My name is Lee Joe มารักกับผมไหมล่ะ? [จบเรื่อง]

ตอนที่ 5 : ริว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

ขณะนั้น ทางด้านฝั่งของริว

“เสียงเอะอะอะไร..”

ริวที่พยายามปลดการเกาะกุมมือผู้หญิงที่เขาไม่คิดจะเอามาเป็นผู้หญิงของเขาแน่ออกจากตัวเขา แล้วหันไปตามเสียงใครบางคนที่คุยกันจ๊อกแจ๊ก

“เมเนเจอร์..?”

เขาจำแผ่นหลังผู้หญิงคนนั้นได้....เขามองดูเมเนเจอร์ของเขาที่กำลังไล่..นักข่าวแน่ๆ...เขาคิดได้แบบนั้นก็หันกลับมามองหน้าเฮยอง

“นี่..ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม..ว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ ฉันไม่มีทางทิ้งความฝันของฉันหรอก..แล้วเธอก็คิดเองเออเองทุกอย่างแบบนี้...จะต้องให้ฉันบอกกี่รอบ”

 “แต่ฉันชอบคุณนี่คะ......เราเคยไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยจะตาย ก่อนคุณจะเดบิวต์”

“ผมบอกคุณแล้วไง เฮยองอ่า...ว่าเราเป็นเพื่อนกัน....คุณควรจะให้เกียรติงานคุณด้วยนะ...”

“ฉันเลือกคุณนะคะ โอปป้า”

“พอเถอะเฮยองอ่า....คุณหนีความจริงไม่ได้หรอก...”

ริวแกะมือเธอออก แล้วก็วิ่งตามหลังเมเนเจอร์ของเขาไป

ทำไมเธอต้องมาเห็นฉันสภาพแบบนี้นะ ยัยพี่สะใภ้ตัวแสบ...

 

 

ช่วงเตรียมตัวไปแฟนมีต

ฉันกำลังเก็บของช่วยสตาฟคนอื่นๆอยู่ในห้องพักเพอร์เฟคนิส เพราะหลังจากที่เพอร์เฟคนิสขึนโชว์เสร็จเราก็จะย้ายไปมหาวิทยาลัยสตรีอีฮวาทันที เพราะเพอร์เฟคนิสมีมีตติ้งกับแฟนวีไอพีที่นั่นต่อ  หลังจากที่ฉันไล่ต้อนพวกนักข่าวออกมาจากบริเวณที่ฉันเจอริวกับผู้หญิงของเขาแล้ว ฉันก็ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับนายริวเลย แม้ว่าริวจะไม่เห็นฉันก็ตาม แต่ฉันคิดว่าฉันควรเปิดใจคุยกับเขาก่อนที่เรื่องเดทจะลุกลามไปมากกว่านี้ เอาจริงๆเลยนะ ฉันเองก็ไม่อยากไปยุ่งเรื่องรักๆเลิกของคนอื่นเขามากหรอก แต่มันคือกฎและหน้าที่ ไม่สิ มันคืองานของฉันที่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งชีวิตส่วนตัวเขา จะว่าไปแล้วฉันก็ไม่เห็นมีเมเนเจอร์คนไหนเลยที่เข้าไปยุ่งเรื่องเดทชาวบ้านแล้วชีวิตจะรุ่งโรจน์ เหอๆๆ

“น้องเยรินคะ? คุณ โจวกลับไปแล้วใช่ไหมคะ?”

ฉันง่วนอยู่กับการเก็บของอยู่เงยหน้าขึ้นมาจากกองเสื้อผ้า แล้วหันไปตามเสียงที่เดินเข้ามาทัก ฉัน

“เอ๋? คุณโจวเหรอคะ??? รินไม่ทราบเหมือนกันอ่ะคะ....เราแยกกันตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วค่ะ...”

ฉันหันไปตอบพี่สตาฟคนนั้น

“อ้าวเหรอคะ..พี่นึกว่าคุณโจวบอกน้องรินไว้ เพราะเห็นออกไปด้วยกันแต่เช้า..คือพอดี ทางทีมงานมิวสิคอวอร์ด เขาฝากบัตรเชิญงานเลี้ยงบริษัทให้คุณโจวน่ะค่ะ....นี่ค่ะ”

พี่สตาฟคนนั้นยื่นบัตรนั่นมาที่ฉัน ฉันก็รับมันมาอย่างงงๆ ทำไมฉันต้องเป็นหุ่นยนต์ทำตามคำพูดหวานๆโดยอัตโนมัติ รับบัตรนั่นมาแต่โดยดี ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าอาจจะได้เจอหรือไม่ได้เจอคุณโจวที่งานแฟนมีตเนี่ยนะ..

“ไหนๆ..น้องรินจะไปงานมีตต่อใช่ไหมคะ? พี่เดาว่าคุณโจวน่าจะไปพบแฟนคลับด้วย งั้นพี่ฝากน้องรินเอาไปให้คุณโจวด้วยได้นะคะ”

“อะ..เอ่ออ อ่อ ได้ค่ะ แฮะๆๆ”

ฉันเก็บบัตรนั้นไว้ในกระเป๋าแล้วรีบกลับไปจัดของเข้ากล่องต่อทันที นี่มันก็ใกล้เลิกงานของเพอร์เฟคนนิสที่นี่แล้ว แล้วเขาอยู่ที่งานรึเปล่านะ หลังจากที่แยกกันเมื่อเช้า เขาก็ไม่ได้เข้ามาหาทางทีมสตาฟกับพวกเราอีกเลย ไปไหนของเขา

“กลับมาแล้วคร้าบบบบบ ”

“เป็นไงเยี่ยมเลยใช่ไหม?”

“ใช่แล้ววว พวกเราทำได้อยู่แล้ว”

“เดี๋ยวเก็บองตรงนี้แล้วเราเตรียมออกด้านหลังฝั่งนู้นนะ”

“คร้าบบบบ”

“ทำดีมากทุกคน!

หลังจากที่เก็บของอยู่สักพัก เสียงเพอร์เฟคนิสทยอยเดินกันเข้ามา แล้วพวกพี่ๆสตาฟที่รู้จักมักจี่กับเด็กๆดี ก็ทักทายกันอย่างเป็นกันเอง ฉันที่เงยหน้าไปมองพวกเขาเห็นว่ามาครบกันหมดแล้ว ก็โล่งใจแล้วที่เด็กๆ ผ่านงานนี้ไปแล้ว พวกเขาทำได้ดีแบบไม่มีอะไรติดขัด ฉันก็พอใจแล้วล่ะ

“เยรินนูนา..^^ เสียงกรี้ดผมตอนถึงท่อนที่ผมร้อง อย่างดังเลยล่ะ”

“อื้ม..^^ฮ่าๆ ทำดีแล้วล่ะ”

จุนฮวาที่อยู่ดีๆ ก็ก้มลงมาเก็บถาดขนมที่พวกเขากินกัน อยู่ข้างๆฉัน ฉันเองก็ผงะกับรังสีความหล่อของเขาอีกจนได้

“โจวฮยอง กลับแล้วเหรอฮ่ะ?”

“หืม?? ไม่รู้สิ ไม่เห็นสักพักนึงแล้วอ่ะ น่าจะกลับแล้วนะ..”

ทำไมมีแต่คนถามหาอิตาโจวจากฉันล่ะ= =

“หูยยย ทำไมนูนาไม่กลับไปด้วยล่ะครับ ไม่เห็นต้องรอพวกเราเลย ...”

“หืมม..นี่มันหน้าที่ฉันนะ...”

“แค่พี่คือคู่หมั้นเขานะครับ...”

“เกี่ยวอะไรล่ะ..ฉันมีหน้าที่ดูแลพวกนายฉันก็ต้องอยู่ที่นี่สิ..”

“ฮยองนิมใจร้าย ถ้าเป็นผมนะ ผมจะไม่มีวันใช้คู่หมั้นที่แสนจะเพอร์เฟค แถมยังใจดีขนาดนี้ เด็ดขาด”

จุนฮวาบ่นพึมพำอะไรของเขาไป ส่วนฉันก็หลุดขำกับความง้องแง้งของเขา ฮ่าๆ นายนี่มันเด็กๆจริงๆ

“เอาละทุกคน เดี๋ยวนั่งพักรอให้นักข่าวกับกลุ่มแฟนคลับด้านนอกลดลงก่อน ค่อยตามไปเจอกันที่มหาลัยนะ”

“คร้าบบบบ..”

พี่สตาฟผู้ชายที่อายุเยอะสุดหันมาบอกกับทุกคนเสร็จหลังจากที่ห้องสะอาดเรียบร้อย เก็บของหมดเสร็จกันทุกชิ้นแล้ว พวกทีมสตาฟก็คอยช่วยกันทยอยขนของขึ้นรถตู้ของค่ายไปกันทีละหน่อย

“ริน งั้นเดี๋ยวไปพร้อมกับเด็กเลยละกันนะ พี่จะเอาของไปเก็บที่ค่าย รินพาเด็กไปที่มหาลัยเลยละกัน มันใกล้เวลาแล้ว”

“อ่า..ได้ค่ะ”

เมื่อทีมงานออกไปหมด เหลือฉันกับ เพอร์เฟคนิสที่นั่งพักผ่อนตามอัธยาศัยกัน ฉันเลยจัดการเตรียมสคริปต์งานให้พวกเขาทันที

เด็กๆ รีบดูสคริปต์ทันทีที่ฉันแจกให้

“อ๊า...วีไอพีแฟน? ....” ยองอินหันมาถามฉัน

“ช่ายๆ พวกนายก็ไม่จำเป็นต้องตามในสคริปต์หมดเลย ก็ได้ ..เพราะค่ายคัดอายุ ระหว่างอายุของพวกนายเลย”

ฉันนั่งอธิบายให้พวกเขาฟัง เพราะงานนี้คือ มีตติ้งครั้งแรก หลังจากเดบิ้วต์

“อ๊า....22-25 I like this let’s get it hahahahah”

“ไลค์ดิสสส ฮ่าๆๆ”

พีอาร์มักเน่หน้าหล่อสายฮา ตะโกนอิ้งขึ้นอย่างมั่นใจ ทำเอาฮยองเมมเบอร์ ถึงกับขำกันยกใหญ่ แล้วพวกเขาก็แกล้งกันไปมาระหว่างอ่านสคริปต์งานไปด้วย  ว๊า.....ฉันมานั่งคุยกับพวกเขาแบบนี้แล้ว ฉันรู้สึกได้เลยว่าพวกเขาสนิทสนมกันมากขนาดไหน แต่ละคนนี่เข้ากันได้ดีสุดๆเลย อิจฉาความสัมพันธ์ของพวกเขาจังเลย แล้วมันก็ทำให้ฉันพาลคิดถึงตัวเองตอนที่ดูแล บีอิ้ง และสนิทสนมกับพวกเธอมากเหมือนพวกผู้ชายหน้าตาดีกลุ่มนี้

“อืม...เพอร์เฟคนิส...ใครเป็นคนคิดชื่อนี้เหรอ?”

ฉันรู้สึกว่าต่อมอยากรู้ของฉัน มันหยาบคายมากที่กลั้นเอาไว้ไม่อยู่ เลยโพล่งถามพวกเขาไป พวกเขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันแบบงง คงงงที่อยู่ดีๆ ฉันก็ถามสินะ

“เอ่อ ฉันหมายถึง ชื่อมันทำให้ชินหูดีน่ะ ..แฮ่ๆ”

“อ๊า..พวกเราช่วยกันคิดทั้งหมดเลยครับ^^ อิอิ”

“หืม? จริงเหรอ ว้าว พวกนายนี่ฉลาดกันเชียว..”

“แต่นูนารู้ไหมครับต้นตอที่มาของชื่อคือใคร?”

มินซอลส่งคำถามให้ฉัน ฉันแปลกใจมากกับคำถามเขา อย่าบอกนะว่าพวกเขาจะตอบว่าเพราะ พวกเขาหล่อ ยังไงล่ะ  - -

“หืมม?? หมายความว่ายังไงเหรอ”

“ก็เพราลีดเดอร์ของเรามีเสน่ห์ที่ยากจะละสายตาไงละครับ”

“ฮิ้ววๆๆๆ”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

เอิ่ม..ไอ้พวกนี้ ชมกันเองแบบนี้ก็ได้ด้วย? ฉันหันไปมองหน้าริวที่ตอนนี้หน้านิ่ว คิ้วขมวดอยู่กับสคริปต์ โดยไม่ได้สนใจที่เมมเบอร์เอาแต่แซวเขาเล่น ฉันว่าเพราะเขาคงชินมากว่าที่น้องเอาแต่ล้อเขาแบบนี้

“.... ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันได้แล้ว..”

ริวพูดตัดทุกคนพร้อมกับพายเป๋เขาเดินนำออกไปก่อนเมมเบอร์คนอื่นๆ

“ป้ะ! ไปกันเถอะ”

“let’s goooooo!!!”

 ฉันมองนาฬิกาอีกรอบว่าได้เวลาแล้วหันมาบอกทุกคน แล้วเพอร์เฟคนิสกับฉันก็เดินออกมาจากห้องพักนั้น เพอร์เฟคนนิสกับฉัน ไม่มีการ์ดสักคนมาคอบดูแลตอนนี้ ฉันเลยเดินนำพวกเขา เมื่อเดินพ้นทางออก เป็นลานจอดรถ และแล้วเวลานี้ก็มาให้ฉันหนวกหูอีกครั้ง

“กรี้ดดดดดดดดดดดดด”

“เพพร์เฟคนนิส ๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“กรี้ดดด จุนฮวา โออป้า กรี้ดด”

“พีอาร์!!!!! กรี้ดดดด   ยองอินอ่า”

“เพอร์เฟคนนิสๆๆๆ กรี้ดดดดดดดดดดดดดด”

“ริวอ่า ยองอินอ่า ซารางเฮ!!

เสียงแฟนคลับที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของลานจอดรถ ส่งเสียงทักทายเพอร์เฟคนิสยังกับพวกเขาไม่ได้ห่วงหลอดเสียงของพวกนางเลยแม้แต่น้อย ..ฉันยืนโทรหาคนขับรถให้ออกมารับเราอยู่ตรงด้านนี้ พร้อมกับมองแฟนคลับแต่ละคน ยังกะจะมาดูคอนเสิร์ตพวกเขาแหนะ ป้ายไฟเอย ป้ายชื่อเอ่ย รูปเอย เลนส์กล้องบางคนนี่เหมือนปืนใหญ่เละแฮะ โอ้ว ม๊ายยก๊อซซ ฉันควรหลบกล้องนะ ถ้าเกิดถ่ายติดฉันขึ้นมา เห็นหลุมสิวฉันนี่ เพอร์เฟคนิสดับทันทีเลยนะ  สักพักหนึ่งรถก็วิ่งมาจอดเทียบฝั่งเรา

“เดี๋ยวพวกนายทักทายแฟนคลับทีละคน แล้วก็ตามฉันมาละกัน ไม่ต้องรีบหรอก พวกเขาอุตส่าห์มารอ”

“เนนนนน (คร้าบบ)”

ฉันหันไปบอกกับทุกคน แล้วตัวฉันเองก็ขึ้นไปนั่งรอพวกเขาบนรถตู้นั้น

“อันยอง””กลับบ้านกันดีๆนะคร้าบบบ”

“อย่าตากฝนน๊า บายย ”

“รีบๆกลับบ้านะครับ อันยองง”

“คัมซามีดา....”

“อันยอง ชัลกา....บะบาย”

“บะบายยย เอฟรี่วัน แต้งกิ้วว ไอเลิยู”

 

มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา

                ฉันกับ เพอร์เฟคนิส เพิ่งมาถึงที่มหาวิทยาลัยได้สักพัก หลังจากลงรถเรียบร้อย ฉันก็พาเด็กๆเดินไปยังหอประชุมที่ทางสตาฟอีกชุดของค่ายเอ็นจี มาจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เด็กๆยังคงสวมชุดขึ้นโชว์วันนี้ ฉันเองก็อยากให้พวกเขาไปจัดหล่อ เตรียมตัวมากว่านี้อยู่ แต่ว่าถ้าช้ากว่านี้ แฟนๆวีไอพีคงรอนานและ มากไปกว่านั้นก็อาจจะไม่เป็นวีไอพีแฟนเลยน่ะสิ จะกลายเป็นแอนตี้แฟนไปเลยมากว่า ฉันรีบพาเด็กๆเดินไปที่ห้องเตรียมตัว แต่ก่อนที่ฉันจะผลักประตูให้เด็กๆเข้าไปนั้น

“....มากันแล้วเหรอ?”

คุณโจวที่อยู่ๆก็โผล่ออกมาอีกทางเข้าของห้องนี้ เดินเข้ามาสมทบเรา สักพักหนึ่งสายตาเขาก็ตวัดมองมาที่ฉัน

“ฮยองนิมม!!!

“อันยองฮยอง ทำไมมาเร็วจังง?”

จุนฮวา และจุนกิ ตะโกนถามนายพวกเขาอย่างเป็นกันเอง คุณโจวยกมือทักทายพวกเขาก่อนจะหันมาทางฉัน

“คุณพาเด็กๆ เข้าไปเลยนะ..”

“อ๊า..โอเคค่ะ ป่ะ รีบกันเถอะ..”

“...ริวอยู่คุยกับฉันก่อน”

???????

ทุกคนที่กำลังจะเดินตามฉันเข้าไปยังในงานเลย กลับหันกลับมามองคุณโจวเป็นตาเดียว ตอนนี้ฉันนึกว่าตาทุกคนแทบจะถลนออกมาได้เลยนะ เพราะตกใจที่อยู่ดีๆ พี่ชายของเขาก็ทักท้วงขึ้นมากลางคันซะแบบนั้น เมมเบอร์คนอื่นๆ ไม่ได้ทักท้วงติงหรือทำอะไร เพียงแต่อ้ำอึ้งกัน แล้วก็เดินเข้าไปภายในงาน ฉันมองไปที่นายริว ที่ยืนจ้องหน้ากับพี่ชายของเขาอยู่ 

สองคนนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอีกแน่เลย ฉันยืนอยู่สักพักก็ตัดสินใจทิ้งพวกเขาไว้แบบนั้น ก่อนจะเดินตามเด็กๆไป

 

Joe Part

ผมรู้ว่าผมเหมือนเด็กที่ทำอะไรหุนหัน ไม่มีการบอกกล่าวกับเขาก่อน แถมตอนนี้ก็เป็นเวลางานของพวกเขา แต่ ผมจะปล่อยไม่ให้เจ้าเด็กตัวแสบที่โตไม่เป็นสักทีแบบนี้ทำอะไรบุ่มบ่ามเพียงลำพังอีก

“ฮยองมีอะไร??”

หลังจากที่เยรินกับเมเมเบอร์คนอื่นเดินเข้าไปภายในห้องที่จะจัดมีตติ้งแล้ว ริวก็เลิกคิ้วที่ผูกเป็นปม ถามผมขึ้นมาอย่างไม่พอใจมากนัก

“...ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม..ว่าอย่าไปเจอผู้หญิงคนนั้นอีก”

ริวมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย หลังจากที่ผมเปิดประเด็นนั้นขึ้นมา ผมคิดว่าเขาคงไม่รู้ว่าผมรู้ ว่าวันนี้เขากับผู้หญิงคนนั้นทำอะไรกัน

“....ผมไม่ได้อยากเจอ....เธอมาหาผมเอง”

“..ถ้านายไม่ออกไปเจอเธอเลยมันจะดีกว่า แล้วฉันก็ไม่ได้หมายถึงแค่วันนี้ ฉันหมายถึงก่อนหน้านี้ที่นายเรียกเธอออกมาเวลานายควบคุมตัวเองไม่อยู่...ริว..ฉันรู้ว่านายยังไม่ได้อยากจริงจังกับใครตอนนี้ เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว ผู้หญิงคนนั้นจะทำให้แกเสียอนาคตที่แกพยายามมากับมือ...แล้วแม่นายละริว?”

“....”

“นายก็รู้ว่าคุณนายอิม ท่านขัดขืนนายตั้งแต่แรกสำหรับเรื่องที่นายเดบิวต์ แล้วยิ่งนายมาทำเรื่องแบบนี้ ท่านคงจะให้อภัยนายหรอก..”

“แล้วฮยองล่ะ! แค่ผู้หญิงขัดดอกแบบนั้น ฮยองก็ไม่ต่างอะไรกับผมหรอก!!..”

“..อย่าพูดถึงเยรินแบบนั้น!!....เธอไม่ได้เป็นแบบที่นายคิดเลยสักนิด..แล้วอีกอย่างเขาคือเมเนเจอร์นายนะ...”

“เหอะ...เมเนเจอร์ยังงั้นเรอะ!

 “..ฉันเข้าใจนาย..นายอาจจะยังไม่เข้าใจการตัดสินใจของฉัน..แต่ยังไง ก็ช่วยเคารพการตัดสินใจของป๊าด้วย..”

ผมตัดสินใจพูดถึงป๊า เพราะยังไงแล้ว ป๊าก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเขาเช่นกัน เขาเองก็นับถือท่านเป็นพ่อ และผมเองก็รักน้องของผมมาก ไม่อยากให้เจ้าริวเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องของครอบครัว มาทำให้เขาตัดสินใจทำอะไรที่มีผลกระทบต่อการเป็นศิลปินตามที่เขาฝันไว้ ริวไม่ได้พูดอะไรกลับมา เขาเอาแต่จ้องหน้าผมด้วยสายตาแข็งกร้าว เขาคงโกรธผมมากที่เข้าไปยุ่งเรื่องของเขา และรู้ทันเจ้าริวมันเอาซะทุกอย่าง

ก็อกๆ

เสียงดังข้างประตูทำให้ผม กับเจ้าริวผ่อนอารมณ์ครุกรุ่นลงชั่วครู่ เยรินที่เป็นคนเรียกสติเราทั้งสองเดินเข้ามาเคาะด้านข้างประตูนั่นเอง เธอมองมาที่เราทั้งสองคนด้วยท่าทางหวาดเกรงใจทั้งผมและริว ผมเลยหันหน้าไปหาเธอ พร้อมกับเปลี่ยนสีหน้าเป็นผ่อนคลาย เพราะผมก็ไม่อยากให้คนอื่นรู่ว่าผมทะเลาะกับริว

“เดี๋ยวริวกำลังจะไปน่ะ..”

ผมหันไปบอกกับเยริน เพราะผมรู้ว่าริวหลบออกมานาน เมมเบอร์คนอื่นอยู่ที่นั่น แฟนคลับเองก็คงจะถามหาริว

. “..ค่ะ..ตามไปนะนายน่ะ”

“อืม..”

เยรินเหลือบมองผมด้วยหางตาก่อนจะหันไปกระซิบบอกริวให้รีบเข้าไปในงาน ริวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอบเยรินด้วยโทนเสียงราบเรียบ พอเยรินหันหลับกลับเข้าไปในงานอีกครั้ง ริวก็ไม่ได้พูดอะไรและเดินตามเยรินเข้าไปในงานทันที

แต่..เมื่อกี๊..สายตาที่ผมพยายามมองเยริน ทำไมเธอไม่แม้แต่จะอยากตอบโต้ผมเลย.หรือผมคิดมากเอง? ทำไมกันนะ หรือเป็นเพราะผมทำให้ริวมาอยู่ตรงนี้ ทั้งที่เป็นเวลางานและผมเองก็รู้ทั้งรู้ เธอโกรธอะไรผมอย่างงั้นเหรอ? แล้วทำไมผมจึงแคร์ว่าเธอจะโกรธหรือไม่โกรธผมล่ะ???...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น