดแค้น123

ท่านอ๋องน้อยประมือกับชายชุดดำ โดยที่ยังกอดร่างของหย่งชิ่งไว้ในอ้อมแขน พวกมันรุมเข้ามาเหมือนฝูงแร้ง ทั้งกระบี่ดาบแส้รุกไล่เข้ามาไม่หยุด เขาใช้ร่างกายตัวเองปกป้องเด็กน้อยจนถูกแทงเข้าที่ขา เขาตอบแทนด้วยการฟันคอมันผู้นั้นขาดกระเด็น ขาซ้ายใช้ไม่ได้แล้ว เขากัดฟันดึงสัญญาณไฟจากรองเท้า ยิงขึ้นฟ้าเพื่อส่งสัญญาณให้กับองครักษ์ที่ตามมาเร่งฝีเท้า

เหวินหรงถูกต้อนมาใกล้กับเนินสูง ชายชุดดำยังสลับกันดาหน้าเข้ามาไม่หยุด สองแขนเริ่มอ่อนล้าแต่เขาไม่มีทางปล่อยหย่งชิ่งไปเป็นอันขาด บาดแผลน้อยใหญ่บนร่างกายทำให้เหวินหรงเสียเลือดไปมาก เขาถูกซัดฝ่ามือใส่จนกระเด็นตกเนินเตี้ยๆ ไป ร่างน้อยพลัดหลุดจากอ้อมแขน

เสียงฝีเท้าม้าดังเข้ามาใกล้ องครักษ์ห้าสิบนายแห่งจวนผิงอ๋องที่ติดตามเหวินหรงมาติดๆ เข้าปะทะกับมือสังหาร

เหวินหรงและองค์รัชทายาทเพิ่งทราบแผนการของอัครเสนาบดีโหยว จึงให้องครักษ์คู่กายกลับไปแจ้งขอกำลังมาช่วยหย่งชิ่ง ส่วนตัวเองรีบควบม้าตามหลังขบวนรถม้ามาติดๆ แต่ไม่ทันกาลเสียแล้ว

ร่างของหย่งชิ่งกระเด็นไปไกล อาภรณ์สีขาวที่นางชอบสวมเป็นประจำอาบไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ดวงหน้าซีดเผือดไร้ซึ่งสัญญาณชีวิต หัวใจของคนมองหนึบชาไปทั้งดวงคล้ายจะหยุดเต้น เหวินหรงดึงพลังเฮือกสุดท้ายคลานเข้าไปหาร่างน้อย ภายในใจร่ำร้องให้เด็กหญิงยังมีชีวิตอยู่ ขอร้องสวรรค์ ก้มกราบฟ้าดิน อย่าได้ใจร้ายพรากนางไปจากเขาเลย

อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ขาข้างหนึ่งหมดความรู้สึก แขนข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บจนขยับไม่ได้ ร่างสูงใหญ่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดกระเสือกระสนไปหาร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติง ทีละนิด... ทีละนิด... มือหยาบเปียกลื่นชุ่มเลือดคว้าป้ายทองอันเล็กที่นางพกติดกายตลอดเวลาไว้ได้ เขากำมันไว้แน่น น้ำตาหยดหนึ่งไหลซึมจากหางตา มือพยายามเอื้อมไปแตะปลายนิ้วเล็กๆ ตรงหน้า ยังไม่ทันที่เขาจะได้สัมผัสไออุ่นจากปลายนิ้วของนาง

โลกทั้งหมดก็ดับวูบกลายเป็นสีดำสนิทในทันที

 

"เด็กชายไม่หายใจแล้ว" องครักษ์ผู้หนึ่งรายงาน

"นำท่านอ๋องน้อยขึ้นรถม้าไปรักษาบาดแผลก่อน พาคนเจ็บที่ยังมีชีวิตอยู่ไปด้วย ส่วนศพที่เหลือเมื่อกลับไปถึงจวนท่านอ๋องแล้วค่อยส่งคนมาเก็บภายหลัง"

"ขอรับท่าน"

 

เจ็บปวดเหลือเกิน... บาดแผลที่อกยังไม่เจ็บเท่าหัวใจ เมื่อรู้ว่าใครคือคนที่คิดจะฆ่านาง

นัยน์ตาโหดร้ายคู่นั้นยังติดตรึงอยู่ในหัว ความเย็นของกระบี่ที่เสียดแทงเข้ามาในเลือดเนื้อทำลายสิ้นเยื่อใยที่นางเคยมีให้เขา หย่งชิ่งสะอื้นในอกเจ็บปวดไปถึงดวงวิญญาณ ผิดหวังเสียใจไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น ถ้าไม่รู้ก็จะไม่เจ็บถึงเพียงนี้

จำได้แล้ว... การตายอันเดียวดายอ้างว้างเช่นนี้ เมื่อชาติที่แล้วเขา... เขาผู้นั้นทิ้งนางให้ตายอย่างเลือดเย็น

เหตุใดจึงต้องจองล้างจองผลาญกันถึงขนาดนี้

หย่งชิงรู้สึกถึงวิญญาณที่กำลังหลุดจากร่าง แสงสีขาวเป็นประกายระยิบระยับจากฟากฟ้าส่องลงมากระทบตัวนาง ก่อนจะรู้สึกร้อนวาบที่อก รอยสักสีแดงรูปดอกโบตั๋นเก้ากลีบ ค่อยค่อยลางเลือนไปสามกลีบ เหลือเพียงหกกลีบเท่านั้น

ไม่เป็นไรตายไปก็ดีแล้ว ตายไปก็ไม่ต้องเจ็บปวดที่ใจเช่นนี้อีก

ไม่ต้องเจ็บปวด ไม่ต้องรัก ไม่ต้องจดจำ

ใช่ไม่ต้องรัก... นางจะลืมเขา ลืมให้หมด ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง

ลาก่อนเซี่ยเหวินหรง

ข้าเกลียดท่าน

ข้าเกลียดท่าน!

 

สิ้นตะวันยอแสงแรงล้า โลหิตดั่งธาราหลั่งไหล

วิญญาณดับสูญไร้เยื่อใย ส่งแขไขสู่สายน้ำมิหวนคืน

 

เหตุการณ์ปล้นรถม้าของพรรควิหคเพลิงถูกแพร่กระจายข่าวไปอย่างรวดเร็ว คุณชายใหญ่เฉินหย่งเล่อ และคุณชายสี่เฉินหย่งสือควบอาชาพันลี้แทบไม่หยุดพักไม่กินไม่นอนมาถึงเมืองหลวงภายในสิบวันนับตั้งแต่ได้ทราบข่าว

คุณชายสามถูกนำไปพักรักษาตัวที่จวนผิงอ๋องซึ่งมีกำลังทหารคุ้มกันแน่นหนา ป้องกันนักฆ่าหวนกลับมาทำร้ายซ้ำ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสรักษาตัวร่วมหนึ่งเดือนจึงจะเดินเหินได้

ส่วนท่านอ๋องน้อยบาดแผลอื่นไม่น่าเป็นห่วงเท่าบาดแผลที่ขาซ้าย อาจจะต้องใช้ไม้เท้าค้ำยัน หรือเดินกะเผลกไปตลอดชีวิต

เมื่อคุณชายใหญ่และคุณชายสี่ไปถึงจวนผิงอ๋อง ทั้งคุณชายสามและท่านอ๋องน้อยยังไม่สามารถลุกจากเตียงได้  พวกเขาได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากท่านอ๋องน้อยที่เล่าด้วยใบหน้าแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

เหวินหรงสารภาพว่าเขาพลั้งมือแทงหย่งชิ่งที่อกอย่างไม่ตั้งใจ หลังจากนั้นก็พลัดตกจากเนินและหมดสติไป

ไม่มีใครโทษท่านอ๋องน้อย เพราะแม้แต่ท่านอ๋องน้อยเองยังได้รับบาดเจ็บสาหัส อย่างน้อยยังรักษาชีวิตของคุณชายสามและฟางอี้ไว้ได้

วันนั้นองครักษ์พาท่านอ๋องน้อย คุณชายสาม และฟางอี้กลับมารักษาตัวก่อน โดยทิ้งร่างไร้วิญญาณของหย่งชิ่งไว้ในป่า เมื่อกลับไปอีกครั้งก็ไม่พบศพนางเสียแล้ว บริเวณนั้นใกล้แหล่งน้ำจึงมีรอยเท้าของสัตว์ใหญ่เป็นจำนวนมาก หลายคนจึงคิดว่าศพของหย่งชิ่งน่าจะถูกสัตว์ร้ายลากไปกินแล้ว

แต่พี่ชายทั้งสามคนและเหวินหรงยังไม่ทิ้งความหวัง ทั้งหมดเกณฑ์คนหลายร้อยเข้าไปค้นหาหย่งชิ่งในบริเวณนั้นอย่างละเอียดในรัศมียี่สิบลี้เป็นเวลาร่วมหนึ่งเดือน แต่กลับไม่พบแม้กระทั่งเส้นผมของนาง

พี่ชายทั้งสามเดินทางกลับเหอเสี่ยงด้วยหัวใจแตกสลาย

 

องค์จักรพรรดิเมื่อทราบข่าวของหย่งชิ่งทรงถึงกับหน้าซีดเผือด หากเขาไม่รับสั่งให้หลานตัวน้อยกลับบ้านได้ เรื่องทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น ทรงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เองแล้วให้ม้าเร็วแห่งกองพิราบทองนำส่งถึงมือหลินจื่อผิงมารดาของหลานผู้โชคร้าย และทรงมีราชโองการลับให้องค์รัชทายาทก่อนจะกลับไปปกครองแคว้นเสอต่ออีกสองปี

เมื่อจื่อผิงได้รับสารลับนางเก็บตัวเงียบในห้องเจ็ดวันเจ็ดคืน มีเพียงหย่งเป่าผู้เป็นสามีคอยดูแลไม่ห่างกาย

 

ท่านอ๋องน้อยเหวินหรงหลังจากรักษาตัวหายดีแล้วแต่ขาซ้ายยังต้องใช้ไม้เท้าค้ำยัน ขอองค์จักรพรรดิไปประจำแคว้นเสอ ฝ่าบาททรงประทานพระบราราชานุญาต

 

คุณชายเฉินทั้งสามกลับไปถึงพรรควิหคเพลิง คุณชายสามโขกหัวขออภัยท่านพ่อท่านแม่ที่ไม่สามารถดูแลหย่งชิ่งได้ ทำให้นางต้องตายจากไปไม่มีแม้กระทั่งศพให้ทำพิธี ไม่มีผู้ใดกล่าวโทษคุณชายสาม ทุกคนต่างกอดคอกันร้องไห้เมื่อรำลึกถึงความสดใสแห่งพรรควิหคเพลิงที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

คุณชายใหญ่ กลายเป็นปีศาจบ้างาน มุทำงานอย่างหนัก ส่วนใหญ่เน้นการทำงานนอกเมืองเหอเสี่ยงและกลับพรรควิหคเพลิงเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น

คุณชายรองเปิดสถานกุศลทำบุญให้แก่ผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของหย่งชิ่ง แต่ไม่เคยใจอ่อนกับลูกหนี้เหมือนที่หลายคนหวังไว้

คุณชายสามขอออกเดินทางเพื่อเรียนวิชาแพทย์เพิ่มเติม เขาไปจากพรรควิหคเพลิงในวันรุ่งขึ้น

คุณชายสี่ขอออกท่องยุทธภพเช่นกัน เขาไม่อาจอยู่รั้งในสถานที่ที่มีแต่ความทรงจำของหย่งชิ่ง

คุณชายอู่เฉิงเชียนผู้เป็นคู่หมั้นประกาศจะแต่งกายไว้ทุกข์สามปีโดยไม่บอกสาเหตุแก่ผู้อื่น และแวะไปเคารพป้ายวิญญาณของหย่งชิ่งทุกเดือน

คฤหาสน์พรรควิหคเพลิง ไร้ซึ่งเสียงพิณพิลึกพิลั่น ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะสนุกสนาน

ไร้ซึ่งหัวใจ...

 

อากาศขมุกขมัวในช่วงสายของวัน กลิ่นเมฆฝนวนเวียนจนรู้สึกถึงอากาศอุ่นชื้น ต้นไม้ชูช่ออ่อนรอรับสายฝนอันชุ่มฉ่ำที่กำลังจะโปรยปรายลงมาทั่วผืนแผ่นดิน

กลิ่นของธรรมชาติ กลิ่นดิน กลิ่นบุปผากลางไพรกรุ่นอวลชื่นใจ

เม็ดฝนหยดลงมาบนใบไม้เขียวชอุ่ม

แปะ แปะ แปะ เสียงเม็ดฝนตกกระทบหลังคา

ต้นข้าวไหวเอนไปตามลมฝนราวกับกำลังเริงระบำต้นรับสายฝนฉ่ำเย็น เหล่าสรรพสัตว์กระโดดโลดเต้นรับสายฝนที่กำลังหอบความอุดมสมบูรณ์มาสู่สิ่งมีชีวิต

ร่างที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกถึงละอองฝอยที่ถูกสายลมหอบพัดเข้ามา เสียงปิดหน้าต่างดังขึ้น ฝีเท้าหนึ่งดังเข้ามาใกล้ ตามด้วยฝีเท้าแผ่วเบาวิ่งถี่ๆ แล้วกระแทกตึงเข้ากับข้างเตียง

“ท่านพ่อเมื่อไรพี่คนนี้จะตื่นมาเล่นกับข้าเสียที” เสียงเล็กของเด็กหญิงวัยสามขวบดังอยู่ใกล้หู

แววตาอ่อนโยนทอดมองร่างบนเตียงแล้วหันไปบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ดังไปกว่าเสียงฝนข้างนอกนัก

“อีกไม่นานแล้ว”

“ท่านพ่อก็บอกแบบนี้ทุกครั้ง ไหนว่าเก็บพี่สาวคนนี้ให้มาเล่นกับข้า”

“ก็เจ้าทำตัวไม่น่ารักอย่างไรเล่า พี่สาวผู้นี้จึงไม่ตื่นสักที”

เด็กหญิงที่นั่งห้อยขากว้างบนเตียงรีบหุบขาเข้าหากัน วางมือบนตักแผ่นหลังยืดตรง ใบหน้ากลมแก้มยุ้ยเชิดคางขึ้นเล็กน้อย

“ข้าเป็นเด็กดี อีกไม่นานพี่สาวต้องตื่นขึ้นมาแน่ๆ”

“ไปกินข้าวเถิด เดี๋ยวข้าจะได้มาป้อนยาทำแผลให้พี่สาวของเจ้า”

เสียงฝีเท้าห่างออกไป นัยน์ตาคู่งามค่อยๆ เผยอเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วปิดลงอีกครั้ง

 

ฝนยังตกพรำๆ แต่ไม่หนักเหมือนเมื่อครู่แล้ว

เว่ยเอินหมิงประคองถาดถ้วยยาและน้ำแกงเข้ามาในห้อง เขาวางถาดบนโต๊ะแล้วไปเปิดหน้าต่างรับแสงสว่างก่อนจะเดินไปนั่งขอบเตียง วางมือบนศีรษะเล็กๆ

"โบตั๋นน้อย เมื่อไรเจ้าจะฟื้นเสียทีหากหลับอยู่เช่นนี้จะไม่เป็นการดีต่อร่างกายของเจ้านะ"

น้ำเสียงอาทรปลุกคนบนเตียงขึ้นมาอีกครั้งทั้งที่ไม่อยากลืมตาตื่นเลย

"ข้าชื่อโบตั๋นหรือ ไม่เห็นจะจำได้" เสียงที่เปล่งออกมาแหบและเบา จนฟังแทบไม่ได้ยิน

"เจ้าฟื้นแล้ว!" เอินหมิงอุทานอย่างตื่นเต้น

หย่งชิ่งพยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง รู้สึกปวดร้าวไปทั้งอกหายใจลำบาก นางพยายามขยับตัวลุกขึ้นแต่กลับถูกกดบ่าทั้งสองข้างให้นอนอยู่เช่นเดิม

"อย่าเพิ่งขยับตัว แผลเจ้ายังไม่สมานเข้าหากันเลย รอดตายมาได้ก็เรียกว่าปาฏิหาริย์แล้ว" เขาบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

หย่งชิ่งพยายามปรับดวงตาที่พร่ามัวด้วยการกะพริบตาหลายครั้ง คนที่นั่งข้างกายหันหลังให้แสงดวงหน้าอยู่ในเงามืด นางมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัดนักแต่ดูจากรูปร่างลักษณะและน้ำเสียงแล้วน่าจะอายุไม่เกินยี่สิบปี

"ข้าอยู่ที่ไหน แล้วทำไมถึงเจ็บในอกอย่างนี้"

"ตอนที่ข้าพบเจ้าครั้งแรก ข้านึกว่าเจ้าตายแล้วด้วยซ้ำ โบตั๋นน้อยนับว่าเจ้ายังมีวาสนาที่ข้าบังเอิญไปพบเจ้าพอดี"

"ข้าเกือบตายเลยหรือ" คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก นางผ่านช่วงเวลา เกือบตาย มาโดยที่จำอันใดไม่ได้เลย หย่งชิ่งปวดหัวจนต้องยกมือแตะบนหน้าผากที่มีผ้าพันไว้

“เจ้าอย่าซุกซนเชียว ข้าเพิ่งทำแผลที่ศีรษะให้เจ้าเสร็จเมื่อครู่ วันนั้นเจ้านอนขวางทางข้าไว้บริเวณรอบๆ นั้นข้าเห็นศพตายเกลื่อน เห็นว่าเจ้าเป็นเด็กเลยลองตรวจชีพจรเผื่อมีทางช่วยเหลือ ชีพจรเจ้าเต้นอ่อนมาก หากไม่ได้เรียนวิชาแพทย์ข้าคงคิดว่าเจ้าตายไปแล้ว ข้ากลัวว่าจะมีคนร้ายมาสมทบจึงได้อุ้มเจ้าออกมาจากที่นั่น ใส่รถม้ามารักษาในหอโอสถตะวันตกแห่งนี้" เอินหมิงจับมือน้อยวางไว้ข้างตัว แล้วช่วยประคองนางให้นั่งพิงเพื่อจะป้อนยาได้สะดวกขึ้น

หย่งชิ่งนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกเจ็บกลางอก นางผ่านอะไรมาบ้าง? เกิดอะไรขึ้นกันแน่

"ขอบคุณท่านมาก"

"ข้าชื่อเว่ยเอินหมิง เจ้าเรียกข้าว่าพี่หมิงก็ได้"

"พี่หมิง... พอข้าเรียกท่านว่าพี่ มันรู้สึกว่าข้าต้องเคยมีพี่ชายแน่ๆ มันคุ้นปาก ติดอยู่ที่ปลายลิ้นอย่างบอกไม่ถูก" หย่งชิ่งพึมพำกับตัวเองมากกว่าเป็นการพูดกับเขา

"อ้าว นี่เจ้าจำไม่ได้เลยหรือว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ข้ากำลังอยากจะถามเจ้าพอดี"

หย่งชิ่งส่ายหัวเล็กน้อย แล้วก็รู้สึกปวดคอขึ้นมาทันใด อันที่จริงเรียกว่าร่างกายของนางปวดระบมไปทั้งตัว เมื่อมองตามร่างกายพบกว่ามีผ้าพันไว้เกือบทุกแห่ง มือและแขนขาเล็กผอมซูบ ใครกันที่กล้าทำร้ายเด็กอย่างนางจนแทบเอาชีวิตไม่รอด?

"ก็สมควรที่เจ้าจะความจำเสื่อม ศีรษะเป็นแผลได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง อีกทั้งเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เป็นข้าข้าก็คงไม่อยากจดจำสิ่งใด"

"ข้าความจำเสื่อม..." เด็กหญิงถามอย่างเลื่อนลอย

จำไม่ได้ หรือไม่อยากจำ?

"เหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์บอกไว้ เจ้าตื่นขึ้นมาเจ้าอาจจะจำอะไรไม่ได้ชั่วคราวหรือถาวรก็แล้วแต่ เจ้าโชคดีมากที่อาจารย์ของข้ายอมรักษาเจ้าจนหายดี"

"อาจารย์ของท่านเป็นใครกัน?"

"ที่นี่เป็นที่เร้นกายของเทพโอสถ น้อยนักที่จะมีคนรู้จักสถานที่แห่งนี้ วันที่พบเจ้าข้าเพิ่งออกจากเมืองหลวง จึงได้พบเจ้ากลางทางพอดี นับว่ามีวาสนาต่อกัน"

“แสดงว่าข้าอยู่ที่เมืองหลวงซิ่งหลง” ชื่อเมืองหลวงและภาพอาคารบ้านเรือนลอยเข้ามาในหัวปากจึงเผลอพูดชื่อเมืองหลวงออกมาเอง

"อย่าเพิ่งถามอะไรเลย เจ้ารู้สึกตัวก็ดีแล้ว หลายวันมานี้ข้าป้อนยาและน้ำแกงให้เจ้าลำบากอยู่บ้าง บางครั้งเจ้าก็ไม่ได้สติ บางครั้งก็พอมีสติสามารถกินดื่มได้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าสามารถพูดคุยรู้เรื่อง ดื่มน้ำแกงแล้วก็ยานี้เสียก่อน"

หย่งชิ่งยอมทำตามอย่างว่าง่าย นางไม่มีแรงแม้กระทั่งยกแขนขึ้น เอินหมิงช่วยป้อนน้ำแกงอุ่นให้นางบอกว่าอีกสักครู่จะต้มข้าวโรยเกลือมาให้นางกินอีก สิ่งที่ยากเย็นสุดคงเป็นการดื่มยาขม เมื่อดื่มเข้าไปแล้วน้ำตากลับไหลหยดเผาะราวกับนางกำลังโศกเศร้าอย่างมาก

“เจ้าเกลียดยาขมมากเลยหรือ ครั้งหน้าข้าจะหยดน้ำผึ้งให้เจ้าสักหน่อยจะได้ไม่ขมมาก”

ขนตาเรียงเป็นแผงเปียกชุ่มหย่งชิ่งสะอื้นในอก ทำไมถึงร้องไห้นางก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ความคิดถึง ความเสียใจ ความปวดร้าว รุมเร้าจนยากจะหยุดน้ำตาไว้ได้

“ท่านพ่อท่านแกล้งพี่สาวของข้าได้อย่างไร?” เสียงเล็กพร้อมกับเสียงฝีเท้าดังขึ้น ร่างอ้วนกลมชนตึงที่ข้างเตียงแล้วกระโดดขึ้นมาใช้แขนเสื้อช่วยซับน้ำตาให้พี่สาวที่นางเฝ้ามองมาหลายวัน

พี่สาวคนงามฟื้นแล้วนางจะมีเพื่อนเล่นไม่ต้องเล่นกับท่านตาแก่ๆ ที่วิ่งไล่นางไม่ทันสักที

“ระวังหน่อยเสี่ยวเหยา ประเดี๋ยวจะถูกแผลของโบตั๋นน้อย”

เว่ยฉินเหยาขยับตัวห่างออกมา เด็กน้อยยิ้มตาหยีใส่พี่สาวอวดฟันขาวสะอาดบ่งบอกว่าได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แก้มกลมยุ้ยตัวอวบกลมดูท่าจะกินเก่ง ทำผมทรงซาลาเปาสองข้างเหมาะกับใบหน้าน่ารัก

“พี่สาวข้าชื่อเสี่ยวเหยา แล้วท่านชื่ออะไร ท่านพ่อบอกว่าไม่รู้ชื่อท่านเลยตั้งให้เองว่าโบตั๋นเพราะท่านมีดอกโบตั๋นอยู่ที่อก”

ดอกโบตั๋น นักพรต.. ภาพหนึ่งวาบขึ้นในหัวแล้วก็หายไป

“ข้าจำชื่อตัวเองไม่ได้ เจ้าเรียกข้าว่าโบตั๋นนั่นแหละ เวลานี้ข้ายังลุกจากเตียงไม่ได้ แต่ถ้าข้าแข็งแรงแล้วข้าจะไปเล่นกับเจ้าดีไหม?”

“ดีๆๆๆ พี่โบตั๋นข้าจะช่วยท่านพ่อดูแลพี่นะ ท่านพ่อเป็นหมอที่เก่งที่สุดเลย พี่ต้องหายเจ็บป่วยในเร็ววันแน่”

เอินหมิงรวบตัวบุตรสาวมาอุ้ม แล้วหันไปเก็บถาดบนโต๊ะด้วยมืออีกข้าง

“เจ้านั่งรอไปก่อนประเดี๋ยวข้าจะเอาข้าวต้มมาให้ กินสักนิดสักหน่อยก็ยังดีให้เคยท้อง กินข้าวได้มากเท่าไรเจ้าก็จะแข็งแรงเร็วขึ้น”

“ขอบคุณพี่หมิง ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านมาก” หย่งชิ่งพยายามยกมือแสดงความขอบคุณเขาแต่ก็ยกไม่ขึ้น นางทำหน้าผิดหวัง

“บุญคุณอันใดกันเป็นเด็กเป็นเล็กแท้ๆ แค่รักษาตัวให้หายมาเล่นกับเสี่ยวเหยาก็พอ”

ผู้มีพระคุณหันเสี้ยวหน้าหน้าด้านหนึ่งมาทางนาง แสงจากภายนอกหน้าต่างกระทบบนใบหน้านั้นพอดี หย่งชิ่งจึงได้เห็นเครื่องหน้าของเขาชัดเจน สีผิวคล้ำเข้มเช่นคนกรำแดด ใบหน้าโดดเด่นด้วยดวงตาสีน้ำตาลอ่อนตัดกับคิ้วเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากอิ่มชวนมอง

"ท่านพ่อรองเท้าข้าหล่น"

เขาก้มลงเก็บรองเท้าให้และเสี่ยวเหยา เมื่อเงยหน้าขึ้นหย่งชิ่งจึงได้เห็นใบหน้าของเขาเต็มตา นัยน์ตาอีกข้างหนึ่งของเขาเป็นสีฟ้าอ่อน

ออดอาย Odd Eye หรือศัพท์ทางการแพทย์ก็คือ Heterochromia

โดยปกติสีของตาคนเราจะขึ้นอยู่กับปริมาณเม็ดสีเมลานินที่ม่านตา ถ้ามีมากก็สีออกน้ำตาล-ดำ ถ้ามีไม่มีเลยก็เป็นสีฟ้า

โดยปกติตาทั้งสองข้างจะสีเหมือนกัน แต่มีกรณีหนึ่งที่ตาทั้งสองข้างสีจะไม่เหมือนกัน ซึ่งก็คือ Heterochromia

อาการนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่โอกาสที่เกิดขึ้นมีน้อยมากๆ ประมาณ1ในล้านเลยก็ว่าได้

จู่ๆ ตัวหนังสือแปลกประหลาดก็ผุดขึ้นในหัว แล้วนางยังอ่านได้อย่างไม่ติดขัด มือน้อยยกมือแตะศีรษะอย่างไม่เข้าใจ หรือเป็นเพราะนางได้รับบาดเจ็บที่หัวเลยเกิดภาพแปลกๆ ขึ้น

นางไม่ต้องหันไปดูเสี่ยวเหยาด้วยซ้ำ ว่าเด็กน้อยมีดวงตาออดอายเหมือนบิดาหรือไม่ เพราะใบหน้าของเสี่ยวเหยาลอยขึ้นมาในหัวทันทีในแบบสามมิติด้วยซ้ำ เสี่ยวเหยามีดวงตาสีดำปกติ เค้าโครงหน้าต่างจากบิดาค่อนข้างมาก

เอินหมิงจ้องหย่งชิ่งกลับ เขาเห็นท่าทางของเด็กหญิงจึงตีความไปว่านางกำลังหวาดกลัว

"เจ้ากลัวข้า?" แววตาของเขาฉายความเสียใจออกมาให้เห็น แล้วถูกซ่อนเร้นโดยการเมินหน้าไปทางอื่น

"ทำไมข้าต้องกลัวท่านด้วย"

"ข้ามีดวงตาปีศาจ"

"ออดอายหาใช่ดวงตาปีศาจ เป็นเพียงความผิดปกติของเม็ดสีดวงตาเท่านั้น ท่านไม่รู้หรอกหรือ"

สีหน้าประหลาดใจผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา นางพูดอะไรแปลกๆ เด็กตัวแค่นี้รู้จักพูดปลอบใจผู้ใหญ่ น่ารักจริง

เขาเดินจากไปไม่พูดอะไรต่อ ไม่เสียแรงที่เขาทุ่มเทกายใจรักษาโบตั๋นน้อยทั้งวันทั้งคืน เพื่อช่วงชิงดวงวิญญาณของนางมาจากเงื้อมมือยมบาล เด็กผู้นี้นิสัยแปลกอยู่บ้างแต่ทำให้เขามิอาจละสายตาจากนางไปได้

 






















 

 

12/06/2558

 

ช่วงนี้นักเขียนเริ่มอืด (ไร้แรงถีบ) ถ้าเขียนได้อีกจะมาลงให้อ่านตอนค่ำนะคะ

วันพุธไปถ่ายรูปมาได้รูปน้องแมวนี่แหละจ้ะ ไปคาเฟ่แมวแถวบางแคมา แมวเยอะมาก น่ารักทุกตัวเลย

ขอบคุณกำลังใจจากทุกท่านนะคะ

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 




09/06/2558

 

ลงให้อ่านก่อนวันพุธค่ะ พอดีพรุ่งนี้นักเขียนจะออกไปถ่ายรูปสักหน่อยเดี๋ยวเลนส์ขึ้นรา

ถ้าได้ภาพสวยๆ จะมาลงให้ชมกันค่ะ

ทุเรียนอ่อนไม่ต้องส่งมานะคะเข็ดแล้ว (กก.ละ90เจอทุเรียนอ่อนเซ็งเลย) ขอแบบแก่กรอบนอกนุ่มใน (ใช่KFCเรอะ)

ชอบกดไลค์ใช่กดแชร์ (^O^)/

 

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 

 

 

08/06/2558

 

กดดันเล็กๆ เลยมาลงให้อ่านก่อน

ลงตัวอย่างให้อ่านถึงกับโกรธนักเขียนกันเลยหรือ T^T เสียใจ ถ้าเขียนไม่ดีก็ขอยอมรับ แต่ถ้าหมั่นไส้ปิดหน้านิยายอย่าอ่านเลยค่ะ คุณจะหงุดหงิดใจเปล่าๆ ไม่ได้ดราม่าอะไรนะคะ แค่บอกไว้

บางอย่างไม่ถูกใจก็ปิดไปเสียไม่เสียสุขภาพจิตด้วย

ส่วนนักเขียนเป็นเจ้าของบ้านค่ะ อะไรชอบหรือถูกใจก็อยากเก็บไว้ อะไรไม่สร้างสรรค์ประเทืองปัญญาก็ขอเก็บกวาดนะคะ

วันพุธจะมาอัปอีกครั้งค่ะ ระหว่างนี้มีแก้คำผิดได้โปรดอย่าหงุดหงิด การตรวจคำผิดเป็นหัวใจของนักเขียนนะคะ ส่วนหนึ่งในการพิจารณาต้นฉบับก็คือเรื่องคำผิด วรรคตอน การลำดับข้อความเรื่องราวนี่แหละค่ะ ไว้รอลงหลายตอนแล้วค่อยมาอ่านต่อก็ได้ค่ะ

 

 

亮林  เลี่ยงหลิน


ติดต่อสอบถาม อีเมล : lianglinwriter@gmail.com

Facebook https://www.facebook.com/profile.php?id=100009552997112

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2270 สายฝนสีเทา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 13:13
    อยากให้นางเอกกลับมาจำทุกอย่างได้อ่า ไม่ชอบเลยเวลามีบทความจำเสื่อม มันสงสารอ่าT-T
    #2,270
    0
  2. #2235 Kimiyoshi Ranna (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 00:14
    ไรเตอร์ใจร้ายย!! ร้องไห้มาสามตอนติดแล้วนะ!! ตอนนี้ร้องไห้หนักกว่าตอนอื่นอีก!!! แงงงงงง!!!!!
    #2,235
    0
  3. #2199 เก๊าลักน้อย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 23:42
    ร้องไห้แพ๊บ นางเอกต้องนึกว่าพระเอกร้านแง่มๆ
    #2,199
    0
  4. #2181 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 17:43
    นางเอกลืมไปหมดแล้ววว อ๋องน้อยไม่ได้ตั้งใจจะแทงแต่มันพลาด ไม่รู้ว่านางเอกจะจำได้มั้ย ตระกูลโหยวได้รับโทษอะไรบ้างรึเปล่าเนี่น สมควรฆ่า ๆ ๆ สงสารครอบครัวนางเอก เศร้ากันทุกคน
    #2,181
    0
  5. #2120 เมมฟิส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 22:43
    สงสารเหวินหรงมากๆ บาดเจ็บขนาดนั้น แล้วยังโดนชิ่งเอ๋อร์เข้าใจผิดอีก ไม่เอาแนวดราม่าน่ะค่ะ ไม่เอาๆ ให้เหวินหรงกลับมาเดินได้ปกติ ความจำชิ่งเอ๋อร์กลับมาไวๆ จะได้กลับไปปลอมใจท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ๆ รวมทั้งเลิกเข้าใจเหวินหรงผิด กลับมารักเหวินหรงเหมือนเดิมน่ะค่ะไรท์ อย่าทำร้ายรังแกพระเอก นางเอกน๊าไรท์จ๋า
    #2,120
    0
  6. #2002 เบียคุจัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 02:42
    สงสารอ๋องน้อยแล้วสิที่โดนเข้าใจผิด
    #2,002
    0
  7. #1888 หนังสือ+หนอนหนังสือ=..?.. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2558 / 20:42
    แมว แมว แมว แมว แมว! น่ารักอ่ะ

    ไม่อยากจะเชื่อ ทำไมตัวประกอบถึงชื่อเหมือนเราเลย ตอนแรกนึกว่าอ่านผิด แต่ไม่ใช่ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง แต่ที่แน่ๆ ทุกครั้งที่อ่านชื่อตัวละครนี้ก็แอบสะดุ้งนึกว่าเป็นตัวเองทุกที ดีนะที่เป็นแค่ตัวประกอบ มาแล้วก็ไป ไม่งั้นคงได้สะดุ้งทั้งเรื่อง อ่านไม่รู้เรื่องแน่ๆ 555

    บางทีคนที่ทำร้ายเรามากที่สุด กลับเป็นความคิดของตัวเราเอง เฮ้อ~

    แต่...ยังไงก็ สู้ๆ นะค่ะ

    ปล. ชอบออดอายอ่ะ อ่านตอนแรกนึกว่า อ๊อดแอ๊ด เกี่ยวไหม?...ช่างเถอะ 5555

    #1,888
    0
  8. #1299 examiner (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 18:51
    ฮือออ  ทำไมต้องมามุกนี้ด้วย นางเอกเข้าใจว่าประเอกฆ่าตัวเอง ชั่งรันทดเหลือเกิน พอร์ตเรื่องต่อไปพอจะมองออกแล้ว เสียดาย แต่จะลองติดตามดูก่อนค่ะ อาจไม่ใช่แบบที่คิดก้ได้เนาะ
    #1,299
    0
  9. #1015 dragon_megic (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 13:18
    เกี่ยวไรกับแมวหว่า ???
    #1,015
    0
  10. #933 Sel2aMOon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 18:24
    ม่ายยยยย น้ำตาจิไหล // เหมือนมีหลายชีวิต? // คราวนี้นางเอกของเราก็เป็นสาวเต็มกายแล้วสินะ
    #933
    0
  11. #606 ladyberbatov (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 20:29
    สงสารจังสาวน้อย



    เมื่อไหร่จาเป็นสาวสะพรั่ง



    คงจะงามถล่มบ้านถล่มเมืองแน่แน่



    ร๊ากนางที่ซู๊
    #606
    0
  12. #603 Mazato Yume (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 16:53
    น้ำตาจะไหล
    #603
    0
  13. #598 taze (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 13:45
    รออ่านอยู่นะ 
    #598
    0
  14. #556 นักอ่านใต้ร่มไม้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 18:43
    ลืมชาติภพนี้แต่จะจำชาติภพเก่าได้สินะ

    ขอให้ชิงๆเทพๆ แล้วีบกลับไปปลอบใจทานพ่อ ท่านแม่ และท่านพี่ๆไวๆนะ
    #556
    0
  15. #554 centaurs (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 16:37
    จะออกเป็นเล่มไหม อยากได้มันสนุก
    #554
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #552 ตาตี่แล้วงัย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 12:56
    สนุกมากเลยค่าาา ติดตามรัวๆ
    #552
    0
  18. #550 ข้าน้อย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 10:12
    กรีดสสส บ้านเราก็เป็นทาสแมวเช่นกัน ลงรูปแบบนี้ได้ทุกตอน

    ได้ช่วยผ่อนคลายเครียด

    ขอบคุณรูปน่ารักมาก อยากไปช่วย แต่บ้านไกล กทม.

    เป็นคนไกลปืนเที่ยงจ้า
    #550
    0
  19. #549 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 09:50
    เจอแล้ว เจอทาสแมวอีกคนหนึ่งแล้ว อุว่ะ ฮ่า ฮ่า ที่บ้านก็เลี้ยงแมวเหมือนกันไม่มากหรอกแค่ 14 ตัวเอง..
    #549
    0
  20. #548 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 09:49
    หย่งชิงจำไม่ได้
    สงสารพี่ๆของหย่งชิงจัง
    #548
    0
  21. #547 เต่าหมุน^0^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 09:38
    เห็นน่ารักๆอย่างงั้นแต่ก็น่าสงสารนะแมวบางสายพันธุ์ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคน โดยลักษณะที่ถูกพัฒนาบางอย่างจะส่งผลต่อสรีระและเป็นปัญหาสุขภาพในอนาคต
    #547
    0
  22. #546 ไอหมอกกับดอกไม้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 09:20
    รีบมาต่อนะคะ รอติดตามค่ะ
    #546
    0
  23. #545 benrbarbarian (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 08:03
    พี่ออดอายจะตกหลุมรักโบตั๋นมั้ยน้อออ55555รีบมานะไรท์เตอร์จ๋า
    #545
    0
  24. #544 แสนฤทัย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 07:22
    กลายเป็นโบตั๋นน้อยไปซะแล้ว แต่ดีล่ะที่รอด น้องแมวน่ารักกกกก แถวบางแคอยุ่ไหนอ่ะ อยากรู้ๆๆ
    #544
    0
  25. #543 Wanna (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 07:15
    ขอบคุณที่มาอัพให้อ่านค่ะอยากให้พวกพี่ชายได้มาพบหย่งชิงเร็ว เร็ว เพราะพี่ชายน่ารักทุกคน. รักน้องมาก 😂😂😂😂😍😍😍😍😍
    #543
    0