ดวงใจไร้กาล 永恒之恋

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    10 ต.ค. 58


 

บทที่ 1

 

สุสานจิ๋นซีจักรพรรดิ ฉินสื่อหวงปิงหมาหย่ง (秦始皇兵馬俑 )แปลว่า หุ่นทหารและม้าของฉินสื่อหวง

ความยิ่งใหญ่อลังการแฝงด้วยกลิ่นอายเย็นเยียบน่าเกรงขาม  สุสานของจิ๋นซีจักรพรรดิซ่อนเร้นไว้ใต้ผืนพิภพเนิ่นนานกว่าสองพันปี ต้องมาถูกรบกวนด้วยพวกมนุษย์ตัวเล็กๆ อันต่ำต้อยมิอาจเทียบความสูงส่งของจิ๋นซีจักรพรรดิได้

ฉินฉื่อหฺวังตี้  [1]ผู้สร้างกำแพงเมืองจีนสิ่งก่อสร้างอันน่าตื่นตะลึงของคนทั้งโลก

ฉินฉื่อหฺวังตี้ จักรพรรดิผู้เกรียงไกรหลอมรวมอาณาจักรอันยิ่งใหญ่เข้าไว้ด้วยกัน

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ผู้เหี้ยมโหด จักรพรรดิทรราชในสายตาชาวโลก

หากไม่มีผู้ใดปฏิเสธความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของพระองค์ที่แม้ผ่านมาถึงสองพันปีแล้ว ชื่อเสียงเหล่านั้นยังคงประทับยืนยาวมาถึงทุกวันนี้

เหล่ารูปปั้นตุ๊กตาดินเผาหน้าตาบึ้งตึง ใบหน้าเหลี่ยม ริมฝีปากหนา ดวงตาคล้ายปิดคล้ายไม่ปิด ตุ๊กตาดินเผานับพันตัวแต่กลับมีใบหน้าและรูปร่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แทบรู้สึกถึงวิญญาณที่วนเวียนอยู่ในสุสานทั้งที่หามีจริงไม่ เหล่ารูปปั้นม้าศึกราวมีชีวิตพร้อมจะโผนทะยานไปข้างหน้า

ม่านกำมะหยี่สีดำแผ่ปกคลุมทั่วผืนฟ้า ราตรีอันมืดมิดมาเยือนในที่สุด ในบริเวณสุสานที่อุ่นหนาฝาคั่งด้วยนักท่องเที่ยวคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เจ้าหน้าที่เดินปิดไฟบางจุดด้วยฝีเท้าเงียบกริบ เขาพยักหน้าให้เด็กหญิงที่ยืมมองเขาอยู่ก่อนแล้วอย่างคุ้นเคย ช่วงเดือนเมษายนอากาศกำลังเย็นสบายแต่คนที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตเนื้อบางสีฟ้าสดใสกลับมีเหงื่อซึมบนใบหน้าเล็กรูปหัวใจ เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องไปยังรูปปั้นเหล่านั้นมือเล็กลูบแขนของตัวเองเบาๆ

“กลับบ้านได้แล้วองค์หญิงน้อย”

เด็กหญิงย่อกายอ่อนช้อยงดงามทำความเคารพประดุจชายวัยกลางคนตรงหน้าคือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ อมยิ้มกับแววตาตื่นตะลึงของบิดาที่เหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ชินกะพริบตาถี่ๆ เมื่อกี้มันคืออะไรกัน ภาพของบุตรสาวตัวน้อยผู้น่ารักกลับกลายเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าคมซึ้งงามสง่า สวมอาภรณ์สีขาวเนื้อผ้าพลิ้วไหวประดุจเทพเซียน ผมยาวดำลื่นประดุจสายน้ำถูกมวยขึ้นปักปิ่นหยกสีเขียวเหลือบแดงงดงาม งดงามบริสุทธิ์ราวกับดอกบัวแสนพิสุทธิ์ในผืนน้ำ

แย่แล้ว! เขาต้องโหมงานหนักเกินไปแน่ๆ ต้องรีบกลับบ้านไปให้แม่อีหนูบำรุงเลี้ยงดูโดยเร็วที่สุด

“เซี้ยวใหญ่แล้วเรา แม่โทรมาตามแล้วเย็นนี้มีน้ำแกงไก่ตุ๋นเกาลัดที่หนูชอบด้วยนะ”

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเปล่งประกายวิบวับ ใครจะมีความสุขเท่าหนูชัญญาไม่มีอีกแล้ว

ช่างประเสริฐเสียนี่กระไร

“มาทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไง” ชินผู้เป็นบิดาวางมือบนไหล่บุตรสาวถามด้วยกระแสเสียงเอ็นดูเหลือล้น

เด็กหญิงส่ายหน้า “จะเบื่อได้อย่างไรคะ หนูยังจำใบหน้าของรูปปั้นทั้งแปดพันคนยังไม่หมดเลย”

ชินเลิกคิ้ว “เอางั้นเชียว”

บุตรสาวของเขาเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องน่ารื่นรมย์ได้อย่างไรกันหนอ คิดแล้วชินก็ส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจนัก

“แล้วเดือนหน้าเราต้องไปที่ไหนกันอีกคะ” เธอถามอย่างกระตือรือร้น

“พระราชวังเร้นกายในหุบเขาที่เพิ่งถูกค้นพบในมณฑลฝูเจี้ยน พวกเราจะเป็นทีมแรกที่เข้าไปสำรวจและบันทึกรายละเอียด”

เด็กน้อยตาวาวยิ้มแก้มปริ ทั้งร่างสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น

“เย้ๆๆๆ พวกเราจะได้ไปเป็นทีมแรกเลยหรือคะ สุโก้ย! อย่างแรกหนูขอดื่มชาขึ้นชื่อของฝูเจี้ยนก่อนเลย”

เด็กหญิงที่มักแสดงกิริยาเคร่งขรึมเกินวัยกำลังกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข เธอวิ่งนำหน้าบิดาไปหลายก้าวกวักมือเรียกบิดาให้วิ่งไล่ตามเธอไป

ชัญญาหลงใหลในเรื่องราวของยุคอดีตเฉกเช่นบิดาของเธอ

ด้วยวัยเพียงสิบขวบเธอกลับติดสอยห้อยตามบิดาและมารดาไปทั่วโลก และมาหยุดนิ่งที่ประเทศจีนนานกว่าสามปีแล้ว บิดาของเธอเป็นนักโบราณคดีผู้มีชื่อเสียงรอบรู้เรื่องราวสิ่งต่างๆ มากมาย ไขปริศนาโบราณสถานลึกลับซึ่งยังไม่เป็นที่เปิดเผยในประเทศต่างๆ ท่านไม่เคยหยุดอยู่กับที่ และนั่นถือเป็นความโชคดีของเด็กน้อย

ชินไม่เคร่งเครียดเรื่องการเข้าโรงเรียนของชัญญา ยิ่งเมื่อรู้ว่าบุตรสาวของตัวเองไม่ธรรมดานั่นยิ่งทำให้เขาเลิกบังคับกะเกณฑ์เธอโดยปริยาย

ชัญญาแปลว่าผู้ประเสริฐ ผู้รู้

พวกเขาตั้งชื่อบุตรสาวก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก ใครจะสามารถล่วงรู้อนาคตได้ว่า เธอจะกลายเป็นผู้รู้ความเกินกว่าเด็กทั่วไป

อายุหนึ่งขวบสามารถพูดภาษาไทยได้ชัดเจน เดินวิ่งคล่องแคล่วกล้าคิดกล้าถาม

สองขวบเขียนอ่านภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้ เล่นดนตรีได้หลายชิ้น

สามขวบสามารถทำข้อสอบของเด็กมัธยมต้นได้ วาดภาพเหมือนจริงทั้งที่ได้เห็นเพียงครั้งเดียว

ห้าขวบเริ่มสนใจเกมออนไลน์ต่างๆ ไม่ใช่ชอบเล่น แต่ชอบเขียนโปรแกรมสร้างเกมขึ้นมาเล่นเอง

หกขวบเธอเริ่มติดตามบิดาไปยังโบราณสถานต่างๆ จดจำเส้นสายสถาปัตยกรรมงดงามแฝงด้วยมนต์ขลังอย่างหลงใหล และถ่ายทอดความแข็งแกร่ง ผสานความอ่อนช้อยลงในสมุดสเก็ตภาพส่วนตัว

ปีนี้ชัญญาอายุสิบขวบ ชินไม่รู้ว่าในหัวสมองของบุตรสาวอัดแน่นด้วยสิ่งใดบ้าง มากมายเหลือคณานับสักเท่าใด เธอทิ้งเทคโนโลยีในมือทั้งหมดแล้วมาติดตามเขาเงียบๆ เดินดูรอบโบราณสถานทั้งหมดด้วยสีหน้าดื่มด่ำราวกับได้พบสมบัติอันล้ำค่า ทั้งที่วัยเพียงเท่านี้สมบัติล้ำค่าของเธอน่าจะเป็นตุ๊กตาบาร์บี้ หรือไม่ก็ชุดน้ำชาสวยงามน่ารักสำหรับเด็กหญิง

เขาไม่กล้าคาดเดาอนาคตของบุตรสาวว่าจะเป็นไปทางใด เขาแค่พยายามให้เธอเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาเท่าที่จะทำได้ ส่งเสริมจริยธรรมอันดีงามเพื่อให้เธอใช้ยึดถือปฏิบัติ ไม่ทำตนให้เป็นที่เดือดร้อนของผู้อื่น

และที่สำคัญที่สุดคือไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน

เด็กหญิงก้าวขึ้นหน้ารถกระบะกลางเก่ากลางใหม่คาดเข็มขัดนิรภัยก่อนจะควักสมุดสเก็ตภาพประจำกายออกมาพร้อมดินสอดำแท่งหนึ่ง เปิดไฟในรถ หลับตาแล้วเขียนลงสมุด

ชินขึ้นที่นั่งคนขับแอบมองบุตรสาวเล็กน้อยแล้วยิ้มบาง ตัวอักษรจีนโบราณขีดเขียนบนกระดาษอาร์ตสีขาว อ่านได้เป็นโคลงบทหนึ่ง ไม่รู้ว่าเด็กน้อยไปจำมาจากไหน เขาเห็นปากเล็กๆ ขมุบขมิบอ่านโคลง เขาจึงเอ่ยแก้ตัวที่อ่านผิดให้บุตรสาว เด็กน้อยหันมาส่งยิ้มตาหยีเอ่ยขอบคุณเขาเบาๆ

 

บุปผาโรยราร่วงหล่น  สายชลพลัดพรากสิงขร

สายร่างหนึ่งนางจากจร  มิอาวรณ์ดวงใจไร้กาล

 

“หนูไปจำมาจากไหน” ในสุสานจิ๋นซีจักรพรรดิไม่มีโคลงบทนี้ เขามั่นใจ

“หนูฝันค่ะ ตั้งแต่มาถึงจีนหนูฝันถึงโคลงนี้บ่อยมาก แต่ตัวหนังสือมันรางเลือนเหมือนมีหมอกหนาอยู่ตรงหน้า ทำอย่างไรก็อ่านตัวอักษรบนป้ายสลักหินไม่ได้สักที แต่เมื่อกี้อยู่ดีๆ หนูก็เห็นภาพแผ่นหินนั้นในหัว”

“ฝันอย่างนั้นหรือ? ฮ่าๆ เจ้าตัวเล็กเอ๊ย อยู่กับพ่อมากไปจนไปฝันเป็นตุเป็นตะแล้วล่ะสิเนี่ย ไปเถอะกลับไปอ้อนแม่กัน”

รถเคลื่อนตัวออกสู่ถนนมุ่งไปทางทิศตะวันออก กลับไปหารังอันอบอุ่นของครอบครัวนกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำไหนนอนนั่นขอแค่มีกันและกันตลอดไป

 

การเดินทางสู่พระราชวังเร้นกายช่างยากลำบากเหนือคาดหมายเป็นอันมาก กลุ่มนักโบราณคดีเกือบห้าสิบชีวิตทั้งลูกหาบและทหารผู้นำทางต่างเดินทางอย่างทุลักทุเล แค่การเดินป่าก็ยากพอดูแล้ว ด้วยอากาศที่หนาวจัด ความชื้น แมลงต่างๆ รวมไปถึงสัตว์มีพิษน้อยใหญ่ มิหนำซ้ำยังมีแหล่งก๊าซธรรมชาติที่แผ่ไอพิษออกมาเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม

พระราชวังแห่งนี้ที่ถูกเรียกขานว่าพระราชวังเร้นกาย ก็เพราะเวลาล่วงผ่านนับพันปีป่าแห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบจนแทบมองมือตัวเองไม่เห็น เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิด ทว่าเมื่อสามปีก่อนม่านหมอกเหล่านี้ก็เลือนหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหล่าสัตว์ดุร้ายต่างหนีเตลิดเข้าไปในป่าลึกด้านในที่ยังคงมีหมอกปกคลุม จึงสามารถเห็นยอดพระราชวังไกลลิบอยู่บนภูเขาสูงชัน

“เหนื่อยไหมลูก” ชินหันไปถามบุตรสาวที่เดินตามหลังมาอย่างอดทน เขาปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาบนหน้าผากทั้งที่อากาศเวลานี้หนาวจัด อากาศบางเบาและอับชื้นยิ่งเดินยิ่งเหมือนเท้าหนักขึ้นหลายกิโล

หลังจากศึกษาเส้นทางไปพระราชวังเร้นกายแล้ว ชินและภรรยาลงความเห็นห้ามไม่ให้บุตรสาวติดตามไปด้วย หากเป็นเรื่องอื่นชัญญาจะว่านอนสอนง่ายเชื่อฟังบุพการีทุกครั้ง ไม่เคยทำให้หนักใจ แต่ต้องไม่ใช่เรื่องนี้ ชัญญาดื้อแพ่งจะตามมาด้วย เด็กน้อยไม่ร้องไห้ฟูมฟายตีอกชกตัวเพื่อทำให้เขายินยอม

ชัญญาเพียงแค่ไม่ยิ้มไม่พูดดวงหน้าเล็กๆ เปี่ยมด้วยความหมองเศร้าเหมือนชีวิตได้มาถึงคราวสิ้นสุด ไม่กินไม่นอนกระทั่งอีกหนึ่งอาทิตย์จะถึงวันเดินทาง ชินจึงเอ่ยปากอนุญาตอย่างไม่เต็มใจสักเท่าไร เขารู้ว่าบุตรสาวเป็นเด็กฉลาด ด้วยอายุยังน้อยเธอไม่ควรฉลาดทางอารมณ์ได้เช่นนี้ แม่หนูน้อยรู้ว่าไม้แข็งใช้ไม่ได้กับบุพการี ไม่นวมอันแยบคายของเธอต่างหากที่ทำให้เขาและภรรยาใจแทบขาดเพราะสงสารลูก เขาเห็นความตั้งใจของบุตรสาวจึงไม่อาจปฏิเสธนักโบราณคดีตัวน้อยได้  ด้วยวัยเพียงสิบขวบตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไปค่อนข้างมาก แต่หัวใจของเด็กน้อยกลับแข็งแกร่งราวกับผู้ใหญ่คนหนึ่งก็ไม่ปาน

“ถ้าบอกว่าไม่เหนื่อยพ่อก็คงรู้ว่าโกหก แต่หนูรั้นจะมาเอง หนูต้องไปถึงพระราชวังเร้นกายบนยอดภูเขานั้นให้ได้ค่ะ” เสียงเล็กไม่สดใสเหมือนเมื่อสองวันก่อน อีกทั้งกระท่อนกระแท่นเหนื่อยหอบ หากพระกายตายังคมกล้าเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นชัดเจน

ชินอดสงสารบุตรสาวไม่ได้จริงๆ

“ขี่หลังพ่อดีกว่าจะได้ไม่เหนื่อยมาก”

“หนูไม่อยากเป็นภาระให้พ่อนี่คะ”

บิดาเป็นนักโบราณคดี ถึงแม้จะอายุแค่สามสิบแปดแต่ก็ไม่ได้ออกกำลังกายเฉกเช่นนายทหารผู้นำทาง หรือทำงานใช้แรงงานเหมือนลูกหาบ ขืนแบกเธออีกคนมีหรือจะไปถึงยอดเขานั่นได้

“ขี่หลังผมก็ได้ครับ คุณหนูเก่งมากที่เดินด้วยตัวเองตลอดสองวันมานี้ เป็นเด็กจะพึ่งพาผู้ใหญ่บ้างก็ไม่เสียหายถูกไหมครับ” นายทหารผู้หนึ่งที่เดินตามหลังสองพ่อลูกเอ่ยปากอาสา

ชัญญาเงยดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราขึ้นมองนายทหารหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ดวงตากลมโตไร้เดียงสาพบกับดวงตาคมกริบดำใหญ่สุดลึกล้ำ สะกดเธอไว้ชั่วขณะเหมือนห้วงเวลารอบกายกำลังหยุดนิ่ง คิ้วดาบสีดำสนิทดูองอาจกล้าหาญ จมูกโด่งตรงเป็นสันเด่นชัด ริมฝีปากเต็มได้รูปบ่งบอกความหยิ่งทะนง ใบหน้าคมสันหล่อเหลา เรือนผมซ่อนอยู่ใต้หมวกสีเขียวลายพราง รูปลักษณ์โดดเด่นเหนือธรรมดา ทำหัวใจเด็กน้อยเต้นแรงได้แต่ยืนนิ่งจ้องตานายทหารเหมือนถูกสะกด

บางสิ่งที่แผ่มาจากเรือนกายสูงสง่าบ่งบอกว่าเขาแตกต่างจากผู้อื่น เพิ่งเข้าใจคำว่าเทพบุตรหน้าหยกก็ตอนได้เห็นหน้านายทหารคนนี้นี่แหละ เด็กน้อยทอดถอนใจอดนึกเสียดายที่เธอยังเป็นแค่เด็ก เธอลอบแลบลิ้นกับความคิดแก่แดดของตน

ชัญญาหันไปสบตากับบิดาเพื่อขอความคิดเห็น อย่างไรเธอก็ยังเป็นเด็กมีบางเวลาที่ตัดสินใจไม่ถูกเช่นกัน

ชินพยักหน้าบุตรสาว ก้มศีรษะขอบคุณนายทหารผู้อารี

“รบกวนแล้ว” เด็กหญิงเอ่ยอย่างเกรงใจ

ชัญญ่ายืนกรานจะขี่หลังนายทหารหนุ่มครั้งละชั่วโมงแล้วเดินเท้าหนึ่งชั่วโมง แต่กลับถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่น่าขันยิ่งนัก น้ำหนักของเธอเวลานี้ยังน้อยกว่าเป้ทหารที่เขาเคยแบกตอนฝึกด้วยซ้ำ  การให้เธอขี่หลังจึงเป็นเรื่องเล็กมากสำหรับเขา แต่นายทหารหนุ่มยอมให้เธอลงเดินบ้างเพื่อยืดเส้นยืดสาย

ตลอดการเดินทางเธอจึงสนิทสนมกับนายทหารสุดหล่อไปโดยปริยาย เขาเป็นคนเคร่งขรึมแต่กับเธอเขาช่างใส่ใจดูแล มักเล่าเรื่องที่เธออยากรู้ให้ฟังหรือไม่ก็เล่าประสบการณ์ในค่ายทหารเมื่อเห็นเธอฟังเขาอย่างตั้งใจ

ใช้เวลาถึงสิบวันสิบคืนกว่าจะขึ้นไปถึงที่หมาย ทั้งคณะเหนื่อยกายสายตัวแทบขาด ด้านจิตใจยังอ่อนเพลี้ยหวาดหวั่นกับอันตรายหลายหลากระหว่างทางที่ได้รับกันถ้วนหน้า มีเพียงหนูน้อยคนเดียวในคณะที่ยังร่าเริงสดใส ดวงตาสุกสกาวเปี่ยมด้วยความยินดี

นักโบราณคดีทั้งหมดอ้าปากค้าง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ชัญญามองสถาปัตยกรรมด้วยแววตาตื่นตะลึง หากพระราชวังนี้สรรสร้างขึ้นเมื่อสองพันปีก่อน  แล้วเหตุใดจึงมีความร่วมสมัยประหนึ่งเพิ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาเมื่อไม่กี่ฤดูกันเล่า?

นอกจากความสง่างามน่าเกรงขามที่ถูกลิดรอนลงด้วยกาลเวลา ต้นไม้รกเรื้อ ตะไคร่ มอสเกาะตามผนังกำแพงรอบพระราชวังเหมือนถูกย้อมด้วยสีเขียวสดของพืชพรรณแห่งป่า ด้านหลังคือภูเขาสูงชัน ด้านหน้าเป็นลำธารใหญ่หากเป็นฤดูฝนคงไม่สามารถเดินเท้าข้ามมาได้ เมื่อก้าวผ่านกำแพงเข้าไปก็พบกับพระราชวังส่วนหน้าก่อสร้างเป็นตึกสูงสองชั้นแบบจีนสมัยใหม่ ปลูกสร้างด้วยอิฐและไม้รูปแบบค่อนข้างเรียบง่ายเมื่อเทียบกับพระราชวังอื่นๆ ที่ค้นพบก่อนหน้า

 กระเบื้องหลังคาสีเหลืองเคลือบเงาซึ่งบัดนี้ซีดจางเกือบกลายเป็นสีขาว แสดงถึงฐานะอันสูงส่งของจ้าวผู้ครอบครองพระราชวังเร้นกายแห่งนี้  เสาหินต้นใหญ่ถูกกัดเซาะจนผิวที่เคยมันเรียบแปรเป็นขรุขระไม่สม่ำเสมอ พระราชวังเร้นกายหันไปทางทิศใต้เป็นไปตามกฎเก่าแก่ในการสร้างสถาปัตยกรรมของจีน ที่นี่คือโบราณสถานมีอายุนับพันปี  

หากลวดลายของหน้าต่างและประตูกลับถูกแกะสลักด้วยลวดลายคุ้นตา ดอกโบตั๋นลวดลายอ่อนช้อยงดงาม นั่นมันลายไทยชัดๆ ไม่อาจเป็นอื่นได้เลย อีกทั้งชัญญาจำได้แม่นว่ามันเป็นลวดลายที่เธอชื่นชอบตอนที่เข้าไปสำรวจโบราณสถานแห่งหนึ่ง ซ้ำยังวาดลวดลายเหล่านี้นับร้อยพันครั้งมันน่าจะเป็นความคลั่งไคล้เกินคำว่าชอบไปแล้ว

ร่างเล็กจ้อยเย็นวาบไปทั้งตัว ชัญญาละสายตาจากลายไทยพวกนั้นแหงนหน้าขึ้นมองด้านบนพบกับ ป้ายศิลาสีเทาเข้มสลักลึกลงยาสีทองอร่ามเหนือประตูทางเข้าบัดนี้กระดำกระด่างหลุดร่อน ตัวอักษรสี่ตัวเป็นภาษาจีนโบราณ แต่เธอกลับอ่านได้ทั้งที่เธอยังไม่ได้พัฒนาทักษะทางด้านนี้เท่าไรนัก

 วังพิทักษ์หย่งชิ่ง

หย่งชิ่งคือผู้ใด มีความสำคัญอย่างไร และอยู่ในยุคไหน?

เด็กหญิงสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกมือเย็นเฉียบเกาะกุมมือน้อยไว้ เธอหันไปมองบิดาที่มายืนอยู่ข้างกาย ท่านย่อกายลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับเธอ ทั้งสองสบตากันส่งผ่านความรู้สึกที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยในยามนี้

บิดาของเธอเคยเห็นภาพสเก็ตดอกโบตั๋นนั้นเช่นกัน

กิริยาของทั้งสองอยู่ในสายตาคนผู้หนึ่งมาโดยตลอด เขามองสองพ่อลูกเดินเลียบไปตามทางเดินรอบนอกพระราชวัง เขาเดินตามไปด้วยฝีเท้าเงียบกริบ

 

พระราชวังเร้นกายอยู่สูงเทียมฟ้าราวกับเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ และเมื่อสวรรค์เปิดจึงบังเกิดแสงนำทางมาสู่พระราชวังแห่งนี้ นี่อาจเป็นความคิดของผู้คนสมัยโบราณ แต่ชัญญายังหาเหตุผลดีๆ ไม่ได้เรื่องเมฆหมอกหนาทึบที่ปกคลุมภูเขาลูกนี้นับพันปีกลับเปิดเผยพระราชวังเร้นกายสู่สายตาอนุชนรุ่นหลังเมื่อสามปีก่อน

ไม่ว่าจะลองหาเหตุผลทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ทุกทางกลับมืดมน ราวกับสถานที่แห่งนี้ถูกเทพเซียนบังตาไว้

หลังจากนายทหารเข้าไปเคลียร์พื้นที่ด้านในพระราชวังเริ่มจากตำหนักส่วนหน้าทีละห้องเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ร้ายหรือค่ายกลที่อาจซุกซ่อนอยู่ในห้องต่างๆ ซึ่งกว่าจะกว่านักโบราณคดีจะเข้าไปได้ก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยจึงทำได้เพียงตรวจสอบเบื้องต้น ถ่ายรูปเก็บภาพในส่วนสำคัญ ไล่สำรวจไปทีละห้องอย่างมีหลักการแบ่งแยกเขตมอบหมายหน้าที่ให้แต่ละคนชัดเจน หากวันนี้มีเวลาเพียงไม่นานนักฟ้าก็เริ่มมืด ทั้งหมดตั้งค่ายพักนอกพระราชวังเพื่อไม่เป็นการทำลายโบราณสถาน

วันนี้นอกจากอาหารแห้งแล้วยังมีปลาสดย่างอีกด้วย ชัญญากินอย่างเอร็ดอร่อยนึกขอบคุณนายทหารที่ติดตามมาด้วย เพราะพวกเขาออกไปล่าสัตว์จึงมีอาหารสดกินนอกเหนือจากพวกอาหารกระป๋องรสชาติไม่ได้เรื่อง เด็กหญิงแทะเนื้อปลาจนเกลี้ยง

หมดแล้ว... เธอจ้องก้างปลาตาละห้อย

ปลาย่างตัวอวบไม้หนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้าเด็กน้อย

เธอมองมือสีแทนแบบคนกรำแดดไล่ไปตามท่อนแขนแข็งแกร่ง อากาศหนาวจัดขนาดนี้เขายังสวมเพียงเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้าเพียงตัวเดียว เธอมองใบหน้าที่เริ่มคุ้นเคยในช่วงเวลาอันสั้น แต่ความไว้เนื้อเชื่อใจนั้นสูงมากจนแทบไม่น่าเชื่อ อันที่จริงเรียกว่าเธอฝากชีวิตไว้กับเขาคงไม่ผิดนัก หนทางขรุขระ เหวลึกเกินหยั่ง หน้าผาสูงชันขนาดทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน เธออยู่บนแผ่นหลังกว้างทุกย่างก้าวเปี่ยมล้นอันตราย แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงมันเลยแม้แต่น้อย

เพราะกำแพงปกป้องของคนตรงหน้า

“รับไปสิ” น้ำเสียงทรงพลังแม้เอ่ยออกมาเพียงแผ่วเบา

“ขอบคุณเกอเกอ[2]” เธอเป็นเด็กไม่เกรงใจล่ะน้า

ชัญญาแกะเนื้อปลาที่กำลังอุ่นได้ที่ชิ้นเล็กๆ ใส่ปาก ดูเหมือนเกอเกอจะรอให้ปลาหายร้อนจัดก่อนจึงส่งให้เธอจะได้ไม่ลวกมือเวลากิน เธอบิปลาชิ้นใหญ่ยื่นไปส่งถึงปากคนที่นั่งข้างกาย คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากเห็นฟันขาวจั๊วะรับปลาเข้าปากไป เธอป้อนใส่ปากตัวเองสลับกับป้อนให้พี่ทหารตัวโต ส่วนมากจะป้อนให้เขากินมากกว่าเพราะเธอเริ่มอิ่มแล้ว

เธอผละไปล้างหน้าล้างปากที่ลำธารด้วยน้ำเย็นเฉียบ ตาสว่างวาบลากตัวง่วงงุนเมื่อครู่หลังจากกินอิ่มอันตรธานไปสิ้น ปกติเธอต้องนอนในเต็นท์กับบิดาและนักโบราณคดีอีกสามคน เด็กหญิงเข้าไปในเต็นท์หยิบสมุดและดินสอดำออกมานั่งหน้ากองไฟรับแสงอันอบอุ่นช่วยคลายหนาว

มือน้อยร่างภาพอย่างชำนาญ หลายวันมานี้ชัญญาหมดพลังไปกับการเดินทาง ไม่มีโอกาสได้จับดินสอวาดภาพสักครั้ง ภาพแรกในการเดินทางครั้งนี้คือภาพภูเขาสูงที่ตั้งของพระราชวังเร้นกาย เพียงไม่กี่นาทีภาพวาดดินสอลายเส้นพลิ้วไหวลายเส้นแสงเงาประหนึ่งภาพวาดของนักวาดพู่กันจีนชื่อดังก็ไม่ปาน

ชัญญาสามารถจดจำทุกสิ่งอย่างที่ผ่านเข้ามาในดวงตากลมโตคู่นี้ จดจำได้แม้กระทั่งความรู้สึกในช่วงเวลานั้นๆ คุณภาพการบันทึกล้ำเลิศยิ่งกว่าเทคโนโลยีบันทึกภาพและเสียงใดๆ ในโลก แต่กระนั้นมันถูกเก็บซ่อนไว้ในสมองน้อยๆ ที่เปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ยักษ์แถมยังมีดรรชนีกำกับเรียบร้อย  

เด็กหญิงจึงเริ่มอ่านและอ่านและอ่านตั้งแต่จำความได้ น่าอัศจรรย์ในอัตราการเรียนรู้ของสมอง เสียแต่ว่าพัฒนาด้านร่างกายของเธอนั้นยังคงเป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป ดั่งคำเตือนจากสวรรค์ให้เธอรู้สึกตัวถึงความเป็นมนุษย์ปุถุชน หาใช่เทพเซียนที่มีอิทธิฤทธิ์เหนือผู้คนไม่

ความรักในวัฒนธรรมจีนผลักดันเด็กหญิงมาจนถึงจุดนี้ ชัญญากระหายอยากในความรู้อันไม่สิ้นสุดของผืนแผ่นดินแห่งวัฒนธรรมประเพณีอันเก่าแก่นับพันปี เธอรักนิยายกำลังภายใน สนใจอาหารล้ำเลิศ และความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของจักรพรรดิจีนในยุคโบราณกาล

นัยน์ตากลมโตเหม่อลอยจ้องไปยังทิศของพระราชวังเร้นกาย ในหัวสมองน้อยๆ เริ่มตั้งคำถามมากมายที่ยังไม่อาจหาคำตอบให้ตัวเองได้

ชัญญารู้สึกถึงกระแสความอบอุ่น เสื้อคลุมทหารลายพรางตัวใหญ่คลุมลงบนร่างเล็กจนมิดทั้งตัว กระอายร้อนผ่าวส่งมาจากร่างสูงใหญ่ที่ทรุดลงนั่งบนเก้าอี้สนามข้างกาย เขานั่งชิดเธอแบ่งปันไออุ่นอย่างมีน้ำใจ เด็กหญิงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามือนั้นเริ่มชาหนึบจากอากาศหนาวเหน็บ ดินสอร่วงลงพื้น มันถูกมือใหญ่เก็บขึ้นมาส่งให้เธอ

“อากาศเย็นมากคุณหนูยังไม่ง่วงหรือ”

“ดาวบนนี้สวยมากเลย” ถามกระต่ายตอบคางคก เธอยังเด็กตอบไปเรื่อยเปื่อยคงไม่มีใครกล้าว่าอะไร

“คุณหนูชอบดูดาว?”

“มีใครบ้างไม่ชอบล่ะคะ” เธอแหงนหน้ามองบนท้องฟ้าพร่างพราวประดุจถูกคลุมด้วยกำมะหยี่สีดำ ประดับดวงดาวส่งแสงเจิดจรัส

ดวงตาคมกริบทอดมองดวงดวงระยิบระยับบนนัยน์ตากลมโตแววหวาน ฉ่ำระรื่นดุจแฝงด้วยดวงดาวนับร้อยพันอยู่ในนั้น อารมณ์หลายหลากตีรวนอยู่ในอกไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดใดๆ

“บางครั้งดวงดาวก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแว่วหวานดึงสายตาของแม่ตัวน้อยเข้าหาเขาอย่างง่ายดาย

นัยน์ตาประดุจเหยี่ยวสีดำขลับล้ำลึกยากจะหยั่งความนัย สะกดเด็กหญิงนิ่งงันไม่ต่างกับเหยื่อตัวจ้อยถูกสะกดด้วยความน่าเกรงขามของพยัคฆ์ร้าย มืออุ่นยื่นมาแตะแก้มเย็นยะเยือกของเด็กหญิง เธอสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ ทว่าฝ่ามือหยาบกระด้างกลับสัมผัสผิวแก้มเนียนใสดุจหยกนิ่มนวลทะนุถนอมราวกับกำลังแตะต้องของสำคัญล้ำค่า

ชัญญารู้สติในชั่วนาทีถัดมา พวงแก้มแต่งแต้มด้วยสีสันแห่งความเขินอายในอกเกิดระลอกคลื่นซัดเข้าใส่โครมครามสะท้านสะเทือน ดวงตาแห่งหมู่ดาวนับพันถูกปิดลงครึ่งหนึ่งปิดบังประกายตางามล้ำไม่กล้าสบตากับเขา ผู้ที่สั่นคลอนหัวใจดวงน้อยได้อย่างง่ายดาย

นายทหารหนุ่มชักมือกลับอย่างไม่รีบร้อน ใบหน้าคมคายคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม มีเพียงดวงตาโค้งดุจจันทร์เสี้ยวและสีหน้าอ่อนโยนแสดงความรู้สึกภายในให้เห็น

ชัญญาเป็นเด็กน่ารัก เขาคงแค่เอ็นดูเธอ แต่หารู้ไม่ว่าหัวใจดวงนั้นสั่นไหวด้วยอารมณ์อ่อนหวาน ดวงหน้ารูปหัวใจปรากฏรอยยิ้มน่ารักแล้วจางหายไปเหมือนไม่ต้องการให้อีกฝ่ายล่วงรู้ความรู้สึก

"หนูง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะคะ" ร่างน้อยยืนขึ้นถอดเสื้อคลุมลายพรางคืนให้เจ้าของ

นายทหารหนุ่มลุกขึ้นยืนพลางสวมเสื้อคลุมให้เด็กหญิงตามเดิม ดวงหน้ารูปหัวใจแหงนมองเขาไม่อาจเก็บงำความประหลาดใจในสีหน้า

"ไว้ห่มตอนนอนเถอะ"

เด็กหญิงกระชับเสื้อคลุมก้มศีรษะให้เล็กน้อยแทนคำขอบคุณ ช่วงก้าวสั้นๆ เดินไปที่เต็นท์ซึ่งอยู่ห่างจากกองไฟไปเพียงนิดเดียว ก่อนมุดเข้าเต็นท์เธอหันไปมองนายทหารหนุ่มอีกครั้งเขายังยืนอยู่ตรงที่เดิม จ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

ทั้งคืนเธอฝันถึงนัยน์ตาเหยี่ยวคู่นั้น แต่มันไม่ใช่ฝันดีเอาเสียเลย

 

การสำรวจเป็นไปอย่างรวดเร็วเปี่ยมประสิทธิภาพ นายทหารผู้นำทางและคุ้มครองเร่งเคลียร์พื้นที่อีกแปดตำหนักซึ่งสร้างลดหลั่นกันตามเชิงเขาเชื่อมต่อกันด้วยบันไดหินธรรมชาติ การก่อสร้างเคร่งครัดเรื่องฮวงจุ้ยไม่ต่างกับพระราชวังอื่นๆ ยิ่งได้เข้าไปสำรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งนำพาความประหลาดใจในความมหัศจรรย์พันลึกของพระราชวังเร้นกายแห่งนี้ จากการตรวจสอบพระราชวังแห่งนี้มีอายุไม่ต่ำกว่าสองพันปีแน่นอน ทว่าข้าวของเครื่องใช้บางอย่างกลับมีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับเครื่องใช้ในปัจจุบัน แม้กระทั่งวิศวกรรมในการก่อสร้างยังคล้ายคลึงกับปัจจุบันอย่างเห็นได้ชัด

เหมือนกับใครบางคนต้องการทิ้งลายเซ็นไว้เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังรับรู้ถึงตัวตนของผู้สร้างเมื่อสองพันปีก่อน

สิ่งนั้นทำให้คณะสำรวจขนคอตั้งพร้อมกันตอนเข้าประชุมช่วงบ่ายสรุปผลการสำรวจตำหนักหน้า นักโบราณคดีทั้งสี่ต่างค้นหาชื่อ หย่งชิ่ง ซึ่งเป็นชื่อตำหนักในประวัติศาสตร์ แต่กลับไม่มีบุคคลใดที่ชื่อและช่วงเวลาตรงกับช่วงอายุของพระราชวังเร้นกายสักคน

ชัญญาไม่ได้เข้าไปฟังประชุมการสรุปกับบิดา มีเวลาไม่มากนักในการสำรวจพระราชวังเร้นกาย เนื่องจากอาหารที่นำมามีจำกัดเด็กหญิงจึงอยากเดินสำรวจให้ทั่วทุกตำหนักก่อนที่จะต้องเดินทางลงจากเขา

“ชิ่งเอ๋อร์เจ้ายิ้มทำไม?”

เด็กหญิงได้ยินเสียงพูดคุยมาจากที่ไกลๆ จึงพยายามป้องหูฟังที่มาของเสียง เมื่อแน่ใจจึงเดินไปทางด้านหลังพระราชวังซึ่งเป็นป่าทึบ ภาษาและสำเนียงช่างแปลกประหลาด เธอไม่เคยได้ยินภาษาจีนแบบนี้มาก่อนตั้งแต่ติดตามบิดามาเมืองจีน อีกทั้งน้ำเสียงนุ่มทุ้มช่างคุ้นหูยิ่งดึงดูดเท้าเล็กๆ ไปตามทิศทางของเสียง

“ก็เพราะข้าจะตายก่อนท่าน ช่างน่ายินดียิ่งนัก”

“ความตายมีสิ่งไหนน่ายินดี”

“เพราะข้าจะไม่ต้องดูท่านตายก่อนอย่างไรกันเล่า”

เสียงชายหญิงสนทนากันชัดขึ้นเรื่อยๆ ทว่าเสียงผู้หญิงเบามากแถมยังขาดห้วงฟังไม่ใคร่ชัดเจนนัก

ชัญญาสำเหนียกถึงเหตุร้ายที่กำลังเกิดขึ้น เธอวิ่งไปโดยไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเอง วิ่ง วิ่งและวิ่ง จนปอดแทบจะระเบิดออกมา เขตพระราชฐานแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลสำหรับหนูน้อยตัวเล็กๆ อย่างเธอเหลือเกิน

“อุ๊ย!

เด็กหญิงล้มลงสะดุดกับรากหญ้าที่ขึ้นแทรกระหว่างร่องหินปูพื้น เจ็บข้อเท้าจนน้ำตาซึม แต่เธอกลับลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อ เธอสนใจเสียงนุ่มทุ้มเสียงนั้น เธอเห็นใจเสียงขาดห้วงอันน่าสงสาร อย่างน้อยมันต้องมีสักอย่างที่เธอจะช่วยทั้งสองคนได้

ชัญญามาถึงประตูหลังของพระราชวังที่เปิดอ้าออก ซึ่งมันสมควรปิดอยู่ก่อนหน้านี้หรือไม่ ร่องรอยของดานเหล็กถูกขัดไว้เนิ่นนานจนเกิดความต่างของสีประตูอย่างเด่นชัด เธอไม่มีเวลาคิด ดวงตามองหาต้นกำเนิดเสียงแต่ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดเลย

“เจ้าช่างเอาเปรียบข้ายิ่งนัก แต่ครั้งนี้ข้าจะยอมเจ้าสักครั้ง ข้ายอมรับความโศกเศร้าไว้แต่เพียงผู้เดียว”

“ใครบอกว่าข้าเอาเปรียบท่าน ข้าก็ต้องนั่งเหงาอยู่บนสวรรค์เช่นกัน”

น้ำเสียงเจือสะอื้นดังมาจากป่าลึก เท้าเล็กก้าวตรงไปอย่างไม่ลังเล ดวงหน้ารูปหัวใจแดงก่ำเหนื่อยหอบ ขาทั้งสองเริ่มอ่อนล้าแต่ยังเปี่ยมด้วยพลังใจอยากช่วยเหลือ

เมื่อเดินลึกเข้าไปความมืดค่อยๆ โรยตัวโอบล้อมป่าทึบ ผิวกายอ่อนนุ่มที่อยู่นอกเสื้อผ้าถูกกิ่งไม้ใบหญ้าขีดข่วนบนใบหน้ามือทั้งสอง ขาเจ็บระบบเพราะหกล้มเมื่อครู่ อีกทั้งยังถูกแมลงรุมตอมไม่หยุด แต่ทำไมตอนขึ้นเขาเธอเดินป่ามาเกือบสิบวันแต่กลับไร้ซึ่งรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียว

นั่นเพราะนายทหารคนนั้นปกป้องเธอจากภัยอันตรายในป่า ซึ่งก่อนหน้านี้เธอไม่เคยรู้สึกถึงมันมาก่อน

ชัญญายิ่งได้ยินเสียงพูดคุยนั้นชัดเจนราวกับกำลังพูดอยู่ข้างหู แต่เธอไม่ชอบความมืดเลยมันกำลังมืดลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังเข้าสู่รัตติกาล ทันใดนั้นเธอเห็นแสงสว่างลอดลงมาจากฟ้าเบื้องบน เธอวิ่งอีกครั้ง

ตรงหน้าคือหินผาก้อนใหญ่คุ้นตา เธอสูดลมหายใจ ไม่ได้ยินสรรพเสียงสำเนียงอันใดอีกแล้ว ดวงตาเพ่งบนตัวอักษรสีแดงเลือนรางที่สลักบนแผ่นหิน เมื่อไล่อ่านทีละตัวจวบจนอักษรตัวสุดท้าย ชัญญาถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้น นัยน์ตาเบิกกว้างดวงหน้าตื่นตะลึงราวกับเห็นภูตผี

 

บุปผาโรยราร่วงหล่น  สายชลพลัดพรากสิงขร

สายร่างหนึ่งนางจากจร  มิอาวรณ์ดวงใจไร้กาล

 

โคลงจีนโบราณที่เธอเคยเห็นบนแผ่นศิลาในความฝัน บัดนี้มันอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

เด็กหญิงลุกขึ้นไปใกล้ศิลาแผ่นนั้น ลูบไล้บนเนื้อศิลาเย็นเฉียบแข็งกระด้าง ลากนิ้วมือเล็กๆ ตามตัวอักษรโบราณนั้นทีละตัว ราวกับต้องการตอกย้ำว่าสิ่งตรงหน้ามิได้ผุดขึ้นมาจากฝัน ดวงใจสะท้านเยือกคล้ายถูกเคลือบด้วยแผ่นน้ำแข็งบางเบา เส้นเลือดค้างแข็ง นิ้วสั่นระริก

“ชิ่งเอ๋อร์เจ้ายิ้มทำไม?

“ก็เพราะข้าจะตายก่อนท่าน ช่างน่ายินดียิ่งนัก”

“ความตายมีสิ่งไหนน่ายินดี”

“เพราะข้าจะไม่ต้องดูท่านตายก่อนอย่างไรกันเล่า”

สรรพเสียงเศร้าสะเทือนใจดังแว่วอยู่ในหัว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หยดน้ำไหลรินจากดวงตาคู่งามโดยไม่รู้สึกตัว

เป็นไปไม่ได้... ชัญญาส่ายหน้าเชื่องช้า เม็ดเหงื่อพราวใสซึมออกมาบนดวงหน้างดงาม ใช้หลังมือเช็ดหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นเป็นสายราวไข่มุกเม็ดงาม เหตุใจเธอจึงรู้สึกโศกเศร้าเจียนใจจะขาด

มันเป็นเพียงความฝันมิใช่ฤา เหตุใดแผ่นศิลานั้นจึงมีอยู่จริง

ชัญญาพิจารณาแผ่นศิลาอีกครั้ง เห็นเศษผ้าสีแดงซีดขยับไหว คราแรกเธอคิดว่ามันเป็นเพียงเศษผ้า แต่แท้ที่จริงมันคือยันต์แผ่นหนึ่งต่างหาก

ผ้ายันต์ที่พลิ้วไหวตามแรงลม มันน่าจะเคยเป็นสีแดงบัดนี้ซีดจางไปตามกาลเวลา ติดอยู่บนตำแหน่งสูงสุดของแผ่นศิลา เกินที่แขนของเด็กหญิงจะเอื้อมถึง เธอลองเขย่งปลายเท้าพยายามดึงมันลงมา แต่ก็สุดปลายนิ้วจะเอื้อมถึง จึงหาก้อนหินแถวนั้นมาวางต่อความสูง ความพยายามเป็นผลสำเร็จมือน้อยดึงยันต์ออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ยันต์อะไรกัน" เธอขมวดคิ้วสงสัยอยู่ครามครัน บนยันต์ปรากฏตัวอักษรสีทอง ต่อให้อ่านภาษาจีนโบราณออกก็ ไม่สามารถรวบรวมเป็นคำได้อยู่ดี เพราะตัวอักษรมันเลือนรางเต็มที เด็กหญิงกำยันต์แผ่นนั้นไว้ในมือ

รอบบริเวณแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย แสดงว่าเมื่อครู่หูแว่วใช่หรือไม่ หรือจะเกิดจากอาถรรพ์ของโบราณสถานที่เคยมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างอยู่ในหลายแห่งที่เธอและบิดาเคยไปเยือน และพระราชวังเร้นกายนี้ก็อยู่ในข่ายนั้นด้วย

เสียงฟ้าร้องคำรามดังขึ้นเหนือหัว สายฟ้าแปลบปลาบราวกับจะเกิดพายุฝนในไม่ช้า เด็กหญิงห่อไหล่รู้สึกหวาดหวั่นขุมหนึ่ง แสงฟ้ายามในแตกต่างจากฟ้าร้องทั่วไปจนเธอรู้สึกได้

ชัญญาไม่ลืมหยิบกล้องตัวบางออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ถ่ายรูปแท่นศิลาจนพอใจแล้วหมุนตัวกลับ เธอออกมานานแล้วถ้าบิดาหาไม่เจอคงเป็นห่วงแย่ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเดิน เด็กหญิงก็ต้องถอยกรูดอย่างตื่นตระหนกหน้าซีดขาวราวกระดาษ งูพิษตัวใหญ่เลื้อยตรงเข้ามาหาเธอ ร่างน้อยยืนแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวอันตรายจากมฤตยูแห่งคมเขี้ยวที่ชูคออยู่ตรงหน้า

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เสียงเล็กดังแค่ในลำคอตีบตัน สิ้นหวัง

ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก มันฉกใส่มือเธอที่กำลังปัดป้องด้วยความกลัวสุดชีวิต

ร่างน้อยล้มลงกระแทกพื้นทันที ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจากรอยกัดที่มือลามไปทั้งแขน เด็กหญิงถอยไปชนแผ่นศิลาด้านหลังด้วยความหวาดกลัว งูพิษชูคอเลื้อยคืบคลานเข้ามาอย่างมุ่งร้ายหมายชีวิต

ฉับ!

มีดสั้นเล่มหนึ่งปักบนหัวงูอย่างแม่นยำ มันแน่นิ่งหัวแนบสนิทไปกับพื้นดินตายสนิท

ชัญญาหายใจรวยรินดีใจขึ้นมาส่วนหนึ่งที่มีคนมาช่วยเหลือไว้ทัน มีทางรอดแล้ว บัดนี้ร่างกายแข็งทื่อไม่สามารถขยับได้แม้กระทั่งนิ้วมือ เธอพยายามฝืนลืมตามองผู้มีพระคุณก็พบใบหน้าอันคุ้นเคยในช่วงสิบกว่าวันมานี้

“เกอเกอ” ริมฝีปากเล็กเปล่งเสียงแผ่วเบาออกมาคำหนึ่ง

มือใหญ่แข็งแรงและอบอุ่นยิ่งนักประคองเธอนั่งพิงกับแผ่นศิลาเย็นเยียบ นัยน์ตาเหยี่ยวจับมือบอบบางที่กำลังเขียวคล้ำด้วยพิษร้าย เขาสบตาเธอด้วยสีหน้าสาสมใจ

สีหน้าสาสมใจหมายความเช่นไร?

เขาจับมือทั้งสองข้างของเธอวางบนหน้าท้องแล้วลุกขึ้นยืนเดินจากไป เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างพร่าเลือนเล็กลงเรื่อยๆ

เขาทิ้งเธอแล้ว

เขาไปแล้ว เสียงฝีเท้าแผ่วไกลห่างออกไปดังเช่นความฝัน

ทำไม ทำไม ทำไม!

ทำไมเขาไม่ปกป้องเธอเหมือนที่แล้วมา

ดวงใจเจ็บปวดรุนแรงราวกับถูกกรีดด้วยกรงเล็บแหลมคม

เสียงสะอื้นอ่อนโรยแรงดังขึ้นในป่าอันเงียบสงัด แสงสว่างสายหนึ่งสาดลงมาบนแผ่นศิลาค่อยๆ แผดจ้าร้อนแรงจนแสบตา

ฉันจะลืมเขา

ฉันต้องลืมเขา

ฉันเกลียดเขา

ลมหายใจของเด็กหญิงขาดห้วงช้าๆ มือที่วางบนหน้าท้องผล็อยตกลงมาบนพื้น น้ำตาหลั่งรินเป็นสายอาบแก้มนวล กระทั่งแผ่นอกที่สะท้อนขึ้นลงหยุดนิ่งในที่สุด

ดวงวิญญาณสายหนึ่งหลุดจากร่างเล็กล่องล่อยไปตามแสงสว่างจ้าจากเบื้องบน

หรือนี่คือลิขิตสวรรค์!

 



[1]  หฺวังตี้ แปลว่า ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง "หฺวังตี้" นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี

[2] เกอเกอ 哥哥 เป็นภาษาจีนแปลว่าพี่ชาย



 

23/04/2015

 

บทแรกจบลงแล้ว แต่เป็นการเริ่มต้นชีวิตของชัญญาในภพใหม่

เป็นอย่างไรบ้างคะ?

รบกวนชี้แนะนักเขียนด้วย เรื่องนี้มาจากจินตนาการล้วนๆ ไม่ได้อ้างอิงสิ่งใด

และต้องขออภัยหากท่านที่แอด Fanclub หากนิยายเรื่องนี้จะขึ้นอัปเดตบ่อย

เนื่องจากผู้เขียนต้องการแก้คำผิดในแต่ละตอนให้เรียบร้อย บางครั้งเมื่อพบคำผิดก็อยากแก้ไขทันทีเพราะกลัวจะลืมนั่นเอง
 

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม
亮林


ติดต่อสอบถาม อีเมล : lianglinwriter@gmail.com
Facebook https://www.facebook.com/profile.php?id=100009552997112

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,278 ความคิดเห็น

  1. #2221 Demon Vet (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 20:39
    เสื้อทหารสีเขียวมะกอกนะครับ สนุกดีครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ
    #2,221
    1
    • #2221-1 Lianglin(จากตอนที่ 1)
      15 ธันวาคม 2558 / 18:45
      ขอบคุณมากค่ะ
      #2221-1
  2. #2166 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 10:39
    สนุกมากค่ะ เพิ่งอ่านบทแรกจบไปเนื่อเรื่องแปลกดี นางเอกเก่งมาก พี่ชายทหารเป็นใครกัน? เขียนบรรยายได้ดีค่า
    #2,166
    0
  3. #2149 Whatever it is (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 18:25
    ตกลงอีตาเกอเกอนี่เป็นใครอะ
    #2,149
    0
  4. #2104 เมมฟิส (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 11:33
    ทำไมเกอเกอถึงไม่ช่วย ทั้งๆปกป้องมาตลอด และยันต์เกี่ยวข้องกันยังไง พ่อแม่ของนางเอกต้องเสียใจมากแน่ๆ
    #2,104
    0
  5. #2008 mojikiss2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 14:05
    "สายร่างหนึ่งนางจากจร มิอาวรณ์ดวงใจไร้กาล"
    หมายความว่าอะไรคะ?
    สาย คือวิญญาณ ประมาณนั้นป่าว?
    #2,008
    0
  6. #2007 mojikiss2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 14:05
    "สายร่างหนึ่งนางจากจร มิอาวรณ์ดวงใจไร้กาล"
    หมายความว่าอะไรคะ?
    สาย คือวิญญาณ ประมาณนั้นป่าว?
    #2,007
    0
  7. #1990 เบียคุจัง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2558 / 22:17
    ดูน่าสนใจดีกับเนื้อเรื่องนี้ น่าติดตามค่ะ
    #1,990
    0
  8. #1879 หนังสือ+หนอนหนังสือ=..?.. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 00:56
    เก้อ เกอ(ขออนุญาติใส่เสียงพินอินด้วยนะคะ) ตอนที่เรียนภาษาจีนประมาณ 7-8 ปีที่เเล้ว ครู ออกเสียงคำนี้ชัดมากกก

    จนถึงตอนนี้ยังจำเสียงนั้นได้เลยค่ะ สุดยอดมาก 5555 (นอกเรื่องนิดนึง)

    สนุกมาก ตื่นเต้น น่าติดตาม ทำให้เรามีอารมณ์ร่วมเลย สู้ๆ ค่ะ ><

    #1,879
    0
  9. #1599 Undergrond (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 00:42
    สนุกจนใจสั่นเลบ
    #1,599
    0
  10. #1563 cherryme (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 22:07
    เฮ้ยย เกอเกอ ทำงี้มั้ย???!!

    หรือเกอเกอมาเพื่อนำชัญญากลับสู่อดีตกาล
    #1,563
    0
  11. #1413 su-mei (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 11:38
    ทำไมอัพเดทแอพใหม่แล้วเนื้อเรื่องไม่ขึ้น
    #1,413
    0
  12. #1404 Mazato Yume (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 16:27
    กลับมาอ่านตอนเก่าสนุกเหมือนเดิมเลย 555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 กรกฎาคม 2558 / 16:39
    #1,404
    0
  13. #1232 NMM^_^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 01:43
    จะรอเหตุผลของ เกอเกอ นะ ^_^
    #1,232
    0
  14. #1106 B.E.A.M beam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 02:04
    งง กับเกอเกอ มากกกกก
    #1,106
    0
  15. #1102 Praewtsuko (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 22:39
    อ่านแล้วงงมากค่ะ
    #1,102
    0
  16. #1042 สรวงแห่งแสง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 00:20
    เออ คือ มีเราคนเดียวรึเปล่าที่อ่านเเล้วงง?
    #1,042
    0
  17. #786 อับสอน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 00:19
    ถามกระต่ายตอบคางคก 5555555ชอบๆๆๆๆๆนางเอกน่ารัก
    #786
    0
  18. #709 Zodass (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 13:35
    บรรยายลื่นไหลมาก อ่านแล้วหยุดไม่อยู่
    #709
    0
  19. #592 Mazato Yume (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 12:22
    ปมมาแล้ว ติดตามค่ะ
    #592
    0
  20. #577 นภาลัย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2558 / 01:04
    เขียนได้ลื่นไหลมาก น่าติดตาม
    #577
    0
  21. #525 ชอบชอบ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 16:25
    โลลืมาเองเลยยย อ๋าย น่ารักก กินเด็ก 10ขวบ 5555
    #525
    0
  22. #454 คุณหนูป๊อป (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 15:34
    แปะๆๆๆ ยอดเยี่ยม เปิดตัวได้ดีนี่แค่ตอนแรกเองนะ
    #454
    0
  23. #393 Lapasrada Komalabutr (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 12:47
    สนุกคร่า
    #393
    0
  24. #383 bigbowka (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 11:27
    แค่ตอนแรกก็จุใจแล้ว

    นางเอกเป็นอัจฉริยะ ดีจัง
    #383
    0
  25. #276 มาอายะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 22:19
    เปิดเรื่องได้น่าติดตามมากๆเลยค่ะ 
    #276
    0