หวานใจ...นายจอมโหด

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 205 ครั้ง
    28 เม.ย. 62




"เร็ว ๆ ครับ จับคู่กัน ใครไม่มีคู่ ออกมาเต้นข้างหน้าครับ" เสียงของพี่ว๊ากดังมาก และมันกระตุ้นต่อมแตกตื่นของคนรอบ ๆ ตัวฉัน ยกเว้นนายคนนั้น ที่ยืนนิ่ง ๆ เหมือนไม่ใส่ใจอะไรเลย อ้อ แล้วก็ฉันอีกคนนี่นา ทำไงดี...ชีวิตนี้เคยเข้าไปคุยกับใครก่อนที่ไหนล่ะ จะให้เดินเข้าไปแล้วบอกว่า คู่กันมั้ย!? ทำไม่ได้อ่ะ ตายแน่ ๆ พี่เขาก็เริ่มหัดนับเลขแล้วด้วย โอ๊ย!!! ตาย ๆๆๆ 


"นี่... " ระหว่างที่กำลังเตรียมใจรับชะตากรรม ฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิดที่ไหล่ 


"อ๊ะ!!" หันไปก็เจอนายคนนั้น มาสะกิดทำไมเนี่ย!?


"คู่กัน" พูดจบนายนั่นก็ดึงฉันนั่งลงข้าง ๆ เขา แล้วเหตุการณ์วุ่นวายรอบ ๆ ตัวก็ค่อย ๆ สงบลงพร้อมเสียงนับเลขของพี่หน้าโหด ผู้โชคร้ายหนึ่งเดียวที่ไม่มีคู่ตอนนี้โดนลากออกไปยืนกับพวกรุ่นพี่ซะแล้ว และคน ๆ นั้นไม่ใช่ฉัน เฮ้ออออ!! รอดไป



"แนะนำตัวสิครับ!!" เสียงดังฟังชัดมากค่ะพี่ ฉันนั่งอยู่นี่ยังได้ยินเสมือนพี่อยู่ข้าง ๆ แล้วเขาคนนั้นแก้วหูไม่แตกไปแล้วหรอคะ


"ผมชื่อ มะ..." ยังไม่ทันพูดจบพี่ท่านก็แทรกด้วยเสียงอันทรงพลัง


"ไม่ได้ยินครับ" หน้าจริงจังซะด้วย 


"ผมชื่อ แมทธิว ครับ" ท่าทางกวนๆ พร้อมเสียงตอบที่ดังฟังชัดมากๆ


"ดีมากครับ ทำไมน้องต้องมายืนตรงนี้รู้มั้ยครับ" พี่ท่านยังคงบ้าพลังต่อไป


"เพราะผมโสดครับ" เฮ้ย... !!! 0_0 นี่แกกวนพี่เขาจริง ๆ ใช่มั้ย โสด...ไม่มีคู่!!


"ดีมาก...กวน_ดีมากครับ พี่ชอบครับ" พี่พูดไพเราะน่าฟังมากค่ะ ครับทุกคำเลย งานนี้ไม่รอดแน่ ๆ 


"ขอบคุณครับ" แล้วนายจะขอบคุณพี่เขาทำไมเนี๊ย!!


"เพื่อเป็นรางวัลที่กวน_ได้ใจ พี่ให้โอกาศน้องเดินไปเลือกใครเป็นคู่ก็ได้ ใครที่ไม่มีคู่ออกมายืนข้างหน้าแทนครับ" เฮ้ยยยย มีงี้ด้วยหรอ สรุปนอกจากไม่ถูกลงโทษแล้วยังได้โอกาศแก้ตัวอีก แล้วไอ้การที่พี่เว้นคำไม่ออกเสียงเนี่ย...คิดว่าคนเขาอ่านปากพี่ไม่ออกหรอคะ!! นายนั่นเดินตรงดิ่งมาทางฉัน และทำฉันตัวแข็งไปเลยทีเดียว นี่นายจะแย่งคู่ฉันใช่มั้ย ไม่นะ อย่ามองจ้องมาทางนี้สิ อย่านะ...!!


หมับ!!!


"คนนี้ครับพี่" 


"-_- " เหวอ!!! ไหงมาจับข้อมือฉันล่ะเนี่ยแถมดึงให้ลุกอีก  


หมับ!!


"-_-" อ๊ะ!!  นายคนข้างๆ ก็ดึงฉันไว้เหมือนกัน ดึงทำไมนะ!? เป็นคุณจะดีใจมั้ย ถ้ามีชายหนุ่มสองคนมายื้อแย่งแบบนี้ =_=!!


"ยัยนี่ของฉัน"0_0 เสียงนิ่งๆที่ดังฟังชัดมากค่ะ นี่เราแค่จับคู่กันทำกิจกรรมรับน้องนะ ไม่ได้จะแต่งงานกัน


"ของนายเมื่อไรกัน ถามเค้ารึยัง!!" นายแมทธิวอะไรนั่นก็ช่างหาเรื่องให้ฉันจริง ๆ ตอนนี้ทุกคนกำลังหันมามองที่ฉันแล้วคร๊าาาา ไม่เว้นแม้แต่ตาดุๆ ของนายคนข้าง ๆ ด้วย


"^_^" สาบานสิ ว่านายยิ้มให้ฉัน ยิ้มอ่อนให้ฉันสามวิ แล้วหันกลับไปเพื่อตอบว่า


"เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธนี่ หรือไง" มีหันกลับมาถามอีกด้วย


"-_-" อึ้งสิครับท่าน แล้วฉันเลือกอะไรได้มั้ย!!~


"ถ้าจะแย่งล่ะ!!" เอาแล้วไง ฉันไม่ชอบสถานการณ์นี้เลย แงงงงง


"ไอ้แมท!!" นั่นใครน่ะ อะไรกัน 0_0 เสียงตะโกนดังมาจากทางขวาของฉัน ก่อนที่จะมีมือใครสักคนมาแกะมือของนายแมทธิวออกจากข้อมือฉัน 


"ไอ้ดิศ!!"เสียงดังแข่งกันใหญ่แล้ว แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรกันต่อ รุ่นพี่ก็สั่งคัท!! ตัดฉากละครที่ใครหลาย ๆคนกำลังอิน


"เฮ้ย ตกลงเอาไงครับ เลือกได้หรือไม่ได้" เสียงพี่ว๊ากดังลั่น 


"ไม่ได้ครับพี่ เจ้าของเขาดุ ฮาาาาา" แมทธิวตอบกลับแล้วหัวเราะออกมา เขาเหล่ตามามองก่อนจะเดินกลับไปหารุ่นพี่ด้วยท่าทางกวนๆ


"งั้นก็กลับมานี่ครับ..." 


กิจกรรมรับน้องวันแรกผ่านไป ฉันได้รู้ตอนหลังว่าการจับคู่ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรกลายเป็นว่าตลอดปี 1 เราต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับคู่หรือบัดดี้ของเราตลอดปี และ'เดย์' คือบัดดี้ของฉัน ส่วนคนที่เข้ามาแกะมือของแมทธิวออกคือ 'ดิศ' และบัดดี้ของเขาคือ 'คลีน' ฉันเพิ่งจะมารู้ทีหลังอีกด้วยว่าทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทกัน ที่สำคัญคือพวกเขาฮอตมากกกกกก!! มันเลยกลายเป็นความโชคร้ายของฉันที่ ต้องโดนสายตาจิกกัดจากสาว ๆ รอบข้าง เพราะดันโชคร้ายได้เดย์เป็นบัดดี้ เฮ้ออออ!!


ระหว่างที่ฉันกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยและตั้งหน้าตั้งตาเดินออกไปหน้ามหาวิทยาลัย ก็มีรถออดี้สีดำขับมาจอดข้าง ๆ ฉัน พอหันไปก็เห็นกระจกรถเปิดไว้อยู่แล้ว และคนที่ขับก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บัดดี้ของฉันนั่นเอง ฉันหยุดเดินและหันไปหาเขา 


"ไปไหน" แค่เดย์จอดรถแวะคุยกับฉัน เราก็กลายเป็นเป้าให้หลาย ๆ คนมองแล้ว 


"..." บรรยากาศมันแปลกๆนะ ถึงเขาจะดูดีขนาดที่สาวๆกรี๊ดกร๊าด แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่ามันแปลก ทั้งที่เดย์กับฉันก็เข้าเรียนปี 1 เหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมมันเหมือนกับว่า ...ทุกคนที่นี่รู้จักและให้ความสำคัญกับเดย์ล่ะ 


"มัวคิดอะไรอยู่ ถามว่า จะไปไหน ได้ยินรึเปล่า" เดย์ดึงฉันออกจากความคิดบ้าๆของตัวเอง


"ห๊ะ!! เอ่อ ไปหน้ามหาลัยน่ะ" ฉันแอบสงสัยว่าเขาจะถามทำไม ...สงสัยอะไรไร้สาระอีกแล้วฉัน ^///^


"ขึ้นรถสิ" เอ่อ อือ ขึ้นระ...เฮ้ยยยย!!


"0_0" อีตานี่เข้าใจอะไรผิดรึเปล่า ฉันบอกว่าจะออกไปหน้ามหาวิทยาลัยนะ แค่นี้...เดินนิดเดียวก็ถึงแล้ว 


"-_-" ยังจะมาทำหน้ามึนอีก


"ไม่เป็นไร ดะ...."


"ขึ้นรถ" ฉันยังพูดไม่ทันจบ เดย์ก็เปลี่ยนมาทำหน้าดุทันที เขามองหน้าฉันเหมือนจะบอกว่า 'อย่าให้ต้องพูดอีกนะ!!' ฉันเลยต้องยอมทำตามที่เขาบอก 


"บ้านอยู่ไหน จะไปส่ง" เดย์ทำลายความเงียบด้วยประโยคคำถามที่ฉันไม่อยากตอบ เขาขับรถเรื่อยๆเหมือนไม่ได้รีบร้อนไปไหน


"เอ่อ คือ ฉันยังไม่กลับบ้านหรอก ขอลงหน้ามหาลัยละกัน" ฉันพยายามที่จะไม่บอกเขาตรง ๆ ว่าฉันจะไปไหน แต่ฉันคิดผิดเพราะนอกจากดุแล้ว เขายังดื้ออีกด้วย ทำไมน่ะหรอ!? ก็ประโยคถัดมาของเขาน่ะสิ


"แล้วจะไปไหน ถ้ายังไม่กลับบ้าน" นี่นายเลื่อนสถานะตัวเองจากบัดดี้กลายเป็นพ่อฉันไปแล้วสินะ ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ยิ่งกว่านั้นมากกว่า เพราะพ่อของฉันเคยสนใจซะที่ไหนล่ะ ว่าฉันจะทำอะไร ที่ไหน ยังไง บางทีฉันยังแอบสงสัยเลย พ่อลืมไปหรือเปล่าว่าในโลกนี้มีฉันอยู่อีกคน


"ฉันต้องไปทำงาน" >.< ในที่สุดฉันก็พูดไปจนได้ มันไม่แปลกหรอกถ้าเราจะทำงานพาร์ทไทม์น่ะ แต่แปลกตรงที่คนที่เรียนมหาวิทยาลัยนี้ต้องมีเงินเพราะค่าหน่วยกิตที่แพงระยับ ไม่มีทางเลยที่คนทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนจะส่งตัวเองเรียนไหว


"ที่ไหน" เขาดูไม่แปลกใจเลยแฮะ และประโยคคำถามสั้น ๆ นั่นมันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจที่จะตอบ


"คาเฟ่ตรงข้ามมหาลัยน่ะ" เดย์พยักหน้ารับ ไม่รู้ฉันคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่ฉันรู้สึกว่าเขาพอใจคำตอบของฉันล่ะ


...


...


...


"ขอบคุณนะ" ฉันบอกเขาก่อนจะเปิดประตูรถ เดย์หันมาหาและยิ้มให้ฉัน มันไม่เหมือนรอยยิ้มเมื่อตอนกลางวัน และบ้ามากๆตรงที่ มันทำให้ใจฉันเต้นผิดจังหวะ โอ๊ยยย! ตายๆ เป็นบ้าอะไรนะเรา พอตั้งสติได้เดย์ก็ขับรถออกไปแล้ว ฉันจึงหันหลังเดินเข้าไปในร้านไอศครีม 'คาเฟ่น้ำหวาน'


"สวัสดีค่ะ" ฉันยกมือไหว้พี่หวาน เจ้าของร้านคาเฟ่คนสวย ฉันสมัครงานที่ร้านคาเฟ่น่ารักตรงข้ามมหาวิทลัย และโชคดีมาก ที่ร้านกำลังขาดคนพอดี


"อ้าว ไซคีมาพอดีเลย รีบเปลี่ยนชุดเถอะ พี่ต้องการตัวช่วย" ฉันพยักหน้ารับคำพี่หวาน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลางานฉันหรอก ฉันเริ่มงานจริง ๆ คือ 6โมงถึง 3 ทุ่มน่ะ แต่ตอนนี้แค่5โมงครึ่งเอง 


'คาเฟ่น้ำหวาน' เป็นร้านไอศครีมที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในหมู่เด็กมหาวิทยาลัยK ร้านนี้พนักงานเสริฟทุกคนต้องแต่งชุดคอสเพลย์ และหน้าตาของไอศครีมรวมทั้งเบเกอร์รี่ของที่นี่ก็ชวนให้อยากอ้วนเลยทีเดียว แถมเครื่องดื่มที่นี่ก็อร่อยไม่เหมือนใครด้วย


"พี่หวาน อันนี้เสริฟโต๊ะไหนคะ" ฉันถามเพราะไม่มีป้ายแปะไว้ว่าเป็นโต๊ะไหน


เสน่ห์ของร้านนี้อีกอย่างคงไม่พ้นตัวพี่หวานเอง พี่หวานจะอยู่ที่ร้านตลอด คอยใส่ใจดูแลลูกค้า ไอศครีมเกือบทุกถ้วยพี่หวานเป็นคนทำ


"โต๊ะ 4 จ๊ะ" พี่หวานเงยหน้าขึ้นมาจากการตักไอศครีม ฉันพยักหน้ารับและเอาไอศครีมไปเสริฟ


ฉันเริ่มทำงานที่ร้านไอศครีมมาอาทิตย์กว่าแล้ว เริ่มจะคุ้นเคยกับงานแล้วล่ะ จะมีปัญหาบ้างก็ตรงที่ฉันไม่ค่อยยิ้ม ก็มันขัดกับฉันมาก ๆ เลยนี่นา ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของฉันไม่เคยมีเหตุผลเลยสักครั้งให้ฉันต้องยิ้ม ตั้งแต่มาอยู่ใกล้พี่หวานฉันก็ยิ้มมากขึ้น 


...


...


...


"ไอศครีมค่ะ มอคค่าซันเดย์ ราดวิปปิ้งช็อกโกแลตค่ะ" ฉันทวนชื่อไอศครีมอีกครั้งก่อนวางมันลงตรงหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง


"ขอบคุณค่ะ" ฉันยิ้มรับ เรื่องแปลกอีกอย่างในชีวิตฉันก็คือ คนส่วนใหญ่ที่ฉันยิ้มให้ พวกเขาจะหน้าแดงใส่ฉัน ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ด้วย


"น้องรับออเดอร์ที" ระหว่างที่ฉันเดินกลับจากโต๊ะ 4 เพื่อไปรับไอศครีมมาเสริฟก็มีคนเรียกไว้ซะก่อน 

"ค่ะ รับอะไรดีคะ" ฉันแวะรับออเดอร์ที่โต๊ะ 6 


"บลูเบอร์รี่ชีสพายกับไอศครีมมะนาวค่ะ" ฉันพยักหน้ารับและจดออเดอร์ ขณะที่เพื่อนร่วมงานฉันเอาน้ำเปล่ามาเสริฟ


"ผมขอมอคค่าปั่นใส่ไอศครีมกาแฟ" ฉันจดออเดอร์ ยิ้มให้เขาสองคน และเดินกลับไปหาพี่หวาน


"ยิ้มเก่งขึ้นนะ" พี่หวานทักฉัน แต่ไม่ได้มองหน้าฉันหรอกนะ


"ดีมั้ยคะ!?" ฉันเอียงคอนิด ๆ ถาม ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองทำแบบนั้น จนพี่หวานบอกว่า ฉันมักจะเอียงคอทุกครั้งที่มีคำถาม


"ดีแล้ว เวลายิ้ม ไซคีน่ารัก" พี่หวานหันมาตอบฉัน และมันทำให้ฉันรู้สึกหน้าร้อน ๆ "เขินด้วย หน้าแดงหมดแล้ว"


"^ ^"ฉันยิ้ม นี่ฉันเขินหรอ >.<


มีอะไรหลายอย่างเลยที่ฉันไม่เคยรู้ บางทีการย้ายออกมาจากบ้านอาจจะดีก็ได้นะ เพราะที่นั่นไม่เคยมีที่สำหรับฉัน จะมีก็แต่ป้ามิ้ม กับ ลุงเริงเท่านั้นที่คอยพูดคุยกับฉัน จะว่าไปก็คิดถึงเหมือนกัน ไม่เจอป้ากับลุงมาเกือบเดือนแล้ว ตั้งแต่ออกจากบ้านมานั่นแหละ


...


...


...


"กลับก่อนนะคะ" เสียงพี่แก้วน่ะ พี่หวานหันมายิ้มรับแล้วหันกลับไปทำงานต่อ 


ที่คาเฟ่มีกัน 5 คน ฉัน พี่แก้ว และจินนี่ เราสามคนมีหน้าที่รับออเดอร์กับเสริฟขนม พี่หวานกับข้าวฟ่างเป็นคนทำ ตอนนี้สามทุ่มครึ่งแล้ว พวกเราเก็บกวาดร้านกันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนทยอยกลับกัน รวมถึงฉันเองก็ด้วย


"กลับก่อนนะคะพี่หวาน"ฉันยกมือไหว้ลาพี่หวานเหมือนทุกวัน


"จ๊ะ กลับดี ๆ นะ" ^ ^


ฉันออกมายืนรอรถ และปลายทางของฉันไม่ใช่คอนโดหรอก แต่เป็นที่ทำงานอีกที่มากกว่า ฉันทำงานต่อช่วง4 ทุ่ม ถึง ตี2 ที่ fairy lady เป็นไนท์คลับหรูที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ที่นี่จะมีเหล่า'แฟรี่' คอยดูแลต้อนรับผีเสื้อราตรีทั้งชายและหญิง ซึ่งแน่นอนว่าตำแหน่งแฟรี่จะรับแต่ผู้หญิงเท่านั้น และเหล่าแฟรี่จะถูกปรับระดับทุกเดือนโดย แฟรี่ควีน 


ที่ fairy lady แบ่งแฟรี่เป็น 3 ระดับ คือ บลูแฟรี่ เรดแฟรี่ และไวท์แฟรี่ แต่ละระดับจะดูแลโซนของตัวเองเท่านั้น โดยจะแบ่งเป็นสามโซน ส่วนแรกจะเป็นโซนทั่วไปหรือบลูโซน โซนนี้สมาชิกทุกระดับสามารถเลือกนั่งได้ บริเวณบลูโซนจะมองไม่เห็นส่วนของเวทีแสดงจะได้ยินเพียงเสียงดนตรีเท่านั้น ส่วนที่สองจะเป็นเรดโซน ค่าสมาชิกก็จะแพงขึ้น โซนนี้ได้รับความนิยมมากที่สุด  นักท่องราตรีเกือบทั้งหมดจะเลือกเป็นสมาชิกโซนนี้ และโซนสุดท้ายเป็นโซนของสมาชิก V.I.P. ค่าสมาชิกที่แพงมากทำให้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยอมจ่าย แต่ค่าสมาชิกแสนแพงก็มาพร้อมกับสิทธิพิเศษมากมายรวมทั้งความเป็นส่วนตัวด้วยเพราะไวท์โซนจะแยกส่วนขึ้นไปที่ชั้นสองของคลับ ไวท์โซนเป็นจุดที่ดีที่สุดที่จะมองลงมาเห็นเวทีและเรดโซนเกือบทั้งหมด ไวท์แฟรี่จึงค่อนข้างเป็นระดับที่พิเศษมาก ๆ และแฟรี่ทุกคนอยากขึ้นไปที่ระดับนี้ ส่วนฉันตอนนี้เป็นแค่ลิตเติ้ลแฟรี่เอง เป็นตำแหน่งสำหรับแฟรี่หน้าใหม่ที่ยังไม่ได้รับการจัดโซนน่ะ ต้องทำงานอยู่ในส่วนของบลูโซนก่อน 1 เดือนถึงจะได้รับการจัดโซนจากแฟรี่ควีน ซึ่งตอนนี้แฟรี่ควีนคนปัจจุบันคือ ...ต้นหญ้า...


"ไซคี" เสียงหวานคุ้นหูเรียกฉัน


"หวัดดี ต้นหญ้า ฉันมาสายมั้ย" ฉันเผลอเอียงคออีกแล้ว ทำไมถึงรู้น่ะหรอ เพราะต้นหญ้ามักจะอมยิ้มเวลาฉันทำแบบนั้นน่ะสิ


"ไม่สาย แต่รีบไปแต่งตัวเถอะ อยากเห็นเธอใส่ชุดแฟรี่แล้ว" ต้นหญ้าเอามือประสานกันไว้ที่หน้าอกแล้วหมุนรอบตัวเหมือนเต้นรำ ร่าเริงดีจัง ^^


"วันนี้แฟรี่เดย์หรอ!?'' กรี๊ดดด!! ฉันเอียงคออีกแล้วต้นหญ้าหัวเราะฉันใหญ่เลย  


''ใช่ ไปเร็ว ๆ''ต้นหญ้าดันหลังฉันไปที่ห้องแต่งตัว


แฟรี่เดย์จะมีเดือนละครั้ง เป็นวันที่ประกาศผลการจัดโซนแฟรี่ของเดือนที่ผ่านมา ผลการประกาศจะมีทั้งดีและไม่ดี ที่ดีคือมีการเลื่อนโซน แต่ที่ไม่ดีคือถูกลดโซน ส่วนใหญ่จะคงที่อยู่ที่เรดโซน ต้องพิเศษจริง ๆ ถึงจะขึ้นไปไวท์โซน และต้องแย่จริง ๆ ถึงจะถูกลดโซน


การรู้จักกับต้นหญ้าทำให้ฉันรู้รายละเอียดพวกนี้เกือบทั้งหมด แล้วทำไมฉันถึงได้กลายมาเป็นเพื่อนกับต้นหญ้าได้น่ะหรอ 


...คงต้องย้อนไปวันที่ฉันออกมาจากบ้าน ตอนที่ฉันกำลังเคว้งและเดินหาที่พักอยู่ เป็นโชคดีของฉันมั้งเพราะฉันดันยืนอยู่ในจุดที่คนร้ายวิ่งราวกระเป๋ากำลังจะวิ่งผ่าน ฉันเหวี่ยงกระเป๋าใส่คนร้ายไปเต็ม ๆ บวกกับความเร็วที่คนร้ายวิ่งมาปะทะกับกระเป๋า เขาเลยเสียหลักล้ม โชคร้ายซ้ำซ้อนที่ตรงนั้นมีกระถางต้นไม้ คนร้ายเลยได้เลือดที่หัวเพราะล้มไปกระแทกเข้ากับขอบกระถางพอดี และเจ้าของกระเป๋าคือต้นหญ้า เธอพาฉันไปเลี้ยงขอบคุณหลังจากที่จัดการส่งตัวคนร้ายให้ตำรวจไปแล้ว เพราะอาหารมื้อนั้น ต้นหญ้าชวนฉันไปพักด้วย ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้ต้นหญ้าฟัง แปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ไว้ใจคนแปลกหน้าขนาดเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแบบนั้น แต่เพราะฉันไม่มีใครและต้นหญ้ายืนยันจะให้ฉันอยู่ด้วยแม้ฉันจะปากแข็งปฏิเสธไปก็ตาม ต้นหญ้าเลยกลายเป็นเพื่อนคนแรกของฉัน และเธอแนะนำให้ฉันมาทำงานที่นี่ที่เดียวกับเธอ ซึ่งฉันมารู้เอาภายหลังว่าต้นหญ้าเป็นเจ้าของไนท์คลับแห่งนี้


ต้นหญ้าเป็นสาวร่างเล็ก สูงประมาณ 165 เซ็นติเมตร แต่หน้าอกหน้าใจกินขาดเลยล่ะ ฉันกับต้นหญ้าหุ่นพอ ๆ กัน แต่เรื่องหน้าอกนี่เว้นไว้นะ ฉันยอมแพ้เธอจริง ๆ 


"ไซคี!~ น่ารักจัง กรี๊ดดดด!!"ต้นหญ้าเสียงดังมาก ๆ เมื่อฉันออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด การที่เราเป็นเพื่อนกันทำให้หลายคนเกิดอาการหมั่นไส้ฉัน แต่เพราะทุกคนรักต้นหญ้า เคารพและให้เกียรติเธอ เลยไม่มีใครแกล้งฉัน เพียงแค่ไม่พูดด้วยเท่านั้นและนั่นไม่เป็นปัญหาสำหรับฉันเลย 


"มันโล่ง ๆ" ฉันพูด รู้สึกโล่งจริง ๆ ชุดเรดแฟรี่เป็นเสื้อคอวีมีปกคอเล็ก ๆ ติดกระดุมหน้าเอวลอยพอดีตัว แขนเสื้อยาวเป็นผ้าซีทรูสีแดง ชายแขนเสื้อเป็นระบายออก คล้ายปีกผีเสื้อเวลายกแขนขึ้น มีเข็มกลัดเงินรูปแฟรี่ติดที่หน้าอกข้างซ้าย และกระโปรงเอวต่ำทรงตรงกระชับตัวค่อนข้างสั้น ชายกระโปร่งเป็นผ้าซีทรู 


"เอาเป็นว่าฉันชอบ" ต้นหญ้าตัดบทซะดื้อ ๆ แบบนั้น และฉันก็ยอมทุกที 


"ทำไมเป็นเรดโซนล่ะต้นหญ้า" ฉันถามขึ้นมาขณะที่ต้นหญ้ากำลังทำผมให้ฉัน และสิ่งที่ต้นหญ้ากำลังทำอยู่เรียกสายตาวิบวับจากบรรดาแฟรี่คนอื่น ฉันบังเอิญได้ยินมาว่า ต้นหญ้าไม่เคยลงมาที่ห้องแต่งตัวของแฟรี่ ต้นหญ้าเป็นควีนและควีนไม่เคยลงมาแต่งตัวที่ชั้น1 ก่อนหน้านี้ต้นหญ้าเคยชวนฉันที่เป็นลิตเติ้ลแฟรี่ให้ไปแต่งตัวที่ห้องของเธอที่อยู่บนชั้น3 แยกกับห้องทั้งสองของแฟรี่ที่ชั้น1 แต่ฉันปฏิเสธ ต้นหญ้าเลยตัดสินใจลงมาดูแลฉันแทน และฉันห้ามเธอไม่ได้


"จะเอาไวท์โซนหรอ" ต้นหญ้าถามฉันกลับ ท่าทางของต้นหญ้าดูจริงจัง ฉันเห็นมันผ่านกระจก รวมถึงสายตาของแฟรี่คนอื่น ๆ ที่จ้องมาที่ฉันด้วย


"เปล่าอ่ะ แค่สงสัยว่าทำไมไม่เป็นบลูโซน" พอฉันพูดจบ ต้นหญ้าก็หัวเราะ


"เพราะชุดเรดโซนสวยกว่าน่ะ" นี่แหละต้นหญ้า เหตุผลล้านแปดแพ้ความต้องการของเธอคนเดียว


"-_-" เอางั้นก็ได้ สวยก็สวย...โล่งจะแย่แล้วเนี่ย


"เสร็จแล้ว" ในที่สุดฉันก็ได้ลุกจากเก้าอี้สักที ต้นหญ้าทำผมและแต่งหน้าให้ฉันทุกวันเหมือนฉันเป็นตุ๊กตา


"ขอบคุณนะ" ^ ^


"กรี๊ดดดดด!!! ใครสอนเธอยิ้ม ห้ามยิ้มแบบนั้นที่นี่นะ" ต้นหญ้าหน้าแดงใส่ฉัน ปกติแล้วฉันเป็นคนไม่ยิ้ม เพิ่งจะมาหัดยิ้มตอนทำงานที่คาเฟ่ของพี่หวานเนี่ยละ 


"ทำไม น่าเกลียดหรอ" -__- สงสัยชอบให้ฉันทำหน้าบึ้ง


"ไม่บอก ห้ามยิ้มแบบนั้นก็แล้วกัน" ฉันพยักหน้ารับถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมก็เถอะ ตั้งแต่รู้จักกับต้นหญ้าฉันรู้สึกว่าตัวเองพูดเก่งขึ้น หรือบางทีอาจเป็นเพราะฉันไม่เคยมีเพื่อนก็เลยไม่มีใครให้พูดด้วยล่ะมั้ง


"แฟรี่เดย์รอบถัดไปคงได้เป็นไวท์แฟรี่แน่ ๆ " น้ำเสียงจิกกัดมาอีกแล้ว ฉันเพิ่งไล่ต้นหญ้าให้กลับไปที่ชั้น3น่ะ 


"น่าหมั่นไส้!!" นี่ก็อีกคนแอคติ้งยิ่งกว่านางร้ายในละครที่ป้ามิ้มชอบดูซะอีก


ฉันตัดสินใจลุกขึ้น และเดินออกมาจากห้องแต่งตัวของเรดและบลูแฟรี่ ไม่รู้จะทนฟังไปทำไม เริ่มรู้สึกแปลก ๆ เหมือนจะหงุดหงิด ทั้งที่ปกติฉันไม่ค่อยสนใจใครแท้ๆ 


ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มนิด ๆ คลับเริ่มจะคึกคัก ดีเจกำลังทำหน้าที่มิกซ์เพลงอยู่บนเวที และเหล่าแฟรี่ทั้งหลายกำลังทำหน้าที่ของตัวเอง


"คุณครับ" มือของใครสักคนดึงแขนฉันไว้ 


"คะ!?" ฉันหันหน้ากลับไป


"มานั่งด้วยกันมั้ย" นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มแต้มเพื่อขึ้นไปชั้น2 หรือไวท์โซน 


"ไม่ค่ะ ขอบคุณมาก" แต่ฉันปฏิเสธ เรดและบลูแฟรี่ทุกคนเลือกได้ และสมาชิกของคลับรับทราบกฎนั้นดี 


"ผมชื่อวินเทอร์" ง่า ไม่อยากแนะนำตัวเลย


"ไซคี" ฉันบอกชื่อตัวเองแล้วก้มหน้าน้อย ๆเพื่อแนะนำตัว นี่เป็นอีกกฎเล็ก ๆ ที่แฟรี่ต้องแนะนำตัวหากสมาชิกแนะนำตัวก่อน


"ถ้าคุณเปลี่ยนใจ..." เขาพูดต่อ ฉันพยักหน้ารับและแกะมือเขาออกจากแขนของฉัน


"ขอบคุณอีกครั้งนะคะ" ฉันจากมาและพยายามเลี่ยงที่จะไม่เดินไปแถว ๆ นั้นอีก




 Winter Part


"ทำไมแกไม่ไปนั่งข้างบนวะ" ไอ้เรย์ถามผม


"นั่นดิ ถ้านั่งข้างบน เมื่อกี้ก็คงไม่โดนปฏิเสธ" ไอ้แมทอีกคน พวกมันสองคนไม่ได้เข้าใจอะไรเลย ก็จริงที่ไวท์แฟรี่ปฏิเสธสมาชิกไม่ได้ แต่...


"ลองคิดดู ถ้านั่งข้างบน แล้วจะมีเรดแฟรี่ขึ้นไปเดินเล่นรึไง" พวกมันทำหน้าคิดตามผมพูด


"เออจริง" ในที่สุดไอ้เรย์ก็คิดได้


"แล้วเอาไง เขาปฏิเสธแบบนั้นน่ะ" ไอ้แมทยังคงไม่ยอม เห็นท่าทางมันกวนๆ แต่จริงๆแล้วไอ้นี่มันเป็นประเภทเสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ และการถูกปฏิเสธเป็นอะไรที่รับไม่ได้เลยสำหรับมัน


"รอดูไปก่อนละกัน เพิ่งเคยโดนเรดแฟรี่ปฏิเสธครั้งแรกเนี่ยละ น่าสนใจดี" ผมมองตามไซคีไปเรื่อย ๆ มองเธอก็เพลินดีเหมือนกัน ระหว่างที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับการมองไซคีทำงาน


"เฮ้ย..." ผมร้องขึ้นตอนที่เห็นเธอเดินชนเข้ากับคนที่ผมรู้จักดีหน้าบันไดทางขึ้นไวท์โซน เธอหยุดคุยกับพวกมัน แล้วต้นหญ้าก็เข้าไปคุยแล้วไซคีก็กลับไปทำงานต่อ ส่วนพวกเขาก็พากันขึ้นไปชั้น2 อะไรกันนะ ผมชักอยากรู้แล้วว่าพวกเขาคุยอะไรกัน!!




Psyche Part


ฉันรู้สึกว่าถูกมองตลอดเวลามาจากฝั่งที่ฉันพยายามเลี่ยง ไม่ชอบเลยแต่ไม่รู้ควรทำไงดี จะไปขอความช่วยเหลือจากต้นหญ้าก็ไม่เหมาะ นี่เป็นงานนี่นาและถึงแม้คราวนี้จะหนีจากสถานการณ์แบบนี้ได้ ก็ใช่ว่าจะไม่เจอกันอีก ระหว่างที่กำลังเหม่อฉันก็แจ็คพ็อตไปชนใครคนหนึ่งเข้าตรงทางขึ้นไวท์โซน


"อุ๊ย...ขอโทษจริง ๆ ค่ะ" พอมองหน้าเขาชัด ๆ ฉันก็ถึงกับตัวแข็งไปเลย


"เธอ..."






















-------------------------------

อ้ายยยยยยยย!!...ไซคีเจอใครน๊าาา!!


นางเอกของเราไม่ค่อยพูดค่ะ

ยังติดนิสัยตอนเด็กๆมาอยู่น่ะ

คิดเองในใจซะมากกว่า

ให้เวลานางปรับตัวสักนิดนะ^ ^



สนุกกับการอ่านนะคะ

รัก
LemonPeach
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 205 ครั้ง

785 ความคิดเห็น

  1. #230 papui (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:41
    "ยัยนี้เป็นของฉัน" กรี๊ดดดดดดดดดด

    ยิ้มอ่อน "เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธนี่" แล้วฉันปฏิเสธได้มั๊ย ได้ข่าวว่าไม่ได้นะเพราะ?เพราะอะไรหว่า
    #230
    0