หวานใจ...นายจอมโหด

ตอนที่ 9 : Special : Day Vs Tonya 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    28 เม.ย. 62





Special : Day Vs Tonya 100%


เสียงเพลงรอสายดังขึ้น มันเป็นเพียงแค่ดนตรีบรรเลงที่ไม่ได้สื่อเลยว่าเจ้าของหมายเลขเป็นคนแบบไหน ฉันรอสายอยู่สักพักปลายสายก็รับโทรศัพท์

"..." ไม่มีเสียงพูดหรืออะไรทั้งนั้นที่บ่งบอกว่าคู่สนทนากำลังฟังอยู่

"เดย์" ฉันเรียก

"ว่า..." ไม่มีคำพูดยืดยาวใดๆ ไม่มีการถามไถ่ แค่พูดธุระแล้ววางสาย

"ภพบอกแล้วเรื่องที่นายจะจัดการ 'คนของฉัน' สามคน" ฉันเน้นคำ แต่ไหนแต่ไรเดย์ไม่เคยวุ่นวายกับคนในคลับมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เดย์โทรมาด้วยตัวเอง

"อือ..." คำตอบสั้นๆที่ชัดเจนมากในความรู้สึกฉัน เขาจะไม่ยอมให้ฉันขอความเมตตาใดๆให้คนที่เขาจะเล่นงาน ตั้งแต่เมื่อไรกันนะที่น้องชายฉันพูดน้อยลง 

"ให้ใครทำงานนี้!?" ฉันถามอย่างมีความหวัง ถึงแม้ซาร่า บิวตี้ และจิว จะทำไม่ถูกที่ทำร้ายไซคีแบบนั้น แต่ฉันก็อดสงสารไม่ได้ เพราะถ้าเดย์เป็นคนลงมือจะไม่มีคำว่า 'ปราณี' แน่ๆ

"เรเน่" น้ำเสียงเดย์ยังคงเส้นคงวา แต่ลึกๆแล้วฉันรู้สึกเหมือนถูกกดดัน นี่น้องชายฉันเป็นปีศาจไปแล้วหรือเปล่านะ 'ไร้หัวใจ' คำที่อยู่ในหัวของฉันตอนนี้

"งั้นแค่นี้นะ" ฉันพูด เดย์ตัดสายไปก่อน ไม่มีการบอกลา...

เฮ้ออออ!! น้องชายที่น่ารักของฉันหายไปไหนนะ จะว่าไปก็คิดถึงเมื่อตอนที่เดย์ยังเด็ก... ถึงจะเป็นเด็กพูดน้อยแต่อยู่ด้วยแล้วอบอุ่นนะ ยังจำคำสัญญาของ...น้องชายตัวน้อย...ของฉันได้อยู่เลย!!

...

...

... 10 ปีที่แล้ว...


"สวัสดีครับ คุณหนู"

"สวัสดีค่ะ ครูกิต"

ฉันเดินเข้ามาในห้องฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่า วันนี้ตารางเรียนคือการสอบเลื่อนชั้นโดยการแบ่งกลุ่ม นักเรียนในชั้นเดียวกับฉันมีทั้งหมด 7 คน อายุตั้งแต่ 12 - 15 ปี เราต้องแบ่งกลุ่มกัน โดยแต่ละกลุ่มจะมี2-3คน ปัญหาก็คือ ฉันโดดเรียนตลอดและพวกเขาจับกลุ่มละสามคน ฉันเลยต้องอยู่คนเดียว

"จะแบ่งกลุ่มแบบนี้...!?" ครูกิตถาม

"ไม่เป็นไรค่ะครู" ฉันยกมือห้าม เด็กผู้หญิงอายุ 12 ปี ตัวเล็กที่สุดในชั้นและไม่เคยเข้าเรียน ใครจะอยากได้มาเป็นตัวถ่วงของทีมล่ะ

"ครับ" ครูกิตรับคำฉัน ถึงจะเป็นเด็กผู้หญิง แต่คำพูดฉันแม้แต่ครูในห้องก็ขัดไม่ได้หรอกค่ะ เพียงแค่ไม่มีการใช้เส้นสายให้เรียนจบเท่านั้น โรงเรียนนี้จะจบได้ต้องฝีมือล้วนๆ

ครูกิตเริ่มบอกกติกา ซึ่งมันง่ายและไม่ซับซ้อนเลย ชนะได้สู้ต่อ ถ้าแพ้ก็หมดสิทธิ ทีมไหนเหลือเป็นทีมสุดท้ายถือว่าสอบผ่าน ระหว่างที่กำลังจัดลำดับการสู้ คนที่ฉันไม่คาดฝันว่าจะเจอก็ปรากฎตัวขึ้น

ก๊อก...ก๊อก!! 
ฉันหันไปมองทางประตูแล้วพบน้องชายของฉันยืนอยู่ เขากวาดสายตามองผ่านทุกคนในห้อง ตาดุๆที่ไม่เหมาะกับเด็ก 8 ขวบอย่างเขาเลย แต่ผลจากการมองนั่นสร้างบรรยากาศน่าอึดอัดอย่างไม่น่าเชื่อ

"สวัสดีครับ" เขามองหน้าครูกิต

"เธอคือ..." ครูกิตถาม ท่าทางเกร็งๆของครูไม่ต้องสังเกตก็เห็นได้ชัด

"เดย์ครับ" เขาแนะนำตัวเองแบบน่าเตะมาก

"คุณหนูเองหรอครับ มาทำอะไรครับเนี่ย"ฉันเห็นเครื่องหมายคำถามเต็มหน้าครูเลยล่ะ

"มาสอบครับ" เดย์ตอบพร้อมกับยื่นกระดาษใบหนึ่งให้ครู 

สอบ!!... ห้องนี้น่ะหรอ จะเป็นไปได้ไง เดย์เพิ่งจะมาเรียนได้แค่เดือนเดียวเอง ฉันใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะขึ้นมาชั้นนี้ได้ ที่สำคัญเดย์ไม่ได้เรียนกับฉันนี่นา เขาจะเอาอะไรมาสอบล่ะ งานนี้น้องชายฉันโดนยำเละแน่ๆ

"เชิญครับ" ครูกิตผายมือเชิญเดย์เข้ามา หลังจากทำตาโตอ่านข้อความบนกระดาษที่เดย์ยื่นให้

"ได้ยินตอนกำลังจะเดินผ่านหน้าห้อง" อยู่ดีๆพ่อน้องชายตัวแสบก็พูดขึ้น เขาเดินมานั่งลงข้างๆฉัน "อยู่คนเดียวจะเรียกว่ากลุ่มได้ไง" เขาหันมายักคิ้วให้ฉัน ไอ้น้องเจ้าเล่ห์

"นี่มาสอบจริงรึเปล่า" ฉันถามกลับไปบ้าง พูดแปลกๆนะ '...ตอนกำลังจะเดินผ่าน...'

"หึ" เดย์หัวเราะตามสไตล์เขานั่นล่ะ ไม่ตอบแบบนี้ต้องมีอะไรแน่

"จะมาช่วยให้ผ่านหรือช่วยให้ตกเนี่ย" ฉันอดแขวะไม่ได้ ไอ้รักก็รักอยู่หรอก ถ้าไม่นับพี่ซันพี่ชายแท้ๆของเดย์ที่หนีไปเรียนเมืองนอก เราก็มีกันสองคนพี่น้องนี่นะ

"ต้นหญ้า" เดย์เรียกฉันเขาทำหน้าจริงจัง แต่พวกคุณไม่ต้องตกใจนะ ไอ้น้องคนนี้ไม่ค่อยเรียกฉันว่าพี่หรอก นานๆทีจะได้ยินเรียกพี่สักครั้ง แต่ก็ดีนะฉันว่าเราสนิทกันดี

"ว่า??"ฉันเลิกคิ้วถามเขา

"อยู่เฉยๆก็พอ พี่ไม่เหมาะจะมาออกแรงกับคนแบบนี้หรอก" แบบไหน...พวกเอาตัวรอดน่ะหรอ!!? เดย์พูดแล้วลุกขึ้น เขาเดินออกไปยืนต่อหน้าคู่ต่อสู้คนแรก ฉันว่าขนาดตัวต่างกันเกินไปนะ แล้วเด็ก 8 ขวบที่ไหนพูดจาแบบนี้เนี่ย

"เริ่ม!!"

หลังเสียงของครู ฉันก็ได้แต่มองตาค้าง เดย์เคลื่อนไหวเร็วมาก และแรงกดดันที่ออกมาจากตัวเขาก็น่ากลัวมาก ถ้าเป็นระดับที่ต่ำกว่านี้ รับรองได้เลยว่าอาจจะกลัวจนขยับตัวไม่ได้...แม้แต่จะบอกยอมแพ้ยังทำไม่ได้!! นี่น้องชายฉันเป็นคนหรือปีศาจเนี่ย การต่อสู้จบไวมาก สภาพทุกคนตอนนี้ บอกได้คำเดียวว่า 'หนัก'

"ต้นหญ้า" เอาอีกแล้ว เรียกฉันทำไม

"ว่า??"

"ขึ้นมาสิ สู้กัน" ฉันยิ้ม นี่ท้าทายใช่มั้ยยะ 

"ได้สิ" ฉันเห็นทุกคนอ้าปากค้าง คงตกใจที่ฉันรับคำท้าล่ะสินะ


Day Part

ผมบังเอิญเดินผ่านชั้นเรียนของพี่สาว และสิ่งที่ได้ยินขัดหูผมมากๆ ก็พอรู้หรอกว่าต้นหญ้าน่ะไม่เคยเข้าเรียนเลย แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเธอไม่ฝึกซ้อมนะ เราสองคนเรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไปนี่ล่ะและต้องเข้าเรียนพิเศษนี่ด้วย เรียนไม่จบอย่าหวังจะได้อิสระเลย

จริงๆแล้วผมผ่านหลักสูตรการต่อสู้มือเปล่าแล้วล่ะ คู่ต่อสู้ของผมคือครู 5 ท่าน ข้อดีของการที่เราตัวเล็กคือเราเคลื่อนที่ได้เร็วกว่า ผมไม่ได้ใช้แรงสู้เพราะถ้าทำแบบนั้น ผมไม่ผ่านหรอก การโจมตีที่ดีที่สุดในการต่อสู้เมื่อแรงเราน้อยกว่าคือการโจมตีจุดตายยังไงล่ะ ทุกการเคลื่อนไหว ทุกครั้งที่จู่โจมต้องหวังผลได้ และเพราะเราตัวเล็กกว่า คู่ต่อสู้เลยประมาท มันมีข้อดีหลายอย่างนะ ผมไม่ได้ดูถูกว่าพวกครูของผมประมาทนะ อย่าเข้าใจผิด แต่เพราะมันมีเกณฑ์การสอบเทียบอยู่ ระดับการต่อสู้จึงไม่รุนแรงเท่ากับตอนทำงานจริง ยังไงซะก่อนจะจบออกไปจากโรงเรียนนี้ยังต้องมีการสอบใหญ่อีกอยู่ดีแหละ

ผมเรียกพี่สาวให้ขึ้นมาสู้ เธอจะนั่งดูเฉยๆได้ยังไงกันล่ะ นี่มันการสอบของเธอนะ ต้นหญ้าไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว นิสัยส่วนนี้ของเธอคล้ายกับผมมาก อันตรายคือเรื่องท้าทาย 

"ช่วยสั่งเริ่มด้วยครับ" ผมหันไปหาครู ชื่อครูผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ครูยืนทำหน้าชื่นชมผมอย่างไม่ปิดบัง

"ครับ" ท่าทางนอบน้อมนี่ก็...

เริ่ม!!

หลังสัญญาณเริ่ม ต้นหญ้าก็ก้าวเร็วๆมาประจันหน้าผม เธอวาดมือฝ่าอากาศมาทางซ้ายแถวๆคอผม ผมก้มหลบตามสัญชาตญาณแล้วสวนหมัดขึ้นไป ต้นหญ้าก้าวถอยหลังหลบได้ทันก่อนที่หมัดผมจะกระแทกคางเธอ ผมว่าความเร็วของเธอใช้ได้นะ 

...ผมพุ่งเข้าหาต้นหญ้าที่เสียจังหวะกับการหลบหมัดผม เธอผงะเล็กน้อยและตั้งหลักได้ทันในที่สุด ต้นหญ้าเบี่ยงตัวไปทางซ้ายหลบการจู่โจมลำตัวของผม เธอก้าวเท้าพาตัวเองไปอยู่ด้านข้างเพื่อป้องกันการโจมตีต่อเนื่อง ผมหมุนตัวตามแล้วพุ่งเข้าใส่เธอ ต้นหญ้าโยกหลบผมแล้วสวนด้วยเท้าขวากลางลำตัว ผมหลบไปทางขวาก้าวเท้าสองทีเพื่อประชิดด้านข้างลำตัวเธอ...คว้าไหล่เธอแล้วออกแรงผลักเบาๆ เตะขาไปที่ข้อพับสวนทางกับแรงผลักให้เธอล้ม เข่าเธอกระแทกพื้น ต้นหญ้าม้วนตัวไปข้างหน้าแล้วลุกขึ้นยืน 

...เธอหันกลับมาเป็ยฝ่ายพุ่งเข้าใส่ผมบ้าง แต่ผมทำเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบแล้วสวนหมัดใส่ท้องของเธอ ต้นหญ้าทรุดลงงอตัว เธอพาตัวเองถอยห่างจากผมเพื่อตั้งหลักอีกครั้ง ผมปราดเข้าไปประชิดเธอทันที ต้นหญ้าหมุนตัวเตะ ผมก้มหลบก้าวเร็วๆไปยืนอยู่ในแนวเดียวกันกับต้นหญ้าหันหน้าคนละด้าน ผมใช้ขาขัดขาเธอจากด้านหลังพร้อมกับกดไหล่เธอลง ต้นหญ้าหงายหลังล้มลง แต่ครั้งนี้ผมล็อกตัวเธอได้ พี่สาวผมไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ เธอดิ้น...ผมค่อยๆคลายวงแขนที่ล็อกอยู่ให้เธอ ต้นหญ้าพลิกตัวหลุดจากการล็อกของผม ผมปล่อยให้เธอเข้าใจว่าเธอสามารถดิ้นหลุดจากการล็อกของผมได้ 

...ต้นหญ้าม้วนหลังถอยหลบผมแล้วยืนขึ้น เธอกำลังเหนื่อยในขณะที่ผมแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย สงสารพี่สาวผมเถอะ เท่านี้เพื่อนๆของเธอคงรู้แล้วว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ทำอะไรได้บ้าง ผมตัดสินใจปิดฉากด้วยการก้าวเร็วๆอีกครั้งแต่ครั้งนี้ผมเห็นแววตาตกใจของต้นหญ้า นี่เธอคงไม่รู้สินะว่าผมเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเธอมาก ผมคว้าต้นหญ้าแล้วทุ่มเธอลงกับพื้น มันแรงพอที่จะทำให้เธอไม่อยากลุกขึ้นมาอีก

"ไหวมั้ย" ผมยื่นมือให้พี่สาวจับ เพื่อฉุดเธอให้ลุกขึ้น

"ไหวสิ" ต้นหญ้ายิ้ม ผมเห็นสายตาของเธอนะ เธอภูมิใจในตัวผม 

"งั้นไปนะ" ผมบอก อยู่นานกว่านี้ต้องโดนคุณอาเตะเอาแน่ๆ ผมมีเรียนการใช้อาวุธระยะไกลกับคุณอา และผมกำลังโอ้เอ้เพราะบังเอิญมารับรู้เรื่องที่พี่สาวถูกรังแก 

"อื้อ" ต้นหญ้าพยักหน้าให้ผม เธอขมวดคิ้วเหมือนกำลังสงสัย นี่เป็นอีกเหตุผลที่ผมต้องรีบเผ่น 

...

...

...

"เชิญครับคุณหนู" เสียงของคนสนิทผมเอง พ่อกับอาให้มาตามดูแลผมน่ะ

"เซบ ถ้านายรู้แล้วไม่บอกฉันอีก เราเห็นดีกันแน่" เซบาสเตียนไม่ยอมบอกผมว่าต้นหญ้ามีสอบเลื่อนชั้นวันนี้ ถ้าผมรู้...ผมต้องมาให้กำลังใจพี่สาวผมอยู่แล้ว

"ครับ" เซบาสเตียนก้มหัวให้ผม

'ตัวแสบ' เซบาสเตียนเหมาะกับคำนี้มากๆ เขากับผมอายุห่างกัน 10 ปี ไอ้ท่าทางนอบน้อมแต่ไม่กลัวจริงๆของเขานี่ทำให้ผมหงุดหงิดมาก แต่นั่นแค่ช่วงแรกที่เจอกัน หลังๆนี่ผมเริ่มรู้แล้วว่าจะจัดการกับเขายังไง ยอมรับว่าพ่อกับอาเลือกคนได้เหมาะกับผมมาก เขากล้าชนกับผม พอๆกับที่...กล้าเสี่ยงไปกับผมนั่นล่ะ และคราวนี้เขาก็เสี่ยงมากที่จะโดนลงโทษพร้อมกับผม ก็เรากำลังจะไปสายกว่าเวลานัดนี่นะ



Tonya Part

"ครูคะ กระดาษแผ่นนั้นเขียนอะไรไว้คะ" ฉันอดสงสัยไม่ได้ หลังจากที่เดย์ไปแล้วพร้อมกับคนติดตามของเขา รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นที่พากันไปห้องพยาบาลเพื่อรักษาอาการเล็กๆน้อยๆ(มั้ย)ที่เดย์ก่อขึ้น

"คูณหนูทราบเรื่องการสอบรอบพิเศษมั้ยครับ" ครูกิตไม่ได้ตอบแต่ถามคำถามฉันแทน

"ไม่ค่ะ เกี่ยวอะไรกับกระดาษแผ่นนั้นคะ" 

"เมื่อวานนี้ มีการสอบเลื่อนขั้นการต่อสู้มือเปล่า โดยเด็กผู้ชายอายุเพียงแค่ 8 ขวบ.." ครูเริ่มเล่า รู้สึกคุ้นๆ "การต่อสู้เพื่อสอบเลื่อนสู่ขั้นสอง..." ที่โรงเรียนจะมีการเรียนแค่สามขั้น การต่อสู้มือเปล่า การต่อสู้ด้วยอาวุธระยะไกล การต่อสู้ด้วยอาวุธ และการสอบใหญ่เพื่อจบหลักสูตรพื้นฐาน  เห็นแบบนี้ แต่กว่าจะจบหลายปีมากนะ แถมยังต้องไปเรียนสายอื่นๆ ต่อด้วย กว่าจะได้ทำงานโดยผ่านการรับรองของโรงเรียนน่ะ

"8 ขวบ!! เลื่อนขั้นสองต้องไม่ผ่านอยู่แล้ว"

"ผมก็คิดแบบนั้นครับ เด็กที่รับการเข้าสอบถ้าไม่นอนให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาล ก็คงต้องนอนพักฟื้นอยู่แน่ๆ เพราะต้องสอบกับครูระดับหัวกะทิตั้ง 5 คน..." 'ผมก็คิดแบบนั้น..' แปลว่า...??

"แล้ว..." 

"เด็กคนนั้น เพิ่งจะมายื่นกระดาษใบหนึ่ง ขอเข้าสอบกับผมน่ะสิครับ และครู 5 คน ตอนนี้พักฟื้นอยู่ที่ห้องพักฟื้นของโรงเรียนครับ" ครูกิตเว้นช่วง แล้วต่อด้วยประโยคที่ทำให้ฉันอึ้ง "เท่าที่ผมทราบครูที่ทำการสอบไม่มีใครออมมือเลยสักคนครับ" 

"เดย์!!!" เด็กคนนั้นคือเดย์ ไม่น่าเชื่อ!!

"ใช่ครับ และการสอบเลื่อนขั้นด้วยวิธีพิเศษนี้ ทำให้ผู้สอบผ่าน กลายเป็นครูฝึกพิเศษไปโดยปริยาย" ครูกิตบอก มีสีหน้าชื่นชมที่ปิดไม่มิด "โดยตำแหน่งแล้วครูฝึกพิเศษสูงกว่าผมครับ การที่คุณหนูมายื่นขอทำการ 'ทดสอบ' นักเรียนในชั้น จึงไม่ผิดกฎของทางโรงเรียนและผมห้ามไม่ได้ครับ" 

"แปลว่ากระดาษแผ่นนั้น เขียนเรื่องของการทดสอบไว้??"

"เปล่าครับ" ฉันขมวดคิ้ว "กระดาษแผ่นนั้นเป็นกระดาษเปล่า"

"...!!!" โอ๊ยยยย! ไอ้ตัวแสบ โดนแน่...ต้องโดนแน่ๆ 

ฉันพุ่งออกมาจากห้อง ไม่ลืมที่จะบอกลาครู ห้องทะเบียนต้องมีตารางเรียนของเดย์แน่นอน อยู่ที่ไหนนะ!! มาป่วนการสอบของฉันมันน่านัก อย่าไ้ด้คิดนะคะ ว่าฉันจะไปท้าสู้น่ะ ไม่มีทาง ขนาดครูยังเดี้ยงกันขนาดนั้น ถ้าเดย์เอาจริงแล้วฉันจะเอาอะไรไปสู้ล่ะ น้องชายฉันยิ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้อยู่

ฉันได้ตารางเรียนของเดย์มา เขาอยู่ที่ห้องเรียนการใช้อาวุธระยะไกล ที่สำคัญ พ่อฉันเป็นคนมาสอนด้วยตัวเอง ดีเหมือนกัน จะได้ฟ้องซะเลย ฉันเปิดประตูเข้าไป เดย์ยืนหันหลังกำลังฝึกยิงอยู่ ฉันตะโกนเรียก ไม่ควรเข้าไปใกล้อยู่แล้ว แต่เหมือนเดย์จะไม่ได้ยิน ฉันหันซ้ายหันขวา มองหาอะไรที่ถนัดมือ กะว่าจะเอาหัวน้องชายตัวดีเป็นเป้าซะหน่อย 
****************
เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่อง ฉันไม่ทันได้สนใจมองว่าเดย์ยิงได้แม่นขนาดไหนสำหรับการเรียนวันแรก ตอนนี้คิดอย่างเดียวว่าอยากจะทักทายน้องชายซะก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ระหว่างที่หันหาของเหมาะๆมืออยู่นั่นเอง อยู่ดีๆก็มีถาดที่เต็มไปด้วยกระป๋องน้ำอัดลมที่ยังไม่มีใครเปิดกินกว่า10กระป๋องยื่นมาตรงหน้า ฉันยิ้มออกมาทันที 

กระป๋องน้ำอัดลมกระป๋องแรกถูกฉันปาโด่งขึ้นฟ้า กะระยะให้ตกลงตรงกลางหัวน้องชายสุดที่รักพอดี แต่แล้วฉันก็ต้องตกใจเพราะแทนที่กระป๋องจะตกลงที่กลางเป้าพอดี มันกลับโดนกระแทกจากวัตถุบางอย่างกลางอากาศ น้ำอัดลมที่ถูกโยนขึ้นฟ้าได้รับแรงเขย่าเพียงพอ...พร้อมจะผลักดันอากาศข้างในที่อัดแน่นออกมาหากมีใครไปเปิดมัน และเดย์ที่ฉันเรียกยังไงก็ไม่ได้ยิน กลับหันปากปืนกระบอกนั้นมายิงกระป๋องน้ำอัดลม...มันระเบิดออก มือไวกว่าความคิด ฉันคว้าเอากระป๋องใบที่2...3...4...และกระชากถาดที่มีกระป๋องที่เหลือมาสาดไปที่เดย์ กระป๋องทุกใบระเบิดเพราะปืนกระบอกนั้นในมือน้องชายฉันเอง...ยิงเข้าทุกนัดไม่มีพลาด

แปะ...แปะ...แปะ!! 
"0_0" นี่หน้าฉันเอง

"ใช้ได้...ใช้ได้!!!" เสียงพ่อฉันน่ะ สาบานสิว่านี่เรียนวันแรก!!

"เล่นอะไรน่ะ ต้นหญ้า!!" เสียงเย็นที่ฟังแล้วบาดลึกเข้าไปถึงข้างใน "มันอันตรายนะรู้มั้ย ถึงแม้จะเป็นแค่ปืนสำหรับเรียนก็เถอะ" ยังมีหน้ามาดุฉันอีกนะ

"ก็เรียกแล้ว...ทำไมไม่หันมาล่ะ" ฉันแถข้างๆคูๆ รู้ทั้งรู้ว่าอันตราย ถ้าเดย์ไม่มีสมาธิพอแล้วปืนลั่น... ก็จริงอย่างเขาว่า มันอันตรายเพราะถึงแม้จะเป็นอุปกรณ์สั่งทำพิเศษสำหรับการสอน แต่ถ้าโดนก็สาหัสไม่ต่างกับของจริงเลยสักนิด

"ก็เรียนอยู่" เดย์ตอบเสียงเรียบ

"...!!" แปลว่าได้ยินฉันหรอ

"พอๆ มานี่มา มานั่งดูน้องฝึก" ฉันเดินหน้างอไปหาพ่อ

"โธ่...พ่อ"ฉันอ้อน "พ่อรู้มั้ย ว่าหลานชายคนโปรดไปทำอะไรไว้" 

"ทำอะไร" พ่อเลิกคิ้วมองหน้าฉัน

"ก็เข้าไปป่วนการสอบของหนูน่ะสิ" ฉันหันไปยิ้มสะใจให้เดย์

"ยังไง" พ่อหันไปมองหน้าเดย์

"ให้ต้นหญ้าเล่าเถอะครับอา" เดย์หันมามองพ่อฉันนิ่งๆ

"ไหนเล่าซิ๊" พ่อหันกลับมาหาฉัน นี่ก็อีกคน ตามใจกันจริงๆ

"ก็วันนี้ 'ครูฝึกพิเศษ' เข้าไปทำการ 'ทดสอบ' นักเรียนที่กำลังจะสอบน่ะสิคะ เล่นเอาซะน่วมไปตามๆกันเลย" ฉันฟ้อง

"แต่ลูกก็ปกตินะ ได้สู้ใช่มั้ย" พ่อขมวดคิ้วถามฉัน ตาเหลือบไปมองเดย์แว๊บหนึ่ง

"สู้ค่ะ นี่ลูกสาวพ่อนะ มีหรอจะพลาด" ฉันทำท่ามั่นใจ

"ใครชนะ??" พ่อทำหน้าตื่นเต้น แหมมมม!! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพ่อเดาไม่ถูกน่ะ

"ลองทายสิคะ ว่าลูกสาวพ่อแพ้หมดรูปขนาดไหน" พอได้ยินฉันเท่านั้นล่ะ พ่อหัวเราะเสียงดังลั่นเลย

"สอบผ่านมั้ย" พ่อคุยกับฉันนะ แต่ตามองอีกคน

"ครับ เธอสอบผ่านตามเงื่อนไข" เดย์ตอบ เขาไม่ได้หันกลับมาหรอก แต่พ่อฉันก็พยักหน้ารับอยู่ดี






Sebastian Part

"เซบ..." เสียงเรียกเนื่อยๆ ของเจ้านายผมดังขึ้น

"ครับคุณหนู" ผมตอบรับ 

'เดย์' ชื่อของเจ้านายผม เด็กชายที่ทำให้คุณทึ่งได้เสมอ วันแรกที่ผมได้เจอกับเดย์ ผมยอมรับว่าผิดหวังมากๆ ผู้ใหญ่เรียกตัวผมไป บอกให้ติดตามคนสำคัญ แต่กลับให้ผมมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก คนอย่างผมเนี่ยนะ!! คนที่อยู่แถวหน้ามาตลอด เรียนจบที่นี่ตั้งแต่อายุ 18 จัดอยู่ในกลุ่มหัวกะทิในงานสำคัญขององค์กร ทำงานมาแล้วหลายรูปแบบภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน และจบลงที่ให้มาติดตามเด็กอายุ8ขวบ!! 

ผมยอมรับว่าเกือบจะปฏิเสธงานนี้แล้ว และถ้าผมทำแบบนั้น ผมคงเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ  เพราะหลังจากผมพบกับเดย์ในวันนั้น เพียงระยะเวลาไม่นาน เดย์ก็พิสูจน์ให้ผมรู้ว่า เขาไม่ใช่เด็กอย่างที่เห็น เขาประเมินสถานการณ์รอบตัวได้เฉียบขาดมาก จนผมยอมรับคำสั่งจากเด็กอย่างเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ผมนับถือและอีกมุมผมก็เอ็นดูเขาเหมือนน้องชายคนนึง ยอมรับว่าบางเวลาก็นึกแกล้งเขาแรงๆเหมือนกัน และเพราะเขายังมีมุมที่เป็นเด็กอยู่ นั่นทำให้ผมยิ่งอยากปกป้องคนๆนี้ คนที่ก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่บอกผมว่าเป็นคนสำคัญแต่ผมไม่เคยเชื่อ จนกระทั่งได้รู้จัก...

"รู้นะว่านายจงใจยื่นถาดที่ใส่กระป๋องน้ำอัดลมให้ต้นหญ้า" เดย์ยังคงใช้เสียงเนือยๆ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดี เพราะเขากำลังใช้ความคิด แต่ก็...ใช่ครับ ผมแกล้งเขา รู้อยู่ว่าเขาต้องจับได้ 

"ครับ" ยอมรับไปสิครับ รออะไร!?

"อย่าทำอีก เพราะคราวหน้า...ฉันอาจจะตกใจจนทำปืนลั่นไปโดนนาย" มีเสียงเย็นๆท้ายประโยคมาให้ผมด้วย 

"...ครับ" และผมรู้ว่าเขาไม่ได้ขู่ - -!! เดย์เป็นคนพูดและทำได้จริง ผมควรแกล้งเขาอย่างอื่นจะดีกว่า (- - แกไม่สลดเลยใช่มั้ยเซบ :ไรท์เพลีย)





Day Part

"ต้นหญ้า วันนี้ไปกินข้าวด้วยคนนะ"  เพราะคุณอามีงานต้องไปทำต่อ ผมเลยอาสาจะไปส่งพี่สาวที่บ้าน ผมไม่อยากให้ต้นหญ้าต้องอยู่คนเดียว

"อือ" ต้นหญ้าทำหน้าหงอยเชียว

"นี่ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ไม่ได้ทิ้งให้อยู่คนเดียวสักหน่อย" ผมบอก

"จะอยู่เป็นเพื่อนจริงหรอ" 

"อือ จะอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าคุณอาจะกลับ หรือจนกว่าต้นหญ้าจะเข้านอน โอเคมั้ย" ต้นหญ้าพยักหน้า

ผมพาต้นหญ้าไปส่งที่บ้าน ที่นั่นมีคนให้เรียกใช้ได้ตลอดเวลา แต่ผมกลับเลือกจะให้เซบาสเตียนเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่อาหารจนกระทั่งความปลอดภัยของต้นหญ้าระหว่างที่อยู่กับผม 

"นอนซะ จะอยู่ข้างๆเนี่ยละ หลับเมื่อไรค่อยกลับ" ผมห่มผ้าให้ต้นหญ้าแล้วเดินมานั่งที่โซฟา

"ฝันดีนะ" ต้นหญ้าพูดเสียงเบา

"ฝันดี" ไม่นานต้นหญ้าก็หลับสนิท เธอคงเพลียน่ะ วันนี้ได้ออกแรงทั้งวัน หลังจากสอบเสร็จและมาอาละวาดที่ห้องเรียนผม เธอก็กลับไปเรียนต่อที่ชั้นเรียนใหม่ของเธอ "กลับนะ" ผมพูด แล้วลุกจากโซฟา ไม่ลืมที่จะดูว่าระเบียงกับหน้าต่างห้องล็อกเรียบร้อยหรือเปล่า

...

...

...1 ปีต่อมา...


Tonya Part

"เดย์!!~" ฉันเรียก

"มาทำอะไรที่ตึกนี้"  ฉันกับเดย์เรียนคนละตึกน่ะ

"ก็ยังไม่เข้าเรียนอะ"

"..." เงียบแบบนี้แปลว่าไม่เชื่อสินะ ชิ!!! เกลียดคนรู้ทันจัง

"ก็..."

"โดนแกล้ง...!?" ฉันพยักหน้ารับ "ต้นหญ้า ผู้หญิงที่สู้กับผมได้นานเกิน 5 นาทีแบบพี่น่ะ ไม่น่าจะมีใครแกล้งได้นะ" น้ำเสียงเรียบนิ่งทำเอาฉันขวัญเสียได้เหมือนกันนะ

"นายก็รู้หนิ..." ฉันตอบเสียงแผ่ว

"กลับ...ไป...ได้...แล้ว!!!" 

"ใจร้าย!!!" ฉันว่า ทำหน้างอแล้วสะบัดหน้าเดินกลับ 

ฉ้นไม่มีเพื่อนเลยสักคนนี่นะ ไม่รู้ทำไมทุกคนไม่ชอบฉัน จนกระทั่งเดย์บอกว่าจริงๆแล้วเป็นเพราะพวกนั้นสู้ฉันไม่ได้ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน หรือกิจกรรม พวกเขาเลยรวมกลุ่มและกันฉันออกมา แต่เดย์ไม่เหมือนฉัน เขาเป็นตัวของตัวเอง ไม่แคร์ใคร แต่...รายล้อมไปด้วยเพื่อน ทั้งที่เขาไม่สนใจใครแท้ๆ

...

...

...

"ต้นหญ้า มานี่สิ" เอลลี่เรียกฉัน ฉันส่ายหน้า โรงเรียนเลิกแล้วและฉันกำลังจะกลับบ้าน ยังรู้สึกเคืองน้องชายอยู่...เลยปฏิเสธที่จะกลับพร้อมเขา

"ไม่ไปอ่ะ มีอะไรก็พูดเลย" ฉันไม่อยากโดนรังแกอีกแล้ว และไม่อยากทำร้ายใครด้วย

"บอกให้มาไง" คนพูดไม่พูดเปล่า เธอเดินมากระชากแขนฉันให้ไปกับเธอ 

"ปล่อยนะ!!" ฉันสะบัดแขน เอลลี่ดูตกใจมาก เธอคงไม่คิดว่าฉันจะมีแรงสู้เธอ "ฉันจะไม่ยอมให้เธอรังแกอีกแล้ว"

"หรออออ...!!" เอลลี่ยิ้มร้าย แต่ก่อนที่ฉันจะกลับหลังหันเพื่อเดินออกไปจากมุมตึก ...

"...อื้อ...!!!"  มีคนเอาผ้ามาปิดปากฉัน ฉันตกใจ...ดิ้นสุดแรงที่มี สติสุดท้าย ...ได้ยินแต่เสียงหัวเราะสะใจของเอลลี่!!

...

...

...

"เฮ้ย!! ไปดูซิ๊ เด็กผู้หญิงตื่นยัง" เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ฉันถูกมัดแขนไขว้ไปข้างหลัง พวกนั้นทิ้งฉันไว้ในห้องมืดๆ มีเพียงแสงสว่างที่ลอดเข้ามาผ่านทางช่องใต้ประตูเท่านั้น รู้สึกกลัวขึ้นมา... จะมีใครรู้ไหมว่าฉันหายไป

แอ๊ดดด..

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ฉันเดาว่าประตูคงเก่ามากแล้วและไม่ได้รับการดูแลอย่างดีเสียงถึงดังได้ขนาดนี้ แสงไฟลอดเข้ามาในห้องตามช่องประตูที่ค่อยๆเปิดออก ปรากฎเงาขนาดใหญ่ของคนเปิดประตู ฉันหลับตาลง ตั้งใจจะแกล้งหลับเพื่อซื้อเวลาให้นานขึ้น

"ยังไม่รู้สึกตัวเลยว่ะ" เสียงตะโกนดังขึ้นใกล้ๆฉัน คงเป็นคนที่เข้ามาดูฉันนั่นแหละ มีเสียงตอบกลับมาแต่ฉันฟังไม่ถนัดนัก ตอนนี้ได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเอง

แอ๊ดดดด....ตึก...!

ประตูปิดลงและห้องกลับสู่ความมืดอีกครั้ง หัวใจที่เต้นแรงค่อยๆเบาลง ฉันกำลังจะเสียสติเพราะความกลัว...คิดไปต่างๆนาๆ พยายามอย่างมากที่จะไม่ร้องไห้ออกมา เอลลี่ทำแบบนี้ทำไม จับฉันมาต้องการอะไรกันแน่ เจอหน้าต้องถามสักหน่อย

"มันอยู่ไหน" ...เสียงเอลลี่นี่นา!!

"อยู่ข้างในครับคุณหนู" ฟังน้ำเสียงนอบน้อมมากเลยนะ เหอะ!!

"เปิดประตู" เอลลี่สั่ง เธอกระชากเสียงเล็กน้อย ช่างเป็นเอกลักษณ์ของเธอจริงๆ

ฉันเห็นเงาเล็กๆยืนอยู่ที่หน้าประตู คงเป็นเอลลี่นั่นแหละ ตายยากจริงๆ เพิ่งจะพูดถึงในใจเมื่อกี้เองแท้ๆ เธอยืนเท้าเอวมองเข้ามาในห้องมืดๆที่จับฉันมาทิ้งไว้

"ต้นหญ้า...ต้นหญ้า!!" เอลลี่ตะคอกใส่ฉัน เธอเขย่าฉันแรงๆ

"มันยังไม่ตื่นเลยครับ" 

"โอ๊ยยยยยย!!" เอลลี่เริ่มโวยวาย "มันรู้สึกตัวเมื่อไรไปเรียกนะ

"ครับ"

พวกเขากลับออกไปแล้ว ทิ้งให้ฉันอยู่ในห้องลำพังอีกครั้ง อย่างน้อยก็มีเวลาคิดว่าจะหนีออกไปยังไง แต่ไม่นานนักเอลลี่ก็กลับเข้ามาอีก เธอสาดน้ำใส่ฉัน...คิดไม่ถึงจริงๆว่าเธอจะอยากปลุกฉันมากขนาดนี้ แต่เอาเถอะ ถ้ายังไม่ยอมรู้สึกตัว พวกมันได้รู้แน่ว่าฉันแกล้งหลับ

แค่ก...แค่ก!!!

"..." ต้องแกล้งไอสักหน่อยจะได้สมจริง

"ตื่นแล้วหรอ!?" เสียงเหยียดๆของเอลลี่ทำให้ฉันนึกหน้าเธอตอนนี้ออกเลย

"เอลลี่!?" ฉันแสร้งทำเสียงงัวเงีย ขยับตัวนิดๆ

"ใช่ฉันเอง!!" 

"นี่อะไร!? มัดฉันไว้ทำไม!?" ตกใจและแตกตื่นเป็นอารมณ์ที่สมเหตุสมผลมาก 

"ยัยโง่...แกถูกฉันจับตัวมายังไม่รู้อีกหรอ" เอลลี่พูดกับฉันด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย แต่คือก็ฉันรู้ไงว่าถูกจับ เธอต่างหากล่ะที่ไม่รู้อะไรเลย

"ทำแบบนี้ทำไม ปล่อยฉันไปเถอะนะ" พูดไปงั้นแหละ ฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องไม่ปล่อยแน่นอน  แต่เพื่อความสมจริงฉันจึงเพิ่มน้ำเสียงเชิงขอร้องลงไปที่ท้ายประโยค

"ไม่!!" เอลลี่เสียงดังใส่ฉัน

"เธอต้องการอะไร" ฉันแสร้งทำเสียงสั่น ยอมรับว่าตอนแรกกลัวมาก แต่พอเอลลี่อยู่ต่อหน้า ฉันกลับรู้สึกกลัวน้อยลง

"พามันออกมา" เอลลี่ไม่ได้ตอบฉัน เธอหันไปสั่งผู้ชายคนที่เข้ามากับเธอ 

เอลลี่ให้คนพาฉันออกมาจากห้องมืดที่ขังฉันไว้ ฉันต้องหรี่ตามองเพื่อปรับให้สายตารับแสงได้เพราะต้องอยู่ในห้องมืดๆมานานตาฉันเลยยังไม่ชิน ห้องนี้มีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ เด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับฉันกำลังยืนสั่งผู้ชายตัวโตสองคน เป็นภาพที่ไม่น่ามองจริงๆ

"ไม่มีใครเห็นพวกแกใช่มั้ย" 

"ครับ"

"ดี จัดการปิดปากมันซะ" นี่ยัยเอลลี่จะฆ่าฉันเลยหรอ เธอไปสั่งสมความแค้นมาจากไหนกัน ฉันสิควรจะคิดแบบนั้นเพราะเป็นคนที่ถูกเธอรังแกมาตลอด

"เดี๋ยว!!! เธอยังไม่บอกเลยว่าทำแบบนี้ทำไม" ฉันรีบถาม แอบหวังว่าอาจจะหว่านล้อมให้เธอยอมปล่อยฉันได้

"ยังมีหน้ามาถามอีกหรอ" เอลลี่กระชากคอเสื้อฉัน แน่จริงแก้มัดดิ!!

"ก็ไม่รู้หนิ บอกมาสิ" ฉันลอยหน้ากวนประสาทเธอ การเรียนอย่างหนักที่โรงเรียนของพ่อทำให้ฉันพอจะมีกำลังใจสู้ในสถานการณ์แบบนี้ได้บ้าง

"ลุงของเธอทำให้พ่อของฉันล้มละลาย" เอลลี่ดูเจ็บปวด "แม่ฉันเครียดมากจนต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะลุงของเธอ" เฮ้ยยย!! ลุง...พ่อเดย์?

"ลุงฉันมีคนเดียวนะ...และเขามีลูกชาย มาจับฉันแบบนี้แล้วจะมีประโยชน์ตรงไหน" ก็จริงหนิ จับเดย์ดีกว่าได้ความโกรธจากทั้งพ่อและลุงฉันแน่ๆ 

"เธอนี่มันโง่จริงๆนะ เดย์เป็นเด็กก็จริงแต่มีคนคอยติดตามเกือบตลอด..." เออเนอะ ช่างสังเกตดีนี่นา 

"ยกเว้นเวลาเรียน!!" ฉันเถียงกลับ นี่ต้องไม่ใช่สาเหตุแน่ที่เธอไม่เลือกจับเดย์

"หุบปาก!!!" เอลลี่ดูจะสติแตก "จับเดย์!!!..ต้องโง่มากนะ แค่คิดจะทำก็โง่มากแล้ว" เอลลี่หัวเราะเสียงดัง เธอสติแตกแล้วแน่ๆ ตั้งแต่พูดถึงเดย์เธอก็ดูระแวง... 

"แล้วจับฉันไม่โง่กว่าหรอ!?" ฉันถาม ส่งยิ้มเหยียดๆให้เธอ ฉันว่าฉันพอจะรู้แล้วล่ะว่าจะจัดการเธอยังไง

"เธอพูดอะไร" เอลลี่ดูระแวงมากขึ้น เธอมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหาใครอยู่

"เดย์จะจัดการกับเธอแน่!!" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง มากพอจะกดดันให้คนที่สติแตกแล้วอย่างเธอสติดแตกหนักกว่าเดิม
 
"กรี๊ดดดดดดด!!" เอลลี่กรี๊ดออกมาเหมือนเธอหมดความอดทนแล้ว เธอตรงเข้ามาทำร้ายฉันทั้งตีทั้งตบ เจ็บนะ!!

"หยุดนะ!!" ฉันตะโกนสู้เสียงกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่งของเอลลี่ แต่เธอไม่หยุด 

...


...

...

โครม...ตุ๊บ...พลั๊ก!!

เสียงดังจากข้างนอกทำให้เอลลี่หยุดทำร้ายฉัน เธอหันไปมองที่ประตูด้วยใบหน้าซีดๆของเธอ เกิดอะไรขึ้นข้างนอกกันแน่ ทำไมเอลลี่ดูวิตกกว่าเก่า ทำยังกับว่าจะมีปีศาจพังประตูเข้ามาในนาทีใดนาทีหนึ่งอย่างนั้นล่ะ

ตึก!!!

ประตูถูกเปิดออกกระแทกกับผนัง เซบาสเตียนยืนมองด้วยท่าทีนิ่งๆ ก่อนจะเดินเข้ามาแล้วหลบให้คนตัวเล็กกว่าเดินตามเข้ามา เดย์มองกวาดไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่ฉัน ดวงตาวาวโรจน์น่ากลัวของเขาทำให้ความรู้สึกกลัวพุ่งวูบขึ้นมาในใจฉัน 

"ดะ...เดย์!!" เสียงสั่นๆของเอลลี่ดังขึ้น

"หึ!!" เดย์เหยียดยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้คนมองหยุดหายใจไปชั่วขณะ

"จัดการมันสิ!!"เอลลี่สั่งคนของเธอพร้อมกับชี้นิ้วสั่นๆไปที่เดย์ นี่เธอลืมไปหรือเปล่าว่าเซบาสเตียนยืนอยู่ตรงนั้นน่ะ 

"เซบ..."เดย์พูดสั้นๆแค่นั้น แต่เซบาสเตียนเคลื่อนไหวแล้ว เขาถึงตัวคนของเอลลี่ทันที ฉันมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าเซบาสเตียนทำอะไรบ้าง รู้แต่ว่าผู้ชายตัวโตล้มทั้งยืนทั้งคู่

"ต้นหญ้า..."เดย์เรียกฉัน เขาเดินมาหาฉันช้าๆ สำรวจฉันด้วยสายตาดุๆของเขา รู้สึกเหมือนถูกตำหนิเลยแฮะ เดย์หยุดลงตรงหน้าฉัน ย่อตัวลง "เจ็บมั้ย..."น้ำเสียงอ่อนโยนที่ทำให้ฉันอบอุ่น แค่ประโยคสั้นๆแท้ๆ  เขาลุกขึ้นอีกครั้ง ฉันมองตาม เดย์อ้อมมาแกะเชือกให้ฉันอย่างเบามือ 

"ขอบคุณ" ฉันหันกลับไปหาเขา รู้สึกชาไปทั้งตัว ขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาคลอ ฉันกำลังจะร้องไห้...ความพยายามที่จะปิดบังความอ่อนแอละลายหายไปหมด

"พี่ต้องโดนอากับพ่อจัดการแน่ๆ" เขาทำหน้าล้อเลียนฉัน บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นทันที ฉันลืมไปแล้วว่าเอลลี่ก็ยืนอยู่ด้วย เดย์อ้าแขนให้ฉันทั้งที่นั่งคุกเข่าอยู่และฉันโผเข้ากอดน้องชายทันทีแบบไม่ลังเล เดย์อายุน้อยกว่าฉันหลายปี แต่ตอนนี้เขาสูงกว่าและตัวโตกว่าฉันมาก เสียงสะอื้นของฉันดังอยู่สักพัก เดย์ลูบหัวลูบหลังปลอบจนฉันหยุดร้อง

"..." ฉันผละออกมามองหน้าเขา "นึกว่าจะไม่มา" ฉันพูดเสียงอู้อี้

"ก็บอกแล้วไงว่าจะไม่ทิ้งให้อยู่คนเดียวน่ะ" เดย์ยิ้ม

"จริงนะ" 

"สัญญา..." เดย์พูดก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เซบาสเตียน

"เชิญทางนี้ครับคุณหนู" ฉันลุกขึ้นตามคำเชิญของเซบาสเตียน เดย์ลุกขึ้นเหมือนกัน แต่ไม่ได้เดินตามฉันมา ฉันขมวดคิ้วมองหน้าเขา

"พี่ไปก่อน ผมมีเรื่องต้องจัดการ" ฉันพยักหน้ารับ รับรู้ได้ว่ามันคือคำสั่ง

กรี๊ดดดดดด!!!

หลังจากประตูปิดลง ฉันก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของเอลลี่ เซบาสเตียนขวางฉันไว้ ไม่ยอมให้ฉันกลับเข้าไปข้างใน เสียงสะอื้นของเอลลี่และเสียงกรีดร้องดังมาเป็นระยะ เกิดอะไรขึ้นในนั้นกันแน่ หลังจากคืนนั้นฉันไม่เคยเจอเอลลี่อีกเลย ไม่รู้ว่าเธอเป็นยังไงหรือย้ายไปอยู่ที่ไหน ไม่ได้ยินแม้กระทั่งข่าวคราวของครอบครัวเธอ เหมือนว่าเธอไม่มีตัวตนอีกต่อไป

...

...

...1 สัปดาห์ผ่านไป...

"เดย์" ฉันเรียก  เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่

"ต้นหญ้า...อย่าวิ่ง!!" เขาละสายตาจากหนังสือเพื่อหันมามองฉันอย่างตำหนิ

"อะไรกันล่ะ" ฉันสะบัดหน้างอนเขา

"มีอะไร" เดย์ไม่ได้สนใจจะง้อด้วยซ้ำ

"ฉันแค่จะมาถาม ว่านายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่ไหน" เดย์ขมวดคิ้ว

"..." เขามองหน้าฉันเหมือนจะถามว่าฉันพูดเรื่องอะไร 
"คืนนั้นที่นายไปช่วยฉันไง"

"สร้อย..." ฉันเผลอเอามือจับสร้อยคอที่มีจี้รูปแฟรี่ห้อยอยู่ เดย์ให้เป็นของขวัญวันเกิดฉันเมื่อปีก่อน ให้ฉันสัญญาว่าจะไม่ถอดมันออก

"เส้นนี้หรอ" ฉันถาม

"อือ" นี่ไม่คิดจะอธิบายยาวกว่านี้เลยหรอ

"เดย์!!" เดย์ถอนหายใจแล้วเงยหน้าจากหนังสือที่อ่าน

"มันจะส่งสัญญาณบอกว่าพี่อยู่ที่ไหน"

"อ้อ" พอได้คำตอบที่ถูกใจฉันก็หันหลังตั้งใจจะออกจากห้องปล่อยให้น้องชายได้อ่านหนังสือต่อ

"ต้นหญ้า..." เดย์เรียกฉัน ทำให้มือฉันชะงักค้างกลางอากาศ "อย่าถอดสร้อยออกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" เดย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"อือ" ฉันตอบรับแล้วเปิดประตูออกมา...โดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้คุยกันแบบนี้

วันรุ่งขึ้น...ฉันได้รับรู้เรื่องราวจากคุณพ่อว่าเดย์หายตัวไปพร้อมกับเซบาสเตียน เราตามหากันแทบพลิกแผ่นดิน พ่อและลุงของฉันแทบคลั่ง อาทิตย์ถัดมาเราพบเขาทั้งสองยืนอยู่ที่หน้าบ้านของลุง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่แห้งแล้ว เขาไม่ยอมปริปากเล่าอะไรเลยสักคำแม้แต่เซบาสเตียนเองก็ไม่พูด...เหมือนว่าในใจเขาจะยอมรับคำสั่งจากเดย์แค่คนเดียวเท่านั้น วันที่เดย์กลับมาสภาพบาดแผลตามตัวไม่สาหัสนัก แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือรอยยิ้ม...รอยยิ้มที่หายไปพร้อมแววตาอบอุ่นที่ฉันสัมผัสได้เสมอ

...

...

...

เฮ้ออออออ!!! ฉันถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาว่ากันว่าคนแก่มักจะคิดถึงเรื่องเก่าๆ นี่ฉันแก่แล้วหรือเปล่านะ เผลอตัวทีไรฉันก็มักจะเอามือจับจี้ห้อยคอเล่นเสมอ...มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำตัวฉันไปแล้ว ที่มาของชื่อไนท์คลับของฉันก็มาจากเจ้าจี้รูปแฟรี่นี่ล่ะ...



-----------------------------------
#ช่วงที่เดย์หายตัวไป1อาทิตย์สามารถหาอ่านได้ใน
 Special:DayVsSebastian


สนุกกับการอ่านนะคะ
รัก
LemonPeach

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

785 ความคิดเห็น

  1. #106 Tonpalm_palmae (@palmae2642) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 17:29
    เจิมมมม
    #106
    0
  2. #90 Fareedakaso (@Fareedakaso) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 06:09
    เจิมมมมมมม
    #90
    0