หวานใจ...นายจอมโหด

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 16 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,468
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    28 เม.ย. 62




Sun Part


"เกิดอะไรขึ้นวะ" ผมถามขณะที่นั่งรถไปกับเซบาสเตียน เพื่อนรักของผมเอง


"ไม่รู้ว่ะ ต้องถามไอ้แทน" เซบาสเตียนตอบผม


"อ้าว มึงอยู่ใกล้น้องกูที่สุด ไม่รู้ได้ไงวะ" ผมคาดคั้น มีหรือคนอย่างมันจะไม่รู้อะไรเลย หลอกผมไม่ได้หรอก


"กูให้ถามใหม่ เอาชัดๆ มึงอยากรู้อะไร" มันถามผมกลับมา นี่อยู่ใกล้เดย์มากไปหรือเปล่าเนี่ย ไม่รู้ใครเหมือนใครกันแน่ ...ถามไม่ถูกก็ไม่ได้คำตอบนะครับท่าน!!   


"กูอยากรู้ว่า ไซคีเป็นอะไร แล้วเรากำลังจะไปไหน แล้วทำไมน้องชายกูทำหน้าแบบนั้นวะ" ผมถามไปเป็นชุด 


"เรากำลังจะไปบ้านของคุณหนู แล้วนายก็กำลังโกรธมาก ส่วนเรื่องอาการนี่คงต้องรอถามไอ้แทน" เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ เซบาสเตียนไม่เคยหลุดเรียกชื่อเดย์เลยสักครั้ง ตั้งแต่วันที่ผมฝากน้องไว้กับมัน ...เลือกที่จะทิ้งหน้าที่ของตัวเองไป และเดย์เข้ามาสานต่อแทน เซบาสเตียนก็ทำหน้าที่ของเขามาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ชนิดที่ว่า ถ้าเลือกระหว่างเดย์กับชีวิตตัวเอง ...เดย์มาก่อนเสมอ


"ไปบ้านไซคีทำไม" ผมถามต่อ เรียกกลับมาไทยคราวนี้ นอกจากจะให้มารับขวัญว่าที่น้องสะใภ้แล้ว คงมีงานยากๆให้ทำแน่


"ไปพาคนที่รู้เรื่องของคุณหนูมากที่สุดมาให้ไอ้แทนซักน่ะสิ มึงจะเลิกถามแล้วช่วยนั่งเงียบๆได้มั้ยวะ" ผมว่ามันกำลังเครียด ในบรรดาพวกผมสามคน มันเป็นคนที่ตามใจเดย์มากที่สุด ให้ความสำคัญกับเดย์มากที่สุด ...เข้าใจเดย์มากที่สุด!!


"เออ" ผมตอบแล้วรถก็เข้าสู่ความเงียบ และผมไม่ชอบความเงียบ!!


"ถ้ามึงกำลังหาเรื่องพูดล่ะก็ หยุดเลย" อ้าว ไอ้นี่ รู้ทันอีก มันต้องอ่านใจได้...เชื่อผมเถอะครับ!!


"งั้นเปิดเพลง" ผมเสนอ และเซบาสเตียนก็สนองด้วยการเปิดวิทยุให้ผมฟังธรรมะ อ๊ากกกก!! 


รถกลับไปตกอยู่ในวงล้อมของธรรมะ(ความเงียบ)อีกครั้ง บอกตรงๆ ผมไม่สงบไปด้วยหรอกนะ แต่ดูจากบรรยากาศที่เซบาสเตียนบรรจงสรรค์สร้างขึ้นในรถแล้ว ผมว่า ผมควรเงียบจะดีกว่า คราวนี้มันไล่ผมลงรถแน่ๆ เซบาสเตียนขับรถไปเรื่อยๆ ไม่เปิดดูแผนที่ด้วยซ้ำ ความจำมันนี่เข้าขั้นอัจฉริยะจริงๆ ไม่นาน เซบาสเตียนก็หยุดรถลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ผมเพิ่งเข้าใจตอนนี้เอง ว่าทำไมเซบาสเตียนถึงพูดแปลกๆ ตอนที่ตกลงเรื่องสถานที่นัดประชุม ก็เพราะทรงของบ้านหลังนี้เหมือนบ้านของแทนไทย่อส่วนมาเลย ถอดแบบกันมาชนิดที่เรียกว่า พี่น้องฝาแฝดยังอาย


"ลงรถสิครับท่าน" เซบาสเตียนหันมามองหน้าผม หางเสียงติดจะประชดกลายๆ เพื่อนผมพัฒนาไปไกลจริงๆ เขาเปิดประตูรถลงไป เดินนำไปที่ประตูบ้าน


"มาหาใครครับ" ชายสูงวัยมาเปิดประตูถามเพราะเสียงกริ๊งที่เซบาสเตียนกดเรียก


"ลุงเริงรึเปล่าครับ" ลุงขมวดคิ้วก่อนจะพยักหน้า


"ใช่ แล้วพ่อหนุ่มเป็นใคร" ลุงแกคง งง จริงๆ เป็นผมก็คงตกอยู่ในอารมณ์เดียวกับลุงเนี่ยแหละ ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาทักถึงบ้าน


"ป้ามิ้มอยู่มั้ยครับ" เซบาสเตียนถามต่อ ไม่ได้ตอบคำถามของลุงหรอก


"พ่อหนุ่มเป็นใครกันแน่" ลุงถามย้ำอีกครั้ง ท่าทางแกเริ่มจะไม่ไว้ใจแล้วล่ะ แต่ถ้าเป็นผมนี่ ผมปิดประตูใส่หน้าไปตั้งแต่คำถามแรกแล้ว


"ผมจะมารับไปหาไซคีครับ" พอได้ยินชื่อไซคี ลุงก็ตาโตขึ้นมาทันที


"รอลุงแปบนะ" ลุงปิดประตูแล้วหายเข้าไปในบ้าน นี่ลุงไม่ถามอะไรสักหน่อยหรอ เชื่อมันจริงๆอ่ะ??


ไม่นานลุงกับป้าก็เดินออกมาจากบ้าน ทั้งสองพยักหน้าและยอมตามขึ้นรถโดยไม่ถามอะไรสักคำ เซบาสเตียนขับรถเงียบๆ ไม่ได้บอกเล่าอะไรให้ลุงกับป้ารู้ก่อนเลย ดีหน่อยที่มันยอมปิดวิทยุสักที ผมเลิกก่อกวนมันเด็ดขาดเลย ยังไม่อยากฟังธรรมะนี่นา


...


...


...


"สวัสดีครับ"  รถจอดสนิทที่หน้าบ้าน แทนไทออกมายืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว


"เอ่อ สวัสดีครับ" ลุงยกมือรับไหว้แบบงงๆ ป้าเองก็ทำแบบเดียวกัน ทั้งสองขมวดคิ้วมองบ้าน ผมว่า... พวกท่านคงรู้สึกแบบที่ผมรู้สึกตอนที่ได้เห็นบ้านที่พวกท่านอาศัยอยู่


"เชิญข้างในเถอะครับ ขอผมถามอะไรสักหน่อย แล้วผมจะพาไปหาไซคี" แทนไทพูด พร้อมผายมือเชื้อเชิญแขกทั้งสอง 


...


...


...


"...เรื่องก็เป็นแบบที่เล่าล่ะครับ คุณ" ลุงพูด แกบอกเล่าเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับไซคีให้พวกผมฟังทั้งหมด ลุงกับป้ามีท่าทีนอบน้อมขึ้นมาทันที หลังจากที่พวกผมสามคนแนะนำตัวและเล่าเรื่องราว รวมถึงอาการไม่สู้ดีของไซคีให้พวกท่านฟัง 


"เอาไงดีวะ" ผมหันไปถามแทนไท เวลานี้บอกตรงๆ ผมไม่กล้าหันไปสบตาเซบาสเตียนจริงๆ มันจะทำให้คนที่ผมเพียรพยายามจะซ่อนไว้ภายในตัวผมปรากฏตัวออกมา คนที่เป็นสาเหตุให้ผมตัดสินใจไปอยู่ต่างประเทศและยอมตกลงทำงานภายใต้คำสั่งของน้องชายตัวเอง


"ถามไอ้เซบดิ" แทนไทยิ้ม ถ้าไม่นับเดย์ มันเป็นคนที่ปั่นประสาทเก่งที่สุด ผมว่าตอนนี้ไม่มีเราคนไหนอารมณ์คงที่สักคน


"อ้าว ไอ้นี่" ผมทำเสียงดุ แต่คนอย่างแทนไท มีหรือ จะสะทกสะท้าน มันหัวเราะออกมา กวนประสาทผมจริงๆ


"พอๆ พาลุงกับป้าไปหาคุณหนูก่อน" เซบาสเตียนก็ยังคงเก็บอารมณ์เก่งเหมือนเดิม ผมเผลอหันไปสบตามันตามความเคยชิน สายตามันตอนนี้ดูเรียบนิ่งแบบที่ผมไม่ชอบ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าสายตาที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเหมือนเมื่อครู่ก็แล้วกัน


พวกเราพาป้ากับลุงไปที่ห้องนอนที่ไซคีนอนพักผ่อนอยู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้น้องชายผมเป็นยังไงบ้าง ครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นเดย์ ก็ตอนที่แยกกันที่สวนดอกไม้นั่น ...อารมณ์จะเย็นขึ้นบ้างหรือยัง ผมไม่เคยเห็นน้องชายในมุมนี้มาก่อน แต่ไหนแต่ไรเดย์จะรับมือได้ดีกับทุกสถานการณ์เสมอ แต่พอเป็นเรื่องไซคีกลับตรงข้ามอย่างเห็นได้ชัด อาการแบบนี้ทำให้ผมเป็นห่วง เพราะคนทำงานเบื้องหลังอย่างเรา การมีจุดอ่อนเป็นเรื่องที่อันตรายมาก


"มีอะไร" ก่อนที่จะเดินตามอีกสามคนเข้าไปในห้อง แทนไทก็หันมาถามผม นึกว่ามันไม่รู้สึกตัวซะอีกว่าผมมองมันอยู่


"บ้านของไซคี..." ผมเว้นช่วง ขอเอาคืนสักหน่อย


"อย่าเล่น กูจริงจัง" แทนไทขมวดคิ้วพูดทันที 


"เออ บ้านหลังนั้น ทรงเดียวกับบ้านหลังนี้" ผมหัวเราะ ขำท่าทางของแทนไท มันทำเข้มไปแบบนั้นล่ะครับ 


"ขอบใจว่ะ" ผมพยักหน้า มันคงนึกอะไรได้




Day Part


"...เดย์ ...เด ...ดะ" ไซคีผวาเรียกชื่อผม สองมือยกไขว่คว้าสะเปะสะปะไปหมด เธอยังไม่ได้สติเลยด้วยซ้ำ


"อยู่นี่... ไซคี... อยู่นี่..." ผมรวบมือทั้งสองข้างไว้ จูบที่หลังมือเบาๆ แล้วไซคีก็นิ่งไป เธอกำลังฝันร้าย แต่ผมช่วยอะไรไม่ได้เลย นึกแล้วโมโหตัวเองจริงๆ


"เดย์" เสียงต้นหญ้าเรียกผม เธอเอาแต่นั่งซึมอยู่อีกฝั่งของเตียง พี่สาวของผมตอนนี้ ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วจริงๆ


"..." ผมเงียบ ละสายตาจากไซคีไปมองหน้าพี่สาว


"พี่กลัว" แล้วต้นหญ้าก็พูด ผมอยากบอกออกไปเหลือเกินว่าผมก็รู้สึกไม่ต่างกัน ...แต่ผมทำอย่างที่คิดไม่ได้


"ไซคีจะไม่เป็นอะไร" ผมยืนยันหนักแน่น ครึ่งหนึ่งเพื่อต้นหญ้า และอีกครึ่งเพื่อตัวผมเอง 


แล้วประตูก็เปิดออกโดยไม่ได้ยินเสียงเคาะ เซบาสเตียนเดินเข้ามา ตามด้วยลุงกับป้าที่ผมเคยเห็นก่อนหน้านี้แล้วในรูปถ่ายที่แนบมากับประวัติของไซคี ผมลุกขึ้น จำใจต้องปล่อยมือไซคี หลีกทางให้ลุงกับป้า ผมหันไปมองหน้าเซบาสเตียน พบร่องรอยบางอย่างผ่านแววตาคู่นั้น ผมพยักหน้าแล้วเดินไปที่ประตู สวนกับแทนไทและซัน


"เฮ้ย จะไปไหน" เป็นพี่ชายผมเองที่ทักขึ้น


"เราก็ต้องไปด้วย ให้เรเน่จัดการทางนี้แล้วกัน"แทนไทพูดกับซัน แล้วหันไปหาเรเน่ ได้รับการพยักหน้าตอบกลับมา 


"ตกลงยังไงครับ คุณหมอ" ซันถามทันที เมื่อเราเข้ามาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของแทนไทแล้ว


"อาการของไซคีค่อนข้างน่าเป็นห่วง ตอนแรกคิดว่า เป็นเพราะฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงช่วงมีประจำเดือน ประกอบกับมีเรื่องให้คิดมาก พักผ่อนน้อย ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียและแสดงความเอาแต่ใจออกมา อาการแบบนี้ช่วงสั้นๆก็หาย..." แทนไทเงียบไป ผมเหลือบตามองเขาทันที และเหมือนเขาจะรู้ตัว ว่าไม่ควรเสี่ยงกับอารมณ์ของผมตอนนี้ "แต่ความจริงแล้วมันมากกว่านั้น ไซคีเกิดภาวะจิตตก  คนที่มีอาการเหล่านี้ จะมีความคิดในเชิงลบกับตัวเองมากขึ้น กลัวและกังวลไปต่างๆนานา และเท่าที่ลุงกับป้าเล่า..." ผมหันไปมองเซบาสเตียนทันที ได้รับการพยักหน้าตอบกลับมา มันหมายถึงผมจะได้รับรายงานเรื่องที่ลุงกับป้าเล่าทั้งหมดอย่างเร็วที่สุด ผมค่อยๆผ่อนลมหายใจ และแทนไทเริ่มอธิบายต่อ "วีนัส มีอิทธิพลต่อความคิดในเชิงลบต่อตัวเองของไซคีเอามากๆ การได้เห็นวีนัส กระตุ้นให้เกิดการแสดงอาการต่อต้านตัวเองออกมา แต่ก็อาจจะมีปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย คงต้องรอถามจากไซคีอีกที  สำหรับคนไข้ที่ตกอยู่ในอาการเหล่านี้ มักจะมีอาการข้างเคียงคือนอนไม่หลับ ส่งผลทำให้การพักผ่อนน้อยลง ซึ่งมันเป็นสาเหตุให้ความดันต่ำ เมื่อเจอสถานที่หรือเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับเรื่องสะเทือนใจมากก็อาจจะมีอาการหน้ามืด ไปถึงหมดสติได้เลย" แล้วแทนไทก็เล่าเรื่องสวนกุหลาบของแม่ไซคี ที่แทนไทเข้าใจเอาเองว่าน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายแสดงอาการกระทันหันแบบนั้น แต่ในวันนั้น... ไม่มีใครรู้ความจริงเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไซคีไม่เคยเล่าให้ใครฟัง


"แล้วต้องทำยังไง" ผมถาม 


"คงต้องคุยกับไซคีน่ะ ทำให้รู้สึกปลอดภัย เชื่อใจ มั่นคง อะไรประมาณนี้ คงต้องใช้เวลา" แทนไทตอบ มันจะไม่ยากเลย ถ้าไซคีจะยอมเปิดใจ แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร ระหว่างพวกเรากับเธอ มีเส้นแบ่งบางๆที่ไซคียังไม่ยอมให้พวกเราก้าวข้ามไป ระหว่างที่ห้องตกอยู่ในความเงียบ เสียงเดินหนักๆเหมือนจงใจก็ดังขึ้นที่ทางเดินหน้าห้อง


"พ่อจะรับไซคีเป็นลูกบุญธรรม!!" ประตูห้องเปิดออกโดยไม่มีการเคาะ เสียงคุณอาดังลั่น


"พ่อพูดจริงหรอ" แทนไทหันไปถาม ไม่ได้ตกใจกับการถือวิสาสะที่มักเกิดขึ้นประจำในบ้านหลังนี้


"จริงสิ พ่อได้ใบยินยอมจากพ่อแม่ของไซคีแล้ว" คุณอาพูด หันไปกวักมือเรียกไคล์ 


"ผมว่ารอถามไซคีก่อนดีกว่านะครับ" ผมบอกออกไป รู้สึกว่างานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คุณอาคิด


"มันต้องแบบนั้นอยู่แล้ว พ่อหลานชาย" คุณอาตอบกลับมา ท่าทางมั่นใจนั่นมันอะไร 


"ธุระของคุณอาคืออะไร" ผมหลีตามอง แล้วคนที่รู้สึกตัวว่ากำลังถูกจับผิดก็ยกมือเกาแก้มแก้เก้อ


"ก็... แหม..." คุณอายักไหล่


"แล้วพ่อทำยังไง พวกนั้นถึงเซ็นต์ให้" แต่คนถามไม่ใช่แทนไทหรอกครับ


"ไอ้ธัน หายหัวไปไหนมา บ้านช่องไม่กลับ" คุณอาเปลี่ยนประเด็นแบบที่คิดว่าเนียนสุดๆ แต่...


"อย่านอกเรื่องสิพ่อ" น้ำเสียงที่พยายามให้ฟังดูจริงจังกลับไม่เป็นแบบนั้น เมื่อคนพูดกำลังกลั้นหัวเราะ


"ธาม!! พวกแกนี่เข้าข้างกันตลอด" ไม่ค่อยจะมีลูกคนไหนเข้าข้างคุณอาสักเท่าไรหรอกครับ


"ให้พ่อเจอไซคีได้ยัง" คุณอาหันไปหาแทนไท


"ยังครับ รอฟื้นก่อน เข้าไปก็คุยกันเสียงดัง" คุณหมอมืออาชีพทำท่าทางจริงจัง เล่นเอาคุณอาคอตก


"เฮ้ยๆ จะไปไหน" เสียงร้องพร้อมกันของบุรุษสามคนผู้มีอำนาจมากที่สุดในบ้านร้องเรียกผม 


"ไปหาไซคีครับ..." ผมกดเสียงต่ำตอบ และทั้งสามคนทำท่ายอมแพ้ หันไปส่งสายตาประท้วงให้คุณหมอที่เพิ่งจะห้ามพวกเขาไม่ให้รบกวนการพักผ่อน แต่แทนไททำเพียงแค่ยักไหล่ 




Psyche Part


"ไซคี!!" มืออุ่น... สัมผัสที่คุ้นเคย

 

"เดย์..." ฉันลืมตาขึ้นมา แสงในห้องสว่างมากจนต้องหลับตาลงไปอีกครั้ง ปากเผลอเรียกชื่อเดย์ออกไปไม่ทันคิด


"เรียกพี่หมอที" เสียงเดย์พูดขึ้น แล้วมือเย็นๆของต้นหญ้าก็คว้ามืออีกข้างของฉันไปจับไว้ ฉันค่อยๆปรือตาขึ้นอีกครั้ง กระพริบตาเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างภายในห้องที่ฉันนอนพักอยู่ ความทรงจำในสวนก่อนที่ฉันจะหมดสติไป ค่อยๆกลับมาอีกครั้งพร้อมภาพซ้อนทับของแม่... ดอกกุหลาบ... วีนัส...


"อะไรกันไซคี พี่ออกไปหาน้ำดื่ม ยังไม่ลงบันไดเลย" แทนไทส่งเสียงล้อเลียนมาให้พร้อมรอยยิ้ม ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็จับเอาสเตโทสโคป (Stethoscope) ที่ห้อยติดตัวอยู่ขึ้นมา "พี่ขอตรวจหน่อยนะ" ฉันพยักหน้า เดย์พยุงให้ฉันลุกขึ้นนั่ง รู้สึกมึนหัวนิดๆ พี่หมอตรวจไปก็ชวนคุยไปด้วย หลอกถามฉันหลายคำถามเลยล่ะ


"เป็นไง" เป็นเสียงของเซบาสเตียนที่ถาม เขาวางมือหนักๆลงบนบ่าของแทนไท แทนไทหันไปหา ท่าทางจริงจัง แล้วพยักหน้า


"ความดันยังต่ำอยู่" พูดจบก็หันมาฉีกยิ้มกว้างให้ฉัน


"นอนนานๆไม่ดีนะ ปวดหัวใช่มั้ยล่ะ" พูดเหมือนฉันอยากจะนอนอย่างนั้นล่ะ ทำไมรู้สึกเหนื่อยจังนะ


"ไซคี..." เสียงอ่อนแรงของต้นหญ้าดังขึ้นข้างๆ ตาบวมเชียว


"พี่ร้องไห้ทำไม" ฉันถามอ้อนๆ เห็นต้นหญ้าเป็นแบบนี้แล้วรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเลย


"..." แต่ต้นหญ้าไม่ตอบ เธอดึงฉันเข้าไปกอดแน่น ร่างบอบบางสะอื้นออกมา ฉันได้แต่ยิ้ม ต้นหญ้าเป็นห่วงฉันมากจริงๆ


"ไม่เอาไม่ร้องนะ ไม่ได้เป็นอะไร เห็นมั้ย โอ๋...โอ๋... " ฉันพูดปลอบ ไม่นานต้นหญ้าก็คลายอ้อมกอดแล้วผละออก เธอมองหน้าฉัน


"ไม่เป็นแบบนี้อีกนะ ฉันใจหายหมดเลย" ต้นหญ้าพูด และฉันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม สัมผัสอุ่นๆของมือใหญ่ที่ยังไม่ยอมปล่อย มีแรงบีบเบาๆ เหมือนต้องการเรียกร้องความสนใจ


"เดย์จะร้องไห้อีกคนหรอ" ฉันเอียงหน้าถามโดยไม่รู้ตัว 


"..." เขาไม่ได้ตอบ แค่ยิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้ใจฉันเต้นแรง มือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่วางลงบนหัวฉันแล้วขยี้ผมเบาๆ ฉันมองพวกเขาทีละคน แววตาของพวกเขากำลังบอกฉันว่า ฉันจะไม่ต้องอยู่ลำพังอีกแล้ว


"มีอะไรหรือเปล่า" ฉันรู้สึกเหมือนรอยยิ้มของเดย์เปลี่ยนไป ดูเจ้าเล่ห์แปลกๆ  แล้วเขาก็ลุกขึ้น ยืนหลบไปอีกทางให้ฉันได้เห็นคนที่ฉันไม่ได้เจอมาเป็นเดือนๆ


"คุณหนูของป้า" ป้ามิ้มนั่งลงช้าๆข้างฉัน


"ป้า..." ฉันโผเข้าหาอ้อมกอดของป้ามิ้มทันที


"กอดแต่ป้า แล้วลุงล่ะ" ลุงเริงพูดพร้อมรอยยิ้ม น้ำตารื้นที่ขอบตาของลุง


"โธ่ มาค่ะ" ฉันผละออกจากป้าแล้วกอดลุงด้วยอีกคน ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วยิ้ม


"คุณหนูเปลี่ยนไปมากเลยนะคะ" ป้ามิ้มยิ้ม ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองคิดถึงอ้อมกอดของป้ากับลุงมากแค่ไหน


"เปลี่ยนไป??" ฉันทวนคำของป้า ป้ามิ้มพยักหน้าเร็วๆให้ฉันสองที


"ค่ะ คุณหนูของป้าดูมีความสุข" ป้าพูด ทุกคนในห้องหันมองป้าทันทีเมื่อป้าพูดแบบนั้น พวกเขามองเหมือนกับป้าพูดว่า 'โลกจะแตกพรุ่งนี้' แต่เพราะป้าเห็นฉันมาตั้งแต่เด็ก อาการของฉันจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับป้าไปแล้ว


"มีความสุขยังไงครับป้า" แทนไทถามขึ้น และคนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วยกับคำถาม ป้ามิ้มหัวเราะออกมาทันที


"ป้าเลี้ยงของป้ามา ป้าต้องรู้สิคะ" ป้ามิ้มอมยิ้มเหมือนกำลังกุมความลับระดับชาติที่ใครๆก็อยากรู้เอาไว้


"โธ่ ป้าบอกผมบ้างสิ" แทนไทจอมกะล่อน!! ฉันเห็นต้นหญ้าส่งสายตาพิฆาตไปให้ เล่นเอาแทนไทคอตกเลยล่ะ


"ไซคี!!" แต่ยังไม่ทันที่ป้าจะได้พูดอะไร เสียงเรียกที่ไม่คุ้นหูก็ดังขึ้นจากประตูห้อง ฉันหันไปมอง เห็นชายสูงวัยยืนอยู่ ไม่บอกก็รู้ว่าท่านดูแลสุขภาพดีขนาดไหน ตามหลังมาด้วยชายอีกสองคนที่หน้าตาคล้ายกับแทนไทราวกับถอดพิมพ์กันมา


"..." ฉันหันไปมองหน้าเดย์ทันที


"จะถามว่าใครใช่มั้ย" เดย์ถามกลับมายิ้มๆ 


"อือ"


คุณลุงธนาแนะนำตัวเองทันทีที่ฉันตอบรับคำถามของเดย์ ตามด้วยพี่ชายสองคนของแทนไท พวกเขาใจดีกับฉันมาก ฉันถูกสั่งให้หยุดเรียน และพักฟื้นอยู่ที่นี่จนกว่าอาการจะไม่น่าเป็นห่วงจนทำให้คนอื่นๆใจหายใจคว่ำกันทุกนาทีแบบนี้ และด้วยเหตุผลง่ายๆคือจะได้อยู่ใกล้ชิดและได้รับการดูแลจากคุณหมอคนเก่งอย่างแทนไทตลอดเวลา ต้นหญ้าถึงกับยอมย้ายมาอยู่เป็นเพื่อนฉันที่นี่เลย ฉันเองก็เพิ่งจะรู้ว่าต้นหญ้ามีห้องส่วนตัวที่บ้านหลังนี้ด้วย 


ตลอดเวลาเกือบอาทิตย์ของการพักฟื้น นอกจากเดย์จะแวะมาอยู่เป็นเพื่อนฉันทุกวันแล้ว คุณลุงธนา พี่ธันวา พี่ธามไท ก็จะคอยผลัดกันมาอยู่ใกล้ๆในระยะที่ฉันมองเห็นด้วย ทั้งสามคนกลายเป็นคนที่กระตุ้นต่อมความเอาแต่ใจที่ไม่ค่อยทำงานของฉันให้ทำงานหนักอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ว่าจะทำอะไร อยากได้อะไร เดินไปทางไหน ฉันจะมีหนึ่งในพวกเขาสามคนโผล่มาอยู่ด้วยเสมอ 


เช้าวันถัดมา หลังจากที่ฉันได้เจอกับลุงและป้า แทนไทขับรถพาท่านทั้งสองกลับไปส่งที่บ้าน ฉันรู้สึกใจหายยังไงไม่รู้ แต่แล้วช่วงสายๆ แทนไทก็กลับมาพร้อมกับลุงและป้าอีกครั้ง ท่านทั้งสองบอกฉันว่า ต่อไปนี้จะย้ายมาอยู่ที่นี่ มาทำงานที่นี่ตามคำชวนของแทนไท ซึ่งฉันมารู้จากแทนไททีหลังว่าทั้งหมดเป็นความคิดของเดย์ เขากลัวว่าฉันจะเหงา เลยให้แทนไทชวนลุงกับป้ามาอยู่ด้วยกันที่นี่ และเพราะแบบนั้น ตลอดการพักฟื้นของฉัน มันกลายเป็นเหมือนฝันดีที่ฉันไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเลยล่ะ


สำหรับฉัน... คุณลุงธนากลายเป็นคุณพ่อในอุดมคติไปแล้ว ท่านมักจะเล่าเรื่องวีรกรรมของท่านกับพ่อของเดย์และพ่อของต้นหญ้าให้ฟังบ่อยๆ เล่าตั้งแต่สมัยยังเรียนด้วยกันนู้น วีรกรรมสมัยหนุ่มๆท่านเยอะจริงๆ จนตอนนี้ก็ไม่ค่อยเปลี่ยน เพียงแค่พวกท่านสามคนแยกย้ายกันไปทำงานเท่านั้น เรื่องที่พ่อของต้นหญ้าตั้งใจจะรับฉันเป็นลูกบุญธรรมคุณลุงธนาเองก็รู้ แล้วก็รู้ด้วยว่าทำไมฉันถึงปฏิเสธ


การมีทุกคนมาคอยอยู่ด้วยแบบนี้ ทำให้บรรยากาศของบ้านหลังนี้ที่ฉันเคยคิดว่าเหมือนกับบ้านที่ฉันอาศัยตอนเด็กค่อยๆเปลี่ยนไป ความทรงจำต่างๆค่อยๆถูกแทนที่ทีละนิด ฉันไม่รู้ตัวเลยว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ กำลังจะเปลี่ยนฉันไปเป็นอีกคนที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะเป็นได้


"ลุงน่ะ อยากมีลูกสาว แต่ไอ้ลูกชายของลุงมันไม่ได้เรื่องสักคน" ช่วงบ่ายของการพักฟื้นวันที่5 คุณลุงก็เปิดหัวข้อสนทนาด้วยเรื่องที่ฉันต้องหันไปมองอย่างสนใจ ท่าทางของคุณลุงเหมือนพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วๆไปแบบที่มักจะชวนฉันคุยประจำ แต่ลึกๆแล้ว ฉันรู้สึกว่ามันไม่เหมือนทุกที


"ไม่ได้เรื่อง??"ฉันทวนคำของคุณลุง มันเกี่ยวอะไรกับการที่ลุงอยากมีลูกสาวล่ะ


"ใช่ ไม่ได้เรื่อง" คุณลุงยืนยัน "ป้าน่ะ เค้าเสียไปนานแล้ว" คุณลุงเคยเล่าเรื่องภรรยาที่รักให้ฉันฟัง ท่านเสียไปเพราะโรคประจำตัวที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก


"แล้วยังไงคะ" ฉันถาม ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร


"ก็...  มีลูกสะใภ้มาเป็นลูกสาวก็ยังดี แต่ลูกชายลุงมันไม่เอาไหน จนป่านนี้ยังไม่มีสาวคนไหนรับรักพวกมันสักคน" ฉันหัวเราะ คุณลุงก็ช่างคิด


"แล้วคุณลุงจะทำยังไงล่ะคะเนี่ย จะหวังพึ่งพาพวกพี่ๆก็ไม่ได้เรื่อง" ฉันอดล้อไม่ได้จริงๆ


"นั่นน่ะสิ" คุณลุงทำท่าคิด "ไซคี..." คุณลุงเรียกฉัน


"คะ???" ฉันขานรับ สงสัยว่าอยู่ดีๆ เรียกฉันทำไม


"มาเป็นลูกบุญธรรมลุงมั้ย??" 



---------------------------------------

สนุกกับการอ่านนะคะ

รัก

LemonPeach










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

785 ความคิดเห็น

  1. #325 ใบชาาา^O^ (@pu_zanaja) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 14:30
    สงสารไซคี ร้องไห้หนักมากกกกก สะเทือนใจสุดๆ ทำกับลูกแบบนี้ได้ยังไง
    #325
    0
  2. #313 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 20:36
    อยากถามแหะ แค่ตรวจว่าใช่ลูกตัวเองมั้ยมันยากหรอ!? บอกว่ากลัวๆอยู่นั้นแหละ เฮอะ! เดย์!!!//เดย์สะดุ้งเล็กๆ//มีโอกาสก็จัดหนักๆอย่าให้เหลือ!!!
    #313
    0
  3. #312 Nuj Popasa (@nevada2210) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 17:50
    สุดจะกลั้นน้ำตาแต่ก็กลั้นไม่ได้
    #312
    0
  4. #311 Tanny (@tan2492540) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 17:04
    เรารู้สึกว่าแบบมันโหดร้ายเกินไปอะไรท์ เราแบบสะเทือนใจ น้ำตาหยดแหมะๆเลย สงสารไซคี ไม่โอเคคคคค ถ้าจะเอาคืนครอบครัวยัยวีนัส ขอแบบจัดหนักๆ เอาให้กระอักเลือดตายกันไปข้าง ไม่อยากให้ไซคีเสียใจไปมากกว่านี้ เพราะคนอ่านก็จิขาดใจตาย สงสารมากๆ #เช็ดน้ำตาแปป
    #311
    0
  5. #310 Aom_19 (@aompakjira-123) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 14:11
    ที่แท้ไซคีก้ไม่ใช่ลูกนี่เอง
    #310
    0
  6. #309 Owari (@Owari) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 11:47
    สงสารไซคีง่ะงื้อออ เอาคืนวีนัสให้เจ็บแสบเลยนะ เอาให้มันเจ็บกว่าไซคีเป็นร้อยเท่าพันเท่า #อินจัดดด
    #309
    0
  7. #308 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 08:50
    อยากเห็นบทลงโทษของครอบครัวไซคีเร็วๆจัง รอไม่ไหวเลย หึ
    #308
    0
  8. #307 nizzina (@nizzina) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 07:48
    ทำกับลูกได้ยังไง สงสารไชคีจัง
    #307
    0
  9. #306 papui (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 07:44
    ตอนพิเศษเศร้าจังเลยอ่านแล้วน้ำตาจะไหลสงสารไซคีน้อยมากๆเลย
    #306
    0
  10. #304 yeephuen (@wathu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 07:06
    สงสารไซคี ป่ะรี้ดทั้งหลายไปดักตบ นังเด็กปีศาจวีนัสกัน
    #304
    0
  11. #303 plaipooh2 (@plaipooh2) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 01:10
    ถ้ารู้ความจริงว่าไซคีคือลูกแท้ๆของตัวเอง ขอให้ไซคีเห็นว่าพวกเขาเป็นแค่ผู้ให้กำเนิดเท่านั้น ไม่ต้องเรียกพ่อแม่ ตัดขาดไปเลย สงสารนางมาก มันบีบคั้นอารมณ์มากเรื่องครอบครัวเนี่ย อินมากมาย ไรท์เขียนดีมากค่ะ^___^
    #303
    0
  12. #302 เบเบ๊บ ♡ (@babyll) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 00:37
    น้ำตาไหลเลยอ่ะ สงสารไซคีมาด เกลียดอิครอบครัวของไซคีมาก เหอะ อยากรู้นักถ้าพ่อกับแม่ไซคีรู้ว่าไซคีเป็นลูกแท้ๆ จะรู้สึกยังไง ที่ทำกับลูกแท้ๆ แบบนี้ได้ลงคอ เหอะ //อินๆ 5555
    #302
    0
  13. #301 nooiceza (@nooice_za) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 00:32
    สงสาร ไซคี TT^TT
    #301
    0