หวานใจ...นายจอมโหด

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 11 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    28 เม.ย. 62




Day Part

 

ผมนั่งรออยู่ที่รถตั้งแต่ไซคีเข้าไปในห้างกับเพลินเพลง  ตั้งใจจะรออยู่เฉยๆแล้วปล่อยให้ทั้งสองคนได้ทำความรู้จักกัน จนกระทั่งผมเห็นดิวเดินตามเข้าไปในห้างนั่นแหละ ผมถึงได้ตัดสินใจโทรหาเรเน่ ที่ผมไม่เข้าไปเองไม่ใช่เพราะยอมทำตามคำขอของเพลินเพลงอะไรนั่นหรอกนะ แต่เพราะไม่อยากให้ไซคีเข้าใจผิดเรื่องเพลินเพลงแล้วพาลมางอนผมอีกมากกว่า ...อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ผมไม่ประมาทจะดีที่สุด

 

ผมตัดสินใจฆ่าเวลาด้วยการนั่งทำงานในมือถือระหว่างที่รอไซคีอยู่ที่รถ เซบาสเตียนโทรมาย้ำผมสองครั้งแล้วก็โผล่หน้ามาหาผมเองถึงที่รถในครั้งที่สาม ผมว่าผมไม่เคยเบี้ยวสอนสักครั้งเลยนะ อาจจะไปช้าบ้างบางทีจนทำให้บรรดานักเรียนเข้าใจผิดหลายครั้งว่าผมจะไม่เข้าสอน แต่ผมเข้าสอนทุกครั้งนะ ถือซะว่าผมช่วยฝึกความอดทนกับการรอคอยให้ก็แล้วกัน


ผมนั่งทำงานในรถจนเพลิน วางใจเมื่อรู้ว่าเรเน่อยู่กับไซคี สาเหตุเดียวที่ทำให้ผมกังวลมากจนต้องรบกวนให้เรเน่มา ก็เพราะผมรู้เรื่องที่เพลินเพลงตกลงบางอย่างกับดิว... เรื่องแบบนี้เดาได้ไม่ยากเลย และการเห็นดิวเดินเข้าไปในห้างหลังจากที่เพลินเพลงกับไซคีเข้าไปได้ไม่นาน ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงไซคีขึ้นมา สองคนนี้ต้องกำลังทำตามแผนที่ตกลงกันอยู่แน่ๆ


เพลินเพลงที่ผมรู้จักไม่ใช่คนใจร้ายขนาดจะคิดแผนการมากมายเพื่อทำร้ายคนอื่น เธอเป็นคนตรงๆและแสดงออกอย่างเปิดเผยมาตลอด ผมไม่รู้ว่าระยะเวลาหลายปีที่ต่างประเทศทำให้เธอเปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า แต่ตราบใดที่เธอไม่ทำให้ไซคีเสียใจ เพลินเพลงก็จะยังคงปลอดภัยอยู่ในที่ของเธอ ...เพราะผมรู้มาตลอดว่าเธอคิดยังไงกับผม แต่ผมไม่เคยคิดที่จะห้ามเธอเอง สำหรับผมแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรขนาดนั้น ตลอดมาผมวางตัวชัดเจนเสมอว่าเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น เพลินเพลงเป็นคนที่เข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด การที่เธอยอมตกลงกับดิวอาจเพราะเรื่องนี้ด้วยก็ได้ และที่ผมไม่ห้ามเธอตั้งแต่ตอนนั้นก็ทำให้ผมเป็นอีกคนที่มีส่วนไม่น้อยที่ทำให้เธอตัดสินใจแบบนี้ เพลินเพลงอาจคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าสักวัน...อาจเป็นเธอก็ได้ที่จะได้ยืนเคียงข้างผมถ้าผมไม่มีใคร 


ส่วนดิว... เธอเป็นผู้หญิงเจ้าแผนการที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการโดยไม่เลือกวิธีและไม่สนเลยสักนิดว่าแผนของเธอจะทำร้ายใครบ้าง และถ้าแผนการครั้งนี้ของเธอสำเร็จ นั่นแปลว่าเธอจะไม่ได้รับการยกเว้นจากอะไรก็ตามที่คอยปกป้องเธออยู่อีกต่อไป ผมจะให้เธอได้พักไปตลอดกาล

 

...เพราะมัวแต่ก้มหน้าทำงานในมือถือและคิดเรื่องไร้สาระไปด้วยทำให้เวลาของการรอคอยไม่นานอย่างที่ผมคิดไว้ ผมเงยหน้าขึ้นมาหลังจากที่ก้มหน้าทำงานอยู่นาน จังหวะเดียวกับที่เห็นเพลินเพลงเดินออกมาจากห้าง มือทั้งสองข้างของเธอเต็มไปด้วยถุงมากมาย เพลินเพลงชะงักทันทีเมื่อมองมาที่รถแล้วเห็นผมนั่งอยู่ เธออยู่ไม่ไกลมากผมถึงได้เห็นคิ้วเธอขมวดเหมือนเธอกำลังคิดอะไรบางอย่าง สักพักเพลินเพลงก็ตัดสินใจเดินไปที่รถของเธอแล้วขับออกไป ผมมองดูนาฬิกาถึงได้รู้ว่าห้าโมงกว่าๆแล้ว ผมนั่งรอให้เวลาผ่านไปสักพักหลังจากเพลินเพลงขับรถออกไป แล้วหยิบโทรศัพท์มาโทรหาเรเน่

 

'ยัยตัวแสบ' ...คำนี้เหมาะกับเรเน่มาก เรื่องแสบๆที่รองจากเซบาเตียนก็มีเรเน่เนี่ยละเป็นหัวโจก เป็นพวกกบฏที่มีความคิดแปลกๆเสมอ ผมว่าส่วนหนึ่งก็ความผิดผมแหละที่ให้เซบาสเตียนเข้าสอนทฤษฎีแทนผม หมอนั่นเลยเอาวิธีกวนประสาทผมไปสอนให้บรรดาลูกศิษย์ผมด้วย เพียงแค่คนอื่นๆไม่ค่อยจะกล้าเท่าเรเน่เท่านั้น เธอคงรู้ว่าผมเอ็นดูลูกศิษย์ของผมทุกคน และถึงแม้เรเน่จะอายุมากกว่าผม แต่เธอก็เป็นอีกคนที่ผมสอนมากับมือ

 

...ผมรู้อยู่แล้วว่าทำไมเรเน่ไม่พาไซคีมาหาผมทันทีที่แยกกับเพลินเพลง  ผมถึงได้ปล่อยให้เรเน่เล่นสนุกสักพักแล้วค่อยโทรตามยังไงล่ะ หลังจากวางสายกับเรเน่ รอไม่นานเธอก็พาไซคีมาส่งที่รถผมแล้วยื่นถุงใบหนึ่งให้ผมพร้อมกระซิบข้อความสั้นๆเกี่ยวกับดิว ผมพยักหน้ารับคำของเธอ เรเน่โบกมือให้ไซคีแล้วเดินจากไป ผมก้มลงดูถุงเครื่องประดับในมือ ที่ถุงจะมีสัญลักษณ์ประจำร้านติดอยู่

 

'เซเรเซ จิวเวลรี่ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังจริงๆ หลายครั้งที่ผมเลือกใช้บริการที่นี่ เป็นบริษัทใหญ่ที่มีหน้าร้านเล็กๆกระจายอยู่ทั่วโลก รับประกันสินค้าตามแบบที่สั่งพร้อมทั้งอุปกรณ์พิเศษที่ผมให้ติดตั้งกับเครื่องประดับทุกชิ้น ถ้าไม่ใช่คนสั่งทำอย่างผม หรือช่างเครื่องประดับของร้านแล้ว ไม่มีทางรู้เลยว่าเครื่องประดับชิ้นนั้นเป็นมากกว่าเครื่องประดับทั่วๆไป พ่อและอาของผมก็ได้ของขวัญจากผมไปเหมือนกันแลกเปลี่ยนกับคำสัญญาว่าจะไม่ถอดของที่ผมให้ออก แม้แต่ต้นหญ้าก็ด้วย พวกเขาไม่รู้หรอกว่าผมให้ติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตัวเอาไว้ อ๋อ...จริงสิ ยกเว้นต้นหญ้านะพี่สาวผมรู้เรื่องสร้อยคอของเธอมานานแล้ว

 

"เดย์..."ไซคีเรียกผม น้ำเสียงเหมือนไม่มั่นใจเลย เกิดอะไรขึ้นอีกหรือเปล่านะ

 

"มีอะไรรึเปล่า!?"ผมหันไปมองหน้าเธอ

 

"รอนานใช่มั้ย..." ผู้หญิงคนนี้!! ...น่ารักเกินไปแล้ว ทั้งๆที่เธอไม่ได้บอกให้ผมรอแท้ๆ

 

"ไซคี..."ผมเรียกเธอ ยังไม่ทันได้พูดอะไรไซคีก็พูดแทรกขึ้นมา ผมเห็นเธอทำหน้าเศร้า

 

"ฉันขอโทษนะ..." ไปกันใหญ่แล้ว

 

"ฟังก่อนสิ..." ผมหันไปหาเธอทั้งตัว จัดการให้เธอหันมาเผชิญหน้ากับผม "ไม่ได้บอกสักคำเลยว่ารอนาน..." ผมมองหน้าเธอ อยากให้เธอรู้ว่าทุกคำที่ผมพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมด "ให้รอนานกว่านี้ก็รอได้ อย่าคิดมากนะ เข้าใจมั้ย" ไซคีพยักหน้า เธอค่อยๆยิ้มให้ผม

 

"อื้อ"

 

ผมระบายลมหายใจออกมา โชคดีที่ไซคียอมเข้าใจไม่เอาแต่ตำหนิตัวเอง ผมขับรถออกจากห้าง การจราจรติดขัดในเวลาเร่งด่วนแบบนี้ไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดใจเหมือนทุกที ผมขับรถมาได้สักพักต้นหญ้าก็โทรเข้ามา ผมไม่ได้รับสายจนกระทั่งไซคีถามนั่นแหละว่าทำไมไม่รับ ผมเลยให้เธอรับสายให้แล้วเปิดลำโพง

 

"..." ผมไม่ได้พูดเหมือนที่ทำประจำนั่นแหละ

 

"เดย์..."ต้นหญ้าเรียกชื่อผมด้วยเสียงไม่มั่นใจเหมือนเคย

 

"ว่าไง"

 

"ไซคีอยู่กับเดย์รึเปล่า"

 

"อยู่...คุยสิ เปิดลำโพง"

 

"เปิดลำโพง!!?" ต้นหญ้าคงสงสัยว่าทำไมผมถึงเปิดลำโพงคุยกับเธอ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่รับสายใครระหว่างขับรถ ยกเว้นสายเรียกเข้าจากเซบาสเตียนคนเดียว

 

"เดย์ขับรถน่ะ ต้นหญ้ามีอะไรหรอ" ไซคีตอบแทนผม

 

"ขับรถ...ไปไหนกัน!!?" น้ำเสียงต้นหญ้าติดจะร้อนรนนิดๆ นี่เธอกลัวว่าผมจะจับไซคีไปหรือไง

 

"คลับ หรือ คอนโด??"ผมถาม

 

"คลับ" ต้นหญ้าตอบทันที ผมเลยเอื้อมมือไปกดวางสาย รู้อยู่แล้วว่าต้นหญ้าจะไม่กล้าโทรกลับมาอีกแน่ๆ

 

"อีกไม่ไกลก็ถึงแล้ว" ผมหันไปบอกไซคีเพราะเธอมองผมเหมือนต้องการจะถามว่าทำไมผมถึงวางสายโดยไม่บอกลา

 

"อื้อ..." ไซคีตอบรับผมแล้วหันไปสนใจด้านนอกต่อ

 

ระยะทางน่ะ ไม่ไกลหรอก แต่ระยะเวลาเนี่ยสิ... อีกนาน!! รถติดขนาดนี้ไม่ถึงเร็วๆนี้แน่ๆ นี่ผมไม่ได้แกล้งให้ต้นหญ้ารอนะ ...หรือแกล้ง?? ผมรู้สึกว่าโรคชอบแกล้งของเซบาสเตียนติดมาที่ผมยังไงไม่รู้ ต้นหญ้าเป็นพี่สาวที่น่าแกล้งมากที่สุดเลยนะ เพราะงั้นผมไม่ผิด  ...ยิ่งไซคีไม่ต้องพูดถึง รายนี้ไม่ค่อยจะคิดอะไรให้วุ่นวายด้วย ไม่มีทางรู้แน่นอนว่าผมกำลังแกล้งต้นหญ้าอยู่

 

ระหว่างที่รถติดไฟแดง ผมก็รู้สึกว่าบรรยากาศภายในรถแปลกไป เหมือนผู้หญิงข้างๆผมกำลังมีเรื่องให้คิดหนัก ผมหันไปมองและเห็นเธอจ้องออกไปที่ด้านนอก ความสงสัยและเป็นห่วงเกิดขึ้นกับผมทันทีกับท่าทางแบบนี้ของไซคี ผมมองตามสายตาของเธอไปถึงเห็นว่าเธอมองใคร ผู้หญิงผมยาวหน้าตาคล้ายไซคีมาก ติดที่ดูจะมั่นใจมากกว่าหน่อย เธอกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ในร้านกาแฟเหมือนกำลังรอใครอยู่

 

'วีนัสน้องสาวของไซคี เป็นผู้หญิงอีกคนที่ผมต้องกันให้ห่างไซคีไว้ ผู้หญิงคนนี้เป็นอีกคนที่มีอิทธิพลสูงมากต่อความรู้สึกด้านลบของไซคี ผมไม่ต้องการให้ไซคีต้องเสียใจอีกแล้ว ที่สำคัญคือ ...ผมกลัวว่าถ้าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับไซคีเพราะวีนัส น้องสาวของไซคีคนนี้ได้เผชิญหน้ากับความโกรธของผมแน่ๆ และผมจะกลายเป็นคนที่ทำให้ไซคีเสียใจด้วยมือของผมเอง เพราะถึงแม้ไซคีจะไม่เคยพูดถึง แต่ผมพอจะรู้ว่าเธอรักน้องสาวมากแค่ไหน

 

ไซคี...” ผมเรียก เอื้อมมือไปจับมือเธอที่กุมกันแน่นอยู่บนตัก ไซคีสะดุ้งน้อยๆ

 

มีอะไรหรอ” เธอหันหน้ามาหาผมช้าๆ ละสายตาจากน้องสาวที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม

 

เป็นอะไรรึเปล่า” ผมถาม ไซคีไม่เคยเล่าเรื่องน้องสาวให้ผมฟัง ดังนั้นผมจึงควรที่จะทำเป็นไม่รู้เรื่อง

 

เปล่าหรอก” ผมถอนหายใจทันที รู้อยู่แล้วว่าเธอคงไม่ยอมเล่าอะไรให้ผมฟัง “คือ...”  ไซคีเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง เธอดูลังเล “นั่น...” ไซคีหันออกไปมองนอกรถอีกครั้ง “ในร้านกาแฟ คนนั้น...” หัวใจผมพองโตขึ้นมาทันที มันแปลว่าเธอไว้ใจผมมากพอที่จะเล่าอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเธอให้ผมฟัง “วีนัส น้องสาวฉันเอง” ท้ายประโยคเสียงแผ่วมาก เหมือนเธอไม่มั่นใจที่จะพูดว่าเธอเป็นพี่น้องกับวีนัส และผมรู้สาเหตุของอาการนี้ดี

 

อยากแวะไปทักทายหน่อยมั้ย” ผมถาม ตั้งใจจะให้ครอบครัวที่ผลักไสเธอได้รู้ว่า เธอมีคนดูแลที่ดีกว่าพวกเขาแล้ว และพวกเขาจะไม่มีสิทธิทำร้ายเธอฝ่ายเดียวได้อีก

 

ไม่...” ไซคีหันกลับมาหาผม เธอส่ายหน้าแรงๆ

 

ไม่ก็ไม่ อย่าทำแบบนี้” ไซคีเหมือนคนกำลังจะร้องไห้แต่กลั้นน้ำตาเอาไว้ ผมวางมือลงที่แก้มของเธอ...ลูบเบาๆ ไซคีจับมือข้างที่ผมใช้ลูบแก้มเธอเอาไว้ แนบหน้าลงกับฝ่ามือผม น้ำตาหยดเล็กๆไหลลงทางหางตาไหลลงมาที่มือของผม ความเจ็บปวดของไซคีไหลลงมาพร้อมน้ำตา มันทำให้หัวใจของผมเจ็บไปด้วย

 

ไซคีค่อยๆปล่อยมือผม เธอหายใจเข้าลึกๆแล้วพยักหน้าให้ผม ผมเช็ดคราบน้ำตาที่ยังคลอหน่วยตาให้เธอ ขับรถออกจากตรงนั้น พาไซคีออกมาไกลจากผู้หญิงใจร้ายที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาว นี่ขนาดเธอแค่เห็นหน้าน้องสาวเท่านั้นนะ ถ้าเธอได้เจอทั้งครอบครัวแถมได้พูดคุยอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะไม่ยอมให้เธอได้เจอกับพวกเขาก่อนที่หัวใจของเธอจะเข้มแข็งพอและพร้อมที่จะเผชิญหน้าแน่ๆ

 

"ไซคี!!" ต้นหญ้าลุกจากโต๊ะทำงานขึ้นมาทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไป

 

"ต้นหญ้า ฉันไม่ได้เป็นอะไร" ไซคีพูดเหมือนรู้ว่าต้นหญ้าจะถามอะไร เธอเดินเลยต้นหญ้าไปที่โซฟา 

 

("เกิดอะไรขึ้นเดย์ ทำไมไซคีถึงร้องไห้") ต้นหญ้ากระซิบถามผม เธอคงสังเกตเห็นขอบตาที่ยังมีรอยแดงน้อยๆของไซคีอยู่

 

"วีนัส..." ผมตอบ ต้นหญ้าขมวดคิ้ว

 

("เจอได้ยังไง")

 

"ในร้านกาแฟตอนรถติดไฟแดง" ต้นหญ้าพยักหน้าทันที เธอคงพอนึกภาพออกว่าเรื่องราวเป็นยังไง ก็เธอใกล้ชิดกับไซคีมากกว่าผมนี่นา

 

"เข้ามาก่อนมั้ย" ต้นหญ้าคงเพิ่งจะนึกได้มั้งว่าเรายังยืนคุยกันอยู่ที่ประตูห้องทำงานของเธอ ผมพยักหน้ารับ แล้วเดินตามต้นหญ้าเข้าไป 

 

ต้นหญ้าเดินไปนั่งข้างๆไซคี ส่วนผมนั่งอยู่บนโซฟาอีกตัว นั่งมองสองสาวคุยเรื่องไร้สาระกันไปเรื่อยจนกระทั่งถึงเวลาทำงานไซคีขอออกไปแต่งตัว ตอนแรกต้นหญ้าก็ไม่ยอมให้ไปหรอก แต่เหมือนระหว่างสองคนนี้ ไซคีจะมีอิทธิพลต่อต้นหญ้ามากกว่าที่ผมคิดไว้ สุดท้ายพี่สาวผมก็ยอมตามใจน้องสาวคนดีของเธอจนได้ คราวนี้ผมไม่ห้ามหรอก ยังไงซะวันนี้ผมก็ตั้งใจจะอยู่เฝ้าไซคีจนเลิกงานอยู่แล้ว

 

"ต้นหญ้า" ผมเรียกเธอระหว่างที่เธอกำลังนั่งคุยกับดิศและคลีนอยู่ สองคนนี้ตามมาทันทีที่ผมโทรไปบอก 

 

"อะไรหรอ" ต้นหญ้าถามกลับ ทั้งสามคนเงียบทันที

 

"เธอจะลงไปเอง หรือให้ฉันลงไป..." ผมไม่ได้ละสายตาจากไซคีเลย รู้อยู่แล้วว่าต้นหญ้าต้องเห็นสิ่งที่ผมเห็นอยู่

 

"ฉันลงไปเองดีกว่า ยังไม่อยากทำร้านใหม่" ต้นหญ้าพูดติดตลก แต่ผมไม่ตลกด้วย

 

ต้นหญ้าลงไปหาไซคีทันที วินเทอร์ยังคงจับมือไซคีอยู่ไม่ยอมปล่อย ผมเห็นเธอพยายามแกะมือของเขาอยู่หลายครั้ง แล้วต้นหญ้าก็เดินไปถึงพร้อมรอยยิ้มหวาน มือเล็กแกะมือใหญ่ของวินเทอร์ออก รายนั้นยอมปล่อยออกแต่โดยดี ต้นหญ้าดึงไซคีมายืนข้างหลังเธอ พูดอะไรบางอย่างกับวินเทอร์แล้วพาไซคีเดินขึ้นมาไวท์โซน

 

"เดย์..." ไซคีเรียกผม เธอดูเกร็งๆ

 

"มานี่สิ..." ผมตบมือลงที่โซฟาข้างๆ ไซคียอมเดินมานั่งลงข้างๆผม ต้นหญ้ากลับไปนั่งที่ของเธอแล้ว...ไม่ได้คิดจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เธอรู้ดีว่าไม่สามารถทำอะไรได้

 

"คือ..." ไซคีเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง เธอคงรู้ว่าผมเห็นทุกอย่างจากตรงนี้ 

 

"หนาวมั้ย..." ผมไม่ได้ช่วยให้เรื่องที่เธอพยายามจะพูดง่ายขึ้น เสื้อคลุมของผมที่เซบาสเตียนเอามาวางไว้ให้เมื่อครู่ถูกผมใช้คลุมไหล่ให้ไซคี เธอไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่ผมทำให้

 

"ไม่หนาวหรอก...เดย์โกรธมั้ย!?" ผมต้องอมยิ้มกับคำถามของเธอ ไซคีไม่รอคอยให้ผมเปิดโอกาส เธอชิงพูดสิ่งที่ต้องการก่อน รู้ทันผมแบบนี้ผมก็แย่น่ะสิ

 

"ยังไม่โกรธมากเท่าไรหรอก" ผมตอบ คำตอบของผมทำให้ไซคีเงยหน้ามามองผมทันที หลังจากที่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตากับผม

 

"ยังไม่โกรธมาก?? ...ก็แปลว่าโกรธน่ะสิ" ไซคีทวนคำผม แล้วแปลเองเสร็จสรรพ

 

"โกรธสิ ไม่งั้นจะนั่งนิ่งๆทำหน้ายักษ์แบบนี้หรอ" เสียงไอ้คลีนน่ะครับ มันชอบกวนประสาทผมทุกทีเลย


"เงียบเลยมึง" แล้วก็เป็นไอ้ดิศทุกทีที่ห้ามกันเอง ต้นหญ้านั่งอมยิ้มมองผมสลับกับสองคนนั้น นี่พี่สาวผมคิดอะไรอยู่ล่ะเนี่ย


ผมถอนหายใจออกมาหลังจากที่สองเพื่อนรักโต้วาทีกันเสร็จ ไซคีดูผ่อนคลายขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากที่นั่งตัวเกร็งอยู่ ผมเริ่มรู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่ไซคีมีต่อความรู้สึกของผม รับรู้ได้ว่าผมก็มีความสำคัญมากเหมือนกันในสายตาเธอ หัวใจผมพองโตอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อผมมากจริงๆ


"เดย์กินอะไรรึยัง" ไซคีถามผม เธอเลิกพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นข้างล่างแล้ว


"ยัง" เสียงไอ้คลีนครับไม่ใช่ผม ไอ้ดิศเลยประเคนฝ่ามือที่หัวมันให้ผมทีนึง


"กูบอกว่าอย่าไปยุ่งกับมันไง เดี๋ยวมันก็หันมาสนใจมึงแทนหรอก" คลีนทำท่าขนลุกกับคำพูดของดิศ เท้าผมนี่กระตุกขึ้นมาเลย ถ้าไซคีไม่นั่งอยู่ใกล้ๆ ผมว่าจะลุกไปเตะมันสักที


"หิวมั้ย" ผมถามไซคีกลับไป เธอพยักหน้าให้ผม ดูก็รู้ว่าไม่ได้หิวมาก แค่ตั้งใจจะกินเป็นเพื่อนผมเท่านั้น


ผมไม่เคยสั่งอาหารที่คลับของต้นหญ้ากินเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อนเลย เพราะไซคีผมถึงยอม เธอเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกันนี่นะ ก็ตั้งแต่ที่เพลินเพลงลากเธอไปซื้อของด้วยนั่นแหละ พอมาถึงคลับก็ถูกต้นหญ้าซักซะละเอียดเลย แต่ดูๆแล้วเหมือนสองคนนี้จะคุยกันแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ผมเพิ่งจะเข้าใจตอนที่นั่งฟังทั้งสองคุยกันนั่นแหละ ว่าทำไมไซคีถึงเดินเลยต้นหญ้าเข้าไปนั่ง ก็ต้นหญ้าเล่นถามคำถามแบบไม่มีหยุดพักเลยนี่นา ถ้าไซคีไม่เดินเข้าไปนั่งที่โซฟา ต้นหญ้าคงจะคุยกับเธออยู่ที่หน้าประตูห้องจนพอใจนั่นแหละ

 

นั่งรอไม่นานอาหารที่พวกผมสั่งก็มาเสริฟ ที่ต้องใช้คำว่าพวกผมเพราะไอ้สองคนนั้นและต้นหญ้าช่วยกันสั่งราวกับตายอดตายอยากกันมา ไม่อยากจะเชื่อจริงๆว่าหิว ผมไม่เคยเห็นพวกเขาสั่งอะไรมากินเลยสักครั้ง เครื่องดื่มถูกยกออกไปจนหมดแล้วแทนที่ด้วยน้ำเปล่าตามที่ไซคีต้องการ ผมแอบสะใจนิดๆตอนเห็นไอ้คลีนกลืนน้ำลายแต่ไม่กล้าขัดใจไซคี



"น่ากินจัง ขอนั่งด้วยคนสิ" วินเทอร์น่ะครับ ผมเห็นตั้งแต่ตอนที่ไซคีมานั่งข้างผมแล้วว่ามันนั่งมองผมอยู่จากเรดโซน นี่คงพากันย้ายขึ้นมานั่งไวท์โซนล่ะสิ


"ไม่ได้" แต่คนที่ตอบน่ะไม่ใช่ผมหรอก แต่เป็นเรเน่ตะหาก "โต๊ะเต็มพอดีค่ะ เน่จะนั่ง" เรเน่นั่งลงทันทีข้างๆไซคี ยัยตัวแสบรู้งานเหมือนกันนะ ผมนึกแล้วว่าพวกเขาต้องอยู่ใกล้ๆนี่แหละ พวกเขาที่ผมพูดถึงก็ภพ เรเน่ และหัวโจกอย่างเซบาสเตียนน่ะครับ


"ถ้าอย่างนั้น ไซคีไปนั่งที่โต๊ะกับพวกเรามั้ย" ไอ้แมท มองหน้าท้าทายผมแบบนี้ไม่ดูตัวเองซะเลยนะ


"ไม่เป็นไรค่ะ ไซคีจะนั่งกับต้นหญ้า" ไซคีตอบ ทั้งที่เธอจะทำเป็นเมินซะก็ได้ เธอคงไม่อยากให้มีเรื่องกันล่ะมั้ง


"งั้นต้นหญ้า ผมจะซื้อตำแหน่งไวท์แฟรี่ของไซคี" นั่นไง ผมว่าแล้วว่ายังไงวินเทอร์ก็คงไม่ยอม


"จะซื้อหรอ" ต้นหญ้าหันไปยิ้ม "ถ้าอย่างนั้นคงต้องสู้ราคาสักหน่อย เพราะเดย์ก็คงอยากมีส่วนร่วมด้วยเหมือนกัน" ผมว่าผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย นี่ในหัวของต้นหญ้าคงไม่ได้กำลังคำนวนเงินอยู่หรอกนะ


"ว่ามาสิ" ผมพูด ถอนหายใจเมื่อต้องมาทะเลาะกับคนไม่รู้จักโต พี่สาวคนดีของผมยิ้มให้ผมทันที 


"กี่แต้ม" วินเทอร์ถามทันทีที่ผมตอบรับ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้คงคิดว่าชนะผมแน่ๆสินะ


"เริ่มต้นที่ 100 แต้มนะ" น้อยไปมั้ยต้นหญ้า พี่ไม่บอกผมล่ะว่าขอเงินทั้งบัญชีผมน่ะ!!


"100 แต้ม!!" เสียงของเรย์กับแมทน่ะครับ ประสานเสียงกันนี่กลัวผมไม่ได้ยินหรือไง


"150!!" ใจสู้ซะด้วย ผมนึกว่าวินเทอร์จะถอยตั้งแต่ได้ยินซะอีก เงินเป็นล้านนี่นะ


"300..." เงินแค่นี้ไม่สะเทือนผมหรอกครับ เพียงแต่ว่า "โอ๊ย..." ไซคีหยิกผม

 

"เยอะไปมั้ย" ครั้งแรกที่ไซคีทำหน้าดุอย่างจริงจังใส่ผม 

 

"อ้าว แล้วจะให้เท่าไรล่ะ" ผมถาม นี่ไซคีรู้หรือเปล่าว่าเรากำลังคุยเรื่องอะไรกันเนี่ย

 

"เดย์เปลี่ยนเป็น 200 นะต้นหญ้า" ต้นหญ้าพยักหน้ารับ อมยิ้มแล้วมองหน้าผม

 

"250!!" วินเทอร์เริ่มโกรธนะผมว่า เขาเริ่มที่จะไม่นิ่งเหมือนตอนแรกแล้ว

 

"500..." ผมเริ่มเบื่อ อาหารเย็นหมดพอดี ผมไม่อยากให้ไซคีกินอาหารเย็นชืดนี่นา 

 

"เดย์!!" ไซคีหันหน้ามาหาผมทั้งตัว ผมยกมือห้ามทันที ผมรู้ว่าไซคีจะพูดอะไร

 

"1000 ต้นหญ้า สู้มั้ย ถ้าไม่สู้แล้ว ไซคีจะได้กินข้าวสักที" ผมหันไปพูดกับต้นหญ้า แล้วปรายตามองวินเทอร์ 

 

"ฉันโอเคนะ วินเทอร์ว่าไง" วินเทอร์กำหมัดแน่น ผมรู้ว่าเขาต้องโกรธมากแน่ๆ แต่เด็กที่ยังแบมือขอเงินพ่อแม่แบบเขา กับผมที่หาเงินได้ด้วยตัวเองย่อมต่างกันมากอยู่แล้ว

 

"ฝากไว้ก่อนเถอะ" ผมพยักหน้ารับ วินเทอร์เดินกลับไปที่โต๊ะของเขาพร้อมกับเพื่อนทั้งสองคนทันที

 

"10 ล้านนี่จ่ายยังไง" ต้นหญ้ายักคิ้วให้ผม 

 

"เซบ..." ผมเรียก ไซคีหันมามองหน้าผมเหมือนจะถามว่าผมเรียกใคร เซบาสเตียนไม่ได้อยู่ตรงนี้สักหน่อย แต่แล้วเธอก็ขมวดคิ้ว

 

"โอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วครับคุณต้นหญ้า" ต้นหญ้ายิ้มรับ เธอไม่ได้เช็กด้วยซ้ำว่าเงินเข้าหรือเปล่า

 

"คุณเซบาสเตียน...มาตั้งแต่เมื่อไรคะ" ไซคีดูแปลกใจ ผมบอกแล้วไงว่าอยู่ใกล้ๆแถวนี้แหละ

 

"กินข้าวเถอะไซคี" ไซคีละสายตาจากเซบาสเตียนมาหาผม

 

"อ้าว... ไปไหนซะแล้ว" เธอหันกลับไปหาเซบาสเตียนอีกครั้ง แต่เขาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว "ว่าจะชวนกินข้าวด้วยกัน" 

 

"ไม่ต้องชวนหรอกค่ะคุณหนู คุณเซบาสเตียนกินข้าวกับภพแล้วล่ะค่ะ" ไซคีพยักหน้าให้เรเน่  แล้วเธอก็หันกลับมาหาผม

 

"ทำไมถึงใช้เงินเยอะขนาดนั้น" ไซคีดุจริงๆนะ 

 

"อาหารจะเย็นหมดแล้วนะ หิว..." ผมพูด ทำเสียงอ้อนนิดๆ เพิ่งรู้ว่าตัวเองอ้อนเป็น

 

"อื้อ" ไซคีพยักหน้ารับ และไม่พูดถึงเงินไร้สาระนั่นอีก

 

หลังจากกินข้าวเสร็จเรเน่ก็หายตัวไปดูแลคลับให้ต้นหญ้า พี่สาวผมคงไม่อยากทำอะไรอีกแล้วล่ะ นั่งคุยกับดิศและคลีนจนลืมผมกับไซคีไปแล้ว ผมรู้ตลอดเวลาว่าวินเทอร์นั่งมองผมกับไซคีอยู่ แต่ผมเลือกที่จะไม่พูดถึง เพราะไม่อยากให้ไซคีเป็นกังวล

 

"ฉันไปห้องน้ำนะ" ไซคีลุกขึ้น

 

"ไปด้วย..." ผมพูด ไม่อยากให้เธอไปคนเดียว

 

"ไม่ต้องหรอก" ไซคีมองหน้าผม และผมไม่อยากขัดใจเธอ 

 

"อย่าไปนานนะ" ไซคียิ้มทันที

 

"พูดเหมือนเรเน่เลย" แล้วเธอก็หัวเราะ 

 

"พูดเหมือนกัน แต่ทำไม่เหมือนกันหรอกนะ" ผมยิ้ม "รู้ใช่มั้ย ว่าถ้าไปนานอะไรจะเกิดขึ้น" ไซคีพยักหน้ารับ แล้วหันหลังเดินไปทางห้องน้ำทันที

 

"ขี้หวง..." ต้นหญ้าพูดขึ้น

 

"นั่นสิ" แล้วก็ไอ้คลีน ตามมาด้วยรอยยิ้มล้อเลียนจากไอ้ดิศ

 

"หึ..." 

 

ผมนั่งอยู่เฉยๆก็จริง แต่ตาผมมองไปทางห้องน้ำตลอดนะ เห็นวินเทอร์ลุกเดินไปทางห้องน้ำหลังจากไซคีเดินเข้าไป...

 

 

 

Psyche Part

 

"มาคนเดียวไม่กลัวหรือไง" เสียงที่ฉันจำได้ไม่ลืม 

 

"วินเทอร์..." 

 

 

 

------------------------------------------------- 

#อย่าเพิ่งว่าเดย์กันนะ นางหาเงินได้เยอะจริงๆ

#พ่อบุญทุ่มมากๆ ><

 

สนุกกับการอ่านนะคะ

รัก 

LemonPeach  


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

785 ความคิดเห็น

  1. #113 LK's lookkate (@kate2911) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 07:06
    รอตอนต่อไปคร้าาาามาต่อไวๆๆน้าาา
    #113
    0
  2. #112 air48050 (@air48050) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 06:42
    เดย์ค่าาาา
    #112
    0
  3. #111 P'chyn Ning (@pitchayanin23) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 01:01
    รอค่ะะะ
    #111
    0
  4. #110 Srisuk Wongkrut (@paejung12) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 00:39
    รอนะคะ
    #110
    0
  5. #109 ใบชาาา^O^ (@pu_zanaja) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 23:52
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #109
    0
  6. #108 แสงจันทร์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 23:06
    รออยู่นะคร้าาาาา :)
    #108
    0
  7. #107 Tonpalm_palmae (@palmae2642) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 18:01
    มาต่อด้วยนะคะ
    #107
    0
  8. #105 LK's lookkate (@kate2911) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 14:58
    มาต่อไวๆๆๆน้าาา
    #105
    0
  9. #104 air48050 (@air48050) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 09:38
    มาต่อเร็วๆนะคะ ????
    #104
    0
  10. #103 LK's lookkate (@kate2911) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 12:56
    เจิมมมมมมมมมม
    #103
    0
  11. วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 22:26
    จิ้มเจิมแรงๆๆๆๆ
    #102
    0
  12. #101 NamphuengU (@NamphuengU) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 21:09
    เจิมมมมมมมม
    #101
    0
  13. #100 อาหมวยน้อยๆ (@08122539) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 16:53
    เจิมมมม
    #100
    0
  14. #99 010654 (@010654) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 19:40
    เจิมมมมม
    #99
    0
  15. #98 P'chyn Ning (@pitchayanin23) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 15:08
    เจิมมมมมมมมมม
    #98
    0
  16. #97 Gift.spr (@giblovelove) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 13:43
    เจิมมมมมมมมมมมมมมม
    #97
    0
  17. #96 LK's lookkate (@kate2911) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 11:21
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #96
    0
  18. #95 gsglsh (@gsglsh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 11:10
    เจิมมมมมมม
    #95
    0
  19. #94 Nongforfang (@Nongforfang) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 10:21
    เจิมมมมค่ะ สู้ๆนะ
    #94
    0
  20. #93 air48050 (@air48050) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 08:15
    เจิมมมม
    #93
    0
  21. #92 Srisuk Wongkrut (@paejung12) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 02:25
    เจิมคะ
    #92
    0
  22. วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 00:16
    เจิมคร้าาา
    #91
    0