ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 10 : บทที่ 10 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,688
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    10 ต.ค. 58











บทที่ 10

 

หย่งชิ่งสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลัง น้ำเสียงทรงอำนาจคุกคามในที ร่างน้อยหมุนตัวกลับมาหาต้นเสียงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก อาภรณ์สีขาวพลิ้วรอบกาย ดวงหน้างามพิสุทธิ์ประดับด้วยหยาดน้ำตาสองสายอาบแก้มแหงนมองเงาทะมึนที่สูงเหนือศีรษะนางไปหลายฉื่อ[1]

เมื่อได้เห็นดวงหน้าของบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเงาวับสีเงิน นางถึงกับต้องกลั้นหายใจ

ไม่เคยมีใบหน้าของบุรุษใดทำให้นางตกตะลึงได้เช่นนี้มาก่อน แสงจันทราฉาบบนดวงหน้าเสี้ยวหนึ่งของเขา คิ้วเข้มดุจปีกนกสะดุดตาย่นหากัน จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาเหยี่ยวคมสะท้อนแสงจันทร์พราวระยับ โครงหน้าแข็งแกร่งคมคายสมชายชาตรี หนวดเคราที่กำลังขึ้นเป็นเงาจางเสริมบุคลิกห้าวหาญเจ้าเสน่ห์ ถึงแม้จะหน้าตามอมแมมผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนเพิ่งลงจากหลังม้าไปหน่อยก็ตาม

จะเล่นกันถึงตายเลยหรือนี่

หากใบหน้าแบบพี่สี่ เรียกว่างามล่มบ้านล่มเมือง

บุรุษตรงหน้าผู้นี้ ก็เรียกว่างามเผาบ้านเผาเมืองจึงจะสมกัน

แต่เหตุใดนางจึงรู้สึกอยากร้องไห้กันเล่า หัวใจเหมือนถูกบีบไม่อาจเต้นต่อไปได้ มือน้อยกดแน่นบนอกอยากบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกะทันหันไม่ต่างกับคนเป็นโรคหัวใจ เกิดอะไรขึ้นกับร่างนี้? นัยน์ตาคมซึ้งจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาบาดหัวใจด้วยแววตารวดร้าว ต้องกลืนก้อนสะอื้นลงไปในอก น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตา แต่หย่งชิ่งยังจับจ้องบนใบหน้าของบุรุษผู้นี้ไม่กะพริบตา

 

ทำไม ทำไม ทำไม!

ทำไมเขาไม่ปกป้องเธอเหมือนที่แล้วมา

ดวงใจเจ็บปวดรุนแรงราวกับถูกกรีดด้วยกรงเล็บแหลมคม

เสียงสะอื้นอ่อนโรยแรงดังขึ้นในป่าอันเงียบสงัด แสงสว่างสายหนึ่งสาดลงมาบนแผ่นศิลาค่อยๆ แผดจ้าร้อนแรงจนแสบตา

ฉันจะลืมเขา

ฉันต้องลืมเขา

ฉันเกลียดเขา

ลมหายใจของเด็กหญิงขาดห้วงช้าๆ มือที่วางบนหน้าท้องผล็อยตกลงมาบนพื้น น้ำตาหลั่งรินเป็นสายอาบแก้มนวล กระทั่งแผ่นอกที่สะท้อนขึ้นลงหยุดนิ่งในที่สุด

 

เสียงแว่วในหัวแผ่วเบา ความรู้สึกไม่อยากเห็นหน้าเขาผ่านเข้ามาในหัวแวบหนึ่งแล้วจางหายไป

เขายื่นมือมาหานาง หย่งชิ่งก้าวถอยหลังแต่ติดซี่กรงกั้นไม่ให้นางตกลงไปในสระน้ำสีเขียวกระจ่างด้านหลัง

เขาจะทำอันใด ตีนางสักสองสามทีที่ดื้อซนเถียงคำไม่ตกฟาก?

นิ้วอุ่นจัดกรีดบนร่องรอยน้ำตาบนดวงหน้าเย็นเฉียบ ใจดวงน้อยกระตุกวาบ รู้สึกแปลบปลาบตามรอยสัมผัสจากปลายนิ้วอ่อนโยน หัวใจที่เหมือนหยุดเต้นเมื่อครู่กลับระรัวในอกอย่างบ้าคลั่ง

"เจ้าไม่ใช่เด็กแล้วเหตุใดจึงร้องไห้"

น้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด กระทบจิตใจนางอย่างรุนแรง

คำถามนี้ควรออกจากปากคนในครอบครัวของนาง ไม่ใช่จากบุรุษแปลกหน้าที่เพิ่งพบหน้ากันเป็นครั้งแรก

หย่งชิ่งกลั้นน้ำตาไม่อยู่อีกต่อไป

"เพราะท่านนั้นแหละ ฮือๆๆ ฮือๆๆ" ถ้าเขาไม่อ่อนโยนต่อนางนางคงไม่ร้องไห้

เซี่ยเหวินหรงตกตะลึงตัวแข็งทื่อ เหตุใดเด็กหญิงผู้นี้จึงร้องไห้กันเล่า เขายังไม่ทันทำอะไรนางเลย

เขาเพิ่งนำทัพกลับเมืองหลวงคืนนี้ ยังไม่ทันเดินเข้าตำหนัก ก็มาพบแม่นางน้อยผู้นี้เสียก่อน แล้วเขาไปทำอะไรให้นางร้องไห้กัน หรือเพราะน้ำเสียงที่มักจะใช้สั่งนายทหาร จึงค่อนข้างดุดันวางอำนาจและทรงพลัง

เด็กคนนี้คงเป็นนางกำนัลน้อยพลัดหลงมาจากตำหนักใดตำหนักหนึ่ง

“เจ้า... เจ้า...” เหวินหรงหลับตากำมือแน่น ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งดึงร่างน้อยเข้าสู่อ้อมแขน กอดนางโดยที่ไม่พูดอันใดแม้แต่เพียงครึ่งคำ

นางกำนัลน้อยยังเด็กอยู่มาก เขาแทบไม่เคยเห็นนางกำนัลที่เป็นเด็กเล็กเช่นนี้มาก่อน วัยเพียงแค่นี้ต้องห่างอกบุพการีมารับใช้ผู้อื่นในวังช่างน่าสงสาร เด็กเหลือเกินยังอยู่ในวัยที่สามารถร้องไห้กระจองอแงได้อย่างไม่ต้องอายผู้ใด ถึงแม้ตัวเขาเองเมื่อจำความได้ก็ถูกอบรบมิให้หลั่งน้ำตาเฉกเช่นชายชาติทหาร เจ็บ ทรมาน ทุกข์ สุข เพียงใดต้องอดทน

ราวกับนางกำลังร้องไห้ทดแทนแก่วัยเด็กของเขา ร้องไห้ให้เด็กทุกคนที่กำลังทุกข์ระทม เสียงร้องไห้เล็กๆ สะท้านในอกของเขา มือใหญ่หยาบกร้านเพราะการเคี่ยวกรำอันหนักหน่วงลูบศีรษะเล็กๆ เส้นผมนุ่มลื่นดุจม่านน้ำตก

อ้อมกอดอุ่นแข็งแรงปกป้องร่างน้อยจากลมหนาว ร่างเย็นจัดเมื่อครู่อุ่นขึ้นราวกับอังด้วยไฟร้อน มือใหญ่โตแต่กลับอ่อนโยนไม่ต่างจากมือของพี่ชาย

แต่นางรู้ว่าไม่ใช่

เขาไม่ใช่พี่ชายของนาง!

หย่งชิ่งใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาผลักอกกว้างออกห่าง เขาหมดประโยชน์แล้ว นางต้องกลับเรือนปทุมาพันปีป่านนี้พี่สามคงเป็นห่วงแย่แล้ว

แต่แทนที่อ้อมแขนนั้นจะปล่อยนางโดยดี กลับอุ้มนางขึ้นวางบนแขนเขาเพียงข้างเดียว ดวงหน้ามอมแมมด้วยคราบน้ำตาก้มลงมองใบหน้าที่งามเผาบ้านเผาเมืองสำหรับนาง

“ปล่อยข้าลง ข้าจะกลับแล้ว” นางสูดน้ำมูกพรืดใหญ่

เหวินหรงอมยิ้ม ช่างเป็นเด็กหญิงที่ไม่สำรวมกิริยาเอาเสียเลย ท่าทางนางกำนัลพี่เลี้ยงคงต้องสั่งสอนนางปากเปียกปากแฉะไปอีกนาน หลงทางแล้วจะกลับไปไหนได้มิต้องเดินตากลมหนาวทั้งคืนดอกหรือ แม้จะใบหน้ามอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่ผูกเกล้าแบบเด็กหญิงทั่วไป แต่กลับงดงามพริ้งเพราจนไม่อาจละสายตา เมื่อเติบโตไม่รู้ว่านางจะงามซึ้งถึงเพียงไหนกัน น่าอันตรายยิ่งนัก

“เจ้าจะกลับไปที่ใดข้าจะไปส่ง”

หย่งชิ่งส่ายหน้า ขืนให้เขาล่วงรู้ที่มาของนาง เรื่องที่นางปลอมเป็นเด็กชายต้องถึงหูองค์จักรพรรดิ โทษหลอกลวงเบื้องสูงประหารชีวิตสถานเดียว แล้วครอบครัวของนางต้องติดร่างแหไปด้วย นางมิได้กินดีหมีหัวใจเสือนี่ถึงจะไม่ได้กลัวอาญาจักรพรรดิ

“ท่านอยู่ยามของท่านไปเถิด ข้ากลับเองได้ ขออภัยด้วยที่กล่าวล่วงเกินท่านไปเมื่อครู่” นางล้วนทำไปด้วยอารมณ์โดยแท้ ไม่น่าเลย เกือบทำให้นายทหารผู้นี้เกิดโทสะทำร้ายนางเสียแล้ว

โรคภัยเข้าทางปากวิบัติก็ออกทางปากเช่นกัน

เฉินหย่งชิ่ง ไม่น่าเลย... ไม่น่าเลย...

อยู่ยาม... เหวินหรงย่นคิ้ว แม่นางน้อยคิดว่าเขาเป็นทหารยาม เขาหมดสง่าราศีเทียวนั้นเชียวหรือ แต่นางเป็นแค่เด็กจะไปรู้เรื่องอันใด เจ้าไม่ได้ดูต้อยต่ำขนาดนั้นหรอก เขาปลอบใจตัวเอง

“เมื่อครู่เจ้าวาจาสามหาวยิ่งนัก เพียงแค่เอ่ยปากขอโทษแล้วคิดจะจากไปเลยหรือ”

แม่เอ๊ย! เฉินหย่งชิ่ง เจ้ามันปากสุนัขยากจะหาอื่นใดมาเปรียบ

นี่หมายความว่าเขาจะไปเอาเรื่องถึงผู้ดูแลของนาง ช่างเป็นบุรุษที่ผูกใจเจ็บเกินไปแล้ว

เมื่อครู่เขายังกอดปลอบนางตอนร้องไห้อยู่เลย ไยต้องมาหาเรื่องนางอีกเล่า

เด็กหญิงหน้าซีดระดมสมองหาทางเอาตัวรอด หากใช้ไม้แข็งวรยุทธ์อ่อนด้อยขี้ประติ๋วของนางจะสู้จอมยุทธ์ผู้มีกลิ่นอายสูงส่งได้หรือ หากใช้ไม้นวมเล่า?

“ข้าน้อยขอโทษท่านจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ ต่อไปข้าน้อยมิกล้าล่วงเกินท่านแล้ว ได้โปรดให้อภัยข้าน้อยผู้โง่เขลาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

หย่งชิ่งประคองใบหน้าหล่อเหลาแทบลืมหายใจของเขา จุ๊บบนหน้าผาก แก้มซ้าย แก้มขวา และจบที่ริมฝีปากอุ่นจัด

กำไรนางแล้ว!

นายทหารยามยืนตัวแข็งสีหน้าตกใจแกมประหลาดใจ ดูน่าตลกขบขัน หย่งชิ่งเลยแถมจุ๊บหนักๆ ไปอีกครั้งบนปาก แล้วฉวยโอกาสนี้กระโดดลงจากท่อนแขนของเขา ใช้วิชาตัวเบาเผ่นหนีจากมาอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะหวานใสแผ่วเบา

เหวินหรงคลี่ยิ้มบาง ก่อนที่เสียงหัวเราะจะค่อยๆ ดังขึ้นกระทั่งดังกังวานไปทั่วบริเวณ

“ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆๆ นางกำนัลน้อยเจ้าร้ายกาจยิ่งนัก ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเจ้าอยู่ที่ใดกัน”

 

หย่งชิ่งมาถึงตำหนักปทุมมาพันปีจนได้ นางกลัวนายทหารผู้นั้นจะตามมาจึงหนีวกวนไม่มุ่งกลับตำหนักโดยตรง แต่เมื่อไม่เห็นเงาของเขาจึงหาทางกลับตำหนัก ทีแรกก็รู้ว่าตนหลงทาง แต่อาศัยมองดูดาวแบบตอนที่นางเดินจากมาจึงกลับมาถึงตำหนักได้

ไม่คิดว่าใช้ไม้ประจบสอพลอจะได้ผลกับนายทหารยามผู้นั้น แค่ชมว่าเป็นจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่หน่อยเดียวก็ปล่อยนางมาเสียแล้ว มิน่าเล่าเหล่าจักรพรรดิในอดีตต่างเลี้ยงขุนนางช่างประจบสอพลอไว้เต็มไปหมด

ชมคนด้วยวาจามีค่ายิ่งกว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ ทำร้ายคนด้วยวาจาสาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ

แท้จริงนางไม่รู้หรอกว่าหาใช่เพราะคำชมไม่ เพระริมฝีปากและน้ำลายผสมน้ำมูกของนางต่างหากเล่า!

ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้นหินหน้าตำหนักปทุมมาพันปี เสียงร้อนใจปนห่วงใยดังขึ้นตรงหน้า เรียกน้ำตาจากนางอีกครา

“ชิ่งเอ๋อร์! เจ้าหายไปไหนมา พี่ตามหาอยู่เป็นชั่วยามแล้ว”

พี่สามห่วงนางด้วย!

มือน้อยปาดน้ำตาเย็นจัดบนแก้ม เนื้อตัวนางสั่นเทา อากาศภายนอกเหน็บหนาว ทว่าน่าแปลกเหตุใดริมฝีปากกลับรู้สึกอบอุ่น พลันดวงหน้าคมคายกลับลอยอยู่ในความคิดคำนึง ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มบางให้นาง หย่งชิ่งแตะนิ้วเย็นบนปาก แก้มร้อนวาบดุจมีเปลวเพลิงสุมอยู่บนใบหน้า

"ข้าออกไปเดินเล่น พี่สามไม่อยู่สางผมให้ข้า ข้าเหงาคิดถึงท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่พี่รองพี่สี่ ข้าอยากกลับบ้าน" หย่งชิ่งหยุดยืนอยู่กับที่คล้ายหมดแรง ไม่อาจก้าวเดินต่อไป

คุณชายสามถอดผ้าคลุมมาห่มร่างน้อย เขานึกเสียใจที่ทิ้งให้หย่งชิ่งอยู่เพียงลำพัง แต่องค์หญิงเจ็ดช่างเอาแต่ใจ เขาไม่เคยพบสตรีหน้าหนาเช่นนี้มาก่อน เกรงว่าถ้าหากทำสิ่งใดขัดใจพระองค์ จะทำให้หย่งชิ่งพลอยเดือดร้อนไปด้วย หรือถ้าจะพาน้องน้อยไปด้วยกัน องค์หญิงเจ็ดกับหย่งชิ่งต้องพบหน้ากันบ่อยครั้ง ด้วยนิสัยของหย่งชิ่งแล้ว ต้องเกิดการกระทบกระทั่งกันแน่

"ที่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้า อดทนอีกนิดเถิด ไม่นานนักเราจะได้กลับบ้าน"

คำว่า บ้าน จากปากพี่สามฟังอบอุ่นใจจนนางหายแง่งอน

"แล้วถ้าองค์หญิงเจ็ดไม่ยอมปล่อยมือจากท่านล่ะ"

พี่สามช้อนตัวแข็งทื่อของนางขึ้นอุ้มเข้าไปในตำหนัก

ค่อยยังชั่ว นางกระโดดไปกระโดดมาทั้งคืนไหนจะต้องคอยหลบทหารยาม ไหนจะต้องหวาดระแวงนายทหาร รูปหล่อผู้นั้น ดวงหน้าเล็กๆซบกับอกอุ่นของพี่ชาย หลับตาอย่างผ่อนคลาย

"ถึงเพลานั้นข้าคงต้องพึ่งความเจ้าเล่ห์ของเจ้าแล้วล่ะจอมมารน้อย"

เฉินหย่งชิ่ง เจ้าเป็นที่พึ่งให้แก่ทุกคนในบ้านได้จริงๆ

เด็กน้อยกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

 

หมอกจางๆ ปกคลุมทั่วเมืองหลวงแคว้นหู่ เฉินหย่งชิ่งเดินเพียงลำพังในเมืองดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนต่ออากาศเย็นในยามอรุณรุ่ง เด็กชายตัวน้อยสวมอาภรณ์ผ้าเนื้อดีสีขาวขลิบเงิน หน้าตาหล่อเหลาคมคาย พกกระบี่ยาวสีดำคล้ายกระบี่ไม้ของเล่น เอวซ้ายห้อยถุงหอม เอวขวาห้อยป้ายทองลวดลายแปลกตานับเป็นผลงานศิลปะชิ้นสำคัญของเจ้าตัว น่ารักน่าเอ็นดู นัยน์ตาคู่งามพราวพรายกวาดมองสองข้างทางเปล่งประกายรื่นเริง

หย่งชิ่งตะล่อมถามนางกำนัลไป๋หลิงกับไป๋อวี้ ในเมืองซิ่งหลงมีโรงงิ้วชื่อดังอยู่สองแห่ง แห่งที่อยู่ใกล้ห่างจากวังหลวงไปประมาณห้าลี้ นางหาอาหารเช้ารับประทานเรียบร้อยแล้วค่อยเดินไปโรงงิ้วคงทันการแสดงรอบแรกพอดี

หย่งชิ่งเลือกนั่งที่ร้านขายเต้าหู้มีของกินที่ทำจากถั่วเหลืองหลายอย่างดีต่อร่างกาย นางสั่งน้ำเต้าหู้หนึ่งชาม ท่านน้าหญิงผู้ใจดียังแถมเต้าหู้สามรสดูน่ากินมาให้อีกด้วย

"คุญชายน้อยท่านหน้าตาหล่อเหลา ข้าไม่เคยเห็นหน้าท่านมาก่อน คงมิใช่คนละแวกนี้กระมัง" คนขายเต้าหู้ถามขึ้นหลังจากวางขายเต้าหู้สามรสดูอ่อนนุ่มละมุนลิ้นส่งกลิ่นหอมน่ากินวางบนโต๊ะ

คนสมัยก่อนช่างมากน้ำใจ แต่หย่งชิ่งไม่อาจรับน้ำใจนี้ไว้ได้ ของซื้อของขายท่านน้ามัวแต่แจกผู้อื่นจะได้กำรี้กำไรจากที่ไหนกัน หลังกินเสร็จนางค่อยจ่ายเงินค่าเต้าหู้สามรสจานนี้

"ท่านน้าอย่าเรียกข้าว่าคุณชายอะไรเลย เรียกข้าว่าหย่งชิ่งเถิด ข้ามาจากต่างเมืองมาหาญาติอีกไม่กี่วันก็จะกลับเมืองเหอเสี่ยงแล้ว"

"เดินทางมาจากต่างเมืองหรือนี่ คงเดินทางเหนื่อยน่าดู ประเดี๋ยวข้าให้ขนมถั่วกวนไปกินแก้หิวนะ ว่าแต่เจ้าจะไปที่ใดต่อ"

"ข้าอยากไปดูงิ้ว โรงงิ้วอยู่ตรงไหนหรือท่านน้า"

"เจ้าจะไปดูงิ้วรึ พอดีลูกสาวข้าทำงานที่โรงงิ้วกำลังจะออกไปแล้ว เดี๋ยวข้าให้นางออกไปพร้อมเจ้าก็แล้วกันจะได้ไม่หลงทาง"

"ขอบคุณท่านน้าที่เมตตา" หย่งชิ่งยกมือประสานคารวะผู้อาวุโส

"แม่ค้าซื้อเต้าหู้หน่อย" ลูกค้ามายืนรอหน้าร้านส่งเสียงเรียก

"เจ้าอย่าเพิ่งรีบไปไหนนะ ลูกสาวข้าพาไป" ท่านน้ามิวายหันมาสั่งกำชับอย่างเป็นห่วง

หย่งชิ่งจึงนั่งละเอียดน้ำเต้าหู้ พลางคีบเต้าหู้สามรสเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ของกินในเมืองหลวงช่างถูกปากนางเสียนี่กระไร

 

"สงสัยวันนี้เจ้าจะอดดูงิ้วแล้วล่ะ เพราะมีคนใหญ่คนโตจองงิ้วรอบเช้า แต่ถ้าเจ้าไม่รังเกียจจะยืนดูข้างเวทีก็ได้นะ ข้าจะขอกับท่านป้าซือให้"

บุตรสาวท่านน้าร้านขายเต้าหู้อยู่ในวัยปักปิ่นพอดี เข้ามาบอกหย่งชิ่งที่ยืนรออยู่ด้านหน้าโรงงิ้ว นางไม่กล้าพาหย่งชิ่งเข้าไปในโรงงิ้วก่อน เกรงว่าเด็กน้อยจะเข้าไปซุกซนทำข้าวของเสียหาย

"รบกวนพี่สาวแล้ว" หย่งชิ่งไม่อยากเสียเวลาช่วงเช้าเพื่อรอดูงิ้วรอบบ่าย ในเมื่อมีผู้ออกปากให้ดูที่นั่งข้างเวทีก็ถือว่าไม่เลวนัก

ว่าแต่คนใหญ่คนโตที่เหมาโรงงิ้วทั้งโรงได้ต้องใช้เงินสักกี่ตำลึงกันหนอ ช่างสิ้นเปลืองโดยแท้ น่าส่งพี่รองมาสั่งสอน ให้รู้จักคุณค่าของเบี้ยอัฐเสียบ้าง

 

หย่งชิ่งโผล่หน้าจากด้านข้างเวทีออกไปมองผู้ชมอย่างอยู่ไม่สุข แล้วก็แทบผลุบหน้าเข้าหลังม่านไม่ทัน ยกมือทาบอกบนหัวใจที่กำลังเต้นระรัว

นางเห็นพี่สาม!

แต่สิ่งที่ทำให้นางใจเต้นระรัวคือ ทหารยามผู้นั้น

บรรลัยแล้วไงล่ะ!

ถึงแม้จะเห็นเพียงชั่วพริบตา แต่นางสามารถจดจำภาพทั้งหมดที่หน้าเวทีได้ราวกับกำลังดูภาพถ่าย

พี่สามนั่งข้างองค์หญิงเจ็ด นายทหารอย่างผู้นั้นนั่งข้างสตรีวัยกลางคน ซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายองค์หญิงเจ็ดอยู่หลายส่วน อาจเป็นพระญาติหรือไม่ก็เป็นพระมารดาขององค์หญิง เหล่าทหารองครักษ์นับได้ทั้งหมดยี่สิบนาย ยืนล้อมด้านหลังอาวุธครบมือพร้อมลุย

อย่าได้แหยมหน้าไปเชียว!

“น้องห้าเจ้ามาทำอะไรที่นี่” เสียงพี่สามดังมาจากหน้าเวที

หย่งชิ่งทำหน้าแหยราวกับถูกพี่สามบังคับดื่มยาขมทั้งชาม ไม่ใช่นางเพียงผู้เดียวที่ตาดี พี่สามจะมาตาดีอะไรตอนนี้กัน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของพี่สามดังเข้ามาใกล้ เขาขึ้นมาบนเวทีแล้ว การแสดงงิ้วยังไม่เริ่ม เขาต้องมาลากตัวนางออกไปเป็นแน่

ทำอย่างไรดี!

ร่างน้อยหันซ้ายหันขวา หัวใจเต้นถี่ยิบราวกับจะกระโดดออกมา ถ้าขืนออกไปนายทหารผู้นั้นต้องจดจำนางได้  ถึงเป็นเพียงนายทหารยามชั้นปลายแถว แต่จากบุคคลิกองอาจเฉียบคม เขาย่อมมิใช่ผู้โง่เขลาเบาปัญญาจนไม่สามารถแยกแยะหญิงชายได้ โดยเฉพาะเขาเคยเห็นหย่งชิ่งในสภาพเด็กหญิงมาแล้ว

มือเรียวของพี่สามยื่นมาเปิดผ้าม่านที่กั้นข้างเวที ใบหน้าอ่อนโยนโผล่เข้ามา ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบางยามเห็นน้องน้อย

“เจ้าเล่นสนุกอะไรน้องห้า หน้ากากงิ้ว? ช่างซุกซนยิ่งนัก ไม่คิดว่าเจ้าอยากดูงิ้ว ไม่อย่างนั้นข้าคงไปปลุกเจ้าแต่เช้ามาดูด้วยกัน” เมื่อคืนหย่งชิ่งนอนดึกเขาจึงไม่อยากกวนน้อง แต่ไฉนน้องน้อยจึงมายืนซุกซนอยู่ที่โรงงิ้วนี้ได้ ช่างดูถูกนางมิได้จริงๆ

"ข้าขอดูข้างเวทีตรงนี้เถิด พี่สามไม่ต้องเป็นห่วง ดูงิ้วจบข้าก็จะไปเที่ยวเล่นที่อื่น จะได้ไม่เป็นภาระแก่ท่าน" หย่งชิ่งอิดออด หน้าซีด ไม่รู้จะขุดเหตุผลอันใดมากล่าวอ้าง

"เจ้างอนข้าอีกแล้วหรือ เช้านี้พระสนมเอกซูเหม่ยเป็นผู้ออกปากชวนข้ามาดูงิ้ว ข้าจึงต้องติดตามมาด้วย พระนางเป็นพระมารดาขององค์หญิงเจ็ด อีกทั้งยังเป็นบุตรสาวของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย มากด้วยอำนาจบารมียากจะขัดรับสั่ง เจ้าอย่าโกรธข้าเลยนะ" พี่สามกระซิบบอกแผ่วเบา สีหน้าร้อนรนแววตาสำนึกผิด เมื่อคืนเขาเป็นห่วงหย่งชิ่งมาก แต่พอเช้ามากลับไม่อาจอยู่ดูแลนางได้ เขาทำตัวไม่สมกับที่บิดาและมารดาไว้วางใจให้ดูแลน้องน้อยเลย

จะมาง้องอนอันใดตอนนี้ นางแค่ไม่อยากออกไปหน้าเวที มิได้ตั้งแง่งอนกับพี่สามแต่อย่างใด

"พี่สามกลับไปเถิดเดี๋ยวข้ายืนดูตรงนี้แหละ"

"เจ้าอย่าชักช้า ขืนถ่วงเวลานานกว่านี้หากพระสนมเอกทรงกริ้ว ไม่ถูกบั่นคอหัวขาดหรอกหรือ ไปนั่งกับข้าเถิด"

หย่งชิงยอมให้พี่สามจูงมือไปอย่างไม่ใคร่เต็มใจนัก

ไม่เต็มใจอย่างสุดซึ้งต่างหาก!

หน้ากากงิ้วสวนบนใบหน้าเล็กดูน่าขบขัน ดาบยาวลากกระทบกับบันไดทางลงจากเวทีเกิดเสียงดังเป็นจังหวะ ในโรงงิ้วอันเงียบกริบสายตาทุกคู่จับจ้องมาที่นาง รวมถึงนัยน์ตาเหยี่ยวคู่นั้นด้วย เหล่าองครักษ์พร้อมใจกันชักกระบี่ออกมา เมื่อเห็นเฮยหลงเทียนที่เอวของเด็กน้อย

"พวกเจ้าบ้าไปแล้วหรือ นั่นมันกระบี่ของเล่นชัดๆ จะแตกตื่นด้วยเหตุอันใดกัน" องค์หญิงเจ็ดเป็นผู้ออกปากปรามเหล่าองครักษ์

พระสนมเอกซูเหม่ยยกมือขึ้นห้ามองครักษ์ ทุกคนจึงเก็บกระบี่เข้าฝักยืนตัวตรงเช่นเดิม ดวงเนตรคมกริบล้ำลึกจ้องมองกระบี่ที่เอวของเด็กน้อยไม่วางตา

พระสนมเอกซูเหม่ยเป็นหญิงวัยกลางคนใบหน้าไม่งดงามล่มบ้านล่มเมืองก็จริง ทว่าแววตากลับฉลาดล้ำลึกแฝงความร้ายกาจ พระนางเป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิ ซ้ำยังมีอำนาจในมือไม่ใช่น้อยเพราะมีอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายโหยวหยวนเส้าเป็นผู้หนุนหลัง

บุตรีของพระนางองค์หญิงซูซิงรบเร้าให้นางมาพบกับบุรุษผู้หนึ่งให้ได้ ด้วยความที่ไม่อยากขัดใจจึงยินยอมมานั่งดูงิ้วในครั้งนี้ พระนางแค่มาดูเพียงเท่านั้น ซูซิงอาจพึงใจคุณชายสามแต่อย่างไรเสียบุรุษผู้ไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ก็ไม่อาจครองคู่องค์หญิงซึ่งเปรียบเสมือนสินค้าชั้นดี สำหรับจำหน่ายจ่ายแจกเพื่อเสริมอำนาจของพระนาง

"เด็กน้อยผู้นี้เป็นใครกัน"

"เฉินหย่งชิ่งน้องชายของหม่อมฉันเองพะย่ะค่ะ" พี่สามตอบ

"เฉินหย่งชิ่งถวายพระพรพระสนมเอก" หย่งชิ่งคุกเข่าถวายคำนับ หลุบตาก้มต่ำมองพื้น เห็นปลายรองเท้าหุ้มแข้งของบุรุษอยู่เยี้ยงไปทางขวาก็ นึกประหวั่นในใจ มือไม้เย็นเฉียบ เหงื่อผุดพรายภายใต้หน้ากากงิ้ว

นางมีพิรุธอันใดหรือไม่

เขาจะจดจำนางได้หรือไม่

เขาจะเปิดโปงนางหรือไม่

"เปิดหน้ากากงิ้วให้ข้าดูหน้าเจ้าสิ"

หย่งชิ่งหลับตากลั้นลมหายใจอยากจะร้องไห้ มือบนพื้นกำแน่นแล้วค่อยๆ คลายออก

ผู้มีความกล้าย่อมมีความหวัง

ใช่เวลามานั่งคิดถึงสุภาษิตรึ?

นางค่อยค่อยเลื่อนหน้ากากขึ้นช้าๆ เผยใบหน้าปรากฎแก่สายตาพระสนมเอก

พระสนมเอกหรี่ตาแคบ เพ่งพิศดวงหน้าเด็กชายแล้วขบริมฝีปาก อย่างลืมตัวแล้วจึงคลายออก

"ลุกขึ้นเถิด ไปนั่งกับพี่ของเจ้าเสีย"

“ขอบพระทัยพระสนมเอก”

หย่งชิงไม่แม้แต่จะหันไปมองบุรุษด้านข้างพระสนมเอก ปากได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้เขาจำนางไม่ได้ ขอให้เขา สายตาสั้น ตาเป็นต้อ วุ้นในตาเสื่อม เป็นโรคตาบอดกลางคืน

แม่เอ๊ย! ตาคมประดุจเหยี่ยวเช่นนั้น มีหรือจะมองไม่เห็นนางเมื่อคืนนี้

 

เซี่ยเหวินหรงเพิ่งกลับถึงเมืองหลวงเมื่อคืนนี้แล้วเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิทันที แทนที่เขาจะพักผ่อนแชเชือนอยู่ในตำหนักเขากลับออกนอกวังหลวงแต่เช้าจึงพบกับพระสนมเอกที่หน้าประตูวัง จำต้องมาดูงิ้วตามคำชวนของพระสนมเอกอย่างเลี่ยงมิได้ ไว้หลังจากดูงิ้วจบค่อยปลีกตัวออกมาก็ยังไม่สาย

เซี่ยเหวินหรงอายุยี่สิบสี่ บุตรชายแห่งผิงอ๋องพระอนุชาในจักรพรรดิองค์องปัจจุบัน ได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพไร้พ่ายเมื่ออายุเพียงยี่สิบสองปีเท่านั้น ด้วยความปรีชาสามารถ ห้าวหาญ เชี่ยวชาญการรบประหนึ่งเทพแห่งสงคราม ผลงานโดดเด่นจนได้รับสมญาแม่ทัพไร้พ่าย จากการนำทัพสิบหมื่นปราบกบฎแดนใต้ ณ เมืองเฉิงกงเมื่อสองปีที่แล้ว บัดนี้เขามีกำลังทหารใต้อาณัติสิบห้าหมื่นนาย และเพิ่งกลับจากการรบอันยาวนานที่ชายแดนตะวันออกรับมือกับแคว้นซือจื่อที่กรีฑาทัพมารุกรานแคว้นหู่และต้องพ่ายแพ้กลับไปในที่สุด

สร้างชื่อเสียงลือนามในสี่แคว้น

แคว้นหู่ (เสือ)

แคว้นเสอ (งู) อยู่ทางทิศใต้ของแคว้นหู่สถานะเป็นเมืองขึ้นของแคว้นหู่

แคว้นเป้าจื่อ (เสือดาว) ติดกับทิศเหนือ ณ เวลานี้ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

แคว้นซือจื่อ (สิงโต) ติดกับทิศตะวันออก เพิ่งพ่ายศึกยกทัพกลับไปจากชายแดน

แต่เหตุใดแม่ทัพไร้พ่ายเช่นเขาจึงต้องจ้องหน้าเด็กชายผู้หนึ่งแบบไม่วางตา

เขาขมวดคิ้วรู้สึกคุ้นหน้าเด็กชายอย่างประหลาด

ใช่แล้ว! เด็กคนนี้กับนางกำนัลน้อยเมื่อคืนมีความคล้ายคลึงกันเป็นอันมาก หากแต่ดวงหน้าเพิ่มคมคายแบบเด็กชายขึ้นมาหลายส่วน หรือว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน

กลิ่นกายนั่นอีกเล่า... ถ้าเขาจำไม่ผิดเป็นกลิ่นหอมดอกบัวที่ตำหนักปทุมมาพันปี

เมื่อคืนนี้เขาสอบถามทหารยาม ไม่มีผู้ใดเห็นนางกำนัลน้อยคนนั้นเลย แต่นางมีวิชาตัวเบาสามารถหลบหนีเขาไปได้เพียงชั่วพริบตา คิดทบทวนแล้วนางอาจมิใช่เป็นนางกำนัล

แล้วเด็กสองคนเหตุใดจึงมีดวงหน้าคล้ายคลึงกันเช่นนี้

พี่น้อง! คงเป็นเช่นนั้นกระมัง เขาต้องถามหาความจริงให้จงได้

นับจากนั้นเหวินหรงจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คอยชำเลืองไปทางเด็กชายที่กลับมาสวมหน้ากากงิ้วเหมือนเดิม ลอบพิจารณาเด็กน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า อาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์การแต่งกายแตกต่างจากเด็กชายทั่วไป ดูสุขุมลุ่มลึกกว่า เด็กชายแต่งตัวคล้ายกับผู้เป็นพี่ชายเรากับพิมพ์เดียวกัน ป้ายทองที่เอวลวดลายแปลกตาเป็นของสูงค่า พื้นเพเด็กผู้นี้ไม่ธรรมดา

ระหว่างดูงิ้วพระสนมเอกก็เอ่ยจุดประสงค์ในการกักตัวเขาไว้จนได้

“ผลงานของท่านอ๋องน้อยฝ่าบาททรงพอพระทัยเป็นอันมาก จนเอ่ยปากประทานอะไรตามที่ใจท่านปรารถนา ท่านคิดไว้หรือยังว่าจะขออะไรจากฝ่าบาท”

สายข่าวช่างรวดเร็วนัก เมื่อคืนเขาอยู่กับองค์จักรพรรดิสองต่อสอง มีเพียงเกิงกงกงคนสนิทของฝ่าบาทอยู่ด้วยเท่านั้น กงกงผู้นั้นนับเป็นคนปากหนักรู้จักดีชอบ หนทางเดียวที่พระสนมเอกจะรู้ได้คือจากปากของฝ่าบาทเอง

เหวินหรงตีหน้านิ่งตอบไปเพียงสั้นๆ “กระหม่อมยังไม่คิด”

พระสนมเอกยื่นหน้าเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นยกแขนเสื้อขึ้นป้องปาก

“อีกสองปีรัชทายาทก็ต้องวางมือจากแคว้นเสอ กลับมาดูแลทางนี้ ท่านไม่เห็นว่าแคว้นเสอน่าสนใจดอกหรือ”

พระสนมเอกต้องการให้เขาไปปกครองแคว้นเสอแทนรัชทายาท... จะเล่นเกมอันใดกันอีก

สกุลโหยวมีอิทธิพลเพียงใดในวังหลวงเขาย่อมรู้ความนัย การส่งพระสนมเอกมาพูดคุยเรื่องการเมืองเช่นนี้ไม่ถูกต้อง แต่นางใช้ความโปรดปรานขององค์จักรพรรดิแทนเกราะกำบัง  

“กระหม่อมยังไม่คิด ข้อเสนอนี้ฝ่าบาทเป็นคนให้พระสนมเอกมาบอกกระหม่อมกระมัง” เหวินหรงลองหย่อนเบ็ดตกปลา

“ท่านอ๋องน้อยอย่าได้เข้าพระทัยผิด หม่อมฉันเห็นว่าข้อเสนอนี้มีประโยชน์อันคู่ควรต่อท่านจึงหวังดี หากท่านไม่ถูกพระทัยก็ถือว่าเป็นเพียงสายลมรำเพยผ่านไปก็เพียงพอแล้ว” พระสนมเอกกล่าวแบ่งรับแบ่งสู้

ปลาตัวใหญ่ย่อมตกได้ยาก เขาพยักหน้าไม่ว่ากระไรต่อ

“เห็นพระสนมเอกทรงหวังดีต่อกระหม่อมเช่นนี้ไม่รับไว้พิจารณาคงมิได้ ต้องขอบพระทัยอย่างมากที่คิดการไกลแทนกระหม่อม” รอยยิ้มทรงเสน่ห์ผุดขึ้นบนดวงหน้าหล่อเหลาที่ต่อให้เป็นหญิงสาวมีจิตแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องอ่อนระทวย

พระสนมเอกก้มยิ้มเอียงอาย ท่านอ๋องน้อยหล่อเหลาสง่างาม เมื่อเทียบกับองค์จักรพรรดิในวัยเกือบหกสิบชันษา ผู้ใดน่าชื่นชมกว่าย่อมรู้แก่ใจ

เสียงร้องงิ้วเคล้าเครื่องดีดสีตีเป่าเสียงดัง เรื่องราวรักของบัณฑิตหน้าขาวกับยอดพธูสาวผู้มั่นคงในรัก พระสนมเอกกลับดูไม่รู้เรื่องได้แต่ชม้ายตามองท่านอ๋องน้อยด้วยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

 

ดูงิ้วไม่รู้เรื่องเลย

หย่งชิ่งอยากเอาหัวโขกนายทหารผู้นั้นให้ตกตายไปตามกันจะได้เลิกจ้องนางสักที

พอปิดตาก็เห็นแต่หน้าเขา เอ๊ะ! แล้วเหตุใดนายทหารผู้นั้นจึงแต่งกายผิดแผกจากนายทหารทั่วไป หย่งชิ่งมัวแต่กลัวเขาจึงเริ่มสังเกตรายพวกนี้ไปเสียสนิท

ชุดเกราะเมื่อคืนก็ด้วย

วันนี้เขาสาวมอาภรณ์สีดำปักลายมังกรด้วยดิ้นทอง ใช่อาภรณ์ของทหารยามแน่รึ ผมเผ้าก็สางจนมันลื่น

ชุดเกราะเมื่อคืนหาใช้เกราะสะอาดเอี่ยมทว่าเป็นเกราะที่ผ่านการกรำศึกโชกโชน ตีลวดลวยมังกรละเอียดยิบสง่างามแม้นจะเก่าก็ตามที นายทหารผ่านศึกผู้ใดสามารถเข้ามาถึงตำหนักชั้นในได้ถ้าไม่ใช่แม่ทัพ

มหากาพย์ความซวยของหย่งชิ่งกำลังอุบัติขึ้น!!!

“พี่สามข้าปวดท้องไปเข้าเวจก่อนนะ” หย่งชิ่งกระดกก้นจะลุกจากเก้าอี้แต่ถูกมือพี่ชายจับแขนไว้มั่น

“เดี๋ยวสิน้องห้า! เจ้าจะออกไปตอนนี้ไม่ได้นะ”

“หากพระสนมถามไถ่ท่านก็บอกพระองค์ว่าข้าไปเวจ พระองค์คงไม่กล่าวว่ากระไรหรอก ไปล่ะ” หย่งชิ่งเผ่นแผล็วบิดมือหนีพี่ชายอย่างไหลรื่นราวกับปลาไหลตัวน้อย

ขืนมัวแต่ห่วงดูงิ้วชีวิตอาจหาไม่

ดวงตาคมกริบเห็นเงาแผ่นหลังน้อยเคลื่อนออกไปจากโรงงิ้ว จึงหันไปกล่าวลากับพระสนมเอก

“กระหม่อมมีงานที่จะต้องไปทำให้เสร็จขอลาพระสนมเอกตรงนี้” เขาโค้งคำนับก่อนเคลื่อนกายดุจสายลมจากไปอย่างรวดเร็ว

ทิ้งไว้เพียงสายตาอาลัยของพระสนมเอกและเสียงทอดถอนใจ

 

นั่นไงเจ้าหนูน้อย วิชาตัวเบาการเคลื่อนไหวเหมือนกับนางกำนัลน้อยไม่ผิดเพี้ยน เงาร่างผลุบโผล่บนหลังคาอาคารบ้านเรือนเป็นสายสีขาว น่าชื่นชมในวิชาตัวเบาอันร้ายกาจยิ่งนัก

ต่อให้ก่อน!

เซี่ยเหวินหรงกระโดดตามสายร่างนั้นไปอย่างเงียบเชียบ...

 

เฉินหย่งชิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต นางขอไปตั้งหลักหาทางรอดก่อน รู้แน่ว่าทหารยามผู้นั้น ไม่ใช่สิแม่ทัพผู้นั้นต้องตามนางไปถึงตำหนักปทุมมาพันปี จากแววตาและสีหน้าเขาไม่มีทางปล่อยผู้ที่ไปแหย่พยัคฆ์ร้ายลอยนวล

น่าตายนัก! เฉินหย่งชิ่ง

จะไปปรึกษากับพี่สามก็จะเป็นการพาเขามาติดร่างแหไปด้วย หากเกิดอันใดขึ้น หย่งชิ่งขอยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว

นางหนีมาไกลแล้ว ป่านนี้เขาคงยังนั่งอยู่กับพระสนมเอกกระมัง ร่างน้อยนั่งชันเข่าบนหลังคาหอบหายใจเล็กน้อย มองไปรอบเมืองคิดหาทางหนีทีไล่

ถ้าหนีกลับบ้านเลยเกรงจะทำให้พรรควิหคเพลิงเดือดร้อน

ถ้าคิดจะหลบหน้า นั่งภาวนาสวดมนต์แช่งให้แม่ทัพผู้นั้นลืมเลือนนางทุกชาติไป เห็นจะไม่ได้ความสักเท่าไร

ถ้าสารภาพไปตามตรง โทษหลอกลวงเบื้องสูงมันค้ำคอปิดปากนางเสียสนิท

นับตั้งแต่เกิดมาในชาติภพนี้นางไม่เคยอับจนสิ้นหนทางเช่นนี้มาก่อน เพราะเขาเพียงผู้เดียว

“ข้าชื่อเซี่ยเหวินหรง อ๋องน้อยเซี่ยเหวินหรง สมญาแม่ทัพไร้พ่าย”

ฟิ้ว

“อุ๊ย”

หย่งชิ่งอุทานอย่างตกใจเมื่อตัวลอยขึ้น แล้วถูกหิ้วข้ามหลังคากระโดดไปไกลหลายสิบลี้มุ่งไปทางหอสูงห้าชั้น

นางอยู่ในอ้อมอกของแม่ทัพผู้นั้น น้ำเสียงที่เขาบอกนางเมื่อครู่ฝังลึกไปถึงก้านสมอง ต่อให้ถูกทุบหัวแบะนางคงยังจำไม่ลืมเลือนแน่นอน

เซี่ยเหวินหรง!

ท่านอ๋องน้อยเซี่ยเหวินหรง

แม่ทัพไร้พ่าย

เฉินหย่งชิ่งผู้มีตาหามีแววไม่ น่าอับอายจนไม่มีหน้ามองผู้ใด

แล้วเขาจะพานางไปไหน?

ขนาดอุ้มนางไปด้วยวิชาตัวเบาของเขายังไปไกลถึงเพียงนี้ กระโดดเพียงไม่กี่ครั้งเขาก็ขึ้นมาถึงหอแดงสูงห้าชั้น ลงบนระเบียงชั้นห้าอย่างสง่างามไม่มีกระตุกให้หาที่ตำหนิติติงในฝีมือ นางถูกอุ้มไว้บนแขนของเขาเหมือนเมื่อคืน ในท่าที่นางประทับริมฝีปากลงไปบนใบหน้าหล่อเหลาบาดตา

“เจ้าจะไม่มองหน้าข้าหน่อยหรือเฉินหย่งชิ่ง” น้ำเสียงจริงจังวางอำนาจคล้ายคำสั่ง

“ท่านอ๋องน้อยต้องการสิ่งใด แล้วพากระหม่อมมาที่นี่ทำไม” หย่งชิ่งยังคงหลุบตามองเพียงปลายคางของเขาเท่านั้น

“ข้ามีเรื่องอยากไถ่ถามเจ้าสองสามเรื่องเท่านั้น”

“เชิญท่านอ๋องน้อยถามมาเถิด หากตอบได้กระหม่อมก็ยินดี”

“ข้อแรกเจ้ามองหน้าข้าก่อน”

ยากจะฝืนคำสั่ง ชีวิตนางตกอยู่ในกำมืออ๋องน้อยผู้นี้เสียแล้ว

เด็กหญิงมือไม้เย็นเฉียบ เนื้อตัวแข็งทื่อประดุจท่อนไม้ รู้สึกเหมือนกระต่ายขนปุยตกอยู่ในกรงเล็บพยัคฆ์ที่กำลังกระชากเนื้อหนังของนางขาดกระจุย เลือดสาดกระจาย

เผชิญหน้ากับความจริงนับเป็นผู้กล้า...

แต่นางไม่อยากเป็นผู้กล้านี่

นัยน์ตาคมซึ้งเลื่อนจากปลายคางขึ้นไปพิจารณาริมฝีปากหยักสวย จมูกโด่งเรียว และพบกับดวงตาเหยี่ยวคมกริบสีดำล้ำลึกสุดหยั่ง นางเหมือนตกลงไปในห้วงนทีกว้างใหญ่เย็นเยือกและดำดิ่งลงเรื่อยๆ

“เจ้าคือนางกำนัลน้อยผู้นั้น!

 



[1] ฉื่อ 1 ฉื่อ ประมาณ 10 นิ้ว

 



 

24/05/2558

 

ข่าวร้ายนิดหนึ่ง

นักเขียนเป็นหวัดค่ะ พรุ่งนี้คงนอนพักสักวันแล้วค่อยมาอัพนิยายต่อ เจอร้อนจัด(ไปข้างนอก) หนาวจัด(เปิดแอร์) ได้หวัดเป็นของแถมเลย

ช่วงนี้ระวังสุขภาพกันด้วยนะคะ

พบกันอีกครั้งวันอังคารค่ะ

 

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 



[1] ฉื่อ 1 ฉื่อ ประมาณ 10 นิ้ว

 



24/05/2558

 

เป็นเรื่องราวดีๆ สำหรับนักเขียนจริงๆ ค่ะ ต้องขอบคุณแรงผลักดันจากนักอ่านทุกท่านที่คอยให้กำลังใจ

วันนี้ #ดวงใจไร้กาล ติดท็อป 8 ในหมวด อดีต ปัจจุบัน อนาคต

และขอขอบคุณแอดมินเว็บเด็กดีสำหรับ #นิยายมาใหม่ที่มาแรงในช่วงนี้

นักเขียนจะพยายามขยันขึ้นเรื่อยๆ นะคะ

 

 

亮林  เลี่ยงหลิน




 

23/05/2558

 

ตอนนี้คงค่อนข้างยาวหน่อย คิดไปคิดมาตัวอย่างที่ลงไว้อาจจะกลายเป็นของตอนหน้า

อ้าว... ฮ่าๆ ขออภัย

 

亮林  เลี่ยงหลิน

 










แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ กดที่รูปเลยค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2175 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 15:09
    พระเอกสินะคะ การเมืองช่างน่ากลัววังหลังก็น่ากลัว
    #2,175
    0
  2. #2116 เมมฟิส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 12:48
    ชิ่งเอ๋อร์ระวังพระสนมเอกให้มากๆ น่ะ พระสนมเอกน่ากลัวสุดๆ และน่าจะรู้ที่มาที่ไปของดาบด้วย

    ชิ่งเอ๋อร์ต้องช่วยพี่สามจากยัยองค์หญิงเจ็ดให้ได้น่ะค่ะ ให้พี่สามรอดพ้นจากยัยองค์หญิงเจ็ด

    สรุปแล้วเหวินหรงคือเกอเกอในชาติโน้น และชิ่งเอ๋อร์ก็จำเกอเกอไม่ได้เพราะตายชิ่งเอ๋อร์ต้องการลืมเกอเกอใช่ไม๊ค่ะ

    เป็นห่วงชิ่งเอ๋อร์มากๆ ไรท์อย่าให้ชิ่งเอ๋อร์รับเคราะห์ใหญ่มากนักน่ะค่ะ และกลัวว่าชิ่งเอ๋อร์จะต้องเจ็บปวดและเสียใจเพราะเหวินหรงมากๆ
    #2,116
    0
  3. #1998 เบียคุจัง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 20:53
    ขอให้ขยันๆ ตลอดไปดั่งเกลือรักษาความเค็มเถิดนะจ๊ะเด็กน้อย
    #1,998
    0
  4. #919 walai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 20:52
    สนุกมากค่ะ ใช้ภาษาสละสลวย น่าอ่านน่าติดตาม ปวดหัวกับคนแต่งท่ี่ใช้ภาษาวิบัติน่ะค่ะ รออ่านนะคะ ขอให้หายไข้ไว ๆ
    #919
    0
  5. #294 bts (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 10:23
    เสร็จกัน นางเอกเรา โดนจับได้ซะแล้ว
    #294
    0
  6. #263 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 23:12
    เฮียฉลาดและกัดไม่ปล่อยๆจริงๆนะ
    #263
    0
  7. #255 โอริฮิเมะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 13:10
    ลุ้นสุดๆ อยากอ่านต่อแล้ววววว
    #255
    0
  8. #253 pthip (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 12:29
    ชอบมากกกกกกกกกกก อยากอ่านอีก เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก สำนวนดี
    #253
    0
  9. #247 FCสระบุรี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 10:12
    หย่งชิ้ง งานเข้า งานงอก ขอให้โชคดีดี อิอิ
    #247
    0
  10. #246 หลง ชิ่งเอ๋อ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 05:33
    โอ๊ยยยยย...ใจจะขาด...รอนะคะ
    #246
    0
  11. #245 KunOor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 00:12
    ขอให้ไรท์กลับมาแข็งแรงไวๆนะค่ะร่างกายแข็งแกร่งดั่งภูผาไปเรย555///สนุกมากมายเลยโหวตรัวๆอิอิ
    #245
    0
  12. #244 KunOor (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 00:12
    ขอให้ไรท์กลับมาแข็งแรงไวๆนะค่ะร่างกายแข็งแกร่งดั่งภูผาไปเรย555///สนุกมากมายเลยโหวตรัวๆอิอิ
    #244
    0
  13. #243 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 23:59
    และแล้วท่านอ๋องเราก็จำนางกำนัลน้อยได้ 555

    ที่แต่งงานกับจักรพรรดิ์คงไม่ได้รักแน่ๆ พระสนมเอกนี้จริงๆ

    #243
    0
  14. #241 ยาเม็ด (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 23:31
    อยากอ่านต่อน่าตายนัก
    #241
    0
  15. #238 FCสระบุรี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 19:53
    รักษาสุขภาพ เ็ป็นห่วงกลัวไม่ได้ดูงิ้ว อิอิ
    #238
    0
  16. #237 คนเมือง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 19:51
    อยากดูง้ิวกะหย่งชิ้ง แงแง
    #237
    0
  17. #236 EBINBAIPLY (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 16:44
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #236
    0
  18. #235 นกน้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 10:07
    รักษาสุขภาพน้า หนุกมากเลย รออยู่น้าาาาาาา
    #235
    0
  19. #234 ข้าน้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 / 09:42
    ขออนุญาต แนะนำเกี่ยวกับหวัดแบบชีวจิต (ที่รีดเคยมีประสบการณ์)

    1.ทานวิตามินซี 500 มก.ต่อวัน ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ พักผ่อนทั้งวัน

    หรือ

    2.ทานฟ้าทะลายโจรแคปซูล 1-2 เม็ด ดื่มน้ำมากๆ นอนพักผ่อนมากๆ

    น้ำมูกจะแห้ง เพื่อป้องกันติดเชื้อแบคทีเรีย(ถ้ามีน้ำมูกไหล)
    #234
    1
    • #234-1 Lianglin(จากตอนที่ 10)
      26 พฤษภาคม 2558 / 09:13
      ขอบคุณสำหรับสูตรค่ะ จะลองดูนะคะ
      #234-1
  20. #233 natda (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 23:17
    หายเร็วๆนะคะ

    สุขภาพต้องมาก่อนสิ่งใด พักผ่อนให้มากๆ จะได้หายเร็วๆ

    สมองจะได้ปลอดโปร่ง พอหายแล้วจะได้เขียนให้ยาวๆ อิอิ



    ขอเดานะ

    พระสนมเอกนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นคู่อริกะท่านแม่ของชิงเออร์



    ส่วนชายในตาเหยี่ยว เป็นองรัชทายาท หรือ ท่านออ๋ง หรือ ท่านแม่ทัพ กันแน่ แต่ที่แน่ๆ จำ ชิงเอ๋อร์ได้อยู่แล้วละ







    #233
    0
  21. #232 Airly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 23:09
    ดีใจด้วยนะคะ คุณไรเตอร์ ติดTop 10

    มาช่วยกัน ให้ติดTop5กันดีกว่า อิอิ

    พรุ่งนี้พักผ่อนให้เยอะๆ ทานยา ด้วย เป็นห่วง

    มารอหย่งชิ่ง... ชมงิ้ว
    #232
    0
  22. #231 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 22:32
    เราว่าที่น่ากลัวต่อไปภายหน้าอาจเป็นพระสนมเอกนี้หละ ไม่รู้จะคนดีหรือชั่ว

    แต่จากที่อ่านต้องชั่วล้ำลึกแน่ๆ
    #231
    0
  23. วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 20:35
    ยีนดีกะพี่ไรเตอร์ด้วยนะคะ ที่ติดท็อปค่ะ 

    ขอให้หายหวัดไวๆ สุขภาพแข็งแรงน้าค้า

    แก้ไขคำผิดให้จ้า    ข้าอยากลับบ้าน เป็น ข้าอยากกลับบ้านค่ะ

    ท่าทางชิ่งเอ๋อร์จาเจอศึกหนักป่าวเนี่ยคะ  จอมมารน้อยสู้ๆนะ


    รอวันอังคารคร้า



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 พฤษภาคม 2558 / 20:39
    #230
    0
  24. #229 yuechan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 20:15
    รักษาสุขภาพด้วยค่ะ ขอให้หายไวๆนะ ว่าแต่หย่งชิ่ง งานนี้ไม่รอด
    #229
    0
  25. #228 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 20:02
    นางก็คิดคำแช่งได้เนอะ
    555555
    #228
    0